590616_พุทธศาสนาตามภูมิ ธัมมจักกัปปวัตนสูตรแบบพิสดาร.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข10 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590616_รายการพุทธศาสนาตามภูมิ เรื่องธัมมจักกัปปวัตนสูตรแบบพิสดาร โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2559 ที่บ้านราชฯ มาอ่าน SMS ก่อน SMS 15 มิ.ย. 2559 _ 0818557xxx . กราบนมก.พ่อครู ลูกว่าธัมมี่เป็นคนวางแผนเองทั้งหมดทั้งสิ้น ทุกกลยุทธ์เลยเจ้าค่ะ.. พ่อครูว่า… น่าจะจริงอย่างหมอมโนว่า

_0890529xxx . ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ก็จะเป็นมารอันใหญ่หลวง มีความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นไฉนจะได้บรรลุสู่ความเป็นพุทธะเล่า ธรรมะเป็นหลักชำระกิเลสแต่ถ้าเอาปัญญามาหาประโยชน์ตนถ่ายเดียวเป็นคนสกปรก เป็นอสุจิมนุษย์เป็นคนสกปรกอย่างยิ่ง _0814387xxx . วันนี้พ่อท่านไม่ไอเลยสาธุ _0892297xxx . ฉันชอบพ่อท่านเทศน์ตอนองค์ลงเจ้าค่ะเพราะเฉาะแล้วคว้านกิเลสพวกอลัชชีเต่าถุยในกระแสหลักได้ชัดสุดยอดปรอทแตกเลยเจ้าค่ะ _0893867xxx . ที่อธรรมแข็งแกร่งมานานเพราะเขาสามัคคีมีกลุ่มเป็นเอกภาพเหนียวแน่น!พลังธรรมะจึงทำอะไรไม่ได้ เพราะพลังกลุ่มธรรมยังไม่รวมตัวให้เข้มแข็งพอ!พ่อครูว่า ถูกไหม? พลังสามัคคีคนไทยทำไมรวมตัวได้แข็งแกร่งแต่ในวันพ่อฯ วันแม่ฯ?เพราะทุกคนรักสถาบันฯใช่ไหม? ถ้ารักศาสน์ทำไมคนมีศีลธรรมไม่รวมตัวปกป้องศาสนาให้เข้มแข็งเช่นนั้นบ้าง? พ่อครูว่า… ใช่ อโศกนี่แน่น แน่นและแข็งแกร่งแต่พิเศษที่ไม่ติดยึด และมันยังไม่ถึงองค์ประกอบสมบูรณ์ ยังไม่ถึงเวลา ถ้าได้แล้วจะมีความแข็งแรงเที่ยงแท้ยั่งยืนในต้ว ไม่มีการแปรเปลี่ยน เราเน้นเนื้อให้เหนือกว่ามากเน้นลากแม้ยากกว่าแล่น เน้นจริงให้ยิ่งกว่าแค่นเน้นแก่นให้แน่นกว่ากว้าง

_0865356xxx . ใจเที่ยงตรงคือพุทธะ ใจผิดเพี้ยนคือมาร ใจโลภคือเปรต ใจหลงคือเดรัจฉาน.. น้อมกราบพ่อครูเมตตาอธิบาย สาธุ พ่อครูว่า… เปรตคืออะไรคือใจโลภที่บำเรอตนเอง ต้องเ

อ่านต่อ

ห็นความเป็นเปรตในตน เป็นสัตว์โอปปาติกะ เป็นผีเป็นเปรตในตน เป็นเสขบุคคลที่รู้อาการเปรตในตน มันเป็นจิตอื่น ปรสัตตานัง ปรปุคคลานัง มันไม่ใช่ตัวเราเป็นแขกจรมา เป็นปรทัตตูปชีวีที่ซ้อนอยู่ เป็นทั้งในตัวเองและในองค์ประกอบ หลงติดยึดเป็นเดรัจฉาน อย่างที่เห็นทำไปสารพัด

_0805925xxx . พระไทยส่วนมากบวชนานแก่หลายแดดมักอังเปาพระฝรั่งตั้งใจบวชหนีเวรกรรม ตั้งใจเผยแผ่ธรรมพระไทยบวชนานหลงลาภยศจิงเดี๊ยะๆเห็นกันอยู่เนอะ _0850278xxx . กราบนมัสการพ่อครู ขอบพระคุณที่ช่วยขยายความเรื่องกามและอัตตาทำให้ลูกมองเห็นกามหยาบๆในตัวเองชัดขึ้น จะตั้งใจพยายามฝึกฝนลด ละ เลิกให้ได้ค่ะ _0893867xxx . ติดสุขเป็นเทวดาสวรรค์ 6 ก็ยังต้องดับต้องเกิดอีกไม่ถึงนิพพานอยู่ดี! _0893867xxx . เป็นชายเทวดาเป็นหญิงเทวดา14มีใจสูงถือศีล5ศีล8จนถึงอพยาปาท,สัมมาทิฏ ฐิ,สีลวา,กัลยาณธัมโม,วิคตมลมัจฉริยะ,อนักโกสกปริภาสโกสมณพราหมณาพาสู่ทางนิพพานดีกว่าสวรรค์6วนในวัฏฏะมิจบสิ้น! _มีคำถามว่า"ทำไมพ่อท่าน จึงยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่อิดออด หรือใช้ลูกศิษย์เป็นโล่ห์มนุษย์? พ่อครูว่า... กรณีขึ้นศาลเราก็เดินทางไปขึ้นศาลปกติ ไม่เคยใช้ลูกศิษย์เป็นโล่ห์เลย เราต้องเป็นโล่ห์ให้คนอื่นด้วย คนเอาคนอื่นเป็นโลห์ไม่ใช่คนจริง

_มีเรื่องเล่าจาก blog OK nation ของ BARRACUDA : เรื่องเล่าของนายปลาสาก ….. บ้าไปกันใหญ่แล้ว ถ้าคิดแบบ "สมีธัมชโย" และเหล่าสาวก สรุป จากแถลงกาณ์สาวกลักธิจานบิน เรียกร้องกับ ดีเอสไอ ว่า สมีโยเย ยังไม่ยอมมอบตัว เรียกร้อง จะหนีกบดานอยู่ในวัดจานบิน จนกว่าจะแต่งตั้งสังฆราชแล้วเสร็จและให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย หลังการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ทำไมต้องรีบมาจับ สมีคนชั่ว เพราะคดีนี้มีอายุความตั้ง 15 ปี ดำเนิดคดีเมื่อใดก็ได้ เพราะตอนนี้ "สมีโยเย" ได้ถูกพระบางรูปและคนบางกลุ่ม หวังกลั่นแกล้งและเป็นการหวังทำลายพระศาสนาพุทธในประเทศไทย

เริ่ม อิงการเมืองแล้ว...มาแนวเดียวกับ หน้าเหลี่ยม หนีคดีเลย แต่ ที่สมเพชเวทนาที่สุด คือ สาวก ทั้งหลายของสมีโยเย ที่ งมงาย จนไร้ซึ่งเหตุผล แยกแยะดีชั่วไม่ได้ แยกแยะเรื่องทางโลกทางธรรมไม่ได้แล้ว แสดงว่าประเทศไทยนั้น เสื่อมและทราม นั้นเกิดขึ้นเพราะ คนไทย ส่วนใหญ่ เห็นแก่ความชั่วร้าย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ความเชื่อส่วนตนเอง มากกว่า คุณธรรม ศีลธรรมและความดี ความถูกต้องของสังคมส่วนรวม

แต่...พวกเจ้าสาวก สมีโยเย ทั้งหลายยอม "บ้า" ไปแล้ว แถ-ลง แบบ โง่ ๆ เพราะอย่างนี้ใช่หรือไม่ 1. จะมอบตัว ถ้ามี การแต่งตั้งพระสังฆราช แล้วเสร็จ เรื่องนี้มิได้เกี่ยวกับคดี รับของโจรและฟอกเงินที่ สมีโยเย โดนหมายเรียก หมายจับ หมายค้น ออกโดยศาลอาญา ซึ่งเป็นคดีทางโลก คงหวัง หลวงตาช่วง ได้เป็น สังฆราช และจะได้ช่วยเหลือตนเอง ใช่หรือไม่ 2. จะมอบตัว ถ้ามี การเลือกตั้งและให้บ้านเมืองเป็น ประชาธิปไตย เพราะพวกเจ้าทั้หลายหว้งว่า ระบอบทักษิณ จะกลับมามีอำนาจแล้วช่วยพลิกคดีจากผิดให้เป็นถูกเหมือนครั้งก่อน ใช่หรือไม่ กล่าวหาคนนั้น กลุ่มนั้น กลั้นแกล้งตนเอง ตนเองไม่ได้ทำผิดอะไร แถมหัวหมอบอกคดีมีอายุความตั้ง 15 ปี มาจับตอนไหนก็ได้ สงสัยจะเอา หัวแม่เท้าคิดแทนสมอง เพราะอายุความเขาเอาไว้ใช้ ถ้าจำเลย หลบหนีไปแล้วเจ้าหน้าที่ตามหาตัวหรือจับคุมตัวไม่ได้ นี่ สมีโยเย นอนตีนดำอยู่ในวัด เข้าจึงต้องบุกไปจับ 3. แถ และ ดิ้นรน ขัดขืน โกหก ตอแหล ขนาดนี้ เพราะพวกเจ้าทั้งหลายก็รู้ว่า "สมีโยเย" ผิดจริง ใช่หรือไม่ ถ้าขึ้นศาลยังไม่ก็ไม่รอดแน่นอน ติดคุกแน่นอน สงสัย ดีเอสไอ ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู โดยการจับสาวกสมี เข้าคุก ข้อหาขัดขวางเจ้าหน้าปฏิบัติหน้าที่ขณะเข้าจับคุมตัวผู้ต้องหา สักสิบ ยี่สิบ คนแล้ว..กระมัง เงิน บารมี มวลชนและอำนาจ อาจทำให้ "สมีธัมชโย" รอดคุก รอดตะราง ได้นั้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำให้ สมีชั่ว พ้นผลแห่ง กรรมชั่ว ที่ก่อไว้ ตายไปถ้านรกอเวจีมีจริง ขุมที่ลึกที่สุดคือ สถานที่ที่ สมีชั่วจอมลวงโลก จะได้ไปอาศัยจนชั่วกัปชั่วกัลป์ แน่นอน...นะจ้ะ

พ่อครูว่า… เรื่องของเรื่องมันเป็นจริงตามยุคสมัย ใกล้กลียุคนั้นพระเอกแสดงตัวไม่ได้ ได้แต่ดูช่วยก็ไม่ได้ อาตมาทำไมต้องชื่อรัก คุณสุลักษณ์ทำไมต้องชื่อนี้ เป็นต้น ถ้าอยากให้เป็นนั้น อย่าไปทำต่อ ถ้ามันจะเป็นได้นั้น...ไม่ใช่เพราะอยาก ถ้ารู้สึกว่าน่าจะทำก็ค่อยทำต่อไป มันจะค่อยๆลงตัวในรูปนาม เป็นอจินไตย ในพวกเราชื่อนั้นชื่อนี้ อาตมาใช้ได้แต่พวกเราอย่าลอกเลียนแบบ มันไม่ใช่ตัวจริงอย่าไปแอค

ธัมมจักกัปปวัตสูตร ในธัมมจักกัปปวัตสูตร ขึ้นต้นด้วยมัชฌิมา เราต้องรู้ว่า 1 กาม 2 อัตตา และ 3 มัชฌิมา นี่เป็น 3 เส้า มันเหมือนกับที่อาตมาพยายามยกตัวอย่างว่าพลังงานข้างในมีลักษณะของมันเป็น ish เป็นต้น i she he ที่มีลักษณะของมัน 3 ลักษณะ พรหมชาลสูตรนั้นเป็นการประกาศธรรมนูญของพุทธว่าคือศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล จุลศีล 26 ข้อใช้ปฏิบัติเพื่อจะล้างกิเลสของตน พระพุทธเจ้าว่าถ้าจะชมเราต้องชมที่เรามีศีล คนมีศีลนี่แหละคือคนที่จะต้องยกย่องเชิดชู ถ้าจะชมชุมชนชาวอโศกต้องชมว่าชาวอโศกเป็นคนมีศีล มีจริงตามฐานะ ของเราเด็กศึกษาฝึกฝนศีล เด็กเขาถูกลงโทษเพราะผิดศีลก็มี นอกจากจะต่ำกว่า 7 ขวบก็เอานิยายเขาไม่ได้ แม้จะไม่ถึง 7 ขวบพวกเราก็เอาภาระ แต่ไม่เคร่งเครียดเกิน แต่เกิน 7 ขวบค่อยเดียงสาขึ้นมา เรามีศีลทั้งชุมชน ถ้าเมืองไทยเรานี่ไม่ต้องไปร่างรัฐธรรมนูญอะไร ถ้าให้คนไทยต้องถือศีล 5 แล้วเอาศีล 5 มาออกกฏหมายย่อย ศีล 5 นี้เป็นธรรมนูญ ให้ลึกซึ้งเป็นศีล 8 ศีล 10 จนครบ 26 ข้อ ถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วว่าศีลนี่จะเป็นเครื่องนำพาให้เราเจริญ ศิวิไลซ์ ตรงกันหมดในผู้มีปัญญา สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัส คนมีปัญญาจะใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เป็นหลักเลย ในอธิกรณสมถะ 7 เป็นหลักกฏหมายที่จะใช้ตัดสินได้สมบูรณ์แบบแล้วมีหมดเลย ตั้งแต่สัมมุขาวินัย ถึงตินวัตถารกวินัย(ซุกใต้พรมไว้) อนุโลม ปรองดองเอาไว้ก่อนมีหมด เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ที่จริงก็น่าจะได้ ต้องอาศัยคนมีปัญญาเข้าใจเพียงพอ มีมวลปริมาณเพียงพอด้วย จะเป็นไปได้ ในธัมมจักกัปปวัตสูตร มีกามกับอัตตาที่เราต้องเรียนรู้ลดละ กิเลสไม่มีอื่น มีกามกับอัตตาเท่านั้น กามคือกิเลสรวมหมดทั้งโลก อัตตาคือกิเลสตัวใครตัวมัน ส่วนกามคืออะไรที่เราเกี่ยวข้อง แล้วเราก็โง่ไปยึดติดกับมันไปหลงกับมัน ว่าเป็นสิ่งที่เราต้องหลงใหลได้ปลื้ม โดยลืมหลงไปว่า ถ้าได้อันนี้จะทำให้มีอำนาจ มีสุข ความสุขเป็นอารมณ์เก๊ อารมณ์ปลอม เป็นเท็จ เป็นเทวดา เป็นภพเป็นภูมิเท่านั้น ความเป็นเทวดา 6 ชั้นนี้ อาตมาเพิ่งจะมาเปิดเผย อธิบายชัดเจนมาไม่นานมานี้เอง เพราะว่ายังไม่ถึงเวลาวาระ ก็เลยให้พวกเราเรียนรู้ไปตามประสา อย่างพวกเราง่ายๆ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 พวกเราก็มี เช่นข้อไม่เลี้ยงสัตว์พวกเราก็ทำได้องค์รวม มีบางคนติดบ้าง ไม่ได้เลี้ยงงู เลี้ยงเสือเหมือนบางพวก แม้แต่วัวควาย เราก็อนุโลม เลี้ยงช้างม้า เขาก็ต้องใช้ประโยชน์บ้าง แม้แต่ปลา เป็นสัตว์เกิดใหม่เกิดง่าย เต็มมหาสมุทรได้เร็ว เป็นต้นทาง สัตว์เกิดมาจากน้ำแล้วมาเป็นสัตว์บก สัตว์บกจะเกิดหลังสัตว์น้ำ ต่อจากสัตว์น้ำมาเป็นสัตว์บก สัตว์อากาศ เพราะน้ำเป็นตัวการเกิดชีวะ กามก็คืออัตตา อัตตาก็คือกาม ซ้อนกันไป กำจัดกิเลสเราได้ กิเลสของเราเป็นอัตตา กิเลสกามที่เราติดยึดอะไรก็คืออัตตาของเรา ใครก็ตามหลงติดยึดแต่ก่อน แต่เราเลิกได้ ก็ไม่สะดุ้งสะเทือนกับชีวิตบางอย่างก็มีผลแต่ไม่ถึงกับทำให้ล้มละลายก็เลือกเอา กิเลสภายนอก เรียกว่า กาม จิตเราจะรู้ได้ต้องมีภายนอกสัมผัส กิเลสภายในก็มีแต่ว่าเก็บสุดท้ายตามลำดับ เอาข้างนอกนั้นแหละมา ต้องมีสัมผัสภายนอกแล้วจะรู้ว่าเราเหนือมันหรือไม่ ไม่ใช่สู้แต่ภายใน ภายนอกมาสู้ไม่ได้ แต่ว่าศาสนาพุทธเก็บละเอียดสู้ได้แต่นอกถึงในเลย คนจะรู้ธรรมะ 2 ต้องมีทวารนอกไปสัมผัส ไม่ว่าสิ่งนั้นเรียกว่าลาภ ยศ สรรเสริญ ความหลงเป็นสุข ในกาม ตั้งแต่อบายของเราของใครก็ของมัน เรามีจริงอยู่นี่ ถ้าเราตั้งไว้แล้วว่าเราจะไม่เอาแล้วอันนี้ คนที่มีวิบากมาก มันจะมีโจทย์แรง โจทย์มาก สู้หนัก มากด้วยแรงด้วย เราก็ต้องสู้จัด นองน้ำตา ทุกข์แล้วทุกข์อีก ทรมานแล้วทรมานอีก แต่เราต้องแน่ใจนะว่านี่คือกิเลสเราจริงๆ แล้วเราต้องเอาออก เอาไว้ไม่ได้ คุณรู้วิธีปฏิบัติไม่ใช่นั่งหลับตาปฏิบัติ ที่พระพุทธเจ้าตีทิ้งตั้งแต่พระสูตรแรกเลยว่าไม่มีสัมผัส ไม่มีธรรมะ 2 มันเลยไม่จริงไม่สมบูรณ์เด็ดขาด พระพุทธเจ้ามาตั้งศาสนา พวกที่ครองศาสนาต่างคนต่างแยกลัทธิไปเยอะแยะอยู่ในป่าเป็นคนนอกศาสนาพุทธ แม้เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอีกเยอะมากที่จีน อินเดีย เราต้องพยายามเข้าใจ มีสัญญา ตัวสัญญาคือเครื่องกำหนดรู้ เป็นพลังงานในจิตของเราเป็นนามธรรม มีรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณต้องรู้ลักษณะทั้ง 5 อย่างนี้ได้ ที่จริงรูปนี้ไม่ใช่พลังงานจิต พลังงาน 4 อย่างคือจิตองค์รวม เวทนา สัญญา สังขาร ปรุงแต่งเป็นวิญญาณ ถ้ายึดมั่นถือมั่นเป็น i องค์ประกอบคือเวทนากับสัญญา เมื่อใช้สัญญาไม่เป็นก็สั่งสมกิเลสใส่จิตตลอด มันกำหนดรู้แล้วจำนะ เป็นตัวยอดกำหนดรู้เลย สัญญาเป็นตัวการเลย จะพาให้สุขทุกข์ก็ตาม ส่วนสัญญาคือ i ส่วนเวทนาคือ she and he ถ้าเขารวมหัวกัน I ก็หนักนะ แต่ถ้า ish รวมหัวกันก็ทั้งหนักหนาเลว สร้างสวรรค์กับนรก ซึ่ง 2 อย่างนี้ไม่ได้แยกกัน สวรรค์กับนรกอันเดียวกันเป็นเหรียญสองด้าน เราฆ่านรก สวรรค์ก็หาย เราต้องอ่านอาการโดยใช้สัญญากำหนดรู้ นามธรรมพระพุทธเจ้าแจกไว้ นาม 5 มีเวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ 5 อย่างนี้ ถ้าคนปฏิบัติธรรมไม่เข้าใจชัดเจน ต้องจัดการทำใจในใจให้เป็น การนั่งหลับตาทำใจในใจผิดแล้ว ต้องมีผัสสะแล้วอ่านเวทนา แล้วทำใจในใจให้เป็น ถ้าเมืองนี้ ตัวฮ่องเต้ไม่ทำเองหรอก แต่ว่าพูดนิดหน่อยบริวารทำให้หมดเลย เช่น ฮ่องเต้ว่าวันนี้เจอผู้หญิงสวย เท่านั้นแหละ ลิ่วล้อไปสืบแล้ว ว่าอยู่ไหน ไปหามาประเคนเลย การได้ปรินิมิตวสวัตตีเช่นนี้เลวไหม เลวซับซ้อน เลวยิ่งกว่าจตุมหาราชิกาเลย

_ฝากถามมาว่า เลิกนั่งสมาธิมาหกเดือนแล้ว ยังไม่เลิกฟุ้งซ่านทำไง พ่อครูว่า… ถ้ายังไม่หายให้นั่งสมาธิก่อนต่อไป เรียนรู้นั่งสมาธิแล้วฟังอาตมาด้วย ถ้ามาคบคุ้นกับมิตรดีสหายดี เงี่ยโสตสดับมีเวลาก็มา ไม่ต้องเครียดมาก แต่ตั้งตนบนความลำบากอุตสาหะบ้าง ส่วนของกิเลสนั้น เป้าหมายคือต้อง 0 ไม่โต่งไป 2 ข้าง คือกามกับอัตตา เราเริ่มต้นฆ่ากิเลสอบาย ที่มีการยึดโอฬาริกอัตตาด้วย ฆ่าได้ก็เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ ถ้าสัมมาทิฏฐิได้แล้วได้เลย นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) กามก็หมด โอฬาริกอัตตาก็จะลดลงได้ด้วย เราก็เพิ่มอธิศีลไป เรามีสัมมาทิฏฐิแล้วก็เอาโครงสร้างนั้นมาใช้ มันจะมีความรอบรู้ฉลาดเฉลียวทำได้ดีขึ้นก็ทำไปตามลำดับ ต้องให้แม่นๆว่าเรามีกิเลสอันนี้แล้วทำจริงๆ ได้อีก กามกับอัตตาจะซ้อนกัน ในอัตตามี โอฬาริกอัตตา คืออัตตาหยาบ แล้วโอฬาริกอัตตาก็คือมโนมยอัตตานั้นแหละแปลว่าอัตตาที่สำเร็จด้วยจิต เช่นจิตเราเป็นจตุมหาราช หรือจิตเราเป็นปรนิมมิตวสวัตตีก็ร้ายเลวพอกับจตุมหาราชนั่นแหละ แต่มันกามออกหน้าเป็นยักษ์ตาโปน คือกามทั้งทวาร 6 นั่นแหละ แล้วถ้าเป็นปรนิมฯพอฆ่ากิเลสได้ก็สำเร็จด้วยจิต เช่นเราดำริจะเอาอย่างใดลิ่วล้อก็จะเอามาให้ เราก็รู้แล้วเราก็ไม่เอาล้างกิเลสเราได้ ลูกน้องต่างๆเขาก็จะรู้ว่า หัวหน้าเราเจริญขึ้นนะ หัวหน้าเราดี หัวหน้าเราล้างกิเลส ลูกน้องเราก็จะล้างด้วย ถ้าไม่ล้าง ลูกน้องก็จะไปเป็นลูกน้องนายทุนที่อื่น มันไม่สนุกตามหัวหน้าที่ไม่เอาแล้ว มันก็จะแยกวง ไปมีนายใหม่หรือว่าไปมีนายใหม่อีก ล้างกิเลสออกจนหมดสุขภายนอก เรามีอุตริมนุสธรรม อยู่เหนือ เป็นโลกุตระ แต่ยังเหลือพริ้วพรายในใจเรา เราไม่ไปแย่งกับใครแล้วภายนอก แต่จิตยังมีระริกระรี้อยู่ ปั้นเอง อันนั้นคือมโนมยอัตตาตัวแท้เป็นอนาคามีเต็มๆเลย มี รูปราคะ อรูปราคะ มานะอุทธัจจะ อวิชชา ภายนอกเป็นกาม เป็นสวรรค์นั่นแหละเป็นขิฑฑาปโทสิกะ ส่วนภายในจะหลงเป็น มโนปโทสิกะ หลงพรหม ซึ่งยากกว่า สายธรรมกายซับซ้อนหลงระเริงเพราะเขาไม่รู้ดำไม่รู้ขาว คนที่เป็นตัวชั่วบางยุค หน้าจะดำ คนที่ชั่วหน้าดำนั้นดูง่าย จัดการง่าย แต่คนที่หน้าขาว แต่ขาดำนี่ซับซ้อน ไม่ได้แกล้งว่าเขานะ แต่ซับซ้อนจริง คนหลอกลวงคนอื่นได้นี่หน้าขาวแต่ขาดำนะ แต่คนหน้าดำนี่อำมหิตก็ดูง่ายไม่น่ากลัวเท่าพวกหน้าขาว

_มีคิวแทรกถามว่า..พ่อท่านคะ คนเกิดปีจอวันจันทร์เดือนเจ็ดเป็นคนอย่างไรดีหรือไม่คะ พ่อครูว่า… ก็มีนัยเหมือนกัน อาตมาเกิดปีจอเดือนเจ็ดแต่วันอังคาร ไม่วันจันทร์มีนัยะแต่ไม่ควรจริงจังกับมัน บางคนมีเหตุปัจจัยตามวิบาก เกิดวันนี้แต่ไม่ได้เป็นกุศลอะไรเลยก็ได้ คนถึงเกณฑ์ก็จะเกิดสิ่งเหล่านี้มาใช้ได้ คุณยังไม่ถึงเวลา เด็กไม่เดียงสาไม่ควรให้ใช้มีด จนเด็กโตขึ้นมาควรใช้ก็ใช้ได้ แต่ถ้าใช้ก่อนถึงเวลาจะเป็นภัย คุณจะรู้เอง แม้ผู้รู้แล้วจะไม่ใช้ จะใช้แต่เหมาะสม เพราะเอามาใช้แล้วคนอื่นงงก็จะเสีย ถ้าใช้แล้วคนอื่นเข้าใจก็ไม่เสีย ถ้าใช้แล้ว เขาอยากได้ก็ไปหามาแต่เป็นของปลอมเพราะเขายังไม่มีของจริง คนมี 100 จะไม่ใช้ร้อย จะใช้เพียง 60 หรือ 70 ไม่อวดเกิน หรือใช้เพียง 30 40 หรอก ไม่เอา 80 90 หรือ 100 มาใช้ เพราะจะหมดตัวเกินตัวได้ แต่ใช้น้อยแล้วมีประสิทธิภาพ ผู้มีจริงรู้จริงไม่อวดหรอก ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าอวด ใช้ตอนสมควรใช้ดีกว่า ชาติ กับสัญชาติ นั้นคนที่สร้างชาติ สั่งสมลงไปที่สัญญะ เป็นธนาคารกรรมวิบากของตนเอง คนอวิชชาไม่รู้ ก็จะสั่งสมสัญชาติลงไปในสัญนิธิ ก็จะมีแต่วิบาก ดีอย่างตื้นๆ หรือดีอย่างร้ายๆเลยด้วย ต้องทำให้เกิดการชำระได้เป็นส่วนแห่งบุญ คุณก็มีชาติใหม่เป็นชาติแห่งอาริยบุคคล เป็นโอกกันติเป็นนิพพัตติ นิพพัตติคือสัญนิธิแห่งอาริยธรรม สั่งสมลงเป็นอาริยธรรมเป็นผลเป็นวิบาก สั่งสมรอบแรกเป็นโสดาบัน อบายเป็นขั้นนี้ ในสังคมนี้ความต่ำหยาบก็เป็นแบบนี้ หรือถ้าอยู่ลาสเวกัส มันเล่นพนันทั้งเมือง แล้วเขาก็อยู่อย่างนั้น เขาหยาบกลางละเอียดตามภพภูมิของเขา ของใครก็มีองค์ประกอบสิ่งแวดล้อมตามควรของเขา เราก็ล้างออก ตามความจริงของเราที่เป็น เมื่อเราล้างได้สนิทเด็ดขาด เราก็ช่วยเขาอยู่กับเขาได้ อย่างเราไม่ได้เป็นคนธรรพ์แอบเสพของพญาครุฑ ตนเองขี้โกงตนเอง แต่ตนเองไม่รู้ว่าเป็นคนธรรพ์ พวกแอบเสพนี้หลอกคนอื่นได้ ตนเองตัวเล็กๆเป็นเล็น อย่าโกหกตัวเอง ผู้ใดได้ตามลำดับแข็งแรงก็อนุโลมให้คนอื่นได้ ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน พระพุทธเจ้าให้ทำคุณอันสมควรก่อนแล้วพร่ำสอนคนอื่นจึงไม่มัวหมอง ผู้รู้ดีทำได้จะอนุโลมอย่างพอเหมาะ เราช่วยเขาแต่ถ้าประมาณไม่ดีเราก็แย่ไปด้วย เสียหายไปด้วย คนประมาทไม่รู้ความจริงของตนของบริบทก็ช่วยคนไม่ได้มาก โสดาบันก็ช่วยได้น้อยหน่อย สกิทาฯก็ช่วยได้มากหน่อย อนาคาฯก็ช่วยได้มากขึ้นอีก เป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ก็ช่วยคนได้มากขึ้น ความผิดพลาดจะน้อยลงเรื่อยๆถ้าจะไม่ผิดพลาดเลยต้องเป็นมหาโพธิสัตว์ คนไม่รู้เรื่องก็บอกว่าอรหันต์ผิดไม่ได้ แต่ขนาดนิยตโพธิสัตว์ยังผิดได้เลย ไม่ได้แก้ตัวนะ สรุปแล้ว กามกับอัตตา มันจะลดอันตาที่โต่งไป 2 ข้าง ลดลงๆ จนมาถึงกลาง อันที่เป็นอบายกับปรินิมฯมันก็ลดลงๆ ที่ลดได้แล้วคือเป็นกลางมันเฉยๆว่างๆกลางแล้ว อันที่ได้แล้วก็จะได้จริงๆ คงทน ของพระพุทธเจ้าไม่เวียนกลับหรอก ถ้าเต็มรูปแล้ว สังเกตคุณเองหากติดยึดอะไรแล้วทำได้เต็มก็จะรู้ จะรู้สึกเฉย เข้าใจ บางทีจำได้ บางทีจำไม่ได้เลย ว่าสนุกได้อย่างไรนึกไม่ออกว่าเราเคยสนุกอย่างนี้หรือเปล่าแต่เห็นเขาสนุกกันจัง เราก็ว่าเราสนุกตรงไหน เหมือนอาตมากินพริกตอนนี้นึกไม่ออกว่าอร่อยตรงไหน มันร้อนมันแสบจะตาย แม้แต่กินน้ำเย็น ยังนึกไม่ออกว่าอร่อยตรงไหน กินน้ำแข็งเย็น อาตมาเคยติดกินน้ำแข็งแต่ตอนนี้นึกไม่ออก มีแต่ความจำเฉยๆว่าเคยอร่อย ปฏิบัติไปจะรู้ว่าเราเป็นได้จริง อย่าพูดเอาโก้แท้จริงตนเป็นคนธรรพ์อย่าเที่ยวพูดเป็นอาบัติปาราชิกนะ แม้ฆราวาสไม่มีวินัยแต่โดยสัจธรรมแล้วเป็นกรรมแล้วนะ ระวังไว้ โทษอันมีประมาณน้อยอย่าทำเสียเลย แต่ก็อย่าละเลียดไป ตนเองก็เท่านี้ อย่าทำผิดฝาผิดตัว… จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน