580413_พ่อครูเทศน์เปิดงานตลาดน้ำอาริยะ ที่ ริมมูน .doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580413_ พ่อครูเทศน์เปิดงานตลาดน้ำอาริยะฯ ปี 2558 ที่ริมมูน ราชธานีอโศก
พ่อครูว่า...ว ันนี้วันที่ 13 เมษายน 2558 ที่ราชธานีอโศก ณ บัดนี้ก็เป็นวาระของงานตลาดอาริยะ ครั้งที่ 36 เราทำตลาดอาริยะย่อยๆ อีก บางปีพร้อมกันหลายที่ด้วย หรือที่ไม่ได้นับย่อยอีก มันก็กว่า 40 ครั้งแล้ว ถ้าจะว่าไป การพาณิชย์ซื้อขาย ถ้าสังคมใดที่มีการซื้อขายอย่างทวนกระแสสังคมปุถุชน ทวนกระแสทุนนิยม ที่เราเรียกว่าบุญนิยม ทวนกระแสอย่างไร คือเป็นการซื้อขายที่ผู้ขาย พยายามขายให้ขาดทุน การค้าขายมีอยู่ 1 ระดับ
ระดั บ ที่ 1 การค้าขายต่ำกว่าราคาตลาด เพราะตลาดพยายามเพ ิ่ มราคาสินค้าให้สูงเท่าที่เขาจะทำได้เพื่อให้ได้เปรียบ เป็นเรื่องโลภสามัญธรรมดา แต่ผู้ที่ลดโลภ ตั้งใจเสียสละให้แก่ผู้อื่น คนเช่นนี้จะมาทำทวนกระแส ราคาตลาดเขาเฉลี่ยเท่าไหร่? เราไม่เอาแบบลัทธิขายตรงที่จะเอาเปรียบให้ได้มากที่สุด ทำให้สังคมไปไม่รอด สรุปคือ ขั้นที่ 1 นี้แย่ที่สุดแต่ก็ได้พยายามแล้ว ใครละได้มากเท่าไหร่คนนั้นเจริญ ไม่ใช่ว่าให้ได้ราคาสูงเท่าไหร่จะดี เราทำให้เท่าทุนได้ก็ดีเป็น บุญนิยมระดับที่ 2
การคิดต้นทุนนั้น คิดตามหลักเศรษฐศาสตร์ บวกค่าโสหุ้ย ต่างๆ แม้แค่คิดค่าตัว ค่าแรงงาน ก็บวกไปด้วย เมื่อบวกไปหมดแล้ว เรามาขายก็ต้องขายให้ต่ำกว่าทุน ถ้าเท่าทุนก็คือเจ๊าไม่มีบาปไม่มีบุญอะไร ก็ยังดี นี่เป็นขั้นที่ 2 คือเท่าทุน และ บุญนิยมระดับที่ 3 คือต้องทำให้ต่ำกว่าราคาตลาดนี่คือ ขั้นของตลาด อาริยะ
ของแลกของ เราก็ไม่ใช่ของแลกของ แต่เป็นของแลกเงิน เราก็พยายามให้ถูกที่สุด เช่นเราขายอาหาร ที่จริงก็น่าจะแจกฟรี แต่เราขายจานละบาท เอาแค่บาทเดียวก็ต่ำสุดแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ตลาดชั้นสูงเขาชามละ 50 บาทแล้ว เราก็เข้าใจการกำหนดหมายว่า การพาณิชย์บุญนิยมมี 4
อ่านต่อ
ระดับ เราจะทำระดับ 3 ต่ำกว่าราคาทุนได้เท่าไหร่ก็คือ ตลาดอาริยะ ใครราคาต่ำได้มากที่สุดเท่าไหร่ ก็คือเจตนารมย์การสร้างตลาดอาริยะ เช่นว่าเราขายตลาด อาริยะ จบงาน ไม่เอากลับบ้านก็แจกเลยได้ สุดท้ายหากขายไม่หมด ก็เป็นการแจกไม่ใช่การค้าขาย นี่คือแนวคิดบุญนิยม
ตลาดเราเปิดมา 36 ปี ถ้าเราทำตลาดอาริยะได้จริง ราคาตลาดจะลดซับซ้อนลงไปอีกหลายชั้น จะได้มากเท่าใดก็อยู่ที่ส่วนรวมของตลาดโลก ตลาดสังคมจะทำราคาลดได้เฉลี่ยเท่าไหร่ ถ้าราคาตลาดกลางลดได้เท่าไหร่ นั้นคือความสำเร็จของพาณิชย์บุญนิยม มี ดร. เศรษฐศาสตร์ มาก็เอาไปแพร่ให้เกิดผลต่อไป
เราเอาหลักเกณฑ์เศรษฐกิจพอเพียง ต่อมาก็เป็นแบบคนจน ที่ต้องมีปัญญารู้ว่าแบบคนจนที่ต้องมาเสียสละไม่กักตุน คนรวยนี่เอาเปรียบให้มาก กักตุนให้เก่งแล้วจะรวย เก่งฉลาดซับซ้อน เอาเปรียบสูงๆ กักตุนสะสมไม่ยอมแจกจ่ายก็กอบกองไปเรื่อยๆ แต่คนที่เจตนาไม่สะสมกอบโกยไม่เอาเปรียบ แล้วหมุนเวียนให้เราไม่ขาดตอน เราก็พยายามทำให้ได้อย่างนั้น แต่ลัทธิทุนนิยมไม่ใช่
ส ิ่ง เหล่านี้ ถ้าคนไม่เห็นไม่เข้าใจไม่รู้โทษภัย แล้วโลภเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัวก็ไม่หยุด แต่ผู้มีน้ำใจเข้าใจก็พยายามมาลดกิเลสตนเอง แล้วพยายามมาใช้ วิธีพระพุทธเจ้า หรือในหลวงของเรา มาทำแบบเศรษฐกิจพอเพียง หรือแบบคนจน หรือ Our loss is Our gain ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราสามารถขาดทุนได้นี่แหละคือกำไรของเรา เราเสียนี่แหละเราได้ ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงเหลวไหล แต่เป็นกุศลวิบากแท้จริง เป็นอาริยทรัพย์เป็นปรมัตถธรรม ผู้เห็นจริงจะมาปฏิบัติตาม ผู้ไม่เห็นก็ไม่มา เขาเข้าใจไม่ได้ก็แล้วไป
ผู้เห็นจริงก็มาช่วยกันทำ เราทำแล้วเราพึ่งตนอยู่ได้ เราทำตลาดอาริยะเรามีแนวคิดเช่นนี้ ปีนี้ ปีที่ 36 ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากจังหวัด เขาทำป้ายโฆษณาให้เลย ปีนี้อบอุ่นใจมาก ในระดับ อบจ. จังหวัด จัดให้เลย เป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศชาติ เป็นนิมิตวิเศษย ิ่ ง
พ่อครู ว่า … ผู้มางานนี้ อาตมาได้ยินเสียงรถมาตั้งแต่ ตีสี่ ตีห้า ปีนี้เราจัดที่จอดรถไว้เยอะ ยินดีต้อนรับเต็มที่เลย จะมาจากจังหวัดไหนก็เชิญ ยินดีต้อนรับทุกคน ก็พยายามดูใจตน แม้เราจะมาซื้อของถูกก็พยายามดูใจตนเอง ว่าอย่าให้โลภมาก ให้เผื่อแผ่แก่คนอื่น มีใจกว้างไปตามลำดับ อาตมาเห็นชัดเจนว่าพวกเราอดทน รอคอยให้ได้ส ิ่ งที่เราประสงค์ก็ควรจะเอาจะทำ ไม่มีของมอมเมาเป็นพิษ มีสิ่งที่มีคุณค่าประโยชน์เผื่อแผ่กัน โดยเฉพาะอาหาร เราทำอย่างดี มีความปลอดภัยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดให้ไปจัดตลาดร่วมด้วยที่ฝั่งเมือง ก็ขอขอบคุณอย่างยิ่ง
ณ บัดนี้เวลา 08 . 00 น. เป็นเวลาเปิดตลาดอาริยะได้ ณ บัดนี้
ต่อจากนี้อาตมาจะเทศน์อีก 10 นาที.... งานที่เราทำส่วนมาก ก็คืออาชีพ หรืออาชีวะ พระพุทธเจ้าท่านแบ่งเป็น 5 อย่าง ที่ถือว่าเป็นบาป เป็นความเสียหาย กุหนา ลปนา เนมิตกตา นิเปสิกตา ลาเภนลาภัง นิชิคิงสนตา 5 หลัก นี้คือไม่พ้นมิจฉาชีพทั้งสิ้น ข้อที่ 5 คือยังไม่แจกฟรี แต่ผู้ที่ทำงานฟรี แรงงานความคิดให้ฟรี ชีวิตนี้ทำงานฟรีแก่โลก ผู้นั้นพ้นมิจฉาอาชีวะ
คนฟังเช่นนี้อาจคิดว่าคนทำงานฟรี ไม่มีหรอกในโลก แต่ถึงบัดนี้ มีหมู่มวลชุมชนที่มีคนทำงานฟรีตลอดชีวิต เมื่อเข้ามาในเขตนี้ทำงานฟรี ส่วนออกไปข้างนอกก็แล้วแต่ แต่บางคนทำงานข้างนอกได้มาก็เอามาให้ภายในก็มีซับซ้อน คนทำงานฟรีจะอยู่ในระบบสาธารณโภคี
อาชีพ 5 นี้ สูงสุดคือทำงานฟรี อยู่ในระบบบุญนิยมสาธารณโภคี ฝากชีวิตไว้ได้เลย เกิด แก่ เจ็บ ตายอยู่ในสังคมนี้ได้เลย พวกคอมมิวนิสต์ก็พยายามทำเฉลี่ยให้ทั่วกัน แต่เขาทำไม่สำเร็จเพราะเขาไม่ได้ล้างกิเลส ไม่มีหลักทฤษฎีจัดการล้างกิเลส ของพุทธหลักการเดียวกับ คอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตย เจตนาเฉลี่ยแจกจ่ายทรัพยากร แต่ของพุทธมีการล้างความเห็นแก่ตัวได้จริง
พ้น ลาเภนลาภัง นิชิงคิงสนตา คือทำงานไม่เอาลาภแลกลาภ ไม่รับเลยแม้รูปธรรม นามธรรม เราอาศัยกินใช้อยู่กับส่วนกลาง เป็นระบบใหม่ของโลกเป็นสาธารณโภคี เราทำได้หลายสังคมก็จะสานกันเป็นเครือแห สานกันเป็น pyramidal web ถ้าถึงสาธารณโภคีจะเป็นส่วนกลางที่ช่วยเหลือกัน เรามีระบบส่วนกลางแม้เงินก็เกื้อกันได้คือยืมกันได้ไม่เรียกว่ากู้ เพราะไม่มีดอกเบี้ย ไม่ชักดาบด้วย แล้วเอามาเฉลี่ยใช้กัน ใครลำบากใครสมควรให้ก็ให้ เป็นวิธีสะพัดเศรษฐศาสตร์ของพุทธ
อีก 4 ข้อ เมื่อทำงานถึงพ้นมิจฉาชีพได้คืออาริยชน แม้จิตเราจะไม่ถึงอรหัตตผล แต่ถ้าทำได้ในพฤติกรรม ก็เข้าเกณฑ์แล้วเราก็ล้างกิเลสเราให้ได้ทั้งนอกและใน
นิปเปสิกตา คือมอบตนในทางผิด คือจิตใจเราไม่อยากได้แล้ว แต่เรายังไปทำงานกับหมู่กลุ่มที่ผิด แม้แต่องค์กรที่เราทำด้วยไม่โกง แต่ก็ยังเอาเปรียบสังคมอยู่ ถ้าเราไม่ไปอยู่ในหมู่กลุ่มที่เอาเปรียบสังคมแล้ว ก็พ้นนิปเปสิกตา
เนมิตกตา คือผู้ปฏิบัติตามขั้นตอน คือทำอาชีพสุจริต แล้วก็เร ิ่ มเสียสละ ให้มากขึ้นๆ จนขาดทุนได้ นี่คือเกณฑ์กลางๆ ยังไม่แน่นอน เป็นฐานที่พึงปฏิบัติ
ลปนา คืออาชีพชั่ว ใช้วาจา เชิงชั้นเล่ห์เหลี่ยม ยังอยู่ในขั้นไม่หยาบสูงสุด แต่หยาบสูงสุดคือ กุหนา คือพวกคอรัปชั่นโหดร้ายซับซ้อน หลอกลวงเขา แล้วบอกว่าไม่ได้หลอก เช่นวิธีคิดแบบเล่นหุ้น เหมือนกับไม่ได้หลอกนะ แต่ดูดแรงมาก นี่คือเลวร้าย ทั้ง กุหนา ลปนา คือคนชั่วครบแบบ ระบบทุนนิยมทำแบบนี้
พวกเราปฏิบัติธรรมตั้งใจเลยไม่เอากุหนา ลปนา แล้วทำเนมิตตกตา ลดกิเลสจนบริสุทธิ์ส่วนตัว จนไม่มอบตนในทางผิด แล้วมาอยู่กับหมู่กลุ่มที่ดี แล้วมาทำงานฟรีได้ แต่ถ้าส่วนตัวยังเอาอยู่มันก็ไม่พ้น ลาเภนลาภัง นิชิคิงสนตา แต่ถ้าเรามีหน้าที่ทำอย่างเดียวให้ผลผลิตรายได้ของเรา ให้กองกลางจัดการไปเลยเราก็พ้นมิจฉาอาชีวะ
นี่คือบทใหม่ของเศรษฐศาสตร์ของโลก ในหลวงเราได้รับรางวัลจากสหประชาชาติแล้ว ประกาศไปทั่วโลกแล้ว ประเทศไทยจึงได้รับการตราไว้ว่า เป็นผู้ทำเศรษฐศาสตร์บทใหม่ของพระพุทธเจ้าโดยในหลวงพาทำ ....เอวัง