580717_เทศน์ก่อนฉันเปิดตลาดอาริยะ โรงปุ๋ยควรธรรม .doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580717_รายการเทศน์ก่อนฉันเปิดตลาดอาริยะ ที่ชุมพร เรื่องโรงปุ๋ยควรธรรม โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์
พ่อครูว่า...วันนี้อาตมาสัญจรมาถึงชุมพร ที่นี่มีตลาดอาริยะ ที่เป็นบุญ-ญาวุธอันหนึ่งที่เราใช้สร้างสังคมให้เป็นอาริยะ สังคมเจริญ มีความพัฒนาถาวร เป็นมนุษยชาติที่อยู่ในขั้นสูง ที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติ ท่านก็สร้างทฤษฎีเอกให้แก่โลก แก่มนุษยชาติ เมื่อได้ทฤษฎีแล้วคนก็เอามาใช้ เกิดประโยชน์คุณค่าในสังคม พระพุทธเจ้าก็รู้ทางไป นานเข้า คนมารับช่วงก็ค่อยๆเพี้ยนไปจากขอ ง พระพุทธเจ้า จนผิดไปเลย มันก็ไม่เกิดผลที่ถูกต้องตามธรรมะพระพุทธเจ้า เมื่อไม่ได้ผลก็เพราะเป็นทฤษฎีปลอม หนักขึ้น ตรงกันข้ามกับของพระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่ศิวิไลซ์แต่เป็น uncivilized เป็นอนารยธรรม อนารยธรรมในกลียุค เป็นสังคมเลวร้ายที่ซับซ้อน ซับซ้อนตรงที่มันฉลาดด้วยกัน คนเลวก็ฉลาดมาก ฉลาดหลอกใช้เล่ห์ ใช้วิธีการซับซ้อนเอาเปรียบเอารัด เอาอำนาจทรัพย์สินเงินทองแล้วก็ใช้ประชาชนเป็นเหยื่อ เขาทำสำเร็จได้อย่างเก่งจริงๆ เก่งฉิบหายเลย กลียุค เป็นหลักของศาสนาฮินดู เป็นศาสนาเก่ามาก ไม่รู้ว่าใครเป็นศาสดา เก่าเป็นแสนปี ล้านปีเลย หลักการนี้เป็นหลักการใหญ่ ผู้มีปัญญาจะเข้าใจได้ แต่คนไม่มีปัญญาจะเข้าใจเพี้ยนจากสัจธรรมไป คนสายปัญญาจะเข้าใจทะลุทะลวง แต่สายเจโต ศรัทธาจะทำแบบพาซื่อ เจโตนี่ฉลาดได้สูงสุดและฉลาดเลวสุดได้ด้วย คนเลวที่เลวสุดๆคือฉลาดสุดๆ แต่คนโง่นี่โง่ได้สุดๆฉลาดไม่ได้ เจโต ศรัทธา เป็นสายซื่อไม่คดหรอก แต่ปัญญานี่มีคดด้วย มีซื่อได้ด้วย สูงสุดหากมีปัญญาจะซื่อ ไม่คด และมีปัญญา ส่วนเจโต ถ้าจะฝึกใช้ปัญญาจะต้องฝึกหนักกว่ามาก พวกศรัทธาจะบรรลุธรรมสูงสุด ใช้เวลา 40 แสนอสงไขย์มหากัปป์ ส่วนฝ่ายปัญญาปฏิบัติถูกต้องเป็นลำดับ สัมมาทิฏฐิ แค่ 20 แสนอสงไขย์มหา
อ่านต่อ
กัปป์ แล้วกัปป์หนึ่งก็นานเท่านานไม่ต้องนับเลย แล้วยิ่งพวกวิตักกจริต ก็ใช้เวลานานกว่า 80 แสนสงไขยมหากัปป์ สายสัทธานุสารี ใช้เวลานานกว่า ในบุคคล 7 สายศรัทธาต้องใช้ 4 ลำดับ สัทธานุสารี ศรัทธาวิมุติ กายสักขี และอุภโตภาควิมุติ แต่สายปัญญานี่ ธัมมานุสารี ทิฏฐิปัตตะ ปัญญาวิมุติ ก็ได้อรหันต์ แต่ไม่ได้อุภโตภาควิมุติ เป็นอรหันต์ดับอาสวะได้สิ้น เหลือเศษอนุสัยที่เป็นวาสนาเท่านั้น อันนี้เป็นเรื่องอจินไตย ของโพธิสัตว์ ปัญญาวุมิต กับกายสักขี ต่างกันอย่างไร ก็ต้องเป็นภูมิโพธิสัตว์อธิบายได้ อนาคามีนี่ตายแล้วก็ปรินิพพานได้ไม่ต้องเกิดมามีร่างอีกก็ได้ สูญเชื้อปล่อยได้ แต่อรหันต์อุภโตภาคสูงสุด โพธิสัตว์มี 9 ระดับ ระดับที่ 9 เป็นพระพุทธเจ้า ระดับที่ 1 เป็นโสดาบัน มีจิตมีปัญญา มีศรัทธามีปัญญาที่รู้กระแสโลกุตระกับโลกียะว่าคนละทางกัน 180 องศาเลย มันปฏิโสตัง ทวนกัน มันไม่ได้ทั้งสองอย่าง มันต้องได้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จริงๆได้ แต่ไม่เอา จิตปล่อยวางไม่เอาเป็นของตน แต่มีของตนได้ อันนี้พวกใช้เลห์กลซ้อน รู้ทั้งรู้ว่าจิตเราก็เอา ชอบดูดดึงเป็นเราเป็นของเรา แต่โกหกคนอื่นว่าตนไม่ติดยึด คนนี้นี่บาปหนัก เป็นการโกหกขั้นปาราชิก ขั้นโลกุตระ โกหกระดับน้ำหนักความบาปสูง ผู้ที่เป็นอาริยะชั้นสูง สูงสุดจะเกิดเป็นสามัญ สูงสุดคือสามัญ พระอรหันต์จริงๆ โดยเฉพาะอรหันต์ตั้งแต่อนุพุทธะจะเหมือนคนสามัญ ปรับตัวเหมือนโลก แต่ใจท่านไม่ยึดไม่เอา ถ้าเป็นโพธิสัตว์โสดาบันก็ได้ระดับหนึ่ง จนเป็นสกิทาฯ อนาคาฯ จนเป็นอรหันตโพธิสัตว์ ต่อไปเป็นอนุพุทธโพธิสัตว์ก็เร ิ่ มมีสัจจานุโลมมิกญาณอย่างดี ถ้าเป็นโสดาบันไม่มีแรงถ่วงโลกหรอก ต้องระวังในการไปช่วยโลก สู้แรงโลกไม่ได้ เพราะโลกีย์มันใหญ่ สกิทาฯก็ดีขึ้น อนาคาฯก็ได้มากขึ้น อรหันต์นี่อนุโลมได้มากขึ้น ถ้าเป็นอนิยตโพธิสัตว์ก็ช่วยได้มากขึ้น จนเป็นนิยตโพธิสัตว์ อนุโลมได้มากขึ้นอีก อย่างอาตมาเป็นนิยตโพธิสัตว์ ก็อนุโลมได้มาก แต่ก็ได้ไม่มากเท่าไหร่ โลกธรรม เป็นอันตรายอันแสบเผ็ดมาก จนกว่าจะขึ้นไปถึงระดับ 8 เป็นมหาโพธิสัตว์ อันดับ 9 ก็เป็นสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้า อนุตรสัมมาสัมพุทธะ เป็น 9 ขั้น ส่วนขั้นที่ 10 เป็นขั้น 0 ศาสนาพระพุทธเจ้าสอนเรื่อง 0 เป็นหลักไม่สอนความนิรันดร แต่รู้ความนิรันดร ผู้เข้าใจแล้วว่าสิ่งไหนมีสิ่งไหนไม่มี (โหติ กับนโหติ) ในพระไตร ปิฎกเ ล่มที่ 16 ข้อ 43 คนรู้ความไม่มีแล้วก็จะได้ผลเป็นโลเกอัตถิตา ได้แล้วจะรู้อนุโลมว่าอะไรควรให้มี อะไรไม่ควรมี ควบคุมความมีและไม่มีได้ ส่วนผู้ไม่มีมรรคผล(โลเกนัตถิตา) เป็นคนไม่มีภูมิอนุโลมปฏิโล ม ได้ มีแต่เป็นภัยแก่โลก คนที่ไม่เป็นอาริยะ เป็นภัยต่อโลกหมดทุกคน นั่งอยู่นี่หากไม่เป็นอาริยะเป็นภัยต่อโลกหมด เพราะความเห็นแก่ตัวมันเอาเปรียบโลก นั่นคือภัย การได้เปรียบนี่ ใครได้เปรียบมาให้แก่ตนคนนั้นเป็นภัยต่อโลก เป็นข้าศึกแก่กุศล ต้องเริ่มลด เป็นโสดาบันเร ิ่ มลดแต่ก็มีภัยอีกมาก ก็ยังเอาเปรียบโลกอยู่ ต้องลดลงต่อ จนกว่าจะเป็นสกิทาฯเต็มรูปจะลดได้อีก 2 ต่อ ก็ยังเอาเปรียบโลกอยู่ จนกว่าจะเป็นอนาคามีขึ้นไป จึงจะเป็นคนไม่มีภัยต่อโลก เป็นคนหมดตัวตนในกามภพ ไม่มีแย่งใครแล้วในโลกธรรม เหลือแต่ส่วนเศษในตน คือรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา ก็จะเป็นอรหันต์สุดยอด เป็นคนไม่เป็นภัยต่อโลกบริบูรณ์ แม้อนาคามีก็มีตัวตนส่วนหนึ่ง แต่ไม่แย่งใคร ต้องใช้เวลาทำของตัวของตน ที่ยังเสพอยู่ จนถึงอรหันต์แล้วไม่เสพ แม้ของตัวของตนก็สละให้หมด และไม่เสพความเป็นตัวตน จึงจะถือว่าบริบูรณ์สุด พอเป็นอนุโพธิสัตว์ก็ช่วยโลก เป็นโลกานุกัมปายะ แม้โสดาบันก็ช่วยโลก แต่ลำบากในการอนุโลม ประคองตนก็แย่แล้ว สกิทาฯก็เบาลง อนาคาฯก็เบามาก มีสัจจานุโลมมกิญาณดี อรหันต์ก็ไม่เอาเป็นเราเป็นของเราแล้วก็จะอนุโลมช่วยโลกได้มากขึ้นอีก มีโลกวิทู รู้โลก ช่วยโลก เป็นโพธิสัตว์สูงขึ้นก็มากอบกู้โลก ใครไม่หมั่นไส้อาตมามาก ก็ขอบอกว่าอาตมาปางนี้เกิดมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็มากอบกู้ศาสนาพุทธ คนไม่รู้ก็มาต่อต้าน ปราบอาตมาด้วย ตอนต้นปราบแรง ตอนขอแยกจากคณะใหญ่ ตามประวัติ เพราะคณะใหญ่แก้ไขไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้ต้องปล่อยให้ตายเองเหมือนไดโนเสาร์เตาล้านปี กรรมจะทำในที่ลับหรือที่แจ้งก็เป็นของตนเสมอ กว่าจะหมดอัตภาพ จนไม่เหลือเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่เหลือเศษเลย เหมือนธาตุน้ำมีไฮโดรเจนกับออกซิเจน จับตัวกันเป็น H 2 O ผู้ที่แยก ไฮโดรเจนกับออกซิเจนออกได้ ธาตุน้ำ ที่เป็น ฆ ก็ไม่มี หรือตัวตนของน้ำไม่มีแล้วสูญ อัตตาของน้ำไม่มีแล้ว แต่น้ำเป็นอุตุไม่รู้เรื่องหรอก อาตมาเอามาเปรียบเทียบกับธาตุจิต สรุปแล้ว ทฤษฎีพระพุทธเจ้าสอนคนให้อยู่เป็นสุข พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ แต่พลโลกส่วนใหญ่ก็ทุกข์ร้อน เป็นทาสของโลกธรรม มีนายทุนควบคุมตกใต้อำนาจ หลายประเทศเป็นใหญ่มีอำนาจควบคุมประเทศไทย ไทยดูหยิ่งผยองไม่เป็นเมืองขึ้นแต่ต้นไม้แผ่นดินไม่รู้เรื่องหรอก แต่ว่าคนนี่และที่ยอมยกอำนาจให้ประเทศอื่นมาอยู่เหนือประเทศไทยได้ ทุกวันนี้ไทยก็ตกใต้อำนาจประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ทาสวัฒนธรรมนี่แหละเป็นทาสของต่างชาติ เขาสร้างอะไรมาก็ชอบ ยิ่งยุคสื่อสารไร้พรมแดน เขามีอะไรก็รับมา แล้วเป็นทาสเผยแพร่ต่อ ออกข่าวต่อ ยกตัวอย่างข่าวการละเล่น ข่าวกีฬา เขารุ่งเรืองกันในโลก การกีฬาเป็นอบายมุขจัดจ้าน ส่วนการออกกำลังกายนั้นเพื่อรักษาร่างนี้อย่างเหมาะควร แต่ที่แข่งขันกันต้องเอาอามิส ค่าตัวนักกีฬาแพงมากยกย่อง บางประเทศให้เป็นเซอร์ นี่คือไม่เข้าใจอบายมุข จัดจ้านด้วย จะมากขึ้น เสพรสกัน ออกข่าวกันทุกไม่กี่นาที ส่งข่าวกันกอดคอกันกับทุนนิยม หากทางเอาเงิน เอาบริวารให้คนตกเป็นทาสอัสสาทะพวกนี้เต็มรูป ผู้ใดรู้ทันแล้วจะไม่ตกใต้อำนาจโลกอบาย ที่ได้เสพสุขสนานเพลิดเพลิน สะใจ คืออารมณ์ที่เหมือนพยับแดด ฟองคลื่น ชั่วเดี๋ยวเดียวก็หายไป ไม่มีจริง แล้วลงทุนสูงนะ ในเมืองไทยตอนนี้ต้องซื้อตั๋วไปนั่งฟังเพลง สองชั่วโม ง เป็นราคาหมื่นบาทขึ้นไป มันมีได้ ก็งงเลย อาตมาอยู่ในวงการเพลง ตอนนั้นแต่่งเพลงขายได้เพลงละ 1,200 บาทแล้วต้องจ้างนักร้อง นักเรียบเรียง อัดแผ่นขาย เราต้องทำหมด เสร็จแล้ว เพลงละ 1,200 เหลือรายได้เพลงละ 300 บาท อย่างสุเทพนี่ร้องเพลงอาตมาต้องจ่าย 50 บาท หลังสุด ก่อนออกบวชยังจ่ายเงินให้ชรินทร์ นันทนาคร เพลงฟ้าต่ำแผ่นดินสูงเขาร้องจ่ายให้ 500 บาท คนไม่รู้จักอบายมุข เขาก็ส่งเสริมกันอย่างหนัก อบายมุขในความเพลิดเพลิน แล้วก็มีอบายมุขด้านอำนาจ มีบริวารที่สั่งชี้ใช้ให้ไปตายแทนได้แล้วเขาไม่รู้ว่ามีอำนาจใหญ่ แต่เป็นอำนาจบาปมาก บาปในทางเลวร้ายที่เขาแสวงหา มีความสามารถได้อำนาจจริง แล้วก็ได้บาปมหาศาลจริง เขาก็ไม่เข้าใจว่าได้อะไรเสียอะไร ไทยเรามีโพธิสัตว์แท้ อย่างในหลวงเรา ท่านบริหารประเทศแบบคนจนสอนให้คนมาขาดทุน เพราะขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ย้ำยืนยันว่าคือความรู้ของอาริยบุคคล ของโพธิสัตว์แต่คนไม่มีภูมิรับได้ว่าขาดทุนคือกำไรได้อย่างไร ไม่ได้ทำเอาหน้าเอาตา แต่ให้คนมีจิตเช่นนี้จริงคือเราได้เสียสละได้ขาดทุนให้เขานี่เรามีประโยชน์คุณค่าต่อคนอื่น ฟังก็คงรู้นะเข้าใจ แต่กิเลสมันไม่ยอมเท่านั้น ก็พากเพียรให้เห็นจริงเลย ครั้งนี้ตลาดอาริยะ ย่อยๆ กัลกยาวตาร คือพลังงานพระเจ้าที่จะอยู่กับโลกนิรันดร เป็นผู้ดูแลโลก ควบคุมโลก แต่ พระเจ้าเองนี่ทำอะไรไม่ได้มีแต่อุดมคติ ปรารถนาให้ทุกคนพ้นทุกข์ เป็นสุข เป็นคนดี แต่ทำเองไม่ได้ต้องใช้พระบุตร ต้องใช้คนเข้ามาร่วมงาน พระพุทธเจ้าจึงเป็นคนที่เอาอุดมคติของพระเจ้ามาสร้าง จึงเรียกว่าพุทธาวตาร สายศรัทธารู้จักพระเจ้าไม่จริงก็เลยต้องเอาคำสอนระดับโลกียะมาสอนก็เป็นคนดีได้ระดับหนึ่งที่ต้องมาเอาความรู้โลกุตระมาต่อ คนก็เสียสละได้แต่ไม่รู้จิตเจตสิก รูปนิพพานได้ แยกแยะเวทนา 108 สายเจโตศรัทธาพระเจ้า สายฤาษีจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ ต้องมาศึกษาสัมมาทิฏฐิ จึงเป็นพุทธะได้ สายศรัทธาพระบุตรมีสิทธิ์จะรับจากพระเจ้าได้แล้วคนอื่นก็ทำตามก็แล้วกัน จึงไม่แพร่หลาย ได้แค่สัทธาวิมุติและกายสักขีบางส่วน เป็นศาสดาของเทวนิยมเท่านั้น ความเป็นพุทธาวตารโดยบัญญัติเหมือนเป็นผู้ต่ำว่าพระเจ้า กับ กัลกยาวตาร จริง เพราะพระเจ้าเป็นขาเดียว ไม่มีสองขา เช่น ประชาธิปไตยขาเดียวไม่เป็นธรรมะสอง มีแต่รูป ไม่มีวิญญาณ ประชาธิปไตยสองขาเร ิ่ มที่อังกฤษ มีทั้งรูปธรรมและนามธรรม แล้วแตกไปเป็นอเมริกากลายเป็นประชาธิปไตยขาเดียวไม่มีผู้นำทางจิตวิญญาณ มาถึงกลียุคก็เกิดล่มสลาย ตอนนี้ศาสนาพุทธที่เป็นศาสนาที่นำสัจจะประชาธิปไตยย ิ่ งใหญ่ที่สุดในโลก ระบบพุทธาวตาร เป็นประชาธิปไตยสองขา ส่วนอันโน้นไม่ใช่ขั้น กัลกยาวตาร แต่เป็นกฤษณาวตาร ขาเดียว พระกฤษณะคือผู้ยิ่งใหญ่แข็งแรงเชี่ยวชาญ อุ้มชูโลก เป็นจอมจักรพรรดิ์ เป็นปางแรง เก่ง ฉลาด แต่ฉลาดแกมโกง จึงเป็นผู้ใช้แรงอย่างที่ว่าเป็นเจ้าโลกเอาเปรียบคนอื่นเป็นใหญ่ ขบถต่อพระเจ้าถ้ามิจฉาทิฏฐิจะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าสัมมาทิฏฐิ จะเป็นผู้ช่วยโลกอย่างจอมจักพรรดิ์ ถ้าใครนึกภาพจอมจักรพรรดิ์ไม่ออกให้นึกถึงในหลวงของเราตอนนี้ ท่านปกครองประชาธิปไตยสองขา แต่ถ้าเป็นเผด็จการราชาธิปไตยขาเดียวก็จะสืบทอดต่อไป รับรองไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามราชวงค์ แม้กษัตริย์จะเยี่ยมยอดทำงานเสียสละเพื่อมวลมนุษย์ ก็ได้ของตนเอง ส่วนลูกหลานช่วงต่อไปรับรองไม่ได้ ราชาธิปไตยจึงรักษาความเป็นประชาธิปไตยไว้ไม่นานจะเปลี่ยน ถ้าประเทศนั้นไม่มีพุทธะไม่มีความรู้ทางวิญญาณที่สมบูรณ์แบบจะรักษาไว้ไม่ได้ ประเทศไทยรักษาไว้ได้ แต่จะรักษาไปอีก ห้าพันปี ศาสนาพุทธจะหมด ตั้งแต่นี้ไป อาตมามาบูรณะศาสนาพุทธต้องใช้เวลาอีก 500 ปีจึงจะสูงสุด แล้วจะลดลงไปอีก ครบ 5,000 ปีจะไม่เหลือเนื้อความเป็นพุทธ อาตมาพูดไว้ ใครจะพิสูจน์ก็อยู่ให้ได้นะ ในโลก มีประเทศฝรั่งเศส เรียกร้องให้เอาระบอบกษัตริย์กลับมา เขาปฏิวัติให้ไม่เหลือระบอบกษัตริย์เหลือแล้ว คนไม่มีคุณธรรม จะมีอัตตา เห็นแก่ตัว โลกต้องเป็นของกู ประเทศอื่นต้องเป็นอาณานิคมของกู ให้เต็มเหนี่ยว มีทั้งสมบัติและอำนาจ คือโลกธรรม 100 % หากไม่สร้างสัจธรรมที่เป็นจิตวิญญาณบริบูรณ์ที่ได้ละล้างความเห็นแก่ตัวอย่างเป็นลำดับได้น่าอัศจรรย์ ต้องมาเลิกละล้างกิเลสได้อย่างถูกตัวตนได้จริง เป็นอาริยบุคคลจริง เป็นอาริยบุคคล 4 บุคคล 8 แล้วจะช่วยโลกได้อย่างแท้จริง ไทยเรามีการปฏิวัติที่สวยงาม เรียบร้อยที่สุดในโลก ได้อำนาจมาเป็นคสช. ที่ทำงานได้ดี แต่ก็มีผู้กระแนะกระแหนมา ท่านพล.อ.ประยุทธ์ก็บอกว่า ให้หยุดวันนี้ได้ก็จะทำนะ แต่มันเป็นหน้าที่จะต้องทำ ไม่มีกิเลสอยากจะหาอำนาจ แต่ลูกบอลวิ่งมาเข้าเท้า ติดเท้านี่เอาออกไม่ได้เลย จะสลัดออกก็ใช่ที่เพราะมีปัญญารู้ว่าควรทำ ก็ทำไปเถอะอย่างน้อยมีอาตมาให้กำลังใจ ประชาธิปไตยตั้งมา 200 กว่าปีที่อเมริกาและประเทศยุโรปหลายที่ทำประชาธิปไตยขาเดียวมา ประชาธิปไตยมีคำเดียวคือ เพื่อประชาชน ส่วนโดยประชาชนของ ประชาชนเป็นส่วนเสริม ถ้าคนนี้จะให้ประชาชนทำเพื่อประชาชนต้องให้คนมีประชาธิปไตยก่อน จึงจะให้ประชาชนมาทำเพื่อประชาชนได้ ถ้าอยู่ดีๆคนไม่มีประชาธิปไตย แล้วจะให้คนมาทำประชาธิปไตยก็จะเก๊ หลอก ต้องเลือกตั้ง แล้วเอ็งต้องเลือกข้าเลือกหมู่ข้านะ สร้างค่ายกล แล้วหลงว่า ทุกคนมาลงคะแนนเสียงเลือกตน ตนก็เลยเผด็จการทางสภาก็เสร็จเลย พระพุทธเจ้าสร้างคนให้เป็นอาริยะ สูงสุดเป็นอรหันต์ได้ แล้วอรหันต์ไม่ได้ต้องเป็นนักบวช แต่ฆราวาสเป็นได้ ท่านจะไม่ติดใจในโลก ใครไม่รู้ว่าท่านเป็นอรหันต์ ท่านก็ไม่ถือตัว ไม่ต้องโพนทะนา ท่านก็ช่วยมนุษยชาติได้ ยุคนี้จะมีฆราวาสเป็นอรหันต์เป็นอนาคามี เป็นอาริยชนจริง จะทำงานช่วยโลกได้จริง อย่างรวมตัวเป็นมวลหมู่ ขออภัยอย่างชาวอโศกนี่ ทำได้ ทำงานเพื่อประชาชน ทำได้แล้วก็เหลือกิเลสให้ลดเท่าที่ตนมีบารมีแล้วมีมวลมากพอ เป็นคะแนนเสียงที่โดยประชาชนเพื่อประชาชนจริง ถ้ายังไม่จริงพูดให้ตาย โดยประชาชนของประชาชนก็หลอก มีแต่เอาคำว่าเพื่อประชาชนมาหลอก ต้องปฏิบัติตนให้เพื่อประชาชนจริงตามลำดับ บุคคล 4 อรหันต์ก็จะมีลักษณะ 14 ประการดังนี้ 1. เป็นคนหมดทุกข์อาริยสัจ 2. เป็นคนไม่มีภัยไม่มีโทษต่อผู้อื่น 3. เป็นคนที่มีคุณค่ายิ่งต่อมนุษยโลก 4. เป็นคนทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นถ่ายเดียว ไม่ได้ทำเพื่อตนหรือครอบครัวหรือพรรคพวกตน 5. เป็นคนไม่โลภ โกรธ หลง 6. เป็นคนมีเมตตาจริง กรุณาจริง 7. เป็นคนมีมุทิตาที่บริสุทธิ์(จิตที่ได้มีเมตตากรุณามาก่อน แล้วเขาได้ดีพ้นทุกข์ จิตนั้นก็ยินดีด้วย 8. เป็นคนที่มีอุเบกขาที่จริงแท้ มีคุณสมบัติอุเบกขา 5 มีพลังงานเหนือโลก แข็งแรง มีโลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) 9. เป็นคนหมดสิ้นบุญสิ้นบาปแล้ว เป็นคนไม่มีบุญไม่มีบาปอีกแล้ว (ปุญญาปาปริกขีโณ) 10. เป็นคนไม่ทำบาปทั้งปวงอีกแล้ว 11. เป็นคนทำแต่กุศลไม่ต้องทำบุญอีกแล้ว 12. เป็นคนได้ประโยชน์ตนครบแล้ว 13. เป็นคนรู้จักสวรรค์ นรก และนิพพาน ถูกถ้วน 14. เป็นคนรู้จักนิพพานสัมบูรณ์
เป็นลักษณะของคนที่รับใช้ประชาชน ที่เป็นพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) นอกจากอรหันต์แล้ว แม้อนาคามีก็เป็นนักบริหารที่ช่วยประชาชน ทำงานเข้าขากันแท้จริง ไทยเราจะยืนยันประชาธิปไตยสองขา ถ้าไม่มีทฤษฎีจิตวิญญาณที่คนทำได้จริงก็เป็นประชาธิปไตยขาเดียวที่ขาเป๋ อาจอยู่นานกว่าคอมมิวนิสต์ก็จริง แต่ประชาธิปไตยขาเดียวอย่างอเมริกาที่ประเทศอื่นทำตามก็จะล่มสลายอีกไม่นาน แม้ฝรั่งเศส มีกษัตริย์องค์สุดท้ายคือพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ครองราชย์อยู่นานถึง 20 ปี (ค.ศ. 1851-1871 ) ก็ขอจบรายการเทศน์แต่เพียงเท่านี้.... จบ