340000 ตอบปัญหา สวนฟ้า-นาบุญ พ่อครู ส.เดินดิน คุณคำเดื่อง ภาษี.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2534
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์398 KB
วันที่แก้ไข7 สิงหาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

340000 ตอบปัญหา สวนฟ้า-นาบุญ พ่อครู - ส.เดินดิน - คุณคำเดื่อง ภาษี

ตอบปัญหา สวนฟ้า-นาบุญ โดย คำเดื่อง ภาษี ณ ชุมชนปฐมอโศก

ขอน้อมคารวะพ่อท่านและหมู่สงฆ์ เจริญธรรมญาติธรรมทุกท่านครับ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้ลงไปภาคใต้นะครับ ว่ามาอยู่ทางภาคเหนือ ก็ไปอยู่ที่นครสวรรค์ ตอนนั้นก็ว่าจะไม่ได้ไปนครสวรรค์ เขาก็เอารถไปรับที่บ้าน ออกมาตี 2 ไปปลุกเอาเลย เพราะว่าไม่ไปไม่ได้ทางโน้น ทางนครสวรรค์ที่อำเภอหนองบัวนะฮะ ใกล้ๆไพศาลีของเรา เขาเชิญนายอำเภอ ทางเกษตรอำเภอไปไว้แล้ว ถ้าไม่ไปนี่ คนจัดเสียหายมากก็เลยไปรับมา มาถึงก็สว่างพอดีถึงนครสวรรค์ แล้วก็มีโทรไปจากทางหาดใหญ่นี่ เขาบอกว่าต้องลงมาหาดใหญ่ให้ได้วันนี้ บอกว่าไปไม่ได้หรอก ทางโน้นก็เลยบอกว่าไปให้ได้ ไปไม่ได้ยังไง เขาเลื่อนตามไม่ได้ เขาบอก เขาเลื่อนตามไม่ได้ ก็เลยลงไป เมื่อกี้พ่อท่านก็ถามว่า เพิ่งขึ้นเครื่องเป็นครั้งแรกนะครับ ถึงได้รู้ พอขึ้นไปบนเครื่องนี่ ถึงได้รู้ ทำไมมนุษย์เราถึงได้หยิ่งผยองมากนักนะฮะ พอไปอยู่สูงๆ แล้วดู มองดูทุกสิ่งทุกอย่าง คือมันเป็นเล็กเกินไป มันอยู่ข้างล่างหมด ก็เลยทำให้มันเพาะนิสัยเปลี่ยนไปมาก คิดว่าตัวเองใหญ่จริงๆนะ ที่จริงไม่ใช่ ลงมาก็ตัวนิดเดียวเหมือนเดิม แล้วก็มาสร้างอะไรสิ่งที่น่าห่วงใยมาก เดินทางไปภาคใต้ครั้งนี้นะฮะ ไปเจอหลายอย่างมีสิ่งที่น่าภูมิใจและน่าห่วงใยก็มาก สิ่งที่น่าภูมิใจ ก็คือว่า ทางภาคใต้นี่ สภาพธรรมธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ แต่พอไปคุยกับชาวบ้านเขาจริงๆ เขากลับบอกว่า ตอนนี้มันเสื่อมไปมากแล้ว ถ้าเทียบกับอีสาน ภาคใต้ตอนนี้เหมือนตอนอีสานที่ผมเป็นเด็กๆอยู่นะ เหมือนกันไม่มีผิดเลย ที่ตรงไหน ก็มีหญ้า มีต้นไม้เขียวชอุ่ม แม้แต่ต้นไม้ต้นโตไม่มีมากก็ตาม แต่มันก็ยังเขียวอยู่ ยังมีสีเขียว ทีนี้สิ่งที

อ่านต่อ

่น่าห่วงใยก็คือนากุ้ง นากุ้งนี่น่าห่วงใยมาก เพราะว่าเราต้องสูบน้ำจากทะเลขึ้นไปไว้ในที่สูงๆ ไปทำสระนะ ทำบ่อไว้สูงๆ พอน้ำเค็มไปไว้สูงๆ ทีนี้มันจะโดนดินนี่ น้ำมันจะอัดนะฮะ น้ำหนักของน้ำ มันมันมี มันอัด มันอาจจะซึมลงข้างล่างที่มันต่ำ ที่นาข้าวรอบข้างนี่ เริ่มเสียกระจายออกไปเรื่อยๆ แล้วทีนี้การทำนากุ้งก็สูบน้ำแบบน้ำจืดมาผสมกับน้ำทะเลนะฮะ แล้วให้มันกลายเป็นน้ำกร่อย หลังจากสูบมาแล้ว มันก็มาผสมกัน ก็ใช้ไปช่วงหนึ่ง ไม่นานเท่าไหร่ก็ต้องเปลี่ยนน้ำ ไอ้น้ำที่เปลี่ยนออกไป เป็นน้ำเสียนะฮะ มันจะเหมือนน้ำจากโรงงานเลย น้ำพวกนี้ปล่อยไปที่ไหน พวกผักบุ้ง หญ้า อะไรต่างๆ ตายเกลี้ยงไปเลย เกลี้ยงไปเรื่อยๆ แล้วทีนี้น้ำจืดมันก็หาไม่ได้ ต้องไปต่อท่อไปไกลๆ เรื่อยๆ เพราะน้ำเสียมันไล่ออกไป ถ้าต่อท่อไกลเป็น 2-3 กิโลเมตรก็ต่อไปๆ เพราะว่าอันนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วงใย สิ่งที่เร็ว ที่ดีขึ้นก็คือ ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ คนเรานี่ก็เห็นนะฮะ เห็นว่ามันเป็น เป็นอันหนึ่งนะฮะที่คนทั่วไปนี่ ถ้าไม่สูญเสียอะไรไปแล้ว จะรู้สึกว่ามันไม่มีค่า เหมือนตอนหลังๆ มีพวกประเทศลาวนะฮะ มาดูที่นา เขาก็บอกว่า ที่บ้านเขาน่ะ อุดมสมบูรณ์มากอยู่ แต่เขาก็อยากจะเจริญเหมือนเมืองไทยนะฮะ ผมก็บอกว่า คุณอยากเจริญยังไง อยากต้องการแท่งซีเมนต์มาตั้งไว้ แล้วบอกว่าเป็นตึกหลายๆชั้นอย่างนี้หรือเปล่า เขาก็ยังอยากได้อยู่ดี เขาบอกว่า ไม่รู้รักษาป่าไปทำไมที่เมืองลาว ผมก็บอกว่าพวกคุณนี้ ถ้าไม่หมดไม่สูญเสียธรรมชาติไป พวกคุณจะไม่รู้จักหรอก ทางที่ดี ถ้าทำได้นะ อยากเปลี่ยนคนลาวให้ไปอยู่เอธิโอเปียสัก 10 ปี แล้วก็ให้คนเอธิโอเปียมารักษาไว้แทน แล้ว 10 ปี ค่อยเปลี่ยนกลับมา หลังจากนั้นคุณจะไม่กล้าตัดต้นไม้ แล้วจะรู้ค่าของมัน นี่เป็นนิสัยอันหนึ่งของคนที่นั่นเหมือนกัน ทางภาคใต้ ก็เหมือนกันนะฮะ เป็นเมืองที่น่าอยู่นะฮะ ที่มีทะเลมีป่าไม้ มีภูเขา มีต้นไม้ ลำธารอะไรหลายๆอย่าง แต่ตอนหลังนี่ น้ำทะเล หลังจากน้ำเสียนี่ปล่อยลงไปในทะเล มันจะเป็น เป็นที่ไม่น่าอยู่เลยนะ ต่อไป มันกำลังกินวงกว้าง ตอนนี้ลงไปเป็นกิโลเมตรแล้วฮะ น้ำเสียจากนากุ้ง ก็น่าห่วงใยเหมือนกัน แล้วก็ไป ไปหลายแห่งแล้วที่ทางภาคใต้ ก็มีคนทำอยู่ โดยโครงการพืชผักปลอดสารเคมีทางภาคใต้ จากหน่วยงานของแคนาดาที่เขาสนับสนุนอยู่ ก็กำลังขยาย เขาเรียกเครือข่ายนะฮะ ตอนนี้ก็หลายอำเภอที่ทำอยู่ ก็ไปดู สังเกตว่าเขาทำเกษตรธรรมชาติ แค่ปีเดียวที่ผ่านมานี่ ต้นถั่วต้นพืช ที่เขาปลูกไว้ มันงามกว่าที่ผมทำมา 3 ปีเสียอีก นี่แค่เขาทำปีเดียว ที่ผ่านมา มันเป็นการเริ่มต้นที่ไปได้เลย ไปได้เร็วมาก แต่ที่มัน มันก็เหมือนกัน ที่ตรงไหน ที่ถูกทำลายมากๆ มันก็ มันก็ฟื้นฟูยาก ถ้าไม่ทำลายเลย มันก็ไม่ต้องฟื้นฟูเลย เหมือนกันนะฮะ ไม่ต่างกัน คือพอเดินทางไปภาคใต้นะฮะ ทางท่านถิรจิตโต ท่านก็ถามนะก่อนจะเดินทางไป ท่านถามว่าไปกับใคร บอกว่าไปคนเดียว แล้วรู้จักใครบ้างญาติธรรมของเราที่ปักษ์ใต้ ได้นัดแนะกันไว้หรือเปล่า ผมก็บอกว่าไม่ได้นัดแนะ หลังจากนั้นท่านก็รีบโทรไปทางภาคใต้ ไปถามกับผู้จัดการที่เขาทำ เขาเชิญไว้ ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะว่าที่เขาบอกให้ไปพูดนั่น เขาติดต่อผ่านทางวัดคือทางชมรมศาสนาเพื่อมนุษย์ไปแล้ว แผ่นชีท อะไรต่างๆ ที่เขา ตารางการจะพูดยังไงนี่ มันไม่มี เขาบอก บอกให้มาเร็วๆ มาถึงบ้านพบธรรม แล้วเขาก็จะมารับไป แต่พอมาถึงบ้านพบธรรม แล้วคนมารับที่จะไปขึ้นเครื่อง เขาก็บอกว่า เขาก็ไม่รู้ทางโน้นสั่งมาให้ เขามารับอย่างเดียว บอกว่าเขาก็ไม่รู้เรื่อง แล้วจะเอายังไง ทีนี้ก็ ก็เลยไปดุ่ยๆไปเลย พอดีทางญาติธรรมของเราทางหาดใหญ่นะฮะ ก็ได้รู้ข่าวว่า มีการจัดสัมนาที่นั่น ก็เลยไปดัก ก็ไปเจอพอดี พอไปถึงทางโน้นก็รีบโทรกลับมา แต่พอเข้าห้อง พอโทรเสร็จกลับเข้าห้องก็เจอญาติธรรมนะฮะ พวกเรา ก็เจอญาติธรรมของเราไปหลายคนนะฮะ หลังจากพูดในม.อ.แล้วก็ออกไปที่หมู่บ้าน ที่เขาทำเกษตรธรรมชาติอยู่ พวกเราก็จัดพวกญาติธรรมของเราทางโน้น เขาจัดเตรียมอาหารอะไรไปด้วยตั้งเยอะแยะนะฮะ ทางโครงการเขาก็จัดไว้ แต่ทางของเราก็ไปจัดช่วย ก็ทำให้รู้สึกว่าอบอุ่นดี เขาก็ได้กินอาหารมังสวิรัติกับพวกเราไปด้วย หลังจากนั้นก็ไปต่องานที่บ้านของคุณโอภาสนะฮะ ไปดูสวนของคุณโอภาส แล้วก็มาที่สวนของคุณโกเส่ง 2-3 ที่นะฮะ โกเส่งนะฮะ 2 ที่ หรือ 3 ที่นี่ จากนั้นก็ไปดูของคุณทิม ภควเมธาทวี ของโครงการไทย-แคนาดา เขาทำอยู่ ก็พอทำตอนนั้น ก็มีทางโรงเรียน ทางโรงเรียนอาชีวะนะฮะ เขาก็ให้ไปพูดกับนักเรียนอีก 2 รายการ ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ก็คุ้มนะฮะ ได้ทำงานตลอดเลย วิ่งไปๆ ในป่าไปดูที่นา คนที่ทำไว้แล้วก็อยากให้ไปดู ให้แต่ละแปลงๆ เราก็อยากให้กำลังใจ ก็พยายามไป เลยเวลา เหลือ 5 นาที มาวิ่งเข้าห้อง หลังจากนั้นก็ ก็กลับมานะฮะ ก็เห็นว่า หลังจากไปทางใต้คราวนี้ก็ได้อย่างที่ว่าได้เห็นหลายอย่าง ที่ส่วนหนึ่งก็กำลังถูกทำลาย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ผมว่า เขาบอก ถ้าใครนะที่ต้องการอนุรักษ์ทางภาคใต้จริงๆ น่าจะจัดทัวร์หรือว่าพาชาวบ้านไปดูทางอีสานในเดือนมีนา เมษานะฮะ ฤดูแล้งสักที จะทำให้เขารู้สึกว่า ตรงที่สีเขียวของบ้านเขา มันจะมีคุณค่า มันมอง คนเราส่วนมาก มองภาพไม่ออกนะฮะว่า มันเสื่อม สภาพมันเป็นยังไง มันมองไม่ออก ถ้าไปเจอ ให้ไปเห็นแล้ว มัน มันจะรู้สึกว่า มันมีคุณค่ามากขึ้น ครับ ตอนหลังนี่ ก็ทำให้รู้สึกว่าดีขึ้นนะฮะ ที่เราได้ไปช่วยงานข้างนอก แต่ช่วยมากๆ ตอนแรกๆ ก็ลำบากใจ เพราะว่าปรับสภาพไม่ทัน ตอนหลังก็ดีขึ้น ตรงที่เราไปก็มันแบ่งงานถูก ตอนแรกจับงานไม่ถูก จะเอาเวลาว่างที่ไหนไปทำงานของเรา ตอนนี้ก็พอ พอมีเวลาว่าง แต่ก็ไม่ จะว่าว่าง มันก็ไม่ว่างจริง ทางบ้านแม่บ้านก็ต้องรับแขก ที่ไปดูงานทุกวัน เมื่อวานนี้ ก็รับไป 70 คน 70 คนก็รับอยู่คนเดียว ก็หนักเหมือนกัน ตอนแรกพวกญาติธรรมของเราไปช่วยนะฮะ มีพาเขามาดูงาน ก็ให้จัดเตรียมอาหารไว้ด้วย บางวันก็ 2 มื้อบ้าง มาพักค้างคืนบ้าง ก็ต้องไปยืมภาชนะที่วัดนะฮะ ยืมพวกถ้วยชามที่วัด พอมาทำเสร็จ ญาติธรรมก็มาช่วยทำอาหาร 15 ครอบครัว ตอนแรกก็รู้สึกอบอุ่นนะฮะ ตอนหลังคนมาบ่อยเข้าๆ มันก็ มันไม่อบอุ่นแล้วนะ ครอบครัวเขาจะทะเลาะกัน เขาก็ กลับบ้าง เหลือน้อยคนลง เหลือน้อยลงแล้ว มาทุกวันก็ไม่ได้ แต่แขกต้องมาทุกวัน ก็ทำให้หนัก งานก็หนักขึ้น แต่ตอนนี้ก็ได้บอกเขาว่า รับเลี้ยงไม่ไหวแล้ว ต้องมาดูแล้ว พาไปดูนาอย่างเดียวก็พอ ต้องเตรียมอาหารมาเอง คือเขาก็ให้นะฮะ จ่ายค่าอาหาร เขาก็มีกำหนดให้อยู่ทางโน้น แต่มัน มันทำไม่ได้ ทำไม่พอ ก็เลยให้เขาจัด มันไม่มีเวลา อบรมนักเรียนเป็นยังไง บรรยากาศ อบรมพวกนักเรียน คือนักเรียนนี่ มันจะคล้ายๆกับฝ่ายวิชาการนะฮะ เหมือนกับเราไปพูดกับพวกด็อกเตอร์ อาการเดียวกันนะฮะ อาการยังอ่อนๆอยู่ ที่ยังไม่แก่เหมือนพวกด็อกเตอร์ คือมีอาการง่วงๆซึมๆ แล้วค่อยดวงตาเหม่อลอย แล้วไม่ค่อยเอาใจใส่ ยังไงพิกลๆ คือแค่เราไปนั่งดู แล้ว ดู ยังไม่ได้พูดอะไร ดูมันง่วงแล้ว เด็กๆมันง่วงก่อน มันเป็นการเรียน มันก็ฟังเรา มันคิดว่า มัน มันคงเรียนเหมือนครูสอนล่ะนะ ไอ้ทางโน้นก็เหมือนกัน ทางฝ่ายวิชาการหรือว่าพวกพัฒนากร พัฒนาการต่างๆ ที่เขาจัดอบรม มันก็เข้า เข้าไป แล้วมันดูลักษณะคล้ายกัน แต่พูดไป ไปกับชาวบ้านนี่ จะต่างกันนะฮะ อาการต่างกัน พูดไปแล้วมันมีอารมณ์ มีความรับรู้ร่วมกัน มันก็ทำให้รู้สึกได้ค่ามาก มากกว่า อย่างที่ กทม.ตอนนี้อบรม คุณภาพชีวิตหลายรุ่นแล้ว ทางโน้นเขาบอกว่าให้ไปช่วยหน่อย แต่มามองดู ก็รู้สึกว่า มันไปแล้ว มันไม่ได้ผลเท่าไหร่นะฮะ มันไม่ได้ผลด้าน ถ้าทำเกษตรกรรมธรรมชาตินี่มันไม่ได้ผล เพราะว่าเป็นข้าราชการครู ก็ไม่รู้จะสอนเด็ก กทม.ให้ทำนาธรรมชาติอย่างไร ทำสวนธรรมชาติยังไง ถ้าไปรุ่นของลูกจ้าง กทม.ก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไง ก็เลยในที่สุดก็อยู่บ้านหรือไปช่วยชาวบ้าน ที่เขาสนอกสนใจที่จะไปดูงาน หรือว่านัดไปคุยกัน ยังจะได้มากกว่า ก็เลยตัดมาเรื่อยๆนะฮะ นี่ก่อนมานี่ ก็คิดว่าจะไปทางใต้แล้วกลับมาจะเข้ากรุงเทพฯ แล้วจะกลับบ้าน แต่ก่อนจะไปที่ทางใต้ วันนั้นพ่อท่านก็เปรยๆว่า ทำไมต้องวิ่งไปดูที่อื่น ปฐมฯไม่ไปดูบ้าง (หัวเราะ) ก็เลย ผ่านไปได้ก็เลยรีบมา แล้วมีเวลานอน ถึงวันนี้ ก็คงจะไปตอนบ่าย ท่านติกขฯ : รายการก่อนฉันวันนี้นะ อยากจะให้พวกเราช่วยกันทำนา หรือว่าทำเกษตรกันที่นี่ อาตมาเท่าที่ฟังๆดูรู้สึกว่า ความเห็นของพวกเรา มันยังแตกต่างกันอยู่ล่ะนะ เราทำนาด้วยกันมันก็อึดๆอัดๆกันอยู่ล่ะนะ อย่างนั้นเราต้องทำงานกันอีกหลายปีนะ ก็ควรที่จะได้ทำความเห็นให้มันตรงกันน่ะ อันไหนที่เราข้องใจแล้วรู้สึกว่าถอนหญ้าหรือไม่ถอนหญ้าหรือว่าอะไร ติดใจอะไรกันล่ะนะ เราก็ลองถามกันดูนะ ผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว อาจจะช่วยทำให้ความเห็นของเรานี่มันตรงกันก็ได้ พ่อท่าน : ชาวนามาหมดแล้วหรือ เอ้าดีชาวนาบ้าง ชาวสวนบ้างมาคุยยังไงๆจะได้ถามไถ่บ้าง เราน่ะใกล้เกลือกินด่าง เดี๋ยวมันกลายเป็นใกล้เกลือกินขี้ ใกล้เกลือกินด่างน่ะ อะไรๆก็น่าจะได้ก่อนเขา ทำ ไมมาได้หลังเขาฮึ ไม่ได้เรื่องได้ราว คุยกันดูน่ะ ผู้ที่มีประสบการณ์ พอมีปัญญามีอะไรก็แนะนำกัน เราก็ไปทดสอบอะไรกันดู ยังไงๆเราก็ต้องเอาให้ดีให้ได้ เรื่องนานี่เราจะต้องเป็นชาวนา เราต้องยึดครองหัวหาดเรื่องนาไว้ให้ได้ ใครจะยังไงก็ช่างเถอะ เขาจะว่าชาวนาเป็นชาวต่ำต้อย เป็นชาวไม่ร่ำรวย เป็นพวกหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เป็นพวกแบกหาม เป็นทาสรับใช้อะไร เข้าใจให้ถูกทางธรรมะให้ดีเถอะ ดีแล้ว ขอให้เราเป็นจริง อย่างเขาว่าเถอะ เราเป็นผู้รับใช้ เป็นพวกที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ต้องอุตสาหะวิริยะเหน็ดเหนื่อย สร้างสรรขึ้นมา แล้วเขาก็ได้รับของที่เราทำนี่แหละ เขาจะไม่กินข้าวยังไง มันต้องกินข้าวกันทุกคน ไอ้คนไหนที่มันแน่ๆ ขนาดไหน มันก็กินข้าวทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวเลยว่าจะไม่มีบุญ ต้องได้ ได้บุญแน่ แน่เลยไม่ต้องห่วงล่ะ ทำให้ดีเลย อาตมาว่า ถ้าเผื่อเราเข้าใจสัจธรรมแล้วนะ โอ๊ย! อะไรๆมันก็ไม่เดือดร้อนหรอก ไปคิดค่าทางโลกเขา ชาตรูประชะตะนี่ สมมุติโลกเขา อันโน้น อันนี้ ราคาแพง ราคาสูง ยิ่งใหญ่อะไร ไปหลงตามเขาไปหมด ไม่เห็นสัจจะ ถ้าเห็นสัจจะจริงๆแล้ว โอ๊! พวกเรานี่อย่าไปกระดี๊กระด๊ากับเขาเลย สบายๆ อย่างเรานั้น สบายที่เราไม่ต้องไปดิ้นรนแย่งชิง ไม่ต้องไปแสวงหาอาจเอื้อมๆเอาอะไรกับเขา ไม่ต้องไปเอื้อมไปคว้าเอาอะไรกับเขา สบายแล้ว เป็นยังไงเวลาไปพูดแล้ว ทีนี้ไปพูดกับพวกอะไรล่ะ มีเหตุการณ์อะไร อย่างที่ว่านี่ อาตมาว่าพูดกับพวกอะไรต่ออะไรแล้ว พอมาพูดกับพวกที่เขาทำจริงๆ มาฟังแล้วเป็นยังไง คำเดื่อง : มัน มันต่างกันนะครับ กับพวกที่ โดยเฉพาะพวกที่รู้มามากนะฮะ ถ้าเราไปพูด เขาก็ บางส่วนเขาก็ยอมจำนนนะฮะ จำนนต่อเหตุผลเรา ก็อาศัยหลักที่เราปฏิบัติธรรมมาเอาไปประยุกต์กับพวกเข้าไป ไปพูดคุยด้วย โดยเฉพาะทางหน่วยงานของรัฐ ตอนนี้ก็รู้สึกว่าดีขึ้นนะฮะ โดยเฉพาะมันประสานงานทาง ด็อกเตอร์ เสรี ทางฝ่ายของหมอประเวศ วะสี นะฮะ มันก็เริ่มจะเห็นชัดขึ้น ทางนี้โปรโมททางธรรมชาติอยู่พอชัดขึ้น ทางโน้นก็รู้สึกว่าอ่อนลง เพราะว่ายอมจำนนเรื่องการทำนาชาวภาคกลาง แล้วมันจนมุมคือจะเถียง มันไม่มีที่จะเถียงแล้วว่ามันไปไม่ได้จริงๆ แล้วก็สังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือตอนนี้ทางภาคใต้ พวกที่ทำนากุ้งมาก่อนก็ล้มเหลวไปนะฮะ มันจะเป็นไปตาม มันจะได้ประมาณ 4,5 ปี แล้วจะหมด หมดทางที่จะทำ ทีนี้จะไปกลบบ่อก็ไม่ได้ จะกลบบ่อทำนาต่อก็ไม่ได้ เพราะว่าอย่างพระคุณเจ้าว่ามัน มันเอาที่ดินไปขายแล้ว คือขุดแล้วเอาดินไปขาย ไม่รู้จะเอาดินที่ไหนกลบ มันก็เลยยอมจำนน ก็ทำให้ฝ่ายวิชาการที่เขานำอะไรต่างๆมาลงนี่ ชักจะยอมแล้ว ความคิดที่จะแก้ปัญหานั้น เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ตอนหลังนี้ผมถึงนึกได้ แล้วรีบไปปลูกพวกไม้ยืนต้นต่างๆนี่ พวกไม้ยางใหญ่ ปลูกไม้ยางใหญ่ เขาก็หัวเราะ ตอนแรกๆเขาหัวเราะ เพราะผมก็ให้เหตุผลว่าเราปลูกนี่ เราจะปลูกเพื่อคนอื่นไม่ได้ปลูกเพื่อเราเท่าไหร่หรอก เขาจะได้ผลประโยชน์เหมือนกัน ตอนที่มันเกิดขึ้นมาจะให้สีเขียว ให้ความร่มรื่น แต่ต้นไม้นี้ มันจะไปให้ชั่วลูกชั่วหลาน อย่างป่าธรรมชาติทุกวันนี้ ป่าดงดิบต้นไม้ ขนาด 2,3,4,5 คนโอบนี่ เราก็ยังใช้ในพริบตาแล้วหมด พอหมดแล้วการแก้ปัญหาแบบที่เขามองกันทุกวันนี้ เขาแก้ปัญหากันยังไง เขาก็เอาต้นยูคาลิปตัสไปปลูกคือมันต้นนิดเดียว มันไกลกันกับต้นยาง มันคนละเรื่องกันเลย แต่เขาคิดว่าเขาจะอยู่ได้นะฮะ ในต้นยูคาร์ นิดเดียวแล้วเขาก็บอกว่า เรียกกันว่าปลูกป่า ผมว่าใช่ปลูกป่า แต่ตอนตัดจะเรียก ว่าอะไร ตอนตัด อีก 5 ปีข้างหน้าก็ยังไม่มีอะไร ยังไม่ได้ปลูกอะไรสักอย่าง เพราะโรงงานก็ตั้งรอแล้ว เปิดเครื่องรอเลย ตอนนี้โรงงาน ครับ แล้วก็บอกว่าปลูกป่า ปลูกป่าทั่วประเทศเลย ว่าอย่างนั้น มันเป็นเรื่องน่าขำ พอพูดไปอย่างนั้น ก็ทำให้เขา เขาก็รู้เหมือนกันว่า มันไม่รู้จะแก้ยังไง เขาก็รู้แบบ ถ้าเขารู้นะฮะ ไม่รู้แบบระยะยาว ในที่สุดก็ดีขึ้นนะ ตอนนี้ก็เริ่มให้ ยอมไปพูดในที่มัน ที่คนจัดส่วนมาก คนทั่วไป เขาจะไม่กล้าให้ชาวไร่ชาวนาอย่างเราไปพูดเพราะว่ามัน มันกลัวเสีย เสียหน้าคนจัดนะฮะ แต่ตอนนี้เขากล้านะฮะ เริ่มโดยเฉพาะทางร้อยเอ็ด ที่ทำมาแล้วอย่างนี้ อย่างคุณสุมณฑา ตอนนี้ก็สลับการต้อง ต้องยังไงล่ะ ต้องแลกเปลี่ยนงานกันนะฮะ ว่าตรงไหนใกล้ใครก็ไปพูด ทางโน้นมาเลือกไม่ได้แล้ว เพราะว่าต้องเอาคนนั้น แล้วพอทำมากขึ้นก็ พวกเราก็เลยสบายนะฮะ ไม่ใช่ๆ สบาย เลยได้ทำงาน เลยได้ช่วยสังคมมากขึ้น ทางโน้นเขาจะจัดคนมาให้เรียบร้อยมีค่าจัด มีอะไรเรียกคนมาให้ แล้วให้พวกเรานั้นไปพูด ก็ ก็ดีนะ ตอนนี้กำลังขยายมากขึ้น ถ้าเราทำตอนนี้แล้ว ต่อไปนี่ สังคมกำลังต้องการมาก ถ้าเราทำกันจริงๆ อย่าไปหวังคิดประโยชน์ระยะสั้นๆ ผมยังคิดเลยว่า ตอนนี้ พวกเราส่วนมากทั่ว ทั่วโลกนะฮะมันจะแก้ปัญหาระยะสั้นๆไม่วางแผนระยะยาวๆนะฮะ ว่าต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นยังไง ธรรมชาติจะสูญเสีย ไม่คิด วางแผน 5 พันปีข้างหน้าคนจะอยู่ยังไง โลกจะเป็นยังไง ไม่วาง วางว่าปีหน้าจะทำยังไง ใช้หนี้ยังไง แล้วก็ พีเอ็มที ของประเทศจะเพิ่มไปยังไง คิดสั้นๆแค่นี้ปัญหาก็เลยตกหนักนะฮะ แล้วต่อไปนี่ ถ้าพวกเราทำกันจริงนะฮะ ไม่ คือจริงเนี่ยไม่ใช่จะไปเรียกว่าผลประโยชน์ซะทันทีทันใดนะฮะ แต่มันก็จะได้อยู่ แต่เราเล่นเอา เอานิสัยเก่าๆ คือความคิดเก่าๆมาใช้นะฮะ ผมก็เคยมาครั้งหนึ่งที่ปฐมอโศกนี่ เคยมา มาแล้ว ทำนา ตอนนั้นแม่เณรทิพย์เทวีท่านก็ ก็ทำอยู่นะฮะ แต่มา มาดูหน่อยหนึ่งนะฮะ แล้วรู้สึกว่ามีปัญหาขัดแย้งภายใน ผมก็เลยกลับไป ไม่ ไม่ทำแล้วก็ตอนหลังไม่มา ที่ไม่มาไม่ใช่ไม่อยากเห็น ก็ฟังอยู่เรื่อยๆว่าเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ มาเจอพวกเราก็ถาม บอกว่า ยังๆ ยังเป็นไปไม่ได้ก็เลยยังไม่เข้าไป มันเป็นปัญหาเรื่องความคิด มันทำยาก ถ้าทำเป็นลักษณะทำแบบนี้ มันทำเป็นส่วนบุคคล แต่ละคนนี่จะทำได้ง่าย แต่ทำส่วนรวม โอ๊ะ กว่าจะมาตัดสินยกมือลงคะแนน นี่มันเป็นเรื่อง มัน ไม่ใช่เรื่องที่ธรรมชาตินะฮะ คนจะยอมให้กลุ่มที่เข้าใจจริงๆนี่ทำแล้วก็มีที่อ้าง บางที่บอกว่า อุ๋ย ตอนนี้มีคนเยอะนะ จะต้องใช้อาหารส่วนนี้บริโภค เอ๊ ถ้าไม่มีนาเลย เราก็คงอยู่ไม่ได้ รายได้มันยังจะได้อยู่นะ มันไม่ลดหรอก โดยเฉพาะมาวันนี้นะก็มาเจอที่ ที่แปลงหนึ่งอยู่ด้านหลัง ด้านหลังออกไปนี่ เออเอาละพูดต่อไปเลย เอ้าๆ อธิบายต่อไปเลย ฟังๆชาวนาฟังเลยนะชาวนา ท่านพระคุณเจ้าติกขฯ ท่านก็พาไปดูว่ามีพืชคลุมดินแล้วไปดูให้หน่อย พอไปดูแล้วก็ไปเจอต้นนี้นะฮะ เป็นผักเบี้ยนะ ผักเบี้ยพวกนี้ มันจะคลุมอยู่ในนาแปลง ผักเบี้ยนี่ ผักตะโก้ง หรือเปล่า มันไม่เหมือนกัน แต่ตะโก้งนี่จะรู้สึกว่า อยู่ที่เนินนะฮะ มันจะเหมือนกันทำได้ ทำตะโก้งได้ แต่ตะโก้ง มันอ่อนกว่านี้หน่อยนะฮะ อ่อนน่ะซี ตะโก้งอ่อน ก็เอาลวกกัน อยู่นี่ แต่มันอยู่ อยู่บนเนิน มันเป็นผักที่คล้ายคลึงกันมากครับ มันอาจจะเป็นผักที่ ที่ข้างบนกับ ที่สูงกับที่ต่ำ แต่เป็นพันธุ์เดียวกันก็ได้นะฮะ พวกนี้มันจะเยอะมากเลย แปลงนั้นเราจะไปดูได้เลยนะฮะ ถ้าใครสงสัยไปดูได้เลย มันจะมีหนาแน่นไปเลย แต่ทีนี้ในนาแปลงนั้นมันจะไม่มีหญ้า มันแปลกไป มันจะไม่มีหญ้าเลย ผักเบี้ยนี่ หญ้าก็จะไม่ขึ้นน่ะ มีน้อยมาก แล้วทีนี้ ถ้าเป็นผักเบี้ยอย่างนี้ เราหว่านข้าวลงไปได้เลย สมมุติว่าวันนี้ ถ้าทำได้น่ะ ผมอยากให้เป็นแปลงทดลอง ไปเช่าสัก 1 ไร่ก็ได้ ในแปลงนี้หรือว่ายังไงก็ได้ ไม่ต้องเอาข้าวไปหว่านวันนี้ แล้วไม่ต้องไปหอบฟางเลย นั่งรอเก็บเกี่ยวได้เลย สำหรับผักเบี้ยแปลงนี้นะฮะ มันจะเป็นการพิสูจน์ได้ว่าทำนานี่แล้วเราเลยไปทำเต็มที่ ลองดูอีกสัก 1 ไร่ ให้ไปทำแบบสมัยใหม่ใส่ปุ๋ยเคมี หรือว่าไถยังไงก็ได้ แล้วก็วัดกันเลย มันจะได้รู้นะฮะ มันจะได้จบเสียทีเรื่องนี้ เพราะผักเบี้ยนี่มันขึ้นอยู่อย่างนี้ ถ้าหว่านข้าวลงไป มันจะงอกได้นะฮะ แล้วถ้าโดนน้ำภายใน 3 วัน ผักเบี้ยนี่จะตาย แล้วละลายเป็นยางๆทั้งหมดเลย พอละลายออกไปแล้ว หญ้ามันยังไม่ขึ้นอยู่ ต้นข้าวมันขึ้นมาก่อนแล้ว มันจะเหลือเฉพาะข้าวอย่างเดียว ปัญหาทุกอย่างก็จะหมด ถ้าเป็นไปได้นี่พวกเรานะ ถ้าได้ตัดต้นพวกนี้เอาไปโปรยในนาแปลงของเราได้เลย ในตอนนี้ ไปหว่านข้าวแล้วไปโปรยเอง คลุมฟางไว้เลย แล้วต่อไปมันจะมีเม็ดที่พวกนี้ไปงอกในนา เออ เอาผักเบี้ยไป เอาไปหว่าน ไว้โรยแทน ต้นแก่แล้วมันจะได้ไม่ต้องไปหอบฟางกันมาก ครับ ครับ ต้นแก่ตอนนี้ ไม่มีเม็ดแล้วครับ ... ทีหลังเราก็ไม่ต้องหอบฟาง ใช้ถั่วเสริมนิดหน่อย แล้วไอ้พวกนี้จะขึ้นมาหนาแน่นมาก ทีนี้การทำนาของพวกเรานี่ การทำนาแบบแบบธรรมชาติของเรายังพลาดเป้าไปอยู่มากนะฮะ เพราะตอนแรกก็คิดว่าหอบฟางแล้วมันจะง่าย มันก็ง่ายถ้าเทียบกับการทำนาไปถอนข้าว ไปปักดำไปไถ 2-3 ครั้ง มันก็ง่าย แต่ความที่ไม่เคยชิน แล้วไปกลบฟางมันก็เลยดูเหมือนยากนะฮะ แล้วพอผมมาทำทีหลังนี่ ผมใช้วิธีหว่าน หว่านข้าว หลังจากหว่านข้าวนี่ พอข้าวตั้งท้องนะฮะ ข้าวตั้งท้องหว่านถั่วลงไป นี่มันจะช่วยได้เยอะ คือจัดสรรเวลา พยายามเอาข้าวกับถั่วนี่ให้มันแซมกันเข้าไป ไม่ใช่เกิดต่อกัน มันจะทำให้หญ้าไม่มีโอกาสขึ้นเหมือนกัน แต่ถ้ามีผักเบี้ยก็ใช้ผักเบี้ยแทนก็ได้นะฮะ อันนี้ เราจะพยายามล่ะ นี่ ตรงๆนี้แหละสำคัญนะ ต้องพยายามเข้าใจว่า เราจะต้องมีพืชต่อเนื่อง ที่มันจะมันจะกันหญ้า จะต้องมี มีพืชต่อเนื่อง ที่มันจะกันหญ้าขึ้นมา ถ้าเรามีพืชต่อเนื่องจนกระทั่งกันหญ้าขึ้นมา เมื่อหญ้าหมดเชื้อไปอีกเลย นานเท่านานแล้ว ทีนี้มันก็เรียบร้อย ทีนี้มันไม่มีแล้วหญ้า ทีนี้หญ้านี้มันกำลังฟักตัว มันยังไม่ฝ่อเต็มที่ มันก็ยังมีเชื้อมีอะไรอยู่ไป 2 ปี 3 ปี มันก็ยังพอมี 5 ปี 8 ปี ไปแล้ว ทีนี้ถ้าเผื่อว่ามันต้องกันมันอย่างดีแล้ว ก็มีผักอื่นที่หมุนเวียนอยู่อย่างจริงแล้วล่ะก็ อาตมาก็แน่ใจเหมือนกันนะว่า หมดเชื้อหญ้านะ คุณคำเดื่อง : หญ้านี่ มันจะเป็นลักษณะ เป็นหน่วยคอมแมนโด หรือว่าเป็นผู้พิทักษ์โลกนะฮะ หญ้าคือ ถ้าที่ดินเราไถ หรือทำเตียนโล่งแล้วหญ้ามันจะขึ้นมาปกคลุม มันไม่ยอมให้แผ่นดินนี่ ตากแดด เพราะว่าการตากแดดนี่ ทำให้แผ่นดินเสียหาย หญ้านี่จะต้องขึ้นมามาปกคลุม ทีนี้ถ้ามีพืชอื่นที่เราให้ปกคลุมแทน หญ้าจะไม่มาทำงาน เหมือนกับมีหญ้านี่ ถ้าเราปล่อยไว้นานๆ จะมีหญ้าที่สูงขึ้น และมีต้นไม้เล็กๆแซมขึ้น แล้วมีต้นไม้ใหญ่แซมขึ้นไปเรื่อยๆ พอมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม หญ้ามันก็เลิกทำงาน มันก็ไปพักผ่อน คือที่จริงทุกวันนี้ หญ้ามันก็คงเหนื่อยเต็มทีเหมือนกัน มันก็อยากพักผ่อน แต่ไม่มี เราไม่ยอมให้อะไรไปปกคลุมดิน มันก็เลยต้องงอกมาทำงานอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้ามีพืชอื่นคลุมดินแทนแล้ว มันจะไม่งอก เหมือนเราเอาถั่วลงไปคลุมแทนนี่ หญ้ามันจะไม่งอก แล้วทีนี้เราก็ให้พืชคลุมอยู่ตลอด ถ้าพืชคลุมนี้ไปคลุมในนาแล้วหญ้าไม่ขึ้นนี่ เราต้องดูว่าหญ้า... พืชที่เราไปให้คลุมในนานี่ เราควบคุมได้อีกทีหนึ่ง ควบคุมง่ายกว่าหญ้า แทนที่เราจะไปควบคุมหญ้าโดยตรงมันควบคุมยาก เราก็เอาอย่างอื่นที่ควบคุมหญ้าไปคุม ทีนี้เรามาควบคุมต้นนี้อีกทีหนึ่ง โดยการ เช่นเอาน้ำรอเข้า อย่างเดียวก็ตายแล้ว เอ้อทีนี้ พูดถึงหญ้าแห้วหมูซิ ปัญหาหญ้าแห้วหมู หญ้าแห้วหมูนี่ แห้วหมู ก็เหมือนกันนะฮะ แห้วหมูนี่ ถ้าหว่านข้าวลงไปนี่ เราก็ตัดได้เลยนะฮะ ในน้ำนี่ใกล้ๆที่พอหว่านข้าวเสร็จ เราก็ตัดหญ้าแห้วหมูได้เลย ตัดหญ้าไม่ต้องไปถอนไปเถินมันละ ไม่ๆ ไม่ถอนนะฮะ การถอนนี่เป็นการผิดพลาด มันผิดพลาด เพราะไอ้รากหัวแห้วหมูนี่ มันจะเน่าอยู่ในดิน ดินข้างในมันจะช่วยทำให้ดินร่วยซุย รากของหญ้าแห้วหมูนะฮะ แล้วพอเราตัดแล้ว พอน้ำท่วมขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วมันจะตาย มันอยู่ไม่ได้ มันโผล่น้ำไม่ได้แล้ว ตัดเอา แล้วไอ้ตัวหญ้านั่น ก็เอาปกลงไปได้ด้วย ครับ ตัดแล้ว มันจะปกลงไปด้วยนะฮะ ใช้หญ้านี่ คลุมลงไปในนั้นได้ด้วย แล้วใช้ฟางเสริมลงไปนิดหน่อยก็พอ คือถ้าเราได้ตัดมัน เสียแรงตัด มันก็ยังได้หญ้าอยู่ มันก็เลยไม่ได้ใช้ฟาง มันก็ยังใช้แรงเท่าเดิม ใกล้เคียงกันเหมือนเดิม เพราะมีเศษหญ้า แทนที่จะหอบฟางมากๆ ก็น้อยลง มันไปเปลี่ยนงานกัน แต่ภายหลังจากดูแล้ว ทีนี้ เขาสงสัย เขากลัวว่า หัวมันนี่ พอหัวมันไม่ตาย พอตัดหญ้าแล้วหัวมันไม่ตาย มันจะงอกขึ้นมาอีก มันงอกนี่มันบอกว่ามันเก่งน่ะ การงอกขึ้นอีกนี่ นอกจากถ้าเราไปไถ ไปขุด มันจะเป็นอย่างนั้นนะฮะ ถ้าไปไถไปขุดนี่ มันจะงอกขึ้นมาเรื่อยๆ หญ้านี่ถ้าเราไปไถไปขุดนี่ มันไม่มีทางดับนะฮะ มีคนมาดูที่นาแล้วถามว่าวิธีปราบหญ้าทำยังไง ผมว่าอยู่เฉยๆแล้วมันจะตาย แต่ถ้าไปไถมันจะพลิกต้นใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ไถเมื่อไหร่ ก็พลิกเกิดต้นใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ไถเมื่อไหร่ ก็จะพลิกอย่างนั้น แต่ถ้าปล่อยให้มันยาวเต็มที่ แก่แล้วมันจะตายไป เคล็ดตรงนี้สำคัญ หญ้านี่ อย่าไปไถ อย่าไปพลิก อย่าไปเคลื่อนมัน ให้มันตาย ให้มันหมัก ให้มันแก่ ให้มันสร้างตัวมัน เดี๋ยวมันแก่ตายเอง โดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไร เอาอะไรไปปก เอาอะไรไปคลุม หรือว่าไม่คลุมไม่ปกอะไร มันก็แก่ แก่ตายเองอยู่แล้ว ถ้าเผื่อว่าเราเอาปกเอาคลุมอะไรด้วยให้มันอยู่กับที่ อย่าไปทำกระเทือนถึงพื้นดิน แล้วมันก็จะ...ตายเอง ใช่ไหม มันจะเน่าจะเสียเอง พวกนี้ก็เหมือนกัน หญ้าแห้วหมูนี่นะฮะ ถ้ามันอยู่ตามธรรมชาติของมัน มันจะอยู่ต่ำนะฮะ ถ้าเราไถพลิก หัวมันอยู่ต่ำแล้วมันจะแทงหน่อขึ้นมาได้ลึก มันจะสมบูรณ์นะฮะ มันเป็นการช่วย การไถ คือการช่วยหญ้างามครับ ช่วยให้หญ้างามครับ เพราะพลิกหัวลงให้ต่ำ แล้วก็พรวนดินให้เสร็จสรรพ แต่ถ้าเราปล่อยไว้นี่ หัวมันจะลอยขึ้นมาข้างบน ถ้าฟางคลุมหัวมันยิ่งจะลอยขึ้นมา ตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ ทีนี้โอกาสตายได้ง่าย เพราะถ้าแห้งนิดเดียวมันจะตายจะเฉาไม่สมบูรณ์เหมือนกับเราไปไถพลิกลงไป มันต่างกัน นี่ถ้าสงสัยอยู่นะ วิ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน