571022_ธรรมาธรรมะสงคราม พ่อครู ส.ฟ้าไทฟ้าไท ที่ศรีโคตรบูรณ์อโศก.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์346 KB
วันที่แก้ไข26 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

571022_ ธรรมาธรรมะสงคราม โดย พ่อครู และสมณะ ฟ้าไท ศรีโคตรบูรณ์อโศก เรื่อง สามอาชีพเพื่อมนุษยชาติ

ส มณะ ฟ้าไทว่า … วันนี้ วันที่ 22 ตุลาคม 2557 เรามาถ่ายทอดสด ที่ชุมชนศรีโคตรบูรณ์อโศก ผู้มาฟังวันนี้เป็นเกษตรกร ใช้เกษตรอินทรีย์บ้าง ไม่ใช้บ้าง เป็นโอกาสดีที่พ่อครูจะได้มาพูด เรื่องสามอาชีพเพื่อมนุษยชาติ กสิกรรมไร้สารพิษ ปุ๋ยสะอาด ขยะวิทยา

ถ้าพูดเรื่องขยะ ในรายการดินอุ้มดาว เขาเอาประเทศสวีเดน เขาใช้ขยะผลิตไฟฟ้า จนขยะในประเทศไม่พอ ต้องไปรับซื้อขยะจากต่างประเทศ เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ว่าสามารถทำได้ขนาดนี้ ชาวอโศกจะทำได้หรือไม่นะ แต่ตอนนี้บุญนิยมทีวีก็ไปได้เพราะขยะ ตอนนี้ที่สันติอโศกก็เป็นหลัก ที่ราชธานีอโศกก็เร ิ่ มทำแล้ว

เรื่องปุ๋ยสะอาด เราก็ทำมาได้ ทำขายทำแจก แต่ส ิ่ งที่ชาวอโศกพยายามทำก็คือ กสิกรรมไร้สารพิษ ก็ยังไม่ถือว่าประสพผลสำเร็จ ที่ร้านขายอาหาร ชมร. ช่วงงานเจยังมีใช้ผักตลาดอยู่ไม่ได้ไร้สารพิษทั้งหมด อย่างน้อยพริกก็ยังไม่ได้ ถั่วก็ยังไม่ได้

มีอีกส ิ่ งหนึ่งที่พ่อครูพยายามให้ทำคือ ผลิตข้าวแสนตัน พ่อครูจะมาพูดให้ ฟั ง ตอนนี้เกษตรกรตื่นตัวมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แต่ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องคุณธรรม ถ้าเอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้งไม่เอาคุณธรรมเป็นที่ตั้งก็ไปไม่รอด เพราะเกษตรกรก็มีกิเลส เราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรทำสามอาชีพแล้วมีคุณธรรม พ่อครูเป็นต้นคิดเรื่องสามอาชีพกู้ชาติ จะเป็นไปได้อย่างไร ตอนนี้กำลังจะเห็นรูปรอยว่าจะเป็นไปได้

แต่เห็นรูปรอยอย่างหนึ่งว่า ที่หน้าสันติอโศกคนนิยมเรื่องผักไร้สารพิษมาก แต่ที่งานเจที่อุทยานฯ มีคนบอกอาตมาว่าที่นี่ขายนี่ไร้สารพิษใช่ไหม? ไม่มีพิษใช่ไหม? อาตมาก็พูดไม่ออก ทำอย่างไร ตอนนี้คนเชื่อมากเรื่องไร้สารพิษ แต่ทำอย่างไรให้เกษตรกรผลิตไร้สา

อ่านต่อ

รพิษจริงๆ ได้ ผมเป็นห่วงประเด็นเรื่องคุณธรรม ทำอย่างไรเขาจะคำนึงถึงคุณธรรมมากว่าเอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ผมเจอพวกเอ็นจีโอเขาว่าทำไปไม่รอด เพราะไม่มีงบฯ มาให้ ต้องหันมาพึ่งกสิกรรมธรรมชาติแล้ว

พ่อครูว่า … นานทีปีหนได้มา ก็ดูคึกคักกันดี ก็ไม่ต้องถามไถ่กันมาก อาตมาเชื่อว่าชาวอโศก หากผู้ใดไม่พลาดจากหมู่กลุ่ม ยังมีคุณธรรมเลี้ยงชีวิต ก็จะเจริญด้วยธรรม ท่านฟ้าไท ได้ฝากไว้ให้สำทับหรือว่าขยายความ ก็จริงๆ แล้ว มันจะพึ่งอะไรจริงๆ พระพุทธเจ้าก็สอนแล้วชัดเจน ที่พูดผ่านไปว่า เอ็นจีโอ ไปไม่รอด เพราะไม่พึ่งตนเอง ไปพึ่งอาศัยเงินจากผู้อื่น จึงทำงานได้ พอไม่ได้เงินจากผู้อื่นก็ต้องปิดงาน เพราะตนเองไม่มีน้ำยา ไม่ได้ทำอย่างพระพุทธเจ้าที่ท่านให้พึ่งตนเองรอด จนช่วยคนอื่นได้

ผู้ที่พึ่งตนเองได้ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสคือ 1 . ไม่มีหนี้ 2 . พึ่งตนเองรอด 3 . ทำให้เหลือสร้างสรรให้มาก 4 . ใช้ส่วนเกินเผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจาน สังคหะ เกื้อกูลผู้อื่น เป็นผลสำเร็จอันย ิ่ งใหญ่ของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นี่คือคำตอบ คือ 4 ความหมายนี่แหละ คือไม่เป็นหนี้ แล้วพึ่งตน ทำให้เหลือเฟือ และเกื้อกูลแจกจ่ายผู้อื่น ถ้าอยู่ในหลัก 4 นี้ได้ตลอดกาลก็อยู่ได้รอด แล้วจะมีมิตรทั่วโลก เราช่วยคนอื่น คนอื่นก็นับเราเป็นมิตร พวกเอ็นจีโอที่พึ่งตนเองไม่ได้ ต้องพึ่งคนอื่นจึงทำงานได้หรือว่าตนจะอยู่ได้ เขาจะแก้ตัวว่าทำงานกับสังคม ไม่มีเวลาไปทำอาหาร ปลูกข้าว แต่อาหารเป็นหนึ่งในโลก อาหาร คือทั้งอุปโภคและบริโภค และมีบริขารด้วย แต่เดิมบริขารมี 8 ส ิ่ งที่เกินความจำเป็นต่อยุคสมัย เราก็ต้องไม่ซื่อบื้อว่าบริขารมีแค่ 8 เกินกว่านั้นไม่ถือว่าเป็นบริขาร คุณก็อยู่ในกลุ่มแคบๆ เท่านั้นแหละ แต่ถ้าเราเข้าใจใช้ได้ ก็ได้ทำงานช่วยคนได้

เราทำสามอาชีพกู้ชาติมา 30 กว่าปีแล้ว อาตมาเข้าใจที่พระพุทธเจ้าว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก ทั้งอาหารบริโภค และอุปโภค ตอนนี้เราก็ทำพัฒนามาในระดับอินทรีย์ ไร้สารพิษได้ ไม่ต้องมีสารเคมี ไม่มียาพิษเอามาประกอบให้เป็นกสิกรรมธรรมชาติเลยได้แล้ว เสร็จแล้วก็มีเครื่องเสริมหนุนคือปุ๋ย เป็นปุ๋ยเคมีที่มาจากธาตุธรรมชาติไม่เคี่ยวข้นเหมือนสารเคมีที่ทำให้เป็นพิษได้ ปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติก็สังเคราะห์ได้ไม่เป็นพิษภัย เรื่องกสิกรรมธรรมชาติกับปุ๋ยเคมีก็พิสูจน์ตนมาพอมีเค้าว่า จะกู้ชาติหรือเพื่อมนุษยชาติ แต่ก่อนเราใช้คำว่า 3 อาชีพกู้ชาติ เขาก็บอกว่ามันแรงไปคำว่ากู้ชาติเหมือนการจะไปชุมนุม เราก็เลยเปลี่ยนเป็น 3 อาชีพเพื่อมนุษยชาติ ที่จริงคำว่ากู้ชาติมันชัดเจนนะ เพราะอะไร? ก็เพราะว่าชาติจะล่มจมอยู่แล้วนี่ไง จึงต้องควรมาช่วยกันกอบกู้ แต่เราก็ไม่เป็นไรใช้คำว่าเพื่อมนุษยชาติก็ได้

ขยะวิทยา ตอนแรกเรียกขยะเอ๋ย แล้วขยะจะมากู้ชาติได้อย่างไร? คนก็งงๆ อาตมาก็มาตั้งเป็นขยะวิทยา หากตั้งมหาวิทยาลัยก็จะตั้งคณะขยะวิทยา ขยะไม่ได้หมายถึงแค่เศษกระดาษ หรือเศษอะไรที่ไ่ม่ค่อยมีคุณค่า แต่หมายถึงของที่เกินใช้ด้วย คนรวยๆ นี่มีของเกินใช้เยอะเลย เราตั้งสถาบันขยะวิทยานี่มีคนที่รู้สึกว่าบ้านเขารกแล้ว ก็ให้เราไปรับของมา หลายอย่างของเขาเป็นขยะ แต่เราเอามาดูยังไม่ได้แกะกล่องแกะห่อก็ยังมีเยอะเลย เป็นของเฟ้อเกินของคนมีเงิน นี่คือขยะสูญเปล่าของคนที่ทำลาย เพราะเอาไปกักตุนไว้ คนเขาไม่มีใช้ คนอื่นเขาจำเป็นแต่ไม่มีใช้ ขยะเหล่านี้เรามาทำให้เกิดการสะพัด คนที่ฟังอาตมาถ้ามีของเกินก็โทรไปบอกที่ สขจ.เลย

ตอนนี้เรามี สขจ. ที่สันติฯ ที่ปฐมฯ และจะทำ ที่บ้านราชฯ ด้วย

ขยะที่เป็นของใหม่ที่เกินจำเป็น ก็เป็นขยะ เราก็เอาของเหล่านี้มาใช้ซ้ำ ยังไม่ถึงขั้นซ่อมแซม เป็นขั้นที่เอามาใช้ได้เลย ระดับ Reduce Reuse อาตมายังรอเลยว่าจะมีรถเหลือใช้มาให้ สขจ.ไหม? ก็พอมี แต่ไม่มีขั้นดีๆมา แต่ก็ต้องซ่อมแซมอยู่ ที่เราต้องการมาก คือแบงค์มือสอง เรารับเละเลย ใบเก่าๆ ก็ไม่ว่า

จาก ระดับ Reduce Reuse ก็เอามาซ่อม Repair จากนั้นก็ของที่ซ่อมไม่ไหวก็ต้องเป็น Recycle เอาไปทำใหม่ หมุนเวียนกลับมาใช้อีก เปลี่ยนแปลงมากว่าซ่อม ถึงขั้นแปรตัวเปลี่ยนรูป มีโรงงานเอามาหลอมเป็นเหล็ก เป็นกระดาษ และอื่นๆ เลย อย่างนี้ต้องอาศัยความรู้ของวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยคณะนี้ต้องเรียนทั้ง พาณิชย์ บริหาร วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ก็สำคัญ เพราะฉะนั้นจบขยะวิทยามาก็จำทำได้หลายอย่าง และขยะเป็นวัตถุดิบที่ไม่มีวันหมดไปจากโลก อาหารการกินก็เป็นเศษเหลือก็มี เป็นขยะสด พวกนี้ก็เอามาทำประโยชน์ได้ มาหมักได้

ส มณะ ฟ้าไทว่า … มีคนหนึ่งอยู่อเมริกา เขาไปหาขยะไปเลี้ยงคนขาดแคลนได้เลยครับ

พ่อครูว่า...จะเกิดการหมุนเวียน สะพัด กระจายผลประโยชน์ รายได้ ไปให้ทั่วถึง ต้องจัดสรร ใครเข้าใจได้ก็จะทำการหมุนเวียน จนเกิดส่วนเสียน้อยที่สุดในส ิ่ งที่จะทิ้งเลยคือ Reject มันใช้ไม่ได้จริงๆ หรือเป็นพิษ ก็ต้องหาวิธีทิ้งเช่น กัมมันตภาพรังสี เขาเอาพลังงานไปใช้แล้วมีกากเศษที่ลำบากไม่รู้วิธีจัดการให้สูญสลาย เป็นพิษมาก ก็ยังจัดการทำลายไม่ได้เลย เป็นธรรมดา อันหนึ่งได้คุณค่าสูงอีกอันก็เป็นพิษภัยแรง หากไม่ร้ายขนาดนั้นเราก็หมุนเวียนเอามาใช้ได้ ถ้ามีความรู้พอก็เอามาใช้ได้ต่อไป หรือการแพทย์ Homeopathy ก็เอาพิษมารักษาได้ เป็นต้น

สรุปแล้วเรื่องขยะจะกอบกู้มนุษยชาติได้จริงๆ เพราะเป็นเครื่องอาศัย เป็นสิ่งเฟ้อเกิน เป็นสิ่งเกี่ยวข้องกับมนุษย์แท้ๆ สามอย่างที่ว่า ชาวอโศกทำให้สมบูรณ์ในสามอย่างนี้ เราไม่เก่งอาวุธ อาวุธอโศกอย่างสร้างเลย คำว่าอาวุธนี้เอาไปตกแต่งหรือไง อาวุธนี่เจตนารมย์มันสร้างมาเพื่อฆ่าคน ที่เอาไปฆ่าสัตว์เป็นเรื่องรอง ที่ว่าอาวุธขายแพงๆ คือฆ่าคน ลูกปืนเอาไว้ฆ่าคนเป็นหลัก คนที่คิดอาวุธมาฆ่าคนเป็นคนบาปมหาศาล ใครทำเป็นต้นตอคิด นั้นบาปป่านนี้ยังไม่ขึ้นจากนรก

พระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสว่า อย่าค้าขายอาวุธ ข้อ 1 ในมิจฉาวณิชชา ท่านไม่ห้ามว่าไม่ให้สร้าง แต่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ให้มีอาวุธ อาตมาทำงานมาถ้าไทยเราเป็นเมืองบุญนิยม บุญคือการชำระกิเลสไม่ใช่กุศลนะ จะเป็นประเทศที่มีบุญ คือตัดกิเลสตามทฤษฎีพระพุทธเจ้า ถ้าทำได้จิตจะล้างกิเลส และอยู่กับสังคม จะรู้ทุกอย่างในสังคม ตั้งแต่อาชีพ กัมมันต ะ วาจา คิด จะรู้ว่าสังคมทำอย่างไร เราก็จะร่วมกับสังคมได้ รู้ว่าอะไรเป็นดีมานต์ ซัพพลาย อะไรเป็นของควรช่วยสร้างอะไรควรระงับ และไม่เห็นแก่ตัวด้วย แต่มีความรู้ ขยัน มีน้ำใจ มีเมตตาก็ทำส ิ่ งควร ช่วยคนอื่น ยิ่งเราพึ่งตนรอดมีส่วนเกินให้คนอื่นก็ไม่เดือดร้อน มีความเป็นมิตรตลอดไป

ถ้าประเทศไทยทำได้ การค้าอย่างที่ในหลวงตรัส การค้าของไทยจะทำแบบ Our loss in Our gain คือขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา เราขาดทุนแต่เราอยู่รอด เราทำแบบต่ำกว่าราคาตลาด ไม่ใช่ว่าเอาวัตถุดิบของเราออกไปจนหมดอย่างนั้นโง่อยู่ไม่ได้ แต่เราทำขาดทุนแก่สังคมได้

เราค้าขายกับต่างประเทศเราขาดทุนให้ต่างประเทศ เราไม่ไปเอาเปรียบ เราจะได้มิตรจากต่างประเทศ แล้วไทยก็ไม่ต้องมีกองทหารไม่มีอาวุธ ขออภัยไม่ได้คิดจะมาล้มล้างกองทหาร เป็นเรื่องไกล แต่เป็นได้ อาตมายังคิดเลยว่าไทยจะเป็นชมพูทวีป อนาคตศาสนาพุทธจะรุ่งเรือง และคนเดี๋ยวนี้หาทางออก พระพุทธเจ้ามีสูตรสำเร็จที่ไม่มีสูตรอื่นที่เป็นสูตรของความเป็นมนุษย์ และสังคมที่ดีกว่าสูตรนี้อีกแล้ว

คือทุกอย่างที่เดือดร้อนก็คือทุกข์ พระพุทธเจ้าท่านจัดการได้เกลี้ยง ศาสนาพุทธได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทำได้ และยุคนี้มันสุดทางแล้ว แต่ละที่หาทฤษฎีวิเศษที่จะไปจัดการกับสังคม แต่อยู่ที่นี่คือของพระพุทธเจ้าประกาศไว้ ณ โคตรบูรณ์ เป็น The Great word ไม่ใช่ Big word ที่เป็นคำโกหกนะ แต่ในหลวงตรัส เป็นคำที่ย ิ่ งใหญ่ของมนุษย์โลก

เราภูมิใจที่เราอยู่แบบคนจนไม่ต้องกอบโกยสะสม ต้องทำตัวเสียสละสามารถขาดทุนให้สังคมได้ แม้จะมีส่วนเหลือเกินให้สังคมมาก ก็อย่าไปลงใหลสะสม เพราะเสียเศษรฐกิจ คุณจะสุจริตอย่างไร แต่สะสมก็เสียเศรษฐกิจ เราควรฉลาดในการสะพัด อย่าไปให้คนที่มีกิเลสมาก เช่นติดเหล้าก็เอาเงินให้คนติดเหล้าก็แย่สิ เรารู้จักสะพัดทำทานอย่างมีปัญญาให้อย่างมีปัญญา สังคมก็เฉลียวฉลาด เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าอาตมาไม่ได้ตราเอง แต่ได้มากจากศึกษาจากพระพุทธเจ้า

อาตมาไม่ได้ลงลึกถึงขยะทางจิตวิญญาณที่เป็นขยะร้ายแรงมาก เป็นตัวร้ายของสังคม ขยะคือกิเลส คืออวิชชา เป็นสุดยอดความรู้ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ค้นพบ เพราะ มโนบุพพัง คมาธัมมา จิตเป็นตัวต้นของทุกอย่าง มโนเสฏฐาคือจะพาเจริญ มโนมยา ก็แปลว่าความเจริญประเสริฐทั้งนั้น จะเจริญได้ก็ต้องมี มโนเป็นตัวตั้ง ต้องเรียนให้ถึงจิตแล้วกำจัดขยะจิตออก

เราเรียนรู้กำจัดขยะคืออกุศลจิตให้ถูกตัว ง่ายๆ คืออบายมุข

ต่อไปจะอ่านที่เขียนบนเครื่องบินก่อนมาถึงที่นี่

เราลดอบายมุขมาได้ โดยใจเราไม่มีตั้งแต่ อาการ อุปายาสะ โทมนัส ทุกข์ ปริเทว โศก ขาดตอนได้สนิท นี่เป็นกิเลสขั้นอบายมุข เราละมาได้อ่านรู้อาการจิตที่เคยเป็นได้ ตัวเศร้าโศกนี่หยาบสุดแล้วออกมาหมดตั้งแต่หน้าตา คนหน้าเศร้านั้นสุดทุกข์แล้วมันอยู่นานด้วย แสดงอาการออกมาภายนอก แล้วไม่ขาดตอนมี ปริเทวะ พวกเรากลุ่มอโศกไม่โศกเศร้า อาการภายนอกดี แต่อาการภายในต้องศึกษาให้ดีทำให้ออกไปให้ได้

อบายมุขคือความเสื่อมหยาบต่ำข้างต้น ทำให้พ้นอย่างไม่ใช่กดข่มหรือทำลืมไป พวกกดข่มคือลัทธิครองโลก และสองทำลืมๆ ไป มีสติรู้แล้วทิ้งวางไม่เกี่ยว อาศัยแต่ความสบาย อะไรไม่ดีไม่สบายเอาออก จะเสพสุขเบียดเบียนเขาก็ไม่พิจารณาก่อน แล้วเขาก็ว่าเป็นลัทธิสติ ว่ารู้ตัว อะไรไม่ดีเลิก เอาแต่สิ่งดี แต่ดีนี่คือบำเรอใจแล้ว เช่นได้องค์ประกอบอลังการได้ขนาดนี้ก็ว่าดี ไม่ได้ขนาดนี้ไม่ดีก็ไปแย่งชิงดึงเอาให้ได้

ของพุทธไม่กดข่ม และไม่ลืมทิ้งแบบไม่ใส่ใจ แต่ของพุทธต้องใส่ใจ มีการสัมผัสโดยธรรมชาติตามโอกาส ตามขณะ อย่างพวกไฮโซ ก็สัมผัสเพชรระดับพันล้านหมื่นล้าน พวกเราจะได้สัมผัสกับเขาก็ไม่ใช่ แต่มีตามธรรมชาติ และต้องปฏิบัติ อานาปานสติ และกายคตาสติ ตลอด ซึ่งไม่ได้ตัดขาดจากกัน แต่เขาสอนให้ทำแยกกัน ทั้งที่ อานาปานสติคือจิต กายคตาสติคือกาย ต้องไม่ขาดกัน ต้องมี สติปัฏฐาน เป็นเนื้อหาแห่งการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ทุกสัมผัส เจริญอธิปัญญา เกิดอธิจิต สั่งสมเป็นส่วนแห่งบุญ คือปุญญาภาคิยา คือจิตเราชำระส่วนแห่งกิเลสได้ คือได้ชำระกิเลสมีมรรคผลอุบัติไปตามลำดับ ด้วยฌาน คือการเพ่งเผากิเลส ตกผลึกเกิดสมาธิ เกิดวิชชา เกิดวิมุติไปตามลำดับของสัมมาสมาธิ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติ มรรค 7 องค์ ไม่ต้องไปปฏิบัตินอก มรรค 7 องค์ หากปฏิบัติวิธีอื่นไม่ได้เรียนรู้ขณะมี มรรค 7 องค์ ก็นอกพุทธทั้งสิ้น คือ ปฏิบัติขณะคิด พูด ทำ อาชีพอยู่นั้นเอง ผู้ใดปฏิบัตินอก มรรค 7 องค์ ก็ไม่ได้บุญ นอกขอบเขตบุญนอกขอบเขตพุทธ

ดูความจริงในประเทศไทย ผู้ปฏิบัติแสวงบุญนอกขอบเขตพุทธมีเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะไม่เป็นบุญตามขอบเขตของพุทธเลยไปแล้ว ก็คือนอก มรรค 8 นอก โพธิปักขิยธรรม ไ่ม่เป็นโลกุตระเลย

ส มณะ ฟ้าไทว่า … มีญาติธรรมเรา ว่าปฏิบัติตามแนวที่พ่อครูสอน แต่ว่าพอไปฟังพระที่อื่นพูดไตรปิฎกแล้วลีลาต่างจากพ่อครู หากว่าจับแกะเป็นอรหันต์ ว่าใครไม่เป็นอรหันต์ หากเอาพ่อครูไปจับแกะกับพระเย็นๆ คนเขาก็จะจับแกะพ่อครูแน่เลย คือ แม้เป็นญาติธรรมแต่ก็ไปนิยมพระที่พูดเย็นๆ แต่พูดแบบที่พ่อครูพูดนี่เขาไม่นิยม

พ่อครูว่า … คนชอบการบริหารประเทศแบบ พล.อ.เปรม เขาชอบมานาน และเดี๋ยวนี้ก็ยึดเช่นนี้ว่าพูดน้อยๆ ทำมากๆจริงก็มีคนชอบแต่ไม่สมเหมาะกับกาละ แต่คนจะมาบริหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ นั้นคนละลีลากัน แต่คนไม่ค่อยชอบแต่คนก็มีปัญญารู้แต่ก็ไม่ค่อยชอบ แต่อาตมาถึงขั้นชอบเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้เหมาะกับกาละ

พฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ อาตมามั่นใจว่าจริงใจ อาตมาสนับสนุนให้ทำไปเลย ต้องทำค่ายกลการเมือง ประชาธิปไตย ให้แข็งแรง โดยเฉพาะเลือกตั้งให้สุจริตหากทำไม่ได้อย่าทำเลย ให้นักการเมืองชุดนี้ตายไปก่อนค่อยทำ เชื้อโรคนี้ตัวร้ายเลย เมืองไทยนี่แย่ ประชาธิปไตย 80 กว่าปีเลวร้ายมาก มาถึงทุกวันนี้ ประเทศไหนก็โกงไม่ได้เท่าโกงทีละห้าแสนล้านมีอย่างที่ไหน?

ส มณะ ฟ้าไทว่า … นักวิชาการมักพูดถึงแค่เผด็จการ แต่ไม่พูดเรื่องคอรัปชั่น หรือเผด็จการรัฐสภาเลย

พ่อครูว่า … บ้านเมืองฉิบหายคือเพราะเผด็จการรัฐสภา นักวิชาการก็นักวิชาโกงไปด้วยกันแบ่งกันกิน ยุคนี้เป็นยุคที่ว่าเมืองไทยจะดีขึ้น อาตมาขอพยากรณ์นะ ให้ทำไปอย่างจริงใจ ขอให้อดทน ขออีกอย่างคือ ซื่อสัตย์ จริงใจ ต้องอดทนจริงๆ อาตมานี่คนไม่รู้ว่าต้องอดทนขนาดไหน ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีใจอดทน อย่างอาตมาทนมา 40 กว่าปีแล้ว

ถ้าปฏิบัติ มรรค 7 องค์ จะเป็นสัมมาสมาธิ สัมมาวิมุติที่ต่างจากมิจฉาสมาธิ มิจฉาวิมุตติ เพราะแบบพระพุทธเจ้าทำได้แล้ว ไม่กลับกำเริบไม่เปลี่ยนแปลง ทำได้สุดที่ก็จบกิจ ทำตั้งแต่อบายให้หมด ต่อจากอบายใหญ่ก็มาอบายที่เหลือในโลกกาม ที่เกิดจากเหตุสัมผัส 6 และโลกกามที่เกิดจากลาภ ยศ สรรเสริญ แล้วก็บ้าไปเป็นอัตตา การสะสมโลกธรรมกามคุณก็คืออัตตา ใครลด ละ ปล่อยวางจริง ก็จะอ่านใจเราได้ตามอุเทสที่สัตบุรุษจะสาธยายสู่ฟัง ก็จะรู้เรื่องอาการ ลิงคะ นิมิต เราจะเห็นว่าเราปล่อยเปลื้องอกุศลได้จริง เป็นมุลจิตตุกัมมยตาญาณ ไม่กดข่มแต่มีพลังปัญญาทำให้กิเลสไม่อยู่ใกล้ กลัวเลย จะมีพลังแรงเผากิเลสได้เป็นไฟปัญญา หรือไฟฌาน จะเผากิเลสเลย คือฌาปนกิจ คือมีกิจการเผา สลายไปเลย ส่วนการไปละลายคือปัญญาจะมีญาณ โสฬสญาณหรือวิปัสสนาญาณ 9 หรือ ญาณ 86 ก็จะเกิดการเผาหรือสลาย ทำให้กิเลสยุ่ยปล่อย มุลจิตตุกัมมยตาญาณ จากองค์ประกอบ สลายออกจากองค์ประกอบของกาย

จากองค์ประกอบของส ิ่ งที่สัมผัสจริง เป็นการยืนยันสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย นี่คือเกณฑ์ตัดสินว่าเป็นอรหันต์ ว่าอาสวะสิ้นในขณะที่มีกาย สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย เมื่อเราได้ผลบรรลุส่วนหยาบภายนอกแล้ว จึงเป็นองค์ประกอบหรือ กาย ขั้นต่อไป เป็นอบายของโลกกาม และเป็นกามเป็นโลกธรรม จากกามภพก็เหลือองค์ประกอบภายใน ขั้นต่อมาก็ล้างกิเลสในกามภพ จนหมดกามภพก็เหลือรูปภาพ ซึ่งเราก็สัมผัสกับภายนอกตามปกติไม่ต้องหนีไป

หมดกิเลสดับรูปภพ ไปได้อีก จึงเหลือกิเลสระดับ อรูปภพ ซึ่งความเป็นปกติชีวิต ก็คงมี องค์ประกอบ " กาย " ของชีวิต สัมผัสสัมพันธ์ อยู่เหมือนสามัญ คนทั่วไป แต่จิตใจของเรา ปลอดหรือว่างจากกิเลส อุบัติในใจ ได้อย่างแข็งแรง ตั้งมั่น (สมาธิ) ถึงขั้น สมาหิตะ แล้วแน่นอนยั่งยืน (นิจจัง ธุวัง) ตลอดไป (สัสตัง)

คุณธรรมแบบพุทธจึงมีลักษณะพิเศษ สัมบูรณ์อย่างนี้ เพราะปฏิบัติด้วย โพชฌงค์ 7 มรรค 8 โดยมีสติปัฏฐาน เป็นกรรมฐานปฏิบัติอยู่ในทุกอิริยาบถ ครบกายคตาสติ และอานาปานสติ จึงทำให้ความนึกคิด (สังกัปปะ) คำพูด (วาจา) การกระทำทุกอย่าง (กัมมันตะ) และอาชีพ (อาชีวะ) เหมาะควรทุกประการ เป็นกัมมัญญุตา อยู่ตลอดเวลา เพราะบริบูรณ์ด้วย ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อย่างแท้จริง

เพราะปฏิบัติแบบพุทธ สติสัมปชัญญะ จึงเจริญเป็น สัมปชานะ สัมปาเทติ สัมปัชชติ สัมปัชชลติ สัมปัตตะ สัมปันนะ ที่เป็นคนตื่นรู้ เบิกบาน พร้อมกาย ใจ เป็นพุทธะ

ใครปฏิบัติได้ไปนิพพานได้ เมืองไทยยังดีที่มีของดี อย่าให้เหมือนลิงได้แก้ว ไก่ได้พลอย หัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น มือด้วนได้แหวน เราต้องเป็นเริ่มจากระดับต้นให้ได้ คือ โพธิปักขิยธรรม 37

เร ิ่ มแต่กายในกาย กายขาดใจไม่ได้ กายต้องมีองค์ประกอบสัมผัสทั้งนอกและใน รู้ข้างนอกแล้วใจเราอยู่เหนือได้ ไม่ต้องหลับตา เหลือรูปภพ อรูปภพภายนอกก็ล้างต่อไป ไม่ต้องหนีไปไหน ของพระพุทธเจ้าต้องมีองค์ประกอบครบ อัชฌัตตังอรูปสัญญี อ่านทั้งนอกถึงในถึงอรูปเลย ของตนเองนะคือ เอโก แล้วมีข้างนอกด้วย ทำจากนอกไปหาใน แต่ทุกวันนี้เรียนแต่ใน อย่าส่งจิตออกนอกกาย สวนทางกับคำสอนพระพุทธเจ้าที่ให้เรียนจากนอกเข้าหาใน แต่ทุกวันนี้สอนในเลยเร ิ่ มในเลย ผิดจากพระพุทธเจ้าสอนแล้ว

คนที่ต้องยังอยู่ทางโลก ฝากศิษย์เก่าทั้งหลาย แต่ผมก็ว่าผมมี ปุตโตคีเว (บุตรรัดคอ) ธนังปาเท (ทรัพย์สมบัติรัดขา) ภริยาหัตเถ (ภรรยารัดมือ) ก็ว่ากันไป พยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน เลี้ยงดูกันไป คนที่โสดนั้นดีที่สุด แต่แต่งงานแล้วไม่มีบุตรนั้นก็ไม่ถือเป็นบุญแต่เป็นกุศล

ต้องพยายามเรียนรู้โลกุตรธรรมข้อแรกคือ กายในกาย

รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ แม้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ถูกรู้โดยเราก็คือรูป เรารู้ด้วยญาณ ด้วยนามธรรม สัมผัสกายแล้วอ่านเข้าหาใจ เร ิ่ มต้นวิเคราะห์วิจัย กายในกาย ก็คือเข้าหานามธรรมแล้ว ที่ตรงไหนที่เรารู้สึกได้ ในคูหาสยังนี่แหละ ในร่างที่ประกอบกันครบอาการ 32 นี่แหละ สัมผัสแล้วอ่านเข้าถึงเวทนา ซึ่งมีชอบหรือชัง ส่วนเฉยๆ นั้นอ่านรู้ยาก มันเป็นตระกูลไหน? พิจารณาถึง จิตในจิต เป็นสราค สโทส สโมห แล้วรู้ว่าจิตคุณทรงไว้ซึ่งอาการไหนก็คือ ธรรมในธรรม

เร ิ่ มตั้งแต่ สักกายะ คือองค์ประชุมตัวการที่เป็นตัวตนใหญ่ของเรา ตัวที่คุณเรียนรู้ตัว ตัวแรกเลย คือสักกายะ ในกายคตนั้นคือจิตด้วย และต้องมีอานาปานสติด้วย ไม่แยกกัน อย่าขาดจากลมหายใจนะ แม้ขณะนี้ ต้องรู้กองลมนี้อยู่ไม่ให้ขาดจากกายนอกเลย แม้จะเหลือแต่รู้ลมหายใจก็ตามที

เมื่อรู้กิเลส ล้างกิเลส ทำให้กิเลสดับได้จริง ตั้งแต่อบายมุข คุณไปโดยเฉพาะพวกศิษย์เก่าของอโศกนี่แหละตอนนี้เป็นเจ้าสัวกัน เรียกเมื่อไหร่ให้มาก็ว่าติด ติดอะไรติดของอร่อยติดงาน ติดอบาย ก็ให้ตัดใจเสียบ้างมาหาบ้างไม่มาก็เรียนรู้ลด ละ อบายมุข โลกธรรมด้วย ยศ ลาภ ก็ลด ละ โดยเฉพาะการพนันก็ให้เลิกให้ได้ ถ้าชาวอโศกเลิกอบายมุขได้หมด อาตมาก็พอใจแล้ว กามจัดๆ ก็อบายมุข โลภจัดๆ ก็อบายมุข ขี้โกงมากก็อบายมุข ต้องลดลง เอาเท่านี้ให้ได้ก่อน ส่วนจะดีกว่านั้นก็สาธุ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน