330208 ตอบปัญหาปลุกเสกฯ ครั้งที่ 14 ตอน 4 ศีรษะอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
330208 ตอบปัญหาปลุกเสกฯ ครั้งที่ 14 (ตอน 4) ศีรษะอโศก
(under constructio)
ตอบปัญหาปลุกเสกสมณะแท้ๆ ของพุทธ ครั้งที่ 14 (ตอน 4) โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 33 ณ พุทธสถานศีรษะอโศก
พอทุ่นไปทุ่นมา มันก็เลยมักง่ายเข้าไปเลย บอกเออ! เอ็งทำเถอะ ข้านั่ง เฉยๆ ละก็ดี อะไรมันยากหน่อยก็บอกทำไม่เป็นแล้ว เพราะเครื่องมันช่วยหมด เครื่องมัน ทำหมด นานๆเข้า นานๆเข้า คนก็ทำไม่เป็น วัฒนธรรมไทยโบราณกาลสืบทอดกันด้วยการ ถ่ายทอดกันด้วยฝีมือ ด้วยการบอกกล่าวกัน ด้วยการอบรมกัน เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็น เรื่องธรรมดาของชีวิตนะ คนนี้ทำอันนี้ คนนี้ทำอันนี้ แล้วก็ถ่ายทอดกันจากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ถ่ายทอดกันมาหาลูกหาหลานหาเหลน ไล่เลียงกันไป ทำอะไรได้ก็ทำฝึกหัดกันขึ้น พัฒนากัน ขึ้นไป ถ่ายทอดกันไป ใช้งานฝีมือเป็นหลัก เครื่องไม้เครื่องมือก็ทำขึ้นด้วยมือเป็นหลัก จะทำได้จนกระทั่งถึงเป็นเครื่องยนต์เครื่องจักรเครื่องกลอะไรขึ้นมาก็ตาม ให้มันง่ายๆที่จะ มีวัสดุ วัตถุดิบของเราเอง ความรู้พื้นบ้าน ความรู้ที่พอเป็นไป ถ้าถ่ายทอดความรู้ให้ได้ มากขึ้นก็ดี ช่วยกัน มีความสามัคคี สมาน และคนก็จะได้ถ่ายทอดฝึกปรือ คนจะมีค่า คนที่ไป ให้เครื่องมือมันมีค่านะ เครื่องมือมันมีความสามารถ เครื่องมือมันสร้าง เครื่องกลมันทำ คนไม่ได้ทำ คนก็หมดค่าลง คนไม่ได้ทำก็หมดค่าลง เครื่องมือเป็นตัวออกแรง เพราะฉะนั้น ค่าแรงก็ต้องไปให้เครื่องมือ ไม่ใช่ไปให้คน เพราะคนไม่ได้ทำนี่ เพราะฉะนั้นเวลาซื้อหา มันต้องเอาไปให้ค่า เอาไปให้เครื่องมือ เครื่องมือเป็นผู้ที่ทำ แล้วคนก็เรื้อด้วย ไม่ได้ฝึก ไม่ได้หัด ไม่ได้ซัก ไม่ได้ซ้อม ไม่ได้ใช้ฝีมือที่จะให้มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญ มีความเก่ง มีความสุขุม ประณีต มีอะไรขึ้นมา
อ่านต่อ
เรื่อยๆ เวลาเราจะฝึกซ้อมจะหัดอะไร มันก็ต้องทำบ่อยๆ ฝึกเข้ามันถึงจะเก่ง ถึงจะชำนาญ ถึงจะมีความสามารถ สมรรถนะจะสูงขึ้น ก็เพราะว่า ลงมือทำจริงๆ ถ้าเครื่องมือมาทดแทนลงไปเรื่อยๆหมด คนก็ไม่มีฝีมือ ไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่มีความสามารถ สมรรถนะตกต่ำลงไปทุกทีๆ คนก็เลยถูกสิ่งเหล่านี้ทำลายนะ ทำลาย เลยหมดค่าเลย ไม่มีค่าอะไรเลย นี่คือความเสียหายที่ลึกซึ้งไปถึงขั้นว่า เครื่องมือเทคนิค มันฆ่าความเป็นคน ฆ่าความเป็นมนุษย์ลงไป เพราะมนุษย์ต้องมีความสามารถ ต้องมีฝีมือนะ คนที่จะไปคิดเครื่องมือเทคนิค มันก็เก่งอยู่แต่คนที่จะคิดเครื่องมือเทคนิคเท่านั้นเอง คนคิด คนสร้างเครื่องมือเทคนิคมันก็เก่งอยู่เท่านั้นเอง คนอื่นๆใดๆก็เลยไม่สามารถรู้เรื่องอะไร ไม่สามารถเก่งอะไรหมด มันมาทดแทนกันอย่างนี้น่ะ โลกสังคมเป็นอย่างงี้ขึ้นไปเรื่อยๆนะ อาตมาเคยพูดถึงเรื่อง.. พูดเรื่องนี้พูดอีกหน่อยเหอะนะ พูดให้มันรู้ๆทั่วๆกัน มันจะได้มีประโยชน์ของชีวิต คือหลงใหลได้ปลื้ม หรือว่าคิดไม่รู้อะไรต่ออะไรในส่วนลึกซึ้ง ที่มันจะพานเสียหายอะไรนี่ ก็ไม่ค่อยจะคำนึงกันนะ พูดๆให้หมดซักอีกนิดหน่อยเถอะว่า ไอ้เครื่องมือเครื่องกลเครื่องเทคโนโลยีนี่ มันมีโทษต่อมนุษย์อย่างไรบ้างนะ 1.ทำให้คนมักง่าย ลองๆจดไปแล้วก็ไประลึกกับมันให้จำ แต่อาตมาไม่ได้ หมายความว่า เครื่องมือเทคนิคนั้นเราปฏิเสธ เราไม่ใช้เลย ไม่ใช่นะ ในหลายขณะถ้าคน ยังไม่พอ เราต้องการเครื่องมือเทคนิคมาช่วยใช้ก่อน เราจำเป็นนะ จะเป็นเครื่องมือ เทคนิคที่ใหญ่ หรือที่มีประสิทธิภาพสูง เรามีทุนรอนพอจะใช้เครื่องมือเทคนิคนี้มาแทน เพราะคนไม่พอ แรงงานไม่พอในระยะเริ่มต้น เราก็จะต้องใช้ ในระยะต่อไป ถ้ามีคนพอ ฝึกปรือความชำนาญขึ้นมาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเทคนิค แรงงานของคน ฝีมือของคน เรียกว่า hand made นี่ ควรจะได้กระทำ น่าชื่นชมยิ่งกว่า เราจะต้องมองให้ลึกซึ้งถึง ความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ความเป็นเครื่องจักร ความเป็นเครื่องจักรนั้นมันไม่มีวิญญาณ แล้ว มันก็ไม่มีน้ำใจอะไร ไม่มีกตัญญูกตเวทีอะไร จะต้องไปตอบแทนอะไรมันหรอก ไม่ใช่ว่า เครื่องมือเทคนิค เครื่องตัด เครื่องขุด เครื่องไถ มันทำงานให้เราเสร็จแล้วต้องไปกราบ ต้องมีวันสำหรับบูชาเครื่องมือ แล้วก็ต้องทำพิธี ถึงวันก็บูชาเครื่องมือ ไปกราบไหว้ เครื่องมือ เราไม่ต้อง เพราะมันไม่มีวิญญาณอะไร ไม่มีเรื่องที่จะรับรู้รับเห็นอะไร แต่คนนี่ จะต้องกตัญญูกตเวทีบูชาเคารพ มีวันพิธีที่จะเชิดชูบูชานะ ว่าอย่างนี้ไปแล้วอาตมาก็ไประลึกถึง ว่าอาตมาจะดำริเรื่องยัญพิธีอย่างหนึ่ง คือจะบูชา ดิน น้ำ ไฟ ลม อาตมาดำริอยู่ในใจนี่ เราควรจะระลึกถึงคุณค่าบุญคุณของดิน น้ำ ไฟ ลม พอพูดขึ้นมาแล้วก็มานึกถึงว่า เอ๊! เครื่องมือนี่เราไม่บูชา แต่เรากลับไปบูชา ดิน น้ำ ไฟ ลม ซึ่งมันก็ไม่มีจิตใจเหมือนกัน ไม่มีวิญญาณเหมือนกันนะ อาตมาก็เลย เอ๊! ทำไมเราย้อนแย้งกันอยู่ ตัวเองนึกยังงั้น อาตมาคิดจริงๆ คิดจะดำริอยู่ จะทำวันพิธีบูชา ดิน น้ำ ไฟ ลม ให้คนเราระลึกถึงดิน ถึงน้ำ ถึงไฟ ถึงลม ที่มีประโยชน์คุณค่าให้เราได้ อาศัย ได้พึ่งพามา มนุษย์นี่ได้พึ่งพาอาศัยสิ่งเหล่านี้จริงๆ ธรรมชาตินั่นเอง สรุปแล้วก็คือ เราจะระลึกถึงธรรมชาติ บูชาธรรมชาติ ระลึกถึงธรรมชาตินั่นเองนะ อาตมาดำริอยู่ เอาละ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร ค่อยๆว่ากัน ค่อยๆคิดกันต่อ เครื่องมือเครื่องกลมีโทษต่อ มนุษย์นะ ทำให้มนุษย์เสื่อม หรือว่าเป็นภัยร้ายต่อมนุษย์ คือ 1.ทำให้คนมักง่าย 2.ทำให้คนไร้สมรรถภาพ 3.ทำให้คนขี้เกียจ 4.ทำให้คนตกงาน 5.เป็นทาสนายทุน 6.ทำความแตกแยกให้แก่สังคม คือไม่เกิดมิตรภาพ ไม่เกิดภราดรภาพ จะ ขยายความไว้ก็ได้ 7.ทำให้คนอ่อนแอ 8.ทำให้สังคมมนุษยชาติไร้สันติภาพ แหม! ข้อหานี้รุนแรง 9.ทำให้คนไร้อิสรเสรีภาพ อันนี้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่จะตกเป็นหนี้ 10.ทำลายธรรมชาติ ฯลฯ (ขี้เกียจคิดหาโทษมันต่อ) มันมีมากกว่านี้นะ อาตมาขอยืนยันว่ามีมากกว่านี้ แต่เท่านี้อาตมาก็ว่ามันซึ้ง แล้วละ แค่ 10 ข้อนี้ ฯลฯ นะ ยังไม่คิดต่ออีก คิดแค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว ก็เห็นความร้ายความ เลวของมันแล้ว มันทำให้คนมักง่ายจริงๆ เพราะว่ามันเครื่องมือช่วยซะแล้วมันก็ ยิ่งมันเดิน อัตโนมัติได้เลยนะ เลิกเลย มักง่าย แล้วคน ก็บอกแล้วว่าคนก็จะไม่มีฝีมือ ไร้สมรรถภาพ ไร้ความเชี่ยวชาญ ไร้ความฝึกปรืออะไร คนหมดท่าลงไปทุกที มันทำให้คนขี้เกียจ ข้อ 3 ทำให้คนขี้เกียจ ข้อ 4. ทำให้คนตกงาน เพราะเครื่องมือเครื่องใช้มีมากๆ ขนไปแทนคน หมด คนก็ไม่ต้องทำงาน เครื่องมือก็เอาไปทดแทนคนทำงาน แล้วก็บอกว่าแก้ปัญหาไม่ตก เพราะคนตกงาน คนไม่มีงานทำ ก็เอาเครื่องมือมาแทนมากเท่าไหร่ เอาเครื่องใช้มา แทนทุ่นแรงมากเท่าไหร่ ทำแทนมันมากเท่าไหร่ คนมันก็หมด ไม่มีงานจะทำเท่านั้นเอง แล้วทำให้คนอ่อนแอ ข้อ 5. เป็นทาสนายทุน เพราะระบบอย่างนี้แล้วนี่ คนมีทุนรอนมากก็ จะลงมือสร้างเครื่องไม้เครื่องมือ สร้างโรงงานอุตสาหกรรม สร้างอะไร ต้องใช้ทุนมาก เมื่อทุนมากใครเขาจะยอมขาดทุนล่ะ ระบบทุกวันนี้ระบบที่จะโกยได้โกยเอา ระบบที่มีกิเลส มีความมักได้ มีความมักมาก มีความเอาเปรียบ ใครมันจะไปหยุด ใครมันจะไปขาดทุน เพราะฉะนั้นเขาจะสร้างอำนาจ สร้างฤทธิ์เดช เป็นนายทุนในระดับงานอุตสาหกรรมน่ะ คนที่มีทุนน้อย อย่าไปแอ๊คเลย ไม่มีทางอะ อย่างโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ พอทำอะไร สร้างเครื่องมือใหญ่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมา ใช้ทุนรอนเยอะขึ้นมา ก็เสร็จพวกนายทุน ก็เป็นเจ้าบังคับ เป็นเจ้าที่จะหาวิธีการที่จะอยู่ในอาณัติ ตกเป็นทาสนายทุน อย่างนี้เป็น ลักษณะของความเป็นทาสเป็นนายชนิดที่ลึกซึ้งกินกว้าง แล้วก็กินกันอยู่ทั่วโลกขณะนี้อย่างแรง เป็นทาสนายทุนสำคัญ ทำความแตกแยกให้แก่สังคม เพราะว่าคนไม่ได้มีการลงแขก ไม่ได้มี การเห็นใจกัน ไม่ได้มีการช่วยกันคนละระดับ คนละไม้คนละมือ คนมีความสามารถน้อยก็ทำ แค่นี้ ส่งต่อให้คนมีความสามารถสูงทำต่อไปเป็นขั้นๆตอนๆ หรือสอนกัน สั่งสอนกัน แนะนำ กัน บอกกันแบบครู แบบอาจารย์ แบบพ่อแม่ลูก แนะนำสั่งสอนฝึกหัดอบรมกัน ผิดนิดผิดหน่อย ก็ค่อยๆว่ากัน มันเป็นเรื่องการถ่ายทอด มันเป็นเรื่องการสังคม มันเป็นเรื่องการสัมพันธ์ ที่จะต้องรู้น้ำใจกัน ครูนี่สอนลูกศิษย์นี่ไม่ใช่ว่าธรรมดา พ่อแม่สอนลูก ไม่ใช่ธรรมดานะ มันถ่ายทอดทางวิญญาณ มันฝึกหัด มันขัดเกลา มันมีการลดละกิเลสในตัวด้วย อย่างพวกเราไปทำงาน ทำไมอาตมาแนะนำ ส่งให้ไปทำงาน พยายาม เข้าไปช่วยกันสิ คนละไม้คนละมือ อบอุ่น มีความสัมพันธ์ มนุษยชาติสัมพันธ์ เกิดมิตรภาพ เกิดภราดรภาพ แต่ถ้าเผื่อว่าเอาแต่เครื่องมือเครื่องใช้ไปจ่ายไปแจก ไปอะไรต่ออะไรกัน ต่างคนต่าง money talk มีสตางค์จ้างมั้ยล่ะ ค่าเช่า หรือเอ็งไม่มีเครื่องให้เช่า มีตังค์ จ้างมั้ยล่ะ มีแต่ความแตกแยก หมด วัฒนธรรมดีๆงามๆ บรรลัยหมด 7.ทำให้คนอ่อนแอ ก็คนมันไม่มีงานจะทำ แล้วมันก็ไม่ได้ลงแรงอะไร ไม่ได้ ลงมือทำอะไรต่ออะไรนัก ก็อ่อนแอเท่านั้นเองนะ กลายเป็นคนไม่มีงานการทำ แล้วมันก็ ตกงาน แล้วมันก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ออกเรี่ยวออกแรง งานหนักๆ ไอ้เครื่องทุ่นแรงก็ไป ทำแทนหมด จะทำแต่งานเบาๆ อาตมาละก็ซึ้งใจที่ ชูเมกเกอร์ นักคิดทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านเศรษฐศาสตร์นี่ เขียนตัวอย่างเรื่องเครื่องกลโรงงานโรงจักร แกยกตัวอย่าง โรงงานทำเข็มหมุดเท่านั้นน่ะนะ โอ๊ย! ซึ้งใจ ไม่ต้องโรงงานทำเครื่องเทคนิคที่มโหฬาร ระดับใหญ่โตนะ ทำเครื่องกลชนิดใหญ่ แกยกตัวอย่างโรงงานทำเข็มหมุด แล้วเขาก็จ้างคน ไปเป็นคนงานเข็มหมุด มีเครื่องกลที่จะทำเข็มหมุด เป็นเครื่องกลเลยนะที่จะผลิตเข็มหมุดนี่ ตั้งแต่เริ่มต้นนี่ เอาอะไรขึ้นมาแรกเริ่มมาใส่เข้าไปที่ต้นทาง แล้วก็ค่อยๆออกมาเป็นเส้น เป็นรีดเป็นอะไร คนงานมีหน้าที่นั่งดูเท่านั้น ชี้ส่องตรวจ คนที่ทำงานมากที่สุดคือคนที่ตรวจ คนที่หยิบวัสดุบางอย่างใส่ช่อง ซึ่งหยิบมันก็ใช้เครื่องกลทำได้นะ มันทำได้หมด เพียงแต่ดู เป็นการสอดส่อง อะไรที่มันเล็ดลอดเกินที่มัน อะไรที่มันตรวจแก้ มันก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรวจแก้อีก คนมีหน้าที่เดินดูเท่านั้น เครื่องมันหยุดเดินเมื่อไหร่ เสร็จแล้วคนพวกนี้นี่ พอเครื่องกลมันเสีย คนทำเข็มหมุดอันหนึ่งไม่ได้ คนนี่ ทำเข็มหมุดด้วยมือขึ้นมาอันหนึ่งไม่ได้ แล้ว แหม! มันซึ้ง ไม่ต้องไปคิดอ่านทำอะไรมากหรอก ทำเข็มหมุดอันหนึ่งขึ้นมาใช้ก็ไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น นั่นเป็นเรื่องของคนจะอ่อนแอ คนจะไร้สมรรถภาพ คนจะหมดท่าเลยนะ หนักเข้าคง หยิบเข็มหมุดขึ้นสักอันคงหยิบไม่ได้น่ะ หยิบเข็มหมุดอันหนึ่งขึ้นก็ไม่ได้ เพราะ อ่อนแอหมดแล้ว เครื่องมือมันช่วยทำเองหมด เครื่องมือมันใช้หมด เครื่องกลมันใช้หมดนะ อย่างนี้เป็นต้นนะ ข้อ 8 ทำให้สังคมไร้สันติภาพ อันนี้เห็นอยู่แน่นอน เพราะต่างคนต่างเอา เปรียบเอารัด ต่างคนต่างก็แย่งชิงดิ้นรน เพื่อที่จะมีทุนมีรอน เพื่อที่จะมีเครื่องมือ เพื่อที่จะ ได้เปรียบ แล้วมันจะไปเหลืออะไร สันติภาพ ข้อ 9 ทำให้คนไร้อิสรเสรีภาพ มันเนื่องต่อกัน เพราะฉะนั้นคนก็หมดสิทธ็ที่จะ มีอิสรเสรีภาพ ที่จะเป็นไทแก่ตัว กลายเป็นทาสเศรษฐกิจ กลายเป็นทาสวัฒนธรรม กลาย เป็นทาสนายทุน ความเป็นทาสนี่มากมายก่ายกอง เป็นทาสก็คือ เป็นผู้ที่จะต้องส่งส่วย หาเงินส่งส่วยให้แก่นายทุนเท่านั้นเอง เป็นทาสทุกอย่างที่เขาจะกำหนดน่ะ ต้องกินอย่างนี้ ต้องใช้อย่างนี้ ต้องมีอย่างนี้ ได้เงินไปแล้วก็ต้องเวียนวนมาเข้ากระเป๋าฉันคืนอย่างนี้ เป็นระบบเลย เขาสร้างเก่งนะ ระบบทุนนิยมทุกวันนี้ จะต้องไหลเวียนไปยังโง้นยังงี้แล้วก็ เอาเฮอะ แกไปทำอันนี้ ทำเสร็จแล้วแกจะต้องเอามาขายตรงนี้ ขายเสร็จแล้วเอาเงินไป มีวิธีการเอาเงินให้ แต่เอาเงินให้นี่ แกเอาไปทำอะไรไม่ได้หรอก แกจะต้องเอาเงินไป จ่ายตรงนี้ ไปใช้ตรงนี้ เพราะแกจะต้องไปติดไปยึด แกจะต้องไปหลงไปใหล เอ้า! เจ้า นั่น ไอ้นี่มันไม่ติด เอ้า! โฆษณาเข้า หาวิธีเข้าหลอกเข้า เร็ว นายทุนนี้จะสั่งการหมด คิดวิธีโปรปะกันด้า วิธี advertise จัดการหาวิธีโฆษณาให้พวกนั้นมันหลงติด เสร็จแล้ว เอาเงินมาเวียนวน หมุนกลับไป เวียนไปเวียนมา ไปไหน มาหากระเป๋ากูอย่างเก่า เสร็จแล้วก็ไม่มีแล้ว เงินไม่มีแล้ว ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ หมดแล้วเงินน่ะ ไม่หมดก็ ติดแล้ว ยังอะ ติดแล้ว แม้แต่ติดบุหรี่ ติดเหล้า ติดฝิ่น ติดกัญชา ติดรำเพลงรำร้อง ติดร้องติดรำ ติดเพลิน ติดอร่อย ติดไอ้โน่นไอ้นี่ ติดไปหมดแล้วทุกอย่าง ติดไว้หมดแล้ว ไม่ติดไม่มี ชีวิตชีวา ไม่ติดอยู่ไม่รอด ต้องทำ เหนื่อย เหน็ดเหนื่อยก็ต้องทำ ลงทุนทำใหม่ ทำเสร็จ แล้วก็เอาไปขาย เขาหลอกให้เอาไปขาย เอ้า! เอาเงินไป เงินไป ประเดี๋ยวก็เอา เงินไปจ่ายคืนนะ ตรงนั้นน่ะ ตรงนั้นน่ะ เอ็งไม่ติดเหรอ เอ็งจะแข็งข้อเหรอ โฆษณาเข้า มอมเมามันเข้า ยั่วยุมันเข้า ให้มันติดใหม่ แล้วเอาคืน หมุนเวียนมา เป็นหนี้อยู่อย่างเก่า อิสรเสรีภาพเสียหมด ฟังดีๆ อาตมาไม่ได้พูดโมเมนะ แต่อาตมายังไม่อยากพูดมากนักนะ เดี๋ยวจะ หาว่าอาตมามาปลุกเร้าอะไร มาระดม ปลุกระดมอะไรมากมายเกินไป แต่สังคมมันเป็นอย่างนี้ อาตมาถึงพยายามที่จะสร้างระบบบุญนิยมด้วยความจริงใจ เมื่อวานนี้ไปคุยกับพวกเราที่ทำเห็ดทำอะไรขึ้นมา ก็บอก โอ! ตอนนี้เห็ดที่นี่ แม้แต่แค่ขายก้อนเชื้อนี่นะ ได้เป็นแสนๆแล้วตอนนี้ ได้ทุนรอนหมุนเวียนเข้ามาเป็นแสน แค่ขายก้อนเชื้อ เราขายก้อนเชื้อในราคาก้อนละ 3.50 บาท 4 บาทเท่านั้นเอง เรา ไม่ได้ขายแพงเหมือนกับตลาดเขาด้วยซ้ำ 3 กับ 3.50 ด้วยซ้ำ เราก็ทำได้ ทำเสร็จแล้ว เราก็ไปแจกจ่ายเจือจานกัน เสร็จแล้วตอนนี้ก็ได้วันๆหนึ่ง เราก็กินเห็ดกัน จนทุกวันนี้ได้ เห็ดมากินกัน แล้วคนอีสานนี่ ตลาดอีสานนี่จะดี เพราะว่าอีสานมันรู้จักเห็ด ได้เห็ดมาก็ทำ เห็ดกินกันเป็น ไม่เหมือนทางภาคใต้ ภาคใต้เห็นเห็ดก็เฉย อะไร ไม่รู้เรื่องเลยทาง ภาคใต้ เห็นเห็ดไม่กล้ากิน กินไม่เป็น ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องเห็ด แล้วอีสานนี่ โอ้โฮ! เห็ดเมา เห็ดเบื่อ เห็ดพิษยังกินเลย ตายไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นจะมีความรู้ จะมีความ รู้เพราะลูกหลานตาย พ่อแม่ตายไปก่อนเยอะแยะ เพราะฉะนั้นก็มีความรู้ในเรื่องเห็ดนะ ทางอีสานนี่ เพราะฉะนั้นเห็ดจะเป็นอาหารของทางอีสานนี่ จะแพร่ และจะเป็นประโยชน์ ในทางการเป็นอยู่ โดยเฉพาะมันจะช่วย ช่วยมากทีเดียว ช่วยเพราะว่ามันไม่มีปูมีปลาจะ กินกัน หมดแล้ว หมู หมา กา ไก่ ก็เลี้ยงกันโด๊ปกันจนจะแย่แล้ว งั้นเห็ดนี่สบาย แพร่ได้ อย่างดีทีเดียว อาตมาไปคุยๆด้วย ก็เห็นว่า โอ๊! เราจะไปได้ไกล จะแพร่ จะทำอะไร ต่ออะไรได้ไกล ปลดแอก กำลังต่อสู้กันอยู่ ต่อสู้กันว่า เราไปขายในตลาด เราก็พยายาม จะขายให้ราคาถูก ทีนี้คนอื่นเขาทำออกมาขาย เขาก็ขายในราคาแพง ตอนนี้ละ มันจะ รบกัน อาตมาว่า ต้องดีๆนะ ต้องดีๆ เราต้องมีความคิด จะทำยังไง เราก็มีวิธีการที่จะ ต้องสร้างให้มันมากๆ เมื่อมันเต็มตลาด ล้นตลาด เขาก็ต้องเห็นความจำเป็นว่า ต้องลด ราคา ขายถูก อะไรอย่างนี้นะ เราต้องพยายาม พวกเขาก็ต้องถูกลงมากะเรา พวกเรานี่ ถ้าเผื่อว่าขายถูกลงไปได้เท่าไหร่ เรายิ่งดีใจ เรายิ่งชื่นใจ ยิ่งแจกฟรีได้ ยิ่งจะดีใจ ใช่ไหม นั่นเป้าหมายของบุญนิยมที่แท้จริง เพราะเรามองเห็นจริงแล้วว่า คุณค่าของคนอยู่ ที่ไหน บุญอยู่ที่ไหน ไม่ใช่บุญอยู่ที่ได้เงินมามาก ก็เห็ดของเราก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว เราก็ มีกินมีใช้ แล้วเราก็กินน้อยใช้น้อยด้วย แล้วเราก็ไม่ถูกเขามาหลอกว่า จะต้องไปติดไอ้โน่น จะต้องไปติดไอ้นี่ เสร็จแล้วต้องไปเสพ เพราะไม่เสพก็อยู่ไม่ได้ เราเลิกการเสพ เลิก การติดมาแล้ว เพราะฉะนั้นถึงยังไงๆก็ไม่ติดอีก เราก็ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทอง เราก็ไม่ ต้องมีเงินมีทองเพื่อที่จะไปซื้ออะไรมาเสพมาติดอีก นี่แหละคือภาวะสังคมที่มัน อาตมาว่า อาตมาเข้าใจแวดวงวงจรของความเป็นทาสเหล่านี้นี่นะ ที่สังคมเขาแก้ไขทั้งปัญหา เศรษฐกิจ ปัญหามิตรภาพ สันติภาพอะไร มันไปไม่รอดก็เพราะอันนี้แหละ อาตมากำลัง คิดว่า พวกเรานี้กำลังเจริญ กำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มิตรภาพ ภราดรภาพ กำลังแก้ปัญหา สังคมที่มันแตกร้าว มันรุนแรง มันเห็นแก่ตัว มันฆ่ามันแกงอะไรกัน กำลังแก้ปัญหาได้ดี ทีเดียวนะ นี่เราจะพยายามกระทำนะ ไม่มีเวลาที่จะอธิบายรายละเอียดพวกนี้ให้ฟัง มันเป็นเรื่องที่ควรจะได้พูดกันเหมือนกัน แต่ว่าถ้ามีเวลานะ ในปัญหาในอะไรที่มี อาตมาจะ อธิบายแทรกๆซ้อนๆไป นี่พูดขึ้นมาแล้วก็มีเรื่องที่จะพูดสู่กันฟังน่ะ เรากำลังพัฒนาชีวิตพวก เราขึ้นไปนะ ให้มันไปสู่ความมีสุข มีสันติภาพ มีภราดรภาพ มีอิสรเสรีภาพ มีสมรรถภาพ ยืนยันว่าต้องมีสมรรถภาพ เป็นบูรณภาพ เป็นความเต็ม เป็นความสมบูรณ์ ไม่ใช่ความพร่อง ไม่ใช่ความหิวโหย ไม่ใช่เดินทางไปสู่สภาพของมนุษย์เอธิโอเปีย ไม่ใช่ เราจะอุดมสมบูรณ์ แล้วไม่ใช่อุดมสมบูรณ์ประเภทวัตถุนิยม เหมือนญี่ปุ่นอุดมสมบูรณ์ แต่เสร็จแล้วต้องฆ่าตัวตาย กัน เพราะไม่มีจิตไม่มีใจ ต่างคนต่างแย่งต่างชิง ต่างคนต่างแข่งต่างขัน แข่งขันเอา เปรียบเอารัด แข่งขันใช้เล่ห์ใช้กล แข่งขันโดยไม่มีน้ำใจ ไอ้ความแห้งน้ำใจ หรือความไม่ มีน้ำใจนี่นะ มันทำให้คนฆ่าตัวตายได้ อาตมามองไม่เห็นว่า ทำไมญี่ปุ่นนี่อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง พรั่งพร้อม ร่ำรวยนะ ไอ้คนฆ่าตัวตายไม่ใช่คนจน แต่ทำไมมันต้องฆ่าตัวตาย ลูกหลานคนที่ ฆ่าตัวตายนี่ ไม่ใช่ลูกคนจนนะ ลูกคนรวยนะ อยู่ในญี่ปุ่นนี่ ที่ฆ่าตัวตาย มันมีเหตุมาจากจิต วิญญาณทั้งนั้น อาตมาคงวิเคราะห์ไปไม่หวาดไม่ไหวนะวันนี้ มันมีอีกเยอะแยะนะ เพราะฉะนั้นมันเสียหายไปหมด มันทำให้คนไร้สันติภาพ ไร้อิสรเสรีภาพ ข้อ 10 อาตมา ตบท้ายง่ายๆว่า มันทำลายธรรมชาติ ทำลายธรรมชาติ อย่างไร่นาดินดอนอะไรนี่ มัน ทำลายโครงสร้างของธรรมชาติ เพราะว่าเขาใช้ปุ๋ย ใช้เครื่องมือเทคนิค ใช้อะไรต่อ อะไรต่างๆนานา มันเกิน มันหนักเกิน มันย่ำเกิน มันอะไรเกินต่างๆนานาพวกนี้ ยิ่งไปใช้ ปุ๋ยใช้อะไร มันก็เลยไม่ต้องสร้างนะ สัตว์ที่จะต้องช่วยคาบอันนั้นมาให้ตรงนี้ ช่วยทำโยงใย อันนั้นมาให้ตรงนี้ อุณหภูมิของสัตว์ อุณหภูมิของพืช อุณหภูมิของเชื้อชีวิตในประเภทพีชะต่างๆ ในดิน มีอะไรต่างๆขนาดนั้นขนาดนี้ ถูกทำลายโครงสร้างเหล่านี้ไปหมด มันก็คือทำลายดิน นั่นเอง เพราะฉะนั้นใช้อะไรมันลัดๆ มันตัดวงจร โน่นนี่ๆเข้า ให้มันรีบมันร้อน หรือให้ มันเป็นไปแบบโลกๆทำ ใช้วิธีวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เกษตรสมัยใหม่ มันก็ทำลายโครงสร้าง ของดินธรรมชาติที่เคยมีมาไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนปีมาแล้ว ที่มันมีโครงสร้างธรรมชาติที่คนยังไม่รู้เรื่องน่ะ มันก็เป็นอย่างธรรมชาติ ทีนี้คนมันเกิดมาฉลาด ก็เลยตีกินเรื่อย ลัดเอาเรื่อย ตัดทอนเอาเรื่อย คนๆเอาแต่ธาตุ เอาแต่ตัวที่มันเป็นธาตุที่ต้องการ มันก็เลยไม่มีโครง สร้างอันอื่นที่จะสังเคราะห์อย่างที่มีวงจรสมบูรณ์ของมัน มันก็เลยขาดวงจรต่างๆที่ธรรมชาติ มีไปหมด มันขาดวงจร ไม่ต้องหรอก หนักเข้า เอาน้ำมา เอาธาตุตัวต้องการใส่ลงไปใน น้ำ แล้วก็เอาผักไปจิ้มลงที่โฟม ให้มันรากลงไปที่น้ำ ประเดี๋ยวก็ขึ้นมา จริงๆนะเดี๋ยวนี้เขา ปลูกเขาไม่ต้องเอาดินแดนอะไรหรอก เอาอ่างเอาลังเอาอะไรใส่น้ำเข้าไป แล้วก็เอาไอ้ ธาตุเคมีที่มันต้องการ ที่เราจะให้มันเข้าไปสังเคราะห์อาศัยโรงงานของพืชเท่านั้นเอง อาศัยโรงงานของพืชอีกชั้นเดียวเท่านั้นเอง ให้พืชมันเอาธาตุนี้เข้าไปปุ๊บ เอาไปง่าย แล้วพืชก็อ่อนแอ สังเคราะห์ก็ไม่มีแรงงานอะไรเต็มที่หรอก แต่โตเร็วนะ โต อะไรต่อ อะไร ฟ่ามๆ เป็นฟ่ามๆ หลวมๆ โต โอ! ดกๆด้วย ต้องการโตต้องการดกก็ใส่เข้าไปซี มันก็กินอาหาร มันก็ทำของมัน มันก็ดูดเข้าไปดึงเข้าไป เร่งมันเท่าไหร่มันก็อัดเข้าไปน่ะซี มันจะไปรู้เรื่องอะไรว่า พอโว้ยๆ มันไม่รู้เรื่องหรอกพวกนี้น่ะ นี่ยิ่งพูดไปก็ยิ่งเห็นยาว เพราะฉะนั้นเราไม่เอา เราจะให้ธรรมชาติมันมีโครงสร้าง มีวงจรของมัน ได้จังหวะ จะโคน ได้กาลเวลา มีสุก ให้มันสุกให้พอดี อย่างที่อาตมาใช้ภาษาว่า ไอ้น้ำฟ้ายังไม่ทันสุก ก็ไปสอยมากิน น้ำดินยังไม่ทันใส ก็ไปดูดมันมาดื่มมาใช้ โดยที่เรียกว่าไม่ทันเป็นอะไรหรอก ของยังไม่เต็มที่น่ะ กลายเป็นอย่างนั้นไปหมดทุกวันนี้ เอ้า! ขอเชิญนะ ชาวเกษตร ชาวผู้ที่จะช่วยกันพัฒนา พยายามก้าวหน้าไป มันเป็นเวลา เป็นวันเป็นเวลา ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป จะได้ ทำได้อะไรยังไงกันยังไงก็ ค่อยๆมีชมรม มีหมู่กลุ่ม เกษตรอโศก ที่จะค่อยๆส่งข่าวส่งคราวถึงกัน ทุกวันนี้สื่อสารเราก็ อาศัย มันก็ติดต่อกันง่าย มีเรื่องราวอะไรช่วยเหลือเฟือฟายกันได้ทันท่วงที หมุนเวียนกัน สร้างระบบบุญนิยม เกื้อกูลกันให้เห็นบุญมากกว่าเห็นเงินเห็นทอง เป็นทาสน้ำเงินน่ะมันไม่ดี หรอก มันโหดร้ายรุนแรง มีน้ำใจเกื้อกูล สร้างบุญ เผื่อแผ่เอื้อเฟื้อกันอยู่ในแวดวงของพวก เราก่อนก็ดี ถ้าเป็นไปได้ คนอื่นเขาก็จะมาเห็นความจริงนี้ตาม เขาก็เอาตามเอง ใคร เอาตามก็เป็นบุญของเขา ใครไม่เอา เราก็เอาบุญของเราเรื่อยไปนะ ใช่ไหม อันนี้เป็น มรดกของชีวิต เป็นมรดกขั้นกรรมเลยทีเดียวนะ กรรมใครกรรมมันเลยนะ มีคนแสดงความเห็นขึ้นมาเลย พวกเรานี่ ไม่ฟังนะ พอมีอะไรหยุดไปปั๊บ ช่วยคิดเลย ออกมาเลย แล้วอาตมาพูดอะไรตั้งยาวนี่รู้เรื่องหรือเปล่า มัวนั่งคิดเขียนอยู่นี่ เรื่องบูชาดิน น้ำ ไฟ ลม ดิฉันคิดว่าพ่อท่านก็พาทำอยู่ เน้นอยู่แล้ว ในรูปทำ เกษตรอย่างธรรมชาติบ้าง อนุรักษ์ธรรมชาติบ้าง สร้างธรรมชาติให้สมดุลบ้าง ทั้งกระตุ้น ด้วยการพาทำ ด้วยรูปแบบหมู่บ้านพุทธเกษตร ซึ่งมีอิทธิพลโดยอ้อมและโดยตรง ให้พวกเรา ชาวเมืองหันมานิยมซาบซึ้งซับซาบกับธรรมชาติได้ไม่น้อยแล้วค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการบูชา ดิน น้ำ ไฟ ลม อย่างไร้รูปแบบอยู่ในตัวเอง ดิฉันจึงขอสนับสนุนให้พ่อท่านปลุกไฟในด้านนี้ ต่อไป อย่าหยุดยั้ง ตอบ ขอบคุณที่มาใส่ไฟให้อาตมาอีก อาตมาก็จะปลุกให้ลุกต่อไปอีก ในการที่จะใส่ ไฟต่อไปอีก ที่อาตมาพูดว่าจะบูชา ทำพิธีบูชาดิน น้ำ ไฟ ลม มันเป็นยัญพิธีชนิดหนึ่ง ที่ทำ แล้วมันก็จะเสริมหนุนทำให้พวกเรานี่เข้าใจว่า ทำไมเราต้องบูชาสิ่งนี้ ทำไมเราต้อง ยกย่องสิ่งนี้ ทำไมเราต้องเทิดทูนสิ่งนี้ ถ้าเทิดทูนมนุษย์ผู้เป็นคนดี เชิดชูบูชา มีพิธีไหว้ครู พิธีกราบ พิธีไหว้ ไหว้ครู ไหว้พ่อไหว้แม่ หรือว่าทำการเชิดชูบูชา ระลึกถึงบุญคุณอะไร ต่างๆนานา มันเป็นยัญพิธี เป็นองค์ประกอบของ เป็นกรรมกิริยาของมนุษย์น่ะ เป็นสื่อที่นำ พาให้คนเราได้รู้จุด จุดนำ จุดพา จุดชี้ว่า เออ! อันนี้มันหมายถึงอะไร แล้วเราทำ ทำ ทำไม ต้องทำไว้ ทำทำไม ต้องทำไว้ ทำไว้เพื่อให้รู้ว่าอะไรสูงอะไรต่ำ อะไรดี อะไร ไม่ดี อะไรควร อะไรไม่ควร ต้องทำไว้ ถ้าไม่ทำแล้วก็จะลืมจะเลือน เพราะฉะนั้นแม้แต่ ดิน น้ำ ไฟ ลม อาตมาก็ว่า ถ้าทำพิธี พยายามที่จะมีรูปแบบอะไรซักอันหนึ่ง สังขาร หรือ ว่าปรุงวิธีขึ้นมา มีรูปแบบทำ เพื่อที่เราจะได้รำลึกกันจริงๆด้วย และก็ได้บอกได้สอนได้ กล่าวกัน ได้แนะนำว่า เราทำพิธีนี้เพื่ออะไร ทำไปมีความหมายอะไร ก็กระจายความกัน ให้ได้เอาจิตใจนี่เข้ามาระลึก เข้ามาเห็นให้ลึกซึ้งว่า เราจะปลดปล่อย หรือว่าเราจะ ทอดทิ้งไม่ได้นะ สิ่งเหล่านี้เราจะปล่อยปละละเลยลืมเลือนง่ายๆไม่ได้ เราจะต้องระลึก เสมอ เราจะต้องเตือนตนเสมอ ว่าสิ่งเหล่านี้นี่ ถ้าเราไม่เอาใจใส่ เราไม่ช่วยเหลือ เฟือฟาย หรือเราไม่รู้ความจริง เราไม่มีปัญญา ว่าความจริงมันควรเป็นเช่นใด มันเปลี่ยน แปลงไปหรือไม่ มันเสื่อมโทรม หรือว่ามันเจริญงอกงามดี หรือว่ามันยังสมดุลอยู่ งอกงาม อย่างสมดุลอยู่ มันเกินไปหรือเปล่า น้อยไปหรือเปล่า เราจะได้ศึกษา จะได้รู้ได้เตือนตน อยู่เสมอ ไม่ปล่อยปละละเลย มันจะเป็นคุณค่า และรักษาทุกอย่าง รักษาทั้งระบบสังคม มนุษยชาติ รักษาความรู้ รักษาทุกอย่างเลย ดิน น้ำ ไฟ ลม วัสดุ สิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา ครบพร้อม น่ะ มันจะเป็นเช่นนั้น เอ้า! ทีนี้ก็มาตั้งต้นตอบปัญหาอีก เกริ่นๆ มีอะไรแซงขึ้นมา ไม่เจตนาจะพูด เรื่องนี้ยาวอะไรมากขนาดนี้ แต่มันพูดไปแล้ว ก็เอ้า! พูดให้มันแล้วไปบ้าง ที่จริงยาวกว่านี้ตลอดชั่วโมงเลยก็ได้ แต่เอาล่ะ เดี๋ยวไม่ได้ตอบปัญหากัน นี่เป็นปึ๊งๆเลย ถาม ถ้าพ่อท่าน และสมณพราหมณ์ สิกขมาต ชนะคดี จะมีผลอย่างไร และ พ่อท่าน จะดำเนินการอย่างไรต่อไปครับ เช่นเปลี่ยนชุด ฯลฯ ตอบ อาตมาไม่ใช่หมอดู และอาตมาจะไม่พยายามที่จะเป็นหมอดู เพราะฉะนั้น คำตอบก็คือ ตอบไม่ได้ ตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่หมอดู ไม่ใช่หมอเดา และอย่าดู และ อย่าเดา เพราะหมอเดา คนมันถึงได้อยากร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive