570306_พ่อครูและอ.กฤษฎาเรื่อง ธรรมาธรรมะสงครามจะยาวนานขนาดไหน.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570306_ พ่อครูและอ าจารย์ กฤษฎา ที่ป้อม มหา กาฬ เรื่อง ธรรมาธรรมะสงครามจะยาวนานขนาดไหน?
อาจารย์กฤษฎา … วันนี้ วันที่ 6 มีนาคม 2557 ที่ป้อมมหากาฬ ประเด็นที่สำคัญนั้น ครั้งที่แล้ว ตอนนี้ผู้ทำผิดทั้ง ทางธรรมและ ทางก ฎหมาย ก็กำลังดิ้นทุรน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมที่พ่อครูได้เคยสอนไว้ ใช่หรือไม่ และตอนนี้เหตุการณ์ดูเหมือนรุนแรงขึ้น และเราก็ชนะรายทางมาเรื่อย แต่ทำไมหลายคนบอกว่าทำไมยังไม่จบ แล้วเราจะต้องยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป อีกนานเท่าไ หร่? พ่อครูว่า … มีข่าวแจ้งให้ทราบว่าเราจะมีงาน " HYPERLINK "https://www.facebook.com/media/set/?set=a.507878542654305.1073742003.444458422329651&type=1" งานทำบุญ รำลึกวีรชนราชดำเนิน" 9 มี นา ค ม 2557 การเตรียมงานสำคัญ งานทำบุญ "รำลึกวีรชนราชดำเนิน" วันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2557 06.30-07.30 ทำบุญ ใส่บาตร 08.00-09.30. แสดงธรรมก่อนฉัน 10.00-10.30. พิธีดูอาห์ (ศาสนาอิสลาม) 10.30. พิธีเปิดงาน "รำลึกวีรชนราชดำเนิน" ** เปิดโรงบุญ รับประทานอาหารร่วมกัน ** นิทรรศการชาวนา กระทรวงพาณิชย์ - สานกระบุง - ทอผ้า มัดผ้าขาวม้าเป็นหมวก - คุณเชาว์วัช หนูทอง จัดนิทรรศการ ชาวนาไทย ** นิทรรศการศิลปิน - หนังสือ - ภาพวาด - ศิลปินวาดภาพเหมือนที่ ถ.ราชดำเนิน ** ซุ้มวางดอกไม้ รำลึกวีรชน 14.00-20.00 เวทีวีรชน ราชดำเนิน - ดนตรีรำลึกวีรชน - วิถีชุมชนป้อมพระกาฬ ชุมชนบางลำภู คนราชดำเนิน - รำลึกวีรชนคนเดือนตุลา - รำลึกวีรชน 18 ก.พ. 2557 ใครสนใจจะเปิดโรงบุญด้วย โทรมาที่ คุณใบแก้ว 087-3918449 ,คุณปะพัดชา
อ.กฤษฎา … อาการดิ้นของเขานี่ ใช้ภาวะของโอปปาติกสัตว์ใช่ไหม พ่อครูว่า … สัตว์ทางจิตวิญญาณนั้น ต้องรู้อย่างสัมมาทิฏฐิ เรียกว่า สัตตา โอปปาติกา ซึ่งไม่มีสีสันรูปร่าง เป
อ่านต่อ
็น กาย ที่เป็นนามธรรม สามารถรู้ได้ด้วย อาการ ลิงค ะ นิมิต อุเท ส พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ให้เรียนรู้ เวทนา 3 (สุข ทุกข์ อุเบกขา) และก็เรียนรู้ดีกรีของเวทนา เป็นเวทนา 5 ทั้งหมด เป็นนามธรรม เป็นกาย คำว่า กายนี้ ต้องเข้าใจ ว่า หมายถึงนามธรรมเป็นหลัก สัตว์นรก เทวดา แล้วเทวดาโลกีย์ กับโลกุตระต่างกันอย่างไร ก็รู้ได้ด้วย นามธรรม ด้วย อาการ ลิงคะ นิมิต อุเท ส กิเลสนี่เป็นสัตว์นรก รวมไว้หมด ตอนนี้เขาก็ขึ้นป้าย แบ่งแยกแผ่นดินไปทั่วเลย แล้วใครเป็นกบฏ เขาก็หาว่าเราเป็นกบฏ พยายามให้จับ เสร็จแล้วศาลท่านไม่ให้จับ ท่านว่า กปปส. ชุมนุมถูกต้อง ตาม รัฐธรรมนูญ มาไล่ไม่ได้ แล้วรัฐบาล ประชาชนที่เป็น พวกนปช. หรือพวกแดง หรือข้าราชการ ที่เข้าข้างรัฐบาล ต่อสู้กับเราโดยใช้เงินรัฐบาล เขาสู้ ว่าเราเป็นกบฏ เราก็สู้ ว่าเราไม่ใช่กบฏ เราออกมาเป็น กปปส. มีกองทัพธรรม มี กปท. มี Technocrat (คือข้าราชการ นักธุรกิจ มีความรู้เชี่ยวชาญทำงานเพื่อสังคม) และก็มีมวลมหาประชาชน กลุ่มกปปส. นี่แหละมาต่อสู้ เขาก็ดิ้น เหมือนอึ่งอ่างพองลม ย ิ่ งดิ้นก็ย ิ่ งเข้าข่าย ยึดว่าตนเองถูก ทั้งที่ผิด ย ิ่ งทำก็ย ิ่ งมีอกุศลกรรม ซ้อนๆ ไป เขาเป็นสัตว์นรกที่ชื่อว่า กบฏ แต่เขาไม่รู้ตัว บางคนก็รู้ตัว แต่ก็มีกิเลส เขาเคยประกาศว่าแพ้ไม่เป็น จะตายในสนามรบประชาธิปตาย แท้จริงเขาตายแล้ว ก็ไม่รู้จักตัวเองว่าตายแล้ว เป็นผี สัตว์นรกแล้วด้วยนะ ที่พูดแรงนี้ให้เขารู้ตัว แต่เขาไม่รู้จักก็ไม่กลัว เหมือนเด็กไม่รู้จักเสือ ก็ไปจับ โดยไม่รู้ว่าน่ากลัว เห็นแล้วก็สังเวชใจ จะว่าเขาไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่ มันพอรู้ ฉลาดนะ แต่เฉโก ฉลาดฉิบหายนะ แต่ไม่รู้ตัว สรุปแล้ว กบฏตัวจริงคือใครเอ่ย เราก็มองออก ก็รู้ เขาก็ไม่ยอมรับว่า เขาเป็นกบฏ แต่ก็ค่อยๆ ยอมรับกัน จนแบ่งแยกแผ่นดิน นี่ชัดเลย กลุ่มพวกนี้มีความรู้ทฤษ ฎี หลักวิชาของคอมมิวนิสต์นะ และวิถีทางที่เขาทำไม่เปิดเผย แต่เราทำนี่โดยเปิดเผย บอกหมด ไม่ปิดบังอำพราง แต่พวกนี้ปิดบัง และพูดหลอกล่อโกหกด้วยไม่ซื่อสัตย์ สรุปแล้วเขาจะเป็นอำนาจเผด็จการ ฟาสซิส ต์ เลย ใครเป็นหัวเลย ก็รู้กันให้ทั่ว ปิดกันให้แซด เขาเป็นเผด็จการจริงๆ เป็นลัทธิกบฏ ที่โลกทุกแห่งเขาไม่ต้องการเลย มีคนไปเชื่อ ไปเป็นลูกน้อง ทำตาม ก็ทำลายสังคม ประเทศชาติ เห็นแก่ตัวเบ่งอำนาจ ด้วยวิธีซับซ้อน หลอกว่าตนทำดี แต่ร้ายลึก คนทุกวันนี้จะต้องมีปัญญารู้ ถ้าไม่ก็ไม่เท่าทัน อย่างจำนำข้าวนี่จะชัดว่าโกงอย่างไร ซักวันก็เหมือนคางคกพองลมจนท้องแตกตาย เราสู้ด้วยธรรมะ ตอนนี้เป็น ธรรมาธรรมะสงคราม เกิดชนะรายทางมาเรื่อยๆ เราก็ต้องอดทนหน่อย คือยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆ หมดๆ เขาแพ้ความจริง เพราะเขามีแต่ความเท็จ ขอร้องพวกเราต่อต้านต่อสู้โดยสันติ จะเข้ามาตรา 69 เป็นมาตราสำคัญ ที่ซ่อนความลึกซึ้งไว้หลายชั้น มาตรา 69 (การต่อต้านโดยสันติวิธี) บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ รัฐบาลก็มีวิถีทาง ไปสู่คอมมิวนิสต์ แต่เขาหลอกว่าเป็นประชาธิปไตย ซึ่งนักวิชาการก็ต่างรู้กัน ออกมา บอกว่าเขาผิด ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ เป็นแนวทางทุจริต เราก็เลยเอาความทุจริตของเขามาเปิดเผย เราก็ต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งถูกต้องตามบทบัญัติใน รัฐธรรมนูญ ม าตรา 69 วิธีการของเรา สงบ แต่แนวโน้มของเขาไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่ของเราสันติจริง และเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยด้วย และบางทีเขาก็แฝงมาทำให้เกิดความรุนแรง หาว่าเราทำรุนแรงก็เป็นได้ อาจเป็นได้ ต้องให้ศาลจตัดสิน แต่เพราะตำรวจไม่เคยจับได้เลย จึงตัดสินไม่ได้ เราก็ต้องออกมาช่วยกัน และคนของเราจะไปใส่ไอ้โม่งทำไม คนของเราจะปิดหน้าทำไม แต่เป็นไปได้ว่ามีคนมาช่วยเรา เพราะเมตตา เพราะเราสู้อย่างอหิงสา ต่อมาศาลก็ตัดสินให้เราได้รับการคุ้มครอง อย่าให้มาสลายการชุมนุม ศาลนั้นเป็นสถาบันที่ได้รับคัดเลือกมาจากหัวหน้าประชาชน คือพระมหากษัตริย์ มีอำนาจเท่ากับอีกสองสถาบัน และมีหน้าที่คานอำนาจกัน ไม่ฮั้วกันด้วย แต่นี่เขาทำไม่คานกัน ฮั้วกัน เขาไม่รับอำนาจศาลด้วย และด่ากันอีก ดูถูกกันอีก ไม่ยอม ต่อต้าน แสดงชัดเลย เขาเองเขาไม่มีความรู้ หรือรู้แต่เขาทำผิด เขาก็เป็นกบฏ สารพัดจะทำ นอกจากไม่รับแล้ว ก็ยังให้บริวารยิงระเบิดอีก เลวร้ายจริงๆ ใน ม าตรา 69 เราปฏิบัติต่อต้านตามสิทธิ ใน รัฐธรรมนูญ เลย ด้วยวิธีการ หรือการกระทำ ตามบัญญัตินี้ และถูกต้องลึกกว่านั้น เป็นวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ นี้ด้วย เขาทำว่าเป็นประชาธิปไตยแต่หลอกคน โกหกคนที่รู้ไม่ทันฉลาดน้อยได้ ประชาชนที่เปิดหู เปิดตาศึกษามีปัญญา วินิจฉัย อ่านความจริงได้ ก็ย ิ่ งรู้ความจริง จึงเกิดปราก ฏ การณ์ของมวลมหาประชาชน เป็นรูปธรรมที่ส่อให้เห็นนามธรรม อาตมาเห็นจริงๆ ใครเห็นนี่ฉลาดนะ คำว่า ฉลาดมาจาก ส ฬายตนะ ถ้ารู้ได้ดี กุศลประเสริฐ ก็เป็นฉลาด แต่ถ้ารู้อย่างทุจริตอกุศล ช ั่ ว ก็ไม่เป็นความฉลาดอย่าง ส ฬายตนะ แต่เป็นเฉโก ส่วนคนฉลาดอย่างประเสริฐเรียกว่า ปัญญาหรือปัญโญ รู้จิตที่เกิดจาก ทวารทั้ง 5 สร้างหรือรู้ให้เกิดส ิ่ งดี กุศล ด้วยปัญญา แต่ความฉลาดทุกวันนี้ ภาษาไทยนี่มาจากบาลี ก็เป็น ส ฬายตนะ แต่ก็พูดหวัดสั้นลง เหลือแต่ฉลาด หมายถึงความรอบรู้ ฉลาดในไทยมีสองอย่าง คือ อย่างแรก ฉลาดอย่างรู้เท่าทัน อายตนะ แล้วตามรู้เหตุที่ทำให้เกิดอกุศล มีอยู่ และฆ่าหรือกำจัดได้ ฆ่าได้ก็เป็นปัญญา อย่างที่สอง คนไทยนี้ฉลาดเหลี่ยมจัด ทุจริต แต่ก็ไม่รับว่าตนเฉโก ก็เลยไปเรียกฉลาดทับกันไป ถัวกันไปหมด คำว่าฉลาดก็เลยใช้ทั้ง คอรัปชั่นและปัญญา แต่คอรัปชั่นนี้ไม่เรียกปัญญา แต่คอรัปชั่นนี้เขาไม่รับว่าเป็นเฉโก หรือเฉกา คำว่า เฉกาหรือเฉโกนี้ จึงไม่ติดตลาด แต่มี บันทึกไว้ในพจนานุกรม ยุคสมัยนี้เพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะเป็นยุคใกล้กลียุค หรือแม้แต่ผู้ชายก็สนใจธรรมะน้อย เพราะปฏิภาณผู้หญิงจะเร็วไว ไหวเร็ว คือจิต ถ้าน ิ่ งเป็นผู้ชาย ถ้าไหวเป็นผู้หญิง สรุปคือ ภาวะเพศชายหรือปุริสภาวะ คือความน ิ่ งสะอาด แต่อิตถีภาวะ คือภาวะที่ไม่น ิ่ งไม่สะอาด เรามีร่างเพศไหนก็แล้วแต่ ให้ตัดอิตถีภาวะให้หมด ให้มีแต่ปุริสภาวะ แม้หญิงก็บรรลุธรรมได้ เป็นปุริสภาวะได้ เราทำให้ความเป็นสัตว์หายไปหมด เหลือแต่พรหม ชีวิตนี้คือชีวิตแห่งความเป็นสัตว์ ต้องดับสัตตาวาส 9 ให้หมด ส่วนอาหารรูปนั้น คือเครื่องอาศัย (ข้าว ผ้า ยา บ้าน) เราก็มีพอเพียง ให้พอเหมาะพอดี ไม่เฟ้อเกินหรือไม่ขาดเกิดไป อาหารคือคำข้าวนี่แหละ ถ้าเรียนรู้จัดการกิเลสในนี้ได้ อย่างอื่นก็นัยเดียวกัน ไม่ว่า ผ้า ยา บ้าน แล้วมาเรียนรู้ ปริเฉทรูป คือตัดแบ่งมาเป็นส่วนๆ ในแต่ละรอบ โสดาบัน ก็ศีล 5 , สกิทาคามี ก็ศีล 8 เป็นต้น … จากนั้นก็มาเรียนรู้ วิญญัติรูป ที่มี ทั้ง กายวิญญัติ และวจีวิญญัติ อ่านให้ออกในมโนวิญญัติ แล้วฆ่าเหตุแห่งอกุศลทั้งหลาย ไม่ได้ฆ่ากุศลนะ วิการรูป 5 (รูปคืออาการที่ดัดแปลงทำให้แปลก ให้พิเศษได้) 18. (รูปัสส) ลหุตา (ความเบาบาง) แม้จิตเราจะเบา แต่ว่า เราพูดออกไปด้วยเมตตาแรงก็มี แต่ลหุตา แต่ถ้าพูดด้วยจิตทุจริต แต่ว่าพูดเบานี่ก็ไม่ ลหุตา นะ 19. (รูปัสส) มุทุตา (ความอ่อนไว ยืดหยุ่น elasticity, เร็วไว จิตหัวอ่อน ปรับได้ทั้งปัญญา และเจโต) ใจตั้งมั่นตั้งตรง เพราะได้ฆ่ากิเลสออก จนตัวจิต เป็นจิตมุทุ (จิตหัวอ่อน) เชิงปัญญาก็ไหวพริบเร็ว เชิงเจโตก็ปรับได้เร็ว รู้เร็ว ว่าอะไรผิดหรือถูก เราก็ไม่ทำผิด เหลือแต่ความถูกเร็ว โดยการทำอย่างเกื้อกูล สังเคราะห์อนุโลม ปฏิโลมแก่ผู้อื่น เหมือนพ่อแม่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับลูก หรือเหมือนแม่ครัวปรุงให้คนกินได้ แต่ตนไม่ชอบหรอก ปรุงขายได้เลย 20. (รูปัสส) กัมมัญญตา (การกระทำที่กำกับด้วยปัญญาอันประเสริฐยิ่ง) เป็นจิตโลกุตระ ฉลาดรู้จักโลกุตระที่เป็นปรโลก ไม่เป็นไป เพื่อเสริมสร้างกิเลสทั้ง กาม โลกธรรม อัตตา แล้ว อนุโลมให้เขาเท่าที่เราช่วยได้ รู้โลก โลก โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็รู้ ปิดอบายได้ แล้วมาละกามภพต่อ จากนั้นก็ลดโลกธรรม และลดอัตตา แต่ว่าก็อยู่ในโลกกับเขานี่แหละ เขาโกงกินกันหลายแสนล้านแล้ว
โสดาบันก็อาจมีต้องเอาเปรียบบ้าง แต่ละลงมาเท่าไหร่ได้ก็ดี มาลดความเห็นแก่ได้ ความเอาเปรียบออกไป เท่าทุนก็อยู่ได้ ขาดทุนแล้วอยู่ได้ไหม ขาดทุนมากแล้วอยู่ได้นี่ ก็วิเศษ ในหลวงตรัสว่า ขาดทุนคือกำไร เขาก็ว่ามาขาดทุนแล้วจะเหลือทุนไปทำงานอย่างไร? ซึ่งเราทำได้แล้ว ถึงพ้นมิจฉาชีพขั้นที่ 5 1 . การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง 2 . การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ การเมือง 3 . การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยงทายไม่ตรงแท้ 4 . การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5 . การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา) ค่าแรงงานของเราได้หมื่นหนึ่ง แต่เราใช้จ่ายแค่สองพัน ส่วนเหลือแปดพันก็ให้ส่วนกลางให้สังคม ก็เอาไปเกื้อกูลเฉลี่ยแค่คนอื่นๆ สังคมก็อยู่ได้ ที่เราได้ขาดทุนเราเสียสละได้นี่แหละ คือกุศล คนนั้นรวยได้ตลอดกาล ได้เสียอยู่หรือเสียสละนี่แหละ คือกำไรของเรา ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราทำงานฟรี แต่สมรรถนะของเราทำได้เก่ง ได้มากกว่าที่กินใช้ มีศักยภาพ เราก็รับใช้ให้แก่คนอื่นไป
เรามีเศรษฐศาสตร์บุญนิยมหมายเลข 1 1 . ไม่เป็นหนี้ 2 . ทำกินทำใช้ให้พึ่งตนเองได้ 3 . ทำให้เหลือกินเหลือใช้ 4 . แจกจ่ายสะพัดออก เผื่อแผ่แก่ผู้อื่น
เศรษฐศาสตร์บุญนิยมหมายเลข 2 1 . เรากินใช้ไม่มาก มักน้อยสันโดษ 2 . เราสร้างสรรขยันเพียร 3 . คุ้มกินคุ้มใช้ เหลือกินเหลือใช้ 4 . เราไม่สะสมกักตุน 5 . เราสะพัดออก แจกจ่ายเจือจาน
ซึ่งธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) 3 . ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) 4 . สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . 5 . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) 6 . อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) 7 . นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) 8 . ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น)