591105_พ่อครูแจ้งผลการประชุมมหาปวารณาปี ๒๕๕๙ ของสมณะชาวอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์350 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

591105_พ่อครูแจ้งผลการประชุมมหาปวารณาปี 2559

อุปัชฌาย์เดินดิน กับอุปัชฌาย์บินบน ชี้แจงผลการปวารณาของหมู่สมณะชาวอโศก ปี 2559

รายงานการประชุมมหาปวารณา ครั้งที่ 34 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ณ บวรพุทธสถานปฐมอโศก

ขณะนี้สมณะมีทั้งหมด 92 รูป สมณะเข้าร่วมประชุม 84 รูป สมณะลาป่วย 8 รูป (1.ส.น่านฟ้า สุขฌาโน 2.ส.นึกนบ ฉันทโส 3.ส.ถนอมคูณ คุณกิตตโณ 4.ส.หินกลั่น ปาสาณเลโข 5.ส.แก่นหล้า วัฑฒโน 6.สมณะพอจริง สัจจาสโภ 7.สมณะสอน โสปาโก 8.ส.ธาตุบุญ ธาตุปุญโญ)

การวางกฏระเบียบในหมู่สมณะ หมู่สมณะได้เห็นอันตรายที่มาจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เสื่อมจากธรรมะได้ จึงได้มีมติให้สมณะที่ละเมิดกฏระเบียบของหมู่ในการใช้โทรศัพท์มือถือ ว่าเป็นผู้ว่ายากสอนยาก เป็นผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หากถูกสงฆ์ตักเตือน หรือสวดประกาศครบ 3 ครั้ง ต้องอยู่กรรมจึงจะพ้นจากอาบัติได้ ทั้งนี้ก็เพื่อดำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ และความมั่นคงของทางพุทธศาสนา เรื่องการล้างพิษตับด้วยการกินน้ำมันมะกอก พ่อครูได้ประกาศห้ามไม่ให้มีการล้างพิษตับอย่างเป็นองค์รวมภายในชุมชนชาวอโศกทุกชุมชน แต่อนุญาตให้ทำเป็นการส่วนตัวได้ แต่ก็ยังมีบางชุมชนยังมีการจัดคอร์สล้างพิษตับอยู่อีก หมู่สงฆ์ก็จะให้สมณะที่รับผิดชอบดูแลชุมชนไปช่วยเตือน หากเตือนแล้วไม่หยุดต่อไปพ่อครูอาจไม่รับนิมนต์ไปชุมชนนั้น หรือก็อาจเชิญคนที่ทำผิดออกจากชุมชนต่อไป

ศาสนบุคคล และสมณะลงอาราม สมณะช่วยงาน บุญนิยมทีวี มี 4 รูปคือ สมณะคมลึก เมตตจิตโต, สมณะลั่นผา สุชาติโก, สมณะหินมั่น สีลาปากาโร, สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต

ปัจฉาสมณะ พ่อท่านฯ- สมณะเดินดิน ติกขวีโร และคณะ (สมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะขยะขยัน สรณีโย สมณะดินไท ธานิโย สมณะหนักแน่น ขันติพโล

อ่านต่อ

และสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ) คณะปัจฉาของพ่อท่าน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กองเลขาฯ สมณะเดินดิน ติกขวีโร - สมณะดินไท ธานิโย สมณะบินบน ถิรจิตโต - สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะผืนฟ้า อนุตตโร - สมณะนวกะภูผาฟ้าน้ำ สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ - สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว

สมณะป่วยแห่งปี 1.สมณะกรรมกร กุสโล 2.สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน 3.สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม 4.สมณะถนอมคูณ คุณกิตตโณ 5.สมณะนึกนบ ฉันทโส 6.สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน 7.สมณะธาตุบุญ ธาตุปุญโญ คณะเอาภาระสงฆ์ (คภส.) 1.สมณะผืนฟ้า อนุตตโร 2.สมณะถ่องแท้ วินยธโร 3.สมณะขยะขยัน สรณีโย 4.สมณะฟ้าไท สมชาติโก รวมทั้งอุปัชฌาย์อีก 3 รูปด้วย

คณะอาจารย์โรงเรียนนวกะ มี 2 รูป ได้แก่ 1.อาจารย์หนึ่ง (สมณะบินบน ถิรจิตโต) 2.อาจารย์สอง (สมณะผืนฟ้า อนุตตโร)

สมณะลงอาราม ปี 2559 (สมณะทั้งหมดมี 92 รูป)

พุทธสถานสันติอโศก 19 รูป สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ สมณะเลื่อนลิ่ว อรณชีโว สมณะน่านฟ้า สุขฌาโน สมณะกล้าดี เตชพหุชโน สมณะเมืองแก้ว ติสสวโร สมณะกอบชัย ธัมมาวุโธ สมณะขยะขยัน สรณีโย สมณะชนะผี ชิตมาโร สมณะเพาะพุทธ จันทเสฏโฐ สมณะซาบซึ้ง สิริเตโช สมณะเบิกบาน ธัมมนิยโม สมณะคมลึก เมตตจิตโต สมณะกล้าจริง ตถภาโว สมณะลานศิลป์ วชิโร สมณะดงเย็น สีติภูโต สมณะชัดแจ้ง วิจักขโณ สมณะลั่นผา สุชาติโก สมณะธรรมทาบฟ้า รวิวัณโณ สมณะแด่ธรรม ธัมมรักขิโต

พุทธสถานปฐมอโศก 12 รูป สมณะกรรมกร กุสโล สมณะเสียงศีล ชาตวโร สมณะแน่วแน่ สีลวัณโณ สมณะฝุ่นฟ้า อัคคชโย สมณะนาทอง สิงคีวัณโณ สมณะดาวดิน ปฐวัตโต สมณะบินก้าว อิทธิภาโว สมณะตรงมั่น อุชุจาโร สมณะวิเชียร วิชโย สมณะเมฆฟ้า นภมังคโล สมณะธาตบุญ ธาตุปุญโญ สมณะขยันยอม วิริยธโร

พุทธสถานศีรษะอโศก 5 รูป สมณะถ่องแท้ วินยธโร สมณะดวงดี ฐิตปุญโญ สมณะผองไท รตนปุญโญ สมณะแก่นหล้า วัฑฒโน สมณะพอจริง สัจจาสโภ

พุทธสถานศาลีอโศก 5 รูป สมณะลือคม ธัมมกิตติโก สมณะเน้นแก่น พลานีโก สมณะเลื่อนฟ้า สัจจเปโม สมณะพันเมือง ภทันโต สมณะสอน โสปาโก

พุทธสถานสีมาอโศก 5 รูป สมณะสร้างไท ปณีโต สมณะแก่นผา สารุปโป สมณะฝนธรรม พุทธกุโล สมณะดินทอง นครวโร สมณะสยาม สัจจญาโณ

พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ 15 รูป สมณะบินบน ถิรจิตโต สมณะผืนฟ้า อนุตตโร สมณะร่มเมือง ยุทธวโร สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ สมณะฟ้ารู้ นโภคโต สมณะชุบดิน วิชชานันโต สมณะฮังดิน ภูมิคโต สมณะแม่นใจมั่น จิตตถาวโร สมณะค้ำดิน ภูมิปูรโณ สมณะจนแจ้ง อัสสกจาโร สมณะคมเย็น ถามวโร สมณะถักร้อย ธัมมธโร สมณะสู่บุญ ปุญญคโต สมณะพ้นพิษ วีสมุตโต สมณะอุดม อุตตโม

พุทธสถานราชธานีอโศก 22 รูป สมณะพอแล้ว สมาหิโต สมณะเด็ดขาด จิตตสันโต สมณะแดนเดิม พรหมจริโย สมณะคิดถูก ทิฏฐุชุกัมโม สมณะฟ้าไท สมชาติโก สมณะเด่นตะวัน นรวีโร สมณะสมชาย ตันติปาโล สมณะคมคิด ทันตภาโว สมณะคำจริง วจีคุตโต สมณะแก่นเกล้า สารกโร สมณะถนอมคูณ คุณกิตตโณ สมณะหินกลั่น ปาสาณเลโข สมณะมือมั่น ปูรณกโร สมณะข้าฟ้า ฐานรโต สมณะหินมั่น สีลาปากาโร สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ สมณะใต้ดาว เหฏฐานักขัตโต สมณะขุนศึก อโยมโน สมณะด่วนดี สุชโว สมณะเพียงพอ สันตุฏฐิธัมโม สมณะหินจริง วีรปาสาโณ สมณะดินทน ธีรภัทโธ

สังฆสถานทะเลธรรม 1. สมณะดินดี สันตจิตโต 2. สมณะเทินธรรม จิรัสโส 3. สมณะนาไท อิสสรชโน

***พ่อครูสมณะรัก โพธิรักขิโต และปัจฉาฯ (สมณะเดินดิน ติกขวีโร สมณะดินไท ธานิโย สมณะหนักแน่น ขันติพโล และสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ) ไม่ลงอารามประจำที่ใด

โศลกธรรมงานมหาปวารณา : สุทฺธิ เยว สกลโลเกสุ สพฺพมาวสาเน ชินาติ (ร้อยแก้ว) สกลโลเกสุ สพฺพํ ชินาติ สุทฺธิวนฺติเม (คำฉันท์) สุทธีว สกลโลเก สพฺพมาวสาเน ชิเน (คำฉันท์)

คำตำหนิ เป็นความประเสริฐและยิ่งทำให้ผู้นั้นเจริญ พ่อครูว่า...วันนี้เป็นครั้งที่ 34 ในการมหาปวารณาของเรา คำว่า “ปวารณา” คำนี้ภาษาบาลีแปลว่า ให้ว่ากล่าวได้ ตำหนิได้ ให้ชัดๆคือด่าได้ ต้องยอมให้ด่าได้ ยอมให้ว่ากล่าวตำหนิได้ คนที่ยอมให้ว่ากล่าวตำหนิได้ เป็นคนประเสริฐเป็นคนเจริญ คนที่ยอมไม่ได้ ตินิดติหน่อยไม่ได้ คนนั้นเป็นคนต่ำ เป็นคนมีอัตตา เป็นคนไม่เจริญ ใครจะตำหนิ เขาก็ต้องตำหนิสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ความรู้เขาจะมีหรือไม่มีก็ตาม เขาตำหนิก็คือว่า สิ่งที่เราประพฤติอยู่เป็นอยู่นั้นว่ามันไม่ดี เขาจึงตำหนิ เขาไม่อยากให้ทำ เพราะฉะนั้นการตำหนิจึงเป็นเจตนาดีของคน เป็นจิตที่เจตนาดี แต่คนที่ไปปฏิเสธจิตเจตนาดีของคน นี้คือคนโง่ เป็นคนโง่ เพราะฉะนั้นคนโง่ย่อมเป็นคนชั่วเจริญไม่ได้ ชั่วเพราะไม่ให้มีคนติ เพราะฉะนั้น คนที่ไม่ให้คนติ ไม่ให้คนด่าคนว่าได้ แตะต้องได้คือคนชั่ว คนยึดอัตตา คนที่ไม่มีอัตตาไม่ถือตัวถือตน ไม่มีตัวไม่มีตนแล้วเป็นคนที่ใครติก็ได้ด่าก็ได้ว่ากัน จริงๆแล้ว คนติคนด่าคนว่า คนที่ถูกติถูกด่าทุกวันนั้น จิตใจของเขานั้นสำคัญ ผู้บรรลุธรรมจริงเป็นอรหันต์จริง ใครจะด่าจิตก็เฉยๆ จิตก็ไม่สะดุ้งสะเทือนแต่ไม่ใช่หน้าด้านนะ นิ่งเฉย แล้วรับฟังเขาพูดเขาด่า คนนี้ด่าได้จัดจ้านมาก ไปสรรหาคำด่าได้เก่ง ทั้งหยาบทั้งแรง เราก็ฟังรู้ ว่าคนนี้เก่งใช้ลีลาการด่าดูไม่ดุเดือดไม่หยาบคาย แต่ลึก ด่าได้ลึก เราก็ฟังออกฟังด้วยปัญญาไม่มีพลังงานแตกต่างอะไรเลย มันโล่งเลย จะเปิดฟังอย่างใสสะอาดอย่างครบบริบูรณ์ ข้อสำคัญคือเขาไม่เสียใจไม่ดีใจไม่น้อยใจ เพราะคนนั้นรู้แล้วว่า การติเป็นสิ่งที่ประเสริฐ และอาจจะอธิบายการตำหนินี้ว่าคือการด่าก็เป็นสิ่งประเสริฐ คนที่เห็นว่าการตำหนิการด่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะทำ คนนั้นโง่ที่สุดเลย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการติติง เป็นการบอกเรื่องชั่วเรื่องไม่ดี ดูให้รู้ตัวและแก้ไขมันเป็นการเจริญพัฒนา ถ้าใครที่เข้าใจอย่างที่ อาตมาสาธยายไป แล้วชัดเจนในปัญญา จิตใจดีแต่ไม่มีปัญญา จะนำพาให้ผิดทาง จิตใจที่มีพลังปัญญาทำให้ทุกอย่างมีพลังสูง ปัญญาเป็นพลังแรงมากด้านพลังงานที่สูง โดยเฉพาะมันสูงที่ใจของเรา มันมีพลังกับใจของเราเอง ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้แล้วใครจะมาพูดค้านแย้ง คนละเรื่องกับใจเรา ใจเราก็ไม่หวั่นไหวไม่สะดุ้งสะเทือนไม่ขึ้น ไม่เคลื่อนไปจากความหนักแน่นคงที่ยืนหยัดยืนยันไปอย่างเดิม แต่ไม่ใช่อย่างที่ปฏิเสธผลักหรือไม่ยอมรับ แต่รับฟังอย่างเข้าใจสิ่งที่เขาด่าเขาติ แล้วเราจะรู้ความจริงในนั้นชัด ผิดหรือถูกเราก็วินิจฉัยตามปัญญาของเรา ถ้าเรามีปัญญามากก็วินิจฉัยได้ถูกมาก ถ้าเรามีปัญญาน้อยก็วินิจฉัยได้ถูกน้อยกว่าผิด ก็เป็นความจริงตามที่แต่ละคนจะมีปัญญา คนที่ไม่ศึกษาให้ดีจะสับสน ไปยึดถืออย่างผิดๆ สิ่งที่ไม่ควรกับไปยึดถือ สิ่งที่ควรกับไม่ยึดถือ จึงเป็นการศึกษาหาสัจธรรมให้ดี ใจของเราก็เป็นให้ได้ตามที่เรารู้เรียกว่าเป็น อุภโตภาควิมุติ วิมุติทั้งสองส่วนคือ 1. เราเข้าใจด้วยปัญญาของเราแล้วว่า สิ่งที่ดีคืออย่างนี้จิตที่ไม่ถูกคือ อย่างนี้ 2. จิตของเราที่มันยังผิดอยู่เราก็ทำให้ถูกได้ ถ้าเรารู้ว่าจิตใจที่ดีที่ถูกคืออย่างไร แต่ยังเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราให้เป็นตามความถูกต้องนั้นไม่ได้ตามความจริงไม่ได้ คนนั้นก็จะได้ รู้

คนที่จิตใจดีแล้วถูกต้องแล้ว แต่ไม่มีปัญญารู้ว่าเราถูก คนนี้ก็สามารถที่จะเพี้ยน ไปจากสิ่งที่ถูกเดิมของตนได้ ตนเองมีความถูกต้องอยู่ดีแล้ว คนอื่นมาพูดให้ฟังก็เพี้ยนไป ตามสิ่งที่ไม่ถูกที่เขามาพูดให้เราฟังแล้ว เพราะเราไม่มีปัญญารู้ว่า สิ่งที่เราทำนั้นถูกแล้ว เราประพฤตินั้นถูกแล้วคนนี้จึง ไม่มั่นคง ไม่ยืนหยัด

คนที่มั่นคงคนที่ยืนหยัดนี่แหละ ขออภัย เช่นอาตมาเป็นต้น อาตมามั่นใจในสิ่งที่ถูกต้องก็ยืนหยัดยืนยัน เถรสมาคมหรือคนที่เข้าใจไม่ตรงกับอาตมาเขาก็ว่าอาตมา ด่า ใช้กฎหมายจะมาบังคับให้อาตมาเปลี่ยนแปลง แล้วกระไร อาตมาแพ้คดีที่ว่าความด้วย ทางโน้นเขาชนะ อาตมาแพ้แต่อาตมาไม่ใช่ผู้ผิด อาตมามั่นใจ

สิ่งที่ถูกตัดสินว่าผิดโดยขาดปัญญา จะเป็นผู้ชนะได้อย่างไร? แล้วผิดจะเป็นผู้ชนะได้อย่างไร? อาตมามั่นใจว่า อาตมาถูก.. 40 กว่าปีแล้วที่อาตมาทำงานมา เขาฟ้องร้องเมื่อ 30 ปีก่อน เขาว่าอาตมาแพ้ แต่อาตมาก็ยืนหยัดทำงานมาอย่างนี้ เช่นอาตมาว่า สมาธิเป็นเช่นนี้ ก็ยืนยันมา แต่ทุกวันนี้ เถรสมาคมนั้นล้มเหลวหมดแล้ว ทั้งที่เขาว่าอาตมาเป็นผู้แพ้ ทุกวันนี้เขาค้านแย้งต่อต้านอาตมาน้อยลง ไม่มีคลื่นว่า จะต้านจะอะไร เงียบๆ อาตมาพูดตามทิศทางอาตมาเต็มที่เลย ไม่มีสิ่งย้อนแย้งกลับมา ก็ไม่รู้ผลที่เกิดอย่างนี้ ประชาชนคนไทยก็ตามตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจว่าอย่าไปค้านแย้งมันเลยโพธิรักษ์ มันด้านเกินด้าน ขนาดตัดสินว่าผิดกฎหมายแล้วนะ ให้ติดคุก 6 เดือน หรือรอลงอาญา 2 ปี อาตมาก็ต้องเป็นนักโทษที่ถูกตัดสินว่าเป็นผู้ผิด ถูกคุมประพฤติ ก็มีผู้มาคุมประพฤติ แต่ปรากฏว่าคนที่ส่งมานั้น เขามาได้ 2 ครั้ง ใน 2 ปีนี้ มาใน 6 เดือนแรก แล้วก็ไม่มาอีกเลย มันหมายถึงอะไร ดูเหมือนผู้ที่มาคุมประพฤตินั้น กลับมากินมังสวิรัติด้วยซ้ำไป แต่เขาจะกินถาวรหรือไม่ ก็ไม่รู้ มีคนพูดกัน นี่คือเหตุการณ์พฤติกรรมหลักเกณฑ์ของสังคม นิตินัย กับ พฤตินัย มันน่าสงสารประเทศว่า นิตินัยเป็นอย่างนี้ ซึ่งนิตินัยเป็นอย่างนี้ นิตินัยนั้นผิด มาให้ประพฤติอย่างนี้ อาตมายืนยันว่าอาตมาไม่ผิด อาตมาก็มีนิตินัยประพฤติอยู่ ทุกวันนี้อาตมาก็ประพฤติอย่างมั่นใจว่าสิ่งที่ทำนี้ถูก ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่กระแสต้านนั้นลดลง ก็มีการพัฒนาขึ้นอยู่ แต่มันช้าลงเพราะว่าถึงขีดแล้ว ถึงขีดอะไร ถึงขีดคนที่จะมาได้ เขาก็มาแล้ว คนที่มาแล้วนึกว่าจะได้ กลับไม่ไหว เขาก็ถอยกลับ ก็อย่างนี้แหละ คนที่มาได้ก็มากันอยู่ฝึกฝนต่อไป เพิ่มความเจริญต่อไป ส่วนคนที่มาแล้วนึกว่าจะได้เห็นดีก็มา ได้มาแล้วฝึกไปไม่ค่อยไหวก็ถอยกลับ หรือไปๆมาๆบ้าง มันเต็มแล้ว เพราะประกาศบรรยายมาหลายปี คนได้ฟังได้รู้ นอกจากนั้นก็คือคนไม่ฟัง ไม่เอา เชื่อตามเถรสมาคมประกาศว่า โพธิรักษ์ไม่ใช่ศาสนาพุทธที่ทำประกาศนียกรรมไป เขาก็ไม่มาสนใจ คนที่เป็นอิสระเสรีภาพไม่ได้เป็นทาสความเห็นของเถรสมาคม เขาเป็นอิสระในตัวเขา เขาก็มองมาทางเราศึกษารับรู้ เขาก็มาเพราะเขามีอิสระ และเท่าที่ทำงานมา 40 ปีในประเทศไทยนั้นก็ยังเชื่อทางเถรสมาคมบ้าง แต่อาตมาไม่ท้อนะ ยังจะพากเพียรยืนหยัด ยืนยัน สาธยายอธิบาย ทุกวันนี้ศึกษาดูตามพระไตรปิฎกหรือธรรมะที่อาตมามีละเอียดลึกซึ้งๆเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ด้วยสัญญาเก่าหรือภูมิธรรมเดิมที่มีมา เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่เฉพาะตนของแต่ละคน ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ศาสนาพุทธเป็นอิสระเสรีภาพ อย่าว่าแต่บังคับให้เชื่อ หาวิธีการออกกฎระเบียบบังคับให้เชื่อ ก็ไม่ทำ ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ทำ อย่าว่าจะออกกฏระเบียบให้เชื่อเลย แม้แต่หว่านล้อม แม้แต่พูดและเล็ม เลียบเคียง เพื่อมาให้เชื่อ ส่วนหลอกลวงนั้น ไม่มีเด็ดขาด ไม่พูดแม้แต่เลียบเคียงและเล็มมาให้เชื่อ ใครจะเชื่อก็เอาความจริงนี้ออกไป มันจึงแข็ง คนไม่เข้าใจก็หาว่าอาตมารุนแรงรับไม่ไหว อาตมาเข้าใจแต่เขาไม่เข้าใจก็รู้สึกยังไง แต่ความจริงแล้วอาตมาว่า อาตมาแสดงความจริงอย่างไม่ลดเลี้ยว เพราะถ้าลดเลี้ยวไม่ตรงก็ต้องมาเอาออกอีกทีหลัง อาตมาไม่ชอบทำหลายที หลายครั้ง เมื่อยไม่ไหว อีกอย่างหนึ่งคือถ้าพูดความจริงไปตรงๆแล้ว มันคัดเลือกคนที่มีปัญญาว่าอย่างนี้ใช่ ชัด คนมีปัญญาจะเปรี้ยงเลย มันก็เร็ว อาตมาว่าอาตมาทำงานนี้ได้เร็วและได้ของแท้ เร็ว แท้จริง ชัด มาถึงวันนี้จะ 50 ปีแล้วที่ทำงาน อาตมาก็สรุปกับตัวเองว่าคงจะมีเท่านี้ คนมีบารมี คนที่เป็น เวไนยสัตว์ คนที่จะสอนได้บอกได้พัฒนาได้คงมีเท่านี้ในประเทศไทย เพราะอาตมาไม่ได้ไปทำงานต่างประเทศ ส่วนคนต่างประเทศที่ได้รับสื่อก็เดินทางมาเอง แต่ในเมืองไทยได้ประมาณนี้ ถามพวกคุณหน่อยสิว่า มากไหม?....ไม่มาก คนไทยเกือบ 70 ล้านคน อาตมาก็ไม่รู้สถิติจริงๆ ว่ามีเท่าไหร่ ก็ประมาณนั้น มีสัก 600-700 คนไหมชาวอโศก... 6,000 หรือ 7,000 คน ก็ถึงอยู่ มั่นใจว่า อาตมาเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาเผยแพร่ ประกาศนี้เป็นโลกุตรธรรม ตกลงว่าคนไทย 70 ล้านคน ที่จะมาสนใจศึกษาอยู่มีแค่ 7,000 คน ก็คิดเป็น 0.001 % มันได้น้อยมาก ห่างกัน มันก็น่าห่อเหี่ยวใจสำหรับคนทำงานว่ามันมีแค่นี้ อาตมาอยู่ไปถึง 200 ปีเลยนะ อาตมาไม่ได้ท้อนะ อาตมาฮึดเลยนะ อาตมามหาชนก น้อยๆนะ อาตมาว่าจะเพียรไป แต่มันไม่มีอัตราการก้าวหน้าบ้างเลยหรือทุกวันนี้ มันก็มีอยู่ เพราะคนให้คะแนนนะว่า อาตมาสอบได้

ปรากฏการณ์ Bomb Of Love ของประเทศไทย แวะนิดนึงถึงประธานาธิบดีอเมริกาที่กำลังจะเลือกกัน ทุกวันนี้ Globolization แล้ว ขณะนี้ผู้จะมาเป็นเบอร์ 1 ของสหรัฐอเมริกาก็มี 2 คนที่ชิงกันอยู่ เขาก็บอกว่า การจะคัดเลือกเอาเบอร์ 1 ทั้งๆที่มันเน่าทั้งคู่ มันหมายความว่าอะไร หมายความว่ามันสุดเดนแล้ว สำนวนไทย เขาถือว่า เป็นประเทศมหาอำนาจใหญ่ แต่เอาคนที่เป็นเดนขึ้นไปปกครอง ฟังแล้ว มันน่าเศร้าสลดใจแต่ปรากฏการณ์ของเมืองไทย กลับคนละหัวหางเลย อะไรเอ่ย Bomb of love.เกิดในเมืองไทย สังคมทุกวันนี้เขายอมรับประชาธิปไตยเอามวลประชาชนจำนวนมากเป็นใหญ่ เป็นคะแนนตัดสิน แล้วคนจำนวนมากเป็นเครื่องตัดสินนั้น จำนวนคนนั้นตัดสินอะไร ตัดสินคุณค่าของความดีงาม ในเมืองไทยมีความดีงามอันประเสริฐที่คนไทยมีปัญญารู้ ประชาชนคนไทยฉลาด ที่รู้ว่าคุณงามความดีของคนที่ปฏิบัติที่มีพระจริยวัตรที่ดีนั้นคือในหลวงหรือ ชื่นชมความดีงาม คนที่มีปัญญาจะชื่นชม คนโง่ไม่มีปัญญาจะต่อต้านในหลวงลบหลู่นั่นคือ คนโง่ แต่ทุกวันนี้คะแนนเสียงมวลประชาชนที่แสดงออกเป็นคะแนนเสียงที่ยอมรับคุณค่านี้ใช่ไหม ไม่ใช่แต่ในประเทศไทย กระจายไปถึงนอกประเทศ แล้วเป็นปรากฏการณ์ Bomb of love.ที่ไอน์สไตน์ได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้กับลูกสาวบอกว่าต่อไปปรากฏการณ์ของโลกจะ Bomb of love.ให้ลูกเก็บจดหมายนี้ไว้ ลูกก็ไม่รู้เรื่องว่าจดหมายนี่คืออะไร Bomb of love. Bomb of love.พลังงานระเบิดเถิดเทิง ของกระแสคุณงามความดีของผู้ที่เป็นคุณงามความดี คุณงามความดีของในหลวงเป็นคุณงามความดีที่ครบถ้วนในเรื่องของ อิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ เป็นคุณค่าคุณธรรมพฤตินัย เป็นพลังงานชนิดนี้ครบ อิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ ครบ 5 ภาพ ซึ่งเรามี ผู้ที่ทรงพฤติอันนี้ ตลอด 70 ปีมา ทุกคนเข้าใจและสรุปผลให้คำตอบ ว่าพระองค์เผยแพร่อย่างนี้ พาประชาชนเป็นอย่างนี้ถูกต้องที่สุด จำนวนคนไทยมีปัญญา เห็นดีเห็นงามเห็นด้วย ว่าใช่ แค่นี้คือคำตอบแล้ว ก็เป็นการลงคะแนนเสียงประชาธิปไตยว่านี่คือ คุณธรรมพฤติกรรม ความเป็นมนุษย์ต้องเป็นอย่างนี้ สุดยอดสุดเลิศจะต้องเคารพบูชาในคุณงามความดีของมนุษย์ ต้องประพฤติให้ได้อย่างนี้ นี่คือการแสดงออกเป็นเครื่องชี้บ่ง เป็นการให้คะแนนอันนี้ทั้งหมด ไม่ใช่กระแสในเมืองไทยและต่างประเทศก็สนองอันนี้ ยอมรับอันนี้ด้วย นี่คือปรากฏการณ์ของโลกของสังคมโลกสมัยนี้ ยุคนี้ คือเขารับรู้กันทั้งหมดทั่วโลกเลย เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ Bomb of love ที่ปรากฏในเมืองไทย ที่พ่อสวรรคต เป็นกระแสคุณธรรมที่กระจายไปทั่วโลก ทุกคนขานรับหมดเลยเป็นกระแสเดียว ขณะนี้ นี่เป็นสิ่งยืนยันไม่ใช่อาตมาโมเมหรือตีคลุมเอา มันเรื่องจริง

ประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ของโลก สรุปว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เจริญที่สุดในโลก นี่คือคำตอบของอาตมา ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง จะว่าหลงตัว อาตมาก็กำลังพูดสัจธรรมวิชาการความรู้ ไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ ไม่ได้พูดอย่างมีอคติ อาตมากำลังอธิบายศาสตร์ นี่คือสัจจะของโลก อาตมาว่าพวกเรานี่ ภูมิใจที่สุดแล้ว คนไทยต้องภูมิใจที่สุดแล้วว่า มาถึงวินาทีนี้ ประเทศชาติของโลกมี 200 กว่าประเทศ ประเทศไทยมีตั้งแต่ผู้ที่เป็นประมุขของประเทศ แล้วก็มีผู้ที่ดำเนินตามพระยุคลบาท อย่างน้อยที่สุดก็คือมีความรู้ความเห็น เห็นด้วยไม่ขัดแย้ง ในปริมาณของคนในประเทศ เป็นปริมาณประชาชนที่ชนะหรืออย่าง landslide เลย พวกที่ยังเป็นกบฏต่อพระเจ้าอยู่หัวอยู่ ทำไมมันโง่เง่านัก ทำไมไม่รู้เลยว่าอะไร แล้วเขาก็บอกว่าประชาธิปไตยต้องเป็นอย่างนี้ อย่างนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย มันจะโง่ดักดานอะไรกันแค่ไหน ผู้ที่เป็นหัวขบวนนำ ก็ยังต่อสู้ ยังมีทุนรอนสู้นะ เพราะเขาได้โกงไปมาก แล้วได้ดอกเบี้ยจากเงินที่โกงไปมากแล้ว เขาไม่มีปัญญา อีกกี่ชาติเขาจะเป็นคนมีปัญญา แต่เขาสะสมแต่ความโง่ดักดาน ทุกที แล้วก็มีคนให้คนโง่จูงจมูกจะโง่ไปอีกนานไหม ตอนนี้ไทยเป็นประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของโลก ไม่ต้องพูดถึงโดนัลทรัมพ์ ไม่ต้องพูดถึงฮิลลารี่ ประชาธิปไตยขาเดียวอย่างอเมริกาเจริญไม่ได้หรอก มันถึงยังออกผลจริง เขากำลังเลือกประธานาธิบดีเบอร์ 1 ของประเทศก็คือ 2 คนนั้น แล้วเขาก็บอกว่าเน่าทั้งคู่ แต่จำเป็นต้องเลือกเพราะไม่มีตัวเลือก เขาเป็นผู้นำประชาธิปไตยแบบขาเดียวนะ สำหรับอเมริกา ผ่านมา 200 กว่าปีและประชาธิปไตยสองขานี่ เริ่มจะรุ่งเรืองขึ้นมาอย่างไรมันก็มีมามากกว่า 200 ปี ก็เปลี่ยนมาจาก สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ของเรายังเป็นประชาธิปไตยได้ไม่นาน ตั้งแต่ พ. ศ. 2475 ก็ไม่ถึง 100 ปี แค่ 84 ปี แต่เป็นประชาธิปไตยเบอร์หนึ่งของโลก ทำไมพึ่งมาเปลี่ยน เพราะความเป็นประชาธิปไตยนั้นอยู่ในชื่อของประชาธิปไตย ที่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้นมีการบริหารอย่างพ่อลูก มาตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทำมาแล้วตั้งแต่ 700-800 ปีมาแล้ว นั่นแหละคือความเป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแบบพุทธเป็นอย่างไร? ประชาธิปไตยของศาสนาพุทธคือ สาธารณโภคี มีสาราณียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 7 เป็นครอบครัวเดียวกัน ผู้เป็นประมุขของประเทศคือพ่อ ทุกวันนี้คนขานพระนามของในหลวงว่า คือพ่อของประเทศ อันนี้ไม่ใช่มุข ไม่ใช่โมเม มันเป็นสัจจะใช่ไหม เขาเรียกว่า พ่อ ด้วยจิตวิญญาณนะ เป็นเรื่องออกมาจากจิตวิญญาณจากจิตใจ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นนักรัฐศาสตร์ให้ศึกษาให้ดีๆ ว่าประชาธิปไตยคืออะไร ประชาธิปไตยคือ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา มีผลผลิตเข้าส่วนกลาง แบ่งกันกินใช้ โดยไม่มีเลือดของทุนสามานย์ที่เห็นแก่ตัว กูไม่ได้มึงก็อย่าได้ อย่างที่หัวหน้าฝ่ายแดงเขาพูด จิตใจเช่นนี้ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีสาราณียธรรมเลย มันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ กอบโกยหาให้หมู่พวกกูอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าหลงผิดเลยว่าเมืองไทยไม่เป็นประชาธิปไตย จะไปหลงคารมคนโง่บ้าๆบอๆ อย่างนายจตุพร หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกประชาธิปไตย คือ ดักดานจริงๆ ดูความเป็นประชาธิปไตย ตามความรู้ของอาตมาที่มีความรู้ ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมาขอยืนยันว่าไม่ได้พูดเล่นลิ้น ว่าของพระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ที่ให้อิสระเสรีภาพเต็มที่ เป็นภราดรภาพ เป็นพี่เป็นน้องจริงๆ อย่างเช่นชุมชนชาวอโศก เป็นสาธารณโภคีกินใช้ร่วมกัน ก็ใช้ไปจนตาย แผ่นดิน ทรัพย์ศฤงคารต่างๆ ทุกวันนี้ ชุมชนของเราเป็นสาธารณโภคี นี่คือสุดยอดประชาธิปไตย มันเหนือกว่าคอมมิวนิสต์ ยกตัวอย่างคนอยู่ในนี้ เอาเงินเข้ากองกลางหมด ตนเองไม่ได้แบ่งไป เลยเท่ากับเสียภาษี 100 % มีที่ไหนทำได้ ประชาธิปไตยอย่างอเมริกาทำได้ไหม ไม่ได้ ประชาธิปไตยอย่างอเมริกาออกกฎหมายมารีดภาษีแพงที่สุด เขาก็ได้เงินไปเป็นส่วนกลางมาก แต่คนที่เป็นเศรษฐีหรือนักธุรกิจของอเมริกา มันก็มีเหลี่ยมขี้โกงภาษีเก่งที่สุด แต่เขาก็พยายามสู้กัน แต่เมืองไทยไม่ทำแบบนั้นเลย กดขี่กดข่ม เอ็งทำได้มาก ข้าก็จะรีดมามาก มันก็ยื้อกัน จะต้องมีรายได้มาสู่ส่วนกลางเป็นประชาธิปไตย สำหรับพวกคอมมิวนิสต์ก็มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดบังคับได้ รุนแรง แต่ประชาธิปไตยนี้ให้อิสระมียืดหยุ่น แต่ก็ออกกฏหมายมาข่ม แต่เมืองไทยไม่ใช่ทั้งคอมมิวนิสต์และทุนนิยมสามานต์ นี่แหละประชาธิปไตยตัวแทนของโลก ประชาธิปไตยของเมืองไทย อาตมาพูดแล้วพูดอีก ประชาธิปไตยเขาจะปฏิวัติ ก็ต้องมีการต่อสู้กัน ระหว่างพวกรวบอำนาจ แต่ละประเทศก็แย่งอำนาจกันมีการปฏิวัติทีไรก็จะฆ่ากันตายทุกที ใช้อำนาจอาวุธ ใช้ผู้คนพลังคนอะไรก็แล้วแต่ก็มีความรุนแรงกันเสมอ แต่ประเทศไทยปฏิวัตินั้นบอกว่าผมขอยึดอำนาจก็จบ จะมีในประวัติศาสตร์ไหมว่าประเทศใดจะปฏิวัติกันได้งามขนาดนี้ แล้วเข้าใจไหมว่านี่คือลักษณะประชาธิปไตยอันสุดยอด นักรัฐศาสตร์เข้าใจสัจจะอันนี้ไหม มันทำได้เพราะประชาชนไม่มีปัญหาใช่ไหม ประชาชนบอกว่าดีแล้วที่ทำการปฏิวัติก็ดีแล้ว แม้จะต้องใช้ทหารมีอาวุธมีอำนาจครบ คนก็ต้องกลัวทั้งนั้น แม้จะใช้รูปเป็นทหาร แต่ปฏิวัติเหมือนคนสามัญทั่วไป ไม่ได้ใช้รูปแบบเหมือนการปฏิวัติทั่วไปของโลก ที่ต้องเอากำลังทหารนาวิกโยธินเข้าไปทำการ ไม่ต้องเลย นี่คือปรากฏการณ์หรือพฤติการณ์ที่บอกว่าเมืองไทยยิ่งใหญ่ ปฏิวัติกันอย่าง สุดอัจฉริยะ สุดประเสริฐ ทุกวันนี้ ผู้บริหารประเทศอยู่ คณะรัฐบาล มันก็ดีที่ประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้าน ขณะนี้จึงเป็นเปอร์เซ็นต์ของประชาธิปไตยมีฝ่ายค้านมีน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นก็ตามที่ถ่วงไว้ ถามว่าประเทศไทยตอนนี้สงบไหม ก็สงบ อิสระเสรีภาพและอุดมสมบูรณ์ มีวิญญาณอันเบิกบานแจ่มใสสดชื่นร่าเริงไหม ก็มี เป็นแต่เพียงมีความเศร้าสร้อย อาลัยที่พ่อเราสิ้นพระชนม์เท่านั้น ก็ต้องศึกษาธรรมะให้จิตใจไม่มี โศก ปริเทว ทุกขโทมนัส อุปายาส แต่ความเสียดาย มันมี เพราะฉะนั้น ความเศร้าโศกที่เกิดนี้ไม่ใช่เกิดจากแง่ลบ แต่มันโศกเศร้าเพราะแง่บวก ไม่ได้โศกเศร้าเพราะเสียใจแต่โศกเศร้าเพราะเสียดาย ประเทศไทยที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะเสียใจแต่เพราะเสียดาย ใจมันเสีย เพราะสิ่งที่ประเสริฐสุดมันกำลังหายไป ไม่ได้เสียใจเพราะถูกทำร้ายทำลายอะไร หรือทำความเสื่อมเสียอะไร ไม่ได้เสียใจเพราะมีสิ่งที่เลวร้ายแต่เพราะเสียดายสิ่งที่ดีที่หายไป ขอสรุปว่า เมืองไทยเป็นเมืองประชาธิปไตยที่สุดยอดแล้วขณะนี้ และขอยืนยันว่า การอธิบายประชาธิปไตยขณะนี้ ในด้านของทางโลกเขาก็อธิบายและประพฤติกันอยู่ ทางธรรมของประเทศไทยก็ประพฤติกันอยู่ คนอธิบายประชาธิปไตยกำลังอธิบายกันอย่างเต็มที่ ไม่มีใครต้าน ส่วนคนอธิบายประชาธิปไตยทางธรรมก็มีแต่สายอโศก แต่ทางโน้นไม่มีปัญญาทางการเมืองก็เลยบอกว่าธรรมะอย่ายุ่งกับการเมือง เพื่อหาทางเลี่ยงว่ากูไม่รู้การเมือง กูอธิบายการเมืองไม่ได้ ประชาธิปไตยเป็นอย่างไร กูก็ไม่รู้ คอมมิวนิสต์เป็นอย่างไร กูก็ไม่รู้ สมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นอย่างไร กูก็ไม่รู้ กูขอหลับตาเข้าป่าอย่างเดียว ขอเป็นคนเถื่อนเมืองโบราณอย่างเดียวไม่มีการพัฒนา ศาสนาพุทธไม่ได้ขัดแย้งเรื่องโลกและเรื่องธรรม มีความขัดแย้งกันพอเหมาะ สามัคคีคือความขัดแย้งกันพอเหมาะ ถ้าสังคมใดไม่มีคว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน