600714_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ(ตอน3).docx
เนื้อหาในไฟล์
600714_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ(ตอน3)
สมณะเดินดินว่า...วันนี้วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 ที่ราชธานีอโศก ตอนนี้ข่าวดังดูช่องไหนก็มีแต่ข่าวฆ่าล้างครัว 8 ศพ ตอนนี้ตำรวจยกกำลังไปจับผู้ร้าย นักข่าวก็ตามจับข่าวจากตำรวจอีกที แต่อีกข่าวหนึ่ง ก็เป็นข่าวนักธุรกิจระดับหลายพันล้าน สร้างสนามแข่งรถ ราคาหลายพันล้าน แล้วสุดท้ายก็มีความเครียดจนต้องเอาปืนมายิงตัวตาย ชีวิตมันมีกันเท่านี้หรือ เรื่องลาภยศสรรเสริญสุข แย่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายก็เป็นเช่นนี้ สิ่งเหล่านี้คืออันตรายอันแสบเผ็ด ลาภยศสรรเสริญ ...พระเทวทัต คิดสู้กับพระพุทธเจ้า ตอนที่พระเจ้าอชาตศัตรูมาสนับสนุน มาถวายอาหารวันละห้าร้อยสำรับ ก็เลยคิดว่าบารมีตัวเองไม่ธรรมดา เลยคิดจะสู้กับพระพุทธเจ้า คนเราหากได้ลาภสมลาภ ได้ยศสมยศ บางทีต้องโกงมา สิ่งที่ได้ไป ไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นกรรมโกงทุจริต สิ่งเหล่านั้น เป็นสัจจะของชีวิตที่จะได้ไป แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่พ่อครูสะท้อนออกไปจากช่องบุญนิยมทีวีมันน้อยมาก เทียบกับ ช่องใหญ่ๆที่ออกไป แต่ก็ยังดีมีพวกเรา ได้พยายามทำให้เสียงของพ่อครูดังขึ้นมา วันนี้ปัจฉาฯ ก็อาราธนาพ่อครูให้พัก แต่พ่อครูก็สู้ ลงสนามได้แค่ไหนแค่นั้น พวกเราก็ตั้งใจฟังกันหน่อย
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อาการ 33 เป็นอาการของคนบ้า พ่อครูว่า…จะหาว่าอาตมาดันทุรัง หรือเกินไปเวอร์เกินไป ไม่รู้จักเจียมตัว อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ไม่ใช่แก่นะ แล้วก็ไม่ใช่อายุมากด้วย แต่อายุไม่ใช่น้อยแล้ว ก็ไม่เจียมตัว สังขารร่างกาย วันนี้เสลดก็เยอะ เสลดก็เหนียวด้วย และมาหาว่าเราไม่สบายได้อย่างไร อาตมาก็กำลังเขียนหนังสือลงเราคิดอะไรอยู่ อาการ 32 ของชีวิตมนุษย์ มันไม่ง่ายจะขยายอาการ ไม่ง่ายที่อาตมาแ
อ่านต่อ
ม้เข้าใจ แล้วจะสื่อสารอย่างไรให้คนเข้าใจอย่างที่อาตมาเข้าใจ ทำอย่างไรจะให้คนอื่นรู้อย่างที่อาตมารู้อยู่ ว่า อาการ 32 เป็นอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร โดยเฉพาะคนจะศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า ต้องรู้อันนี้ ความเป็นอาการ ถ้าคนไหนไม่รู้ความเป็นอาการ มันเป็นนามธรรมมากๆ ทีนี้อาการ 32 เป็นอาการของ องคาพยพของชีวิต ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ม้าม ตับ ลำไส้ กระดูก น้ำเลือด น้ำหนอง 32 ชนิด ความรู้ของท่านว่าในคนมีอาการ 32 คือลักษณะของสังขาร ของนามรูป ของธรรมะสองที่ทำงานปรุงแต่งกันอยู่เรียกว่าสังขาร แล้วก็มีอาการ ทีนี้ อาการที่ว่านี้ อาการ 32 ภาษาบาลีเรียกว่าทวัตติงสาการ ซึ่งอาการ 32 ควรต้องเข้าใจ รู้สึก คนซึ่งรู้สึกว่าอาการ 32 ของเราไม่ปกติ มันขัดข้อง มันถูกโรคเบียดเบียน เสื่อมไป พิการ ไม่ปกติ มันไม่ธรรมดาไม่สมดุล ก็จะเกิด เจ็บ ปวด ไม่สบาย มันจะรู้สึกเลย ที่เราพูด หยาบๆว่า ท้องไม่ดี มันก็เจ็บก็ปวด ปวดหัว ปวดเจ็บตรงนั้นตรงนี้ ก็คืออาการที่เราต้องหาเหตุ อย่างหมอปัจจุบันที่จะใช้ตรวจให้รู้ว่าตรงไหน สเต็ทโตสโคป ฟัง คล้ายกับหมอแมะ ก็ต้องรู้เหตุของอาการและแก้เหตุ เช่น ตับไม่ปกติ ปอดไม่ปกติ ลมไม่ปกติ เลือดไม่ปกติ อาการ 32 ไม่ปกติ จะเกิดความรู้สึกหรือเวทนา เวทนาที่เป็นเวทนาจากอาการ 32 ถ้าใครรู้อาการ 32 นี้ได้ ก็จะเก่งเป็นหมอชั้นหนึ่งที่จะบำบัดร่างกายได้ ทีนี้อาการบ้า อีกอย่างหนึ่งเรียกว่าอาการ 33 ปกติแล้วคนเรามีแค่อาการ 32 แต่คนนี้อวิชชามีอาการที่ 33 แล้วก็บ้ากับอาการ 33 ภาษาบาลีเรียกว่า ทวัชติงสาการ อาการ 33 นี้มันไม่มี โดยสัจจะ แต่คนนี่แหละทุกข์สุขกับมันว่ามี ทุกข์จริงคืออาการ 32 ไม่ปกติ ไม่สามัญมันก็ต้องเจ็บเสื่อมป่วย อันนี้เป็นเรื่องจริงของจริงมีจริง แต่อาการ 33 นี้ไม่มีเลย แต่คนเราติดรสอาการที่ 33 นี่คือเรื่องใหญ่ที่พระพุทธเจ้าให้คนมาศึกษา ล้างอาการ 33 นี้ ให้สวรรค์ดาวดึงส์ นี้หมดไป ไม่ต้องไปแย่งเป็นจตุมหาราช ถ้าจบได้ไม่ต้องไปแย่งแสวงหา ยื้อแย่ง ดีไม่ดีฆ่าแกงกัน ถ้าคุณไม่มีอาการเหล่านี้ก็จบเลย เป็นอรหันต์ ที่เรียนกันว่าข้ามชาติไม่รู้กี่ชาติให้รู้อวิชชาก็ให้รู้อันนี้ อันนี้คือเวทนา เวทนาแท้กับเวทนาเทียม เวทนาปลอม แล้วต้องแยกให้ได้ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ทุกวันนี้ไม่ได้เรียนรู้ เวทนาเป็นกรรมฐาน แต่ไปสะกดจิตกับกสิณให้จิตนิ่งสงบ ไม่ได้มี สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ไม่ได้ทำให้เกิดอุเบกขาที่เกิดจากการกำจัดเหตุให้หมดไปได้ ทุกวันนี้ศาสนาพุทธก็ไปอย่างเป็นสมาธิหลับตา มีคนเขียนเรื่องนี้อาตมาตั้งใจว่า เป็น sms นี่อาตมาจะอธิบาย ที่ปฏิบัติผิดกันอยู่ ผิดหลักการศึกษาของพุทธ เรียกว่าไตรสิกขา อาตมาพูดมานานแล้ว แต่เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงความเห็นให้มาถูกต้องเลย จมไปกับความผิดมิจฉาทิฐิ แล้วหลงผิด กับมิจฉาทิฏฐิ ที่ตนเองได้จมหลงไปแล้ว โดยปิดประตูล็อคไว้เลย ที่จะไม่รับสิ่งเห็นต่างเห็นแย้ง ก็ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร
SMS วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 (พ่อครู-บ้านราช)
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลสมาธิปัญญาให้ถึงวิมุติญาณทัสนะ _4155 อุบาสิกาต้องปฏิบัติจุลศีลด้วยรึคะ ศีลแปดค้าขายเพื่อครอบครัวได้มั้ย พ่อครูว่า...ทุกคน ฆราวาสทุกคน ชาวพุทธทุกคน สมณะทุกรูป สมณะต้องปฏิบัติ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล และเป็นสมณะภิกษุนี่มีวินัยแถมด้วย วินัยเป็นกฎหมายอาญา ถ้าทำผิดต้องมีโทษ แต่ศีลเป็นหลักปฏิบัติให้ตนเองเจริญ แล้วจะปฏิบัติอย่างไร อย่างต่ำก็ต้องปฏิบัติศีล 5 แม้จะเป็นพระภิกษุเริ่มต้นก็ต้องปฏิบัติศีล 5 แล้วศีล 8 10 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล พูดไปก็เหมือนกับสายลมพัด แก้ไขไม่ได้แล้ว จุลศีลมี 26 ข้อ มัชฌิมศีลมี 10 ข้อ ขยายจากจุลศีลมาอีก จุลศีล มัชฌิมศีล ถ้าใครปฏิบัติอย่างสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธก็จะเกิดผล มีปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ ศาสนาพุทธหากไม่รู้จักศีล ศีลคำเดียวนี่แหละคือศาสนาพุทธ คำเดียวยิ่งใหญ่ หากปฏิบัติให้บริบูรณ์ก็จะถึง วิมุติญาณทัสนะ ในกถาวัตถุ 10 อัปปิจฉกถา สันตุฏฐิกถา ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา ศีลกถา สมาธิกถา ปัญญากถา วิมุตติกถา วิมุตติญาณทัสสนกถา ใครที่พูดออกนอกเรื่อง 10 ข้อนี้ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธ หากไม่มีศีลก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ทุกวันนี้พุทธกระแสหลักไม่เอาแล้วศีล ที่เขาบอกว่า ศาสนาพุทธต่อไปก็จะเหลือแต่ ผ้าเหลืองห้อยหู ศีลไม่เหลือแล้วมีแต่วินัย ต่อไปวินัยก็ไม่เหลือ เหลือแต่เศษผ้าเหลืองห้อยหู คือเหลือแต่เศษ เนื้อแท้ไม่เหลือแล้ว เหลือแต่ลัทธินอกพุทธ คือเดียรถีย์ ศีล 8 นี้ไม่ได้มีข้อไหนบอกว่า ไม่ให้ค้าขาย แต่ภิกษุนี้มีข้อห้ามไม่ให้ค้าขายด้วยในวินัย ศาสนาพุทธ ปฏิบัติศีลเพื่อให้เกิดสมาธิ เกิดปัญญา แต่ทุกวันนี้เข้าใจผิด ว่า ปฏิบัติศีลได้แค่กายกับวาจา ส่วนสมาธินั้นก็ให้ไปนั่งหลับตา เขาก็เลยแยกสมาธิ กับแยกศีล ออกจากกัน เมื่อศีลกับสมาธิ ถูกแยกออกจากกันแล้ว ปัญญาก็ถูกแยกด้วย ศาสนาพุทธมีการศึกษาสาม ศีลสมาธิปัญญา ก็เลยถูกหั่นไปเลย เหมือนถูกฆาตกรหั่นศพ ผู้ที่หั่น ศีล สมาธิปัญญา ออกจากกัน เท่ากับฆาตกรหั่นศพ ศาสนาพุทธก็เลยตาย เพราะถูกฆาตกรหั่นศพ ศีลก็ถูกหั่น สมาธิก็ถูกหั่น เอาไปซ่อนในป่า สมาธิก็ถูกเผาสลายไป ใน จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล พระพุทธเจ้าตรัสว่า นี่คือ ศีลของเธอประการหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ไม่เหลือแล้ว ความหมายของศีล หมายถึงปกติ ปกติ คือธรรมดา คุณฆ่าสัตว์เป็นปกติ ดื่มสุราวันละ 1 ขวดเป็นปกติ ก็ถูกแล้วนี่ อย่างนั้นก็อย่ามาศึกษาเลย ตีความเข้าหาตัวเองหมด ธรรมดาคนเรา ไม่เคยสำรวมสังวรตนเลย แต่สติแข็งแรง ปัญญาสมบูรณ์ สมาธิบริบูรณ์ จึงมีพฤติกรรมเป็นปกติ ที่ไม่ฆ่าสัตว์ สติบริบูรณ์ ปัญญาเต็มรูป ไม่ฆ่าสัตว์ สัตว์เซลล์เดียวไปถึงสัตว์ใหญ่ขนาดไหนก็แล้วแต่ ไม่ควรไปฆ่าไปทำร้าย มีสติ ปัญญา สมาธิ จิตแข็งแรงตั้งมั่น ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นปกติ เป็นตถตา เป็นเองโดยอัตโนมัติ นี่คือศีลเป็นปกติ ตถตา แต่ถ้าคุณพอรู้ว่าการฆ่าสัตว์ไม่ดี จากนั้นไม่ใช่ ปัญญา ปัญญานี้เลยหิริโอตตัปปะ มันเลยเกรงกลัวแล้ว ไม่ทำหรอก ไม่เอาไม่ทำ นั่นคือปัญญา มันอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น เรียกว่า ปัญญาเป็นอุตระ สติ เป็นอธิปไตย สัมผัสเมื่อไหร่ ศาสนาพุทธต้องมีผัสสะ ก็ไม่ฆ่าสัตว์แต่ถ้าเผินๆไปฆ่าแล้ว สติไม่มี ปัญญาไม่มีหรอก สมาธิไม่มี คำว่าสมาธิก็ดี ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ เกิดจากศีลทั้งนั้นแหละ เป็นลำดับ ถ้าคนเรียนศีล 5 ไปตามลำดับ จะมีพื้นฐานของไตรสิกขา และมีพื้นฐานของปัญญาและวิมุติ หากปฏิบัติสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธ จะรู้ชีวิตตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว จนถึงสัตว์มนุษย์มีมากเซลล์พิสดารที่สุด นี่คือความมีชีวิต อย่าไปทำร้ายเขา มีความหวังมีความคิดให้ประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ จะแน่ใจได้อย่างไร แม้แต่ได้อัตภาพมาเป็นสัตว์เซลล์เดียวนี้อาจจะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในอนาคตก็ได้ คุณไปตัดรอนมันทำไม มันจะไม่เจริญหรืออย่างไร มันมีแต่เจริญทั้งนั้นแหละ ถ้างดเว้น ด้วยประการทั้งปวงได้ดีที่สุด 1.สัตว์ 2.ข้าวของ ของที่ไม่ใช่ของๆเรา เราไม่มีส่วนละเมิดอะไรได้หรอก อย่าไปละเมิดของเขา 3.สัมผัส ศีลข้อ 3 หลงบ้าบอ เป็นทุกข์เป็นสุข อันที่3คือตัวเราเองบ้าๆบอๆ สุขทุกข์อยู่ที่ข้อที่ 3 คือทุกข์อาริยสัจ อยู่ที่ข้อนี้ ก็มีอัตตากับโลก ต้องมีปัญญารู้ว่าจะอยู่กันอย่างสุจริตอย่างไร โดยเฉพาะข้อที่ 3 ดับได้สนิท ดับอัตตาได้สนิท อยู่กับโลก แต่เป็นผู้สร้างโลกช่วยโลก เป็นจิตใจของพระเจ้า รู้จักโลกและเป็นผู้ดูแลโลกทั้งหมด ไม่มีอัตตา อาตมัน ไม่ใช่ปรมาตมัน แต่จิตใจมีอำนาจอย่างนั้นจริงๆ แต่ไม่ได้แสดงอำนาจบาตรใหญ่ทำร้ายใคร
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน หมู่บ้านที่พ้นลาภแลกลาภ _3867นมก.พ่อครูฯวันนี้จะได้ฟังธ.จบไหมบ่ฮู้ก่า?ฝนตกน้ำท่วมท้ายไร่!เขื่อนร่มเกล้าฯเจ้าพระยาเปิดระบายสะแกกรังเอ่อ!ลุ้นอุทกจะระทึกเท่า54ไหมหนอ? ขอส่งกำลังใจถึงผู้ประสบวาตะภัยอุทกภัยธรณีภัย(โคลนถล่มดินยุบตลิ่งทรุด)รับมือทุกขภัยด้วยสติกายใจเข้มแข็งปัจจัยยังชีพพร้อมสมบรูณ์!ปลอดภัยทุกคนเทอญ! ที่อื่นนอกอโศกคงสร้างตลาดอาริยะไม่ได้อย่างในอโศก!เพราะพ่อค้าแม่ค้าตลาดทั่วไปไม่มีแรงงานพึ่งตนฟรีๆอย่างอโศก!เขาต้องพึ่งกำไรจากลูกค้ามาจ่ายให้แรงงานรับจ้าง!ตลาดอาริยะ คงมีแต่ชาวอโศกทำได้แต่ ในบวรพอเพียงที่เดียว! คนจนคนมีหนี้คนรายได้น้อยนอกอโศกยังมีตลาดนัดให้เลือกหลากหลายร้านที่วิปัสสนาข่าวเคยเสนอข้าวแกง10฿ก๋วยเตี๋ยว5฿ฤาซื้อข้าวแกงถุง1แถม1!ตลาดนี้มี แต่พ่อค้าแม้ค้าพื้นบ้านช่วยปลาเล็กพ้นปากปลาใหญ่ได้! พ่อครูว่า...เราจัดตลาดอาริยะไม่มีเจตนาแอบแฝง มีแต่จัดเพื่อให้เกิดการเอาสินค้ามาเพื่อให้คนซื้อไป มีทุนรอนเสียสละขาดทุนแก่เขา เขาจะได้มีของใช้สอยที่จำเป็น เป็นการสงเคราะห์ประชาชน แล้วถามว่าที่อื่นสร้างได้ไหม? ที่เราทำก็เพื่อคนส่วนใหญ่แก่สังคม เราทำอันนี้อย่างตามความเหมาะสมของสังคมเป็นจริงเราก็มีทั้งของ บริโภค เราได้ขายอาหารจานละ 1 บาทตั้งแต่เปิดตลาดอาริยะมาได้เกือบ 40 ปีแล้ว ที่จริงเราอยากแจกฟรี แต่เมื่อเป็นตลาดจึงต้องมีการค้าขายทำมาเกือบ40 ปีแล้ว เราก็ยังขาย 1 บาทต่อจาน ส่วนอื่นๆเราก็ไปตามควร เราทำอันนี้ ก็ขออภัย หากพูดพาดพิงไปถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่เคยคิดเอาไอเดียนี้ไปประยุกต์ทำ เพื่อประชาชน เพราะว่าเรามีเงินทุนเงินทองของรัฐ ก็คืนให้เขา โดยรัฐมีหน้าที่ทำให้เขาได้ไง เราทำนี่นะมันมีนัยยะสำคัญ ตรงที่ว่าพวกไฮโซไม่มาซื้อหรอก ตลาดอาริยะนี้มีจิตวิทยา คือเราทำอย่างคนชั้นฐานะไม่ดี เพราะฉะนั้นคนฐานะดีจะไม่มารับบริการเท่าไหร่ เขาจะรู้สึก เพราะเราปฏิบัติอย่างมีจิตวิทยาเพื่อป้องกันคนเหล่านี้แล้ว แม้แต่พวกขี้โลภ เขาอยากมาซื้อเวียนเทียน เพื่อเอาสินค้าไปขายที่ร้านของเขา เราก็หาวิธีป้องกันจนทุกวันนี้ ไม่มีอันนี้เท่าไหร่แต่ทุกวันนี้ คนชั้นสูงไม่ค่อยมาเลย เขารอนะปีหนึ่งครั้งหนึ่ง แต่เราก็จัดปีละครั้ง เรามีทุนแค่นั้น จัดแต่ละครั้งใช้เงินเป็นล้าน เราก็ทำอาคารใหญ่ ให้เกิดตลาดอาริยะได้อย่างสบาย เราไม่ได้ขายของแบรนด์เนมแพงๆ เราเต็มใจทำเพื่อเผื่อแผ่แจกจ่าย เป็นงานสงเคราะห์ เป็นงานเทศกาล ตลาดอาริยะเขาก็รอกัน เป็นที่รู้และเข้าใจกัน สำหรับคนในฐานะนี้นะ ฐานะคนไฮโซไม่รู้เรื่องหรอก เพราะไม่ใช่สินค้าที่เขาต้องการ เราก็ช่วยคนจน พวกเราชาวอโศกมีแรงงานฟรี และพวกเราไม่ใช่แค่แรงงานฟรีเท่านั้น คนที่อื่นเขามีรายได้ของเขา แต่เข้าใจ ต้องการมาเสียสละ ลดละพอสมควรแล้ว ไม่ใช่คนกระเหี้ยนกระหือรือ แบบทุนนิยมสามานย์ ก็ไม่ใช่ พวกเรามีความสังวรระวัง ไม่เอารัดเอาเปรียบเพิ่มขึ้น มีการแก่งแย่งกันลดลง ที่บอกว่าชาวอโศกมีคนทำงานฟรีก็ถูก ที่อื่นไม่มีเหมือน ยกตัวอย่าง งานเทศกาลกินเจที่จังหวัดอุบลฯ อุทยานบุญนิยม เป็นโรงเจใหญ่มาก จนเดี๋ยวนี้พอถึงงานเทศกาลกินเจ แม้แต่คนไปช่วยงานรวมกัน 400-500 คนบริการกันเต็มที่ เป็นต้น ก็มีคนสมัครใจกันไปทำฟรีทั้งนั้น เรื่องของชุมชนคนทำงานฟรี อาตมาว่าอาตมาได้ประสบความสำเร็จในการทำงานศาสนาอย่างยิ่ง เพราะทำงานฟรี เป็นการบรรลุอาชีพสูงสุด ในมิจฉาอาชีวะ 5 คือ กุหนา ลปนา เนมิตกตา นิปเปสิกตา ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) คือตนบรรลุแล้ว ช่วยตนเองพ้นบาปได้แล้วแต่ยังต้องทำงานกับนายทุนที่เอาเปรียบคนอื่นอยู่ 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) แปลว่าทำงานอย่างไม่คิดค่าแรง ไม่เอาอะไรแลกเปลี่ยนกลับมา ไม่ว่าจะเอาแรงงานแลกเงิน เอาความรู้แลกเงินก็ไม่เอา ทำงานฟรี บริสุทธิ์ ซึ่งชาวอโศกทำได้สำเร็จ ไม่ใช่สำเร็จคนเดียว แต่สำเร็จทั้งชุมชน อาตมาเองก็ยังรู้สึก ว่าประสบความสำเร็จในการทำงานศาสนาพุทธ ทำให้คนมารวมตัวกันเป็นสังคม เป็นหมู่บ้าน อย่างราชธานีอโศกเป็นหมู่บ้านนิตินัยเลย แม้จะไม่ใหญ่โต แต่ถ้าหลายหมู่บ้านก็เป็นตำบล และในหมู่บ้านชาวอโศก ทุกคนทำงานฟรี ไม่ว่าจะเป็นชุมชนไหน อย่างราชธานีอโศกเป็นนิตินัย ศีรษะอโศกเป็นนิตินัย ที่อื่นแม้ไม่เป็นนิตินัย ก็ทำงานฟรีทุกแห่ง เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกในหมู่บ้านนี้ กินใช้มีชีวิตอยู่ร่วมกัน มีลาภที่ได้โดยธรรมก็เอามารวมกันแบ่งกันกินกันใช้ เป็นระบบสาธารณโภคี ในยุคนี้ เป็นยุคของทุนนิยมสามานย์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ที่งานเจจะมีคนมาช่วยกัน 400-500 คน ทำงานโดยไม่ได้เอาอะไรตอบแทน ไม่ต้องมีค่าจ้าง เป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้ในยุคนี้ หรือในงานตลาดอาริยะหรืองานอื่น อาตมาเคยไปฉือจี้ ที่ไต้หวัน ก็จะมีไม่กี่คน ที่ทำงานฟรี ไม่ต้องมีค่าตัว แต่เขาก็ภาคภูมิใจมากแล้ว แต่ว่าสิ่งที่พ่อครูพาทำ ปลูกฝังให้พวกเรา ไม่ว่าจะงานไหน พ่อครูว่า คือสิ่งที่พ่อครูทำได้สำเร็จ ในงานที่อาตมาตั้งแต่มาบวชทำงานศาสนาเต็มตัว พ.ศ. 2513 มาจนถึงปี 2560 มาถึงวันนี้ อะไรต่างๆที่อาตมาพาทำ เมื่อวันก่อนมีคุณอะไรที่บอกว่า ทำไมไม่ดูว่าอโศกพาทำอะไรบ้าง เราทำโรงเรียนแบบของเรา ซึ่งแม้แต่เป็นการศึกษาทุกวันนี้เขาเน้นเอาแต่ความรู้วิชาการ อันนี้เป็นความลึกซึ้งมาก การศึกษาที่ไม่bbb ถึงศีลธรรมเป็นหลัก สองให้เป็นงาน เป็นงานที่ควรจะเป็นไปตามลำดับ เป็นงานพื้นฐานของชีวิต ที่ควรต้องมีต้องเป็น เป็นสิ่งที่ถ้ามีแล้วจะไม่อดตาย เอาแต่วิชาการเป็นหลักทั่วโลกเลย เด่นในทางวิชาการ เรียกว่าการศึกษา วัวลืมตีน จบแล้วไม่มีตีนให้เดินเลย มีแต่ลอยฟ่อง ตั้งแต่อาตมาได้ทำการศึกษากับชาวอโศกก็ได้นึกถึงข้อนี้ เป็นการสร้างให้แก่เยาวชน เด็กที่มาเรียนกับเราก็ได้ความรู้ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล มีความรู้อันนี้แล้วไปต่อสู้กับโลกข้างนอก จบม.6 ม.3 ก็ไม่ต่างกับภายนอก ไปกับเขาได้ เรียนจบด็อกเตอร์ได้ แต่เขาจะได้มากหรือน้อยก็แล้วแต่ คือเราพากเพียรให้เขาได้ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา นี่คือหลักปรัชญาการศึกษาของเรา ถ้าการศึกษาเน้นคุณธรรมเป็นหลัก ให้มีคุณธรรมไปด้วย แทนที่จะมีแต่วิชาการ อาตมาพูดอันนี้แล้ว อาตมาก็ระลึกถึงคำตรัสของในหลวง อาตมาว่า ในพระทัยลึกๆของท่านรู้ดี แต่ท่านจะไม่ได้ตรัสออกมาได้ชัดหรอก แต่อาตมาเข้าใจดีว่าท่านตรัสว่า ปิดตำรา อย่าไปหลงตำรานักหนา คำว่าตำราคำเดียวคือการศึกษาทั้งปวง อย่าไปตามตำราเลย เป็นความหมายลึกซึ้ง จากพระปัญญาธิคุณของท่าน เท่าที่อาตมามีภูมิรู้เข้าใจ แต่ท่านเป็นในหลวงก็เลยตรัสแบบนั้น อาตมาเคยเขียนไว้ว่า สิ่งที่เราต้องการนั้น มันไม่ใหญ่โต อัครฐาน อะไรดอก !
ชีวิตง่ายๆ ถูกๆ ขยันๆ รู้จักพอดี มีความซื่อสัตย์ มีเมตตา เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอๆ
ชีวิตเหมือนดอกหญ้า แต่มันใหญ่ยิ่ง เป็นมหาพลังเย็นโอบอุ้มโลก และคือการเข้าถึง โลกใหม่ (ปรโลก) ได้แล้ว
อย่างที่บ้านราชฯหรือที่อื่น โดยเฉพาะที่บ้านราชฯ มีคนงานจากภายนอกมาทำงานอยู่ที่นี่ทุกวัน เป็นร้อยคน ต้องมารับเงินจากชุมชนนี้ เขาก็เลี้ยงชีวิตด้วยเงินของชุมชนอโศก เขาก็มารับจ้าง แต่คนในนี้ทำงานฟรี แล้วเราก็มีการตลาดทำขาย แต่ก็มีส่วนเกินอยู่บ้าง แต่เราเสียสละ เราเสียสละแต่เรายิ่งมีคือเราเสียสละค่าแรงของเราไง แล้วเอามาจ้างคนงานเหล่านี้ เดือนละไม่น้อย เป็นมาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว คนงานก็มารับจ้างทุกวัน จะบอกว่าคนทำงานฟรีแล้วจะไม่มีเงินไปจ้าง แต่ก็มี คือเงินที่เราไม่เอานี่แหละเอาไปให้เขาได้ เท่ากับเราเป็นคนมีประโยชน์ เราไม่เอา ก็เลยเหลือไปช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือเศรษฐกิจประเทศชาติ ให้คนมาทำงานในนี้ ไม่ต้องไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย แต่มาทำงานที่ ซาอโศก สมณะเดินดินว่า...คนงานก็มั่นใจว่าไม่ถูกเบี้ยวค่าแรงด้วย พ่อครูว่า...เขาบอกว่าทำงานที่นี่มั่นคงแม้ที่อื่นจะจ้างแพงกว่า แต่ที่นี่ถึงเวลาจ่ายก็จ่าย รัฐบาลมีเงินจะไปจ่ายไหม ก็มี แต่รัฐบาลไม่เคยคิดจะทำ หากรัฐบาลทำจะดีกว่าแบบประชานิยม จัดขึ้นเลย เป็นคณะหนึ่งกองหนึ่งเลย กองพาณิชย์เศรษฐกิจ เพื่อเป็นการช่วยสงเคราะห์ประชาชน สินค้าไม่ใช่สินค้าแบบไฮโซ คนไฮโซก็ไม่มาซื้อหรอก ข่าวสินค้าไฮโซแล้วมาขายถูกคนไฮโซก็มาซื้อ แต่ถ้าเราขายของแบบพื้นๆ คนทั่วไปก็มาซื้อได้ คนจน คนมีหนี้คนรายได้น้อย
_9856กราบนมัสการครับพ่อครู ผมขอสมัครเข้าค้ายปฏิบัติธรรม และขออยู่จำพรรษาที่บ้านราชด้วยครับ ผมจะไปวันที่13พรุ่งนี้ครับไม่ทราบว่าไปที่บ้านราชที่บ้านราชด้วยครับ ผมจะไปวันที่13พรุ่งนี้ครับไม่ทราบว่าไปแล้วจะสมัครได้ที่ไหนกับไครครับ พ่อครูว่า... อาตมาว่า แม้จะเดินมาที่นี่ถ้าเป็นคนตาบอด ก็จะเจอคนมารับสมัครค่ายได้ ไม่ต้องห่วงหรอก ต่อให้คนตาบอดเข้ามาก็จะมีคนรับสมัครได้
_SMS เฟซบุ๊ค _ลุง เก๋ · คนเราแตกต่างกัน การปกครองจึงต้องมีการเลือกตั้ง เพียงแต่ฝ่ายชนะก็ต้องฟังเสียงส่วนน้อย เสียงส่วนน้อยต้องไม่ใช้อำนาจพิเศษ ถ้าไม่มีเลือกตั้งก็เผด็จการสิครับ พ่อครูว่า...ต้องอ่านพฤติกรรม ไม่ใช่อ่านที่เปลือก ไปเอาหลักเกณฑ์ย่อยมาใช้ โดยเฉพาะคนที่บอกว่าประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง อาตมาว่าคนนี้ดื้อที่สุดเลย
_เทียนยอดธรรม อิทธิกูลวัฒนะ · กราบนมัสการครับ สังคมอโศก คือสังคมในอุดมคติครับ ดีที่สุดในโลก...สาธุครับ... .
_เจิน วดี · ยิ่งฟังพ่อท่านพุดถึงปัญหาบ้านเมืองยิ่งเข้าใจว่าจริงเท็จเป ็ นอย่างไร เพราะผลสะท้อนของการปกครองมันมีผลกับวิถีชีวิตที่ดำเนินจริง ขอให้พ่อครูอายุมั่นขัวญยืนสุขภาพแข็งแรงอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรไปนานๆๆๆ
_ฟ้างาย คำอโศก · ดาวเทียมที่บ้านล่มมาเป็นเดือน เฉพาะช่อง240 เพราะฝนตกตอนเย็นๆ ต้องดูย้อนหลังจากYOUTUBEเพิ่งเปิดเป็นมาเจอได้ดูสดจากfbวันนี้เอง ดีใจมากค่ะ กราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อานิงส์ของศีล _พิมพ์เพชรบุญ...กราบคาระวะพ่อครูเจ้าค่ะมนัสการท่านสมณะสิกขมาตุเจ้าค่ะ ลูกขอกราบขอโทษอย่างสูงเจ้าค่ะที่เมื่อครั้งก่อนถามคำถามที่ไม่ชวนตอบ มาครั้งนี้มาแก้ตัวเจ้าค่ะ ขอถามว่า เรื่องของศีลนี้ศีล5 นี้ความทุกข์หรือกิเลสจะลดได้แต่เพียง 50%เท่านั้นเหรอค่ะคือลดได้จะยังละไม่ได้ใช่ไหมค่ะ? แค่เบื้องต้นเท่านั้น ถ้าจะลดละจนถึงเลิกอะไรก็ตามที่ติดได้ต้องมีศีลอันเป็นเบื้องต้นคือศีล5 ลดได้จะละได้ต้องมีศีล ที่สูงอีกเป็นศีล 8 อันเป็นกลาง จะเลิกได้เด็ดขาดสิ่งที่ติดกิเลสหยาบได้ก็ต้องมาถือศีล 10 ไม่รับเงินรับทองทำงานฟรีอยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมด้วยใจที่เต็มใจจริงใจ จะเบิกบาน ใครจะบังคับจิตใจเราไม่ได้ต้องทำด้วยตัวเราเอง หากรู้ว่าหนทางที่ใช่จากสัตบุรุษ(ผู้รู้จริง)เราก็จะเข้าถึงได้ง่ายได้โดยไม่ลำบาก ใครที่ว่าทำยากก็เท่ากับปิดกั้นตัวเองแล้วที่จะเข้าสู่ความเจริญ เพราะมีผัสสะ พออยู่ข้างนอกเจอผัสสะคนที่เขายังไม่ล้างหนักกว่าข้างในเลยรู้สึกทุกข์หนักมากกว่าเลยต้องพรากเพียรลดละจนถึงจะเกือบเลิกได้หรือเลิกได้เลยบางอย่างหมด เรื่องของศีลอันที่จริงแล้ว มีศีลทั้งหมดกี่ข้อคะ พ่อครูว่า... คุณเข้าใจผิดแล้ว ศีล 5 นี้ ปฏิบัติจริงแล้ว อรหันต์อยู่ในศีล 5 สามข้อแรกคือกาย ข้อสี่คือวจี ข้อห้าคือมโน อานิสงส์ของศีลการได้อานิสงส์ 10 ของศีล กุสลานิ สีลานิ อนุปุพเพนะ อรหัตตายะ ปูเรนตีติ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ไปตามลำดับ ศีลทุกวันนี้สอนกันว่าปฏิบัติได้แค่กายกับวาจา ส่วนใจต้องไปนั่งสมาธิ บอกแล้วคุณหั่นศีล สมาธิ ปัญญา ออกจากกัน คือทำแบบฆาตกรฆ่าหั่นศพ แล้วเอาศีลไปไว้ภูเขาไหน สมาธิไปทิ้งแม่น้ำไหน ปัญญาเอาไปลงเหวไหน เป็นฆาตกรฆ่าหั่นศพศีลสมาธิปัญญา มันผิดไปหมด ศีลสมาธิปัญญา ศีลต้องให้จิตใจได้รับประโยชน์ เรียกว่าอวิปฏิสาร 1. อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) 2. ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีความยินดี) 3. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) 4. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) 5. สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) 6. สมาธิ (จิตมั่นคง) 7. ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) 8. นิพพิทา (เบื่อหน่าย) 9. วิราคะ (คลายกิเลส) 10.วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม 24 ข้อ 1 , 208)
ศีลปฏิบัติแล้วจิตสงบ แต่จิตสงบของพุทธไม่ใช่นิ่งอย่างไม่ทำอะไร แต่จิตยิ่งคล่องแคล่ว สงบนี่สงบจากความชั่วอกุศล ไม่ใช่นิ่งอย่างรูปธรรม แต่อยู่ที่นามธรรมทำให้กิเลสสงบ หยุด ตายอย่างไม่ฟื้นคืนเลย เป็นความเข้าใจผิด ศีลสมาธิปัญญา แยกกัน แบบฆาตกรฆ่าหั่นศพ ปฏิบัติศีลก็ทำไป ปฏิบัติสมาธิเข้าไปนั่งหลับตา แล้วปัญญาจะโผล่มาเอง ปัญญานั้น จะเกิดได้ต้องมีกระบวนการของ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ ซึ่งกระบวนการเกิดปัญญาจะมี 6 ข้อ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มัคคังคะ สัมมาทิฏฐิ ปัญญานั้นไม่ใช่ความฉลาดแบบ เฉกา แต่ปัญญามาจากอัญญะ เป็นความฉลาดอย่างอื่นที่ออกจากกรอบโลกีย์ปุถุชน ที่มีแต่เอาเปรียบเพื่อให้ได้โลกธรรม แต่ความฉลาดแบบ โลกุตระคือปัญญาไม่ติดในโลกธรรม แต่ความฉลาดแบบโลกียคือความฉลาดแบบ เฉโก แม้จะเก่งกาจขนาดไหนก็ตาม เฉลียวฉลาดมากมาย มีความรู้รอบโลก แต่ไม่ได้ให้พาลดกิเลส ก็ไม่ใช่ปัญญา ปัญญาต้องมีปุญญะ ถ้าปัญญาไม่ทำให้เกิดปุญญะ ก็ไม่ใช่ปัญญา ปุญญะ คือเครื่องมือตัดกิเลส ไม่ใช่กุศลอีก
_ฝนเอื้อฟ้า....สืบเนื่องจาก หัวข้อที่พ่อครูสอน ประชาธิปไตยดีที่สุดตัองโลกุตระ 77 ข้อ
มูลเหตุหัวข้อที่ 70
คนจึงหลงใหลความเป็น "โลก" ภายนอกกันหนักกว่าพลังงานภายในยุคนี้เชื่อถือ " พลังงานโลก มากกว่าพลังงานอัตตา เพราะพลังงาน อัตตา นำมาใช้ไม่เด่น ไม่ยั่งยืน"
แต่พลังงานโลกนำมาใช้ได้เด่นและยั่งยืนกว่า
คนยุคนี้จึงให้ความสำคัญ พลังงานโลก ~พลังภายนอกกันมาก ไม่เชื่อถือพลังงานอัตตา ~พลังงานภายในกันแล้วเพราะมันคนละยุคคนละสมัย = มันไม่ใช่กาละของมัน
คำถาม หัวข้อนี้ ต้องสืบเนื่องให้พ่อครู อธิบายเจาะลึกไปอีกค่ะ ลึกซึ้งมากหัวข้อนี้
เพราะ หนูเข้าใจว่า คนยุคนี้หลงใหลพลังงานโลก มากกว่าพลังงานอัตตา เพราะพลังงานโลก = วัตถุ คือความเสถียรกว่า เหมาะสมกับยุคแห่งกาละนี้ข้อนี้ก็พอเข้าใจได้ค่ะ แต่ก็หมายการตีความสื่อสภาวะของคนยุคนี้มองคนที่ภายนอกไม่สามารถมองข้ามช้อท เจตนาของจิต วิญญานแท้ เพราะพลังงานจิตเขาไปไม่ถึง
วัตถุและรูปภายนอก จึงครองโลก
เขาจึงกำหนดค่าตามความพึงพอใจจากสิ่งที่เห็น ความงามจากภายนอก อาจดีจริงหรือ อาจไม่ดีก็ได้ // แม้แต่ความอัปลัก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive