600723_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ หลักประกันไม่ให้ลงนรกคือบุญ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข27 กรกฎาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

600723_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ หลักประกันไม่ให้ลงนรกคือบุญ สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 แรม 15 ค่ำเดือน 8 ปีระกา ที่บ้านราชฯ เวลารวดเร็วมาก พระโพธิสัตว์จึงต้องเร่งเวลาในการทำความดีอย่างมาก เพื่อให้ทันกับวันเวลาที่เดินไป ที่ราชธานีอโศกเราก็พยายามที่จะพัฒนาตามที่พ่อครูบอก ให้มีสัมประสิทธิ์ Coefficient ในหนังสือ เราคิดอะไรก็จะบอกเกี่ยวกับเรื่องสัมประสิทธิ์ไว้ พ่อครูเขียนหนังสือนี้มีนัยยะแฝงไว้มากมาย และคงอยู่ยาวนานกว่าการพูดการเทศน์ ยิ่งอ่านจะได้ประโยชน์มากขึ้นๆ มีเวลาก็จะอ่าน พ่อครูว่า...วันนี้ตอนบ่ายจะมีการสวดปาติโมกข์ SMS วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 (พ่อครู-บ้านราช)

_7680ผมเพิ่งอ่านพระไตรปิฎกฉบับประชาชน เขาแปลว่าจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นศีลของพระพุทธเจ้า ราวกับว่าสาวกไม่ต้องปฏิบัติศีลเหล่านี้ เป็นการเลี่ยงหรือไม่ครับ พ่อครูว่า...พระไตรปิฎกฉบับประชาชน คุณสุชีพ ปุญญานุภาพเป็นผู้แปล ถ้าไปอ่านพรหมชาลสูตรท่านก็ว่า ถ้าจะชมเราก็ชมว่าเรามีศีล แต่ศีลนั้นยังต่ำนัก ไม่ได้หมายถึงว่าศีลนี้ทำแต่ของพระพุทธเจ้า คนทั่วไปก็เช่นกัน ถ้าจะชมก็ชมว่ามีศีล ในสามัญผลสูตร สูตรที่ 2 ในศีลแต่ละข้อมีลงท้ายไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พออ่านข้อ 2 ก็ลงท้ายว่า แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง ...มีคนไปค้นว่า คุณสุชีพว่า จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นศีลของภิกษุ ท่านไม่ได้บอกว่าเป็นของพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด

_3867คงมีแต่ผู้อยู่กับพุทธเทวนิยมที่ปฏิบัติจุลศีลมัชฌิมศีลมหาศีลไม่ได้เพราะล้วนต้องหากินกับพิธีกรรมต้องห้ามทางพระวินัยบำรุงวัดที่ใหญ่เกินกำลังไม่พอค่าใช้จ่ายที่แบกรับภาระ!มีแต่ผู้อยู่ในพุทธอเทวนิยมปฏิบัติพร้อมไตรสิกขาเข้าถึงวิชชาจรณะในพุทธอัปปิจฉะแท้ไ

อ่านต่อ

ด้ ไทยอาจไม่ผจญน้ำท่วมโลกขั้นรุนแรง!แต่แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกที่แตกใหญ่กว่าลอนดอน3-4เท่าละลายลงทะเลอาจสูงขึ้น10กว่าม.อยากรู้ทุกปท.เอเซียแปซิฟิคมีวิธีรักษาน้ำจืดอย่างไรไม่ให้หายไปกับน้ำเค็มที่ล้นโลก? พ่อครูว่า…มหาสมุทรมีพื้นที่ปริมาตรมากกว่าแผ่นดิน ถ้าทะลักมาก็ไม่เหลือ เป็นการพยากรณ์ของนักพยากรณ์ ธรรมชาติก็ถึงเวลาเป็นไปของมัน มันมีวาระเวลาของมันน้ำจะท่วมตรงไหนก่อนหรือมาก ไม่ท่วมตรงไหนก็เอาไว้ดูกัน เราไม่พยากรณ์ เราไม่ได้สั่งการ เขาว่าพระเจ้ากำหนด แต่เราเป็นศาสนาที่ไม่เชื่อว่าพระเจ้าบันดาล สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่จะเป็นไป เราก็เตรียมตัวไว้ไม่ประมาท

_7636ชอบใจพ่อท่านมาก/คนปิดทองหลังพระ พ่อครูว่า...ชอบใจก็ดีแล้ว เอาไปปฏิบัติ

_ 5637กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่ง ได้ยินท่านอยากจะให้หยาดนํ้าใจผอ.พุทธ กระผมเห็นด้วยครับ แต่สำหรับท่านประยุทธ ผมว่ายังไม่ถึงเวลาครับ เพราะยังไม่ชัดเจน เอาใว้ให้หนังไกล้จบก่อนจะได้ไหนครับ เพราะเดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขานินทาว่าท่านประยุทธชอบทำโปรเจ็กระดับยักษ์ๆทั้งนั้นเลยครับ พ่อครูว่า...อาตมาว่า คนจะตั้งโปรเจคใหญ่ได้ ต้องรู้ความควร คือสัปปุริสธรรม 7 คือ 1.ธัมมัญญุตา เป็นผู้รู้จักเหตุ 2.อัตถัญญ ุ ตา เป็นผู้รู้จักเป้าหมายจุดประสงค์ 3.อัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักตน ตัวเราแค่ไหนแล้ว 4.มัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักประมาณ 5.กาลัญญุตา เป็นผู้รู้จักกาล 6.ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักชุมชน 7.ปุคคลปโรปรัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล ของไอน์สไตน์ ทุกอย่างคือ Space and time of continuum แต่ของพุทธ ทุกอย่างอยู่ที่กรรมกับกาละ ที่จริงแล้วอาตมาก็เปรยไปตามความจริง อาตมาเป็นคนไม่ค่อยเก็บความลับ มีอะไรในใจก็เปิดเผยหมด อยากจะให้หยาดน้ำใจแก่นายกฯ พลเอกประยุทธ์ ก็พูดไป อยากให้แก่ ผอ. สำนักพุทธศาสนาก็พูดไป เป็นคนปากโป้ง จริงใจ แต่อาตมาทั้งพูดทั้งบอกทุกทีว่า อาตมาไม่ได้เป็นคนที่ปรารถนาร้ายเลยในชีวิต แม้แต่กับคนเป็นผู้ร้ายอย่างธัมมชโย ทักษิณ เป็นผู้ร้ายต่อมวลชน ก็ไม่ได้คิดร้ายปรารถนาร้ายเลย มีแต่บอกเพื่อให้เกิดความกลัวต่อบาปแก่เขา ในชีวิตนี้อาตมาเคยถีบน้องชายคนโตครั้งเดียว เขาทำไม่ดีอะไรสักอย่าง และเคยตีน้องชายคนเล็กครั้งเดียว เอาไม้บรรทัดตี ครั้งเดียว น้องชายอีกคนไปอยู่ป่าเมืองกาญฯ ตั้งตนเป็นพระพุทธเจ้า แต่ก็นุ่งห่มจีวร ตำรวจจับไปเหมือนแต่งกายเลียนแบบพระพุทธเจ้า พอขึ้นศาล เขาบอกว่าต้องการทนายไหม ก็บอกว่าไม่ต้อง เป็นทนายเอง ว่าความเอง พูดจนศาลปล่อยตัว เพราะบอกว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า ศาลก็จนแต้ม ก็ต้องปล่อยตัว ท่านไม่ได้เป็นพิษภัยแก่ใครเลย ทำประโยชน์ต่อชาวบ้าน ไม่ได้รบกวนใคร มีมอเตอร์ไซค์หนึ่งคัน พังก็ซ่อม ขับออกไปบิณฑบาต ก็กลับมาฉันไม่ยุ่งเกี่ยวเงินทองข้าวของ ไม่ได้ผิดวินัยร้ายแรงอะไร มีปาจิตตีย์บ้าง ไม่ได้อยู่กับหมู่ เป็นอจินไตยสัจจะอย่างหนึ่ง แต่จะให้มาอยู่ที่นี่ไม่มา ท่านบอกว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เราเป็นแค่พระโพธิสัตว์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน หลักประกันไม่ให้ลงนรกคือบุญ อาตมาว่า อย่างเรื่อง รถไฟความเร็วสูงมันก็น่าจะเกิดได้แล้ว ข้อสำคัญคุณประยุทธ์ทำโปรเจคใหญ่รถไฟความเร็วสูง ถ้าไม่โกงไม่กินให้ทำได้เลย ประโยชน์เป็นของประชาชนทั้งนั้นแหละ คนที่ทำโปรเจคใหญ่ ถ้ามีคอมมิชชั่นคอร์รัปชั่นอยู่ในนี้เท่านั้นแหละ ที่เขารังเกียจกัน แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์เพื่อประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจ สามารถควบคุมได้ ไม่ให้รั่วซึมไม่มีการแอบแฝง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) จะดูว่า รัฐบาลนี้จะกล้าจับอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าคุกไหม ถ้าทำผิดจริง หากไม่ผิดจริงก็ไม่กล้า แต่ถ้าผิดจริงๆจะกล้าไหม wait and see ประเทศไทยตอนนี้เจริญขึ้น จนอาตมากล้าพูดว่า เนื้อเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมประเทศไทยเจริญที่สุดในโลก อาตมารู้ในสาระสัจจะแต่ไม่เก่งที่จะบรรยายเอาสาระสัจจะและหลักฐานหลักวิชาการ มายืนยันได้ พวกเราเป็นชาวดูไป ไม่ใช่ชาวดูไบ ก็ดูไปก็แล้วกัน เป็นเรื่องอจินไตย ถ้าพลเอกประยุทธ์ใช้วิจารณญาณให้ดีไม่ประมาท มั่นใจแล้วลุย แล้วยุคนี้ต้องการมาก ต้องการคนมีใจแกล้วกล้าเด็ดขาด ความฉลาดเพียงพอ สิ่งที่ต้องการเต็มที่คนต้องการมาก แล้วโลกสังคมจะมีประเทศไทยนำสังคมโลก อย่างดี อย่างสง่าผ่าเผย ให้เจริญ ปรากฏเข้าไปในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ และยุค ราชวงค์จักรี พูดถึงราชวงค์จักรี ก็มีคนทำทำเนียบมาให้ดู รัชกาลที่ 1 เป็นพ่อของรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 2 เป็นพ่อของรัชกาลที่ 3 และที่ 4 รัชกาลที่ 3 เป็นพี่ของรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 4 เป็นพ่อของรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 5 เป็นพ่อของรัชกาลที่ 6 และที่ 7 รัชกาลที่ 5 เป็นปู่ของรัชกาลที่ 8 และที่ 9 รัชกาลที่ 6 เป็นพี่ของรัชกาลที่ 7 รัชกาลที่ 6 เป็นลุงของรัชกาลที่ 8 และที่ 9 รัชกาลที่ 7 เป็นลุงของรัชกาลที่ 8 ที่ 9 แต่พ่อของรัชกาลที่ 8 9 ได้แต่งงานกับสามัญชน รัชกาลที่ 8 ได้ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เพราะพ่อของรัชกาลที่ 8 และ 9 ไม่ได้ขึ้นครองราชย์ และก็สิ้นพระชนม์ไปก่อน รัชกาลที่ 8 ก็เลยขึ้นเถลิงถวัลย์ รัชกาลที่ 8 เป็นพี่ของรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 9 ก็ได้ครองราชย์ตลอด 70 ปี นานที่สุดเท่าที่มีมาในโลก ยังดูว่า อังกฤษ ถ้าท่านไม่สิ้นพระชนม์จะครองราชย์ยาวนานกว่าในหลวงของเรา ระยะเวลาในการครองราชย์ รัชกาลที่ 1 - 27 ปี รัชกาลที่ 2 - 15 ปี รัชกาลที่ 3 - 27 ปี รัชกาลที่ 4 - 17 ปี รัชกาลที่ 5 - 42 ปี 22 วัน รัชกาลที่ 6 - 15 ปี รัชกาลที่ 7 - 9 ปี รัชกาลที่ 8 - 12 ปี 99 วัน รัชกาลที่ 9 - 70 ปีกับ 121 วัน ตอนนี้ทำลายสถิติโลกอยู่ ทุกอย่างต้องมีกรรมพาเป็นไป ไม่มีใครมาเเย่งหรือโกงได้ ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดินจะต้องมีกุศลมาก กุศลมาก แต่บุญไม่มาก เป็นกษัตริย์ไม่ดี กุศลมากแต่บุญไม่มาก บุญไม่มากก็คือบาปก็มาก กิเลสก็มากแต่มีกุศลมากมากจนถึงได้เป็นกษัตริย์ พวกคนกุศลมากๆ แต่บุญไม่มาก บางคน ใครเป็นศาสดาของโลก สร้างศาสนาได้ใหญ่กว่าของศาสนาพุทธด้วย กุศลมากแต่บุญไม่มาก คำว่าบุญกับคำว่ากุศล หากไม่เข้าใจก็ยาก จะฟังอาตมาไม่รู้เรื่อง ก็จะบำเพ็ญบุญไม่ได้ ต้องเข้าใจให้ชัด เมื่อทำบุญเป็นจะได้กุศลไปพร้อมกัน ทำหนึ่งได้สอง Two in one แต่ทำกุศลนั้นไม่มีบุญ คุณต้องแม่นในพลังงานแห่งบุญจริงๆ จึงเป็นสัจจะ จะมีจริงทั้งความจริงความรู้เป็นปัญญา และชัดเจนในอธิปไตย มีพลังงานเจโต พลังงานแรงที่ทำให้กิเลสสู้ไม่ได้ กิเลสก็เป็นพลังงาน เรียกว่า ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะมันสู้ไม่ได้ สู้พลังงานไฟฌาน เป็นพลังงานบุญนี้ไม่ได้ ที่จะไปสลายไฟราคะโทสะโมหะ แต่ถ้าเป็นกษัตริย์ที่มีแต่กุศลไม่มีบุญก็จะเป็นกษัตริย์ที่ไม่ดี มากมายที่มากด้วยกามารมณ์ อำนาจบาตรใหญ่อำมหิตโหดร้ายก็มีกุศล แต่พอเสร็จจากการเป็นกษัตริย์แล้วตกนรกศึกหนักหนามหาศาล สิ้นยศสิ้นอำนาจแล้ว ก็วนเวียน ได้อัตภาพช้ำชอกน่าสงสารเวทนาที่ไม่น่าเป็น อย่านึกว่าผมไม่เคยเป็นมานะ การลดกิเลสจะเป็นตัวค้ำประกันไม่ให้ลงนรก กุศลนี้ค้ำตัวเองไม่ได้ ถ้าได้กุศลมากก็ได้เสวยบัลลังก์ แต่สุดท้ายก็ต้องลงนรก วันหนึ่ง หากไม่เอาบุญมาค้ำประกัน สร้างบุญได้จึงค้ำประกันไม่ให้ลงนรก

ใบปลิวผีกับเปรตอมเงินทอนวัด ขณะนี้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ร่วมกันในวงการปกครองสงฆ์ กำลังก่อหวอด ต่อต้าน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) คนปัจจุบัน

หลังจากที่ ผอ.คนปัจจุบัน เดินหน้าสะสางขบวนการเปรตทุจริตเงินทอนงบอุดหนุนวัดอย่างจริงจัง

จากเดิม ยุคก่อนๆ การจัดการงบส่วนนี้ของ พศ. เหมือนแดนสนธยา

ดังปรากฏความเลวร้ายสุดๆ 12 กรณี ที่เกิดเป็นคดีความ

พัวพันเจ้าหน้าที่ พศ.ระดับสูง วัดชื่อดัง

อ้างจัดสรรงบประมาณแผ่นดินไปให้วัด แต่มีเงื่อนไขว่าให้ทอนเงินกลับมาเข้ากระเป๋าพวกตน กว่า 80%

1.ใบปลิวผี

มีการใช้วิธีออกแถลงการณ์ในนามองค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย แต่ไม่มีการระบุตัวตน ประกอบได้ด้วยพระสงฆ์รูปใดบ้าง?

เนื้อหาโจมตีการทำงานของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.

อ้างว่าทำงานบกพร่องอย่างรุนแรง ขาดวุฒิภาวะ

“..องค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย จึงแถลงการณ์มาเพื่อให้ทุกวัด และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาทุกแห่ง ภายในประเทศและต่างประเทศ ขึ้นป้ายไม่ขอรับเงินอุดหนุน ใดๆ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ พศ. หรือผู้นำ พศ. แสดงความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นใน พศ. เชิงประจักษ์เสียก่อน”

2.พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค ระบุถึง “ใบปลิวองค์กรเถื่อน”

เนื้อหาแสบลึกถึงทรวง ความว่า

“...ที่พุทธะอิสระว่าใบปลิวองค์กรเถื่อน ก็เพราะไม่ลงชื่อผู้แถลงการณ์หรือตัวแทนของผู้แถลงการณ์

ไม่มีที่ตั้ง ไม่มีรายนามขอสมาชิกผู้ร่วมจัดตั้ง ไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้ง ไม่มีนามผู้จดทะเบียน จัดตั้ง ไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรง ตามระเบียบการขออนุญาตจดทะเบียนแจ้งจดองค์กร

เมื่อไม่มีที่มาที่ไป ถือว่าเป็นใบปลิวเถื่อน

คุณพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ก็อย่าไปให้ราคา เดินหน้าทำหน้าที่เก็บกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายที่เกิดขึ้นกับสำนักพุทธฯและสังฆมณฑลให้สิ้นซาก หากท่าน ผอ.สำนักพุทธฯ สามารถกำจัดเรื่องทุจริตนี้ได้ ถือว่าเป็นดัชนีชี้วัดว่ารัฐบาล คสช. เอาจริงกับการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในทุกวงการได้จริงอย่างที่พูด (พ่อครูว่า ...เรื่องของศาสนานี้ถ้าทำอย่างบริสุทธิ์ใจไม่เป็นบาป เป็นกุศลอย่างยิ่ง) พุทธบริษัทจะสาธุอนุโมทนา ในความกล้าหาญของท่าน ผอ.สำนักพุทธฯ และรัฐบาล คสช.อย่างยิ่ง

ถือว่านี่คือการทำบุญให้แก่พระพุทธศาสนาและแผ่นดินไทย

พวกเราพร้อมเป็นกำลังเสริมให้กำลังใจท่าน ผอ.สำนักพุทธฯ

แม้จะมีนักบวชบางรูปที่พัวพันการทุจริต แสดงความไม่พอใจในการทำหน้าที่ของท่าน แต่ยังมีพระเณรและพุทธบริษัทอีกจำนวนมากที่เห็นด้วยกับการเข้ามากวาดล้างความโสโครกในดงขมิ้นและสำนักพุทธฯ

พวกเราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างท่านเพื่อให้ได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเต็มที่

หากรัฐบาล คสช.ยังไม่สามารถกำจัดเห็บพระพุทธศาสนาพวกนี้ออกไปได้ ต่อไปคงจะหวังพึ่งรัฐบาลประชาธิปไตยคงจะยาก เพราะพวกเขาจะอ้างสิทธิ์เข้ามาโกงกินได้โดยไม่มีใครว่า

ส่วนองค์กรพระสังฆาธิการเถื่อนที่ออกแถลงการณ์คว่ำบาตร ผอ.สำนักพุทธฯนั้น เขาช่างไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่เงินงบประมาณของแผ่นดินที่รัฐจัดจ่ายให้สำนักพุทธฯเพื่อไปอุดหนุนวัดยากจน แต่กลับไปกองอยู่กับวัดใหญ่ๆ ที่มีกรรมการมหาเถรสมาคมและพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาส ดันกลายเป็นวัดยากจนขึ้นมา

ถึงขนาดวัดที่มีผู้จองกฐินล่วงหน้าเป็นร้อยปีอย่างวัดปากน้ำ ยังได้เงินอุดหนุนจาก สำนักพุทธฯถึง 79,348,560 บาท ตั้งแต่ปี 2556-58

วัดสระเกศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวทุกวัน เดือนหนึ่งได้ไม่ต่ำกว่าล้าน ยังได้เงินอุดหนุนถึง 132,269,000 บาท ตั้งแต่ปี 2556-58 นี่ก็ผลงานของรัฐบาลประชาธิปไตย

วัดพิชยญาติที่เป็นวัดเจ้าคณะหนกลาง ร่ำรวยหรูหราอยู่ห้องแอร์ พื้นปูพรม ภายใน 3 ปี ยังได้เงินอุดหนุนถึง 68,320,200 บาท

ที่เหลือวัดที่ได้รับงบอุดหนุนตั้งแต่ปี’56 จนถึง’59 ส่วนใหญ่ก็เป็นเครือข่ายของพวกลัทธิธรรมกายทั้งนั้น

นี่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าแต่ละวัดได้จ่ายเงินทอนไปเท่าไหร่นะ

อยากถามพวกองค์กรพระสังฆาธิการว่า วัดในประเทศนี้ ไม่มีเส้น ที่ยากจน เขามีสิทธิที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักพุทธฯบ้างไหม?

หรือเงินอุดหนุนของสำนักพุทธฯต้องถูกผูกขาดเฉพาะวัดที่มีเส้นและพวกวัดเครือข่ายธรรมกายเท่านั้น

ความเที่ยงธรรมมันอยู่ที่ไหน การจัดสรรงบอุดหนุนที่เหมาะสมเป็นธรรม ตามความจำเป็นมันอยู่ไหน

เมื่อผู้ปกครองมีความละโมบ ไม่รู้จักเผื่อแผ่ให้กับผู้ใต้ปกครอง แล้ววัดต่างๆ เขาจะมีผู้ปกครองไปทำไม

ส่วนพวกที่ใช้นามว่าองค์กรพระสังฆาธิการนั้น อยากถามว่ามีพระสังฆาธิการกี่รูปที่เป็นสมาชิก

พระสังฆาธิการเหล่านั้นเป็นพวกเดียวกับที่รับเงินอุดหนุนวัดหรือเปล่า

แน่จริงก็ลองเปิดเผยรายชื่อวัดที่เป็นสมาชิกมาดูหน่อย

อย่าทำเป็นอีแอบ อ้างมั่วไปเรื่อย

ประชาชนเขาจะได้จัดได้ถูกคน ถูกฝา ถูกตัว ถูกวัด

จะได้รู้กันไปเลยว่าเจ้าอาวาสวัดไหนลงชื่อคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เขาทำตามกฎหมาย

โดยเฉพาะพวกนักบวชระดับเจ้าคุณที่ออกมาเป็นตัวตั้งตัวตี ปลุกระดมภิกษุสงฆ์ให้คว่ำบาตร ผอ.สำนักพุทธฯนั้น แน่จริงก็ขึ้นป้ายประท้วงไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐไปเลย อย่าทำเป็นหลบๆ แอบๆ ขู่เป็นงูเห่าไปได้

ชาวบ้านเขารอที่จะจัดหนักให้”

3.พระเทพปฏิภาณวาที หรือ เจ้าคุณพิพิธ แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม ออกหน้าเอง

ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กรณีที่มีข่าวคราวความสัมพันธ์ระหว่างพระสังฆาธิการและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขาดสะบั้นนั้น อาตมาเป็นคนให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวจริง

เพราะเห็นว่าผู้อำนวยการ พศ. คนปัจจุบัน ไม่เข้าใจวิธีการทำงานของคณะสงฆ์ และมหาเถรสมาคม (มส.) เพราะเป็นผู้ที่รัฐบาลและดีเอสไอส่งมา เพื่อแก้ปัญหากรณีวัดพระธรรมกาย พอเรื่องของวัดพระธรรมกายเบาลง ก็เข้ามาตรวจสอบการบริหารของวัดต่างๆ ทั้งที่ไม่มีความเข้าใจ (พ่อครูว่า อาตมาขอให้กำลังใจพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์อย่างเต็มที่ ) “ผอ.พศ. คนนี้ ใช้วิธีการตรวจสอบแบบตำรวจมาใช้กับคณะสงฆ์ มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวรายวันว่าข้าราชการใน พศ. บางราย ร่วมทำการทุจริต และกล่าวหาว่ามีพระสงฆ์ร่วมทุจริตด้วย โดยเปิดชื่ออักษรย่อวัดต่างๆ ทำให้คณะสงฆ์ได้รับความเสียหาย ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินทอนวัด”

พระเทพปฏิภาณวาที อ้างว่า ตรงนี้เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้คณะสงฆ์ไม่พอใจจนถึงขั้นออกแถลงการณ์ว่าจะไม่รับเงินสนับสนุนจาก พศ. และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ ทางคณะสงฆ์ไม่หยุดแค่นั้น มีการรวมตัวและเห็นว่า ต่อไปกิจกรรมใดก็ตามที่ทางคณะสงฆ์จัดขึ้น จะไม่เชิญ ผอ.พศ. และ ผอ.พศจ. เข้าร่วมอย่างเด็ดขาด เพราะทางวัดไม่ได้พึ่งงบประมาณจาก พศ.

4.อันที่จริง หากเจ้าคุณพิพิธจะเซ็นชื่อท้ายแถลงการณ์ใบปลิวข้างต้นด้วยตนเอง แล้วก็ขึ้นป้ายที่วัดด้วยตนเอง น่าจะทำให้แถลงการณ์มีที่มาที่ไป และชัดเจนยิ่งขึ้น

น่าแปลกใจว่า การเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตเงินทอนวัด มันเลวร้ายกว่าพวกที่กินเงินทอนวัดอย่างนั้นหรือ? จึงไม่เห็นเจ้าคุณ ออกมาสาปแช่ง ประณาม ไอ้พวกที่มันร่วมอมเงินอุดหนุนวัดบ้าง?

แต่กลับหันมาด่า ข้าราชการที่ทำงานตรวจสอบเปิดโปง

ผอ.พศ.ที่ดีเลิศในสายตาเจ้าคุณ จะต้องงาบเงินทอน ร่วมกินเงินหลวง แบบที่เคยทำกันมาในยุคก่อนๆ ไม่ออกมาแฉ ไม่ลุยสอบสวน กระทั่งกลายเป็นปัญหาหมักหมมร้ายแรง เน่าเฟะ อย่างนั้นหรือ?

คุ้นๆ คล้ายๆ กับพฤติกรรมนักการเมืองบางพรรค ที่แสดงอาการจะเป็นจะตายกับกฎหมายดัดหลังนักการเมืองโกงหนีคดี ออกมาอ้างละเมิดสิทธิมนุษยชน ขัดหลักเสมอภาค แต่ไม่เคยประณามนักการเมืองที่หนีคดีไปเสวยสุขอยู่ต่างประเทศเลย ว่าทำให้สังคมส่วนรวมเสียหายจากการที่คดีทุจริตไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้!

5.ข้อที่ท่านเจ้าคุณอ้างว่า ไม่ต้องพึ่งพาเงินงบประมาณจาก พศ.นั้น ช่างดูหยิ่งยโสนัก

ผิดวิสัยสมณะสงฆ์

ทำให้รู้สึกราวกับว่าทรัพย์สินของวัดสุทัศน์ เป็นอาณาจักรเฉพาะ เมื่อเกิดดอกออกผล กระทั่งไม่ต้องพึ่งพางบอุดหนุน จึงไม่ต้องง้อภาครัฐ ไม่ต้องสนใจการเข้าไปจัดระเบียบ หรือการตรวจสอบจากภาครัฐเลย กระนั้นหรือ?

เพื่อมิให้สังคมเข้าใจเช่นว่านี้ ท่านเจ้าคุณควรเร่งทำรายการรายรับ-รายจ่ายของวัด และของพระสงฆ์

แจกแจงให้ชัดว่า วัดได้รับงบอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดินเท่าใด?

วัดมีรายได้จากการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดเองเท่าใด?

รายจ่ายของวัด แต่ละเดือนเท่าใด?

และในฐานะพระสงฆ์ระดับผู้บริหาร ตัวท่านมีรายได้ มีทรัพย์สิน เท่าใด?

อยู่ในชื่อตนเอง หรืออยู่ในผู้อื่นเท่าใด?

บทความจากแนวหน้า เพื่อแม้วไร้อายเผยธาตุแท้ตัวตน ตะแบงต้านกม.ดัดหลังพวกโกงแล้วหนี ?

ช่วงนี้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงผิดปกติโดยเฉพาะเมื่อยิ่งใกล้วันที่ศาลจะชี้ชะตากรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด ซึ่งเป็นจำเลยคนสำคัญในคดีโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมทั้งกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้เป็นการดัดหลังเหล่านักโกงเมืองที่ใช้เล่ห์หนีคดีไปเสพสุขอยู่ในต่างแดน

โดยเฉพาะที่กำลังเป็นปมร้อนจากการดาหน้าออกมาเคลื่อนไหวอย่างดุเดือด ก็คือ กรณีร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีการอ้างว่าเป็นการออกกฎหมายเพื่อมุ่งเล่นงานสองบุคคลสำคัญของตระกูลชินคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก ผู้พี่ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด ผู้เป็นน้องสาว

ทั้งนี้พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีสำระสำคัญโดยสรุปก็คือ ให้อายุความสะดุดลงในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไประหว่างการถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ ในกรณีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยอายุความมาใช้บังคับ

หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มาศาลโดยเกิดจากการประวิงคดีหรือไม่ มาศาลตามนัดโดยไม่มีเหตุแก้ตัวอันควร ให้ศาลประทับรับฟ้องไว้พิจารณาได้ แม้จะไม่ปรากฏผู้ถูกกล่าวหาต่อหน้าศาล

ในกรณีที่ออกหมายจับจำเลย แต่ไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือน นับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะตั้งทนายความดำเนินการแทนตนได้

ก่อนหน้านี้ นายสมชาย แสวงการ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนช. พยายามชี้แจงว่าร่างกฎหมายปราบโกงฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาเพื่อบังคับใช้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะ แต่บังคับใช้เป็นการทั่วไปกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคนทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต เพราะที่ผ่านมา การเอาผิดกับนักการเมืองที่ทุจริตมีอุปสรรคต้องสะดุดลงเนื่องจากจำเลยหลบหนีคดีไปเสพสุขอยู่ในต่างแดน รอจนคดีหมดอายุความจึงเดินทางกลับประเทศพ้นผิดอย่างลอยนวล

สำหรับ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเพียงคนที่มีคดีติดตัวส่วนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายดัดหลังนักการเมืองที่หนีคดี โดยกฎหมายจะเป็นการปฏิวัติสร้างบรรทัดฐานในการเอาผิดนักโกงเมืองครั้งสำคัญไม่ว่านักการเมืองผู้นั้นจะเป็นใครก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้

แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค อดีตนายกฯ ก็สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ โดยชี้ว่าหลายประเทศในยุโรปก็ใช้กฎหมายในลักษณะนี้ อีกทั้งกฎหมายยังเปิดโอกาสให้นักการเมืองที่ถูกกล่าวหาตั้งทนายต่อสู้คดีได้หากมั่นใจว่าในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ดังนั้นสำหรับนักการเมืองที่สุจริตจึงไม่เดือดร้อนและไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้านกฎหมายฉบับนี้

แต่ล่าสุดคณะผู้บริหารและทีมกฎหมายพรรคเพื่อแม้วชุดใหญ่นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ (ตัวการใหญ่ที่จับชาวอโศกกรณีคดีสันติอโศก) รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค และทีมกฎหมายอาทิ นายโภคิน พลกุล นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายนพดล ปัทมะ ถึงกับปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนใหญ่โตคัดค้าน พ.ร.ป.วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยพยายามตะแบงอ้างว่า ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ระบุว่าบุคคลย่อมเสมอภาคกันโดยกฎหมายและได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกัน รวมทั้งขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษชนแห่งชาติ ตลอดจนกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งประเทศไทยได้ให้การรับรองไว้ รวมทั้งเป็นการเลือกปฏิบัติไม่ครอบคลุมข้าราชการด้วย

พรรคเพื่อแม้วถึงกับขู่จะนำเรื่องร้องเรียนไปยังองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกันจะทำหนังสือถึงนายกฯเพื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมูญหรือไม่

ความจริงคนทั่วบ้านทั่วเมืองมีแต่สนับสนุนร่างกฎหมายดัดหลังนักโกงเมืองที่หนีคดี อันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ แต่พรรคเพื่อแม้วกลับเผยธาตุแท้ตัวตนส่อพฤติการณ์ตะแบงค้านกฎหมายสุดตัวเพื่อนายใหญ่ตระกูลชินที่หนีคดี ทั้งๆที่คน หากไม่โกงและไม่หนีโทษความผิดไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไรกับกฎหมายดัดหลังพวกทำผิดแล้วหนี ทีมข่าวการเมือง

พ่อครูว่า...ยังมีบทความน่าอ่านอีกหลายบท แต่อาตมาก็ขอแสดงภูมิตัวเองบ้างเถอะอย่าเอาแต่อ่านของคนอื่น อาตมาก็ขอสรุปก่อนว่า ด้วยสัจธรรมของความหมายกับความจริง มาใช้กันในกาละแต่ละยุค มันมีน้ำหนักสิ่งต่างๆจะต้องมาประมวล กาละไหนถึงควร คำว่าควรเป็นคำสุดท้ายแล้ว ในมหาปเทส 4 ก็ใช้คำว่าควร มันควรไหมกาละนี้ คือไม่ใช้ว่าถูกหรือผิด แต่ใช้ว่าควรหรือไม่ควร เพราะคำว่าผิดหรือถูกมันกลับไปกลับมาได้ แต่ควรหรือไม่ควร ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทั้งหมด ไม่เป็นอัตตาตัวตน เป็นโลกุตระไม่มีตัวตน หากบอกว่าถูกหรือผิดมันเป็นตัวตน หลักการตัดสินสูงสุด มหาปเทส 4 จึงเป็นสิ่งที่ถ้าคุณยังเข้าใจไม่ถึงสูงสุดอย่าไปตัดสินอะไรง่ายๆ มหาปเทส 4 1. สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย 2. สิ่งที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย 3. สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย 4. สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย. (พระไตรฯ ล.5 ข.92)

เป็นเรื่องที่ทำด้วยความบริสุทธิ์จริง จึงใช้มหาปเทสได้ ความบริสุทธิ์สะอาดจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนพยายามศึกษา พยายามเป็นให้ได้ ไม่อย่างนั้นสังคมประเทศชาติไปไม่รอด

SMS จากเฟซบุ๊ค สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เรือนว่างคืออย่างไร _แพรวฝัน : เพิ่งเข้าใจคำว่า "เรือนว่าง" อย่างถูกต้องวันนี้เอง กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน