240505-3-063 ทางเอกภาค3-ตอน063(หน้า282)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 5 พฤษภาคมพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเหลือเวลาอีกวันนี้วันหนึ่งที่จะทำบทความบทความที่จะใช้กันที่จริงน่ะมันทำอยู่ได้เรื่อยๆบทความนี้เพราะว่าเราจะต้องใช้ประกาศมันเป็นทั้งการเผยแพร่เพราะว่าบทความนี้เราจะเป็นเชิงมีความหมายในธรรมะมีความรู้ในธรรมะบ้างหรือว่ามีความปิติยินดีอะไรมีเรื่องอะไรที่มันน่าจะได้บอกกันกล่าว ยกอ่างให้แก่กันและกันในวันเรากล่าวถึงเป็นเชิงโฆษณาวันวิสาขบูชาในเนื่องจากวันวิสาขะที่จะถึงนี้เราขอบูชาทำอะไรต่ออะไรก็ว่าไปเก่าเกินไปผสมผสานเนื้อหาสาระมีมากในคำพูดที่จะว่าไอ้นี่ก็มีน้อยมีสักนิดหน่อยเล็กน้อยประกอบคำประกอบความไปงั้นแหละเป็นเชิงติดไปเชิญโฆษณาวันวิสาขบูชาแต่ว่าเราก็ให้สารัตถะมีความรู้ความหมายอะไรที่มันน่าจะได้บอกกล่าวกันใครมีอะไรดีๆก็เอาออกมาประกอบลงไปเป็นความเห็นก็ได้เป็นลักษณะธรรมที่เราเห็นอันนี้พิเศษนะอันนี้ประหลาดอันนี้เราเพิ่งเข้าใจ อะไรงี้เราก็เอามาเขียนออกมาได้อย่างสูงที่ท่านติดเขาวีโรส่งที่ท่านติดกับวีโรขนาดหน้ากระดาษถ้าตัวเขียนก็กระดาษได้กระดาษธรรมดาในกระดาษแผ่นประมาณกระดาษหน้าหนังสือทางเอกนี่แหละตัวเขียนตัวพิมพ์ตัวพิมพ์ในเวลาประมาณตัวหนังสือขนาดหนังสือทางเอกหน้า 1 ตัวพิมพ์ถ้าตัวพิมพ์นะแล้วก็จะช่วยกันทำวันนี้เพราะพรุ่งนี้ก็จะไปประชุมกันแล้วก็วันนี้ใครได้แล้วก็รู้เรื่องแล้วก็ทยอยกันพิมพ์พิมพ์พิมพ์พิมพ์พิมพ์ตรวจแก้กันให้ตรงเรียบร้อยให้ถูกทำถูกความสามารถและก็รวมๆไว้นะพรุ่งนี้กรรมการก็ไปประชุมก็จะได้เอาไปให้เขาใช้เกิดประโยชน์ นี่เราก็ทำงานกันเพื่อเป็นประโยชน์ในทางเผยแพร่ในทางที่จะทั้งเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเราพิสูจน์เราได้แล้วเราก็เอามาช่วยเหลือโปรไฟล์กันบอกกันไปอะไรกันไปมันก็เกิดความจร
อ่านต่อ
ิงถ้าเรามาเข้าสู่บทเรียนเราก็มาซ้ำกันอีกนะถึงเรื่องกรรมเรื่องกรรมต่างๆและก็เข้าหน้า 282 ซึ่งได้กล่าวถึงกรรมการแล้วแล้วก็บอกให้รู้ถึงสภาพ ของกรรมกัมมังสะเตวิภัตติตามไปอีกเพิ่มไปอีกซึ่งสภาพที่มันเกิดแล้วก็มันก็ได้อาศัยเป็นจริงเป็นที่พึ่งเราก็พัฒนาตัวเราเองเป็นสัตว์โลกชนิดสูงขึ้นสูงขึ้นกรรมจำแนกสัตว์จริงๆเราจะเป็นเทวดาเราจะเป็นพรหมชั้นสูงขึ้นเราพัฒนาตนเป็นพรมศาสนาก่อนศาสนาพุทธเรียกว่าศาสนาพราหมณ์เขาประพฤติเพื่อที่จะให้เกิดพฤติกรรมยากเป็นพรหมเรียกว่าพรหมจรรย์เพราะฉะนั้นคำว่าพรหมจรรย์ใช้คำใช้แทนทั้งหมดทั้งสิ้นของศาสนาพุทธเราก็เรียกพรหมจรรย์ว่าศาสนาเราประพฤติพรหมจรรย์เราประพฤติ พฤติกรรมจริยานนท์ของเราพฤติกรรมของเราดั่งพรหมเขาก็ถือความหมายความหมายของลักษณะเป็นพรมมีแบบอย่างเป็นพรมแบบอย่างไรและเป็นพระพรหมพระพรหมเป็นผู้มีลักษณะสูงขึ้นเรื่อยๆเราก็เคยเรียนพรหมตั้ง 16 ชั้นตั้ง 20 ชั้นเราก็เรียนมาแล้วมีลักษณะที่ยึดเอาได้ถือเอาได้เลยว่าปริชาพรมมีลักษณะที่ยึดเอาถือเอาดั่งพรหมเออเราเข้าใจว่าพรหมท่านเป็นอย่างนี้ถ้ามีแบบอย่างอย่างนี้เราก็ยึดได้ถือได้ปริชามาเกิดได้แล้วทีนี้เราก็เป็นปุโรหิตตาพรม เราก็เป็นครูเขาแจกออกเผื่อแผ่เขาปุโรหิตตาแปลว่าเราได้ประโยชน์นั้นก่อนกูรักปุโรแปลว่าก่อนเก่าหลวงปู่โบราณโบราณแปลว่าก่อนแปลว่ากล่าวหิตะแปลว่าประโยชน์เราได้ประโยชน์นั้นมาแล้วมาพิสูจน์ประโยชน์นั้นแล้วก่อนเขาไม่ใช่ว่าเราจะเอายามาให้เขากินเราไม่ได้พิสูจน์เราไม่ได้ทดสอบเราไม่ได้ลองมาอย่างดีกลายเป็นยาพิษไม่ใช่เราได้ยาดีเราได้ของดีพิสูจน์แล้วทดลองแล้วเราได้ก่อนเขาเราทำก่อนเขาเรารู้ก่อนเขาเรามีก่อนเขาเราเป็นก่อนเขาได้แล้วเป็นประโยชน์แท้ๆประโยชน์ก่อนเขาเป็นปรมัตถประโยชน์จริงๆนะ เป็นปรมัตถประโยชน์จริงๆเป็นปุโรหิตเป็นประโยชน์ก่อนเขาและเราก็เอามาแนะนำเขาเป็นตัวอย่างเขาบอกเขาสอนเขาเราได้แล้วเป็นที่พึ่งเราจึงมาให้เอาไปให้คนอื่นบ้างคนอื่นก็จะได้พึ่งเราเป็นที่พึ่งให้กับเขาเพราะเรามีดีไปแจกเขาเขาก็จะได้เป็นหลักเป็นที่พึ่งอย่างดีไม่ใช่เราเป็นหลักเป็นที่พึ่งอย่างภาษีพาเลทไม่ใช่เราเป็นหลักเป็นที่พึ่งแห่งประโยชน์แล้วแต่มันสร้างประโยชน์จริงๆเลยเป็นพหูชนะหินตายะเพราะเหตุชนะสุขายักษ์พหุชนะอัฏทายว่าแก่นสารมันเป็นแก่นสารแก่มหาชนจริงๆนะเป็น ร้อนจริงๆพูดได้และเป็นที่พึ่งเป็นแก่นสารเป็น พฤติกรรมนี้เหล่านี้ทำให้เป็นอาทิตย์อาทิตย์ทั้งอธิศีลทั้งอธิจิตทั้งอธิปัญญานั่นแลเป็นสมาธิเรียกว่าสมาธิมันส่งเสริมสนับสนุนเป็นอาทิอยู่เสมอเรียกว่าสมาธิสมัครดวงอาทิตย์นี้แปลว่าวันอาทิตย์อยู่เสมอสมัครบวกอัฐิมันต่อเนื่องอยู่ด้วยอาทิอาทิตย์อะไรเล่าอาทิศีลอธิจิตอธิปัญญาโดยเฉพาะสิ่งเหล่านี้มันเกิดที่จิตแม้แต่ศีลนำมาประพฤติปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นั้นมันก็ไปขัดเกลาจิตมันก็ทำให้จิตนั้นเป็นอย่างหลักเกณฑ์ที่เราจะเป็นนั้นหลักเกณฑ์ใดเราจะเป็นอย่างนั้นมันจะเป็นจะเป็นตะกายเป็นตัว G เป็นแต่การต้องควบคุมต้องระวังมันถึงเป็นได้ถ้าไม่ระวังแล้วมันเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่สุด เราไม่ต้องระวังเลยเป็นอัตโนมัติเป็นเองเป็นปกติเป็นได้หรือไม่ฝืดไม่ฝืนไม่ต้องอดไม่ต้องทนมันเป็นได้เพราะจิตของเรามันอ่อนจิตของเรามันดัดได้จิตของเรามันเป็นจิตของเรามันชินมันปรับตัวได้อย่างดีเลยเป็นอันที่จริงแล้วมีปัญญายืดหยุ่นมีปัญญารู้เหมาะรู้ควรมีปัญญารู้เรารู้เขามีปัญญารู้จะใช้จะเป็นจะประสานสมานกับคนอื่นเราได้เราก็เอาไปเป็นประโยชน์แก่คนอื่นเป็นครูเขาแต่เป็นครูก็ไม่ใช่ว่าเป็นครูที่แข็งกร้าวจนเกินการครูไม่มียืดไม่มีจนไม่ใช่ครูที่มียืดมีอยู่ครูที่มีคอยดูคอยแลคอยปรับขึ้นมาทีดุก็มีทีว่าก็มีที่ชมที่เชยทีวีอ่อนที่ มดธีระจียอนที่เบาบ้างก็มีจึงเรียกว่าเป็นโลหิตตาพรมเป็นพรหมที่มีประโยชน์มาก่อนแล้วเราก็เอาประโยชน์มาแจกจ่ายคืออาจารย์จึงจำเป็นที่พึ่งแก่ตนเป็นที่พึ่งแก่ท่านได้อย่างแท้จริงนี่เป็นกรรมเป็นการกระทำทั้งสิ้นเราทำได้มากเลยว่ามหาพรหมเราเป็นจริงได้ยิ่งใหญ่เลยว่ามหาพรหมที่จริงพรหมก็มี 3 ชั้นแค่นี้แหละสูงสุดและทีนี้ก็ขยายออกไปอีกเป็นภาวะสภาวะหมุนรอบเชิงซ้อนลักษณะขยายต่อไปอีกก็มีอีก 3 หมู่ใหญ่ๆแยกเป็นหมู่ๆๆอย่างน้อยขยายออกก็เป็น อย่างน้อยผมปริตาพาพรหมปริตาพาพรหมเอ๊ะทำไมนะไม่สอนแล้วพูดแล้วไม่ค่อยจำกันได้เลยนึกว่ามันจะน่าจะแบ่งกันจำมั่งก็ไม่มีอะไรอยู่ในหัวมากนักพอควรก็ไม่ค่อยได้กันไอ้เราก็ว่ามันเต็มหัวแล้วมันเรื่องนั้นเรื่องนี้จริงๆก็ขอฝึกนิดหน่อยมันก็ได้แล้วมันก็ไม่แววไวนักอันนี้ก็ว่าตัวเองเก่งอยู่แต่ว่ามันก็ยังค้างๆนิดๆหน่อยๆตาพาพรหมมีจะประมาณน้อยก็ได้เอาประมาณนภาพรมมีประมาณมากไม่ประมาณนับไม่ถ้วนมีประมาณนับไม่ได้ ประมาณราคาปริตาประมาณมีประมาณน้อยอะไรมันจะน้อยมันจะนิดมาก็เป็นน้อยก็รู้ล่ะมีลักษณะน้อยลักษณะมากเอาประมาณนภาพรมมีลักษณะมากขึ้นได้เป็นลำดับลำดับที่จริงมันก็จะต้องมานั่นแหละแต่ว่าก็มีมามันยังน้อยอยู่ก็เรียกว่าเป็นปริตาพาพรหมถ้ามันมากขึ้นมากขึ้นที่สุดจะเรียกว่ามากนักประมาณมิได้ประมาณนภาพรมมากที่สุดแล้วก็มามากจนงบประมาณไม่ได้เป็นอย่างไรเราก็เป็นพรหมลักษณะพร้อมจะเป็นอย่างไรสุดยอดเรายังไม่พูดถึงเราเอาความดีความบริสุทธิ์หรือเอาความที่มันควรเป็นคนได้มามาเป็นเครื่องนับนี่เป็นคุณนักฆ่านี่เป็นคุณภาพนี่เราคุณภาพของพรหมหรือคุณภาพของพุทธคุณแล้วก็ทำเราจะเรียกพุทธ ทำไมมีปัญหาเราไม่ต้องไปหลงใหลหรือว่าไม่ต้องเป็นงงกับภาษานักลักษณะธรรมมันมีเป็นเหมือนกันน่ะเอกเอกเดี่ยวๆเหมือนกันเอโกธัมโมแล้วมันเหมือนกันเราได้จนกระทั่งเป็นอภัสราพรหมหมายความว่ามีจุดออกแสงมากเป็นประมาณมากจนกระทั่งมีลักษณะอย่างนั้นจนออกราศีจนออกแสงรุ่งเรืองเรียกว่าอาภัสราจนรุ่งเรืองวาวออกมามีลักษณะไปไหนนี่เห็นได้แต่ไกลใครสัมผัสพับเห็นลักษณะอันนั้นเลยเห็นลักษณะทำเป็นลักษณะคุณค่าเป็น character เป็นพฤติกรรมเป็นธุรกิจภาครัฐเป็นบุคคลิกประจำตัวเลยแสงรุ้งวาววามออกมาไม่ได้ภาพมันเห็นบุคลิกเป็นไทยลักษณะมันแสดงออก มันแสดงออกติดอย่างนั้นเรียกว่ามันเป็นจนถึงขั้นรุ่งเรืองวาววามอภัสราพรหมมันมีลักษณะอยู่พร้อมออกแม้กระทั่งรังสีราศีเป็นวาวาอย่างนั้นถึงจะเรียกว่าเกิดถึงจะเรียกว่าเป็นถึงจะเรียกว่าเป็นพรมถึงจะเรียกว่าเป็นพุทธหรือเรียกว่ามีเนื้อพรมเนื้อผุดมีจนออกแสงออกกลิ่นจะรู้ว่าความกระจายขจรได้ใครสัมผัสแตะก็รับรู้ได้ทันทีนี้เรียกว่าอภัสราพรหมน่ะลักษณะเหล่านี้ก็มีลักษณะเด่นลักษณะดียืนยันเข้าไปอีกเป็นปริตาสุภาพพรหมที่นี่หมดที่ 3 หมวดหนึ่งก็ปฏิเสธฉากพรหมปุโรหิตตามหาพรหมเมื่อ 2 ปริตาพาพรหมอาตมานา ตาพรหมอภัสราพรหมที่ 3 เหมือนบทที่ 2 อะตอมขึ้นไปดีขึ้นยิ่งขึ้นเน้นปริตาสุภาพรหมมาสุภาพพรหมแม้จะน้อยก็มีลักษณะดีแน่เน้นลงไปอีกวันดีเด่นสุดพระสุภาประมาณสุขตัวนี้มันก็แถมเข้าไปมันก็ดูเป็นตัวจริงอยู่แล้วพาพระเนี่ยแปลว่าตัวประเสริฐเป็นตัวก้าวหน้าพระพอสำเภาสภาพเป็นสภาพแม้จะเป็นจำนวนน้อยก็เป็นดียิ่งเป็นประมาณนับไม่ได้ก็เป็นตัวดีนั่นแหละตัวถูกต้องไม่ใช่ หาเป็นสุภามันเป็นสุขในชีวิตเป็นตัวดีเป็นตัวตรงเป็นตัวถูกต้องมากขึ้นจนเป็นศุภะกินอาหารพรมแต่มันยังต้องมีบกพร่องอยู่นั่นแหละมันยังเหลือบกพร่องยังไม่เลิกสุดสรรพคุณให้ตัวอีกตัวที่ 3 ศุภะกินอาหารกินอาหารกินอาหารแปลว่าดำแปลว่าส่วนดำส่วนมืดส่วนบ่อส่วนที่ยังไม่รู้ส่วนที่ยังบกพร่องแต่ก็เป็นสุขพระแล้วล่ะเป็นดีแล้วสุขภาพแล้วซุปเปอร์กินอาหารพรมได้มาแล้วแต่ยังมีส่วนบกพร่องอยู่บ้างกินอาหารมีรอยดำรอยมือรอยด่างหรือว่ารอยที่เรายังล้วงไม่ถึงเรียกว่าดำ หล่อเทียนร่วมมิตรถึงเราก็ยังมีสภาพนั้นอยู่บ้างเราก็ทำไปเรื่อยๆสูงขึ้นนี่เป็นพรหมที่มีระดับมีคุณภาพสูงขึ้นถ้ายิ่งได้เป็นคุณค่าจริงมันก็เป็นที่พึ่งจริงเป็นปฏิสนธิตนก็ได้พึ่งสิ่งนี้ผู้อื่นก็ได้พึงด้วยเป็นหลักแกนสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นพระอริยเจ้าที่มีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านมากขึ้นเพราะเรายิ่งเก่งยิ่งสูงยิ่งเจริญขึ้นนี่เป็นพรหมระดับถึงที่ 9 แล้วระดับที่ 10 ระดับที่ 11 เป็นอีกคู่หนึ่งแยกรูปแยกนามเป็นลักษณะดีดีเป็นพรมนี่ก็ผู้ยิ่งใหญ่มึงอย่างที่เราเคยเจอพระสูตรที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า มีภิกษุไปพบกับพระพรหมพอไปพบกับพระพรหมแล้วก็เข้าไปถามถามปัญหาที่มันตอบมันยังไขไม่ได้ไม่มีใครไขให้สักทีก็นึกว่าพระพรหมนี่แหละจะเป็นผู้รู้ก็ไปถามพอไปถามเขาว่าไอ้ที่สุดของโลกอยู่ที่ไหนอะไรเนี่ยถามไปถามมาพระพรหมตอบไม่ได้แล้วไม่รู้ที่สุดของโลกอยู่ไหนผมเองยังไม่รู้เรานี่แหละใหญ่เรานี่แหละใหญ่ภิกษุองค์นี้ก็งงเอ๊ะถามว่าไปไหนมาท่านตอบว่า 3 วัน 2 ศอกมันคนละเรื่องกันสักทีทุกทีถามอีกว่าโลกนี้ที่สุดที่ไหนท่านดินน้ำไฟลมนี่มีที่สุดที่ไหนเรานี่แหละใหญ่เรานี่เป็นผู้หญิงใหญ่ครอบงำโลกพระพรหมท่านก็ว่าแต่อย่างนั้น ภิกษุคนนี้ก็ผมนี่เมาหรือไงถามว่าอันที่สุดโลกอยู่ตรงไหนดินน้ำไฟลมมีที่สุดอยู่ที่ไหนท่านก็หล่อแต่เรานี่ได้ใจก็ใจก็ตอบมาสักทีสิแปลความให้ฟังไม่รู้เรื่องหนักเข้าถามอยู่อย่างนั้นน่ะพระพรหมก็จับแขนไปหลังจากว่างั้นนะตามความว่างั้นถามอะไรเราเราโทรนี่พลาดซะแล้วพลาดดีเสียแล้วอยู่กับพระพุทธเจ้าแท้ๆไม่ถามทูลถามพระพุทธเจ้าพามาหาเรายังไงก็ถามต่อหน้าต่อตาทารกกำนันขายขี้หน้าถ้าไม่ได้พูดละเอียดอย่างนี้หรอกแต่ว่าความหมายเป็นอย่างนี้มันพูดเหมือนกันบอกว่าเธอพลาดเวลาพลาดโอกาสอันดีเสียแล้วอยู่กับพระพุทธเจ้าทำไมไม่ขาดทุนถามพระ มหามาถามเราพระองค์นั้นก็เสียค่าไม่ต้องกลับลงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าฟังพระพุทธเจ้าที่บอกเนี่ยเหมือนนกธีรทัศน์ศรีเธอเหมือนนกจิระศักดิ์ศรีดินแดง ไปจ่ายทั้งคืนยังไม่รู้ว่าได้เฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นกามนิตมีแต่กามเป็นนิจมีแต่สิ่งที่ครอบงำมีแต่มานะอันไหนก็คนที่เป็นกลางมันก็ท่านก็ว่ากามถ้าเรามีมานะมีแต่มานะเป็นนิจเราก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกันเพราะพรหมจึงเป็นลักษณะใหญ่ยิ่งใหญ่เมื่อเราได้จริงมันใหญ่จริงเรามีคุณงามความดีจริงมีประโยชน์ในตนแล้วก็มีประโยชน์ในท่านยิ่งทำบุญคุณแก่ท่านยิ่งทำประโยชน์แก่ท่านมากขึ้นมันก็จะทำให้เราหลงตัวเรามีคุณค่าน้อยเรายิ่งใหญ่หนอเราแบ่งน้อเราวิเศษน้อมันก็ยิ่งจะหลงตัวถ้าเราไม่มีความรู้รอบรู้เท่ารู้ทันความเป็นจริงว่าเราอย่าไปหลงอะไรมันก็ เราใหญ่ก็ดีแล้วเรามีมากก็ดีแล้วเรามีคุณมีประโยชน์ก็ดีแล้วอย่าหลงใหลตัวเองใหญ่หลงดีอย่ายึดดีเรามีดีอันยิ่งอันใหญ่ก็ดีอนุโมทนาสาธุมนุษย์มนาที่ไหนเขาก็ยกย่องสรรเสริญเองและอย่าหลงใหลต้นเป็นมานะนี่ต้องสำคัญซับซ้อนมากซับซ้อนจริงๆวางปล่อยเถิดสบายถ่ายเดียววางได้ปล่อยได้ไม่ยึดไม่ถือได้สบายถ่ายเดียวจริงๆอย่าหลงตัวหลงตนอย่ายิ่งใหญ่อย่ายิ่งใหญ่แม้เราจะใหญ่อาตมาเองอาตมาผู้นี้สำนึกแม้ว่าหมดอาตมาเป็นประธานที่นี้เป็นผู้ที่ยิ่งที่ใหญ่มันเรื่องจริงเพราะงั้นพวกคุณเองก็ระวังคำสอนนี้ คำสอนที่สูงนักทำเราเข้าใจสารัตถะและปรับปรุงประพฤติเอาได้มันดีจริงๆท่านถึงไม่ให้หลงใหญ่ทีนี้พระพรหมนี่มันใหญ่มาถึงหลัก 9 และหลักสิบนี่โอ้โหเวหาผมเวหานี่ใหญ่ยิ่งฟ้ามีผลนั่นเองโดยหักผลามีผลผ่านฟ้าไปหาหรือไม่ใหญ่ยิ่งฟ้าอย่าไปอย่าไปเป็นอย่าไปหลงผลแม้เราจะใหญ่ยิ่งฟ้าก็อย่าไปหลงผลนั้นถึงปานเช่นนั้นเวหาผมน่ากินปลาเนี่ยยิ่งกว่าเวลาผมแม้เราได้มักได้ผลปานฉะนี้ก็อย่าไปยิ่ง อย่าไปหลงตัวหลงตนแต่มันก็ใหญ่จริงๆมันจะเป็นใบหักผลามันจะเป็นผู้ที่มีเวหามีผลามีความสูงเหมือนฟ้ามีผลยิ่งใหญ่ด้วยครับเวหะ + อับอัปปะท่านไม่ให้ไปหลงฟ้าไม่ให้หลงฟ้าฟ้าไม่ใช่ของคนหลงเลยครับปะผลาญเหล่านี้มันสูงมันเด่นมันดีใหญ่ยิ่งฟ้าถ้าเผื่อว่าเรามีความหลงเราจะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ยิ่งฟ้าลงตัวลงตนว่าใหญ่ยิ่งกว่ายิ่งดินเพราะงั้นเป็นพรหมขนาดนี้ลักษณะจริงมันมีใบใหญ่ก็ยิ่งแต่อย่าหลงตนเพราะฉะนั้นเราสูงขึ้น Super กินอาหารขึ้นไปอีกเท่าใดๆก็ตามเราก็อย่าหลงนะนี่เป็นลักษณะยิ่งใหญ่อันหนึ่งเป็นลักษณะบอกความมีเวหานี่เป็นลักษณะบอกความมีอสัญญีพรหมอันที่ 11 ชั้นที่ 11 เป็นลักษณะความไม่อสัญญีเป็นลักษณะความไม่มีเวหาเป็นลักษณะความมีไม่ก็คืออสัญญีก็หมายความว่าเป็นเรื่องที่เรารู้แล้วสัญญาแล้วก็ไม่สัญญาไม่กำหนดแต่ก่อนนี้ก็อธิบายโดยบัญญัติภาษาว่าอสัญญีเป็นลักษณะสูงสุดแล้วอสัญญาเป็นลักษณะสูงสุดคือเรียกว่าเป็นผู้ที่ไม่หลงในเรื่องสัญญาต่างๆเมื่อมีสัญญามีสัญญากำหนดแล้วรู้แล้วชัดแล้วเรารู้โดยสัญญาเรารู้โดยกำหนดหมายเรา แม่จะจำได้ความสัญญาประสบความจำแปลว่าความกำหนดรู้แปลว่าเรื่องที่มันมันเข้าใจเหตุเข้าใจผลมันกำหนดรู้ความละเอียดและออความหมายมันมีปัญญาอยู่ในนั้นเสร็จสัญญาน่ะเป็นความรู้ที่จะปรุงแต่งซ้อนอยู่ในนั้นก็มีธรรมะที่สอนว่าเป็นการปรุงการคิดการค้นอยู่ในนั้นสัญญาเป็นความคิดได้สัญญาเป็นความกำหนดรู้สัญญาเป็นตัวจำได้ใช้สัญญาเป็นเครื่องหมายทั้งหมดสมัยโบราณมีภาษาธรรมะที่สอนแล้วเป็นสัญญาเป็นตัวปลายสุดสูงแม้แต่ศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้เขาเรียกสัญญานิโรธนิโรธสุดท้ายในวันนี้นิโรธสัญญาวิทยาคมเกิดสัญญาเวทีต่างเรียกว่านิโรธสุดท้ายเหมือนกันแหละ นี่ก็อสัญญีสมัยโบราณท่านก็เรียกว่าสูงสุดแล้วก็อย่าไปติดยศสูงสุดนั้นเป็นความไม่มีเป็นความปล่อยได้แม้แต่เป็นเวหาเราก็ไม่หลงเวหาแล้วเราปล่อยแล้วเราไม่เอาแล้วไม่กำหนดเป็นของเราแล้วไม่ติดไม่ตังค์แล้วอ่ะฉันมีลักษณะนั้นทีนี้พอมันไม่รู้เรื่องมันก็เพี้ยนไปอาศัยอยู่ก็แปลแปลว่าไม่ติดในสัญญาสูงสุดไม่ติดในความรู้สูงสุดไม่ติดในกำหนดไม่ติดในความจำได้ไม่ผิดติดในสิ่งที่เราได้สูงสุดแม้จะสัญญาเป็นสัญญาจริงกำเนิดจริงเป็นจริงมีจริงจำได้อยู่กำหนดหมายรู้เป็นความรู้ได้สูงสุดก็ไม่ติดไม่ยึดก็แปลหุ้นเข้าเพี้ยนไปเพี้ยนมาว่าไม่ไม่ไม่ไม่ไม่มีสัญญาณไม่ติดไม่ยึดสัญญาไม่ สัญญาแทนที่จะรู้ความหมายซับซ้อนเป็นสภาพคัมภีร์เราพาโซมันไม่รู้ซับซ้อนมันก็รู้ตื้นเข้าตื้นเข้าไม่มีสัญญาการอสัญญีแปลว่าไม่มีความรู้ไม่มีตัวรู้ไม่ดับไปไม่มืดๆไม่รู้เรื่องอะไรเลยดื่นๆทื่อๆไปงั้นความหมายความลักษณะที่เป็นพรหมชั้นสูงมันยิ่งรู้ยากเวลาก็รู้ยากอัสนียิ่งรู้ยากแต่ทีนี้ความหมายมันเพี้ยนไปเลยเป็นสมัยนี้เขาก็แปลว่ามันไม่มีสัญญาณดับดิ่งเลยตรงๆความหมายนี้คำว่าอัสนีใช้ไม่ได้แล้วภาษานี้สมัยนี้ใช้ไม่ถูกต้องกับสมัยเดิมโบราณตั้งแต่แรกแรกสอนอาจารย์โบราณท่านสอนท่านกำหนดขึ้นมาท่านก็เรียนรู้กันอย่างนั้นเดี๋ยวนี้มันใช้ไม่ได้มันแปลผิดมันเพี้ยนเอาคำแปลความหมายไป อันนี้ว่าไม่กำหนดดับไปเลยตกลงเพราะว่าไม่มีคำความที่ขยายขึ้นไปอีกตั้งเยอะตั้งแยะเราก็เอาคำนี้เป็นตัวใช้ไม่ได้ไปก็แล้วกันแต่ในความรู้ความหมายเมื่อกี้ไล่พรหมมาตั้ง 11 พรมตั้ง 11 กรมนี้แค่นี้มันก็ควรจะพอบอกแล้วถ้าเราเข้าใจเนี่ยพรหม 3 พรหมแค่นั้นก็พอแล้วพอรู้สึกชาวพรหมโปโลหินตาพรหมก็มาหาพรหมก็พอแล้วเป็นพรหมมันยิ่งใหญ่ที่แท้จริงก็จบพรหมจรรย์แล้วนี่แต่มันก็ต้องขยายความเพราะคนโง่มันเยอะคนฉลาดมันน้อยรู้คำรู้ความแต่น้อยก็บรรลุได้พวกปกติกันอยู่ที่นี่ไม่ใช่ปกติตัญญูต้องขยายความเล็กน้อยเป็นวิปจิตัญญูขยายความเล็กน้อยก็พอรู้ถ้าพอขยายความได้แค่พออธิบาย 3 พรมอธิบาย ย้ายความเป็น 6 พรหม 9 พรหมก็น่าจะสูงแล้วจางสูงไปถึง 11 พรมก็น่าจะจบไม่จบอีกเนยยบุคคลต้องไถอีกอ้าวเติมอีก 5 พรหมขนาด 11 พรมก็ยังไม่หยุดอาศัยดีก็บอกว่าเอาด้านหน้าเรากำหนดสัญญาที่สูงสุดแล้วก็ยังหลงเป็นตัวเป็นตนอธิบายอย่างพุทธเลยได้นิพพานแล้วอย่าหลงนิพพานถ้าอสัญญีนั้นเป็นความหมายที่ถูกต้องว่ามันกำหนดสูงสุดได้แล้วก็อย่าไปหลงเป็นของเราอย่าไปหลงเป็นตัวเป็นตนเป็นอัตราเราแต่มันอธิบายไม่ออกพูดก็ไม่ออกแล้วเดี๋ยวนี้ขอให้คุณรู้เนี่ยอธิบายให้คุณฟังอธิบายแล้วคุณเข้าใจก็ต้องเข้าใจให้ถูกนะจับไม่ได้นี่พูดไปแล้วมันพาสับสนเหมือนกันสำหรับ บางคนฟังแล้วบอกว่าเอ๊ะแล้วจะเอาอะไรแน่อสัญญีจะเอาความหมายว่าไงแน่เรารู้กับเขาหมดเลยจะเอาความหมายอะไรเราต้องกำหนดรู้กับเขานะว่าหมายความว่าดับจิตเลยไม่รู้เรื่องดับสัญญาไม่เข้าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเราก็เข้าใจให้ได้ว่าอย่างนั้นไม่ใช่ทิศทางของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเป็นคนที่ไม่อสัญญีเลยในชีวิตกลายเป็นคนที่มีความตื่นอยู่ตลอดเวลาจึงเรียกว่าพุทธผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสอยู่ตลอดเวลามีลักษณะเด่นอย่างนั้นเลยและจริงๆเราพระพุทธเจ้าทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 20 ชั่วโมงตื่นทำงานแล้วอีก 4 ชั่วโมงที่ว่าท่านนอนหลับท่านยังสอนเทวดาท่านไม่ได้หลับคนอย่างพุทธะไม่หลับไม่หลับเพราะฉะนั้นจะไปดับไม่รู้เรื่องเลยไม่มีอสัญญี มีในพุทธะนี่เป็นเรื่องแก้เป็นเรื่องแก้ไขธรรมะอย่างเดียรถีย์ธรรมะของพระพุทธเจ้านี่แก้ธรรมะเดียรถีย์พระอาจารย์ยิ่งจะมาแปลเลยเถิดว่าสัญญีนี่เป็นตัวดับเลยเนี่ยพระพุทธเจ้าบอกว่าเราพุทธะรอบพุทธเราเป็นผู้ตื่นเราเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสไม่ให้ไม่รู้เรื่องนี่ไม่เอาแต่เราเรียนรู้ได้ความดับความอะไรมันมีได้สำหรับมนุษย์เราเรียนรู้แล้วเราก็ไปหลงมันทำไมจะพักผ่อนขนาดพักผ่อนอย่างน้อยมีไว้แล้วเราก็ทำงานอยู่ในจิตพอสมควรมันก็ได้พักผ่อนถมเถิดไปเหลือแหล่ที่จะเรียกพลังงานเก่าเพราะว่าในการสังเคราะห์ร่างกาย เอามาเรียกพลังงานได้ตั้งไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เวลาเราพักงานที่จ่ายออกแต่ข้างในมันก็สะสมหรือผลิตพลังงานขึ้นมาแคลอรี่เพิ่มเติมขึ้นมาพักผ่อนสักครู่หนึ่งมันก็แข็งแรงแล้วแต่ในขณะที่พักผ่อนก็ไม่ต้องหยุดสนิทเลยจิตก็ทำงานเพราะยกตัวอย่างให้ฟังแล้วแม้แต่เลือดแม้แต่หัวใจมันก็หยุดที่ไหนตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายมันไม่หยุดหัวใจหยุดเมื่อไหร่ก็เดี๋ยวเธอระวังเดี๋ยวปั๊มไม่ฟื้นแล้วตายแน่ไม่หยุดอ่ะหัวใจมันก็ทำงานด้วยไปตั้งแต่เกิดจนตายวิญญาณก็เหมือนกันมันก็ทำงานตลอดตลอดจนตายได้ถ้าเรารู้จักผ่อนรู้จักพักรู้จักพอเราก็จะรู้พักรู้เพียรหรือรู้เราไม่พักเราไม่เพียงเป็นคำตรัสบอกแล้วเคยเล่าให้ฟังว่าทำไมท่านตัดคำว่าไม่เนี่ย อย่างนี้มันก็เป็นลักษณะธรรมที่เราจะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพราะงั้นเราไม่หยุดอสัญญีเราว่าแปลไม่หยุดก็ได้ใครจะเข้าใจว่าหยุดเราก็เอาตกลงกับเขาลักษณะนั้นก็ว่ากันไปก่อนเราเรียนรู้ให้ทวนรอบแม้แต่คำว่าหยุดเลยอสัญญีโดยก็เรียนรู้เสียเราเองเราไม่ต้องมีอสัญญีมาเป็นพุทธแล้วไม่ต้องมีอสัญญีก็ยังได้แต่อินทรีย์พละยังไม่ถึงจะพักผ่อนอีกหลับพักอะไรอะไรมีอาศัยอยู่บ้างก็เชิญมันเป็นไปโดยธรรมชาติเองด้วยเราทำเอาเองด้วยถ้าเจตนาถ้าเผื่อว่าจำเป็นก็ใช้ใช้ได้เป็นเครื่องพักที่สูงสุดอาศัยอยู่คนอธิบายมาแล้วถึงแม้แต่อาตมาเองไม่แต่งเจตนาจะอาศัยยีหรอกมันก็อสัญญีพอพักเข้าไปบางทีมันก็ต้องดับไปพักไปมันเมื่อยมันเปรี้ยวมันก็ต้อง ไม่ได้อยากทำเลยไม่อยากอัสนีเลยอยากจะพักพอสมควรแล้วก็มีจิตตั้งเครื่องไว้ทำงานพอได้มีประโยชน์อยู่คนตื่นขึ้นมาก็แจ่มใสยังได้ธรรมะอะไรอีกยังได้ความเจริญก้าวหน้าของความคิดอ่านอะไรอีกก็ยังได้แต่ก็ตั้งเครื่องไม่ค่อยอยู่หรอกรีบดับเบาดับไม่เหมือนรถยนต์เครื่องไม่ค่อยดีเครื่องจูนไม่นิ่งพอเบาเครื่องดับซะแล้วแหม่เครื่องเบาดับถ้าใครเป็นนักขับรถจะรู้ดีมากเครื่องเบาดับเนี่ยบางทีขับรถนี่น่ารำคาญพอเครื่องเบาๆเครื่องหน่อยแต่ไม่เร่งคันเร่งดับแล้วเครื่องเบาดับนี่มันก็ไม่ค่อยดีมันตายไวอย่างนี้มันไม่ค่อยดีเราก็ไม่เกิดการเจริญมัน มันทำงานไม่คล่องแคล่วเบาดับเพราะลักษณะทำพวกนี้เป็นลักษณะทำตรงกันกับโลกแม้แต่ยกตัวอย่างรถยนต์เครื่องเบ้าดับต้องไปจูนใหม่นะเบาดับเสียน้ำมันบ้างก็ยังต้องจำจำยอมเร่งเครื่องเร่งไฟอะไรขึ้นมาไม่ใช่เร่งไฟมันต้องปรับให้ดีไฟบางทีเร่งมากก็ไม่ไหวมันก็อย่างพวกช่างกลเขาก็รู้นะช่างเครื่องเขาก็รู้ช่างยนต์เขาก็รู้ไอ้นี่เหมือนกันคนเหมือนกันศาสนาพุทธนั้นก็มีเครื่องสามารถที่จะจูนสามารถที่จะปรับได้หนิงเบาเครื่องก็เบาได้สนิทดีแม้แต่โดนแรงแม้แต่เร่งเครื่องเต็มที่ยังเบาเหมือนลูกข้านอนวันแหมหมุนจี๋เลยแต่นิ่งๆนั่นแหละสันติภาพ เราต้องการลักษณะธรรมอันนี้ให้นิ่งเลยมันก็มีงานจริงๆมันก็มีงานอย่างนั้นมันก็มีงานเหมือนไม่มีอะไรเลยเหมือนนิ่งเหมือนไม่กระดิกเลยนะแหมแต่งงานเร็วจี๋เลยเหมือนไม่มีแต่มีเร็วจีมีพลังงานในตัวลักษณะทำอย่างนี้ฟังดีๆนี่คือของเลิศนี่คือของยอดปั้นนี่คุณฟังเราจะเป็นคนอย่างไรเราจะเป็นคนเข้าครองว่องไวภาษาบอกว่าเราตายโอ้ยคนตายคนนี้เปลวเพลิงเลยคนตายคนนี้แคล่วคล่องเลยคนตายคนนี้ไม่มานั่งกระตุกกระตักเอื่อยๆเฉื่อยๆไม่คนตายจากพระอรหันต์นี่เป็นคนตายแล้วจากโลกแต่เป็นเหลือเกินอย่างพรหมหรือยังเป็นผู้มีพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์สัญญากำหนด ไม้แม่นทำได้ถูกตรงมีประสิทธิภาพดังนั้นมีประสิทธิภาพดั่งรู้ดังเห็นดังเข้าใจทำได้มีความสามารถอย่างนี้มีสมรรถภาพมีสมรรถภาพยิ่งสร้างสรรค์ให้แก่ญาติมิตรส่างภาราดรน่ะเป็นคนที่รู้เองเห็นเองเข้าใจเองเนี่ยเป็นอิสระเสรีโดยจริงเลยรู้ชัดเจนอยู่ด้วยตนเองเรียกว่าอิสระเสรีพอใจอยู่ยินดีอยู่เสมอใครจะว่าใครจะลบหลู่ใครจะดูถูกใครจะขัดใจเราไม่มีเลยทุกข์ใจไม่มีใครๆขัดใจก็ได้ขัดใจก็ขาดถ้าเราเห็นว่าเราทำเราจะมีสมรรถภาพเราจะมีความสามารถเลยที่จะทำในสิ่งดี [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ให้ได้ว่ามันเป็นทุกข์มันเป็นทุกข์แม้อาริสแม้แต่ความไม่ยินดีไม่พอใจแม้นิดนึงน้อยหนึ่งในจิตนั้นจับไม่ทันจับให้ได้ว่าตัวนี้มันเป็นทุกข์เป็นเหตุแห่งทุกข์เป็นผีร้ายอย่าให้มีในใจผู้ที่มีความยินดีเสมอไม่มีความไม่ยินดีเลยในใจนั่นน่ะพูดที่ดีสูงนะเป็นผู้ที่มีแม้แต่นิวรณ์ข้อที่ 7 อัศวินนั้นเป็นอันตรายต่อมนุษย์เป็นนิวรณ์ข้อที่ 7 ความไม่ยินดีในใจไม่เอาไม่มีเป็นทางมาแห่งนี้ถ้าความเหนื่อยหน่ายแม้นายหลบลี้ มันไม่ประสานมันไม่อยู่กับที่มันไม่รวมหมู่รวมกลุ่มอารตีนี้เป็นต้นเหตุอารตีตันที่ไม่ชำพริกปลาสมุห์เจตโสจะดีนะตังค์ลงท้ายกะจิตหลีกเลยจิตโรคจิตดีจิตไม่เอาเป็นเหตุมาทีเดียวอารบิกเป็นตัวสำคัญมากนะว่าเราจะเป็นคนที่มีจิตใจยินดีผ่องใสเบิกบานร่าเริงอยู่เสมอไอ้ไม่ยินดีไม่เอาลักษณะยินดีเบิกบานพอใจนี่แหละเป็นลักษณะพุทธะเบิกบานร่าเริงพอใจยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอจะกระทบสัมผัสอะไรก็ตามก็เป็นผู้ที่มีอิสระเสรีอิสระเสรีเหล่านี้ใครใครมาข่มก็ได้ใครมากระทบสัมผัสใครมาทำอะไรก็ได้ไม่ มีความไม่พอใจไม่มีใครขัดใจได้มันมีเศษอยากเป็นอย่างนี้ได้ไหมเข้าใจไหมห๊ะเข้าใจแต่ทำไมนะแต่ทำไม่ค่อยได้อย่างนี้ก็ยังไม่ใช่พุทธะเลยไกลพุทธะพุทธต้องทำได้ทำได้ให้มากครั้งอย่าหลงตัวผิดเป็นมานะเราทำได้อยู่มากอยู่ส่วนมากเป็นได้ส่วนน้อยเรามันบอกพร่องส่วนมากมันเป็นไม่ได้ก็ให้รู้ตัวอย่าเข้าใจผิดอย่ามีมานะมานะแปลว่าความเข้าใจมานะกล้ามาหน้า 12 อะไรละเอียดลออเราผิดจนรู้ตัวรู้ตนผิดไม่ได้ผิดเพี้ยนไม่เอาเราได้มากก็รู้มากเราได้น้อยก็รู้น้อย หาเราได้ขนาดนี้ก็รู้ขนาดนี้อย่างจริงแม่รู้ว่าเราได้ขนาดนี้ได้อย่างนี้เสมออย่างนี้แล้วเราก็มายึดมั่นถือมั่นในความได้อย่างนี้ยังหลงตนว่าเราได้เสมอขนาดนี้อยู่แม้จะได้ขนาด
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive