580730_พ่อครูเทศน์เวียนธรรม อาสาฬหบูชา ราชธานีอโศก.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข25 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

580730_ รายการ เวียนธรรม วันอาสาฬหบูชา ที่ราชธานีอโศก โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์

พ่อครูว่า … อาตมาทำงานศาสนามา 45 ปี ปีนี้เข้าพรรษาปี 45 ออกพรรษาก็ครบ อาตมาบวช 7 พ.ย. 2513 ออกพรรษาก็ครบ 45 ปีเต็มขึ้นพรรษาที่ 46 ก็ไม่ใช่น้อย อาตมาภาคภูมิใจที่ตนเองได้เป็นคนมีโชค ทำงานที่พยายามให้คนรับรู้สัจธรรม คุณงามความดีของมนุษย์เท่าที่ตนมีภูมิธรรม ทุกวันนี้อาตมาก็ดูคุยอวด แต่ก็ไม่มีสาเฐยจิต ไม่มีจิตอวดโอ่ พูดโดยความสั ตย์ อาตมารู้ว่าอาการสาเฐยจิตเป็นอย่างไร คืออาการอยากอวดตัวตน อวดอะไรก็แล้วแต่ อวดสวย อวดรวยก็สาเฐยจิต ยิ่งอวดธรรมะนั้น พระพุทธเจ้าว่าถ้าตนเองไม่มีจริงแล้วไปอวดก็ปาราชิกเลย อาตมารู้อาการ ที่พูดนี้เหมือนเชิงอวดนะ แต่ก็พูดความจริงสู่ฟังว่าธรรมะพระพุทธเจ้ายุคนี้ คนก็ปฏิบัติได้ อาตมาก็เกิดยุคนี้ แล้วเป็นธรรมะระดับอาริยธรรม ไม่ใช่ธรรมะโลกๆพื้น ทำดีละชั่วแค่นั้น แต่เป็นธรรมะเหนือโลกีย์ ทวนกระแสโลกีย์ และขอพูดจริงๆว่า ศาสนาอื่นไม่มีโลกุตรธรรมชัดเจน แต่ของพระพุทธเจ้ามี แม้ความรู้ความสามารถของปุถุชนเข้าใจว่า การไม่เห็นแก่ตัวเสียสละเพื่อผู้อื่นเป็นสิ่งดี ศาสนาทุกศาสนารู้แล้วสอนเช่นนี้ ก็พยายามปฏิบัติตนให้เป็นเช่นนั้นก็เป็นความดีงามจริง เขาก็ทำกายกรรม วจีกรรมช่วยคนอื่นจริง แต่ที่มันไม่เป็นโลกุตระ ไม่เป็นอาริยธรรมเพราะไม่เข้าถึง จิต เจตสิก รูป นิพพาน อ่านอาการ ลิงค นิมิต อุเทส ไม่ได้ อ่านรู้กาย อ่านรู้เวทนา ว่าอาการเป็นอย่างไร ที่เป็นตัวต้นทางของเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยเลย เวทนา สุขทุกข์ รักโกรธ นี่คือตัวสำคัญที่ทำให้คนเกิดนิยายล้านๆๆเรื่อง ใครอ่านเวทนาในเวทนา ออกแล้วแยกว่าเวทนานี้เป็นไปตามความพอใจ ชอบใจ อ่านออกว่าจิตอยากเสวยอารมณ์นี้ แล้วก็จับตัวเหตุได้จริงๆ แล้วรู้ทั้งวิธีกดข่มสามัญ

อ่านต่อ

เขากดข่ม โดยไม่ได้รู้จักสภาวะของสิ่งที่ถูกรู้ รู้อาการลิงค นิมิตของจิตวิญญาณนั้นๆ แล้วรู้เข้าไปถึงเหตุ(สมุทัย) คือราคะ หรือโทสะ ที่มันเป็นต้นตอเลย อย่างเห็นๆ มีญาณปัญญา หรือวิชชาเห็นจริงรู้จริงเลย เห็นอาการอย่างนักวิทยาศาสตร์ ศาสนาอื่นไม่แม่นไม่ชัด ขออภัยที่พูดเช่นนี้ ขออภัยต่อศาสนาอื่นๆ เหมือนยกตนข่มท่าน ขออภัยอย่างมาก แต่ก็พูดอย่างจริงๆใจเข้าใจชัดว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ศาสนาอื่นเขากดข่ม แล้วเขาก็ต้องการลดความเห็นแก่ตัวจริง ศาสนาก็พาทำได้ จึงเป็นศาสนา คนยอมนับถือ ก็แต่ว่ายังไม่รู้จัก จิต เจตสิก รูปนิพพานที่ศาสนาพุทธทำสำเร็จ ได้แล้วได้เลย ยั่งยืนถาวรไม่เวียนกลับตลอดจนกว่าจะหมดอัตภาพ ได้เป็นโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ก็ได้แล้วได้เลย จะเวียนกลับมาช่วยโลกอีกเท่าไหร่ก็ไม่เปลี่ยนจนกว่าจะปรินิพพาน สลายอัตภาพได้เลย แล้วศาสนาอื่นเป็นปรมาตมันนิรันดร ไม่สามารถรู้จักอัตตา สลายอัตตาได้ แต่ของพระพุทธเจ้ารู้ชัดเจน แล้วสามารถเลิกอัตภาพ จบสูญได้เลย อย่างนี้เป็นต้น จึงเป็นการสร้างคนให้เป็นประโยชน์ยั่งยืนต่อโลก แต่กระนั้นกิเลสก็เก่ง ผ่านยุคกาลมาก็จะถึงกลียุค ไฟประลัยกัลป์ ไหม้ทำลายโลก หมดศาสนาพุทธ ก็อีก 2,500 ปี ก็จะเหลือแต่ศาสนาเทวนิยมก็จะเสื่อมเช่นกันไม่ใช่แต่ศาสนาพุทธ จะเสื่อมหนักด้วย เพราะความ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ไม่มี เขาอยู่ได้ด้วยกดข่ม หากนานเข้ากิเลสมาก็จะกลายเป็นอีกอย่าง จะกลายเป็นการหลอกล่อซับซ้อน หลอกคนอื่นว่าฉันดี แต่ที่จริงฉันเลวลึกร้ายลึกผิดลึก บรรลัยจักรลึก ซับซ้อนทุกวันนี้ ทั้งเหตุการณ์แต่ละประเทศ รวมแล้วทั้งโลกเลย ใครสามารถเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วจะหลุดจากวงจรความลำบากของโลก หมายความว่า คนในโลกเป็นปุถุชน เขาจะต้องเอาลาภ ยศ สรรเสริญ สุขด้วยกามและบำเรออัตตา ก็มีสุขอยู่สองอย่าง กามสุขขัลลิกะ กับอัตตกิลมถะ ทุกวันนี้ยิ่งซับซ้อน จนเป็นคนเสแสร้ง เรียกว่า ดราม่า หลอกกัน pretender and drama แสดงว่า ข้าดีๆๆ ช่วยเหลืออุ้มชูผู้อื่น สร้างตนให้รวยมาก มีอิทธิพล แล้วช่วยคนอื่น แสดงออกเช่นนี้แต่จิตลึกซับซ้อนไม่รู้กี่ชั้น หลอกลวงซับซ้อน จนทุกวันนี้หลอกลวงกันลมๆแล้งๆ อย่างเช่น อย่างพวกเรานี่พุทธศาสนาที่เลวลึก ร้ายลึก ผิดลึก บรรลัยจักรลึกคือศาสนาสายธรรมกาย หลอกให้คนหลงวิมานลมๆแล้งๆ เอาบุญได้บุญใหญ่ สวยยิ่งใหญ่ มหัปปิจฉะ มักใหญ่มักสูงมักมากตรงกันข้ามกับธรรมะพระพุทธเจ้า สะกดจิต หลอกครอบงำความคิด แล้วเอาวิมานมาค้าให้เขาเอาทรัพย์สินมาให้มากๆ ทางโลกๆทำอย่างทุนนิยมเลย วิธีการของเขา มีสินเชื่อมีหุ้น เขาหาวิธีการคือใช้ลมๆแล้งๆหลอกด้วยอิทธิพลหากินเอาง่ายๆเลย อย่างธรรมกายทำ ขายหุ้น ราคาพาสิบบาทแต่ขายแพงเป็นหมื่นเป็นแสน ไม่มีอะไรเลย ปั้นกันหลอกกัน ยิ่งมีเทคโนโลยีซับซ้อน ทั้งเร็ว แรงร้าย มีแต่ความหลอก ไร้ความจริงกันมากมายในโลก เป็นความเลวร้ายที่สาหัส อาตมาไม่ประสาเลย เรื่องทางโลก อาตมาหมุนเงินเก่งแต่ซื่อสัตย์ ส่งดอกส่งต้นไม่ขาด มาถึงวันนี้แล้วเห็นใจโลกเห็นใจสังคมมาก จึงกัดฟันพากเพียรอยู่ต่อ อาตมาเข้าใจว่า คนที่รู้จักจิต รู้จักการเกิดการตาย มีหนึ่งฟ้ามาเปรยกับอาตมา เขาเห็นว่าคนสามารถทำให้ชีวิตต่อได้ เมื่อมีความเข้าใจ จิตเจตสิก อาตมาก็ขานรับอันนี้ที่เขาเปรย ก็จะพยายามมีชีวิตต่อไป พวกเราจะเป็นกลุ่มชนที่อายุยืนในอนาคต คนเก่าคนก่อนที่มาก็มีวิบากเยอะ มาอยู่ไม่ได้นาน ซึ่งต่อมาจะมีคนรุ่นใหม่เข้ามา ชีวิตจะยืนยาว คนปฏิบัติโลกุตรธรรมจะอายุยืนยาว เพราะไม่มีเหตุปัจจัยที่จะทำให้อายุสั้นลง เช่น การกิน การเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็มีเยอะที่ถูกหลอก พวกเราก็มาลดลงๆ เป็นเหตุปัจจัยชัดๆที่ว่าต้องอายุยาวขึ้น เราก็ไม่ไปหาเรื่องข้างนอกอีก คนมีภูมิธรรมจะรู้จักจิตเจตสิก ทำความสมดุลให้แก่จิต ใครรักษาความสมดุลในจิตได้ จัดสรรพลังงานจิตให้สมดุล สมดุลคือความดีงาม ทั้งๆที่ทางวิทยาศาสตร์เขาก็รู้ว่าความสมดุลจะอยู่นาน อันนี้เป็นสัจจะจริงของวิทยาศาสตร์ อาตมาถึงเห็นว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์ไม่มีอะไรดีกว่ามาศึกษาปฏิบัติ จนรู้ว่าคนเกิดมาวนเวียน แล้วก็ดับไป พอมาได้อัตภาพเป็นจิตนิยาม ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว เป็นพีชนิยาม เป็นพืช จะเจริญไป จนเข้ารอบเป็นตัวตน เปลี่ยนสภาพเป็นจิตนิยาม เมื่อถึงจุดวิกฤติก็จะเปลี่ยนสภาพได้ เหมือนน้ำระเหยเป็นไอ เป็นต้น พอเร ิ่ มได้จิตนิยามก็ได้ได้อัตภาพ นานเท่านานไม่รู้กี่ล้านๆๆชาติ ไม่รู้หรอกว่าพวกคุณแต่ละคนเกิดเป็นไดโนเสาร์มาคนละกี่ชาติก็ไม่รู้ ไดโนเสาร์ยุคโน้นอยู่ภาคไหนของโลกก็ไม่รู้นะ ไม่ใช่เดานะ แต่พูดตามหลักการของการวนเวียนในวัฏสงสาร พูดตามหลักการ แม้อาตมาก็ต้องผ่านมา กว่าจะพัฒนาการมาเป็นคนแล้วฟังโลกุตระ รู้โลกุตระ เป็นไวไนยสัตว์จนเอาตัวมาเดินทางสายนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง อีกไม่นานก็ถึงกลียุคแล้ว ประชาชนคนไทยอยู่ในเมืองที่เป็นกุศล แม้จะทุกข์ร้อนแบบนี้ แต่เทียบกับหลายประเทศก็ดีกว่า คุณว่าปชช.คนไทยกับอเมริกา ประเทศไหนเดือดร้อนกว่ากัน ...อเมริกา พวกคุณที่ยกมือเพราะรู้จักทุกข์อาริยสัจ มั่นใจว่าอเมริกาไม่รู้ทุกข์อาริยสัจ แม้คนไทยส่วนมากก็รู้แต่สุขเท็จ ไม่รู้จักทุกข์อาริยสัจ ไม่มีสุขอาริยสัจ หากไม่เป็นคนมีภูมิปัญญาโลกุตระจริงไม่ยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตหรอก คนจะเปลี่ยนวิถีชีวิตก็แล้วแต่คน ยิ่งเดี๋ยวนี้มีชุมชนที่เป็นหลักแหล่ง พึ่งเกิด แก่ เจ็บ ตาย กันได้เห็นๆ ผู้มีภูมิโลกุตระก็จะเห็น เอาง่ายๆใครมาอยู่ที่นี่ก็กินฟรี อยู่ฟรี ทำไมคนไม่กรูเกรียวกันเข้ามา เอาง่ายๆนร.ที่นี่เรียนฟรีนะ ทำไมคนไม่มาเอากันมากๆ เพราะเขาไม่ใช่เวไนยสัตว์ไม่มีบารมี แม้เด็กที่เข้ามาก็เป็นกุศลของเขา ได้เป็นเหตุปัจจัย อยู่แล้วก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง คนไหนได้มากจนรู้ว่าไม่ต้องออกไปไหนแล้วก็จริงของใครของมัน คนมีญาณปัญญาจะรู้ รู้ไหมว่าพวกคุณนี่มีที่ดินกันคนละเท่าไหร่? ....มีสิทธิในที่ดินไปกินใช้ได้ คนละเท่าไหร่?....นับไม่ถ้วน คนข้างนอกเขาพอรู้ แต่เขาเข้ามาไม่ได้ เป็นธรรมะสัจธรรมที่ยากจะเข้าใจ อาตมาก็ต้องพยายามเพิ่มคนแบบนี้แหละที่ ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่ต้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนช่วยรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างเร่งทำเอา เป็นระบบที่ลึกซึ้ง ลำหน้ากว่าระบบไหนๆ ไปไกลจนคนตามได้ยาก ยิ่งมาแบบคนจน หากบริหารแบบคนจนได้อย่างที่เราทำได้แล้ว ชาวอโศกเราอยู่ในระบบแบบคนจนได้แล้ว ทุกคนที่มาไม่ได้มาพูดเรื่องเอาเงินเอาทอง ทวงกันมากมายอย่างโลกๆ ที่ยืมกันเป็นหนี้บุญคุณแล้วก็ทวงกัน ทุกอย่างในโลกเขาปรุงแต่งจัดจ้านหนักหนาเราก็รู้ก็เห็น แต่เราก็รู้ว่าเป็นเรื่องไม่น่าพึงประสงค์ใครมีกิเลสต้องระวังอย่าไปเป็นทาสสิ่งเหล่านั้น เราก็อยู่กันพึ่งเกิด แก่ เจ็บ ตาย กันได้จริง ต้องมาพัฒนาคนให้มามีชีวิตแบบนี้แหละ อาตมามั่นใจว่าชาติหน้าๆ ก็ต้องมาเป็นเช่นนี้อาตมาก็รู้ว่าตนเป็นโพธิสัตว์ก็ต้องทำเช่นนี้ มั่นใจว่าต้องทำแบบนี้จนกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า พวกคุณว่าดีไหมที่ทำแบบนี้ พวกคุณยังเข้าใจเลยว่าทำแบบอาตมาพาทำแบบนี้มันดีใช่ไหม คนทางโลกเขาตาย เขาอยากตาย ทุกข์ร้อน แต่เขาไม่อยากตาย แต่อาตมามันไม่มีปัญหาเรื่องตาย เพราะเรารู้ความตายมันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ จึงไม่รังเกียจหรือกลัวเรื่องตายไม่สงสัยเรื่องตาย ตายก็ตาย ตายก็เกิดอีกอย่างสมัครใจ แล้วมั่นใจว่าอาตมาเกิดมาอีกกี่ชาติก็ไม่ทำเสีย ไม่เป็นคนเลว หรือพาคนเลวแน่ เพราะชาตินี้อาตมามั่นใจแล้ว แม้แต่อาตมาไปเลวตอนเป็นฆราวาส แต่ก็ชั่วไม่เก่งหรอก ทำชั่วไม่ขึ้น ก็ลิงลมอมข้าวพองไปตามเขาแค่นั้น ในปีนี้เข้าพรรษา อาตมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนข้างนอกมาร่วมกิจกรรมธรรมะ ในเข้าพรรษานี้ จะจัดอบรมศีล 8 หรืออะไรกัน มีวิธีการกัน แต่ก่อนนี้ที่สันติอโศกก็ทำดี ปฐมอโศกเร ิ่ มต้นก็ดี ก็หาวิธีกันว่าจะได้เท่าไหร่ สันติอโศกก็พาทำกันมา มีติดป้ายหน้าถนนว่าอาทิตย์นี้จะเทศน์เรื่องนี้ แต่ทุกวันนี้มีโทรทัศน์ก็บอกแจ้งไปได้ สันติอโศกแต่ก่อน รถสามล้อเขาจ้างให้ไปสันติอโศก คนก็ไม่ไปเพราะว่าเขากลัวถูกตีหัว ตั้งแต่ 40 กว่าปีก่อน มันเปลี่ยวและไกล เราก็ต้องทำป้ายชี้ชวน คนก็มากันเป็นร้อยเหมือนกันนะ นี่เราก็ไม่ไกลจากเมืองมาก ก็ยังไงไม่รู้ จริงๆเราก็พยายามเปิดให้เข้ามาศึกษา ช่วยกันคิดว่าเราจะเปิดตัวว่า ให้เข้ามากัน แต่เราก็ไม่อนุโลมไปทางโลกเขา มีเดรัจฉานวิชชา มีโลกีย์ไม่เอา แต่วัดหลายแห่งเขาก็มีธรรมะตั้งใจทำกัน นัดกันมาหลายวัดที่นัดกันมาทำทาน นั่งสมาธิ มาฟังสวดเขาก็มากัน แต่ของเรามีธรรมะดีๆเยอะแยะทำไมไม่ทำ ช่วยกันคิดหน่อย เข้าพรรษานี้ก็ทำกัน ให้คนในเมืองในวารินทร์ก็จะได้มา อย่างน้อยวันศีล วันพระก็เข้าวัดกัน ปฏิบัติธรรมกัน แต่อย่างว่ามันไม่เข้ากับแนวที่ว่าเขามี concept ว่าวัดต้องเป็นแบบนั้น แต่ของเรานี่มันมีการปฏิบัติมรรคองค์ 8 มีทั้งการทำอาชีพ การทำงานการต่างๆ มีทั้งพูดมีทั้งคิด ไม่ใช่มานั่งสมาธิหลับตางานการไม่ให้ทำ ก็ไม่ใช่ เพราะอาริยสัจทางปฏิบัติคือมรรคองค์ 8 มีการกระทำทุกอย่าง มีวิธีคิด มีวิตกวิจาร ไม่ใช่ปิดหูปิดตาไม่ให้รับรู้ ไม่มีกัมมันตะอาชีวะวาจาเลย แบบนั้นมิจฉาทิฏฐิ ทวนกระแสกับทางเอก ที่เป็นเอเสว มัคโค นัตถัญโญ ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น พุทธใช้นั่งหลับตาเป็นอุปการะได้ แม้นั่งหลับตาสัมมาทิฏฐิก็ได้อรหันต์เป็นปัญญาวิมุติได้ สายหลับตาก็ช้ากว่าสายสัมมาทิฏฐิที่เป็นธัมมานุสารีที่จะไม่ต้องพูดถึงสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายเลย เพราะรู้ถึงสัมมามรรคทั้งหมดได้ รู้สัมมาอาชีวะ มีชีวิตอย่างนี้อย่าไปมีชีวิตอย่างนั้น สำมะเลเทเมาในอบายมุขไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างคุณนายที่เขาว่ามีอาชีพแม่บ้านแต่ที่จริงมีอาชีพช็อปปิ้ง หรือเล่นไพ่ ส่วนแม่บ้านคือคนใช้ต่างหาก แต่อย่างพวกเรานี่เป็นแม่บ้านจริงๆ ทำหมดไม่ต้องไปจ้างใครทำฃ ก็ให้พวกเราควรได้ธรรมะโลกุตระที่ได้ลดละกิเลส ไม่ใช่เกิดมาได้กิเลสหนาขึ้นๆ ได้เสพโลกีย์ได้พยาบาทหนาขึ้น อย่างนี้เกิดมาเสียชาติเกิด ก็ยินดีด้วยกับทุกๆคนที่มาฟังธรรม พอเต็มศาลาได้ เจริญธรรมทุกคน จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน