600320_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก กรณีศึกษาคดีสันติอโศกกับคดีธรรมกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
600320_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก กรณีศึกษาคดีสันติอโศกกับคดีธรรมกาย
อ.กฤษฎาว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 ที่ชุมชนปฐมอโศก 1 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์เกี่ยวกับกรณีธรรมกาย และมีคนมาสัมภาษณ์พ่อครู ผมก็มีคำถาม อยากจะมาถาม สิ่งหนึ่งที่ผมไปเจอมา คือหนังสือ โพธิรักษ์กับศาสนาปัญหาผีบุญ เป็นเรื่องที่ พ่อครูรวบรวม ข้อเขียนที่คนได้เขียนมาเกี่ยวกับพ่อครู ถ้าย้อนไปสมัยปี 2528 ชุมชนชาวอโศกเจริญเติบโตไปมาก แล้ววันนี้กรณีที่ผลได้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีก และก็เกี่ยวกับธรรมกาย คนก็ชอบจะเอาชาวอโศก ไปเปรียบเทียบกับธรรมกาย คนเหล่านั้นรู้จริงหรือไม่ มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ความเป็นมาเป็นไป ในการปฏิบัติของพ่อครู และชุมชนชาวอโศก ที่ยึดถือตามหลักของพระธรรมวินัย ตามพระไตรปิฎก ขณะเดียวกัน ศาสนาของเมืองไทยอยู่ภายใต้หลักของกฎหมาย อาณาจักรใหญ่กว่าศาสนจักร แต่ดูเหมือนว่าธรรมกายจะทำให้ดูเหมือนว่า ศาสนจักรไม่เกี่ยวกับอาณาจักร ดูเหมือนว่า สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ของ พ่อครูในอดีต ที่เกิดกรณีสันติอโศก นั่นคือ พ่อครูยอมรับจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่ในกระบวนการทางพระธรรมวินัย พ่อครูว่าพ่อครูยังบำเพ็ญสมณเพศ ความเป็นสงฆ์ ความเป็นสมณเพศ ความเป็นบุตรของพระสมณโคดม ที่พ่อครูว่ายังดำรงอยู่ แต่กฎหมายบอกว่า พ่อครูผิด วันนั้นที่ว่าผิดกฎหมายอะไร พ่อครูว่า...อาตมาผิดกฎหมายในคราวนั้น คือกฏหมาย ให้อาตมาสึก แต่อาตมาไม่สึก เขาสั่งให้สึกภายใน 7 วัน แต่อาตมาไม่สึก เป็นคำสั่งของสมเด็จพระสังฆราช อยู่ในกฎหมายพรบ.สงฆ์ 2505 บอกว่า สมเด็จพระสังฆราช มีอำนาจสั่งให้สึกได้ ภายใน 7 วัน ถ้าไม่สึกก็ผิดกฏหมาย อาตมาอย่างไรก็ไม่สึก ขอยอมผิดกฎหมาย แต่ก็ขอดำรงสมณเพศ เพราะอาตมาไม่มีความผิด ถึงขั้นให้สึก ไม่มีความคิดถึงขั้น ขาด
อ่านต่อ
จากความเป็นพระ หรือจะมาบังคับให้อาตมา ขาดจากความเป็นพระ ความผิดที่ถึงขั้น จะขาดจากความเป็นพระ มันมีความผิดอยู่ที่จะให้สึกได้ ถ้าจะให้ขาดจากความเป็นพระได้ คือ ปาราชิก ถ้าใครประพฤติ ผิดปาราชิก 4 ก็ขาดจากความเป็นพระเลย ไม่ต้องสึกก็ขาดจากความเป็นพระ อีกอย่างหนึ่ง มีความผิด ตามที่ท่านกำหนดเอาไว้ 11 ประการ ความผิด 11 ประการนั้น บุคคลที่พระพุทธเจ้า ห้ามบวชโดยเด็ดขาด อภัพบุคคลเหล่านี้ ต้องห้ามบวชเพราะเพศบกพร่องก็มี เพราะประพฤติผิดพระธรรมวินัยก็มี เพราะประพฤติผิดต่อ (ผู้ให้) กำเนิดของเขาเองก็มี. จำพวกมีเพศบกพร่องนั้น คือ บัณเฑาะก์ ที่แปลว่ากะเทย, อุภโตพยัญชนก ที่แปลว่าคนมีทั้ง ๒ เพศ กะเทย นั้นได้ความตามบาลีและอรรถกถาว่า ได้แก่ชายมีราคะกล้า ประพฤตินอกจารีตในทางเสพกาม และยั่วยวนชายอื่นให้เป็นเช่นนั้น ชายผู้ถูกตอน (ขันที) ก็ห้ามอุปสมบทเหมือนกัน คนชนิดนี้เป็นที่รังเกียจของคนอื่นในทางกามารมณ์ อุภโตพยัญชนก คือคนมี ๒ เพศ เป็นหญิงก็มี เป็นชายก็มี จำพวกคนทำผิดต่อพระศาสนา นั้นแสดงไว้ ๗ ประเภท คือ คนฆ่าพระอรหันต์, คนผู้ข่มขืนภิกษุณี, คนลักเพศ, ภิกษุไปเข้ารีตเดียรถีย์ (ทั้งที่ยังเป็นภิกษุอยู่ สึกแล้วมาบวชใหม่ก็ห้าม), ภิกษุต้องปาราชิกละเพศไปแล้ว, ภิกษุผู้ทำสังฆเภท, คนทำร้ายพระศาสดาจนถึงห้อพระโลหิต
อภัพบุคคลเหล่านี้ ถ้ารู้มาก่อน ก็ไม่พึงให้อุปสมบท(บวช) แต่ถ้าให้บวชแล้วเพราะไม่รู้ เมื่อภายหลังรู้ พึงให้สึกเสีย
อาตมาไม่ได้มีความผิดในทั้ง11 ข้อนี้เลย
ส่วนการบวชนั้น อาตมาคนที่บวชให้อาตมา ตามพิธีกรรม (ถ้าหมายเอาว่า บวชคือ เนกขัมมะเรียกว่า ออกจากกิเลส ไม่มีใครบวชให้ หลวงปู่บวชเอง ตอบตามสัจธรรม) แต่ตามพิธีกรรม สายธรรมยุติ ก็เจ้าคุณ คือพระเทพวรคุณ อีกคนหนึ่งก็คือ พระครูสถิตวุฒิคุณ นั่นบวชทางมหานิกาย หลวงปู่บวชธรรมยุติก่อน แต่ไม่ได้สึก แล้วมาบวชมหานิกายอีก หลวงปู่ก็ถือใบสุทธิ 2 นิกายระยะหนึ่ง แต่ตอนหลัง ก็เอาใบสุทธิธรรมยุติไปคืน แต่ตอนหลัง ก็ประกาศแยกตัวเมื่อ พ.ศ. 2518 เป็นนานาสังวาส ก็เลยไม่ต้องใช้ใบสุทธิ ของธรรมยุติและมหานิกาย มีแต่ใบสุทธิของอโศก
อ.กฤษฎาว่า...มีคนบอกว่า ธรรมกายจะทำแบบสันติอโศกได้หรือไม่ ความผิดของธรรมกาย นั้นตอนนี้ ได้มีการยึดพัดยศ ถอดสมณศักดิ์ และก็ยังจะผิดปาราชิกอีก ดังนั้น จะไม่มีทางเหมือนกับ กรณีสันติอโศก ที่ไม่ได้ทำผิดจากธรรมวินัย อย่างธรรมกาย
พ่อครูว่า...เมื่อเราแยกจากสงฆ์หมู่ใหญ่ เราก็มาดำเนินตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ก็ขออภัย จริงๆแล้ว อาตมาก็เคารพมหาเถรสมาคม แต่ขอพูดตามวิชาการความเป็นจริง ว่า องค์รวมของมหาเถรสมาคม บกพร่อง ภิกษุสงฆ์ในมหาเถรสมาคมไม่บริสุทธิ์กัน คือ พระที่ไม่บริสุทธิ์ ยังอยู่ร่วมกันในคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคมอีกเยอะ ทั้ง ผู้ที่มีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งก็ตาม แต่สงฆ์ที่น่าเคารพ ยังดำรงตำแหน่ง อย่างสมเด็จพระสังฆราช อย่างสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ท่านซื่อสัตย์ต่อวิชาการ ก็เคารพ แต่สงฆ์อื่นที่ร่วมกันอยู่ไม่สะอาด จะร่วมกันไม่ได้ พระทางของมหาเถรสมาคมยังไม่สะอาด อาตมาก็ร่วมไม่ได้ แต่ถ้าท่านได้ชำระ สงฆ์ที่ไม่บริสุทธิ์ ให้ออกไปได้ทั้งหมดแล้ว เหลือแต่พระสงฆ์ที่สะอาด อาตมาก็เข้าร่วมได้ด้วย
อ.กฤษฎาว่า...ไม่บริสุทธิ์อย่างไรบ้าง พ่อครูว่า...เอาแค่คำว่า บริสุทธิ์ในครุกาบัติ เช่น ปาราชิก หรือสังฆาทิเสสเป็นต้น นอกนั้นอาตมายอมรับได้ แม้จะมีอาบัติถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ก็พอยอมรับได้ ถ้าท่านทำได้ อาตมาก็ขอเข้าร่วมด้วย ท่านจะยินดีรับอาตมาไหมเท่านั้นเอง เพราะอาตมาปากชัด ท่านจะไหวไหม อาตมาก็คงบอกว่า คงจะเป็นไปไม่ได้ง่าย แต่ถ้าให้อาตมาไปบริหาร ไปเป็นคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ อาตมาทำไม่ได้ เพราะมีคณะเล็ก มีสมณะไม่ถึง100 ดี อย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ ในยุคนี้จะต้องเป็นอย่างนี้ อนุโลมปฏิโลม กันไปตามควร ตามมหาปเทส 4
อ.กฤษฎาว่า...มีคำพูดใหญ่ ที่ถูกใส่ในสังคม ว่า ถ้าอย่างนี้ นักบวชในอโศก มีโอกาสจะสร้างอิทธิพล อาจเอาความเป็นนักบวช ศาสนาพุทธ มาอ้าง เพื่อให้มีอิทธิพล เหนือตัวอาณาจักร ทั้งๆที่ระบบทั้งหมด ประเทศนี้มีกฎหมาย ขณะนี้เราเห็นว่า ผู้ที่บวช แสดงความเป็นศาสนจักร จะใหญ่กว่าอาณาจักร
พ่อครูว่า...อันนี้อ้างอิงตามธรรมวินัย เราถือว่าก็คือพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ 45 เล่มนี้ ซึ่งพอรู้กันอยู่ พยัญชนะพอเป็นหลักฐานอ้างอิง ใครตรงตามธรรมวาทีของพระพุทธเจ้า ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อาตมาก็ขอยืนยันว่า จะมาได้ยืนอยู่ในฝ่ายที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าถ้าท่านบอกต้องอาตมาถือว่าใหญ่กว่า ก็ไม่ใช่ขนาดนั้น อาตมาไม่ได้คิดจะใหญ่กว่าใคร แต่ยืนยันว่า อาตมาไม่ได้ผิด แม้จะให้อาตมาเล็กน้อย ไม่ต้องให้สูงใหญ่ ก็จะอยู่ได้ตลอดกาล ไม่ต้องสูงต้องใหญ่ แต่ยืนยันว่า อาตมาไม่ได้เป็นผู้ผิดไปจากคำสอน ตามพระอนุสาสนี ของพระพุทธเจ้า
อ.กฤษฎาว่า… ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งมาก เน้นความเป็นอยู่ ภายใต้พระไตรปิฎก พ่อครูว่า...มีอีกหลายคำ ที่จะต้องขยายความให้รู้ เช่น บุญ กาย สมาธิ ปัญญา ทำให้ค้นถึงหลักแกน ของศาสนาพุทธดั้งเดิมได้เลย ฟังดูจะได้รู้ว่า อาตมาจับแพะชนแกะหรือ จริงหรือไม่
อ.กฤษฎาว่า..วันนี้ อโศกมีพุทธสถาน หลายพุทธสถาน มีเครือแห มีประชาชน มาร่วมกันมากมาย อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้ มาศรัทธาพ่อครู
พ่อครูว่า...เพราะความจริง อาตมามีความจริง ตรงตามที่พระพุทธเจ้ายืนยัน อาตมาขอทำให้ตรงให้จริง ตามคำสอน ตามพระอนุสาสนีของพระพุทธเจ้า ผู้มีปัญญาคุณ บอกว่ามีมาก แต่จะมาขอบอกว่า ชาวอโศกมีไม่มากหรอก แต่ก็ไม่น้อยเท่าไหร่ ไม่น้อยจนน่าเกลียด แต่ก็ยังน้อย ถ้าเทียบกับกลุ่มสำนักต่างๆ ขออภัย สำนักเละๆเทะๆ ก็ยังมีสมาชิกเยอะกว่าอโศก พากันงมงายอยู่ ก็มีสมาชิกมากกว่า ชาวอโศกมีไม่มาก แต่ขอยืนยันว่า เป็นผู้ที่มาด้วยปัญญา มาด้วยภูมิปัญญาตรวจสอบจาก คำสอนของพระพุทธเจ้า กับมีหลักฐานที่เขายืนยันเอาเองได้ตรงกัน
อ.กฤษฎาว่า…. ในหนังสือเล่มนี้ชื่อว่า โพธิรักษ์กับศาสนาปัญหาผีบุญ (ปี 2538) หน้า 53 พ่อครูเขียนไว้ว่า… ดังนั้น อาตมาจึงต้องพยายามคัดคนฉลาด ที่ฉลาดอย่างปัญญา ซึ่งต่างจากคนฉลาดอย่างเฉกะหรือเฉโก อาตมาบอกตรงๆว่า อาตมาไม่มีแรงงาน ไม่มีเวลา ไม่มีความสามารถพอ ที่จะสอนคนไม่มีภูมิปัญญาจริงๆ อาตมาไม่ประสงค์จะสอนคนที่แค่ยังให้ใครๆหลอกได้ เพราะคนที่ยังถูกหลอกอยู่นั้นก็คือ คนที่ยังไม่มีภูมิปัญญา เป็นคนโง่อยู่นั่นเอง โง่ในที่นี้หมายถึง โง่ที่ไม่มี ภูมิพุทธ เป็นโลกุตระทรัพย์ที่ประเสริฐ ที่จะเอาให้ได้ แต่ฉลาดในโลกียชน จนได้รับตำแหน่งอัจฉริยะอยู่ก็เป็นได้ อาตมาจะเอาคนโง่มาทำไม งั้นแสดงถึงว่า การแยกออกมา เป็นนานาสังวาส จะต้องมุ่งมั่น เดินตามพระไตรปิฎก อย่างแท้จริง พ่อครูว่า...ถูกต้อง อาตมาทำตาม พระวินัยพระพุทธเจ้า ทุกประการ ไม่ได้ทำอย่างอันอื่นเลย ตามคำตรัสคำสอนของ พระพุทธเจ้าทั้งนั้นเลย เรื่องนี้ ที่เราพูดกัน พูดเพื่อยืนยันความถูกความผิดบ้าง แต่ไม่ได้เอาจริงจังเข้มว่า เถรสมาคมนั้นผิด อาตมาใหญ่กว่าไม่ใช่ ไม่ได้คิดทำเช่นนั้นเลย อาตมารู้ตามมหาปเทส 4 ๑. สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย
๒. สิ่งที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย ๓. สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย ๔. สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย. (พระไตรฯ ล.๕ ข.๙๒)
ต้องใช้มหาปเทส4 สัปปุริสธรรม 7 ด้วย ๑. ธัมมัญญูตา (รู้จักทุกองค์ประกอบ) ๒. อัตถัญญูตา (รู้จักเนื้อหาเป้าหมาย) ๓. อัตตัญญูตา (รู้จักตนเอง) ๔. มัตตัญญูตา (รู้จักประมาณจัดสรรสัดส่วน) ๕. กาลัญญูตา (รู้จักกาลสมัย) ๖. ปริสัญญูตา (รู้จักหมู่กลุ่มบริษัทอื่น) . ๗. ปุคคลปโรปรัญญูตา (รู้จักบุคคลอื่น) (พตปฎ. เล่ม ๒๓ ข้อ ๖๕)
อาตมาเคารพ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ สมเด็จพระสังฆราช อาตมาเคารพด้วยจริงใจ สมเด็จพระสังฆราช เป็นสายเจโต สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เป็นสายปัญญา อาตมาเข้าใจ ขนาดที่ท่านสมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ มีพระนามว่าฟ้า ฉายาก็ว่า ฟ้า อาตมาก็ยอมรับแล้ว แม้แต่ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ท่านเป็นนักรบ นักรบสมัยนี้ ต้องอย่างนี้ เป็นผู้สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เป็นผู้รุนแรง โพธิรักษ์ยังรุนแรง ต้องอย่างท่านประยุทธ์ อาตมาเข้าใจสาระสัจธรรม อาตมาเข้าใจเนื้อหา ไม่ได้ฝืน ไม่ได้แย้ง ไม่ได้แข่งอะไรเลย อาตมาเข้าใจว่า ต้องเป็นเช่นนี้ สมเด็จพระสังฆราช มาในยุคนี้ ที่กำลังเคี่ยวข้น และมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ที่เป็นสายปัญญา ต้องมีทั้งคู่ สัจจะพวกนี้ อาตมาพูดได้ต่อความจริง ไม่มีสิทธิ์จะบังคับให้ใครเชื่อ หรือเห็นด้วย อาตมามีความจริงขนาดนี้ ก็เก่งในการสื่อขนาดนี้ หลักฐานที่คุณมาค้น มันไม่ได้ย้อนกลับไป แต่มันมีมาเก่า เอามาย้อนเกล็ดอาตมาได้ มันค้านแย้งกับอาตมาได้ อ.กฤษฎาว่า… คำถามที่ผมถามนี้ ถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้ จะได้รายละเอียด แต่ผมเอาปัญหา ที่เขาถามในสาธารณชน คนที่พูดส่วนใหญ่ หลายคนมีน้ำหนักทางสังคม ผมกังวล ต่อค่าน้ำหนักที่ไม่เข้าใจ แล้วพูดส่งๆกันไป ไม่ใช่เพราะผมมาประกาศตัว เป็นลูกศิษย์พ่อครู แต่ผมว่าที่ตั้งคำถาม เพราะผมถามได้ และเพื่อให้เห็น ความเป็นไปในสังคม ว่ามีเหตุการณ์เกิดในอีกหมู่ แล้วมาย้อนเปรียบเทียบกับอีกหมู่ ในอดีต พ่อครูถูกยัดคำว่าผีบุญ ตอนปี 2525 แต่ปีนี้ คำว่าผีบุญ เอาไปใช้กับธัมมชโย คำเดียวกันแต่ไม่เหมือนกัน
คนจนมหัศจรรย์จะกอบกู้สังคมให้ไปรอด พ่อครูว่า… อาตมามีความฉลาด ในสารัตถะ ของคำว่า จนกับคำว่ารวย แล้วอาตมาไม่ได้ทำเป็นกบฏ ต่อความชัดเจน สองคำนี้ คือ คนจนนี้เจริญ ไม่ใช่จนอย่างงมงาย ขี้เกียจ แต่จนอย่างเต็มใจจน จนอย่างมีปัญญา จนอย่างไม่ได้เบียดเบียนใคร จนแต่รับใช้คนได้ อย่างมีคุณค่า มีความรู้ มีความสามารถ เป็นคนมีคุณค่ามีประโยชน์ จน คำว่าจน คำนี้ต้องนิยาม จนคือ ไม่เอามาเป็นของตัวของตนมาก ทั้งๆที่ตนมีสิทธิ์บริสุทธิ์ มีมากได้อย่างสุจริต แต่เราก็ยอมเผื่อแผ่ แจกจ่ายคนอื่น ตัวเองไม่มีมาก จะมีมากก็ได้ โดยไม่ต้องเบียดเป็นใคร โดยมีความรู้ความสามารถ อย่างดีอย่างถูกต้อง ทุกประการ ขยันหมั่นเพียร แม้แต่ค่าทางสังคม ก็ไม่ต้องโกงเอาเปรียบเอารัด ใครเลย เอาตามค่าที่สังคมคิดเฉลี่ยให้เลย แต่ก็ยังจะเสียสละให้คนอื่น โดยที่ตัวเองเอาไว้น้อย คำว่าคนจนคำนี้ จึงเป็นคำลึกซึ้งที่ยิ่งใหญ่ ที่เรามาพิสูจน์ความจริงว่า คนจนนี่แหละ จะช่วยเหลือคนรวย คนจนจะช่วยเหลือคนส่วนมาก คนจนอย่างเรานี้ มีจำนวนน้อย คนจนอย่างชาวอโศก ไม่ใช่คนจนอย่างที่เขาจนกัน จนเพราะมันต้องจน แต่นี่ไม่จนก็ได้ แต่เขาเต็มใจจน ตั้งใจจน มาเป็นคนจนมหัศจรรย์ เป็นคนจนอย่างสมบูรณ์ อุดมสมบูรณ์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) และพฤติกรรมของคนจนในยุคนี้ มีความย้อนแย้งเยอะ จน ทำไมมันมีที่ดิน มีสถานที่ มีเครื่องมือเครื่องใช้ มันมีอุปกรณ์อะไรต่างๆ เกินกว่าสังคมอื่นเขา เกินกว่าคนจนของเขา จนแบบโลกๆโลกีย์ ทำไม อันนี้ซับซ้อนมาก เพราะของพวกเรา ใช้เศรษฐกิจแบบบุญนิยม เป็นแบบพิเศษของพระพุทธเจ้า แบบสาธารณโภคี เศรษฐกิจสาธารณโภคี อาตมามั่นใจว่า นักเศรษฐศาสตร์ ยังเข้าใจเศรษฐกิจสาธารณโภคี ของพระพุทธเจ้ายังไม่ได้ เศรษฐกิจของศาสนาพุทธ มันย้อนแย้ง ตรงกันข้ามกับ เศรษฐกิจทุนนิยม ทุนนิยมคือ maximize profit เป็นเศรษฐกิจ ที่จะต้องเอาเปรียบให้มาก เอากำไรให้มาก ไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนของพระพุทธเจ้า ต้องเสียสละให้มากที่สุด เอาไว้น้อยที่สุด จนกระทั่งถึงศูนย์ แล้วไม่เป็นหนี้ ไม่ติดลบ อย่างนี้เป็นต้น แต่สามารถยืนหยัดยืนยัน เป็นผู้ช่วยสังคม ไม่เบียดเบียนสังคม ไม่เอาเปรียบสังคม เสียสละให้แก่สังคมได้ จนนี่แหละ จะเสียสละให้แก่สังคม ช่วยเหลือสังคม คนจน จะเป็นคนอุดหนุนจุนเจือ คนที่ดูเหมือนเขาใหญ่ ดูเหมือนเขารวยด้วยซ้ำ เป็นภาวะย้อนแย้ง ที่ยิ่งใหญ่มาก dialegtic ขออภัย ที่อาตมาพูดเหมือน ข่มนักเศรษฐศาสตร์ของโลก แต่อาตมาว่า นักเศรษฐศาสตร์ ยังเข้าใจความเป็น เศรษฐศาสตร์บุญนิยม ที่เป็นยอดสาธารณโภคียังไม่แตกฉาน ยังไม่รู้รอบ ขออภัยจริงๆ ที่ต้องใช้คำนี้เหมือนดูถูก แต่ว่าท่านไม่ได้ศึกษา อย่างสมบูรณ์แบบ ที่มันเข้าใจยังไม่ได้ เพราะว่าจิตใจของท่าน ยังไม่สะอาด ยังไม่หมดอัตตาตัวตน ที่เป็นตัวกูของกู จึงจะมีอคติ 4 ก็เลยยากที่จะเข้าใจสมบูรณ์แบบ แด่ท่านผู้ใด ที่จะศึกษาอย่างไม่มีอคติ ก็พอจะเข้าใจสัจจะนี้ได้ นักเศรษฐศาสตร์ของโลก อาตมาว่า ท่านจะได้ศึกษา อโศกยังจะมีรูปธรรม มีรูปลักษณ์ อัตลักษณ์ ของสาธารณโภคี ให้ท่านได้มาพิสูจน์อย่างถึงแก่น ส่งให้ถึงใจจริงเลยว่า มาเสแสร้งเป็นยอดนัก pretender หรือ hypocrit
อ.กฤษฎาว่า… ในหนังสือเล่มนี้ มีงานวิจัยของคุณสุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง ...ประเด็นสำคัญคือ ข้อศึกษาที่ค้นพบได้ แล้วเราคาดหวังอย่างไร กับพี่น้องชาวอโศก ที่มาอยู่ร่วมกัน เป็นกรณีศึกษาแนวคิด ของสำนักสันติอโศก ข้อสรุปคือ ในการใช้ภาษาศาสนา ของสำนักสันติอโศก ที่นี่จะใช้หลักเรียกว่า กลปราณี ซึ่ง หลักกลปราณี จะเป็นภาษาปฏิบัติ มากกว่าภาษาหลักการ ทำให้เมื่อดูเผินๆ จะทำให้ดูเหมือนว่า ใช้ภาษาศาสนาผิด พูดแรงเกินไป สุดโต่งเกินไป ฯลฯ แต่ภาษาแบบนี้ กลับสามารถทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อย เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิต อย่างเห็นผลชัดเจน ขณะที่การใช้ภาษาหลักการ ที่ดูถูกต้องกว่า ของบรรดานักวิชาการ ทางศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดามหาเปรียญ ที่รอบรู้ในภาษาบาลี และพระไตรปิฎก กลับไม่มีผล ในการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของคนเท่าไหร่ จนทุกวันนี้อนุชนรุ่นใหม่ จะยอมรับนับถือน้อยลง พ่อครูพูดชัดแรง แล้วเน้นคุณภาพ ไม่เน้นคนมามาก แต่คนก็มาอยู่ อยากให้พ่อครูอธิบายหลักกลปราณี พ่อครูว่า… คำว่ากลปราณี อาตมาบัญญัติศัพท์นี้เอง กลคือพลังงานที่หมุน จะหมุนรอบ หมุนทวน หมุนกลับก็ได้ คือกลไก เครื่องกล เป็นพลังงาน และก็ใช้พลังงานนั้น แรงเท่าที่จะแรงได้ เต็มที่ แต่มีความปราณี อยู่ในนั้นทั้งหมด แรงเต็มที่ แต่ในความสุภาพอ่อนโยน อยู่ในนั้นครบถ้วน เรียกว่า กลปราณี เป็นภาษาย้อนแย้ง เช่น อาตมาพูด ทุกวันนี้หลายคนหมั่นไส้ เช่น อาตมา ว่าตำหนิธัมมชโยหนักอย่างเสียๆหายๆเยอะ แต่อาตมาบอกว่า อาตมาไม่ได้โกรธเคือง หรือจะไปติดใจอะไรเขาเลย แต่จะมาพูดด้วยความเมตตา ด้วยใจจริงของอาตมา อย่างนี้เป็นต้น นี่คือลักษณะของ กลปราณี เป็นลักษณะย้อนแย้ง แรง แต่เป็นสุภาพที่อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจอย่างนี้
อ.กฤษฎาว่า… ผมว่าผมและคนอื่นรับได้ เทศน์แล้วเหมือนโดนตัวเอง ทั้งๆที่พ่อครู พูดออกอากาศไป แต่เหมือนพ่อเทศน์เราโดน พ่อครูว่า… ผู้ที่เข้าใจและไม่มีอัตตารองรับ ก็จะฟังด้วยดี ย่อมเกิดปัญญา อ.กฤษฎาว่า… การได้มาตั้งใจฟังคือการ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ โดยทันทีเลย พ่อครูว่า...เกิดปัญญาเฉลียวฉลาด อย่างแท้จริง เข้าใจโดยไม่มีอคติ
อ.กฤษฎาว่า… พ่อครูว่า เอาคนฉลาดมาฟังธรรม เพื่อจรรโลงศาสนานี้ไว้ ผมรู้สึกว่า พ่อครูต้องไปพุทธสถานหลายที่ แวะสันติฯ ปฐมฯ แต่การมาการไป กลไก ความเป็นอยู่ของแต่ละชุมชน ไม่จำเป็นจะต้องบอกพ่อครู หรือให้พ่อครูมาตรวจงาน แต่ทุกชุมชนสามารถดำเนินกลไก ภายใต้หลักบุญนิยม สาธารณโภคีได้ ผมมองว่า การทำหน้าที่กลปราณี มันเดินโดยอัตโนมัติ
พ่อครูว่า..กลปราณี มีความแรง และความสุภาพอ่อนโยน อยู่ในตัวของมันเอง เดินบทบาทของมันเอง
อ.กฤษฎาว่า… ถ้าไปเจอสำนักใหญ่ เช่นธรรมกาย ฟังมาจากคนอื่น ว่า คนธรรมกาย เขาได้คาดหวังมากที่สุดคือ ได้ไปปฏิบัติธรรมร่วมกับธัมมชโย ลิขสิทธิ์การหนึ่งจะได้ปฏิบัติธรรมร่วมก็คือ จะต้องมีเงินบริจาค เป็นยอดในระดับ top ten จะถือว่าได้ปฏิบัติร่วมกับหลวงพ่อ จะถือว่าสุดยอดมาก แต่ถ้าในปีถัดมา ทำยอดไม่ถึง ก็จะไม่ได้ทำอีก สายตาคนรอบข้าง จะเป็นการดูถูก ความเป็นดาวเด่น ก็จะดูแย่กว่าอุกาบาตไปเลย แต่ขณะเดียวกันกับผม ผมเป็นเหมือนเณรน้อย ผมว่าคนอโศก ไม่เห็นจะทำกับพ่อครูว่า เป็นสิ่งที่ต้องมาเสนอหน้า ไม่มีเลย
พ่อครูว่า...คือปัญญา ที่ไม่ติดยึดในบุคคล เห็นแก่สิ่งที่เป็นสัจจะส่วนรวม
อ.กฤษฎาว่า… ตอนนี้ธรรมกาย นั้นพอหัวหด ส่วนอื่นลำบาก ก็เลยบอกว่า ถ้าสมณะโพธิรักษ์ไม่อยู่ อโศกก็ตาย จะเกิดปัญหาแน่นอน อันนี้คือสิ่งที่สังคมพูดกัน แล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าถึงเวลานั้น ความเป็นไปของอโศก จะเป็นอย่างไร พ่อครูว่า… อาตมาตอบ ก็คงไม่จริงเท่าที่พวกเราจะตอบกันเอง อาตมาก็ขอถามคำถาม ย้อนถึงชาวอโศก ถ้าอาตมาตายไป จากยุคนี้ สิ้นรูปขันธ์ ทำกาละไปแล้ว ถามว่า พวกคุณจะเปลี่ยนแปลง จากสิ่งที่คุณเห็นว่า ต้องมาเอาอันนี้ ต้องมาเป็นคนชนิดนี้ มีจุดสูงสุด อุดมการณ์จะมาเป็นคนชนิดนี้ สอง พวกคุณจะรวมตัวกัน มารวมตัวกัน ใครจะเป็นพี่ เป็นพ่อที่เหลือ เป็นผู้ที่รองจากอาตมาไป ก็เป็นที่รู้กัน ยิ่งจะมารวมกัน หรือว่าจะกระจายกัน อาตมาคนเดียวตายไป ทุกคนแตกกระเซ็นไป มันจะเป็นอย่างไร อาตมาว่า ยิ่งจะรวมตัวกัน เขาจะบอกว่า พ่อตายไปแล้ว อย่าทะเลาะกันเชียว ทำแยกไม่ได้นะ จะเกิดสำนึกอันนี้เลย อ.กฤษฎาว่า...นี่เป็นเทคนิต พ่อครูว่า..ไม่ใช่ เป็นสัจจะเทคนิต คือเรื่องประดิษฐ์ขึ้น แต่นี้จะเป็นเนื้อแท้ คือสัจจะ พวกนี้เขาสะสม fact เป็นพวก faculity เป็นผู้สะสม fact จริงๆเลย เขากลั่นเลย เรียกว่า กลั่นแก่น กลั่นเอาเนื้อแท้ของ fact
อ.กฤษฎาว่า.. ฤดูนี้เป็นช่วงการจากไป ของผู้หลักผู้ใหญ่ ทยอยกันไป ในรอบสองเดือนนี้ ผมดูมีความรู้สึกว่า การทยอยจากไป ส่วนตัวผม ดูว่าเป็นสิ่งยืนยัน ความชัดเจนของผู้คนละนั้น ณ อดีตกาล ที่คนเหล่านั้น ได้มาร่วมกับพ่อครู มาเป็นพุทธบริษัท 4 ร่วมกับ พ่อครู เป็นบทพิสูจน์กันมานานพอควร
พ่อครูว่า...โดยเฉพาะเนื้อแท้ของความเป็นสัจจะ สัจจะที่เป็นแก่น เป็น fact จริงๆ อันนั้นตรงกัน ที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้เป็นกระแสสังคมทั่วไป แม้แต่ต่างประเทศขณะนี้ ก็กำลังเอาเนื้อสัจจะ อย่างที่เกิด Bomb of love ขณะนี้ ในหลวงท่านได้ตรัสไว้ อาตมาก็เอาหลักฐาน ท่านตรัสว่า มาเอาแบบคนจน มาเอาแบบ ขาดทุนคือกําไร ก็โชคดีที่เรามีหลักฐาน เป็นคลิปวีดีโอ ที่อื่นเขาไม่กล้าไปเปิด หรือยังไงก็ไม่รู้ แต่มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม ยืนยันความเป็นประเทศไทย ความเป็นสิ่งประเสริฐสูงสุด ของพระเจ้าอยู่หัวไทยที่มีสิ่งประเสริฐอันนี้มายืนยันกับสังคม อาตมาเห็นว่า มาทำแบบคนจน ที่อาตมามีภูมิธรรม ว่า อันนี้เป็นสัจจะ ที่คนธรรมดาพูดไม่ได้ โดยเฉพาะเป็นในหลวง จะมาพูดเล่นอย่างนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะ แบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา นักเศรษฐศาสตร์ คงจะเกาหัว มันไม่ง่าย แต่เป็นเครื่องสัจจะสูงส่ง นักเศรษฐศาสตร์ ก็ยอมรับและเข้าใจ แต่มันไม่เข้าถึงสัจจะ อันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้ง ลึกล้ำที่มีสัจจะ ที่เป็นความจริงทางจิตวิญญาณ ที่เกี่ยวข้องกับกิเลสอัตตา ยึดตัวตน คนที่ไม่มีแล้วกิเลสหมด ถึงสิ้นอนุสัย อาสวะ แล้ว อาตมาขยายความแตกต่าง นัยยะละเอียด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อาสวะหยาบกว่าอนุสัย อาสวะ 7 อนุสัย 10 เป็นเรื่องสุดยอด
อาตมามีคนส่งอันนี้มาให้ พิมพ์ตัวเบ้อเร่อเลย…
เป็นของพลเอก กะสิณ ทองโกมล ...
●เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง ที่ตัวผมประสพมาด้วยตนเอง และสามารถไปให้การ ที่ศาลไหนก็ได้ ถ้ามีคนฟ้อง หลังจากที่หลวงพ่อพุธ ฐานิโย อดีตเจ้าอาวาส วัดป่าสาลวัน ซึ่งเป็นพระอาจารย์ สอนปฏิบัติให้ผม (ทั้งก่อนบวชและหลังบวช) มรณะภาพ ผมก็รู้สึกจิตใจเคว้งคว้าง ไม่มีครูบาอาจารย์อบรม พอดีมีเพื่อนที่เป็นด็อกเตอร์ เป็นอาจารย์สอนคณะวิทยาศาสตร์ ม.จุฬาลงกรณ์ ทั้งบ้านเขา (พ่อ แม่ พี่สาว พี่เขย มีหลานชายคนเดียว ธัมมชโยก็ขอให้บวชตลอดชีวิต ตั้งแต่เป็นเณร) นับถือพระที่วัดธรรมกาย พอเขาชวนก็เลยไปลองดู เคยเข้าไปปฏิบัติในวัดนี้หลายปี สิ่งที่ได้พบคือ ตอนแรกก็คิดว่าดี แต่อยู่ไปๆ ก็พบแต่การโกหกพกลม หลอกลวง เพื่อที่จะได้เงินเท่านั้น จะเล่าให้ฟังแค่เรื่องใหญ่ๆ และที่เจอด้วยตัวเอง เท่านั้นนะครับ คำสอนของพระพุทธเจ้าถูกแปลง และอวดอ้างตนเอง หลายๆเรื่อง เจอธัมมชโยครั้งแรกๆ คุยกันก็บอกว่า พระพุทธรูปที่ชวนทำบุญ องค์ละ 10,000บาท (ซึ่งต้นทุนน่าจะไม่ถึงพันบาท ผมทำไป 2 องค์ ให้แม่ที่กำลังป่วย และตัวเอง) จะนำไปประดิษฐานในเจดีย์ ที่กำลังขอให้นาซ่า ดำเนินการวิเคราะห์ หาวัสดุที่มีความคงทน เหมือนยานอวกาศ เพื่อที่เจดีย์จะอยู่ได้เป็น 1,000 ปี ซึ่งตอนนั้น ผมก็เอะใจ คิดเหมือนกันว่า นาซ่าจะมาทำอะไรแบบนี้หรือ แต่ความที่ไม่เคยเจอ พระโกหกแบบนี้ โกหกแบบออกอากาศ พูดกับทุกคน เป็นสิบๆปี แล้วเพิ่งจะมาบอก เมื่อไม่นานนี้ว่า นาซ่าปฏิเสธว่า ไม่สามารถคิดค้นโลหะ ที่ว่านั่นได้ หลังจากโกหกมา ประมาณเกือบ 20ปี ได้เงินไปไม่รู้กี่พันล้าน •เรื่องต่อมา คือธัมมชโย ยืนยันอาตมาว่า จะไม่ทำพุทธพาณิชย์ ที่ใช้คำว่ายืนยัน ก็เพราะถามเขาหลายครั้ง (ผมไม่ค่อยเชื่อ) ต่อมามีการนำพระ ที่ตั้งชื่อที่มีความหมาย ไปในทางทำให้ร่ำรวยมากๆและเร็ว (อะไรทำนองนี้) โดยบอกว่า ทำจากสะเก็ดดาวตก จะมีคุณสมบัติพิเศษ นำมาขายให้ลูกศิษย์องค์ละ 10,000 15,000 และ 20,000บาท แล้วแต่ใครอยากได้รุ่นไหน ผมก็เลยพูดกับเพื่อน ที่เป็นด็อกเตอร์ จำได้ไหม ที่ธัมมชโยพูดกับพวกเราว่า จะไม่ทำพุทธพาณิชย์ นี่คือการทำพุทธพาณิชย์ เพราะไม่งั้นก็เอาพระมาตั้ง แล้วเอากล่องมาใส่เงินสิ ใครอยากได้องค์ไหน ก็หยิบเอา แล้วใส่เงินตามใจชอบ อยากให้สิบบาท ยี่สิบบาท ร้อยบาทก็ตามใจคนให้ ถึงจะไม่เป็นพุทธพาณิชย์ รู้ไหมว่า เมื่อ4-5ปีที่แล้ว ผมเข้าไปในตลาดท่าพระจันทร์ เจอพระลักษณะเป็นองค์ สีเหลือบๆ มันๆวาวๆ วางอยู่กับพื้น ในลัง2-3ลัง พอผมมองแค่นั้นแหละ เจ้าของมองตาม แล้วบอกว่า อ๋อ นั่นพระที่เหลือจาก วัดธรรมกายมาจ้างทำ องค์ละ350บาทครับ ●ขอเน้น วัดธรรมกายมาจ้างทำ องค์ละสามร้อยห้าสิบบาท● โอ้โฮ พระจ้างเขาทำ องค์ละ350บาท แล้วไปขายองค์ละหมื่น หมื่นห้า สองหมื่น โกหกด้วยว่าทำจาก สะเก็ดดาวตก มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เหนือธรรมดา ถามว่า วัดแบบนี้พระแบบนี้ เคารพนับถือได้หรือ ควรเป็นวัด ควรเป็นพระหรือ ยัง ยังไม่หมด แค่เรื่องใหญ่ๆก็ยังมีเยอะ เรื่องยิบย่อย อย่างไปบังคับชาวนา ชาวบ้านใกล้วัด ขายที่ให้ ไม่ขายก็เอาคนไปขู่ ไปทำร้าย กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย •เรื่องอวดอุตริ ชักชวนคนมาทำบุญ ในวันอาทิตย์ต้นเดือน บอกว่า จะพาไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อถวายภัตตาหาร เอาอีกแล้ว ท
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive