590518_พ่อครูเทศน์เปิดค่ายเปิดเทอม สัมมาสิกขาศีรษะอโศก ๒๕๕๙.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์335 KB
วันที่แก้ไข7 มกราคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590518 พ่อครูเทศน์เปิดค่ายเปิดเทอม สัมมาสิกขาศีรษะอโศก ๒๕๕๙ พ่อครูว่า... การเรียนที่นี่เป็นการเรียนเพื่อลดอัตตา ไม่มีที่ไหนในโลกเขาสอนลดอัตตากันแบบที่นี่หรอก มีแต่จะสอนให้ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ ไหลมาเทมา แต่รร.สัมมาสิกขาไม่สอนให้ไปได้ลาภยศสรรเสริญ แต่สอนมาให้เป็นคนจนด้วยซ้ำ แล้วจนอย่างพึ่งตนเองได้ เราพอกินมีกินมีใช้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราแล้วเหลือกินเหลือใช้ด้วย เผื่อแผ่ผู้อื่นไป เราจึงมีน้อยและไม่รวย แต่เป็นคุณค่าของมนุษย์ สอดคล้องกับพระราชดำรัส ให้มาเอาแบบคนจน ที่คนมีปัญญาเท่านั้นที่จะเข้าใจ ตั้งใจศึกษาฝึกฝนอบรมให้ดี เพราะมันต้องย้อนแย้งทวนกระแสกับโลกๆเขา เพราะใจเราจะไปแบบโลกๆ แย่งลาภ ยศ สรรเสริญ แย่งกามแย่งอัตตากับเขาแต่ที่นี่จะสอนให้มาลด ที่ย้อนแย้งกับทางโลกเขา ตั้งใจเรียนดีๆเราจะได้ความจริงอันประเสริฐเป็นความรู้ของพพจ. ฟังไว้ดีๆ หลวงปู่บอกนี้ไม่เหมือนกับโลกๆเขา เป็นเรื่องประเสริฐ เราไม่เป็นหนี้ไม่เป็นขี้ข้า ไม่เป็นทาสใคร เราพึ่งตนเองได้ และไม่โลภ ไม่เอาเปรียบใครไม่กอบโกยที่จะทำให้เศรษฐกิจติดขัด ที่จะไปศึกษาให้เก่งความรู้มากแล้วเอาไปดูดจากคนอื่น เป็นเศรษฐศาสตร์ทำลายสังคม เขาก็เดือดร้อนกันทั่วไป ถ้ามาสอนแบบทิศทางสัมมาสิกขาสอนโลกไม่เดือดร้อนไม่เบียดเบียนไม่ฆ่าแกงกันเลย แต่เขาคิดไม่ถึง เข้าใจยังไม่ได้ การศึกษาที่นี่จึงต้องอดทนตั้งใจเรียนตั้งใจทำความเข้าใจให้ได้ แล้วเราจะไม่สับสนไม่งง ไม่หนัก แต่ถ้างง ก็จะยากหนัก ไปไม่ค่อยได้ ต้องทำความเข้าใจให้ดีๆ ขนาดน่าป่าต้นโพธิ์ยังตอบว่าเข้าใจได้ คนโตๆจะเข้าใจไม่ได้หรือ? ตั้งใจเรียนจริงๆอย่างหลวงปู่บอก มันเป็นเรื่องไม่เหมือนใคร แต่ประหลาด แน่นอนเรามีสัญชาติญาณเดิม เป็นคนโลกีย์มันต้องรู้สึกทวนกระแส ต้องทำความเข้าใจให้ได้ ที่นี่มา

อ่านต่อ

ศึกษาแล้วจะเป็นคนเสียสละ มีคุณค่าประโยชน์แก่คนอื่นไม่ใช่คนขี้โลภ เอาเปรียบเอารัด เอามามากๆ ไม่ใช่ ใครอยากถามอะไรถามดีกว่า…. ?ตอนพ่อครูเป็นเด็กดื้อไหม? ตอบ...ตอนเด็กไม่ดื้อมีแต่ขยันทำงาน โดยที่ทางบ้านไม่ต้องบอก อะไรเกิดคุณค่าประโยชน์ไม่ว่าสูงหรือต่ำ เป็นกรรมกรก็ทำหมด อะไรที่เห็นว่าไม่ผิดกฎหมายหรือธรรมเนียม ตามปัญญาตนที่เห็นว่ามีคุณค่าประโยชน์ ไม่เหมือนเด็กทั้งหลายที่จะหาแต่เวลาไปเล่น หลวงปู่ไม่ค่อยเป็นเท่าที่รู้ตัวเอง ?เคยโดนแม่ตีไหม? ตอบ...ในชีวิตเคยโดนแม่ตี ๑ ครั้งใช้ไม้บรรทัดตีที่แขน จำเรื่องไม่ได้แล้ว ไม่เคยไปทำอะไรไม่ค่อยดี เช่น ยุคหลวงปู่มีญวน มีแกว มาเยอะ เขาก็หาอาชีพทำ เขาทำแข็งหลอดขาย หลวงปู่ก็ไปรับแข็งหลอดเขา เหมือนเด็กญวน เด็กแกวทำกัน ถือเป็นอาชีพต่างชาติ ต่ำที่มาอาศัยใบบุญประเทศไทย เด็กไทยไม่มีใครกล้าไปทำหรอก หลวงปู่ก็ไปขาย ปรากฏว่าแปลกขายดี เพราะว่า ร้องขายเป็นบทกลอนก็ขายดี ไม่มีอะไรจะขายก็เอาเม็ดมะขามคั่วไปขาย สมัยก่อนมีการละเล่น ลูกมะขาม เม็ดมะค่าแต้ เม็ดน้อยหน่า เม็ดมะขามมีมากก็เอาไปคั่วใส่เกลือนิดหน่อยแล้วใส่กระทงขาย ปรากฏว่าขายได้ จนตอนหลังมีคนทำตามเอาไปขายด้วย เป็นต้น เป็นคนทำขยันขายของ อยู่พิบูลฯ ตื่นแต่เช้าตีสามตีสี่ เดินไปโน่น ดักคนที่มาจากภายนอกเมืองมาขาย เราก็ดักไว้ก่อนซื้อเขาไว้ก่อน เรารู้ราคาตลาด ซื้อถูกมาขายแพง หลายคนเขาก็รีบขายไม่แพงนัก เราซื้อที่ถูกแล้วเอามาขายตลาด ขายเสร็จแล้วก็ไปรร. ไม่ต้องขอเงินแม่ แต่ไม่ต้องพูดหรอกว่าแอบตกปลาตามประสาเขาก็ทำอยู่ ออกไปติดจักจั่น ทำไปสารพัด เด็กๆน่ะ หลวงปู่อายุไม่กี่ขวบหรอก อยู่พิบูลฯอยู่ม.๓ หรือม.๔ เรียนรร.วัดกลาง อย่างม.๑ นี่เป็นคนรับใช้เขา ที่จริงไปอาศัยเขา แม่ให้เดือนละ ๒๐ บาทค่าไปอยู่กับเขา แต่เขาใช้ยิ่งกว่าคนใช้ตอนนั้นอายุ ๙ หรือ ๑๐ ขวบ อยู่ม.๑ สมัยก่อนจบป.๔ หรือเท่ากับป.๕ สมัยนี้ ทนทั้งปี ไม่อยากอยู่แม่ก็ไม่ยอม บอกว่าต้องอยู่ให้ได้ จนสิ้นปีอย่างนี้เป็นต้น ต่อมาก็มาอยู่วารินฯ ส่งให้คนเขาฝึกให้ทำงานสารพัด แล้วอยู่กับครอบครัวที่เขาเลือกแล้ว ขยันประหยัดมัธยัสถ์ ไม่มีทิ้งของ เก็บเอาไว้ทำประโยชน์ เขามีร้านขายของ ถึงเวลากลางวันเขาเอาของไปขายที่รร.หลวงปู่ก็ต้องตื่นมาทำ ทำขนม น้ำพริก นึ่งข้าว แล้วเอาไปส่งร้านที่ขายที่รร. แต่หลวงปู่จะกินต้องซื้อเอานะ ของที่เราทำเองเราต้องซื้อเขากินนะ เจออาการหนักมาก เขาให้ไปตลาดตอนสายด้วย แบกของจากตลาด เคยไปคอนกระจาบข้าวปุ้น แต่มันคว่ำ ก็โดนหักเงินเลย บอกแม่ไปว่าทำของเสียคลุกขี้ดิน ยังจำได้เลย พอเวลาว่างไม่ได้ ว่างต้องขัดกะลา มะพร้าวทุกลูกที่ทำอาหาร เขาไม่มีทุบกะลา ต้องเลื่อยทุกลูก ตัดเฉพาะส่วนบน เอาตัวมันมาทำกระบวย ทั้งนั้นเก็บไว้ ว่างก็ขูดข้างในให้ออกหมด ขูดข้างนอก เอาท้องบุ้งหยาบขูดก่อนแล้วเอาละเอียดขูด แล้วขัดให้เรียบมัน วันเสาร์อาทิตย์พาออกไหลมอง หาปลา ก่อนไปหาปลาต้องเข้าป่าตัดไม้ที่จะทำคันกระบวยเอามามัดไว้ รุ่งเช้าได้ปลาก็ร้อยเป็นพวงแล้วแบกไม้ที่จะทำกระบวย คานเอาปลาที่ร้อยไว้มา ไม้สดนี่มันหนักนะ ไม่ใช้ไม้คานหาบมานะ กว่าจะถึงบ้านพักไม่รู้กี่ครั้ง เป็นต้น ว่างเมื่อไหร่ ให้ตักน้ำ ใช้ไม้ส้าวจ้วงตักน้ำนะ ต้องรดหมดก่อนจะอาบน้ำเย็นก่อนจะไปรร.เช้า ใช้สบู่ หลวงปู่เอาก้อนสบู่ถูโดยตรงนี่โดนว่านะ ต้องเอาสบู่ถูกกับมือก่อนแล้วค่อยถูตัว จะได้ไม่เปลือง ให้ขูดมะพร้าวทำขนมไทยๆต่างๆ ขนมถั่วแปป ขนมใส่ไส้ สารพัดขนม มันก็เกิดความรู้ เรื่องเล่นไม่เคยไปได้เล่น เขาจะไปเตะบอล วิ่งอะไร อย่าหวังเลย ก็เป็นคนที่ทำงานเป็นสามัญอยู่ว่างไม่เป็น เวลาโตมาแล้วรับผิดชอบเลี้ยงน้อง ห้าคน เราก็ทำงานไม่ทัน เห็นบ้านข้างๆหอพัก ที่บ้านเรามีที่ว่างหน้าบ้าน คนอื่นมันก็มีเวลามาเล่น เราก็คิดว่าทำไมมามีเวลาเล่นได้ ไม่ทำงานหรือไง เราทำงานไม่มีเวลาว่างเลย แต่เราก็ไม่ว่าเขาก็เล่นไป แต่คิดในใจตนเอง ก็เป็นคนมีนิสัยแบบนั้นเป็นคนนิสัยแบบนี้ ปัจจุบันก็ไม่ขี้เกียจ เป็นปกติ ถ้าอยู่เฉยเล่นหัวไปทำทำไม เวลาเอาไปทำประโยชน์ได้ ใจไม่ได้เศร้าหมองแต่รื่นเริงในการทำงาน…. จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน