600226_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ บุญที่ตรงที่สุดไม่มีเส้นโค้ง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข19 มีนาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

600226_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ บุญที่ตรงที่สุดไม่มีเส้นโค้ง

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บ้านราชฯ ตอนนี้ที่ชุมชนราชธานีอโศกเป็นบรรยากาศของการเตรียมงานปลุกเสกฯ และตลาดอาริยะ ก็มีการเตรียมพื้นที่ ดูแลเรื่องการปลูกผักพืชกสิกรรม ที่ข้างเฮือนสวน. ก็จะมีการปลูกพืชผัก ตอนนี้มะเขือเทศ พริกออกเยอะ ก็จะมีภาระในการเก็บพริกและมะเขือเทศ ใครว่างก็ไปช่วยกันได้ จะเอาไปกินด้วยก็ได้ ตอนนี้ข่าวคราวที่มาแรงแซงทุกข่าวคือ ข่าวกรณีธรรมกาย ข่าวที่มาติดอันดับทุกวัน เมื่อปี 2532 ตอนคดีสันติอโศกก็เป็นข่าวแรงเป็นเดือนเลย ตอนนี้ข่าวธรรมกายก็แรงติดอันดับ คุณรู้ไหมว่าธรรมกายแพ้เลขไหน? เลข 44 เขาไปขอร้องให้เลิกม.44 กลัวกันมากมาย เราก็ได้ติดตามมาตลอด ที่จริงบ้านเมืองทำไปตามลำดับ มีหมายเรียกหมายจับ เข้าไปคุยดีๆ ก็ไม่ได้ ตอนนี้ต้องประกาศม.44 แต่ก็ยังไปค้นหมดไม่ได้ ยากจริงๆ ตอนคดีสันติอโศก อาตมาอยู่กับพ่อครู ตำรวจจะมาหาพ่อครูทำไมง่ายดายมาก จับพวกอาตมาก็ไม่ได้ยากอะไร เดินตามตำรวจขึ้นรถไปไม่ได้ยากเย็นอะไร เทียบแล้วก็ต่างกัน เราก็ดูกันว่าอันไหนมันแท้จริง ตอนนี้ที่เวทีเราก็มีการนำดอกกะหล่ำมาประดับ พ่อครูว่า...ก่อนจะได้สาธยายก็ขออ่านบทกวี

อสุรกายแก่นในธรรมกายเก๊

(๑) อสุรกายชื่อนี้ ขี้กลัว ลี้หลีกสุดหางหัว มิดเม้น เพราะชั่วบวกเมามัว แก่นนรก สวรรค์เลย หมก“ภพ”อเวจีเร้น หลอกด้วยทุรกรรม (๒) ทำชั่วอย่างไป่ยั้ง ดักดาน โชว์แต่ตื้นฉาบฉาน เล่ห์ล้วน ทำดีปะหน้าปาน งิ้วพอก หน้าเฮย ครบสูตรเลวเต็มถ้วน ต่ำช้าบริบูรณ์ (๓) พูนภพครบนรกฟ้า บวกสวรรค์ ด้วยทิฏฐิเพ้อฝัน บิ่นบ้า ปรุงกิเลสผกผัน สารพัด หลอกแฮ ใช้เล่ห์ลิ้นเก่งกล้า มุดสู้ในกระดอง (๔) มอมผองชนที่ล้วน หลงส

อ่านต่อ

นิท ด้วยวิธีสะกดจิต สั่งได้ คน“จมภพ”มืดมิด จูงจมูก ได้แล เชื่อแต่นายสั่งใช้ เชื่องแท้“ในฝัน” (๕) เมาสวรรค์ที่เสกสร้าง มาหลอก เก่งกว่ากลกลับกลอก กาจกล้า เอาพุทธ“สุดเก๊”บอก ว่า“สัจจ์” ใช้แก่นอสุรกายท้า โธ่ธั๊งธรรมกาย (๖) “ธรรมเก๊”อายสักน้อย ไม่เคย มีแต่ดื้อหน้าเฉย สุดด้าน โง่งาม เง่างอกเงย งมงั่ง งอมแง โกงกี่การณ์จัดจ้าน แก่กล้าเกินแกง (๗) ตะแบงเลวเล่ห์ลิ้น เร็วรัว กลั้วชั่วทั่วตัวหัว มั่วสั้ว เลวได้ไม่เคยกลัว เลวหนัก เลวนา ขึ้นยอดเลวสุดขั้ว สู่แป้นไชยบูลย์ (๘) ศูนย์ธรรมกายจึ่งพร้อม มิจฉา เต็มเล่ห์ครบอวิชชา ยากกู้ แก่น“อสุรกายา” สุดแกร่ง “ธรรมเก๊”ก็สุดรู้ สุดแล้วเลวเอ๋ย. “สไมย์ จำปาแพง” ๒๕ ก.พ. ๒๕๖๐ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๒๐ ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๐]

พ่อครูว่า ไชยบูลย์แปลว่าผู้ชนะเต็มบ้อง แต่การกระทำไม่ใช่อย่างชื่อ สมณะฟ้าไทว่า...แสดงว่าเขามีวิบากแต่ชาติก่อนจึงได้ชื่อนี้มา พ่อครูว่า...ประเทศไทยเรามีทั้งท่านประยุทธ์ ปยุตโต ที่สุดยอดทางด้านวิชาการศาสนา ศาสนาพุทธดับภพจบชาติ แต่นี่กลับสร้างภพชาติทั้งนรก สวรรค์ให้คนติดยึด ทำอย่างไม่เกรงกลัวใคร นึกว่าคนอื่นรู้ไม่เท่าทัน ด้วยทิฏฐิ ทฤษฎี ผิดๆของเขา เอากิเลสมาปรุงแต่ง กิเลสงอกงามไปยุ่งใหญ่เลย มุดในกระดอง จนป่านนี้ไม่เห็นหัว กระดองสองพันกว่าไร่ แล้วก็ให้ปรสิตต่างๆออกมาช่วย ดิ้นด๊อกแด๊กไปทั่ว ตัวจริงอยู่ในกระดองมิดเลย คนที่หลงจริงๆโมหะรู้ไม่ทันก็หลงเชื่อเขาสนิท ว่าสุดดีสุดประเสริฐ หลอกด้วยวิธีนั่งหลับตาสะกดจิต การสะกดจิตนี้พยายามทำด้วยตัวเองก็ได้ หรือคนอื่นสั่งให้ทำตามก็ได้ จิตก็จะเกาะแน่น กลายเป็นจิตที่ไม่มีพลังรู้ จิตจะเป็นธาตุรู้ แต่เขาทำให้หมดพลังรู้ ไปเกาะแน่น ควบแน่นแข็ง ก็เลยหมดพลังงาน คนก็ให้เขาหลอกสะกดจิตได้ เพราะเป็นธาตุสัมประสิทธิ์ ตัวที่ถูกสะกดไว้ แต่ ในนั้น ยังมีอยู่ 2 สัมประสิทธิ์มี 2 หนึ่งเป็นตัวคงที่ สเตตัส อีกตัวหนึ่ง ถ้ายังไม่รู้เรียกว่า Potential เป็นพลังงานแฝง เป็นพลังงาน ที่มีพลังงานบวกและลบ มีstatic และ dynamic ถ้าประกอบด้วยแรงกิเลส กิเลสก็เป็นตัวบงการได้ แต่ถ้าตัวแปล ตัวนี้เป็นโลกุตรจิต ก็จะเป็นตัวสร้างสรรค์ ถ้าไม่รู้ตัวแปรมันก็เป็น Potential เป็นพลังงานแฝง มันทำงานโดยเราไม่รู้ แต่ผู้ที่มีญาณปัญญา มีความรู้และควบคุมพลังงานตัวแปรนี้ได้ พลังงานตัวนี้จนเป็นพลังงานตัวแปรในสัมประสิทธิ์ coefficient ผู้ที่มีโลกุตรจิต สามารถควบคุมธรรมะ 2 static และ dynamic นี้ได้ มีทั้งแรงกลและแรงสั่งการทำงานอย่างสุดยอด พลังงานที่อาตมากำลังอธิบายเป็นพลังงานทางกลศาสตร์ก็ได้ เป็นของเก่าของอาตมา ความรู้นี้ เพราะอาตมาเรียนตกวิทยาศาสตร์ แต่อาตมาเอาของเก่ามาใช้ อย่าง ไอน์สไตน์มี E=mc 2 อาตมามาเพิ่มเป็น E=mc 2 +A ไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์แต่ต้องไปเกิดตามวิบาก ในเรื่องการสะกดจิตเป็นเรื่องที่ทั้งโลกไม่รู้ การนั่งหลับตาทุกวิธี แล้วสะกดจิตให้เป็นหนึ่ง มันมีพลังงานที่รวมตัวกันจริงๆ เป็นพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่น ของตัวเอง เก็บได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ส่วนพลังงานอื่นที่ไม่สามารถรวม ส่วนพลังงานอื่นก็เป็นพลังงานฟิชชั่นที่กระจายออกไป ผู้ที่รู้ก็จะควบคุมพลังงานให้ควบแน่นเป็นฟิวชั่น รู้รอบทุกอย่างจัดการและควบคุมบงการได้ทั้ง นิวเคลียร์ฟิวชั่นและนิวเคลียร์ฟิชชั่น ให้อยู่ในอาณัติในการควบคุมของเราได้ พระพุทธเจ้าควบคุมได้ทั้งบวกและลบ ควบคุมได้ทั้งนิวเคลียร์ฟิวชั่นและนิวเคลียร์ฟิชชัรน โดยนิวเคลียร์ฟิชชั่นไม่ออกไปเป็น isotope มาก แม้จะเก็บได้ไม่ทั้งหมดแต่ก็ไม่เป็นโทษภัย ให้เป็น fission(ฟิชชั่น) อย่างดันออกไปแรง ออกไปอย่างไม่มีโค้งกลับคืนมาเลยเป็นเส้นตรงเสมอ มีทั้งแรงมากที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า คือ เป็นอธิปไตย แล้วมีการควบคุมได้ คือให้พลังงานนี้คือจิตนิยามที่มีธาตุรู้ จึงควบคุมพลังงานธาตุรู้นี้ได้ จึงสั่งจึงบอกอย่างไม่ใช่อาชญา แต่บอกเฉยๆเขาก็จะมีปัญญารู้ได้ทำตามอย่างศรัทธา คนมีปัญญาแล้ว ก็จะบูชาเคารพว่า ผู้นี้คือผู้มีสัมมาสัมโพธิญาณ คือแม้จะเป็นสัมมาสัมพุทธสาวก ก็ถือว่าสูงยอดแล้วในปัญญา ปัญญาจึงเป็นอุตตระ ยอมยกให้ว่าเขามีปัญญาสูงกว่า มันเป็นความจริงใจบริสุทธิ์ใจ ว่าอันนี้มีแต่ความดีไม่มีความชั่วความเลว ทุกคนใช้ปัญญามีแต่ปัญญาไม่มีควาย ฉลาดกว่าควาย ปัญญากับปัญญารู้กัน แม้จะมีปัญญาน้อยกว่า แต่มั่นใจว่าสัจจะเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสัจจะที่เป็นสองเลย นี่คือสุดยอด อย่างสมีไชยบูลย์ แกไม่มีความรู้ในเรื่องของศาสนาพุทธที่เป็นศาสนาไม่พาไปหลงภพหลงชาติ ไม่ว่าจะเป็นภพของสวรรค์วิมาน เพริศพริ้งวิเศษอย่างไร ก็เป็นภพชาติ ศาสนาพุทธไม่ติดยึดและไม่สร้างภพชาติสวรรค์ 7 ชั้นนี้เรื่องภพชาติแกก็ยังไม่เข้าใจ ตัวแกเองก็หลงภพเสพเสวยภพชาติ ความสุขตลอดเวลา เห็นไหมว่ามีเครื่องมือประทินโฉมอยู่มากมายตลอดเวลา ทุกอย่างต้องงดงามสวยงาม แม้แต่ดอกไม้เขาก็เอามาประเทือง สร้างให้ใหญ่โต ศาสนาพุทธไม่ได้ให้มาใหญ่โต ให้มามักน้อยเอาเล็กน้อย สร้างใหญ่ก็ใหญ่อย่างเหมาะสม ไม่ใช่สร้างใหญ่โตอย่างมโหฬารหรูหรา ควบคุมไม่ได้ ไม่เหมาะสม ของพุทธใหญ่ก็เหมาะสม กัมมัญญตา เอามาใช้งานให้อย่างเหมาะดี อย่างเราสร้างศาลา อาตมากำลังทำ ตอนนี้เห็นศาลาที่สร้างนี้ ก็อาจบอกว่าสร้างแล้วก็คนยังไม่เต็มเลย แต่เวลามีงานคนก็มาเต็ม ยังที่จะสร้างอาคาร สวน. ก็ใช้งานตลาดอาริยะคนก็มาเต็ม เราก็จะได้ใช้ประโยชน์ (อาอู๊ดบอกว่าพ่อครูหล่ออย่างแมน แต่ไชยบูลย์หล่อแบบลิเก แบบมั่ว) เคยมีคนบอกว่า ถ้าไชยบูลย์ไม่เป็นเกย์ไชยบูลย์ต้องผิดศีลข้อที่ 3 ตอนนี้มีคนมาเป็นหนังหน้าไฟหลายคน เสนอหน้า ก็หน้าพริ้งๆทั้งนั้นนะ แต่ไม่รู้ว่าคนไหนเป็น ไบ

รสอร่อยไม่มีจริงแต่จริงสำหรับคนมี รสอร่อย...ไม่มีอยู่จริง แต่มันมี คุณก็อร่อยจริงๆตอนนั้น ตอนตายไปคุณจะไม่มีรูปนามขันธ์ 5 ก็จะรู้สึกจริงยิ่งกว่าตอนเป็นเป็นอีก เพราะมันไม่มีดินน้ำไฟลมเลย มันก็จะยิ่งจมอยู่กับสิ่งนั้น จริงนั้น เหมือนอาตมายกตัวอย่างว่า คำโกหกมีไหม? ก็มีจริง แต่คำโกหกมันเป็นเรื่องไม่จริง แต่มันมีจริง คนโง่ คนโกหกก็มี ก็รู้สึกจริงของเขา แต่มันเป็นสิ่งไม่จริง นรกสวรรค์มีจริง แต่มันไม่จริงสำหรับผู้ที่อยู่เหนือ ล้างกิเลส มีปัญญาที่หมดอุปาทาน ปัญญานี้คุณจะบอกว่าเข้าใจแล้ว แต่ปัญญาเข้าใจแบบตรรกะ เหตุผล เป็นแค่ logical เท่านั้น ยังไม่เป็นปัญญาตัวที่เป็นสัจจะแท้

ภาษาอังกฤษแล้วตัวปัญญาจริงๆไม่มีภาษา จะใช้คำว่า Enlightenment ก็ยังไม่ใช่ ภาษาตัวฉลาดเริ่มจาก อัญญะ ภาษาอังกฤษยังไม่มี มีแต่บาลีเท่านั้นที่มีพยัญชนะตัวนี้ เป็นภาษาโลกุตระเริ่มแต่อณูแรก ภาษานี้หลอกได้ อย่างไชยบูลย์ใช้ภาษาฝันในฝัน อันนี้ก็หลอกกัน ใช้วาทกรรมใช้พยัญชนะหลอกซ้อนไปอีก ทำให้เมาสวรรค์กันที่เขาสร้างมาหลอก เก่งกว่ามายากลที่กลับกลอกที่ยอดเยี่ยม เขาทำได้เก่งกว่าอีก ตีอย่างไรก็ดื้ออยู่อย่างนั้น อาตมาก็นึกถึงน้องชาย เวลางอแงร้องไห้อยู่นานอย่างนั้น ร้องอยู่ตรงมุมห้อง ร้องแงๆนานไป หยุดเพียงห้าวิ แล้วก็ร้องต่ออีก อันนี้ทำหยาบทำร้ายยิ่งกว่าที่เด็กร้องอย่างนี้ บอกว่าจะตีก็ไม่หยุด แล้วเราก็ตีไม่ลงอีก หยิกเล็บเจ็บเนื้อ มันก็เลยสุดอัดอั้นตันใจ หรือเรียกว่าคาคอเลย สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหลอกเอาสหกรณ์อื่น มารวมกันที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่บอกว่าได้รับรางวัล แล้วพอเงินมารวมกันก็โกงเลย ได้มาก พวกแชร์แม่ชะม้อยหรือโกงอื่นๆนี้เด็กๆไปเลย งานที่เขาออกแบบมาจะไม่มีสีใกล้เน่า มีแต่สีดิบๆสดๆ ปนเปอยู่อย่างนี้เอามาปนมั่ว ดูลานตาไปหมด เป็นอาภัสรา ฟรุ้งฟริ้งไปหมดเลย สวยไปหมด สวยฉิบหายเลย คือมันเวอร์จนสุด มันไม่มีหรอกที่จะสวยฉิบหายอย่างนี้ เทียบหน้าตาเขากับภาพที่เขาปั้น เขาเองตกอันดับเลย โทรมเลย ทั้งๆตัวเขาเองพยายามใสเต็มที่ พยายามปรุงแต่งตัวเองเต็มที่ กระเทยตัวจริง แต่ภาพที่เขาปั้นกลับออกมามันใสกว่ามากมาย

อาตมาเก่งแต่งกวีได้เท่านี้ ไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติหรือแห่งจังหวัดอำเภอตำบลแต่อย่างใด...คุณอู๊ดว่าพ่อครูเป็นศิลปินแห่งโลก… พ่อครู ว่า มีร้านที่ขึ้นป้ายแข่งกันว่า...ร้านนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก...อีกร้าน

สมาธิการนั่งหลับตา meditationของเขานี้ สะกดจิตอย่างเดียวเลยซึ่งผิดกับของพระพุทธเจ้า แต่ยังไม่อธิบายวันนี้ ขอคำว่า กาย กับคำว่า บุญ

พลังงานปรมาณูรูปนามของกาย คำว่ากาย คือธรรมะสอง คนจะรู้สภาพหรือมีสภาวะขั้นธรรมะ 2 ที่ไม่ใช่แค่ฟิสิกส์หรืออุตุนิยาม หรือพีชนิยามที่มีธรรมะสอง มีธาตุรู้ระดับพีชะ กับตัว วัตถุธาตุ ดินน้ำไฟลม มหาภูตรูป พีชะก็มี แล้วก็รู้เท่าที่เขามี แล้วสังเคราะห์เป็นตัวตนของเขาได้ แต่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่รู้อะไรมากกว่านี้ นั่นคือพลังงานพีชะ เขาก็ควบคุมธรรมะ2 ของเขา เมื่อมาเป็นจิตนิยาม ก็มีธาตุรู้เป็นประธาน กับธาตุรูปนามซ้อนกันอยู่ในจิตวิญญาณ แต่ในโลกียนั้นยังไม่เป็นโลกุตระ ก็ถูกโลกครอบงำ โลกียะคือธรรมชาติ ในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข คนนี้ก็ยังเป็นทาสของลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ก็อยากจะให้มีลาภมาก ยศใหญ่ มีอำนาจบาตรใหญ่ มีคนยกย่องชมเชย มีความสุขเพราะโลกียะ เสพสุขทางกามคุณ 5 สุขบำเรออัตตา เขาหลงอยู่กับสิ่งเหล่านี้แค่สุข โลกุตระรู้จักสุข ตั้งแต่ภพภูมิต่ำๆ เช่นอบายมุข กามคุณ ลาภยศสรรเสริญก็รู้ทัน ไม่เป็นทาส แม้โลกกาม หรือโลกธรรม จะมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็ไม่เป็นทาส ในภายนอก ไม่แย่งลาภยศสรรเสริญภายนอก เป็นอนาคามีภูมิ แม้จะรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสภายนอกก็ไม่เอา แต่มีภายในของตนระริกระรี้ แต่ไม่แรงพอจะไปให้แย่งกับใครภายนอก ไม่เลวพอกับการแย่งภายนอก หมดภัยกับภายนอก แต่ว่ามีภายใน เป็นรูปก็หยาบ ก็ล้างรูปภพ ก็ยังเหลือภายในที่น้อยลง เรียกว่า อรูป ก็ล้างต่ออีก เหลือขั้นธาตุวิญญาณ แล้วตรวจอีกว่า เหลือเศษเล็กน้อยอีกเท่าไหร่ จนไม่มีแม้แต่เศษธุลีละออง ตรวจสอบจนไม่รู้ไม่ได้ เนว กำหนดใน นานา ต่างๆของสัญญา กำหนดรู้แม้เล็กแม้น้อยจนหมดเลย ที่มีไม่รู้ ไม่มี รอบถ้วนไม่เหลือ ใช้สัญญากำหนดอ่านตรวจหมดแล้ว สมบูรณ์ บริบูรณ์ จบ รู้หมดแล้วจนไม่มีข้อบกพร่องอะไรเลย ไม่มีอะไรแปดเปื้อนบกพร่อง ไม่รู้ไม่ได้ รู้จนซ้อนไปว่าไม่มีอะไรไม่รู้ พ้นเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ หรือใช้สัญญากำหนดรู้ เนวสัญญานาสัญญายตนะครบหมดแล้ว จึงหลุดพ้นจาก เนวสัญญานาสัญญายตนภพ สุดยอดเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ เป็นผู้เคล้าเคลียเวทนาอารมณ์ความรู้สึกหรือภาพรู้ต่างๆ ไม่มีเศษเสี้ยวเวทนา ตรวจสอบโดย เนกขัมมสิตเวทนา 18 ทุกการกระทบสัมผัสทางทวารที่มีอายตนะ ตรวจหมดในการกระทบยุคปัจจุบันจริง ซ้ำแล้วซ้ำอีก สูญแล้วสูญอีก ตั้งไว้เป็นฐาน static ตัวฐาน อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา แข็งแรง แล้วมีตัวรู้หมุนรอบ จะมีการกระทบสัมผัส ขนาดไหนแรงขนาดไหน ขณะทีเผลอ รู้ตัวไม่รู้ตัวมากน้อยขนาดไหนก็ทำศูนย์ได้ พระพุทธเจ้าให้ยืนยันพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่แค่คิดเอาเดาเอา ตัวเองต้องมีประสบการณ์จริงของตัวเอง สูญทั้งนั้น ในทุกปัจจุบันที่ได้สัมผัสก็จะพิสูจน์ตัวเอง สูญกิเลสได้ เป็นฐานที่ตั้งมั่นแข็งแรง status ของตัวเอง ในขณะทำของตัวเองทุกปัจจุบันก็เป็นศูนย์ที่เป็น statusquo เป็นตัวคงที่ตลอดไม่มีผิดเพี้ยน ไม่มีเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นเลย 0000 ไม่มีธุลีละอองอะไรแปดเปื้อน สะอาด..สะอาด..สะอาดตลอดกาลนาน ในstatus ของมันเองกับ status quo (สภาพที่เป็นอยู่ ฐานะที่เป็นอยู่) 2 อันนี้เป็นตัวปฏิกิริยา Reaction และ reaction ตอบสนองตรวจสอบ ยังไม่ใช่นิ่งๆ ว่ามันจะเป็นคำตอบของ การมีตัวแปร ที่เป็นเรื่องของสัมประสิทธิ์ มีตัวคงที่ตัวหนึ่ง และมีตัวแปร เป็นพลังงานที่เคลื่อนไหวสามารถที่จะรู้ได้ ตัวแปรสามารถควบคุมได้ ตัวคงที่แน่นอนตกผลึกลงไปเป็นสิ่งที่เรียบร้อยแล้ว ตัวแปรนี้ อนิจจัง จะทำให้มันเป็น นิจจัง ได้ ศูนย์ทั้งนั้น จะมากระทบสัมผัสในทุกปัจจุบันเมื่อไหร่ มันก็ทำให้ 0 ได้ จนไม่มีการผิดเพี้ยน จนสามารถควบคุมสัมประสิทธิ์ของตัวคงที่ กับตัวแปรได้ พลังงาน 2 อย่างนี้ จึงเป็น ความสามารถสุดยอด ของผู้ที่มี coefficient มีสัมประสิทธิ์ที่ทำงานเหมือนกับมีนิวเคลียส สามารถควบคุมพลังงานนิวเคลียร์ฟิชชันและพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันได้ ทั้ง dynamic(kinetic) และ static ควบคุมให้อยู่ในอาณัติได้หมด เพราะฉะนั้นจึงเป็นผู้ที่ใช้พลังงานปรมาณู พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติวิธี ไม่ได้ไปทำร้ายทำลายใคร เอาไปใช้ได้เต็มสภาพ เป็นปกติ เป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างนี้น่าเป็นไหม นี่คือพลังงาน กาย รูปนาม ที่สามารถ ดูสภาวะจิต ดูอาการของสัมประสิทธิ์ ที่เป็นธาตุนิ่งกับเคลื่อนไหว แคล่วคล่อง พลังงานอันนี้ภาษาบาลีเรียก มุทุภูตธาตุ ทั้งพลังงานเจโตและปัญญา ทันสมัยมาก เก่าสมัยใหม่เสมอ ทันสมัย แม้เก่ามาก็เก่าสมัย ล้ำสมัยได้อีก อาตมาจะมาไขความละเอียดของพลังงานธรรมะพระพุทธเจ้า ให้ตั้งใจฟัง ถ้าชาเต็มถ้วยปรี่ เทศน์อย่างไรก็ไม่เข้า นอกจากน้ำชาเต็มปรี่แล้วน้ำชาแข็งอีก ก็ไม่เข้าแน่นอน เป็นชาแข็ง ของเราเทน้ำร้อนเข้าไป สู้ชาน้ำแข็งไม่ได้เทไม่เข้าเลย

คำว่า กาย ของธัมมชโย เขาไม่เข้าใจรูปนามธรรมะ 2 ไม่จัดการธรรมะ 2 ให้เป็นเอกโดยเฉพาะตัวเวทนา เขาไม่รู้จักตัวทุกข์ ถ้าเขายังหลงในสุข ซึ่งความสุขเป็นเพชรเป็นของหลอก ก็หลอกที่จะสั่งสมความสุขที่เป็นบุญ

บุญที่ตรงที่สุดไม่มีเส้นโค้ง คำว่า บุญ ธรรมกาย เอาบุญไปเป็นสินค้าใหญ่ ปู้ยี่ปู้ยำ คำว่าบุญของพระพุทธเจ้าเละเลย เอามาหลอกคนว่า ทำทุกอย่างแล้วจะได้บุญ บุญจะเป็นสมบัติเป็นวิมาน เป็นแดนมีภพชาติ แล้วจะได้ในอนาคต เมื่อไหร่จะถึงก็ไม่รู้แล้วมันไม่มีให้ถึงหรอก ขอขยายความตรงนี้ พวกนี้เป็นความเพ้อฝันที่เป็นรูปธรรม นามธรรมจริงๆก็ต่างมาก ที่เขาพูดว่าตายแล้วจะได้ แต่ตายไปแล้วจะมีสวรรค์หลอก ที่คุณมีภพชาติ ในขณะที่ตายสวรรค์นั้นไม่มีเหตุปัจจัย มันมีแต่อุปาทาน เหตุปัจจัยของคนนี้มันมี สามารถยึดมั่นถือมั่น สามารถสร้างภพได้ สมมุติว่าเป็น กามภพ คุณจะไม่มีแสงสีเสียงเหมือนธัมมชโยหรอก สายนี้เป็นสายกามฟรุ้งฟริ้ง เป็นสายกาม ส่วนสายกิณหะ สายนั่งหลับตาแบบพระป่า มีนิโรธคือมืด แต่นี่เขานิโรธใส มีรูปร่างสีสันตกแต่งเต็มไปหมด อาตมายังจะไม่วิจารณ์สายดำเพราะไม่มีโทษภัยเท่าสายใสสว่างแบบนี้ สายนั้นก็จะจมในภพของตัวเอง ไม่ไประราน ไม่ไปกระทบกระเทือนใคร ยอมอยู่ในที่มืดของตัวเอง ไม่เป็นโทษภัยต่อโลก แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อโลก ก็ค่อยวิจารณ์ต่อไป ยุคนี้ในยุคสายลืมตาแล้วไม่เป็นพิษภัยต่อใคร แต่เป็นประโยชน์ต่อคน เขายังไม่ทะลุ ศาสนาพุทธนั้นเป็นสัจจะ เมื่อนำออกมาแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ขณะนี้ขออภัย สมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ สายพระป่า สายสมาธิหลับตา สุภกิณหา ก็ออกมาทำงาน มารับรู้สังคมแล้วมาช่วยสังคมแล้วก็ดีแล้ว ความรู้ในความสามารถที่จะรู้สังคม ท่านประยุทธ์ ปยุตโต สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ท่านมีความรู้เรื่องของสังคมศาสตร์ ส่วนท่านอัมพร อัมพโร สมเด็จพระสังฆราชขณะนี้ ขออภัยเป็นเรื่องวิชาการ ท่านสายเจโต ท่านยังไม่สามารถมีความรู้ในพยัญชนะส่วนโลกเท่ากับท่านประยุทธ์ ก็เชื่อมต่อช่วยเหลือกันไป ก็ไม่รู้นะว่าตอนนี้ ท่านจะได้รับเอาท่านพุทธโฆษาจารย์เข้าไปเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมด้วยหรือไม่ แต่ด้วยตำแหน่งน่าจะเข้าไป ก็จะได้ช่วยกัน คนหนึ่งเป็นพลัง ต้นกล อีกคนหนึ่งเป็นต้นหน ก็จะได้ช่วยกันทำงาน อาตมาไม่ไปแย่งชิงตำแหน่งหรอก อาตมาไม่มีหน้าที่ แต่ท่านมีหน้าที่แล้วนะ มันเหมาะสมที่จะทำแล้ว ดีที่สุดแล้ว อาตมาก็ขออาราธนาทั้ง 2 ท่าน ทั้งท่านนักรบ ประยุทธ์ และท่านฟ้า ท่านอัมพร ก็ต้องขออาราธนาให้ช่วยประเทศชาติหน่อยเถิด ขออนุโมทนาสาธุ อาตมาพูดอย่างเป็นวิชาการ อาตมาสาธยายสิ่งที่เป็นสัจธรรม มีหน้าที่เช่นนี้ ขออภัย ที่ต้องสาธยายความจริงสู่ฟัง ใครจะยึดถือว่าคุยตัวโม้ ก็เอาเถอะ อาตมาไม่มีปัญหา หากจะมองเป็นโทษภัย

สรุปลงไปว่า เมื่อไม่รู้จักคำว่าบุญได้ถูก ว่าคือเครื่องมือที่ตัดกิเลสเท่านั้น แต่กลับเอาไปฆ่าใครเป็นตัวตนเป็นภพชาติ บุญไม่มีภพชาติ บุญมีหน้าที่เดียว เอกังสะ ทำหน้าที่เดียว ไม่ใช่วิภัชชะ แต่เป็นเอกังสะ ทำหน้าที่เดียวแล้วจบ วิภัชชะ จะแตกหน่อไปอีกเยอะ แต่เอกังสะมีหน้าที่หนึ่งเดียวทำหน้าที่แล้วจบ เรื่องของบุญ ปุญญะ ทำหน้าที่เดียวแล้วเสร็จแล้วจบเที่ยงแท้ถาวรยั่งยืนตลอดกาล อสังกุปปัง จบแล้วหมดหน้าที่ของบุญ หายไปเลย นี่เป็นความเข้าใจได้ยาก

คำว่าบุญ คนไม่รู้จริงจึงเอาบุญไปใช้ ไม่ถูก ถ้ายังไม่รู้ชัดเจนเป็นสมาธิ จะมีเศษเสี้ยวของวิบาก ที่เอาคำว่าบุญไปสอนสังคม บุญที่เหลือภพชาติ แต่บุญไม่มีภพชาติ คนเราถ้าเข้าใจบุญ ว่าเป็นภพชาติน้อยนิดลงไปก็ตาม ก็ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทำทาน นี่เป็นกุศล ทานไม่ใช่บุญไม่ได้ลดกิเลส ถ้าโง่ คนฉลาดทานวัตถุไป นี่ถ้าเป็นก้อนทอง คุณมีทองก็ให้เขาไป ก้อนนี้ให้ไป ให้วัตถุนี้แล้ว จิตของคุณอย่าไปสร้างความหวังว่า เราสร้างความดี เราสร้างสิ่งหนึ่งให้แก่คนอื่นไว้ แล้วเราจะได้สิ่งอะไรตอบแทนมา หวังว่าจะมีสิ่งตอบแทนมา อย่าทำ อย่ามีสาเปกโข อย่ามีหวังว่าจะได้อะไรตอบแทน จะต้องแสดงการให้อย่างเส้นตรง อย่างนิวเคลียร์ฟิชชัน เป็นไอโซโทป ให้ตรงไปเลย ร้อยแปดสิบองศา หายไปเลย อย่ามีลักษณะโค้งงอแม้แต่นิดนึง ภาพโค้งงอมีองศาไม่ตรงนิดหนึ่งมันจะโค้ง รอบมหาจักรวาลเอกภพ สักวันหนึ่งมันก็มาถึงตัวเรา เพราะเราเป็นที่ตั้ง ตกลงนิดเดียวคนก็มองไม่ออกว่าโค้ง มันก็หลอกคน ว่าตรงโว้ยๆๆๆ มันตรงที่ไหนแต่มันไม่ตรง คุณเองไม่เห็นองศาของความโค้งนี่ต่างหาก โค้งมันต้องมาถึงที่ต้นจนได้ มันเป็นบูมเมอแรง ที่ขว้างออกไปแล้วมันจะโค้งมาหาตัวเอง แต่องศาความโค้งไม่มาก มันก็ไกลมาก แต่ก็จะเลี้ยวกลับได้ กว่าจะกลับมาถึงตัวเขาก็นาน นี่ต่างหากเป็นเหลี่ยมมุมหลอกของคน จะเป็นการอำพรางหลอก ทำบูมเมอแรงที่เป็นองศาให้น้อยที่สุด คนก็รู้ไม่ทัน แต่อาตมาเองรู้เหลี่ยมมุมของความโค้งก็เลยเอามาเปิดเผยให้รู้กัน อย่าให้โค้ง ต้องระมัดระวังว่าให้ไปแล้วต้องสูญจบ ต้องทำใจเข้าใจตัวเอง ใจตัวเองอย่ามีเส้นโค้ง ให้ก็คือให้ เราให้ไม่ตรง คุณเองทำใจในใจ ทาน นัตถิทินนัง ทำทานแล้วไม่เกิดผล ตรงที่คุณทำทานอย่าง สาเปกโข ทำอย่างมีเส้นโค้ง มีองศาน้อยเท่าไหร่ก็เท่านั้น ให้ทำยามีเส้นโค้ง ทานแล้วจบแล้วทิ้งเลย ว่าเราได้ให้อะไรแก่ใครไม่รู้ แต่สัจจะ กรรมเป็นอันทำ คุณให้จริงๆ ทำแล้ว สัจจะไม่มีใครเบี้ยวกรรมได้ คุณจงทำใจในใจให้จบตรงที่ตรงที่สุด เป็นนิวเคลียร์ฟิชชันที่เป็นไอโซโทปตรงที่สุดไม่มีเส้นโค้งเลย ทำแล้วลืมไปเลย ใครทำได้ก็จะได้ความจริง เข้าใจชัดแล้วอาตมาว่าทำไม่ยาก แต่มันยากตรงที่คนมีอุปทาน เป็นตัวกูของกู ให้ไปแล้วมันก็มีพลังงาน เหลือเป็นอุปทานของคุณ ต้องทำให้จริงอย่ารีบกลบ ต้องพิสูจน์..พิสูจน์..พิสูจน์และอ่าน ว่ามันมีพลังงานโค้งอยู่ไหม เข้ามาหาตัวใหม่ แล้วจะโค้งน้อยจริงๆก็จับมันให้ได้ เห็นอาการเส้นโค้งของตัวเองให้ได้ เป็นองศาทางแยกของความจริงนี้ให้ได้ ถ้ามีองศาทางแยกออกนิดนึง เสร็จอีด่างเลย ต้องไม่ให้มีแยกเลยสุดคลองแสนตรงล้านตรง and the ตรง

คนไม่รู้จักรูปนามของสถานะที่มีธาตุรู้ แล้วตรวจสอบพลังงานที่เป็นองค์ประกอบต่างๆ ที่เรากำลังจัดการ เราจัดการให้มันตรงสุดได้ ตรงจริงๆได้ โดยมีญาณปัญญารู้ว่าแน่นะ จึงต้องพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก ว่าเป็นเส้นตรงจริงหรือเปล่า ถ้าทำได้ตรง ก็ไม่มีโค้งเลย จึงเป็นคนที่ตรงที่สุด ในสิ่งที่จะตรงที่สุด ก็เกิดที่ สุทธิอสุทธิปัจจัตตัง ตัวเองยังไม่มีญาณรู้เห็นความเบี้ยวของตัวเอง เศษของความโค้งที่ยังไม่ตรง ญาณปัญญาของคุณไม่ชัด ก็ต้องพิสูจน์ความจริงแปลให้ดี นี่คือความยากที่จะสื่อสภาวธรรมให้ฟัง

ตกลงคำว่า กายคือธรรมะ 2 ที่มีสิ่งที่ถูกรู้ และนามธรรมที่รู้ ตั้งแต่ดินน้ำไฟลม เป็นอรูปภายนอก จนถึงอรูปภายใน ส่วนนามธรรมละเอียดกว่ารูป จึงต้องรู้อาการของนามธรรม มันไม่มีองศาไม่มีเส้นโค้ง ถ้าคุณทำได้ ก็ไม่มีเส้นโค้งของความหวัง ไอ้หวังนั้นโค้งนะ ไอ้หวังเป็นโค้งนะ เพราะฉะนั้นอย่าให้มีไอ้หวัง ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ไอ้หวัง อาตมาจึงไม่สงสัยเลยว่า สมณะของเราองค์หนึ่งเป็นอุปัชฌาย์ชื่อสมหวัง และสมณะอุปัชฌาย์ของเราอีกองค์หนึ่งชื่อจรินทร์คือพระอินทร์เดินบนฟ้า อาตมาเลยตั้งชื่อว่า เดินดิน ส่วนท่านสมหวังอาตมาตั้งชื่อว่าบินบน ก็ช่วยอาตมาอยู่นี่ ท่านบินบน ท่านเอง จริงๆท่านจะต้องอยู่กับภูเขา เป็นผู้ดูแลพระนวกะ เป็นสถานที่อบรมพระนวกะ

สิ่งที่เป็นอจินไตย อาตมาเก่งขยายความเท่านี้ อาตมามีสิ่งจริงแต่ก็รู้ได้ไม่ไกล ท่านบินบนใกล้อาตมาก็รู้ได้ แต่ท่านประยุทธ์ ท่านอัมพร ท่านอยู่ห่างอาตมาก็ไม่รู้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปรู้มาก แต่อาตมาก็เคารพท่าน คนเราถึงกาละเวลาหน้าที่ ที่จะต้องทำมันจะเป็นไปเอง อาตมาจึงไม่มีปัญหาอาตมาไม่ไปแย่งหน้าที่ใคร และขออภัยที่ต้องพูด ในยุคนี้ ใครก็แย่งหน้าที่อาตมาไม่ได้ อาตมาเป็นเจ้าของหน้าที่นี้ ที่จะมาทำงานนี้ ให้แก่สังคมโลก เพราะอาตมามีคุณสมบัติ มีคุณธรรม มีความรู้มีภูมิธรรมอันนี้ ที่จะมาใส่ไว้ให้แก่โลก ก็ค่อยๆพูดเปิดปล่อยไปตามลำดับ อย่านึกว่าหมดแล้วนะ ยังไม่ได้เปิดเผยหมดหรอกแต่ยังไม่ถึงเวลา ไม่สมควรแก่วาระ ก็จะทำตามกาละ

อาตมาทำงานมาถึงทุกวันนี้ก็ภูมิใจและมั่นใจว่า ได้สื่อธรรมะพระพุทธเจ้าให้มีผลจริง มีความตรงมีความชัด มีความเป็นจริงเกิดจริง ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนบกพร่อง แม้จะมีความบกพร่องในบัญญัติ แต่คนนี้แหละทำให้บิดเบี้ยว อาตมาก็พยายามทำให้ตรง เอามาเปิดเผย เอามาบอกแจ้งแก่พวกคุณ อาตมาก็พากเพียรไป วันนี้อธิบายคำว่าบุญ คำว่ากาย ส่วนคำว่าสมัครที่ยังไม่ได้แตะก็ขอต๊ะไว้ก่อน สมณะฟ้าไทว่า... วันนี้พ่อครูได้พูดถึงธรรมกายเก๊อสุรกายแกร่ง เขาหลอกตัวเองและหลอกคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ https://www.youtube.com/watch?v=9efw6mCTMLg

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน