590601_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ธรรมกายไม่ใช่พุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590601_รายการพุทธศาสนาตามภูมิ ที่สันติอโศก เรื่องธรรมกายไม่ใช่พุทธ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์
พ่อครูว่า...วันนี้วันพุธที่ 1 มิถุนายน 2559 ทุกวินาทีเป็นวินาทีที่ทำให้เกิดบุญ ตราบใดที่ยังไม่หมดบุญผู้ใดหมดบุญแล้วก็ไม่ต้องทำบุญอีกจบ ผู้ใดที่ยังจะต้องใช้บุญจะต้องทำบุญก็ทำไปทุกวินาทีให้จบให้ได้ ทำบุญนี้ยิ่งใหญ่เพราะไม่รู้จักคำว่า “บุญ”ก็เลยต้องสร้างวิบากมหาศาลในนามไชยบูลย์ สุทธิผล เขาเข้าใจคำว่า “บุญ”ไม่ได้ เข้าใจคำว่า “บุญ” เป็นมิจฉาทิฏฐิ นึกว่าบุญเป็นเครื่องที่น่ามี น่าได้ น่าเป็น เขาก็ต้องได้ คนอื่นก็ต้องได้มากเท่าใดเท่านั้น เขาหลงว่าเป็นของน่าได้ หลงผิดจริงๆ เป็นคนมืดบอด บุญนี้เป็นของอสุภะ ไม่น่าได้ น่ามี น่าเป็น แต่เป็นเรื่องต้องทำ ผู้ใดทำกรรมกิริยาบุญเสร็จ จะมีฤทธิ์ทำลายบาป กิเลส จากจิตสันดาน แม้เขารู้ว่าอันนี้กำลังโกหก ก็ยังโกหกได้ลงคอ จับได้ไล่ทันก็ไม่รับ คุณว่าคุณไชยบูลย์ตอนนี้ทุกข์ไหม...ทุกข์ เขาเข้าใจผิดคำว่า “กาย” เขาไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจธรรมะ 2 ที่จะทำให้เป็นธรรมะ 1 ได้อย่างไร กายคือธรรมะ 2 คือรูป คือนาม เขาจะรู้ว่ารูปนามคืออะไรก็คงไม่รู้ ถ้าเขารู้อย่างอาตมา เขาจะไม่ทำอย่างอาตมาไม่ทำ เขาจะทำแบบอาตมาก็จะสบาย เขาหลงกายที่ผิดว่า เป็นเทวดา เป็นวิสุทธิเทพ เป็นพระพุทธเจ้าไปด้วย เอวังเลยแบบนี้ อาตมาก็สงสารทั้งตัวเขาและคนที่ถูกเขาหลอก เป็นหน้าที่อาตมาต้องตำหนิ อาตมาอ่านหนังสือ คอลัมนิสต์ก็เขียนแต่เรื่องนี้ ก็เลยตัดมานิดหน่อย เอาที่เขาโกหกตัวแรกคือคุณศุภชัย แกบอกว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ที่ทำร่วมกันเป็นกิจการหมื่นล้านไม่ใช่น้อยๆ ศุภชัยก็มาสารภาพผิด สำนึกแล้ว แต่ไชยบูลย์ยังโกหกต่อไปอีก อาตมาชอบข้อเขียนของจิตรกร บุษบา...แนวหน้าวันนี้ คอลัมน์เส้นใต้บรรทัด _ขอตอ
อ่านต่อ
บประเด็นต่างๆ ของทั้งมหานพพรและภาสุระเสียเลยว่า
1) รู้ “ละอายแก่ปาก-แก่ใจ” (หิริ-โอตตัปปะ) ด้วยการหยุดบิดเบือน บ่ายเบี่ยง เลี่ยงบาลี กันเสียทีเถอะ หากยังแน่ใจที่จะเรียกตัวเองว่า “พระ” กันอยู่ ศีล 5 มีอยู่ข้อหนึ่งคือ ห้ามมุสา แต่ท่านถือศีลสองร้อยกว่าข้อ ยังกล้าใช้วาจา “ปรุงแต่ง” ให้เรื่องราวไกลจากความบริสุทธิ์แห่งความจริงแท้ได้ขนาดนี้เชียวหรือ? 2) ถามหน่อย ว่าเรื่องนี้ “บานปลาย” เพราะอะไร เพราะธัมมชโยแต่เพียงผู้เดียวที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ว่ากระทำความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ไม่เกี่ยวกับความเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องชักแม่น้ำใดๆ มากล่าวอ้างให้เสียเวลา แค่นำตัวธัมมชโยมา “รับทราบข้อกล่าวหา” แล้วพิสูจน์ตัวเองด้วยความบริสุทธิ์ ที่บรรดาลูกศิษย์ต่างขึ้นป้ายและใส่เสื้อว่า “เราเชื่อในความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อ” ถ้าเชื่อก็เอาตัวมา ไม่ใช่กันตัวออกไปจากการตรวจสอบ 3) ถ้าจะอ้าง “พระพุทธศาสนา” ก็ตอบมาเสียก่อนว่า คำสอนที่ธัมมชโยสอน ถูกต้องตามพระธรรมวินัยและเนื้อหาตามพระไตรปิฎกของพระพุทธศาสนาไหม เช่น ถวายข้าวพระพุทธเจ้าในอายตนะนิพพาน, การอวดอุตริมนุสสธรรม ด้วยการเล่าเป็นตุเป็นตะ ว่าสตีฟจ๊อบส์ ตายแล้วไปไหน เพราะอะไร ยังไม่รวมเรื่องขำขันประเภท แม่ชีปัดระเบิด ค้อนเคาะกรรม และงานอีเว้นต์อวดอุตริ ค้าสวรรค์ ขายบุญ ฯลฯ 4) พระพุทธศาสนาตั้งแต่แรกมีจนถึงทุกวันนี้ ส่งเสริมให้ “กู้ยืมเงิน” หรือ “เข้าถึงสินเชื่อเพื่อการทำบุญ” ไหม การตั้งสหกรณ์มงคลเศรษฐีขึ้นในวัด แล้วให้คนกู้ไปทำบุญ ใช้หลักการของพระพุทธศาสนาที่สุจริตและบริสุทธิ์ไหม หรือเป็นแค่องค์กรเหลือบไรที่เอาพระพุทธศาสนามาบังหน้า ขายสินค้า ค้าบริการ นำทางสู่สวรรค์ เพื่อ “โน้มทรัพย์” คนที่หลงเชื่อไปเป็นของตัว แล้วนำไปตั้งมูลนิธิ ตั้งบริษัท ซื้อที่ดิน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ทั้งหมดเป็นกิจการแห่งพระพุทธศาสนา วัด พระ หรือเดียรถีย์ปลอมบวช? ตอบมา
พ่อครูว่า… เป็นเรื่องอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตนสมบูรณ์แบบ มีการบอกว่า หาวทีหนึ่งฝันเป็นตุเป็นตะ เป็นต้น….พระพุทธเจ้าว่าคนโกหกทั้งๆ ที่รู้ ไม่มีความชั่วใดที่เขาทำไม่ได้ ไม่ได้ใส่ความนะ
5) ดังนั้น ธัมมชโยใม่ใช่ “พระพุทธศาสนา” เช่นดียวกับ “ธรรมกาย” อย่ายกหางตัวเองกันสูงขนาดนั้น แต่เมื่ออ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งพระพุทธศาสนา ก็ต้องพร้อมกับ “การตรวจสอบ” ไม่ใช่พอถูกตรวจสอบ กลับใช้คำใหญ่คำโต “อัพราคา” ว่ามีขบวนการ “ทำลายพระพุทธศาสนา” พวกค้าบุญ ขายสวรรค์ นี่ต่างหากล่ะ ที่พาคนไปงมงาย สิ้นปัญญา เป็น “เชื้อโรคในพระพุทธศาสนา” ที่ทำให้ศาสนาโดยรวมอ่อนแอ กลายเป็นบริษัท ที่เน้น “ผลประกอบการ” กับ “จำนวนสมาชิก” ผ่านการตลาดที่มี “อีเว้นต์” เน้นความใหญ่โต อลังการ แทนการสมถะ ลด ละ และปล่อยวาง อย่างที่พระพุทธศาสนาเน้น 6) เอาเด็กชาวเขามาบวชกันปีละเป็นหมื่นเป็นแสน วัดเครือข่ายมีอีกมหาศาล ถามว่าจำนวนพระที่สอบได้ “เปรียญธรรม” ชั้นต่างๆ โดยเฉพาะ “เปรียญ 9” มีกี่คน? สำนักเรียนจนๆ เล็กๆ อย่างวัดโมลีโลกยาราม และวัดอื่นๆ ยังมีสถิติสอบได้ ดีกว่าวัดพระธรรมกายไม่รู้ตั้งกี่เท่า แปลว่าอะไร แปลว่าไม่ได้เน้น “คุณภาพการศึกษา” ทั้งๆ ที่พรั่งพร้อมทั้งเงินและญาติโยม ปัญญา” จึงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ลัทธินี้ “มุ่งสร้าง” ใช่หรือไม่ 7) ธัมมชโย ต้องข้อกล่าวหาว่า สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ซึ่งกระบวนการพิสูจน์ไม่ได้ยากเย็นเลย ถ้าแค่มีโยมเอาเงินมาถวาย ก็หลุด แต่ถ้าไปสมคบ รู้กัน หรือให้ความร่วมมือกับโยม เอาเงินจากสหกรณ์หนึ่ง ปล่อยให้คนทนทุกข์อกไหม้ไส้ขมมาเป็นสิบๆ ปี ยักย้ายถ่ายเทเงินมาไว้ที่อีกสหกรณ์หนึ่ง ซึ่งข้องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย และเงินอีกหลายส่วนถวายธัมมชโย มูลนิธิต่างๆ ของวัด และพระลูกวัด ที่บางรูปสึกไปตั้งบริษัทรวยเป็นร้อยล้านพันล้าน บางนิติบุคคล เอาเงินที่ได้มาจากสหกรณ์นั้น ไปซื้อที่ดิน แล้ววกมาถวายให้ธัมมชโยอีก เขาก็ต้องกล่าวหาคุณ เพราะรูปการมันเป็นการ “ฟอกเงิน” ไม่ใช่แค่มีคนเอาเงินมาทำบุญแบบธรรมดาๆ คุณก็แค่มารับทราบข้อกล่าวหา ปฏิเสธ และสู้คดี ก็เท่านี้เอง ไฉนกลับทำเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องกลั่นแกล้ง “ภิกษุชราอาพาธ” เหมือนดอกเตอร์หญิงโง่ๆ บางคนพยายามเล่นคำ เพื่อปลุกระดมคน หรือทำให้เป็นเรื่อง “ทำลายพระพุทธศาสนา” ไปโน่น 8) ถามว่าจนถึงบัดนี้ มีใคร “ใช้ความรุนแรง” กับธัมมชโยบ้าง เขียนกัน พูดกัน แถลงกันเป็นตุเป็นตะ ดัดจริตเรียกหา “สันติวิธี” เป็นชาวพุทธต้องรู้จักใช้ “ปัญญา” ไต่สวนทวนความ หา “เหตุ” แห่งปัญหา ตามที่พระศาสดาทรงสอน ไม่ใช่ใช้ “เครือข่าย” ส่งอีเมล์บ้าๆ บอๆ มาต่อล้อต่อเถียง เบี่ยงประเด็น “ฟอกเงิน” ไปเป็นเรื่องอื่น 9) อ้างมาตลอดว่าป่วย แต่ใบรับรองแพทย์ไม่สุจริต แล้วยังมีหน้าให้คนกราบไหว้อยู่ได้ ไม่อายโลก กะอีแค่ใบรับรองแพทย์ ที่หากป่วยจริง โรงพยาบาลไหนเขาก็พร้อมจะออกให้อย่าง “ตรงไปตรงมา” ได้ทั้งนั้น ทำไมไม่ไปโรงพยาบาล ให้มันชัดเจน สง่างาม ว่าป่วยจริง อย่าอ้างนะว่าขยับตัวไม่ได้เลย ทุกวันนี้ แพทย์เขามีระบบ “รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน” ที่พัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ 10) ไอ้ที่ยืนยันว่ายังอยู่ในวัด ก็ไม่มีอะไรให้คนเขาเชื่อถือได้ นอกจากเชื่อกันเอง ถามว่ามีลูกศิษย์กี่คนในรอบหลายเดือนมานี้ ที่ได้เห็นธัมมชโยนอนป่วยสาหัสอย่างที่แถลง เพราะก่อนหน้านี้ยังออกมารับประกาศรางวัล ออกไปปล่อยนกในวันเกิดลูกศิษย์ได้อยู่เลย 11) ธัมมชโยจะได้รางวัลจากองค์กรไหนมาบ้างก็ช่าง การเป็นภิกษุชราอาพาธก็ดี การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาทั้งชีวิต ตามที่ลูกศิษย์อวยกันนักก็ดี การสอนสมาธิ มีสาขาวัดอยู่ทั่วโลกก็ดี หรือการอ้างว่า “องค์กร IBEI ในประเทศอินเดีย ยังได้มอบประกาศเกียรติคุณกับพระธัมมชโยที่เป็นผู้สร้างสันติ ทำงานเพื่อสันติภาพโลกอีกด้วย” ก็ดี มันช่วยให้เขาพ้นข้อกล่าวหาว่า “สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร” ได้มั้ย? ทำดีกับทำชั่ว หักกลบลบหนี้กันได้มั้ย? พอเถอะ หยุดตลบตะแลงให้สังคมระแวงแคลงใจ ถูกกล่าวหาว่าอะไร ก็เดินนำลูกศิษย์ออกมาพิสูจน์ตัว ว่าไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา อย่าทำตัวเป็นพวกนักร้องดารา ที่ถูกกล่าวหาว่าทำผู้หญิงท้อง แต่พอถูกเรียกร้องให้ตรวจดีเอ็นเอ กลับไม่ยอมตรวจ แล้วคนทั่วไปเขาจะคิดเป็นอื่นได้อย่างไร นอกเสียจากคิดว่า “มึงทำเขาท้องแน่ๆ”
Sms 31พ.ค.59 _0863935xxx · พ่อครูเทศน์ได้จับใจถึงแก่นแท้พระธรรมอย่างแท้จริง หาฟังที่ไหนยาก ถูกใจจริงๆ ดูพ่อครูในทีวีตั้งแต่ทีวีช่อง4 บัดนี้ก็ยังดูอยู่ อัศจรรย์แท้ เทคนิคบุญนิยมทีวียอดเยี่ยม สวยมากค่ะ _0888255xxx · ใช้คนเป็นพันๆ เป็นโล่ป้องกันตัวเองคนเดียวนะคิดได้ไงเจ้ _0893867xxx · ถ้าผู้น้อยไม่เจอกทธ.ก็คงไม่รู้จักกายอันสัมมาทิฏฐิเข้าไม่ถึงบุญที่ถูกทางจากพ่อครูฯ คงหลงบุญสวรรค์เลยนิพพานหลุดโลกตกขอบจักรวาลไปแล้ว!
พ่อครูว่า… อาการในระดับอุตุ มันไม่รู้เรื่องหรอก แล้วมันก็มาทำงานจับตัวปรุงแต่งเป็นพีชนิยาม เป็นอัตตา ish เข้าใจสภาวะ i ต่างจาก he ต่างจาก she อย่างไร รู้ว่าพลังงานเบาแรงอย่างไร อย่างใดเป็น he อย่างใดลีลาเป็น she เราเป็น i ที่เหมือน she หรือ he จะเห็นความต่าง อ่านพลังงานละเอียด แยกอุตุ พีช จิต นิยามได้ จึงสามารถจัดอภิสังขาร ปรุงแต่งจัดการเองเลย ให้แต่พลังงานอย่างนี้เกิด จะให้เกิดเพียงเท่านี้ๆ เหมือนช่างใหญ่ วิศวกร พลังงานเท่านี้ๆ คุณก็เหมือนวิศวกรใหญ่ที่จัดแจงได้สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องนิยาย ไม่ใช่เรื่องตลกนะ อยากได้อยากเป็นไหม วิศวกรทางวิญญาณ เมื่อคุณทำส่วนแห่งบุญได้เป็นลำดับ จนหมด อปุญญะ ต่อจากนั้นมีแต่สั่งสมกุศล อเนญชา มีความแน่น แข็งแรงของพลังงานที่คุณได้ควบแน่นไปเรื่อยๆ ต้องชัดเจนว่า บุญคืออะไร บาปคืออะไร
_0805925xxx · ชะตาตนมิอาจรู้นี่แหละคือวิบากกรรมธัมมี่ดังจนดับชิตังเมใกล้ซังเต? _0893867xxx · กราบขอบคุณพ่อครูสอนให้รู้กายถูกตรงจิตมโนวิญญาณ!รู้บุญถูกทางปุญญาภิสังขาร!รู้จิตถูกต้องทำโดยชอบตรงตามสัจธรรม! ตาม หลักธรรมที่ปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม 37 ครบครันสาธุ _0893867xxx · กายในนิยามของธก.มุ่งแต่มโนมยิทธิสร้างลูกแก้วลวงตาหลอกใจหลงเลยปุญญักเขตตยากหลุดพ้นกิเลสาสวะในตัวตน! _0893867xxx · ขอบคุณบุญนิยมกับบุญในนิยามพ่อครูคืออาวุธเครื่องมือประหารกิเลส!ดังเปาปุ้นจิ้นประหารนักโทษด้วยเครื่องประหารหัวสัตว์ทุกระดับ!ประหารรรเหม่ม่ม่ฉับ!
พ่อครูว่า… เขาหลงว่า ชื่อเขา ไชยบูลย์เป็นกุศล แต่เนื้อแท้ตัวเขาไม่ใช่ เขาเป็นดำ แต่ยึดว่าเขาขาว แม้ชื่อก็เป็นอสัจจะ เขาไม่ใช่ ไชยบูลย์ แต่เขา อไชยบูลย์ มีความเต็มในความไม่ชนะ ขี้แพ้มาตลอด อสุรกายตัวใหญ่ ก็เห็นหลัดๆ
_0805925xxx · คสชสยบแม้ว ดีเอสไอสยบธัมมี่โอ้มายก๊อด? 0816800xxx · ธัมมี่กำลังตกนรกบนโลกใบนี้ทั้งเป็นค่ะ _จากไลน์...Sayan · คำถามคะ พ่อท่านคะ ลูกพาพี่สาวที่เป็นธรรมกายระดับผู้นำไปที่นาแรงรักแล้ว ท่านตรงมั่นก็พยายามอธิบายธรรมของพระพุทธเจ้าให้ฟัง แต่เห็นอาการของพี่อึดอัดลุกหนีออกไป แบบนี้ถือว่าลูกทำดีที่สุดแล้วใช่ไหมคะ ที่เหลือก็สุดแต่วิบากของเขาใช่ไหมคะ?
พ่อครูว่า… ใช่ ทำดีที่สุดแล้ว เพราะเป็นเนยบุคคลที่ยากเข้าถึง อาจเป็นปทปรมะอยู่ เป็นบัวใต้ตึก ใต้คอนกรีต ฟังแล้วไม่เข้าไม่ชอบใจด้วย
_Keawla Loveking (เฟสบุค บุญนิยมทีวี) · เมื่อคืนปิดร้านสามทุ่มเปิดทีวีฟังธรรมพ่อท่านนอนเกือบเที่ยงคืนเกือบจะทุกวันลูกเลยได้ทำวัดสายทุกวันเกือบหกโมงเปิดทีวีเบาๆ ทำวัดไปด้วยจะผิดไหมเจ้าค่ะ
_สมศักดิ์ มณีแสง(เฟสบุคกองทัพธรรมFP) · ใครตอบหน่อยได้ไหมครับ ผมเคยนับถือสมณพ่อโพธิรักษ์ แต่เมื่อวานได้ยินท่านพูดว่า ปฏิบัติสายหลวงปู่มั่นคือสีดำปฏิบัติสายธรรมกายคือสีขาว ซึ่งสีดำไม่มีปัญหาเพราะมืดแล้วจบ แต่สีขาวมีปัญหามากมายไม่จบไม่สิ้น แต่ว่าปฏิบัติสายหลวงปู่มั่นแล้วจะไม่มีทางสำเร็จอรหันต์ จะให้หมายความว่าอย่างไร แล้วพระอรหันต์สายหลวงปู่มั่นที่มีอยู่ทุกวันนี้ท่านไม่สำเร็จเลยหรือในสายตาของสันติอโศก ถ้าไม่ตอบให้กระจ่าง ก็จะขอเลิกศรัทธาสายสันติอโศกตลอดชีวิต
พ่อครูว่า… อาตมาได้แยกแยะไปแล้วว่า ธรรมะมี 2 สาย สายสุภกิณหา (อ.มั่น) และสาย อาภัสรา(ธรรมกาย) สาย อ.มั่นจะดับนิโรธก็ดับปี๋ดำ เป็นกิณหะ(แปลว่าดำ) ทั้ง 2 สายอธิบายได้จาก พรหม 16 ชั้น คำว่า “พรหม” คือผู้รู้จักสัจธรรม สามารถจับอาการกิเลสได้ ทำกิเลสลดได้ เกิดความจริงที่กิเลสลดได้ เกิดเป็นเทพ คำว่า “พรหม”แปลว่าบริสุทธิ์แต่คำว่า “เทวดาหรือเทพ”เป็นคำใหญ่ อาจเป็นเทวดาโลกีย์ก็ได้ ได้ โลกธรรม ได้กามก็คิดว่าเป็นเทวดา ก็เป็นเทวดาโลกีย์ 1. รูปพรหม 1.1 ชั้นที่ 1 พรหมปาริสัชชาภูมิ เป็นผู้สะอาด จะยิ่งใหญ่ไปตามลำดับ ตั้งแต่ปริตตัง น้อยๆ ไปมาก ไปเรื่อยๆ เป็นมหา ถ้ามากไปเรื่อยๆก็เรียกว่า อัปปมัญญา 1.2 ชั้นที่ 2 พรหมปุโรหิตาภูมิ คือครูน้อย 1.3 ชั้นที่ 3 มหาพรหมาภูมิ คือ ครูใหญ่ 1.4 ชั้นที่ 4 ปริตรตาภาภูมิ เริ่มมีนิมิต เครื่องหมายเป็นแสงสว่าง นัตถิปัญญา สมาอาภา เป็นความตรัสรู้ไปตามลำดับ ไปได้เรื่อยๆ มากมาย ก็มีชื่อเพิ่มเป็น อัปปมาณาภา และเป็นอาภัสรา ต่อไป 1.5 ชั้นที่ 5 อัปปมาณาภาภูมิ 1.6 ชั้นที่ 6 อาภัสราภูมิ เป็นแสงสว่างน้อยๆก่อน 1.7 ชั้นที่ 7 ปริตตสุภาภูมิ คำว่าสุภา นี้สูงว่า อาภา แต่ว่าไปเห็นดำเพราะว่าตัวสุดท้ายของปริตตสุภา ไปเห็นมืดดำดับจิตว่าเป็นสิ่งที่งาม เป็นสิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็น 1.8 ชั้นที่ 8 อัปปมาณสุภาภูมิ อันนี้แสงสว่าง ไม่มีจำกัด 1.9 ชั้นที่ 9 สุภกิณหาภูมิ สายอ.มั่น เข้าใจว่า ความดับมืด ดับจิตเป็นนิโรธ อากาสา มาเป็นวิญญานัญจา แล้วมาเป็นอกิญจัญยายตนะก็ไปแปลว่าดับลงไปอีก สายนี้ไม่มีสัญญาเวทยิตนิโรธ เพราะต้องใช้สัญญากำหนดรู้ให้หมดว่าอะไรเกิดหรือดับ อะไรเป็นโลกสมุทัย อะไรเป็นโลกนิโรธ อันนี้ในพระไตรฯ ล.16 ที่บอกว่า ความมีกับความไม่มี สุภกิณหา แปลว่า ยินดีในความดำ นิโรธสายอ.มั่นจะเป็นนิโรธดับ ส่วนสายธรรมกายเป็นนิโรธสว่าง เขาจะมีแต่ใสๆ หมดเลยไม่มีคำว่าดับ ไม่มีคำว่า ดำ อุทกดาบสนี้รู้อาการแวบของจิตได้ แต่อาฬารดาบสไม่รู้ หรือถ้าคุณจะตั้งเวลาว่า นั่ง 10 ชม.ไม่มีแวบก็ทำได้แต่ถ้าจะต่ออีกอาจมีแวบหรือจะต่ออีก เป็น ร้อยชม. ก็ฝึกได้ แต่มันต้องมีการเกิด เพราะไม่ได้ทำลายกิเลส มันแค่สะกดมันไว้ ไม่ได้ดับจริง ต่อให้กดไว้ ร้อยปีก็ต้องแวบขึ้นมา ไวรัสแต่ละตัวบางทีอายุล้านปี เอามาฟื้นชีวิตมันได้ แต่นามธรรมละเอียดกว่าอีก ต้องอยู่ได้นานเป็นล้านๆๆๆ ปี การนั่งหลับตานั้นไม่มีผัสสะ ที่จะทำให้เกิดเวทนาที่จะได้เรียนรู้เหตุแห่งเวทนาทุกข์สุข ก็จะทำลายเหตุคือกิเลสไม่ได้ เพราะไปดับทางที่จะทำให้รู้แล้วนั่นเอง ดับภายนอกแล้วใจก็ไม่ได้สัมพันธ์กับตาหูจมูกลิ้นกาย มีแต่ใจ อีกห้าทวารไม่ได้รู้ความจริงเลยว่า สัมผัสนั้นจริงไหม คุณรู้จักมันดีไหม รูปร่างของความหลงรูป รส กลิ่น เสียง เป็นอย่างไร ไม่ได้ยืนยันความจริง อาตมาถึงบอกว่า อาจารย์ที่ท่านสังคายนามา สูตรที่ 1 ยืนยันว่า สมัยนั้นก็มีคนหลงป่าออกนั่งหลับตากันหมดแล้ว ยุคพระพุทธเจ้าก็ยิ่งหนัก ยุคนี้ยังมีสัญญาพอรู้บ้าง
_ มีคนแทรกมาทางเฟสบุคว่า เท่าที่เจอหลวงพ่อธัมมชโย นี้ไม่เคยเจอหลวงพ่อพูดให้ร้ายใครอย่างที่ท่านว่าเลย... พ่อครูว่า...ขอตอบว่า...ธัมมชโยนี้ ทำบาปและพาคนทำบาป อาตมาก็พูดชี้ของจริงเพื่อยืนยันให้รู้ แล้วเขาก็จะได้อ่านพฤติกรรมที่คุณธัมมชโยทำมา ผู้ใดที่หาหลักฐานมาก็จะได้ของจริงไปยืนยันความจริงเป็นประโยชน์ แต่ถ้าใครคิดว่าอาตมาไม่บริสุทธิ์เพราะไปว่า ธัมมชโย เพราะคิดว่าถ้าบริสุทธิ์ต้องไม่ไปว่าใคร พระพุทธเจ้าว่าให้ทำการ นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง(ตำหนิคนควรตำหนิ ชมคนที่ควรชม) คนที่ตำหนิติเตียนด้วยจิตบริสุทธิ์ อาตมาขอแย้งคุณที่ว่าอาตมามาว่า คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามว่า อาตมาไม่มีจิตสกปรก จิตไม่สะอาด สาเฐยจิต อาตมาบอกคุณได้แค่นี้นะว่า อาตมาสะอาด อาตมาไม่ได้อคติ ด้วยชัง ด้วยรัก ด้วยหลงเลย หรือด้วยกลัวก็ไม่มี ถ้าคุณบอกว่าตำหนิใครไม่ได้เลยจะเอียง แปลว่าคุณไม่ครบ ไม่เต็ม เพราะคุณเอียงไปในข้างที่ว่า อย่าว่าใครเลย แต่อาตมาทำการตำหนิ พระพุทธเจ้าก็ทำ สัตบุรุษทั้งหลายก็ทำ ยุคนี้ความชั่ว ความผิด กับความดี ความถูกอะไรมาก ….ก็ต้องความชั่วมากกว่า จึงต้องช่วยทำ อาตมาจะเสียรังวัดได้ อย่างน้อยคุณเพ่งโทษอาตมาอยู่นี่ แต่อาตมาต้องแสดงอุเทส ที่พูดนี้ไม่ได้ด่าเลย แต่พูดความผิด ที่ผิดร้ายแรงก็ต้องพูดให้รู้ว่าแรง ยังเน้นเสียงอีกใช้พลังงานมากขึ้นก็เมื่อยนะ แต่อาตมาเต็มใจเสียสละให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นก็เต็มใจทำ ตามที่อาตมาปรุงแต่งสังขารให้ได้รับรู้กัน
1.10 ชั้นที่ 10 เวหัปผลาภูมิ คือสว่าง นี่คือเวหา หาว 1.11 ชั้นที่ 11 อสัญญีสัตตาภูมิ คือดับสัญญา ไม่รู้สึกอะไรเลย ดับสัญญาแล้วจะรู้ไหมว่า สัญญาคืออย่างไร นิโรธแบบดับคือกำหนดดับทั้งความรู้สึก ทั้งหมด ไม่มีความรู้อะไร นิโรธที่ดับทั้งเวทนาและสัญญา แต่คุณดับสัญญาความกำหนดรู้อย่างเดียวก็ไม่รู้เวทนา เป็นอสัญญี อันนี้เป็นภพความมืดดำไม่มีอะไรรู้เลย อสัญญีสัตว์ ตัวเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่อย่างไร เวหัปผลายังรู้ตัวเอง ถ้าเข้าใจสัมมาทิฏฐิ อากิญจัญญายตนะคือให้ตรวจสอบว่า ยังมีเศษเหลืออีกน้อยนิดเท่าไหร่ก็ต้องทำลายไม่ให้มีหม่นหมองเลย แม้น้อยแม้นิด ทำให้ใสได้ คุณทำได้แล้วก็เป็นเจโต คุณก็รู้ว่าได้แน่แล้ว ต้องรู้ต่อไปให้หมดเกลี้ยง พ้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ พ้นอวิชชาทั้งหมด สัญญาทำการกำหนดรู้บริบูรณ์สัมบูรณ์ครบถ้วน คุณก็พ้นอวิชชาสวะ พ้นอวิชชานุสัย เป็นอรหันต์จบ ต้องเข้าใจอาการของเวหัปผลา และอสัญญีสัตตายตนะ พ้นอายตนะสองนี้ก็จบบริบูรณ์ สัญญากำหนดแล้วว่าไม่มีอะไรเหลือ อัชฌัตตังอรูปสัญญี กำหนดรู้ทั้งภายนอก ถึงภายในรูปจิตอรูปจิตได้หมด กิเลสนอก โอฬาริกอัตตา ลืมตาก็ไม่มีกิเลส จะภายในหลับตาหรือไม่หลับตาก็กำหนดรู้ในส่วนเศษน้อยนิดเท่าไหร่ก็หมดไม่มี พ้นรูปสัญญา นานัตตสัญญาต่างๆ หมดไม่เหลือ เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ เคล้าเคลียร์อารมณ์เวทนาหมดไม่เหลือ นิโรธหมด โหติ บริบูรณ์สูงสุด ตั้งอยู่ วิหารติ … พรหมที่เหลืออีก 5 เป็นอนาคามี 1. อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพานในระหว่างภพ) 2. อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) ถ้าพากเพียรได้ดีก็คือ สุทัสสา ดียิ่งขึ้นเป็นสุทัสสี หรือสสังขาริกัง 3. สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก ประกอบปุญญาภิสังขารในภพตนให้มากๆ) 4. อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่งอภิสังขารให้มากนัก) 5. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรมไม่เป็นสองรองใคร หรือไม่เป็นน้องใครอีก แล้วปรินิพพานไว)
พ่อครูว่า… อาตมาตั้งไว้ว่าจะเกิดให้ไวที่สุด หลังตายแล้ว มีคนถามอาตมาว่า ยุคสมณะโคดม พ่อท่านเกิดหรือเปล่า… ไม่บอกก็ได้ว่าเราก็เกิดในยุคสมณะโคดม แล้วเกิดมาทำงานต่อเพราะได้รับมอบหมายมาทำงานนะ ต่อศาสนาพระพุทธเจ้า นี่ก็หมดจบพรหม 20 ชั้น จบ