330918 สัมภาษณ์ท่านโพธิรักษ์ โดยคุณมุกดา พัฒน์ใหญ่.docx
เนื้อหาในไฟล์
330918 สัมภาษณ์ท่านโพธิรักษ์ โดยคุณมุกดา พัฒน์ใหญ่
สัมภาษณ์ ท่านโพธิรักษ์ โดย คุณมุกดา พัฒน์ใหญ่ นักวิจัยจากบริษัท ซี.เอส.เอ็น.แอนด์แอสโซซิเอท จำกัด เมื่อวันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2533
นักวิจัย : ในเรื่องนี้บุคคลทั่วไปมีความความคิดเห็นอย่างไรแล้วก็บุคคลทางพุทธศาสนา เค้ามีความคิดเห็นอย่างไร สมณะสีลวัณโณ : นั่นน่ะสิ บริษัทเค้าเอาผลงานนี้ไปเสนอใคร นักวิจัย : คือว่าบริษัทนี้เขาไม่ได้ว่าบอกใครเป็นผู้จ้าง สมณะสีลวัณโณ : อ๋อ! มีคนมาว่าจ้างบริษัทใช่ไหม? อ้อ! นักวิจัย : ค่ะ คือเขาอยากทราบว่า อาจจะเอาไปศึกษาน่ะค่ะ เป็นลักษณะหนึ่ง สมณะสีลวัณโณ : เหมือนกับเป็นบริษัท สำนักงานสถิติ อย่างหนึ่ง นักวิจัย : ค่ะ เหมือนกับของทางการ คล้ายๆกัน คือตอนนี้กำลังทำวิจัยอยากรู้ข้อมูลว่าอันนี้เป็นอย่างไร รวมความคิดเห็นของส่วนรวม แล้วเอามารวมกันแล้วนี่ ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง สมณะสีลวัณโณ : อ้อ! เราก็ได้นักการจ้างมาจากองค์กรอื่น แล้วผลงานที่เคยทำวิจัย เคยทำสถิติมา จำได้มั้ยมีอะไรบ้าง? นักวิจัย : ก็เยอะ หลายๆ คือมันเยอะ สมณะสีลวัณโณ : ทำมาหลายปีหรือยัง? นักวิจัย : ก็ไม่แน่นอน เรื่อยไปค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : อ่ะ ว่าอย่างไร ว่าไป นักวิจัย : คือดิฉันมีการ์ดให้ดูด้วยค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : มีการ์ดอะไรนี่ให้ดูด้วยเหรอ? สมณะสีลวัณโณ : คุณมุกดาใช่ไหม คุณมุกดาเขาเป็นพนักงานบริษัท ซี.เอส.เอ็น.อะไรนะ เป็นบริษัทซึ่งรับงานเกี่ยวกับ เออ...การทำวิจัยที่บุคคล หรือว่ากลุ่มองค์กรนี่เขาจะจ้าง จ้างเพื่อที่จะ...จ้างแล้วแต่เป้าหมายที่เขาจะจ้าง ทีนี้ก็เป็นเรื่องของพุทธศาสนา นักวิจัย : เป็นเรื่องของทางพุทธศาสนามาก ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง? ค่ะ ก็ข้อ 1. เรียนสอบถามเลยนะคะในสภา
อ่านต่อ
พปัจจุบันบ้านเมืองเรา ประสบกับปัญหาอย่างนี้มากน้อยเพียงใด ก็อย่างความขัดแย้งทางการเมืองค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : ความขัดแย้งทางการเมือง โดยแนวลึกแล้ว ความขัดแย้งทาง การเมืองไม่ค่อยมี ฟังให้ดีนะ โดยแนวลึกแล้ว ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ ค่อยมี แต่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการเมืองมีมาก นักวิจัย : มี choice ค่ะ ถ้าคิดว่าขัดแย้งมาก ท่านโพธิรักษ์ : ไม่รู้อาตมาจะตอบอย่างไร ถ้า choice เขาเอาคำตอบของอาตมาจะตอบว่าอย่างไร อันนี้มันเหมือนกับตอบมิติเดียว แล้วก็เป็นได้เพียงให้รู้ dept เท่านั้นเอง ว่ามันน้อยมากต่างกันเท่าใด อาตมาไม่ได้มีรายละเอียด อย่างที่อาตมาว่า คุณจะกาอย่างไร คุณจะกาอย่างไร เอ้า.อย่างคำถามที่คุณว่านี่ คุณจะกาอย่างไร อาตมาตอบคุณอย่างนี้ คุณจะกาอย่างไร อาตมายังกาไม่ถูกเลย (หัวเราะ) คือความขัดแย้งทางการเมืองนี่ อาตมาเชื่อว่าความรู้ทางการเมืองจริงๆนะ ผู้ที่ไปทำงานทางการเมืองทุกวันนี้นี่ เป้าหมายอะไรที่เขาต้องการ ที่จะไปทำงานทางการเมืองให้แก่ประเทศชาติ อาตมาเชื่อแน่ว่า เขาไม่ขัดแย้งกันเท่าไหร่หรอกนะ จะขัดแย้งกันจริงๆก็เรื่องวิธีการเล็กน้อย เรื่องแนวที่จะไปช่วยเหลือประเทศชาตินะ มันไม่ขัดแย้งกันหรอก ขัดแย้งวิธีการเล็กน้อยนะ ที่อาตมาตอบเมื่อกี้นี่ มีการขัดแย้งกันเล็กน้อย คือวิธีการเท่านั้น แต่โดยเป้าหมายแล้วไม่ขัดแย้งกันหรอก ต้องการให้ประชาชนเป็นอยู่สุขเหมือนกันหมดนั่นแหละ นักการเมืองหรือว่าการกระทำการเมือง แต่ว่าวิธีการเท่านั้นที่ต่างกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้างนิดหน่อยแต่การขัดแย้งทางผลประโยชน์ทางการเมืองนี่สิมาก อันนี้แหละ คุณจะกาอย่างไร คุณก็กาก็แล้วกัน ถ้าถามแง่การเมืองอาตมาก็ตอบอย่างนี้ นักวิจัย : ค่ะ กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์หรือคะ? ท่านโพธิรักษ์ : กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ หมายความว่าอย่างไร จะให้อาตมาตอบอะไร กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ คุณเองระบุมาเลยว่า กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ จะให้อาตมาตอบว่าอย่างไร? นักวิจัย : ตอบว่า... ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ศักดิ์สิทธิ์มาก ไม่ศักดิ์สิทธิ์ปานกลาง ไม่ศักดิ์สิทธิ์น้อยน่ะเหรอ กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์มากก็ยังไม่ได้หรอก ไม่ศักดิ์สิทธิ์ปานกลาง กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ปานกลาง มีอิทธิพลมีอะไรอยู่บ้าง แต่ก็ยังใช้พอได้กฎหมายจะว่าไม่มีฤทธิ์เดชอะไรเลย ก็ยังไม่จริงทีเดียว นักวิจัย : ค่ะ พูดถึงความเหลื่อมล้ำของรายได้ล่ะคะ ท่านโพธิรักษ์ : โอ้ ความเหลื่อมล้ำของรายได้ ทุกวันนี้มีมาก มีมากเลย ความเหลื่อมล้ำของรายได้เดี๋ยวนี้มีมาก นักวิจัย : การเอารัดเอาเปรียบกันในสังคม ท่านโพธิรักษ์ : มาก นักวิจัย : คนในประเทศขาดศีลธรรม? ท่านโพธิรักษ์ : ขาดศีลธรรมมากด้วย นักวิจัย : การประพฤติที่ไม่เหมาะสมของคนในศาสนาน่ะค่ะ? ท่านโพธิรักษ์ : การประพฤติที่ไม่เหมาะสมในศาสนาน่ะ มากๆ นักวิจัย : ปัญหาเยาวชน และวัยรุ่น ท่านโพธิรักษ์ : ปัญหาเยาวชนมีมากเพราะไม่เข้าใจสัจธรรมกันเยอะ นักวิจัย : สิ่งเสพติด และมอมเมา ท่านโพธิรักษ์ : เดี๋ยวนี้ก็มาก เรื่องสิ่งเสพติดและมอมเมา มอมเมากันเกือบทุกจุดเลย แม้แต่ขนาดอาหารยังมอมเมาเลย เดี๋ยวนี้ พูดไปทำไมมี เสื้อผ้าหน้าแพรก็มอมเมา นักวิจัย : คนในสังคมไร้เป้าหมายในชีวิต ท่านโพธิรักษ์ : ด้วย มาก นักวิจัย : แหล่งอบายมุข ท่านโพธิรักษ์ : แหม มาก นักวิจัย : คนในสังคมขาดที่พึ่งทางจิตใจ ท่านโพธิรักษ์ : มาก โอ้โห! ได้ของมากๆ ไปเยอะเลย นักวิจัย : กราบเรียนข้อ 2 นะคะ ศีลธรรมของคนในสังคมปัจจุบันเทียบกับห้าปีที่แล้ว ท่านโพธิรักษ์ : อะไร คุณบอกว่า ความขัดแย้งทางการเมือง คุณตอบว่าน้อยเหรอ อ๋อ แต่มีหมายเหตุ นักวิจัย : ค่ะ มีหมายเหตุ แต่กาอันนี้ไว้ว่ามาก ท่านโพธิรักษ์ : อ๋อ นักวิจัย : ก็ 2 ข้อ ได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ท่านโพธิรักษ์ : อ๋อ O.K. นักวิจัย : ศีลธรรมของคนในสังคมปัจจุบันเปรียบเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว ดีขึ้น ต่ำลง หรือเหมือนเดิม? ท่านโพธิรักษ์ : ต่ำลง ต่ำลง ต่ำลงมากๆเลย มีอัตราก้าวหน้าในการต่ำลงมาก นักวิจัย : ข้อ 3 นะคะ ปัจจัยต่อไปนี้มีผลต่อความเสื่อมโทรมของสภาพทางสังคมมากน้อยเพียงใด ความไม่มีประสิทธิภาพ ทางด้านการปกครอง ท่านโพธิรักษ์ : อือ มีผลมาก นักวิจัย : ค่ะ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ท่านโพธิรักษ์ : มาก นักวิจัย : มลภาวะเป็นพิษ ท่านโพธิรักษ์ : โอ๊ย ! ยิ่งมากขึ้นนับไม่ถ้วนตอนนี้ นักวิจัย : ความเสื่อมขององค์กร และบุคคลากร ท่านโพธิรักษ์ : มากด้วย โอ้โห ! นี่ มันปัญหาสังคม มันมีมากอย่างนี้ นักวิจัย : การไม่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ท่านโพธิรักษ์ : ด้วย นักวิจัย : พระภิกษุ ไม่สามารถเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกต้อง ท่านโพธิรักษ์ : ด้วย มาก นักวิจัย : การบูชาความเป็นอยู่ที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ท่านโพธิรักษ์ : โธ่! เอ๊! คำถามนี้ ถามมาเพื่อที่จะให้ตอบมากทั้งนั้นเลย นักวิจัย : สภาพของบ้านเมืองและสังคมจะดีขึ้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใด ลดแหล่งอบายมุขและยาเสพติด มาก ปานกลาง น้อย ท่านโพธิรักษ์ : แหม ! ไปลดแหล่งมันก็ไม่ถูกเป้าหรอกนะ มันต้องสอนคน มันต้องสอนคนให้รู้จักเท่าทันอบายมุข แหล่งอบายมุข ถ้าคนไม่ไปติดอบายมุข แหล่งอบายมุขก็ลดเอง ไปลดแหล่งอบายมุข ลดแหล่งอบายมุข ลดมันก็ไปแน่นเท่านั้นแหละ มันยิ่งทำให้แหล่งอบายมุขกำไรมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง แหล่งอบายมุขน้อยก็เข้าไปแย่งในแหล่งอบายมุขเท่านั้นเอง ถ้ามันไม่ได้เป็นคำถามที่แก้ปัญหานะ ลดแหล่งอบายมุขมันก็ดีเหมือนกัน พูดอย่างเผินๆ มิติเดียว ก็เอาก็ดี ลดแหล่งอบายมุข ก็จะช่วย นักวิจัย : รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องศีลธรรมของประชาชนนะคะ? ท่านโพธิรักษ์ : ให้ความสำคัญน้อยมากก็ตรงนี้ ให้ความสำคัญน้อยมาก ควรจะให้ความสำคัญมากๆเอา นักวิจัย : การปฏิบัติตามคำสอนของศาสนานะฮะ? ท่านโพธิรักษ์ : ตอบผ่านมาแล้วนี่ การปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาน้อย สมณะสีลวัณโณ : เอ้า ข้อนี้กาผิดนี่คุณ ปัจจัยที่เสื่อมใช่มั้ย รัฐบาลให้ความสำคัญน้อย ข้อ 4 ใช่มั้ย? นักวิจัย : ที่ถามว่า สภาพบ้านเมืองและสังคมจะดีขึ้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้มากน้อยเพียงใด คือ ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องศีลธรรมของประชาชนมาก สมณะสีลวัณโณ : จะดีขึ้น นักวิจัย : ค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : ให้ความสำคัญก็จะดีขึ้น ให้ความสำคัญมากก็จะดีขึ้น นักวิจัย : เพิ่มหลักสูตรเรื่องศีลธรรมในทุกระดับการศึกษา ท่านโพธิรักษ์ : จริง ดีขึ้น นักวิจัย : เพิ่มการเผยแผ่คุณธรรมในสื่อมวลชน ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ ถ้าเพิ่มให้มากๆ จะดีขึ้น นักวิจัย : การปลูกฝังให้คนทั่วไป ศรัทธา และปฏิบัติตน ตามคำสอนของพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ ให้มากๆ ขึ้นดีขึ้น นักวิจัย : ค่ะ พัฒนาการของศาสนาต่างๆ ในปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดีขึ้น คง เดิม หรือต่ำลง ท่านโพธิรักษ์ : ต่ำลง นักวิจัย : ถ้าพูดถึงคริสต์ศาสนา ท่านโพธิรักษ์ : คริสต์ด้วยเหรอ ที่นั่นพวกคริสต์เหรอ ไม่รู้เขา นักวิจัย : ของพุทธนี้ต่ำลงนะคะ ท่านโพธิรักษ์ : ต่ำลง คริสต์อาตมาไม่รู้ นักวิจัย : ของอิสลามล่ะคะ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่รู้ ไม่สามารถที่จะไปทราบอะไรของเขาได้ นอกจากจะเดา นักวิจัย : องค์กรทางพุทธศาสนาต่อไปนี้นะคะ มีการดำเนินการเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งหลักการพุทธศาสนา อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด มหาเถรสมาคม ท่านโพธิรักษ์ : แหม ! ยื่นหอกมาให้แท้ๆ แล้วเขาว่าไง จะให้ตอบว่าไง นักวิจัย : (อ่านทวนคำถามอีกครั้ง) ท่านโพธิรักษ์ : น้อยมาก น้อย นักวิจัย : กรมการศาสนาน่ะค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : น้อย นักวิจัย : วัดในนิกายธรรมยุต วัดในมหานิกาย วัดในจีนนิกาย ท่านโพธิรักษ์ : น้อย วัดในจีนนิกายไม่รู้ อาตมาไม่ได้ไปวุ่นวายกับเขา นักวิจัย : มหามกุฏราชวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ท่านโพธิรักษ์ : ก็ได้แต่ส่งเสริมให้ล่าลาภยศซิ ก็น้อยแหละ ส่งเสริมพระพุทธศาสนาน้อย ตอบได้เลยว่าน้อย คือเกิดๆทุกวันนี้ตอบได้เลยนะ ว่าน้อย ไม่ใช่ใส่ไฟเขา มันน้อย ที่ว่ามันน้อยนี้ ตรงกับรายละเอียดที่ว่าผิดด้วย มันผิด มันก็ได้น้อยอยู่นั่นแหละ แม้จะรู้สึกว่าเขาทำมากขึ้น แต่มันไม่ได้มาก มันไม่ได้ผลมาก นักวิจัย : บุคลากรทางด้านศาสนาต่อไปนี้ ประพฤติตนถูกต้องตามหลักธรรมวินัย หรือคำสั่งสอนของพุทธศาสนามากน้อยเพียงใด พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ท่านโพธิรักษ์ : ปฏิบัติผิดเป็นส่วนมาก พระภิกษุสามเณรก็ไปด้วยกัน เหมือนกัน ไปด้วยกัน เหมือนกัน ไปด้วยกันนั่นแหละ ไม่ว่าอุบาสก อุบาสิกา แม่ชี นักวิจัย : ค่ะ อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการเผยแผ่คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาจะสามารถช่วยให้บุคคล สังคมและประเทศชาติ โลกของเรา เกิดความสงบสุขได้มากน้อยเพียงไร ท่านโพธิรักษ์ : ทำได้ถูกต้อง ก็ได้ประโยชน์มาก นักวิจัย : เรียนถามว่า จะช่วยให้บุคคลนี้ ท่านโพธิรักษ์ : นั่นมันถามกลางๆและไม่มีเงื่อนไขที่ชัดแจ้งบอกว่า ถ้าเผยแพร่ ธรรมะหรือเผยแพร่ศาสนาที่มันมีความผิดพลาด แต่ก็ขยันเผยแพร่มันก็ยิ่งพาประชาชนแย่ซิ ถึงว่าคำถามนั่นมันไม่สมบูรณ์ คำถามมันกลางๆ อาตมาก็ไม่รู้จะตอบยังไง นักวิจัย : คือช่วยให้บุคคล สังคม ประเทศชาติ และโลกนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ท่านโพธิรักษ์ : นั่นแหละถึงบอกว่า ถ้าเผยแพร่มากๆ ถ้าเผยแพร่สิ่งที่มันเป็นศาสนาไม่ถูกต้อง มันก็ยิ่งแย่ลง นักวิจัย : คือ น้อย ท่านโพธิรักษ์ : จะให้ว่าไง นักวิจัย : อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการเผยแผ่คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา จะสามารถช่วยให้บุคคล สังคม ประเทศชาติ และโลกนี้ เกิดความสงบสุขได้มากน้อยเพียงใด ท่านโพธิรักษ์ : ก็ตอบมิติธรรมดาตื้นๆ ก็บอกว่า ได้มากก็แล้วกัน แต่ทีนี้ มันมีเงื่อนไขสำคัญอย่างที่อาตมาว่า ถ้าเผยแพร่มากๆเหมือนกันนั่นแหละ ที่ว่านี่ แต่ว่าเผยแพร่แล้วมันผิดมันไม่ตรงกับศาสนา มันไม่ตรงกับธรรมวินัย เผยแพร่ ยิ่งเผยแพร่มากเท่าไหร่ มันยิ่งเสียมาก มันยิ่งผิดมาก มันก็ไม่ได้ผลมาก มันมีรายละเอียดเจาะลงไปเท่านั้น นักวิจัย : หลักการ และ วิธีการปฏิบัติธรรม ของศาสนาพุทธ เป็นประโยชน์แก่ บุคคลในด้านต่างๆ ต่อไปนี้มากน้อยเพียงใด - เป็นที่พึ่งทางใจ ให้เป้าหมายที่ถูกต้องชัดเจนในการดำรงชีวิต - นำมาประยุกต์ใช้ในครอบครัว สังคมได้ - ทำให้ใจมีหลักยึด สามารถคิดพิจารณา และตัดสินใจปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว - มีหลักในการอบรมบุตรหลาน ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ทุกข้อ นักวิจัย : ในการเผยแพร่ศาสนาต่อไปนี้ สามารถโน้มน้าวให้คนเข้าถึง และปฏิบัติธรรมมากน้อยเพียงใด - พูดถึงศาสนาพุทธ ท่านโพธิรักษ์ : ถามถึงพุทธ มันก็ได้มากที่สุดน่ะซี นักวิจัย : ของคริสต์ล่ะคะ คริสต์ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่รู้ อาตมาไม่มีสิทธิ์ไปออกความเห็นของเขา นักวิจัย : อิสลามล่ะคะ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ไปออกความเห็นของเขาหรอก นักวิจัย : จากสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันน่ะค่ะ ท่านมีความคิดเห็นต่อแนว โน้ม และการพัฒนาทางพระพุทธศาสนาในอนาคตไปในทิศทางใด จากสภาพที่ เกิดขึ้นในปัจจุบัน - พูดถึงองค์กรในพุทธศาสนาดีขึ้น เหมือนเดิม หรือต่ำลงคะ ในอนาคต ท่านโพธิรักษ์ : ดีขึ้น ตอนนี้มีการพยายามพัฒนา พยายามตื่นตัว ตื่นตัวดีขึ้น นักวิจัย : บุคลากรล่ะคะ ของศาสนา ท่านโพธิรักษ์ : ก็พัฒนา ก็ตื่นตัว นักวิจัย : เนื้อหาสาระของการเผยแผ่ ท่านโพธิรักษ์ : ก็ตื่นตัวขึ้น แต่มันยังไม่ดีทีเดียวหรอกนะ ยังไม่ดีทีเดียว นักวิจัย : วิธีการเผยแผ่ล่ะคะ ท่านโพธิรักษ์ : วิธีการเผยแผ่ ยังไม่มีท่าอะไรหรอก วิธีการเผยแผ่นี้ไปเน้นแต่ไอ้เรื่องเปลือกๆ นักวิจัย : ในความคิดเห็นของท่านน่ะค่ะ วัดที่ดีต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้มากน้อยเพียงใด - มีถาวรวัตถุที่ใหญ่โตสวยงาม มาก ปานกลางๆ หรือน้อย หรือ 5, 4, 3, 2, 1 ท่านโพธิรักษ์ : วัดจะไปมีถาวรวัตถุอะไรมากมาย วัดต้องมีถาวรวัตถุน้อย นักวิจัย : ค่ะ - มีการจัดการภายใน อาณาเขตบริเวณภายใน สะอาด เงียบสงบ ร่มรื่น ท่านโพธิรักษ์ : ถูก อันนี้ต้องมีมาก นักวิจัย : จัดให้มีการบริการทางศาสนาอย่างครบครัน ท่านโพธิรักษ์ : อย่างครบครัน ถูก นักวิจัย : มีการบริหาร และจัดการทันยุค ทันสมัย ท่านโพธิรักษ์ : ทันยุค ทันสมัย นักวิจัย : มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า ด้วย มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น นักวิจัย : มีพุทธศาสนิกชนให้ความเลื่อมใสศรัทธา เป็นจำนวนมาก ท่านโพธิรักษ์ : ใช่สิ มันกำปั้นทุบดิน ถามแบบนั้น นักวิจัย : มีคณะผู้บริหารที่มีชื่อเสียง ท่านโพธิรักษ์ : ได้ ก็ต้องมีชื่อเสียงด้วยแหละ ถูกต้อง มันก็ต้องมีชื่อเสียง นักวิจัย : ประพฤติ และปฏิบัติเคร่งครัด ตามพระธรรมวินัย ท่านโพธิรักษ์ : อันนี้กำปั้นทุบดินโป๊กเลย นักวิจัย : มีความรับผิดชอบต่อสังคม ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ นักวิจัย : มีการเทศน์การสอนที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้จริง ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ อาตมาว่าข้อสอบอย่างนี้ ใครที่ไม่ได้ไปปฏิบัติจริงๆ ก็ตอบถูกหมด นักวิจัย : หน้าที่ ความรับผิดชอบ ที่วัดควรกระทำมีอะไรบ้าง มากน้อยเพียงใด - รักษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ท่านโพธิรักษ์ : ถูก คำตอบพวกนี้ให้คนที่ไม่รู้เรื่องเขามาตอบก็ถูกอยู่แล้ว นักวิจัย : เผยแผ่ให้บุคคลภายนอกมีความเข้าใจต่อพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ นักวิจัย : ช่วยเหลือกิจกรรมของสังคมภายนอก ท่านโพธิรักษ์ : อืม นักวิจัย : อบรมสั่งสอนฆราวาสให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ (หัวเราะ) คำถามพวกนี้ มันกำปั้นทุบดินทั้งนั้น นักวิจัย : ประชาสัมพันธ์กิจกรรมวัดให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ท่านโพธิรักษ์ : ถ้าเผื่อว่าทำจริงแล้ว ไม่ต้องประชาสัมพันธ์อะไร มันก็ออกไปเองแหละ นักวิจัย : จะให้ลึก.... ท่านโพธิรักษ์ : เอาเถอะ จะเอาประชาสัมพันธ์ก็ประชาสัมพันธ์ไม่มีปัญหาอะไร มันเป็นสัจจะของมัน การประชาสัมพันธ์นี่ เมื่อเวลามันเผยแพร่ได้กว้างขวางเป็นที่เข้าใจเป็นที่สนใจของคน มันก็เหมือนกับเผยแพร่ไป มันก็ประชาสัมพันธ์เอาเป็นตัวของมันเอง นักวิจัย : หาปัจจัยมาบำรุงวัดด้วยวิธีอื่น นอกเหนือจากการบอกบุญ เช่น ให้เช่าที่วัด พัฒนาที่ดิน ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ต้องหา นักวิจัย : ปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ นักวิจัย : การเผยแผ่ธรรมะแก่สาธุชน ทั้งที่มาวัดและไม่มาวัด โดยใช้สื่อประการต่างๆ ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ ใช้สื่อ ทุกวันนี้ สื่อยิ่งสำคัญ นักวิจัย : จัดสร้าง ดูแลรักษาศาสนสมบัติ และบริเวณวัด ให้อยู่ในสภาพที่ดี เหมาะสมกับการปฏิบัติธรรม ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า ก็ถูกแล้ว นักวิจัย : จัดเตรียม และจัดหาอาหารที่เหมาะสมถูกสุขลักษณะตามควรแก่อัตภาพ ให้แก่สมาชิกในวัด และผู้มาเยือน ท่านโพธิรักษ์ : (หัวเราะ) เอ้า ใช่ มันก็ถูกแล้ว นี่มันเรื่องคำถามกลางๆ กำปั้นทุบดิน คนออกคำถามมานี่ ยังไม่เข้าใจศาสนา มาออกแง่ศาสนา นักวิจัย : วัดควรให้บริการแก่พุทธศาสนิกชน โดยฝึกให้บริการสำคัญผ่านกิจกรรมต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใด - บริการสถานที่สงบ ร่มรื่น สำหรับการปฏิบัติธรรม (มาก น้อย ปานกลาง) ท่านโพธิรักษ์ : บริการสถานที่นี่หมายความว่าไง นักวิจัย : บริการสถานที่สงบ ร่มรื่น สำหรับการปฏิบัติธรรมคือมีสถานที่ให้ ท่านโพธิรักษ์ : เอา ก็ถูก ก็ใช่ บริการสถานที่ ฟังภาษามันยังไง นักวิจัย : เป็นแหล่งวิทยากรที่มีความรู้ทางธรรม ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ๆๆ นักวิจัย : เป็นแหล่งวิทยากรที่มีความรู้สูง ทั้งทางโลก และทางธรรม ท่านโพธิรักษ์ : ด้วย นักวิจัย : การฝึกอบรม ท่านโพธิรักษ์ : ฝึกอบรมด้วย ฝึกอบรมอย่างดี นักวิจัย : การเทศน์ การสอน ท่านโพธิรักษ์ : ด้วย นักวิจัย : การเทศน์การสอนนอกสถานที่ ท่านโพธิรักษ์ : นอกสถานที่ก็ด้วย ฝึกอบรมก็ด้วย มันพร้อมพรั่ง ก็ต้องด้วย นักวิจัย : การปฏิบัติธรรม ท่านโพธิรักษ์ : การปฏิบัติธรรม มันไม่ซ้ำเหรอ เมื่อกี้เห็นว่าการปฏิบัติธรรม นักวิจัย : คือมันโยงใย สมณะ : อันนั้นสถานที่ อันนี้พูดถึงการปฏิบัติธรรม ข้อ 1 หมายถึงสถานที่ร่มรื่น สำหรับปฏิบัติธรรม อันนี้ปฏิบัติธรรม ท่านโพธิรักษ์ : อ๋อ ! หมายถึงตัวปฏิบัติธรรม เอ้า! ก็ต้องปฏิบัติสิ ไม่ปฏิบัติได้ไง นักวิจัย : หนังสือวิชาการค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : ด้วยสิ มีหมดนั่นแหละ หนังสือวิชาการ หนังสือข้างเคียง นักวิจัย : การเผยแพร่ทางวารสารค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : ทำ ที่นี่ยังทำจัดเลย จะบอกให้ นักวิจัย : ทางจดหมายข่าว ท่านโพธิรักษ์ : จดหมายก็ด้วย จดหมายข่าว จดหมายตอบรับอะไร ได้ทั้งนั้นแหละ นักวิจัย : การเผยแผ่ทางสื่อมวลชน เช่นโทรทัศน์ วิทยุ ท่านโพธิรักษ์ : โทรทัศน์วิทยุ เป็นไปได้ก็ดี นักวิจัย : การเผยแผ่ทางสื่อต่างๆ เช่น แผ่นพับ หรือโปสเตอร์ ท่านโพธิรักษ์ : มี ทำได้มากๆ ก็ดีทั้งนั้น นักวิจัย : พฤติกรรมของวัดต่อไปนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ของวัดมากน้อยเพียงใด - นำเงินบริจาคมาใช้ในกิจกรรมที่ฟุ้งเฟ้อ ท่านโพธิรักษ์ : เฮ้ย ! มันก็เสียหายมากน่ะซิ นักวิจัย : ภิกษุในวัด ประพฤติตนขัดต่อพระธรรมวินัย ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า ! เสียหายมาก นักวิจัย : การบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพ ท่านโพธิรักษ์ : อือ ! ก็เสียหายมาก (หัวเราะ) นักวิจัย : ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ของคณะสงฆ์ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของคณะสงฆ์ หรือ นักวิจัย : ค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : อือ! ว่ากันกลางๆ จริงๆมันก็ถูก ทีนี้คณะสงฆ์ไหน คณะสงฆ์ไหน อัดกันไป อัดกันมา คณะสงฆ์มันเอาเถอะ ตอบไปก่อน กลางๆ พูดไปรายละเอียด เขาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอก นักวิจัย : ไม่คำนึงถึงปัญหาของสังคมรอบข้าง ท่านโพธิรักษ์ : เออ ! นักวิจัย : ประมาณ ไม่มากหรอกค่ะ คือพฤติกรรม ท่านโพธิรักษ์ : อะไร นักวิจัย : พฤติกรรมต่อไปนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อวัดมากน้อยเพียงใด ถามว่า ไม่คำนึงถึงปัญหาของสังคมรอบข้าง ท่านโพธิรักษ์ : ก็เสียหายมากน่ะสิ นักวิจัย : มีวิธีการเผยแผ่หลักพระพุทธศาสนาที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ท่านโพธิรักษ์ : อือ ! ก็เสียหายมาก นักวิจัย : คำนึงถึงประโยชน์ของวัดแต่เพียงอย่างเดียว ท่านโพธิรักษ์ : ก็เสียหายสิ นักวิจัย : ไม่เป็นธุระในการนำหลักทางพระพุทธศาสนามาเกื้อกูลให้ดีขึ้น ท่านโพธิรักษ์ : ก็เสียหายมาก นักวิจัย : มีการบอกบุญบ่อยครั้ง ท่านโพธิรักษ์ : เสียหายมาก นักวิจัย : ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกรมการศาสนา ท่านโพธิรักษ์ : โอ๊ย!ไม่ปฏิบัติตามก็ไม่เป็นปัญหาหรอก กฎเกณฑ์ใช้ไม่ค่อยได้ กรมการศาสนานี้ นักวิจัย : น้อยหรือปานกลาง ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า ! ปานกลางก็ได้ นักวิจัย : ใช้อำนาจและอิทธิพลในทางไม่ชอบ ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า! ใช้อำนาจอิทธิพลในทางมิชอบ ก็เสียหายมากซี นักวิจัย : มีมหรสพ และแหล่งอบายมุขในวัด ท่านโพธิรักษ์ : ก็เสียหายมาก นักวิจัย : มีบุคลากรในวัดทำพิธีทางโหราศาสตร์ เช่น ให้หวย ดูหมอ ท่านโพธิรักษ์ : เสียหายมาก นักวิจัย : ข้อ 16 นะคะ จะเรียนถามความคิดเห็น ท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เกี่ยวกับคำกล่าวต่างๆ เกี่ยวกับองค์กรทางพระพุทธศาสนาแต่ละองค์กรต่อไปนี้ วัดพระธรรมกาย? ท่านโพธิรักษ์ : เห็นด้วยน้อย นักวิจัย : ไม่ค่อยเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ค่อยเห็นด้วยเอางั้น นักวิจัย : มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นทุนนิยม นักวิจัย : มีคณะบุคลากร ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ท่านโพธิรักษ์ : เขามี เขามีบุคลากรของเขา ชื่อเสียงทางโลกนะ นักวิจัย : มีมาก หรือว่า ท่านโพธิรักษ์ : ไม่รู้มีมากหรือไม่ อาตมาไม่รู้ แต่ว่ามีคนที่เขามีชื่อเสียงอยู่ นักวิจัย : มีการปรับปรุง พัฒนากิจกรรมของวัดให้ก้าวหน้า ทันสมัยอยู่เสมอ ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า ของเขาทันสมัย ของเขาทันสมัย นักวิจัย : เขียนว่า อย่างยิ่งเลยนะคะ ท่านโพธิรักษ์ : เขาทันสมัย เห็นด้วย เข้ากับโลกได้ดี นักวิจัย : มีวิธีดำเนินงานและการปฏิบัติทางศาสนาเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ทั่วไปหรอก นักวิจัย : ไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ทั่วไป ได้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง นักวิจัย : มีการรับผิดชอบต่อส่วนรวมเป็นอย่างดี ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ เห็นแก่ตัว นักวิจัย : มีการประชาสัมพันธ์เป็นที่น่าเชื่อถือ ท่านโพธิรักษ์ : ประชาสัมพันธ์เขาเก่ง ประชาสัมพันธ์เก่งมาก นักวิจัย : ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของคณะสงฆ์ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่รู้นะ เขาอาจจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของคณะสงฆ์หรือเปล่า อันนี้ อาตมาตอบไม่ได้ นักวิจัย : การเผยแผ่พุทธศาสนา ด้วยวิธีเข้าใจง่าย ใช้สื่อที่ทันสมัย เหมาะกับผู้รับทุกเพศ วัย วุฒิ ท่านโพธิรักษ์ : มีวิธีการเผยแผ่ให้ทัน อะไรนะ นักวิจัย : มีวิธีการเผยแผ่พุทธศาสนาด้วยวิธีเข้าใจง่าย ท่านโพธิรักษ์ : ไม่เข้าใจง่าย ลึกลับ นักวิจัย : อยู่ในกฎเกณฑ์ ระเบียบวินัยของบ้านเมือง ท่านโพธิรักษ์ : ไม่รู้ อาตมาไม่รู้อันนี้ เห็นบอกว่า มีสันติบาลไปสอบ อาตมาจะไปรู้ได้ยังไง ได้ข่าวว่าอย่างนั้น นักวิจัย : ทีนี้ เรียนถามถึง เห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยกับองค์กรสันติอโศกน่ะค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : โอ้โฮ! โอ! ตอบว่าเห็นด้วยหมดได้มั้ยอันนี้ เอาละ มาถามสันติ อโศกเอง ก็ต้องเห็นด้วยหมด นักวิจัย : ไม่แน่ค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : เอา ไม่แน่ ข้อคำถามของคุณอาจจะขัดแย้งกับอาตมาก็ได้ นักวิจัย : เหมือนกับเมื่อกี้ มีแนวนโยบายดำเนินการสอดคล้องกับพระธรรมวินัย ท่านโพธิรักษ์ : แน่นอน อันนี้แน่นอน เรามั่นใจ นักวิจัย : มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านโพธิรักษ์ : เอ๊ อันนี้ข้อ 1 ของธรรมกายมีด้วยหรือ นักวิจัย : ค่ะ มีเหมือนกัน ท่านโพธิรักษ์ : ตอบว่าไง อาตมาตอบว่าไง นักวิจัย : ไม่ค่อยเห็นด้วยค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : อ๋อ ! เอ้า ! ถามว่าไง นักวิจัย : มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านโพธิรักษ์ : มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาตมาก็ว่ามีประสิทธิภาพ นักวิจัย : ค่ะ มีคณะบุคลากร ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ท่านโพธิรักษ์ : มีชื่อเสียงก็มีบ้าง นักวิจัย : ค่อนข้างเห็นด้วยนะคะ ท่านโพธิรักษ์ : มีบ้าง ไม่มากนัก นักวิจัย : มีการปรับปรุง พัฒนากิจกรรมของวัด ให้ก้าวหน้าทันสมัยอยู่เสมอ ท่านโพธิรักษ์ : อันนี้ มั่นใจว่าทันสมัยอยู่เสมอ ล้ำสมัยด้วย บางคนยังตามไม่ทัน นักวิจัย : มีวิธีดำเนินงานและการปฏิบัติทางศาสนาเป็นที่ยอมรับขอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive