590619_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ฉีกหน้ากากเทวดาปลอม.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข10 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590619_รายการวิถีอาริยธรรม ที่บ้านราชฯ เรื่องฉีกหน้ากากเทวดาปลอม โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์(ซ้ำ)

สมณะเดินดินว่า… วันนี้วันอาทิตย์ 29 มิถุนายน 2559 ราชธานีอโศกในช่วงนี้สิ่งที่พวกเราคิดว่าเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง มีผู้นำที่เน้นเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย หลายคนก็พูดกันว่าสิ่งหนึ่งที่ควรจะปฏิรูปคือศาสนา และคนเห็นสอดคล้องกันว่าเป็นเรื่องที่ควรแก้ไข แต่แล้วสังคมไทยที่มีคนจบปริญญาฉลาดมากมายแต่กลับหลงงมงายกับบางเรื่อง พ่อครูพยายามอธิบายเรื่องเทวดามาหลายครั้งแต่เป็นเรื่องไม่ง่ายเพราะความคิดฝังหัวเรื่องเทวดาแบบเทวนิยมมีมานานแล้วในคนไทย กราบอาราธนาพ่อครูอธิบายเรื่องเทวดา

พ่อครูว่า… ความไม่เข้าใจว่าเทวดาคืออะไร มารคืออะไร พรหมคืออะไร ก็เลยไปปฏิบัติให้เกิดภาวะของสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ไม่รู้จักว่าเทวดาที่แท้จริงคืออย่างไร การที่เราปฏิบัติถูกจะเห็นเทวดาเจริญ เป็นเทวดาอุบัติเทพด้วยไม่ใช่เทวดาสมมุติเทพ พระพุทธเจ้าสอนไว้หมด ทุกวันนี้คนเสื่อมจากศาสนาพุทธ แม้แต่กระแสหลักอย่างเถรสมาคมด้วย ไม่มีความรู้เรื่องนี้ จะเหลือเชื้อให้พาบรรดาผู้นับถือปฏิบัติให้ได้สภาวะจริงไม่มีแล้ว เมื่อแยกไม่ออกระหว่างเทวดาอุบัติเทพกับเทวดาสมมุติเทพ ก็เลยปฏิบัติไม่ถูก ขออภัยที่ต้องยกความเห็นของหลักฐานคุณไพศาล พืชมงคลเอามารายงานไว้ ในเฟสบุคว่า.. _อัมรินทร์ทีวี รายงานข่าวด่วนว่า ผลสำรวจโพลประชาชนต้องการให้ยุบมหาเถรสมาคมถึง 73.0% และเห็นว่าควรคงอยู่เพียง 4.3% นับแต่มีมติเรื่องธัมมชโยว่าไม่เป็นปาราชิกแล้ว กระแสต่อต้านได้ขยายตัวอย่างกว้างขวาง มีการด่าทอ และเหยียดหยามอย่างรุนแรง บรรดาผู้นำทางความคิดได้ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่าถ้ายอมรับมตินี้ก็เท่ากับยอมให้พระมีเมีย หรือซื้อบริการทางเพศได้ และอาจไปถึงขั้น

อ่านต่อ

ที่พระแต่งเมียแล้วเอาไปอยู่ในกุฏิ เพราะไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญา แล้วอ้างว่าเมื่อไม่ผิดกฎหมายก็ไม่เป็นปาราชิก แล้วเช่นนี้ก็เท่ากับไม่มีพุทธศาสนาในประเทศไทยแล้ว ใครทำลายพระพุทธศาสนาให้อันตรธานสูญจากประเทศไทย? โพลนี้ตั้งแต่มติของมหาเถรสมาคมไม่รับคำสั่งของสังฆราช ซึ่งท่านมีลายลักษณ์อักษรว่าปาราชิกแล้ว สำหรับธัมมชโย แต่มหาเถรสมาคมกลับไม่เอาตามเป็นความเสื่อมของความนับถือเกิดขึ้นจนต้องการให้ยุบถึง 73%

Sms 17JUN 2559 _ 0818866xxx . ดิฉันฟังค่ะ ฟังทั้งวันที่ลำปาง ฟังซ้ำด้วยค่ะ ฟังแล้วเข้าใจดี โดยค่อยๆ เข้าใจเพิ่มขึ้นจากการฟังซ้ำๆ และนำสิ่งของมาบริจาค ด้วย ส่วนใหญ่ไปชรม.เชียงใหม่ค่ะ _0842561xxx . นมัสการพ่อครู ดิฉันฟังบุญนิยมที่บ้านและอยู่รอดได้เพราะคำสอนของพ่อครูนี้เองเจ้าค่ะ โอ๋สงขลา _0819388xxx . อยากรู้วิธีพ้นทุกข์มากกว่าด่าพระเลว พ่อครูว่า… ก็เทศน์วิธีพ้นทุกข์มากกว่าด่าพระเลวนะ แต่ก็ขอด่าบ้าง พระพุทธเจ้าว่า นิคคัณเหนิคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง นะ

_0893809xxx . กิเลสมารสิงในตัวตนใจล้วนไม่เที่ยงตรงเอาแต่ได้เห็นผิดคิดคำนวณเพื่อตนหลงในอวิชชาชั่วช้าอย่างยิ่ง _0893867xxx . พ่อครูฯสังเกตุกองทัพมนุษย์ดาวขาวชุมนุมเลียนแบบกทธ.มวลมหาปชช.โดยสงบสันติอหิงสาไหมแต่ชาวดาวขาวนั่งสมาธิกลางวัดช่วยบิ๊กufoปกป้องผลปย.วัด!แต่ของกทธ.ในมวลมหาปชช.นั่งสวดมนต์กลางกรุงช่วยช.พ้นภัยรัฐฉ้อราษฎร์!ปกป้องผลปย.ปชช.! เห็นการชุมนุมแสดงศักยภาพมวลเสื้อขาว,มวลมหาปชช.มวลชนแต่ละคข.ภาคปชช.ศักยภาพสูสีแต่เจตนาในการรวมมวลเพื่อปย.ส่วนตนกับปย.ส่วนรวมต่างกันลิบลับ! ก็คงมีแต่มวลธรรมโดยสงบสันติอหิงสาแท้เพื่อให้ได้ปชธต.ที่ปฏิรูปปท.ให้ได้ก็มีมวลเดียวในโลกคือชาวนกหวีดพกมือตบกับรองเท้าผ้าใบใจถึงๆที่ทุกคนรวมกันด้วยใจบริสุทธิ์เพื่อช.ศ.กษฯจริงยิ่งกว่ามวลใด ผู้น้อยกราบขออภัยที่แสดงความเห็นไม่ตรงประเด็นพ่อครูเทศน์แค่อยากจะบอกพุทธธก.ว่าปท.ไทยไม่ได้มีมวลเสื้อขาวใหญ่อยู่มวลเดียวศาสนาพุทธไม่ใช่ของธก.วัดเดียว!ชาวพุทธมังสะวิรัติฯ ตอบ….ถ้าจะนับมวลต้องนับมวลผู้มีเนื้อหาพุทธที่ตรงตามพระพุทธเจ้าสอนมากกว่ากัน มั่นใจว่าอโศกมีมากกว่า 0816800xxx ไปทำบุญที่ศาลีอโศกได้ 6 ครั้งแล้วนะคะ..แต่หนังสือ 7 เล่มยังอ่านไม่หมดเลยค่ะ พ่อครูว่า… ผู้จะบริจาคให้แก่ชุมชนต้องมาคบคุ้นรู้จักกันอย่างต่ำ 7 ครั้ง อ่านหนังสือธรรมะหรือฟังเทศน์ ฟังธรรมของชาวอโศกอย่างน้อย 7 เล่มหรือครั้ง และต้องเข้าใจจุดประสงค์แท้จริงในการใช้เงินของชุมชน หากผู้บริจาคตั้งเงื่อนไขพ่วง ทางชุมชนก็จะไม่รับ มีบางส่วนที่รับจากงบประมาณของหน่วยงานรัฐตามระบบกฏหมาย แต่มิได้เป็นส่วนหลัก

_0818557xxx . กราบนมก.พ่อครูที่เคารพยิ่ง ลูกมีความเห็นว่าชาวอโศกทุกท่านร่ำรวยมากๆ จากการทำงานที่ไม่มีเงินเดือนแต่ทำด้วยใจ ดังนั้นทุกๆท่านร่ำรวยแรงงานและร่ำรวยน้ำใจมากๆๆค่ะ ทำให้ทุกวันนี้อโศกยื่งใหญ่มากนะคะ กระจายไปทั่ว และเป็นที่จับตามองของคนนอก เจ้าค่ะ

พ่อครูว่า… เทวดา มาร พรหม ก็คือจิตวิญญาณหรือจิตใจ ศาสนาเทวนิยมไม่เข้าสู่จิตใจที่ปฏิบัติได้ ไปยกเอาเทวดามารพรหมที่อดีตและอนาคต ปัจจุบันไม่มี บอกว่าถ้าจะเป็นเทวดามารพรหมก็ต้องตายไปเสียก่อน จิตวิญญาณในร่างกายของเราปัจจุบันนี้ไม่เป็นเทวดามารพรหม ประเด็นนี้คือเขาไม่ได้เรียนปัจจุบันที่พรหมชาลสูตรสอนไว้ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าจิตเทวดามารพรหมก็อยู่ในตัวเรานี่แหละ ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติในปัจจุบันยังงมงายอยู่ในอดีตและอนาคต อดีตมันผ่านไปแล้ว อนาคตมันก็ยังมาไม่ถึง ตายไปแล้วต้องรับวิบากอย่างเดียวแก้ไขให้อนาคตดีขึ้นไม่ได้หรอกตอนตายไปแล้ว จิตวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วจะมาทำให้วิบากที่ทำไปแล้วตั้งแต่ตอนเป็นเป็นเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นไม่ได้หรอก ให้เสื่อมลงก็ไม่ได้ต้องรับผลเป็นนรกสวรรค์ตามนั้น จะแก้ไขได้ต้องเป็นจิตวิญญาณในปัจจุบันนี้ การนั่งหลับตาสมาธิจึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณได้ เพราะว่าไม่มีปัจจุบันมีแต่อดีตกับอนาคต ปัจจุบันมีกามกับอัตตา กามคือโลกภายนอกทั้งหมด เกี่ยวข้องกับตาหูจมูกลิ้นกายใจกระทบสัมผัสกับลาภ แล้วอยากได้หรือไม่อยากได้ ดูดหรือผลักก็ดูสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ไม่ใช่การปั้นเอาในจิตเป็นเทวดาบนสวรรค์มีสระอโนดาตอะไรต่างๆไม่ใช่ ต้องแก้ไขกิเลสในปัจจุบันที่เกิด มารก็ดีเทวดาก็มีชื่อผู้มีกิเลสทั้งนั้น เป็นเทวดาทั้ง 6 ชั้นนั่นแหละคือผู้มีกิเลส จะเรียกเป็นเทวดาหรือสัตว์นรก สัตว์เปรตก็ดี แต่มันคือกิเลสที่เลวร้ายชัดๆ ยังมีความเดือดเนื้อร้อนใจ วิปฏิสาร กับจิตที่โหดเลวร้าย ตนเองก็เดือดร้อน และมีพฤติกรรมเลวร้าย พอเป็นเทวดา 6 ชั้น ในขั้นของเทวดาชั้นจาตุมหาราชเป็นขั้นที่เลวร้ายที่สุดกับขั้นปรนิมมิตตวสวัตตีเป็นขั้นที่เลวร้ายซ้ำซ้อนที่สุดเช่นกัน หากเชื่อว่าตายไปแล้วค่อยเป็นเทวดามารพรหม เราก็จะจำนนว่าแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ตอนเป็นเรามีไหม เราต้องเรียนรู้ในปัจจุบันที่มีอาการของเทวดามารพรหม ต้องอ่านอาการลิงคนิมิตอุเทส การบัญญัติคำว่าเทวดา 6 ชั้นนี้มีมาแต่โบราณแล้ว ศาสนาฮินดูก็มีมาแล้ว แล้วพระพุทธเจ้าอุบัติมาก็เอามาใช้ แล้วบัญญัติเป็น 3 คือ สมมุติเทพ อุบัติเทพ วิสุทธิเทพ สมมุติเทพคือพูดกับคนอื่นได้รู้เรื่อง ไม่ใช่เป็นวิมานที่ปั้นเอาพูดไม่รู้เรื่องกันได้ แต่ของพุทธนี้ต้องร่วมรู้กันได้ มีปัญญารู้ด้วยกันได้ คนชั่วเขามีความชั่วทางกาย วาจา แล้วมีใจเป็นประธานที่ไม่พาเจริญก็มาจากใจ เราก็มาพูดยืนยันกันรู้เรื่อง แล้วเปลี่ยนแปลงจิตใจของใครก็ของใครที่มีความชั่วอยู่ โดยใช้ไตรสิกขาของพระพุทธเจ้ากำจัดมาร เทวดาในจิตได้ แต่ถ้ารอเทวดาในอนาคตก็ไม่ถึงสักที รู้ไม่ได้ ไม่ได้ปฏิบัติในปัจจุบันได้ บางคนถูกหลอกว่ามาทำทานที่นี่ เพราะทำทานกับอาจารย์ยิ่งใหญ่ สามารถพาพวกเราร่ำรวยขึ้นสวรรค์ มีวิมานในอนาคตมหาศาล แก้ไขอดีตได้ด้วย อย่างนายไชยบูลย์บอกให้คนมารวย แต่ในหลวงบอกให้คนมาจน แล้วคุณจะเชื่อใครมากกว่ากันนะ แนวคิดของคนนรกกับคนสวรรค์นั้นต่างกัน คนละอย่างเลย มันเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ประเทศไทยมีในหลวงเป็นประมุข ส่วนธัมมชโยนี้ สังฆราชสั่งปาราชิกแล้ว โพลประชาชนก็ตัดสินแล้วดังโพลที่มาอ่าน แต่มหาเถรสมาคมว่า ไม่ปาราชิก ความเจริญของเทวดาโลกีย์สมมุติเทพคือสมมุติ ส่วนความเจริญของเทวดาอุบัติเทพคือปรมัตถ์ จิตที่เกิดอาการสุขก็คือเทวดา จิตที่เกิดอาการทุกข์ก็คือนรก หรือจิตที่เกิดอาการสุขเป็นความดีงามกับจิตที่เกิดอกุศลเป็นทุกข์ สุขนี้เป็นของเก๊ ของเท็จ สุขนั้นไม่มี หมดสุขทุกข์ก็หมด สวรรค์คือเงาหลอกของทุกข์ ที่จริงมันบำเรอกิเลสตัณหาอุปาทานต่างหาก มันเป็นตัวมาร เมื่อคุณบำเรอมารให้สมใจคุณก็โง่ มารมันหลงว่าสุขนั้นมี มันหลงว่าสุขนั้นจริงด้วย ก็เลยต้องเสพสุขตลอดเวลา เมื่อกำจัดเหตุได้ก็ดับหัวใจวิญญาณของมารสนิทกลายเป็นวิสุทธิเทพ เทวดาทั้ง 6 ชั้นคือของเก๊เพราะเป็นเงาความสุข ตัวจริงของเงาความสุขคือมาร เทวดาแท้ๆคือมารจริงๆ มารคือพ่อของเทวดา เทวดา 6 ชั้นคือลูกของมารเป็นของเก๊ คือสุขขัลลิกะ จตุมหาราชเป็นผู้มีอำนาจทั้ง 4 ทิศ ล่ามาให้ได้แล้วก็นึกว่าสุขนี้เป็นของที่น่าได้ทั้งที่มันเป็นของเท็จ สุขของพระพุทธเจ้านี่เป็นสุขที่ไม่ใช่เทวดาสุขที่ไม่มีภพชาติ เป็นสุขที่สงบสนิทรู้ความจริงตามความเป็นจริง ต้องมาคำนึงถึงความเป็นจิตวิญญาณในปัจจุบันว่ามีอยู่ในตัวเราไหมถ้ามีเราต้องเรียนรู้จิตวิญญาณของเราให้ได้ คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนถึงจิตเจตสิกรูปนิพพาน สอนถึงพระอภิธรรม เรียนรู้อาการจิต ของเทวดาทั้ง 6 ชั้น จตุมหาราชคือพวกบ้าอำนาจ พวกตัณหาเต็มบ้อง ล่าให้ได้สมลาภยศสรรเสริญโลกียสุข สุขบำเรอกามกับอัตตา ต้องศึกษาในปัจจุบันในคนเป็นๆ ต้องมีกระทบสัมผัส แล้วเกิดอาการมาร เทวดา ต้องได้มา ต้องได้เสพ ทางทวาร 6 ตามรสที่ชอบใจ เป็นสุข ตามที่อุปาทานไว้ ชอบก็เอามาให้ได้นานๆมากๆยาวๆเป็นยามา พอได้สมใจก็เป็นดาวดึงส์เป็นสุข เขาเรียกวาอาการ 33 เกินความจริงของอาการ 32 ของคน พวกดุสิตคือแดนสงบแดนพักว่าง โลกีย์ก็มีแดนพักยก อารมณ์เคหสิอุเบกขาเวทนา จตุมหาราชต้องแย่งชิงเป็นเจ้าโลกทั้งสี่ทิศให้สมโลภะ ราคะ พอได้สมใจจิตเป็นดาวดึงส์ ปลอมเก๊ ผู้ใดล้างได้หมดก็จบ ยามาคือบอกเวลา ให้ยาวนานที่สุด เป็นโลกีย์ก็เป็น ดุสิตเป็นแดนสงบหยุดพัก ท้าวสันตุสิตเป็นใหญ่ก็มีสมมุติเรียกชื่อกันไป แล้วไปเป็นใหญ่แบบโลก เป็นเคหสิตอุเบกขาที่ยึดมั่นหลงเสพ ชั้นที่ 5 คือยินดีในนิมิต นิมมานรดี คือ นิมมาน กับ รดี หรือ รตี คือบำเรอกิเลส คือการเนรมิตมาบำเรอตนอย่างยินดี จะได้เสพก็ต้องหามาอย่างล่าเอามาให้ได้ แล้วได้เสพเป็นดาวดึงส์ ให้ยาวนานที่สุดยามา แล้วจะให้นานเช่นไรมันก็ต้องมีพัก ชั้นที่ 6 คือปรนิมมิตตวสวัตตี เป็นเทวดาชั้นสูง ถ้าทั้งสูงและเลว คือเป็นเทวดา 5 ชั้นนี้เต็มบ้อง ได้ทั้งสมใจสภาพจตุมหาราช สมใจในดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี คือสภาพปรนิมมิตตวสวัตตี ถ้าเป็นเทวดาเก๊ เป็นภพชาติหนาหนักแน่น เป็นอวิชชามืดบอด ปรนิมมิตตวสวัตตีคือกิเลสที่อยากได้สวรรค์ 6 ชั้นนี้แหละที่ต้องได้ ต้องศึกษาอบายที่เป็นนรกหยาบ ปรนิมมิตตวสวัตตีคืออวิชชาของเรา เมื่อเรารู้ว่าเราหลงเทวดาเก๊หนักหนา ของเรามีไหม ต้องอ่านจิตตนให้ออกอาการจิต ปรนิมมิตตวสวัตตี มีคุณสมบัติทั้ง 5 อย่างเต็มบ้อง ถ้าเราเป็นเสขบุคคลจะรู้ปรทัตตูปชีวีของตน แปลว่าต้องรู้ว่าอันนี้ต้องเกี่ยวข้องกับตน อย่างน้อยรู้จากพระพุทธเจ้า (สยัมภู) หรือผู้รองมาเป็นสยังอภิญญา รองมาเป็นปัจเจก ก็ต้องรู้จากผู้อื่นก่อน เสขบุคคลต้องได้ยินมาก่อน แล้วมาเรียนรู้ปฏิบัติเห็นเปรตของตน นี่คือตาทิพย์ที่เป็นเทวดาหลงผิด แท้จริงคือสัตว์นรก ต้องเห็นเปรตและสัตว์นรกในตน แล้วสยัมภู ปัจเจก สยังอภิญญาท่านสอนวิธีกำจัดกิเลสอย่างไร เราก็เอามาทำ แล้วชำระกิเลสได้ส่วนแห่งบุญ บุญประหารกิเลสไป ไม่หมดสิ้นอาสวะเป็นสาสวะ เป็นผู้มีส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ อุปาทานขันธ์ 5 ก็ลดเป็นส่วนๆไป ถ้าหมดก็หมดไป ไม่มีส่วนบาป เครื่องชำระก็หมด หมดหน้าที่ของบุญด้วยเพราะได้ถาวรแล้ว แต่ถ้ายังมีอยู่ก็ต้องทำไปต่อ ผู้ปฏิบัติธรรมเห็นจิตวิญญาณตนว่าเป็นมาร ผี เทวดาเก๊ก็กำจัดเหตุ หัวใจของมาร ประหารให้ตายลงได้ก็เป็นเทวดาอุบัติเทพ เกิดจริง อุบัติจริง จนสะอาดบริสุทธิ์เป็นวิสุทธิเทพ ก็ลดความเป็นเทวดา 6 ชั้นนี้ได้ ลดการล่าโลกธรรม ลดภพชาติเสพสุขบำเรอตนเป็นดาวดึงส์ ก็ลดลง เป็นคนบุญ คนดับหมดก็เป็นคนหมดบุญ ไม่มีดาวดึงส์ จาตุมหาราชิกา ถ้าทำได้ไม่หมดก็มียามา ได้พักเป็นดุสิต โดยจิตเราไม่พักยก แต่หยุดดับได้เพราะเราทำ ปฏิบัติจริง เป็นผลให้เกิดการลดละหยุดที่มีประสิทธิภาพสูง ลดระยะเวลาการเป็นดาวดึงส์ ได้หยุดพักอย่างเนกขัมสิตอุเบกขาได้มากขึ้นไม่ใช่เคหสิตอุเบกขาเวทนา เราก็รู้ว่าเราเป็นเทวดาดุสิตแบบเนกขัมมะไม่ใช่แบบเคหสิตอุเบกขา รตี(ฤดี)แปลว่าความรื่นรมย์ยินดี ความร่วมสังวาสความเป็นเมถุนถ้าคนสร้างวิมานแห่งนี้แสพรสให้แก่ตนเอง เป็นเมถุน คือสัมผัสเสียดสี รูปก็สัมผัส เสียดสีสัมผัส ก็ต้องลดลง ลดดาวดึงส์ลดรสเท็จรสเก๊ที่คุณคิดว่าจริงมานาน นิมมานรดีก็เป็นเทวดาที่ไม่สร้างไม่ทำแบบผิด ปรนิมมิตตวสวัตตี ก็เป็นเทวดาที่รู้จักสิ่งอื่น นิมิตคือเครื่องหมายที่ให้เรารู้ว่า จตุมหาราช เป็นอาการอารมณ์ของเรา เครื่องหมายนี้แสดงว่าเราอยากได้ยาวนานเสพรสเป็นยามาหรือพักยก หรือมันหยุดเพราะเราทำเหตุให้ดับ หยุดได้ถาวรเลย ก็ไม่เกิดอาการอีก จนถึงนิมมานรดี ก็รู้อาการของสัตว์เทวดาเก๊ ก็ทำลายมันได้เป็นปรนิมมิตตวสวัตตี ก็รู้มากกว่าสามัญโลกีย์รู้ การสร้าง วสวัตตี คำว่า วส แปลว่าอำนาจ คำว่า วัตตี คือการหมุน ถ้าเป็นโลกีย์จะสร้างจักรกลไปล่า เป็น “ปร” แบบปลอม เป็นเทวดาปลอมที่คนอื่นทำไม่ได้ง่ายๆเลย นิมมานรดีก็สร้างให้แก่ตนระดับหนึ่ง เช่นคุณไปล่าเอาเงินทองมาได้ก็เอามาบำเรอตนไป ก็เป็นนิมมานรดี เป็นจตุมหาราชก่อน ได้มาก็สร้างภพชาติบำเรอรตีเรา บำเรอเมถุนของตน สร้างเองทั้งนั้นเป็นอุปาทานทั้งนั้นเป็นของเก๊ ส่วนปรนิมมิตตวสวัตตี รู้อื่นอีก มีทั้งเราและเขามาช่วยกันอีก มีบริวารลิ่วล้อมาช่วย มีอาณาจักร หลงว่าเป็นเทวดาแต่แท้จริงคือสัตว์นรก อย่างคุณบุญชัยออกมารับรองว่านี่คือผู้จะพาเราไปยิ่งใหญ่เป็นสวรรค์ 2 เป็นลักษณะจิตอื่นที่ผู้มีภูมิปัญญารู้ว่านี่คือจิตอื่นไม่ใช่ของจริงเป็นเทวดาเก๊คือสัตว์นรก นั่นเอง กำจัดได้เป็นส่วนแห่งบุญ ได้หมดก็หมดบุญ เทวดา 6 ชั้นนี้เป็นภพชาติ ถ้าอยากได้ก็เป็นภพชาติ หากล้าง 6 เทวดานี้ได้ก็หมดภพชาติ ตัวจริงคือสัตว์นรก แต่เงามันคือเทวดา เป็นเทวดาเก๊ เท็จ สุขขัลลิกะ ตัวจริงมันคือทุกข์อาริยสัจ ไปถามพวกมาซูคิส คือตนเองเจ็บปวดทรมานแล้วจะมีความสุข ส่วนซาดิสม์ก็เห็นทุกข์ทรมานของคนอื่นแล้วสุข เช่น พวกเชียร์มวย เป็นต้น พวกที่ชอบเอาชนะคะคานคนอื่น ทำร้ายคนอื่นคือซาดิสม์ทั้งนั้น พวกเชียร์บอลตอนนี้ก็ด้วย มันเสียเวลาแรงงานทุนรอนไม่เกิดผลประโยชน์อะไร ยั่วย้อมให้คนเสพรส แล้วตนเองก็ติดแทคติคที่เก่งกาจ ก็เป็นความสามารถในการสร้างความชำนาญเท่านั้นเอง แล้วไปดูมันเก่ง แล้วมันเอาชนะได้ มีแต่ลมๆแล้งๆ เสียเวลาทุนรอนแรงงานแทนที่จะเอาไปทำมาหากิน เอ็งติดมากเท่าไหร่ต้องมาจ่ายให้ข้ามากเท่านั้นเป็นวิธีการทุนนิยม ใจร้ายเอาวิธีพวกนี้มาหาเงิน สร้างเหตุปัจจัยให้หรูหราฟู่ฟ่ายิ่งใหญ่เป็นโอลิมปิก เป็นเกมต่างๆ จะว่าไปแล้ว แล้วเขาก็มีสุขของเขา เขาก็ว่าอาตมามาขวางเขาทำไม? อาตมาว่ามันตกต่ำ เสียเวลาทุนรอนแรงงานทำไม คนที่ได้ประโยชน์คือนายทุน แม้ตัวนักกีฬาก็ได้ประโยชน์จากนายทุนที่จ้างไว้เป็นอุปกรณ์หาเงินให้เขา เป็นวิธีทุนนิยม ที่บานปลายมากแล้ว หลงงมงายหนักเกินเฟ้อไกล สร้างวิธีการเปลืองผลาญ เวลาจะจัดโอลิมปิกก็ให้ยิ่งใหญ่กว่าเขาต้องฉิบหายมากกว่าเก่า ถ้ามันเหาะเหินเดินน้ำไปจุดไฟโอลิมปิกได้มันทำนะ เพื่อมอมเมาคนให้หลงยิ่งใหญ่มหาศาลบานทะโร่ คนก็หลงมหัปปิจฉะ จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก คนมาเที่ยวน้ำตกเป็นรถทัวร์ พ่อครูเลยบอกว่าที่นี่ไม่มีสิ่งมอมเมา ไม่เป็นที่ท่องเที่ยวนะ ไม่ได้เป็นที่หลอกเอาเงินใครนะ แต่ให้มาศึกษามาพักผ่อนที่นี่ ว่าที่นี่ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ก็ขอบอกชั้นๆว่า ผาแหงนใหญ่ๆนี้คือส้วมของชาวอโศกกับที่ไว้แท้งน้ำ ขึ้นไปดูได้ไม่ได้เป็นที่พักหรือวิมานหรือขายของ ที่โลกๆเป็น แต่เป็นที่ใช้งานเป็นประโยชน์ ก็เชิญอะไรเป็นประโยชน์ก็ยินดีต้อนรับ ส่วนพระพุทธรูปนี้ใครจะกราบก็เชิญเป็นพระพุทธรูปปางตรีลักษณ์ แต่อย่าเอาดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาเป็นเทวนิยม ที่นี่เป็นแบบอเทวนิยมก็ยินดีต้อนรับ ถือว่าอาตมากล่าวต้อนรับก็แล้วกัน make it easy การนั่งหลับตาแล้วไปเห็นสวรรค์หรือนรกสวรรค์หรือนรกนั้นก็เป็นแดนแห่งจิตวิญญาณของใครของมัน นรกมันก็มีจริง สวรรค์มันก็มีจริงสวรรค์คือแดนที่เราชอบใจ นรกคือแดนที่เราไม่ชอบใจ สวรรค์นี้จะต้องสัมพันธ์ไปด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เมื่อสัมผัสแล้วก็จะเกิดรสชาติ แล้วถ้าคุณจำไว้ก็กลายเป็นภพจำ ที่ไม่จริงเท่ากับที่สัมผัสจริง สวรรค์นั้นมันไม่มีจริงหรอกมันมาแว๊บเดียว ตอนที่สัมผัสนั้นหรอก แล้วมันก็หายไปเหลือแต่ความจำ แต่คุณไม่จำหรอกสวรรค์นั้นจำได้ช้าได้น้อยแต่นรกนี่จะอยู่นานกว่ามีอุปาทานว่าจะได้อย่างนั้นอย่างนี้ ยกตัวอย่างเช่นฝรั่งเขาไม่รู้จักปลาแดก เป็นของเน่าเขาว่าอย่างนั้น แต่พอมาสัมผัสบ่อยๆเข้าขอลองซิ ก็ทำใจโน้มน้อมไปตามเขา ก็เป็นรสอย่างนี้เป็นอย่างนี้เขาก็ชอบ เราก็เลยชอบไปตามเขาบ้าง ก็คนเหมือนกันเขาก็ยังอร่อยได้ เราก็เลยถูกครอบงำความคิดไปชอบตามเขา หนักเข้าฝรั่งก็มีอุปทานเห็นตามรอยตามนักข่าวฝรั่งเกาะติดปลาแดก เพราะฉะนั้นกิเลสจึงเป็นสิ่งที่เอาตามเขาเอาตามคนที่หลอกทั้งนั้นแหละ แล้วก็เห็นว่ามันจริงอะไรจริงแต่มันเป็นของแท้ มันเป็นดาวดึงส์ที่สร้างมาเป็นอาการที่ 33 ที่ไม่มีจริงหรอก มันเป็นของสร้างวิมานขึ้นมาถ้าอาการที่กระทบสัมผัสทำงาน เป็นสสัมภาระ เล็บขนฟันหนังตับไตไส้พุง ทำงานก็มีอาการของมัน มันไม่มีรักไม่มีชัง อาการ 32 ของร่างกาย ทวัตติงสาการ มันไม่มีอาการดาวดึงส์สุขทุกข์หรอก มันทำหน้าที่ของมันว่าอันนี้เบา อันนี้หนักอันนี้แข็งอันนี้อ่อนเป็นอาการของมัน แต่เมื่อคุณสร้างภพว่าน่าได้น่ามีเป็นรตี (ความพอใจเพลิดเพลินยินดี) ยกตัวอย่างสัจจะความจริงให้ฟัง คำโกหกนี้ไม่ใช่ของจริงแต่คำโกหกนี้มีจริงทำกันอยู่โครมๆ มนุษย์ทำคำโกหกจริง แต่ความโกหกเป็นความไม่จริง มนุษย์สร้างดาวดึงมาเป็นอาการที่ 33 แต่ที่จริงแล้วดาวดึงส์มันไม่มีจริง มนุษย์ไปยึดว่ามันมีจริง แล้วหลงว่ามันน่ามี น่าได้ น่าเป็น น่าได้ดาวดึงส์แล้วไปเสพเป็นสุข แต่สุขสงบนี่ประเสริฐกว่าดาวดึงส์อย่าให้ใครเอาดาวดึงส์มาหลอก อย่างสำนักใหญ่ๆที่ทำนี้ แล้วตนเองเป็นอะไรเป็นจตุมหาราชิกาดาวดึงส์ เขาได้นะเทวดาทั้ง 6 เป็นเทวดาภพชาติวิมานหลอก แล้วหลอกคนอื่นที่ไม่เข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้าให้หลงตาม หลอกอาตมาไม่ได้ หลอกผู้มีปัญญาไม่ได้ที่ไม่ติดบ่วงเป็นเหยื่อของสำนัก นี้ ส่วนพระพรหม คือจิตบริสุทธิ์ วิสุทธิเทพ ผู้หลงเทวดาคือสมมุติเทพ จนมาล้างเทวดาเก๊นี้ออก เกิดเป็นเทวดาอเทว คือล้างเทวะออกได้จึงเป็นเทวะ อเทวนิยมคือผู้รู้จักเทวะแล้วไม่เอาเทวะแต่เป็นผู้ได้เทวะ รู้ว่าเทวดาเสพสุขโลกีย์นั้นเก๊ เราก็มาล้างออกจนเป็นอุบัติเทพ จนสะอาดหมดเป็นวิสุทธิเทพ เป็นผู้หมดสมมุติเทพ หมดโลกียรสแล้ว นี่คือโลกของเทวดา คนที่หลงผิด ไปแย่งชิงลาภ ยศ สรรเสริญ โลกธรรม สุขด้วยกาม สุขด้วยอัตตา ไม่มีที่สิ้นสุดก็เป็นจอมมาร จอมยักษ์ จตุมหาราชิกา ยิ่งได้เสวยโลกธรรมก็เป็นปรนิมฯ ถ้าเป็นโลกุตระก็เป็นผู้ลดอำนาจบาทใหญ่ที่เป็นจตุมหาราชิกา ลดเสพรสดาวดึงส์ ลดเวลายามาก็ได้ดุสิตที่เป็นแดนพักที่เป็นสันตุสิตเทวราช เป็นเทวะที่สันติสงบแท้จริง เป็นยามายาวนาน รู้เนรมิตสร้างให้ลดกิเลส เพราะรู้ตั้งแต่ปรทัตตูปชีวิ จิตอื่นรู้จักปรสัตตานัง ปรปุคคลานัง รู้ว่าสัตว์นี้เป็นสัตว์นรก สัตว์เทวดา รู้ว่าปุถุชนเป็นอย่างไร กระทำความเป็นอาริยชน กัลยาณชน คืออย่างไร ศาสนาเทวนิยมก็จะวนเวียนกับดี แต่มันดีฉาบฉวย พอเขาจับได้ไล่ทันก็ไปไม่ออก สรุปแล้วเป็นผู้มีความรู้ที่ต่างไปจากปุถุชนคนสามัญ ถ้าเป็นปรินิมฯก็เป็นผู้มีบริวารค่อยช่วย เป็นความเป็นยักษ์มารที่ยิ่งใหญ่ อาตมาบรรยายไปแล้วก็รู้ว่าไม่ง่ายที่จะเข้าใจ เอาง่ายๆที่ในหลวงตรัสว่าขาดทุนของเราคือกำไรของเรานี้ก็ไม่ง่าย พอทำให้เป็นดุสิตแบบโลกุตระได้ ยามาก็จะลดลง เมื่อทำได้ก็ได้ยามาของโลกุตระด้วยที่ทำได้เพราะลดดาวดึงส์โลกีย์ ลดจตุมหาราชิกาได้ ลดได้ก็ลดนิมมานรดีกับปรมินมิตวสวัตตีได้ด้วย พระโพธิสัตว์ก็มีพักที่ดุสิต จนกว่าจะถึงเวลาทำงานก็ออกมาทำงาน ท่านไม่ได้อยากหรือไม่อยากออก แต่คนที่ไม่ใช่อรหันต์ขั้นไปไปพักที่ดุสิต ประเดี๋ยวมันก็อยากใหม่ มันก็ออกมา แล้วออกมาตนเองไม่รู้จักยามา แต่ใจตนอยากได้อายุทิพย์ ให้เป็นเทวดาเสพสุขยาวนาน แท้จริงตนได้เสพแล้ว ที่จริงเหตุปัจจัยที่จะได้เสพหมดไปแล้วก็อยากใหม่ก็ออกมาใหม่ ยามาก็สั้นลง ก็ทำลายพักยกดุสิต สิ่งเหล่านี้โลกีย์ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เวลาก็สั้นลงกลับมาเป็นสัตว์นรกมาเป็นจตุมหาราชิกา ล่ากามล่าอัตตาใหม่ก็วนอยู่เช่นนี้ จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน