330720_ทำงานเพื่อจัดการอัตตา โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ณ พุทธสถานสันติอโศก .docx
เนื้อหาในไฟล์
330720_ทำงานเพื่อจัดการอัตตา โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานสันติอโศก
ความสำคัญในความสำคัญ พ่อครูว่า…เราทำงานศาสนากันมา อาตมา โดยเฉพาะอาตมาทำงานศาสนามาก็ 20 ปี ถึงเดือนพฤศจิกายนนี่เมื่อไหร่ ก็ครบ 20 ปี ขึ้นปีที่ 21 ก็เกิดสภาพของศาสนา เกิดอะไรต่ออะไรขึ้นมา ดีนะ แต่นั่นแหละ อะไรๆ มันดีขึ้นมาแล้ว มันก็จะทำให้เรานี่เข้าใจผิด ที่ เรียกว่า อุปกิเลส คือตัวกิเลสที่มันจะทำให้เราเข้าใจผิด หลงดีเกิน ไม่มัชฌิมา และก็ไม่รู้ ความสำคัญในความสำคัญ โดยเฉพาะ เรื่องอัตตา เรื่องตัวตน เรื่องเอาแต่ใจตัว ใจเราประมาณไม่ดี ไม่เป็น สัปปุริสธรรม เอาแต่ใจตัว บำบัดความชอบ บำบัดความอยากของตัวเอง โดยเอาความอยากของตัวเองเป็นตัวตัดสิน ที่จะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ ที่จริงตามอำเภอกิเลส ทำตามใจตัวเองมันก็เสียหายนะ อาตมาก็รู้สึกอบอุ่น ที่พวกเราแม้แต่ฆราวาสนี่ จริงจังในเรื่องศาสนาขึ้นมา มีการถือศีลฟังธรรม ลดละ ลดความโลภ โกรธ หลง ลดลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เป็นฆราวาสแท้ๆ ทำได้ถึงขนาดนี้ มันหมายถึงศาสนาจริงๆ มีเนื้อหาของศาสนา ทีนี้สำหรับสมณะ สำหรับพระ สำหรับผู้ปฏิบัติฐานะที่สูงขึ้นๆ เราก็มีความจริงจังขึ้นมา อาตมาเคยได้เน้นกับพวกสมณะเรานะ ว่าเราจะเห็นเหตุการณ์ของวงการศาสนานี่ มันย่ำแย่ลงไปมากๆ เรื่องที่ร้ายกาจที่สุดคือเรื่องของเงินทอง สมณะที่มีเงินทอง รับเงินทอง ซึ่งมันผิดศีล ผิดธรรม ผิดวินัยนิสสัคคียปาจิตตีย์ ซึ่งแปลกันโดยพระบาลีนี่นะ เขาแปลเบี้ยวบาลีมาด้วยซ้ำไป ในพระบาลี นิสสัคคียปาจิตตีย์ ตามธรรมดาแล้วมีพระบาลีที่ ชัดเจนเลยว่า รับเงินรับทองมาเป็นสมบัติส่วนตัวไม่ได้เลย แต่เขาก็แปลเลี่ยงกันมาเรื่อย จนทุกวันนี้ มามุบมิบๆกันยังนี้ จนกระทั่งมันก็ยังแปลไม่ได้อยู่นั่นเอง ว่าจะรับเงินทองได้ แต่เขาก็รับเงินทอ
อ่านต่อ
งมาเป็นของส่วนตัวได้อยู่อย่างงั้น ก็เลี่ยงกันอยู่ทุกวันนี้ เลี่ยงกัน จะเห็นได้ว่ามันเป็นภัย เป็นอสรพิษ เป็นวัตถุอนามาส วัตถุอนามาสเป็นของไม่ควรสำหรับสมณะ ของไม่ควรสำหรับสมณะนี่ อาตมาจำแม่นในนักธรรมเขาก็เรียนกัน เรื่องเงินทองเป็นวัตถุอนามาส ผู้หญิง เป็นวัตถุอนามาส รับไว้ในครอบครองไม่ได้ ดอกไม้เป็นวัตถุอนามาส อย่างนี้เป็นต้น เขาเรียนกันนะ แต่เสร็จแล้วก็เผินๆ เรื่องผู้หญิง กับเรื่องเงินทอง สองเรื่องนี้อาตมาเคยสำทับกับชาวอโศก สมณะชาวอโศกเราว่า ระวังให้ดีๆ เรื่องนี้ สองเรื่องนี้เป็นสำคัญมากๆ ที่โลกเขาเข้าใจง่าย โลกวัชชะก็ง่าย เรื่องราวอะไรที่มันจะเกิดนะ เสี่ยงต่อปาราชิก เสี่ยงต่อการตกร่วงในธรรมได้ง่าย ขอให้สังวรระวังให้ดีๆ เถิดเรื่องนี้ เราว่าเราก็พยายามช่วยกัน อย่ามา เอื้อ อย่ามาทำอะไรให้สมณะนี่มันพลาดพลั้งลงไปในเรื่องเหล่านี้ เรื่องเงินทอง อย่าไปมีในครอบครอง เราพิสูจน์ได้ว่าเราไม่มีเงินใน ครอบครอง หรือแม้แต่จะพยายามเบี้ยวเบี่ยงไปว่า แล้วไปมีเงินอยู่ในคนนั้นคนนี้ เป็นธนาคารเคลื่อนที่ ที่อาตมาเคยใช้ภาษานี้ว่าพวกเรา โดยมีฆราวาสบางคน เก็บไว้ให้แก่เรา แล้วก็ว่าเราไม่มีหรอก แต่ก็ให้ฆราวาสเก็บไว้เป็นธนาคารเคลื่อนที่ ตกลงกัน มีอะไรก็ไปให้ธนาคาร หรือให้ฆราวาสนั้นจับจ่ายใช้สอยแทน เราก็บอกซื้อบอกขาย บอกเก็บ บอกเป็นส่วนสัดส่วนตัว ยินดีเป็นของของตัวอยู่ แบบนี้ ปลงอาบัติก็ไม่ตก นิสสัคคียปาจิตตีย์มันไม่ตก หรอก เราต้องเข้าใจ ต้องพยายามละเอียดลออถึงธรรมะเนื้อหาสาระของมันให้ดี เรื่องผู้หญิงก็สำคัญมาก นี่เราจะเห็นได้ เรื่องที่เกิดทุกวันนี้ เรื่องที่มันเกิดอื้อฉาว ที่มันฉาวโฉ่ เรื่องฆ่าแกงกันด้วยเงินด้วยทอง แย่งชิงทรัพย์ศฤงคารกัน เรื่องผู้หญิง เรื่องเงินเรื่องทอง นัวนังๆ อยู่นี่แหละ เละเทะไปหมดเลย น่าอับอายขายหน้า ถ้าเราไม่มีศาสนาเป็นที่หวัง ไม่มีศาสนาเป็นที่พึ่ง เราก็จะต้องไปไม่รอด สังคมมนุษย์นะ เพราะฉะนั้น ก็ใคร่จะขอให้สมณะทั้งหลายได้สังวรสำรวม ให้เห็นธรรมะเป็นใหญ่ให้มาก ขณะนี้พวกเรามีส่วนเกินในเรื่องของอัตตา ซึ่งจะต้องกำชับกำชาสมณะท่านทั้งหลายขณะนี้ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พวกเราชักจะไม่ค่อยดี ก็คือเรื่องจำพรรษา เราก็เลยมองเผินว่า การจำพรรษานี่ก็ไม่เอาจริงเอาจังกัน จอบแจบไปไหนก็ถือเลี่ยงสัตตาหะไป เดี๋ยวก็จะสัตตาหะไปนั่นไปนี่ มันไม่ใช่กิจตามที่พระพุทธเจ้าท่านกำหนดไว้ ไม่ใช่กิจสงฆ์ ไม่ใช่ไปพยาบาลพ่อแม่ป่วย อะไรต่างๆ นานา ไม่ใช่เรื่อง ที่จะ หรือว่าไปบำบัดภิกษุที่กระสันจะสึก อะไรอย่างนี้ ต่างๆ นานาพวกนี้ ไม่ใช่กิจเหล่านี้เลย ไม่ใช่กิจสำคัญเลย ไปดูต้นหมากรากไม้บ้าง มาทำเครื่องนั่นเครื่องนี่ สัตตาหะมาทำรับใช้ฆราวาสด้วยซ้ำไป สัตตาหะมาทำนั่นทำนี่ อะไรต่ออะไรให้เขา อะไรต่ออะไรมันยังไม่เสร็จโน่นนี่อะไร มัน ไม่ใช่เรื่องเลยนะ ผมอยากจะให้พวกเราได้อธิษฐานจริงๆ ได้ตั้งใจนะ ผมกำชับกำชาแล้วว่า คำว่าอธิษฐานนี่เป็นเรื่องตั้งใจ เราอย่าเห็นประโยชน์ที่มันไม่สำคัญมาเป็น ความสำคัญ ทุกวันนี้นี่ศาสนามันแย่แล้ว มีชาวแม่ค้า ขนาดแม่ค้าที่ไม่ได้สนิทสนมกับเราเลย เรื่องฉาวโฉ่ขึ้นนี่ จนกระทั่งเขาอุทานนะ มีพวกเราไปได้ยินได้ฟังมาจากปากของเขาโดยตรงเลย เขาอุทาน เขาบอก โอ้โฮ! เดี๋ยวนี้ศาสนาพระเจ้าเสื่อมศรัทธา เขาบอกเขาไม่มีที่เคารพอีกแล้ว เป็นพุทธศาสนิกชน ไม่มีพระที่ไหนเคารพแล้ว มีพระสันติอโศกเท่านั้นแหละ ที่ยังพอเคารพได้ เขาอุทานยังงี้จริงๆ แม่ค้าในตลาดนี่อยู่ในตลาด ซึ่งเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่เคยมาวัดมาวาอะไรเราหรอก เขาก็รับกระแสเหล่านี้ เป็นที่น่าชื่นชมสำหรับเรา ทุกอย่างมันกระจายออกไป มันอะไรต่ออะไรออกไป ข้างนอกเขาก็รับรู้ทุกอย่างแหละ ชาวบ้าน ร้านตลาด แม่ค้าแม่ขาย ใครๆ เขาก็รับรู้ สิ่งเหล่านี้เราควรจะเห็นใจเขาให้มาก ว่าเขาเองเขาก็ศรัทธาเลื่อมใสเรา เพราะเราเป็นสมณะ เพราะเรายังอยู่ในศีลในธรรมในวินัย อยู่ในกรอบในข่าย เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ เรายังมีอะไรอยู่ เรายังพยายามทำอะไรตามธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านบัญญัติ วินัยก็ลงปาฏิโมกข์ พยายามกระทำอะไรให้มันตรง ให้มันลึกซึ้งนะ จำพรรษานี่ พระไม่จำพรรษาแล้วมันก็เลอะเท่านั้นเอง อยู่มานานนักหนาแล้วนะ เรื่องเหล่านี้เป็นสัจจะ แม้จะเป็นวินัย วินัยเราถือว่าสมมุติสัจจะก็ตาม ความดี ความชั่วก็เป็นสมมุติสัจจะ แต่เราต้องอยู่ด้วยสัจจะ อย่างนี้ที่สำคัญ และมันก็เนื่องมาจากปรมัตถสัจจะนั่นเอง เนื่องมาจากอัตตา เนื่องมาจากใจเราเอง และเราก็เห็นความสำคัญในความสำคัญตามใจเรา ไอ้นี่สำคัญนี่หว่า เราก็จะเอาบำเรอใจ ตามใจของเราว่านี่สำคัญ เราก็สำคัญตามใจเรา แต่เราไม่ได้คำนึงถึงความสำคัญอันนี้ มันอยู่ในขอบข่ายของจารีตประเพณีวัฒนธรรม จะเกิดความไม่เลื่อมใส จะเกิดความเสื่อมโทรม เสื่อมทรุดในศาสนาหรือไม่ เราก็ไม่ได้เข้าใจนะ
อย่าพร่าประโยชน์ตน เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก หลายคน หลายท่าน บางทีก็เอางาน เอาภาระนอก เราต้องสำคัญ อย่าให้งานภาระนอก หรือว่าประโยชน์ท่าน มาพร่าประโยชน์ตน เราอย่าให้ประโยชน์ท่านมาพร่าประโยชน์ตน ประโยชน์ตนนั้น เรื่องอัตตา หรือเรื่องฐานะของเรา เรื่องกิเลสตัณหาต่างๆ เราต้องให้สำคัญมากพอสมควร เราอย่าไปเห็นความสำคัญในเรื่องพวกนี้ แม้แต่ฆราวาส เขาก็จะมอง เขาก็เห็น ความสำคัญนี่เขาก็ยิ่งไม่เหมือนเรา เรามองเรื่องจิตให้สำคัญ เรื่องข้างนอกเราก็ต้องมองฆราวาสเขา เขาก็จะมองหยาบ มองเรื่องจารีตประเพณี วัฒนธรรม แม้แต่แค่เรื่องราวอะไรที่เขาเอามาเล่นงานเรานี่ เรื่องไม่กราบพระพุทธรูป เรื่องไม่ไอ้โน่นไอ้นี่อะไรต่ออะไรต่างๆ นานา อะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสมณะเราต้องพยายามหน่อย แล้วอยากจะกำชับกำชา เรื่องจำพรรษานี่ เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราอย่าไปตีความเอาเข้าใจง่ายๆ ตามอำเภอใจ หรือเป็นอัตตาตามที่เรานึกเราคิดนี่ง่ายๆ ตื้นๆ
งานก็ดีนะ ทุกวันนี้งานเรามาก นั่นนะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเราจะหลงงาน เป็นกัมมารามตา เป็นการหลงงานจนกระทั่งไม่มองถึงกิเลส อุปกิเลสของพวกเราเอง ของตัวเราเอง แล้วเราก็เลยปล่อยปละละเลย พร่าประโยชน์ตน โดยเห็นประโยชน์ผู้อื่นแม้มากแม้มาย แม้อะไรต่อมิอะไร แล้วก็ไม่ถูกกาละ ไม่ถูกเทศะ ไม่มีกาลัญญุตา ไม่มีมัตตัญญุตาอะไรอย่างดี ก็เพราะเราไม่รู้จักธัมมัญญุตา อัตถัญญุตา ไม่รู้จักแก่นสารสาระ ไม่รู้จักชั้น จักระดับ ไม่รู้จักส่วนสัดที่จะได้ประมาณ ควรจะได้กำหนดให้ดีๆ นะ เพราะฉะนั้น ควรจะให้ตั้งอยู่กับที่ ควรจะจำพรรษา 3 เดือน การกำหนดเข้าพรรษานะ ผมเองผมคำนึงถึงเหมือนกัน คำนึงถึงหลายคนว่า จะต้องให้ได้รับบทปฏิบัติ บทฝึกหัด บทเล่าเรียนบ้าง เพราะฉะนั้น จึงโยกย้ายผู้คนไปอยู่จำพรรษาโน่นนี่ ก็คำนึงถึงอะไรต่ออะไรพวกนี้ เป็นการสอน เป็นการกระทำอะไรต่ออะไร เพื่อที่จะให้เกิดสภาพที่มันจะขัดเกลาในตัวเองด้วย ไม่ได้หมายความว่าสุ่มสี่สุ่มห้า ทำอะไรไปจนกระทั่งไม่เห็นความสำคัญในความสำคัญ ทั้งรอบลึกรอบกว้าง ก็คำนึงถึงรอบลึกรอบกว้าง คุณก็คงคำนึง ผมก็คำนึง ผมก็กำหนดไปตามที่คิดว่า ควรจะได้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน คุณมีฐานะได้ ขนาดนั้นขนาดนี้ กิเลสส่วนนั้นส่วนนี้มากน้อยอะไร ผมคิดว่าผม พอมองกิเลสออก สำหรับของแต่ละคนๆ ได้กำหนดอะไรต่ออะไรลงไป แม้จะทำอย่างโง้น ทำอย่างงี้ โดยเฉพาะจำพรรษาอะไรนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าแกล้ง ไม่ได้หมายความว่า จะกระทำให้มันเกิดคุณค่าประโยชน์ หรือว่ามันจะเสื่อมไหม มันจะพังไหม กิจนอกกิจใน หรือว่าส่วนสัดที่เราทำงานกันอยู่นี่ มันจะเสียหายไหม ก็ได้คำนึงว่าควรไม่ควรแค่ไหน เพราะฉะนั้น ขอให้พวกเราได้มีอธิษฐานจิต อธิษฐานพรรษาแล้วก็จำพรรษา แล้วก็อย่าเลี่ยง สัตตาหะกันมากนัก มิฉะนั้นมันก็จะไม่เป็นโล้เป็นพาย มันจะกลายเป็นเรื่องที่เห็นความสำคัญผิดไปนะ สำคัญในความไม่สำคัญ แล้วก็กลายเป็นพร่าประโยชน์ตนอะไรต่างๆ นานาพวกนั้นมากขึ้นนะ มันก็จะไม่ดีนะ เราทำงานนี่นะ ฆราวาสก็ดี ทุกวันนี้เราทำงานกันโดยเดินตามมรรคองค์ 8 และก็มีหลายเรื่องหลายราวที่เราเผลอๆ ไผลๆ ไม่รู้ตัว ทำงานไปแล้วก็กิเลสขึ้นเรื่อยๆ ความโลภมากขึ้น ความโกรธ เพ่งโทษ มีความอาฆาต เคียดแค้น มีความไม่ชอบใจ โทสมูลนี่ ละเอียดๆ ไปจนกระทั่งถึงอรติ มีความไม่ชอบใจ ไม่ชอบใจเพราะมันไม่สมใจตน มันก็ไม่ชอบใจ แข่งขันกันอย่างโง้นอย่างงี้ กระแนะกระแหน หรือว่าประชดประชัน หรือว่าแย่งชิง เอาชนะคะคานกัน มันเป็นกิเลสรากเหง้ามาทั้งนั้นแหละ และมันก็ให้มาก่อเกิดอะไรต่างๆ พวกนี้ ซึ่งมันเป็นความสูญเสีย เป็นความเสื่อมเสีย ก็ขอให้หลักในการปฏิบัติธรรมปฏิบัติงาน ทำงานนี่ ให้หลักว่า เราจะตัดสิน อย่างไรหนอ บางทีบางเรื่องบางอย่าง มันทำให้เราเองตกต่ำโดยไม่รู้ตัว ก็ขอให้หลักไว้ยังงี้
ทำงานเพื่อจัดการอัตตา งานใดก็ตามที่เราทำงานแล้ว งานมันจะเจริญมากเจริญมายอย่างไรก็ตาม แต่ถ้างานนั้นมันทำ ยิ่งทำก็ยิ่งเกิดความโลภ ยิ่งทำก็ยิ่งเกิดความโกรธ เคียดแค้นชิงชัง ไม่ชอบใจ อึดอัด ขัดเคือง ทำให้เรามีอารมณ์แย่ลงทุกที งานดีนะ งานเจริญ ได้เงิน ได้ทอง ได้งาน ได้ผลผลิตอะไรขึ้นมา เสร็จแล้วมันทำให้เราลืม ลืมตรวจจิตของเราว่า โอ! เรานี่ยิ่งหงุดหงิดเร็วนะ เรายิ่งไม่เป็นคนที่สงบ เรายิ่งกลายเป็นคนที่อะไรก็ไม่ชอบใจ อะไรก็ รู้สึกว่าคนนั้นไม่ทันใจ คนนี้ทำไม่ถูกใจ คนนั้นทำงานรู้สึกว่าไม่ดีเหมือนเราทำ เรานี่แหละทำถูกต้อง เรานี่ทำดี คนอื่นทำไม่ดี แล้วเราก็ยึดตัวตน อัตตามานะก็ขึ้นกลายเป็นโทสมูล อย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด เข้ากินตัวมากมายเท่าไหร่ๆ เราก็ไม่รู้ตัว ไม่รู้สึกตัว ระวัง งานอย่างนี้นี่ นั่นแหละฉิบหายแล้ว ขออภัย วินาศสันตะโรแล้ว ว่าจะไม่พูดคำว่าฉิบหาย วินาศสันตะโรแล้ว เรานั่นแหละฉิบหาย เรานั่นแหละวินาศสันตะโร เราเสื่อมแล้ว โทสมูลมากขึ้น หงุดหงิดเร็ว ใจไม่สงบ ใจไม่หนักแน่น ความโลภเกิดมาเป็นเหตุใหญ่ โลภในงานเป็นกัมมารามตา ต้องการให้งานมันเร็ว ต้องการให้งานมันเจริญ ต้องการให้งานมันกว้าง ต้องการให้งานมันงอกงาม เราก็ไปเพ่งที่งานกันไปหมดเลยเป็น กัมมารามตา เสร็จแล้วความโลภเราเจริญรุ่งเรืองงอกงามไพบูลย์ ความโกรธ โทสมูลเราก็เจริญงอกงามไพบูลย์ ถ้าทำงานใด ความโลภเกิดมากขึ้น ทะเลาะเบาะแว้ง แย่งชิง อยู่ด้วยกันไม่สงบไม่สนิท แทนที่จะเห็นใจกัน เอื้อเฟื้อ เจือจานกัน เกื้อกูลกัน ยอมกันบ้าง บันยะบันยังกันบ้าง เราก็กลายเป็นถือตัว ถือตน มีของตัวของตน ข้าถูก ข้าดี ข้าใหญ่ ข้านี่แหละทำงานเก่ง ข้านี่แหละ เลิศยอด อะไรไปเรื่อยๆ อย่างนี้ไม่เจริญ ไม่เจริญ เราเป็นอยู่สุขทุกวันนี้เพราะหมู่ของเรามีธรรมะ เพราะความเป็นพี่น้อง เพราะความสงบ เพราะความยอม เพราะความลดมานะอัตตา เราก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน บางคนมีจริต มีวาสนา มันแน่น มันหนา กิเลสมันมาก มันติด มันยึดมาเยอะ แต่ก็ไม่ได้เป็นคนต่ำกว่ามาตรฐาน เราก็อยู่ด้วยกันได้ ยอมกันบ้าง แม้มันจะไม่เจริญ งานนี้ แม้จะกิจนี้มันจะก้าวหน้าไปช้าหน่อย เราก็ เอาละ ไปด้วยกัน ยืดหยุ่นกันบ้างนะ มีการบันยะบันยังกัน ยอมบ้าง มันจะไม่ดีนัก แต่ก็เพื่อ ความอยู่กันอบอุ่น เพื่อความไม่แตกไม่แยก สมานประสานกันดี เป็นมวลเป็นหมู่ ถ้อยทีถ้อยไปด้วยกัน ไม่ให้เกิดช่องว่าง ไม่ให้เกิดบาดหมาง อย่างนี้เราต้องการ แต่ถ้าอยู่กันแล้ว เอ็งเก่งก็เก่งใหญ่ งานการเป็นใหญ่ได้ แต่กิเลสมากขึ้น อยู่กันก็ไม่สงบ ทะเลาะเบาะแว้ง แย่งชิง ช่องว่างระหว่างโทสมูล ช่องว่างระหว่างโลภะ ราคะอะไรก็มากขึ้นๆ อย่างงี้ไม่เกิดเจริญ ไม่เกิดเจริญ เราเองก็มองอุปกิเลสที่ซ้อนเชิงลึก ซ้อนชั้นซ่อนเชิงขึ้นมาไม่เป็น มองไม่ออก อ่านไม่เป็น เสร็จแล้วเราก็เอาชนะคะคาน ต้องรู้ฐานะตนของตนให้ดี เมื่อเราเองนี่ เรามีฐานะอย่างไร เจริญขึ้นด้วยธรรมหรือไม่ สิ่งที่มันเกิดด้วยบทบาทความเป็นอยู่นี่ มันมีสันติภาพจริงๆ มันมีภราดรภาพจริงๆ เรื่องของธรรมะนี่ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าไม่เป็นไปเพื่อภราดรภาพ ไม่อบอุ่น ไม่เป็นพี่เป็นน้อง ทุกวันนี้ แม้แต่พี่น้องคลานตามกันออกมา มันก็ไม่เป็นพี่เป็นน้องกัน มันก็ เห็นแก่ตัว แย่งชิง เอาเด่นเอาดัง เอาใหญ่เอาโต เอาเปรียบอะไรกัน แทนที่จะเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันช่วยเหลือเฟือฟายกันนะ มันก็ไม่เป็นอย่างงั้น มันก็ไปไม่รอดนะ มันก็ เขาจะเอาเปรียบก็เอาละ จะเอาเปรียบก็รู้ว่าเอาเปรียบ ก็เอาละ เราอยู่ในฐานะที่พยายามเห็นใจกันบ้าง อะไรต่อมิอะไรบ้าง เราก็ต้องพยายามปรับปรุง พยายามที่จะยืดหยุ่น มีความฉลาดในตัวเองที่จะทำอย่างไร ที่จะไม่ให้มัน แตกระแหง ให้มันสมาน ทุกวันนี้สังคมนี่มันแตกระแหง มันไม่เป็นเพื่อนเป็นมิตรอะไรกัน ไม่เป็นญาติ โดยเฉพาะไม่มีภราดรภาพ มันแตก แล้วมันก็มีมารยา หรือมีมารยาทข้างนอกนี่ ซับซ้อน มีมารยาข้างนอกมาก แต่ข้างในนี่ โอ้โฮ! วินาศสันตะโรเลย กัดกันซ้อนเชิง มีเล่ห์มีเหลี่ยม มีความไม่จริงใจ มีความที่ จะเอาเปรียบเจ้า จะเอากำไรจากเจ้า แม้แต่เรื่องของความรัก แม้แต่เรื่องของกิเลสราคะ ในเรื่องของความโลภ ในเรื่องของอะไรก็แล้วแต่ มันซับซ้อนซ่อนเชิง ในเรื่องของเพื่อนฝูง ในเรื่องของการอยู่ด้วยกัน อาตมากำลังเซ็นเซอร์หนังเรื่องหนึ่ง ขณะนี้ แต่ชื่อน่าเกลียดที่สุดเลย เขาจะขายหนังไอ้พวกนี้ แต่ผู้สร้างรู้สึกเขาจะเจตนา ให้เห็นความเป็นเพื่อนคู่หูกันระหว่างเพื่อน ระหว่างผู้หญิงต่อผู้หญิง ผู้ชายต่อผู้ชาย กิเลสเข้าแล้ว มันไม่เป็นเพื่อนกันเลย มันซ่อนเชิงกัน ชิงรักหักสวาทกันในที ทั้งๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ผู้หญิงต่อผู้หญิงก็ตาม ผู้ชายต่อผู้หญิงก็ตาม ที่อยู่ทำงานกัน พี่กะน้องก็ตาม พ่อกะลูก ลูกกะพ่อ เมียกะผัวก็ตาม เขาซ้อนซ่อนๆๆ เชิงเอาไว้ให้เห็นว่า มันไม่ได้มีความจริงใจ มันเป็นไปด้วยกิเลสทั้งนั้นเลยนะ อาตมาก็เซ็นเซอร์หนังมา ตอนหลังๆ มา หนังจีนนี่หลายๆ มากมาย มันก็ไม่ค่อยจะมีอะไร มีเรื่องนี้ดูแล้ว เออ! มีเชิงซ้อน เรื่องนี้เหมาะกับพวกเรามากทีเดียว เรื่องพ่อไฮเทค ชื่อมันฟังแล้ว น่าเกลียด คุณพ่อไฮเทค แต่อาตมาดูแล้วว่า เออ! มันมีเชิงซ้อน เขาฝังเรื่องเอาไว้ให้เห็นว่า มันมีลักษณะต่างๆ นานาพวกนี้ มันซ่อนเชิงให้เห็นว่า คนที่อยู่ในสังคมทุกวันนี้ อยู่ด้วยมารยาทั้งนั้นเลย มีความจริงใจน้อย น้อยที่สุด ความจริงใจ ความรู้ ความสำคัญในความสำคัญนี่ มันน้อย แทนที่มันจะรู้ความสำคัญของมนุษย์ ความประเสริฐของมนุษย์ มันก็กลับไม่ค่อยมี มันก็มีละ มีตัวที่เด่นๆ ชัดๆ ว่ามีความประเสริฐ มีความสำคัญ รู้ความสำคัญในความสำคัญของความเป็นมนุษย์ ควรจะมีลดหลั่น อาศัยอะไรๆ สำคัญกว่ากัน ก็มีตัวเด่น หรือมีตัวเอก ที่ยืนหลักบ้าง เพื่อที่จะให้เห็นขัดเกลากัน ดูดี นี่ดูจวนจะหมดละ อาตมาก็ว่าจะ เซ็นเซอร์ให้หมดก่อนจะไป วันนี้ตกลงว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป กลับไปปฐมอโศก ไม่ใช่วันนี้ เอาไปเอามาก็คงต้องกลับวันนี้ เพราะว่างานทางด้านเด็กที่ไปอบรมกัน ที่ไปเข้าค่ายกันนี่ ก็คงจะต้องช่วยเขานะ นี่ยังเหลือนิดหน่อย เร่งจะให้มันเสร็จ จะต้องเอาไปคืนเขา อาตมาหอบไปโน่น และคนที่จะหอบไปทางร้านเขาก็อยู่ที่นี่ ไม่ค่อยได้ไปปฐมฯ อะไรนี่ มันจะยุ่งกันในเรื่องอย่างนี้ มันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ ที่เรา ถ้าเราดูวิดีโอก็ตาม ดูอะไรก็ตาม ถ้าเราดูเจาะลึกเป็นนะ เราจะเห็นว่า สังคมโลกมันเป็นอย่างนี้ มารยา หรือมารยาทโลกนี่ ซับซ้อนมากทุกวันนี้ ซับซ้อนจริงๆ เลย ฉากหน้านี่ดูเป็นอย่างงั้น ดูจริงจังกัน จริงจังน่ะกับมารยาท หรือมารยา แต่ ในแนวลึกของจิตแล้ว ตัวกิเลสเป็นตัวบงการ แนวลึกของจิตแล้ว เราเรียนจิต เราเรียนกิเลส เราเรียนธรรมะนี่ จงพยายามใช้ปัญญา ใช้ความรู้ในธรรมะ อ่านสภาพพวกนี้ให้ออก เราจะเห็นความจริงของสังคม ทุกวันนี้ สังคมที่เป็นจริงๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับบริหารประเทศ จนกระทั่งถึงล่างลงมา จนกระทั่งถึงสังคมปกติ สังคมปกติก็คือ ความเป็นอยู่ของคนต่างๆ นานาเขานี่ เขาอยู่กันยังไง อยู่ด้วยมารยาทที่มีมารยา หรือมีตัวกิเลส ซับซ้อนนี่ เป็นตัวบทบาทสำคัญที่สุด และเขาไม่ได้เรียนรู้กิเลสกัน เมื่อไม่เรียนรู้กิเลสกันแล้ว เราจะเห็นความน่าเกลียดของมารยาท หรือความน่าเกลียดของ ตัวมารยา ที่มันซับซ้อนเพื่อเอาผลประโยชน์แก่ตน เพื่อสมโลภ สมแค้น สมโกรธ สมความไม่ชอบใจของตน ความไม่ชอบใจนี่เราจะไปมุ่งเพ่ง ให้คนอื่นนี่ วินาศสันตะโร ให้คนอื่นตกต่ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องเลวร้ายนะ อาตมาเคยยกตัวอย่าง และพยายามเตือนกันมากเลย ในเรื่องของ เราอย่าไปหมายใจให้ใครตกต่ำ แม้จะเป็นศัตรูของเรา จงมีเมตตาแผ่ไปทั่วทุกทิศ ทุกสรรพสัตว์ อย่าไปมีจิตที่ปรารถนาให้ใครตกต่ำ ยกตัวอย่างเช่น เราอ่านจิตของเราดูซิ ว่าขณะนี้เรามองสมณะ หรือว่าเรา มองพระ พระที่กำลังได้รับโทษได้รับภัยขณะนี้นะ พระที่กำลังตกต่ำอยู่ขณะนี้ ในสังคมขณะนี้ เสร็จแล้วเราก็หนำใจ สะใจ นั่นเราตกต่ำแล้ว เราไปหนำใจกะพระที่ปฏิบัติไม่ดี เออ! เอ็งยิ่งเลวลงยิ่งดี เพราะเราเองเป็นเหมือนคู่แข่ง แข่งดีกันมันเป็นมานะซ้อนนะ มันเป็นอุปกิเลสมานะ เป็นสังโยชน์เบื้องสูง เป็นอัตตามานะ เสร็จแล้วเราก็ไปหนำใจ เออ! เอ็งนี่ดี ยิ่งมีคนมาทำให้เอ็งต่ำไปได้ เอ็งจะได้ฉิบหาย ฉิบหายข้าก็ยิ่งชอบใจ อาการสะใจ อาการหนำใจ อาการที่ชอบใจที่เขาตกต่ำ อย่างนี้มันเลว อย่างนี้มันเป็นอุปกิเลส พระพุทธเจ้าสอนเราให้มีความเมตตาแผ่ไปทั่วทุกทิศ ทุกสรรพสัตว์ สัตว์ใดตกต่ำ สัตว์ใดเจ็บปวดทุกข์ร้อน สัตว์ใดที่ทารุณโหดร้าย ต้องมีเมตตา เราต้องรู้ความจริงว่า ความไม่ดีไม่งามนั้นคือความไม่ดีไม่งาม มันมีอยู่ใน ผู้ใด เราจงเพ่งเพื่อที่จะให้ความไม่ดีไม่งามของเขานั้น ออกไปจากตัวเขา มีวิธีใด มีความฉลาดใด ที่เราจะทำให้ความไม่ดีไม่งามนั้นออกไปจากตัวเขาได้ จงใช้ความรู้ จงสำคัญในความสำคัญให้ชัด อย่าไปหนำใจที่เขาตกต่ำ เขายิ่งมีกิเลสมากขึ้น เราก็เลยยิ่งชอบใจ อย่างนี้ไม่ถูกเลย เขายิ่งจะเป็นจะตาย เขายิ่งจะทุกข์ร้อนหนักขึ้นๆ เราก็ยิ่งหนำใจ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง เราอย่าไปปรารถนาร้ายกับใครต่อใคร เราต้องปรารถนาดีด้วยกันนะ สูงขึ้นมา พวกเราอยู่ด้วยกันนี่ พวกเรานี่อยู่ด้วยกันแล้ว พวกเราหลายผู้หลายคนอยู่ด้วยกันแล้วนี่ มีฐานะไม่ได้ต่ำกว่าเกรด อาตมาพยายามพูดแต่เรื่องนี้ คุณจะเข้าใจแค่ไหน ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน อยู่ด้วยกันกะพวกเรานี่ เขาไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานขีดต่ำที่เรากะไว้นี่ เขาไม่ได้ต่ำกว่านั้นนะ ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานนั้นน่ะ แต่เสร็จแล้วเราก็เกิดชัง เกิดโทสมูล เกิดแค้น เกิดไม่ชอบ เกิดโกรธ เสร็จแล้วเราก็หาทางหาเรื่อง จนกระทั่งขจัดเพื่อนเรานี่ ที่ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานออกไปจากหมู่กลุ่ม ออกไปจากแวดวง ออกไปจากความเจริญ นี่เป็นใจอำมหิตนะ มีใจอำมหิต ที่จริงพวกเรานี่ กว่าจะหาหมู่มวลได้ขนาดนี้ แม้เขายังไม่เจริญเร็วดังใจเราคิด เขายังช้าหรือเขายังไม่ดีไม่งามอยู่ในขนาดใดขนาดนึง แต่เขาก็ไม่ได้ต่ำกว่าเกรด ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ฟังให้ดีนะ เกรดต่ำสุดของมาตรฐานเราขนาดไหน สมณะก็ขนาดนึง สิกขมาตก็ขนาดนึง กรัก นาค ก็ขนาดนึง ปะก็ขนาดนึง อารามิก อารามิกาก็ขนาดนึง ฆราวาสก็ขนาดนึง แม้เราจะอนุโลมเอาว่าศีล 8 ก็ต้องรู้จักอธิศีล นี่มันไม่ใช่ง่ายๆ มันซับซ้อน เพราะฉะนั้นคนในระดับฐานะแต่ละฐานะ ฐานานุฐานะของเขา ฐานานุฐานะ หมายความว่าฐานะตามฐานะ ฐานาอนุฐานะ ตามฐานะ ก็มีฐานะตามฐานะของเขา เราจะต้องรู้เกรด รู้มาตรฐาน รู้ขอบขีดขอบเขตของแต่ละบุคคล สมณะไม่ได้มีฐานะเท่า ฆราวาส เราอย่าทำตนเหมือนฆราวาส หรือว่าแม้แต่ สิกขมาตุ ก็ไม่เท่าฆราวาส แม้แต่สมณุทเทส ไม่ได้เท่าฆราวาส หรือ กรัก นาค ก็ไม่ได้เท่ากับฆราวาสทีเดียว มีอธิศีลอยู่ในฐานะ ปะก็ตาม อารามิก อารามิกาก็เช่นกันนะ มันก็จะละเอียดลออขึ้นไป เราจะต้องพยายามทำความเข้าใจให้ดี ให้สมสัดสมส่วน เพราะฉะนั้นในคนฐานะกรัก ฐานะนาค ไม่เหมาะสมเราก็ลดหลั่นลงไป เมื่อมีมาตรฐานไม่เหมาะสมเท่ากรักเท่านาค เราก็ลดลงไปเป็นปะ ไม่เหมาะสมเท่ากับปะ เราก็ลดไปเป็นอารามิก ไม่เหมาะสมเท่าสมณะ เราก็ลดลงไปเป็น สมณุทเทส ไม่เหมาะสมเท่าสิกขมาตุ ลดลงไปลงเป็นกรัก อะไรอย่างงี้ เราก็เคยทำ ไม่ใช่ว่าพรวดพราดเลย เป็นสมณะก็ให้สึกไปเป็นฆราวาสซะ สิกขมาตก็ไล่ให้สึก บีบคั้นให้สึกออกไปเป็นฆราวาสซะ ออกไปเลย กรัก นาค บีบคั้นให้ตกออกไปเป็นฆราวาสไปเลย ออกนอกหมู่นอกกลุ่มยิ่งดี นั่น ใจอำมหิต เอาความโกรธแค้นเป็นที่ตั้ง เอาความไม่ชอบใจเป็นที่ตั้ง ไม่ถูก ใจดำอำมหิตแบบนั้น พวกเรานี่ กว่าจะได้หมู่กลุ่มขนาดนี้นี่นะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องที่ โอ้โฮ! ที่ความเข้าใจและอดทนฝึกฝน กว่าจะมีภูมิมีฐานไล่เข้ามารวมได้กลุ่มหมู่หลายฐานะ มีฐานะต่างๆ แม้แต่ในฆราวาสเองนี่ก็ โอ้โฮ! หลายฐานะ ที่จะมีอธิศีล ที่ต่างกัน ไม่ใช่น้อยๆ เราก็ต้องเข้าใจ เราพยายามศึกษาให้ละเอียดลออ อย่าไปมีความเผิน มีความไม่เข้าใจอะไรๆ พวกนี้ได้ ต้องพยายามศึกษาให้เข้าใจ จะบังคับความเข้าใจก็บังคับไม่ได้ แต่ว่าชี้นำชี้แนะให้ศึกษาดีๆ น่ะ มีอยู่อย่างหนึ่งอาตมาเคยเตือนพวกเราหลายทีแล้ว ชอบที่จะไปคิดถึงคนที่เขาตกต่ำ และก็ว่าเรามีฤทธิ์ นี่เพราะมาว่าพ่อท่านเทียว เขาจึงตายโหงแล้ว แหม! ไฟไหม้บ้านแล้ว อาตมาบอก ทำไมคุณถึงโง่ขนาดนั้น อาตมาไม่ต้องการที่จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ อาตมาจะมีฤทธิ์มากขนาดไหนก็แล้วแต่ อาตมาไม่อยากมีฤทธิ์ไปทำให้คนเขาตกทุกข์ได้ยากนะ ถ้าอาตมามีฤทธิ์ แล้วไปทำให้คนเขาตกทุกข์ได้ยากนะ อาตมาไม่อยากมีฤทธิ์เหล่านั้น ถ้าจะมีฤทธิ์ อาตมาอยากจะมีฤทธิ์ นี้เพรา ะพ่อท่านเชียว เขาจึงเป็นพระโสดา เพราะพ่อท่านเชียวนี่ เขาจึงได้ เป็นพระอรหันต์ เออ! อย่างนี้อาตมาอยากมีฤทธิ์ ถ้ามีฤทธิ์อย่างนี้เพราะพ่อท่านเชียว นี่เขาแต่ก่อนนี้สำมะเลเทเมา เดี๋ยวนี้เขาก็หายจากสำมะเลเทเมาแล้ว นี่เพราะพ่อท่านเชียวนี่ เขาขับรถประมาท แหม! เกือบจะตายโหงแล้ว แต่เขาไม่ตาย เออ! อย่างนี้เพราะฤทธิ์เพราะเดชพ่อท่านเชียว เขาจึงไม่ตายโหง เขาจึงขับสุขุม ละเอียดเรียบร้อย เออ! อย่างนี้แล้วก็เอา อาตมาเอาถ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ แต่ถ้ามีฤทธิ์ นี่เห็นไหม เพราะพ่อท่านเชียวนี่ รถคว่ำเลย ตายโหงเลย นี่เพราะอยากมาว่าพ่อท่านเชียว มาด่าพ่อท่านนะ นี่จะมาว่าพ่อท่าน ตายโหงเลย นี่เพราะพ่อท่านเชียว ถึงได้ล่มจมขาดทุนฉิบหายวายป่วงเลย นี่ที่มาด่าพ่อท่าน แต่ก่อนก็ร่ำรวย เดี๋ยวนี้จนไปเลย ถึงแม้จะเป็นในเรื่องของสมมุติสัจจะ ตกต่ำด้วยอะไร ด้วยทุกข์ด้วยยากอย่างนั้นก็ตาม อย่าเอาอาตมาไปมีฤทธิ์มีเดชให้เขาวินาศสันตะโรตกต่ำอะไรอย่างนั้น อาตมาไม่เคยชื่นชมเลย นี่เพราะพ่อท่านเชียว นี่เห็นไหม ไฟไหม้บ้านเขาแล้ว เฮ้! ทำไมนะ เราไปมีฤทธิ์มีเดช เราและเดชฤทธิ์ของเรามันแตะไม่ได้ เขาก็เลยฉิบหาย วินาศสันตะโร ตกต่ำลำบาก อาตมาไม่อยากเป็นคนให้ใคร ถ้า
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive