590818 พ่อครูให้สัมภาษณ์คุณสำราญ รอดเพชร จาก ช่องฟ้าวันใหม่ เรื่องการศาสนา.docx
เนื้อหาในไฟล์
590818 _พ่อครูให้สัมภาษณ์คุณสำราญ รอดเพชร จาก ช่องฟ้าวันใหม่ เรื่องการศาสนา จะออกรายการสุดสัปดาห์กับสำราญ ช่องฟ้าวันใหม่ ประมาณ 2 ทุ่ม วันเสาร์นี้ 20 ส.ค.59
คุณสำราญ: วันนี้มาสัมภาษณ์พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ที่สันติอโศก….หลังจากโอภาปราศัยกับพ่อครูพอให้หายระลึกถึงกัน….ถามเรื่องส่วนอ้นตัว ว่าพ่อครูอายุเท่าไหร่ครับ พ่อครู: ว่า อายุ 83 ย่างแล้ว คุณสำราญ: ว่า...มีโรคภัยไข้เจ็บไหมครับ พ่อครู: ว่า...ก็ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่มีวิบากที่ ไอ เป็นโรควิบาก กรรมเก่าของอาตมามาก ไปเที่ยวตำหนิคน พระพุทธเจ้าก็เป็นโรคนี้ ศาสนาพุทธมี นิคคัณเห นิคคหารหัง เพราะ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการตำหนิ พูดบอกความไม่ดี เพื่อให้เขาปรับปรุงตัว เปลี่ยนแปลงไม่เช่นนั้นก็เสื่อม ความดีอยู่ในตัวเรา ก็ไม่เดือดร้อนใคร แต่ความชั่วอยู่ในตัวเราก็ไม่ว่าเวลาใด เมื่อใด ก็ทำให้เดือดร้อนทั้งตนและคนอื่น คุณสำราญ: นึกถึงเพลง “ผู้แพ้” แต่งโดย รัก รักพงษ์ ครับ พ่อครู: เพลงนี้ แต่งตอนอายุ 21 ปี ตอนนั้นไม่ได้เดือดร้อนใจอะไร เรียนโรงเรียนเพาะช่างตอน ปี 23 อยู่หอพักบุตรทบ. เดินออกไปเที่ยวกลางคืน ก็ขึ้นมาอารมณ์ศิลปิน ก็เขียนที่เสาไฟฟ้า ยืนอาศัยไฟเสาไฟฟ้าจด คิดได้ก็ไม่ไปเที่ยว กลับไปเขียนต่อ ที่มา ไม่ได้มีเหตุอะไร ไม่ได้เศร้าใจเสียใจอะไร
คุณสำราญ: ภาษาลงตัวมาก สันติอโศกตอนนี้สร้างขึ้นมาได้เท่าไหร่ กี่ปีแล้วครับ พ่อครู: สันติอโศกตั้งมาตั้งแต่ 2519 ตอนนี้ก็ 40 กว่าปี คุณสำราญ: ที่นี่คือ บึงกุ่ม กทม. ตอนนี้มีกี่สาขาครับ พ่อครู: อาตมาไม่ได้นับ กี่สาขา แต่เป็นหลักๆนี่ก็มีบวร บ้านวัดรร. สมบูรณ์แบบ เป็นสังคมสาธารณโภคี ทุกชุมชน ทุกคนทำงานฟรีเสียภาษีร้อย% ที่หลักๆใหญ่ๆมี 9 แห่ง นอกนั้นก็มีที่ย่อยๆ คุณสำราญ: ที่นี่ มักจ
อ่านต่อ
ะไม่มีข่าวบุกป่าสงวนนะครับ พ่อครู: ไม่ได้คิดไปรุกป่าเขา อาตมาว่าอาตมาอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะคุณความดี ไม่เช่นนั้นนะว่าอาตมา 1.ด่าคนเก่ง 2.ยียวนคนไม่ใช่เล่น สองข้อนี้คนก็จะกระทืบคนตายแล้ว แต่อาตมาอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ ก็สร้างชุมชนอยู่ในเมืองหมด เป็นเช่นในสันติอโศก คุณสำราญ: ที่ผ่านมา ทำไมสำนักปฏิบัติธรรมถึงมีปัญหาเรื่องนี้ มันเป็นความเห็นแก่ตัว หรือสวมรอยครับ พ่อครู: สรุปคือ ไม่ชัดเจน จิตมันพาเป็น ถ้าคนดีจะไปรุกทำไม แต่นี่เพราะจิตชั่วเป็นจริง จึงกล้าทำ คนที่สัมมาทิฏฐิจะไปทำผิดทำไม? เขาไม่ทำผิดหรอก คนชั่วก็ทำชั่ว กรรมเป็นอันทำ ถ้าทำแล้วก็เป็นกรรมของเรา คุณสำราญ: พ่อท่านว่า ไม่ดีหรือ ว่าจะมีสำนักปฏิบัติธรรมทั่วแผ่นดิน พ่อท่านอยากให้พุทธบริษัทคิดอย่างไรครับ พ่อครู: อันนี้ครอบงำความคิดไม่ได้ ต้องให้อิสรเสรีภาพเขา พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้ฟังธรรมให้ครบสองด้าน อันใดหมู่ใดเป็นธรรมวาที อันไหนไม่ใช่ธรรมวาที ก็เลือกเอาเอง อิสรเสรีภาพ คุณสำราญ: บ้านเมืองควรดูแลบริหารจัดการอย่างไรครับ พ่อครู: บ้านเมืองควรจะต้องช่วยกัน เพื่อที่จะเบาแรงของผู้บริหาร ศาสนาหรือธรรมะ จะต้องเป็นพลังงานรวมของบ้านเมือง มันก็เป็นกรรมของบ้านเมือง บางทีเป็นอวิชชา เราไม่ได้หมายถึงว่าคนส่วนใหญ่จะถูกต้อง การที่บอกว่าประชาธิปไตย ต้องเอาเสียงส่วนใหญ่ถูกต้อง อันนี้ก็เละ ต้องศึกษาให้ทิฏฐิ เป็นสัมมา ตามพระพุทธเจ้า อย่างพระพุทธเจ้าท่านก็ว่าของท่านดี ไม่ได้เอาตามเสียงประชาชนส่วนใหญ่ คุณสำราญ: มาสู่ประเด็นรุกป่าสงวนแห่งชาติ หนึ่งบ้านเมืองต้องดูแล และสงฆ์เองก็ต้องดูแล ใช่ไหมครับ พ่อครู: พัฒนาธรรมะอย่างเดียว ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ จะเป็นอุภโตภาค เป็นประโยชน์สองฝ่าย เป็นประโยชน์ตน และเป็นประโยชน์ท่าน เป็นสัจจะ คุณสำราญ: ฟังดูพ่อท่านไม่ได้กังวลว่า จะต้องมีสาขามากๆเลยนะครับ พ่อครู: พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราประพฤติพรหมจรรย์นี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อต้องการลาภยศชื่อเสียง หรือโลกียสุข คุณสำราญ: ถามแบบชาวบ้านเลยว่า...ตกลงสันติอโศกยืนยาวมา 40 ปีเต็มๆ หัวใจแก่นแก่นคำสอน คืออะไรครับ พ่อครู: หัวใจของศาสนาพระพุทธเจ้าคือ นิพพาน สูงสุด ถ้าเอาภาคปฏิบัติก็คือ ทาน ศีล ภาวนา หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือไตรสิกขา ต้องเข้าใจว่าทานอย่าง สัมมาทิฏฐิ เป็นอย่างไร แล้วก็จะมี สัมมาปฏิบัติ เพื่อให้ได้ สัมมาปฏิเวธ คุณสำราญ: บางสำนักบอกว่านิพพานเป็นอัตตาครับ พ่อครู: ของสันติอโศกบอกว่านิพพานเป็นอนัตตา ไม่ใช่ก้อนตัวตน คุณสำราญ: ทำไมเขาถึงได้แปลนิพพานว่าอัตตาครับ พ่อครู: ตอบเลยว่าโง่ แน่นอนว่าเห็นแก่ตัวด้วย คุณสำราญ: สันติอโศกไม่ได้อยู่ในกำกับมหาเถรสมาคมครับ พ่อครู: อันนี้ต้องพูดให้ชัดว่า ไม่ได้อยู่ในกำกับของมหาเถรสมาคม และนี่ไม่ใช่ถูกเขาขับออกมานะ เราออกมาเอง วันที่ 6 ส.ค. 2518 เป็นวันประกาศอิสรเสรีภาพของชาวอโศก อาตมาพาสงฆ์อโศกออกมา มีภิกษุ 21 รูป เณรอีก 2 รูป ก็ประกาศลาออกจากมหาเถรสมาคม ลาออกมาขอแยกตัวตามธรรมวินัย พระพุทธเจ้าว่าอนุญาตได้ หมู่เล็กขอแยก หรือหมู่ใหญ่ประกาศแยก เข่น พระพุทธเจ้าประกาศกับพระเทวทัตก็แยกตัวกัน แต่นี่เราประกาศแยกออกมาเอง พอเราประกาศมาแล้ว ตั้งแต่ พศ.2518 วันร้ายคืนร้าย พศ.2532 เถรสมาคมก็มาดึงเราเข้าไป บอกว่าอโศกอยู่ในครอบครองเขา ดึงเข้าไปอีก ทั้งที่เราก็อยู่ได้ตามปกติ เขาก็ว่าไม่ได้ ต้องให้สึก ถือว่าอยู่ในอาณัติแล้วจะสั่งให้สึกอีก อาตมาก็ต้องโอนอ่อนตามยอมทุกอย่างขึ้นศาลก็แพ้ แพ้ก็แพ้ ลงโทษติดคุก 6 เดือน รอลงอาญา 2ปี ก็ยอม เราก็อยู่ของเรา สบายๆ มากกว่าเบิร์ดอีก คุณสำราญ: เรื่องนี้ บางคนก็ลืมไปแล้ว เป็นประวัติศาสตร์สำคัญ เรื่องนานาสังวาส ตอนนี้พ่อท่านสบายมากครับ พ่อครู: ว่า...เป็นแต่เพียงว่าประชาชนนั้นก็ยาก ได้แค่นี้ก็ดี คุณสำราญ: ฟังเทปพ่อท่านว่าโลกุตรธรรม แล้วภาษาชาวบ้าน โลกุตรธรรมคืออะไรครับ พ่อครู: คืออยู่เหนือโลกธรรม คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เราไม่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจโลกธรรมเหล่านั้น โลกุตรธรรมคือ เหนือสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้อยากมี อยากได้ สิ่งเหล่านั้นเลย หลุดพ้น คุณสำราญ: จะถึงจุดนี้ได้ไม่ได้มาโดยง่ายครับ พ่อครู: ก็ต้องทำเอง ไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง ต้องปฏิบัติเอง คุณสำราญ: ก็รู้สึกปีที่แล้ว พ่อท่านก็ไปประกาศสัจธรรม ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก ในที่สุดนะครับ พ่อครู: เป็นสัจจะที่อาตมาเห็นว่า ถ้าเราไม่บริสุทธิ์นั้นไม่จบ ใครที่ทำความเข้าใจได้ว่าบริสุทธิ์ที่สุดคืออย่างไร อย่าไปลำเอียง ศึกษาให้จริง แล้วก็เอาอันนั้นเป็นหลักเลย ที่เราตัดสินว่าดีที่สุดบริสุทธิ์ที่สุด ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส คุณสำราญ: ปิดท้ายส่วนนี้ สรุปว่า ช่วงนี้พ่อท่านก็ยังคงแข็งแรง มีวิบากกรรมที่ต้องเทศนาครับ พ่อครู: ก็มีวิบากที่ไอ พอใช้สรีระส่วนนี้มากก็เลยไม่สมดุล
ช่วงสอง
คุณสำราญ: ว่า...ตามคำเรียกร้องอยากให้สัมภาษณ์พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ แห่งสันติอโศก ...วิกฤติการณ์สงฆ์นี้มีหลายมติ เรื่องการแต่งตั้งสังฆราช เรื่องวัดพระธรรมกาย ก็ก่อผลสะเทือนก่อความขัดแย้ง เจ้าอาวาสก็ยังไม่มารับการสอบสวน พ่อท่านมองว่าวิกฤตินี้คืออะไรครับ พ่อครู: เกิดจากสัจจะความจริง คือพวกเราปล่อยปละละเลยไม่ดู คะนอง ระเริง นึกว่าตัวเองสบาย ตอนนี้เขาทำไปอย่างไม่เกรงกฏหมายเลย ก็เพราะว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิของเขา ถึงเวลาวาระ มันเป็นเช่นนั้นเอง อาตมาอยากตอบก่อนว่า แล้วเรื่องนี้จะผ่านไปไหม จะเรียบร้อยไหม อาตมาสับธงเลยว่า ผ่านแน่นอน ข้อสำคัญคือผู้มีอำนาจต้องทำหน้าที่ให้บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ ทำเต็มที่แล้วทุกอย่างจะเดินหน้า ตอนนี้เขาจะดื้อดึงดัน แต่เขาผิดแล้ว
คุณสำราญ: พ่อท่านว่าผ่านคื อสุดท้ายธรรมะต้องชนะอธรรมครับ พ่อครู: ถูกต้อง ตอนนี้เป็นโอกาสของโลก จะเป็นประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า ผิดต้องได้รับผิด เมื่อไหร่อาตมาไม่เก่งตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้แหละจะทำได้ ถ้ารบ.ชุดนี้ทำไม่ได้ก็เสียมากเลย จริง ถ้าทำไมได้ในรัฐบาลนี้ เสียมาก นอกจากเสียมากแล้ว ตอนนี้มีอาญาสิทธิ์ ม.44 ยังไม่ได้อีก คุณสำราญ: ถ้าพ่อท่านมีโอกาสบอกผู้มีอำนาจในบ้านเมืองพ่อท่านจะบอกอะไรบ้างครับ พ่อครู: มิบังอาจจะบอก ถ้าท่านถามก็จะบอกท่าน แต่ถ้าท่านไม่ถามก็มิบังอาจบอก คุณสำราญ: อย่างไรเสียก็ต้องถูกดำเนินคดี 26 มิ.ย. ก็ไม่ได้ตัว แล้วมีสูตรพิเศษไหมครับ พ่อครู: ก็ไม่ต้องสอนหนังสือสังฆราช ไม่ต้องสอนจระเข้ว่ายน้ำ เขาทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่จะทำไหม คุณสำราญ: พ่อท่านจะหวังกับมหาเถรสมาคม หรือเจ้าคณะจังหวัด ตามลำดับจะทำไหมครับ พ่อครู: ไม่มีใครจะทำได้หรอกท่านเหล่านั้น คุณสำราญ: มีคนถามผมว่า ถ้าเกิดว่า วัดพระธรรมกาย ไม่มีพระธัมมชโย จะต้องปิดไปไหมครับ พ่อครู: ถ้าไม่มีธัมมชโยก็อวสานเลย เพราะว่าผู้จะทำได้ใหญ่ ต้องมีพลังยิ่งใหญ่ แต่เป็นพลังยิ่งใหญ่ในทางชั่ว ถ้าล้มไปแล้ว ก็หมด พอหัวหมดไปก็จะแย่งชิงตำแหน่ง เขาอยู่อย่างนั้นจะไม่แน่น คุณสำราญ: ว่าอยู่ได้เพราะบารมีหัวหน้า คำสอนที่สอนกันร้อยแปด ทำไมทำให้อยู่ไม่ได้ครับ พ่อครู: เป็นคำสอนนอกรีตพระพุทธเจ้าทั้งนั้น ที่สอนกันนั้นเป็นการสร้างภพชาติ นอกรีต พระพุทธเจ้าสอนให้หมดภพหมดชาติ คุณสำราญ: ทุกวันนี้เขาขยายเชิงปริมาณ มากมาย มีสาขามากมาย ที่เขาใหญ่ก็มี ที่ไหนก็มีครับ พ่อครู: นี่แหละคือประชาธิปไตยอันธพาล คุณสำราญ: ทำไมไม่มองว่าเขา เผยแพร่สิ่งดี เผยแพร่ศาสนาครับ พ่อครู: เขาไม่ได้ขยายศาสนา แต่ขยายสิ่งที่ตรงกันข้ามกับศาสนา อย่างเช่นนิพพานเป็นอัตตาเป็นต้น ก็เผยแพร่สิ่งผิดจากศาสนา ไม่มีทางที่ความชั่วจะชนะความดีในที่สุด คุณสำราญ: เราควรปฏิรูปอย่างไรครับ พ่อครู: จะไปบังคับไม่ได้หรอก ต้องมีภมิปัญญาจริง ในผู้ที่จะมีหน้าที่ทำการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ทำก็เสียของ ยุคนี้ มีคนที่มีอำนาจ หลายคนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงได้ คุณสำราญ: แล้ว โจทย์ในการปฏิรูปศาสนาพุทธ คืออะไรครับ พ่อครู: ต้องจัดการสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปนี่คือปฏิวัติ ปฏิรูป จัดการสิ่งไม่ดีออกไปให้ได้ มันถูกเป้าแล้ว คุณสำราญ: คำสอนที่บิดเบือน กฎหมายที่ล้าหลัง ควรเปลี่ยนไหมครับ พ่อครู: ถ้าจัดการเรื่องศาสนาเสร็จ อย่างอื่นจะไปได้ดี แต่ทางด้านการเมืองรู้ไหมว่าต้นตอ พลังงานใหญ่ที่รวมศูนย์ตรงไหนไม่ดี ก็จัดการให้ได้ คุณสำราญ: ก็คือการเมือง ก็เป็นศูนย์รวมทุกอย่างครับ พ่อครู: การเมืองกับการศาสนาแยกกันไม่ได้ ใครไปแยกการเมืองออกจากธรรมะจะทำให้เสื่อม แยกไม่ได้โดยเฉพาะธรรมะที่เป็นสัจธรรม ถ้าแยกสัจธรรไม่ให้ยุ่งการเมืองก็ไม่ได้ เพราะนักการเมืองต้องมีธรรมะ ต้องอยู่ด้วยกันไปด้วยกันระหว่างธรรมะกับการเมือง คุณสำราญ: ศาสนาจักรกับอาณาจักร อันเดียวกันไหม พ่อครู: อันเดียวกัน คุณสำราญ: บ้านเมืองเรามีการกำหนดว่า ศาสนาต้องมียศลำดับ มีสมณศักดิ์กันไหมครับ พ่อครู: อันนี้ผิด พระพุทธเจ้าไม่ให้ตั้งใครเป็นใหญ่ ท่านให้ธรรมวินัยเป็นใหญ่ จะตัดสินอะไรก็ให้คณะที่ตั้งขึ้นมา ตามเหมาะสมตัดสิน ไม่มีคณะถาวร ไม่มีใครเป็นใหญ่สุด ผิดที่วงการสงฆ์อ่อนด้อยทำให้การเมืองมาควบคุม ถ้าสงฆ์ไม่อ่อนแอ ทำดีนักการเมือง ก็จะดีไปด้วย คุณสำราญ: พระไม่ต้องมีสมณศักดิ์หรือครับ พ่อครู: ใช่เลย ไม่ต้องตั้งใครเป็นใหญ่สุด การบริหารทุกคนจะรู้ เช่นว่าในหมู่บ้านนี้ตำบลนี้ เขาจะรู้จักกันเองว่าใครที่ควรจะให้เป็นหัวหน้า ใครดีใครเหมาะจะทำงานไหนเขาก็จะรู้กันหมด โดยสัจจะเลย ไม่ต้องไปแต่งตั้ง พอเรื่องกสิกรรมมาก็รู้ว่าใครเหมาะก็ให้ทำ ถ้าเรื่องการศึกษาก็ให้ใครก็จะรู้ มีองค์คณะเพื่อตัดสินพิพากษาว่าจะเป็นอย่างไร อย่างองค์สงฆ์จะทำสังฆกรรมก็ต้องมีอย่างน้อย สี่รูป จึงทำสังฆกรรมได้ ในบางกรณีหรือ บางกรณีให้มี 20 รูปจึงทำสังฆกรรมอันนี้ได้ เป็นต้น คนไหนเหมาะสม จะมาเป็นองค์ตัดสินก็ให้เข้ามา ให้เป็นสภาที่มีคนมีปัญญามาช่วยตัดสิน ถ้าหมู่บ้านนี้มีแค่ 3 ก็ต้องไปหาจากหมู่บ้านอื่นมารวม เพื่อให้ครบองค์ พอทำเสร็จเรื่องนี้จบ ก็สลายคณะ พอมีเรื่องใหม่ก็ตั้งองค์ใหม่ พระพุทธเจ้าไม่ให้ตั้งคณะถาวร คุณสำราญ: รวมความแล้วถ้าฟังพ่อท่านคือ ศาสนากับการเมืองแยกกันไม่ได้ แต่ต้องเป็นธรรมะที่ถูกต้องครับ พ่อครู: อย่างในหลวงนี่ต้องมีปุโรหิต ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาแล้ว คุณสำราญ: ตอนนี้บ้านเมืองธรรมะต้องเกี่ยวกับการเมือง วันนี้ดูแล้วบ้านเมืองเป็นอย่างไร พ่อครู: ดีขึ้น องค์รวมกระแสการเมืองก็ดีขึ้น ก้าวหน้าได้ดี ที่ตามภูมิอาตมาวัดนะ ว่าดีขึ้น อาตมาจึงมั่นใจว่าเมืองไทยจะเป็นตัวอย่างของการเมืองอาริยะ เป็นเมืองชมพูทวีป ที่จะมาสืบสานคุณธรรมของพระพุทธเจ้าต่อไป คุณสำราญ: ที่เราเห็นปัญหามากมายนี่นะครับ พ่อครู: คนมีปัญญาแล้วปัญหาจะไม่มี คุณสำราญ: รอสักครูปัญหาจะผ่านพ้นไปใช่ไหมครับ พ่อครู: ก็จะมีแต่ดีขึ้นไม่เกี่ยวกับโหราจารย์ ไม่มีเดรัจฉานวิชชานะ พระพุทธเจ้าห้าม คุณสำราญ: พ่อท่านวัดจากอะไรครับ พ่อครู: วัดจากสิ่งที่ปรากฏจริง เรียกว่า ปาตุสัจจะ ที่ปรากฏจริงขึ้น หรือ Phenomena มันเป็นปรากฏการณ์เราดูได้ มีบุคคล มีพฤติกรรม ก็ให้คะแนนได้เลย อย่างนายกประยุทธ์นี่นะ มีเทคนิคลีลาของท่านน่ะ ท่านว่า ถ้าหาคนดีกว่าได้ก็ให้มาทำสิ ท่านไม่มีอัตตามากน่ะ คุณสำราญ: พ่อท่านมองว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเหมือนเก่าไหมครับ พ่อครู: มันขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะเลือกใคร ถ้าบอกว่าจะเอาคนนี้แหละ ก็เข้าอีหรอบเดิม คุณสำราญ: ถ้าประชาชนยอม บอกว่าให้สว.ไปโหวตนายกฯให้ได้ด้วย พ่อท่านคิดว่าอย่างไรครับ พ่อครู: ก็เป็นการไม่ประมาท ไม่พลาด คุณสำราญ: แสดงว่า บ้านเมืองเราต้องการการเปลี่ยนผ่าน จะมาเล่นๆไม่ได้ ต้องถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทนะครับ พ่อครู: ต้องมีบริขารมีองค์ประกอบพร้อมจึงทำได้ คุณสำราญ: เคยคิดไหมครับว่าในสี่ห้าปีนี้ จะต้องออกไปประท้วงอีก ไปดมแก๊สน้ำตาอีกครับ พ่อครู: ก็ไม่มีจิตระแวงนี้ ถ้าระแวงก็เสียพลังงาน แม้ไม่ระแวงแล้วมันจะต้องไปอีก อาตมาก็ผ่านสนามมาแล้วก็ไม่กลัวอยู่แล้ว สมณะไปทำเดรัจฉานวิชชาไม่ได้ ไปดูหมอไม่ได้ คุณสำราญ: พ่อท่านเชื่อว่าไม่มี แต่ก็ไม่ประมาทนะครับ พ่อครู: ก็ไม่ประมาทเป็นตัวท้ายของธรรมะพระพุทธเจ้าเลย
คุณสำราญ: พ่อท่านอยากสื่ออะไรกับทางบ้านบ้างครับ พ่อครู: สิ่งที่จะพูดคือ ต้องทำให้ดี ไม่เช่นนั้นเสียของ รีบลงดาบไม่เช่นนั้นเสียของ
คุณสำราญ: ถ้าเสียของเที่ยวนี้ จะเกิดอะไรขึ้น พ่อครู: จะแก้ยาก เหมือนเราขนอุปกรณ์จะมาทำอะไรสักอย่าง พอทำแล้วไม่ได้ผลเสียของสลายหมดแล้ว ก็ฉันเดียวกัน นี่คือโอกาสทอง เท่าที่ดูตอนนี้ ก็รอเวลาจัดการ คุณสำราญ: กราบนมัสการพ่อท่านให้พรแก่ประชาชน ครับ พ่อครู: ก็ขอบอกประชาชนไทยว่า ทุกคนที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยเกิดมาในยุคนี้จงภาคภูมิใจ ที่มีพระเจ้าแผ่นดินที่ประเสริฐ มีผู้บริหารที่ดี สิ่งที่จะระแวงว่าจะไม่ดี ก็ให้เลิกระแวงกัน ให้มารวมใจกัน จะเกิดพลังงานทำให้ดีขึ้นได้อย่างดี ...จบ