ความสงบกายสงบจิตของพุทธในปัญญาสูตร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.48 KB
วันที่แก้ไข6 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ความสงบกายสงบจิตของพุทธในปัญญาสูตร 2.เธออาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่ง ผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้านั้นแล้ว เธอเข้าไปหาแล้วไต่ถาม สอบถามเป็นครั้งคราวว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร ท่านเหล่านั้นย่อมเปิดเผยข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย ทำให้แจ้งข้อที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง และบรรเทาความสงสัยในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยหลายประการแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 2 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ ผู้ที่เห็นความจริงก็จะเข้ามาหา แล้วไต่ถาม สอบถามเป็นครั้งคราวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ตอนนี้เรียกใหม่ ไม่เรียกโพธิรักษ์เฉยๆ แต่นี่ว่า ข้าแต่ผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร ท่านเหล่านั้นย่อมเปิดเผย ข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย 3.เธอฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมยังความสงบ 2 อย่าง คือ ความสงบกายและความสงบจิต ให้ถึงพร้อม ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 3 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ เป็นความสงบที่เป็นโลกุตระ มันเป็นความสงบที่ไม่ใช่เรื่องของร่างกาย แต่คำว่า กายสงบไม่ได้หมายถึงร่าง ส่วนกายไม่ใช่ร่าง แต่กายนั้นมีความเป็นร่างด้วย จริงๆแล้ว ความสงบไม่ได้หมายความว่า ร่างสงบ แต่กายสงบไม่ได้หมายความว่า เอาสรีระสงบ ฟังให้ชัด กายสงบ ไม่ได้หมายความว่า ร่างข้างนอก body ข้างนอก ดินน้ำไฟลมข้างนอกสงบ สงบคือมันอยู่เฉยๆ ก็ไม่ใช่ เพราะว่ามันมีเหตุให้สงบคือตัวที่ทำให้ไม่สงบหายไปมันไม่มีกายอีก ตัวที่ทำให้ไม่สงบหายไปในจิต แต่ร่างนี้คล่องแคล่วว่องไว ยิ่งสงบจากกิเลส

อ่านต่อ

กิเลสมันไม่มีในกาย กิเลสมันไม่มีในจิต กายก็ยิ่งคล่องแคล้ว กายปาคุญญตา จิตก็ยิ่งคล่องแคล่ว จิตปาคุญญตา ใช้บาลีอันนี้ให้คนเชื่อมากขึ้นหน่อย สงบนี่ ยิ่งคล่องแคล่ว ว่องไว ปราดเปรียว ซึ่งเป็นภาษาสิริมหามายา ท่านพุทธทาสพยายามจะพูดเรื่องนี้ แล้วท่านใช้ภาษาว่าภาษาคนกับภาษาธรรม แต่ก็ยังยากยังแยกไม่ค่อยออก ท่านพุทธทาสพอรู้บ้างแล้ว อาตมาก็เอามาขยายความต่อให้รู้ชัดมากขึ้น ท่านพุทธทาสก็ทำได้ขนาดของท่าน อาตมาก็มาทำต่อยอดให้มันชัดเจน ให้มันครบบริบูรณ์เพิ่มเติม ใครจะหาว่าอาตมาใหญ่กว่าท่านพุทธทาสก็ตามใจ มาเบ่งอะไรก็ไม่ว่ากัน หาว่าอาตมาข่มท่านพุทธทาสก็แล้วแต่ อาตมาไม่มีปัญหาอะไรใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ อาตมามีหน้าที่ทำให้ทำมันชัดเจนถูกต้องมากขึ้น ท่านพุทธทาสอธิบายอะไรที่ไม่ถูกอาตมาก็บอกว่าไม่ถูกมาแก้ให้ถูก ใครจะว่ามาใหญ่มาเบ่งข่มดูถูกดูแคลนก็ไม่ใช่ อาตมาเพียงทำให้ถูกต้องทำให้สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นในความสงบจึงไม่ใช่เรื่องสามัญง่ายๆ สงบกายสงบจิตถึงไม่ได้พาซื่อนี่แหละจึงจะเรียกว่าต้องรู้จักด้วยปัญญา ถ้าไม่มีปัญญาก็เข้าใจความสงบกายสงบจิตไม่ได้ง่ายๆก็จะไปพาซื้อเอาร่างสรีระสนุกนี่คือกาย จิตสงบก็คือจิตหยุดอยู่นิ่งๆจิตอยู่เป็นหนึ่ง จิตอยู่เป็นหนึ่ง ของเขาก็คือหยุดนิ่งไม่คิดไม่ปรุงอะไรอยู่เฉยๆนี่แหละเป็นหนึ่งของเขา แต่ของพระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งนั้นคือ คือไม่มีเพื่อน 2 แล้ว, เพื่อน 2 คืออะไร?.. เพื่อน 2 ก็คือกิเลส กิเลสตายไปแล้วจึงเรียกว่าเป็นหนึ่ง แต่ก่อนอยู่กับกิเลสมีเพื่อน 2 อยู่ตลอดเวลา คำว่าเพื่อน 2 ก็เป็นศัพท์ของพระพุทธเจ้า แต่ก่อนมันมีแต่กิเลสเป็นเพื่อนอยู่ แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นหนึ่งคือไม่มีกิเลสนี่คือสงบ เพราะฉะนั้นจิตที่ไม่มีกิเลสแล้วจึงยอดเยี่ยม เร็วไว ปราดเปรียว คล่องแคล่ว เป็นปาคุญญตา อย่างที่ว่า เพราะจิตนี้ บริสุทธิ์สะอาด เป็นจิตอ่อนไหว ไวเร็ว มุทุ ปรับปรุงง่าย เหมาะสมกับการทำการงานทุกอย่าง กัมมัญญา ยิ่งทำงานยิ่งดียิ่งเจริญยิ่งก้าวหน้าประภัสสรมากขึ้น

640406_พ่อครูเทศน์ เปิดยุคบุญนิยมระดม ปัญญา-อนัตตา ตอน 2 งานปลุกเสกฯครั้งที่ 44

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน