331117 ท่านโพธิรักษ์บรรยายธรรมแก่..นักบวชชาวต่างชาติ ณ ปฐมอโศก .docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2533
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์341 KB
วันที่แก้ไข28 กรกฎาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

331117 ท่านโพธิรักษ์บรรยายธรรมแก่นักบวชชาวต่างชาติ ณ ปฐมอโศก

ท่านโพธิรักษ์ บรรยายธรรมแก่...นักบวชชาวต่างชาติ เมื่อ วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2533 ณ ปฐมอโศก

คณะสามเณร และแม่ชีชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน : กราบเรียนพ่อท่าน แล้วก็เพื่อนสหธรรมิก พระเณร รวมทั้งแม่ชี ที่มานั่งคอยรับฟังพระธรรมเทศนาอยู่นี้ เป็นพระเณรชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน บวชในโครงการ "บวชข้ามประเทศ" ที่วัดเจดีย์หลวง เมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมานี้เอง ก็ที่มาที่นี่ก็เพราะว่า ประการที่ 1. พระเณรรวมทั้งแม่ชีส่วนใหญ่นี้ ได้ศึกษาประวัติของท่านพลตรีจำลองในสไลด์ชุดขบถรัก แล้วก็สนใจมากในชีวิตการปฏิบัติธรรมของฆราวาส เพราะว่าพวกนี้ก็บวชกันชั่วคราวก็เลยอยากจะได้เจอตัวท่านพลตรีจำลอง เมื่อวานก็เลยพาไปพบท่านพลตรีจำลองเรียบร้อยแล้ว แล้วก็บอกท่านว่า วันนี้จะพามาตอนเย็นๆค่ำๆจะพามาดูที่บ้าน แต่ปรากฏว่าเมื่อเช้านี้ เจ้าหน้าที่ ชมร.ซึ่งเอาอาหารไปถวาย 2 วันแล้ว ก็ได้บอกว่าวันนี้มีงานเผาศพก็เลยมาเร็วเป็นพิเศษ เพื่อร่วมงานเผาศพด้วย แล้วก็มีเวลา ก็เลยได้ถือโอกาส ให้พ่อท่านได้ชี้แนะธรรมะบ้าง จะได้เป็นประโยชน์ เพราะว่าส่วนใหญ่ก็มากันไกล ตั้งแต่สิงคโปร์ บรูไน ซาราวัคก็มี แล้วก็เกือบทุกรัฐของประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะโยโฮบารูห์มาเยอะที่สุด ก็คิดว่าตอนนี้หลงไปคันรถหนึ่ง ประมาณ 60 คนยังไม่มา แต่ก็คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร อยากจะใคร่กราบเรียนพ่อท่านได้เมตตาให้ธรรมะสักครึ่งชั่วโมงครับผม ท่านโพธิรักษ์ : โอ้โห...เอาตั้งครึ่งชั่วโมงเชียวเหรอ...ผมก็จะรีบกลับเหมือนกัน นี่ก็จากสันติอโศกมางานศพนะ : ครับ ถ้าแปลด้วยก็เหลือสัก 15 นาทีครับผม (หัวเราะ) ท่านโพธิรักษ์ : เอ้า...เริ่มแปลนะ ก็ยินดีต้อนรับทุกๆคน ธรรมของพระพุทธ เจ้านั้นนะ ปฏิบัติเพื่อ

อ่านต่อ

ให้เราเลิกที่จะหลงลาภ หลงยศ หลงสรรเสริญและโดยเฉพาะ คือโลกียสุข ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีเนื้อหาจะต้องทิ้งความสุข เพราะฉะนั้นจะมีความสุขเพราะว่าได้เงิน นั่นแหละกิเลสละ เพราะว่าได้ยศ นั่นแหละเป็นกิเลสที่เราจะต้องเรียนรู้ แล้วก็จะต้องไม่สุข แม้จะได้รับความสรรเสริญยกย่องแล้วก็ดีใจปลาบปลื้มเป็นสุข สิ่งที่เป็นสุขเหล่านี้ เป็นสิ่งที่จะต้องเรียนรู้แล้วก็ลด มันสุขเพราะว่ามันเป็นสภาพหนึ่งที่เรียกว่า กิเลส หรือเรียกว่าอัตตาอยู่ในมนุษย์ เราต้องเรียนรู้อาการในจิต อาการกิเลสพวกนี้ ที่มันหลอกเรานี่แหละว่าสุข คือทุกข์อาริยสัจ โลกเรียกว่าสุขแต่พระพุทธเจ้าเรียกว่าทุกข์อาริยสัจ เพราะฉะนั้นผู้ใดยังไม่รู้ว่าอันนี้เป็นความทุกข์ ผู้นั้นยังไม่เห็นธรรม เรื่องแม้แต่สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่เรียกว่ากามคุณห้า แล้วเราก็หลงว่าเป็นความสุข โลกเขาเรียกว่าสุข แต่พระพุทธเจ้าเรียกว่าทุกขอาริยสัจ ถ้าผู้ใดมีความเห็นที่กลับกันเรียกว่าทวนกระแสแล้วก็พยายามปฏิบัติตามมรรคองค์แปดจริง ปฏิบัติโดยต้องเรียนรู้จริงๆ อ่านสภาพที่สัมผัสแล้วก็อ่านรู้อาการทางใจแยกกิเลสให้มันออกจากจิตจริงๆ ผู้ใดเรียนรู้จริง ลดได้จริง ผู้นั้นถึงจะเห็นความสงบจากกิเลสเหล่านี้ เมื่อมันสงบลงก็เรียกเราจิตว่างจากกิเลสเหล่านี้ เรียกว่าจิตว่างหรือจิตหมดจากกิเลส สูญจากกิเลสเรียกว่าอนัตตา ไม่มีตัวตนของกิเลส ผู้ที่ลดความสุขได้จริงก็จะทำงานสร้างสรรได้อย่างเสียสละเพื่อผู้อื่นได้จริง ผู้ไม่เห็นแก่ตัวหรือผู้หมดตัวหมดตน ก็คือผู้เห็นแก่ผู้อื่นแล้วก็ทำเพื่อผู้อื่น เพราะฉะนั้นผู้ที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า เมื่อทำ ได้จริงแล้วจึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์อยู่ในสังคม โดยที่ตัวเองไม่ต้องมีอะไรก็ได้ ไม่ต้องมีลาภ ไม่ต้องมียศ ไม่ต้องมีสรรเสริญ โดยไม่หลงความสุขที่โลกเขาหลงกันแล้วก็จะเห็นแต่ความทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป แล้วผู้ที่มีชีวิตอยู่ก็จะทำกุศลหรือทำเพื่อผู้อื่นเรื่อยไป ทำเพื่อผู้อื่น หรือทำเสียสละเพื่อผู้อื่นนี่ เราเรียกว่า "บุญ" เราเรียกว่ากุศล กุศลกรรม กรรมเท่านั้นแหละที่จะติดตัวคนไป ฉะนั้นลดละได้มาก ได้น้อยเท่าไหร่ ก็เป็นความจริงของแต่ละคน ถ้ายังไม่ได้ถึงพระอรหันต์ก็จะได้บ้าง เสียบ้าง จนกว่าจะถึงเป็นพระอรหันต์จึงจะมี แต่ได้ไม่มีเสีย โดยที่ท่านก็ไม่อยากได้แต่มันก็เป็นของท่าน ถ้าพระอรหันต์ตายแล้วก็สูญไปก็มีแต่กุศล มีแต่บุญเท่านั้นเอง ผู้ที่ยังไม่ถึงอรหันต์ก็จะมีแต่บุญเพิ่มขึ้นๆ ถ้ายังมาเกิดอีก เมื่อมาเกิดอีกก็จะมีอันนั้นแหละเป็นมรดกของชีวิตที่แท้จริง ฉะนั้นคนเราเกิดมาถ้าไม่รู้จักบุญไม่รู้จักบาป แล้วไม่จริงจังกับบุญ ไม่จริง จังที่จะลดบาปจริงๆ โดยเฉพาะยิ่งไม่รู้จักบาป ไม่กลัวบาป ทำบาปด้วยความประมาท เขาก็ได้บาปจริงๆ เรื่องธรรมะของพระพุทธเจ้านี่เป็นเรื่องทวนกระแส เช่น เราไปได้เปรียบเขามา จะได้เงินได้ของอะไรก็ตาม แล้วเราหลงเราดีใจ นั่นแหละเราได้บาปไปแล้ว แต่คนไหนที่เข้าใจธรรมะ เราเสียให้เขาไปยิ่งเต็มใจเสียสละให้เขาไปนี่ เราเสียไปนั่นแหละเราได้ แต่คนเราไม่รู้สึกอย่างนี้ มีแต่จะไปได้เปรียบมามากๆ แล้วคิดดูซิว่าตั้งแต่เกิดจนตายนี่เขาได้อะไรไป แม้แต่จะทำทานหรือเสียสละนี่ก็ ก็ขอให้ได้กลับคืนมาให้มากกว่าที่ให้เขาไป แล้วจิตวิญญาณนี่เป็นตัวประธาน ทำทานร้อยหนึ่ง แต่ใจอยากได้เป็นหมื่นเป็นแสน เขาเสียสละร้อยเดียว แต่เขาได้บาปมาถึงหมื่นถึงแสน แม้แต่คิดก็เป็นความจริงเพราะเป็นกรรม เขาเรียกว่าความโลภ นี่คือธรรมะ มาเรียนจริงๆ แล้วมาหัดลดละจริงๆ จนอ่านกิเลสตัวนี้ออกจริงๆ แล้วปฏิบัติจนกิเลสเหล่านี้ตายหมดจริงๆ นั่นแหละคือผู้บรรลุธรรมที่แท้จริง เพราะฉะนั้นได้เกิดมาเป็นชีวิต ได้พบพระพุทธศาสนา เรียนให้ถูกทาง ศาสนาพุทธทุกวันนี้นี่ เรียนห่างไกลความจริงอย่างนี้มากเหลือเกิน แล้วไม่ได้ปฏิบัติละความโลภ โกรธ หลง อย่างนี้เลย เพราะฉะนั้นเขาถึงไม่ได้บรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าเลย บางคนนี่เป็นใหญ่เป็นโตในทางพุทธศาสนา แต่ตลอดชีวิตนั้นได้บาปไปตลอดสาย เรียกว่า "หนี้" เรียกว่า "บาป" น่าสงสาร เพราะฉะนั้นที่ได้มาศึกษากันอย่างนี้ มาพบกันก็บอกกันให้ทราบ ถ้าเผื่อเห็นว่าชีวิตเกิดมาแล้ว ควรจะได้ธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว จงรีบ เพราะทุกวันนี้นี่ตายง่ายเหลือเกิน อย่านึกว่ายังหนุ่ม ยังสาว ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่มีทางได้ ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาเทวนิยม ไม่ใช่อ้อนวอนร้องขอเอาเหมือนอย่างที่มีพระเจ้ามี God ศาสนาพุทธใครปฏิบัติถูกตรงจึงได้ของตนเอง ครูบา-อาจารย์ มีหน้าที่แค่บอกให้แค่นั้น เรามีหน้าที่ต้องอุตสาหะ พยายามปฏิบัติเอาเอง ยาก ไม่ใช่ง่ายแต่เราต้องทำ ชีวิตจะเกิดมาอีกกี่ชาติๆก็อย่างนี้ ถ้าไม่ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าก็ไปสร้างหนี้อยู่อย่างนั้น ผู้ปฏิบัติได้แล้ว จริงแล้วจะบอกคนอื่น ถูกต้องจริง ผู้ปฏิบัติไม่ได้จริงๆแล้ว สอนเขาไม่ค่อยจริงหรอก ศาสนาพุทธถึงเพี้ยนจากผู้สอนที่ไม่ค่อยปฏิบัติจริงนี่แหละ ก็บอกเนื้อหาของความสำคัญของศาสนาพุทธให้ฟังแล้ว เท่าที่มีเวลาน้อยๆ ที่พอบอกได้ ถ้าใครจะมีอะไรถามบ้าง ก็เชิญ : คือญาติโยม ญาติธรรมทั้งหลาย อาตมาได้ศึกษาจากพ่อท่านพอสมควร ที่ได้ฟังจากเทปบ้าง อ่านจากหนังสือบ้าง อาตมาเลยเอาธรรมะเหล่านี้ไปประกาศที่มาเลเซีย อันนี้ต้นฉบับอยู่ตรงนี้ เลยพาเขามาฟังจากต้นฉบับดีกว่า ท่านโพธิรักษ์ : แล้วเวลานิดเดียว เอานิพพาน 5 นาทีนี่ มันหมดรูปจริงๆนะ ขนาดอยู่มาบางคน 10 ปี จะ 20 ปีแล้ว ยังไม่ได้อะไรเท่าไหร่เลยครับ พูดก็ง่ายอย่างนี้แหละ ฟังก็ถ้าตั้งใจฟังไม่โง่เกินไป ก็พอรู้เรื่องครับ ลองแปลให้เขาฟังหน่อยซิ : ครับ พ่อท่านสรุป ท่านโพธิรักษ์ : แต่เราทำมันไม่ใช่ง่ายๆ : นั่นแหละขวานจักตอกแหละ คือที่เขาให้ฉายามา ท่านโพธิรักษ์ : อะไรนะ : ขวานจักตอก ท่านโพธิรักษ์ : อ๋อ! : เลยอธิบายให้เณรกับชีฟังด้วย องค์นี้แหละขวานจักตอก : อ๋อ มีฉายาอื่นบ้างเหมือนกันนะ ไม่ใช่มีแต่ขวานจักตอก ท่านโพธิรักษ์ : แปลไปเป็นภาษามาเลเซียดูซิ เขาบอกว่ามี "สายฟ้าในวาทะ" (หัวเราะ) มีสายฟ้าในวาทะ วาทะคือคำพูดนี่ เขาบอกมีสายฟ้าในคำพูด เอ้า มีมั้ย? เวลามีน้อย : Could you explain to us the situation of Thai politics and its relation to the Sangka and why it is so now ? : พ่อท่านกรุณาบอกให้เราทราบด้วยว่า ภาพ politics การเมืองของไทยนี้ได้เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ของเมืองไทย แล้วทำไมมันจึงต้องเป็นอย่างนี้ ท่านโพธิรักษ์ : เป็นยังไง? : เป็นอย่างที่กระผมเคยเล่าให้เขาฟัง ในสภาพที่พ่อท่านอยู่เดี๋ยวนี้นะครับ ท่านโพธิรักษ์ : อยู่อย่างนี้เป็นอย่างไรล่ะ ก็เป็นพระอยู่เหมือนอย่างเก่านั่นแหละ : ครับ ท่านโพธิรักษ์ : เพียงแต่เขาไม่ให้เรียกพระ เขาไม่ให้นุ่งห่มเหมือนอย่างที่เขานุ่งห่มก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไร เขาไม่ให้นุ่งห่มอย่างนั้น ก็มานุ่งอย่างนี้ : ครับ คือพ่อท่านครับ คือเขาไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องทำอย่างนี้ ท่านโพธิรักษ์ : ทำไมต้องทำอย่างนี้ ก็ต้องไปถามผู้ทำ ไม่ใช่มาถามผู้ถูกทำ : มีอีกปัญหาหนึ่งคือ เป้าหมายของนักบวชก็คือนิพพาน แต่เป้าหมายของฆราวาสนี้ อะไรคือเป้าหมายของฆราวาส ท่านโพธิรักษ์ : นิพพานเหมือนกัน ในศาสนาพุทธไม่มีอะไรดีกว่านิพพาน : เขาถามว่าเกิดมาชาตินี้อย่างไรจึงถือว่ามีความหมาย ท่านโพธิรักษ์ : ก็นั่นแหละ ต้องสะสมนิพพานไปเรื่อยๆ แม้นิพพานน้อยๆก็ต้องสะสม : เมืองไทยคือเมืองพุทธและเจริญมาก ทำไมไม่ใช้ความเจริญเหล่านี้มาพัฒนาพุทธศาสนา กับโลภ โกรธ หลง เหล่านี้ ท่านโพธิรักษ์ : คำว่า"เจริญ"นี่ ถ้าเข้าใจว่ามีวัตถุเจริญ มีการสร้างตึกใหญ่ๆ มีรถมากๆ มีเครื่องมือ มีเทคโนโลยีมากๆ มีคนไปเรียนได้ด็อกเตอร์มามากๆ แล้วก็มาหาเงินให้แก่ตัวเองได้มากๆ ถ้าเข้าใจว่าอย่างนั้นก็เป็นความเจริญที่สวนทางกับความเจริญที่พระพุทธเจ้าท่านหมาย เจริญของพระพุทธเจ้านั้น คือคนไม่โลภมากแต่ขยันสร้างสรร แล้วรู้จักความพอเหมาะ พอดี สร้างสรรผู้มีความสามารถมาก มีความรู้มาก ช่วยคนมีความสามารถน้อย มีความรู้น้อย ไม่ใช่ว่ายิ่งมีความรู้มาก ยิ่งฉลาดเฉลียวมาก สร้างได้มาก แล้วก็เลยเอาเปรียบคนอื่นมากๆ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ : ทีนี้มีอีกปัญหาหนึ่งก็คือ โอ้โห ปัญหานี้ยาวเหยียดเลยคือ : คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบแล้วเกิดรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จะใช้วิธีมรรคองค์แปดปรับได้อย่างไร ไม่บอกปรับอะไร ปรับทุกข์หรือปรับสุขไม่บอกเลย ท่านโพธิรักษ์ : นั่นแหละๆ ถามเข้าท่าแล้ว ถามเข้าเรื่องแล้ว ถ้าหากว่าจะศึกษาพุทธธรรมและจะออกบวช แต่พ่อแม่ปฏิเสธ และพ่อแม่จะสมใจคือ ถ้าเรามีวัตถุมากๆ และอยู่กับพ่อแม่ อันนั้นเขาเรียกว่าตอบแทนบุญคุณ เราควรจะเลิกทาง พุทธธรรมออกบวช หรือว่าควรจะตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ท่านโพธิรักษ์ : ถ้าพ่อแม่มีวัตถุมากๆอย่างนั้น รีบหนีออกบวช ถ้าพ่อแม่มีแล้ว มีวัตถุมีเงินทองมากแล้ว ท่านก็อยู่ได้แล้ว เราก็รีบหนีออกบวช : ฆราวาสจะปฏิบัติธรรม ได้บรรลุถึงพระอรหันต์หรือเปล่าครับ ท่านโพธิรักษ์ : สามารถบรรลุได้ถึงพระอรหันต์ แต่ว่าความเป็นพระอรหันต์จริงๆนั้นต้องครบทั้งธรรมและวินัย ถ้าเผื่อว่าผู้เป็นฆราวาสนั้นปฏิบัติธรรมจนกระทั่งจิตถึงฐานของอรหัตผลแล้วนี่นะ ก็จะต้องบวชไปอยู่ตามพระวินัยของพระพุทธเจ้าดูสิ เพราะพระวินัยนี่ปฏิบัติยาก ศีลพระพุทธเจ้า ศีลของพระนี่ปฏิบัติยาก ศีลเยอะนะ ไม่ใช่มี 227 เท่านั้น ถ้าปฏิบัติวินัยของพระพุทธเจ้าได้จริงๆเลย แล้วก็จิตใจของเราว่างจริงๆจึงจะพิสูจน์ได้ว่า เป็นพระอรหันต์แท้ เพราะฉะนั้นผู้ใดยังไม่ได้บวชพิสูจน์พระวินัย ศีลของพระพุทธเจ้าตามศีลโอวาทปาฏิโมกข์ของพระแล้วจริงๆ จะยังไม่ถือว่าได้ผ่านข้อพิสูจน์ที่แท้จริงว่าเป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นถ้าปฏิบัติธรรม ผู้ใดมีจิตปฏิบัติถึงอรหันต์ตั้งแต่เป็นฆราวาสแล้วพอมาบวชก็จะปฏิบัติได้จริงๆ ถ้าผู้ใดหลงว่าตัวเองเป็นจิตอรหันต์แล้วตั้งแต่เป็นฆราวาส ไปบวชเข้าจริงๆแล้วปฏิบัติไม่ได้หรอก : คือเป็นฆราวาสและศึกษาพุทธธรรมไม่ใช่นักบวช เพื่อที่จะเลี้ยงชีพ ต่อไปต้องออกไปทำค้าขาย แล้วจะตัดความโลภได้อย่างไร จะศึกษาพุทธธรรมได้ อย่างไร ท่านโพธิรักษ์ : ได้ ที่นี่ก็ค้าขาย ข้างหน้าก็ร้านค้า แต่ต้องค้าอย่างไม่ขี้โลภ ต้องมาเรียนจริงๆ มรรคองค์แปด ให้ทำการงาน ให้ทำอาชีพได้ ในที่นี้คงจะอธิบายทันทีไม่ได้หรอกนะ : คือพ่อท่านครับ เขาเคยฟังผมบรรยายเรื่องมรรคองค์แปดเหมือน กัน แต่ไม่ทราบว่าเข้าท่าหรือเปล่าครับ ท่านโพธิรักษ์ : (หัวเราะ) ปฏิบัติได้ ค้าขายได้ ทำงานทำอะไรได้ ทำเกษตร ทำ มันต้องมีอาชีพ มันต้องมีการงาน บวชแล้วก็มีการงาน หรือไม่บวช เป็นฆราวาสก็ต้องมีการงาน เพราะฉะนั้นหลักปฏิบัติธรรมนี่ปฏิบัติมรรคองค์แปด ต้องปฏิบัติการงาน : คือเป็นฆราวาสแต่ชอบชีวิตของนักบวช แต่เวลายังไม่ถึงครับ คือเดี๋ยวนี้ต้องศึกษาเป็นประเภท หรือว่าต้องไปลึกทางนั่งหลับตา คือนั่งสมาธิและโลภน้อยเป็นพื้นฐานของชีวิตครับ ไม่ค่อยชัดนะ ปัญหานี้ ท่านโพธิรักษ์ : ก็คงจะหมายความว่าไปปฏิบัติเอาเพียงแค่ไปนั่งหลับตา คงจะหมายความว่าอย่างนั้นมั้ง : คือปฏิบัติอย่างแค่นิดๆหน่อยๆครับ ท่านโพธิรักษ์ : มาศึกษาดีๆนะ มาศึกษาดีๆ ธรรมะของพระพุทธเจ้าลึกซึ้ง : คือเมื่อกี้พ่อท่านได้เล่าถึงบรรลุเป็นพระอรหันต์ คือเป้าหมายสูงสุด นั่นใช่มั้ย? บรรลุเป็นพระอรหันต์คือทางที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ปฏิบัติครับ ท่านโพธิรักษ์ : บอกแล้วว่ามันยาก แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรได้ที่สุด แม้ว่าจะได้คูเวตทั้งคูเวต อิรักทั้งอิรัก ได้อเมริกาทั้งประเทศ ได้ญี่ปุ่นอีกทั้งประเทศ ก็ยังไม่สู้อรหันต์ : จะรู้ทุกข์เกิดขึ้นได้อย่างไร : อย่างไรจึงถือว่าได้เห็นมรรค ท่านโพธิรักษ์ : ที่เข้าใจสภาพที่ รู้ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องละ นั่นแหละเรียกว่าเห็นมรรค พอเริ่มรู้ว่าสิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่ควรละแล้วก็พยายามละ ลงมือละ ก็คือเรียกว่าพยายามเดินมรรค ปฏิบัติได้ผลครบรอบแต่ละรอบ เรียกว่าอรหันต์ อรหันต์รอบแรกเรียกว่าโสดาบัน อรหันต์รอบสองเรียกว่าสกิทาคามี อรหันต์รอบที่สามเรียกว่าอนาคามี อรหันต์รอบสุดท้ายเรียกว่าอรหันต์ของอรหันต์ : What is the venerable right view on vegetarianism? : ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องมังสวิรัติ คือทิฏฐิ ความเห็น ท่านโพธิรักษ์ : มังสวิรัติเป็นอาหารของมนุษย์ ที่ไปกินเนื้อสัตว์นั้นมันเป็นความผิดของมนุษย์ เอาเท่านี้ก่อน ไปกินเนื้อสัตว์ก็เป็นผิดมนุษย์ไปเท่านั้นเอง ท่านโพธิรักษ์ : แปลให้ฟังบ้าง อ๋อ เคารพพระธรรมที่มีอยู่ในพระสงฆ์สามเณรด้วยครับ สาธุ

ถอดเท็ปโดย จุไร ทองคำ 19 พ.ย. 33 ตรวจทาน 1 โดย พรรณี ทรงเลิศเมธา 22 พ.ย. 33 พิมพ์โดย อนงค์ศรี เบญจโศภิษฐ์ 24 พ.ย. 33 ตรวจทาน 2 โดย สม.ปราณี ลอกภาษาจีน โดย พรรณี ทรงเลิศเมธา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน