600223_พ่อครูตอบคำถามงานวิจัยเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์29 KB
วันที่แก้ไข20 มีนาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

600223_พ่อครูตอบคำถามงานวิจัยเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

ครูบาสุทธินันท์….วันนี้มาพบพ่อท่าน ก็โชคดีที่ได้มาเพราะยุคนี้เป็นยุคที่คนไทยยังหาคำตอบไม่ได้ หนักอกหนักใจ มันอยู่ในยุคสวรรค์นรกจริงๆ ทำอะไรลงไปมีแต่หนักเข้าๆ เรื่องอาชีพต่างๆ เหลือแต่อาชีพที่เสี่ยงๆให้คนไทยทำ ยางพาราราคาต่ำ มันสําปะหลังปลูกแล้วก็ถอนไม่ได้เพราะราคามันถูก อ้อยก็กำลังเสื่อม ไม่รู้จะหันไปทางไหน ร.บ.ก็ประกาศโครงการ 4.0โครงการประชารัฐ แล้วชาวบ้านคนยากคนจนจะอยู่ที่ไหนของโครงการ ก็มีกลุ่มของพวกเราก็สนใจหาคำตอบ เมื่อสังคมจนมุม เราก็หาตัวอย่าง ทั้งแผ่นดินก็ไม่เห็น ก็มีที่นี่ที่เดียวที่ชัดที่สุด ยิ่งตอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ก็มีคนถามถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทำมาเยอะมาก แต่ไม่มีคนนำมาปฏิบัติ แต่ที่ได้ผลชัดเจนที่สุดก็คือกลุ่มอโศก มีนักวิชาการไปสรุปกันเยอะแยะ ว่า ถ้าวิกฤตอะไรมากลุ่มของอโศกจะอยู่รอด เมื่อวันนี้ก็อยากจะกับถามพ่อท่าน ว่า สิ่งที่กลุ่มอโศกได้วางรากฐาน จะมาตอบคำถาม ณ สถานการณ์ปัจจุบัน คนไทยจะเลือกทางออกทางรอดอย่างไร เมื่อก่อนมีทางเลือก แต่ทุกวันนี้ไม่มีทางเลือกกันเลย ก็จนมุม จะต้องรอให้ถึงที่สุดถึงจะยอมเจ็บหรือเปล่า ก็อยากจะมากราบเรียนท่าน ว่า สิ่งที่ท่านทำ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน มันมีแนวเข้ากันอย่างยิ่ง เมื่อก่อนไม่เคยคิดตรงนี้เลย คำพูดที่ว่าคนไทยเรียก พ่อหลวง ว่าพ่อของแผ่นดิน กลุ่มอโศกก็เรียกท่านว่า พ่อท่าน สถานบันอื่น มีแต่เจ้านายกับลูกน้อง มีแต่ต่างคนต่างทำ อยู่ในอบายมุข ซึ่งยาก ผมว่ากลุ่มอโศกทำเป็นกลุ่มคนอีกแบบ ได้คุยนอกรอบพบว่า แต่ละคนเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับหลักการของอโศก หลักการนี้ทะลุใจได้อย่างไร ที่อื่นก็ทำกันเยอะแต่ไม่ใช่ หลักของท่านนี้

อ่านต่อ

มันมีอานุภาพอย่างไรถึงทำให้เกิดตรงนี้ได้ ทำให้เกิดสังคม ผู้ที่มาเป็นสมาชิก

พ่อครูว่า...อาตมาเองโชคดี เจตนาไม่ค่อยจะมีความรู้ ไม่ได้เราเรียนมีการศึกษาน้อยอาตมาว่าอย่างนั้นนะ ฟังดีๆนะอาตมาไม่ได้ลงโทษใคร ท่านทั้งหลายโชคร้ายที่เป็นโรคในการศึกษามาก ไปโรงศึกษาจากโลกภายนอกจากมหาบัณฑิตต่างๆ โปรเฟสเซอร์ด็อกเตอร์ฟิโลโซฟีต่างๆเยอะแยะมากมายรู้มาก อาตมาว่าได้โชคร้ายไปหน่อย อาตมาโชคดีที่มีความรู้น้อย รัตนาดิ้นรนนะ ตอนเด็กๆพ่อแม่ก็เห็นจะให้เป็นดอกเตอร์ แต่อาตมาโชคดีที่ไม่ค่อยเอาถ่าน ไม่ค่อยคนขายเดือนอะไรมากมายก็เลยไม่ค่อยมีความรู้ ทีนี้ก็เป็น โชคจริงของอาตมา ที่มีพื้นฐานความรู้เดิม จริงๆ เดิมมาตั้งแต่หลายชาติ ติดตัวมาถึงชาตินี้ คือพุทธศาสนา อันนี้พูดโดยหลักวิชาการไม่ได้พูดมาเล่นลิ้น หรือพูดเอาโก้นะ อาตมาได้ติดมาแต่ชาติก่อน คือ เป็นทิฏฐิ เป็นทฤษฎี แนวคิด ความเข้าใจลึกซึ้งอะไรก็แล้วแต่ เป็นแบบที่อาตมาเข้าใช้ อาตมารู้อยู่ว่าเป็นความถูกต้อง เช่นศาสนาพุทธต้องมีทิฏฐิเช่นนี้ แล้วเกิดผลเช่นนี้ เป็นความรู้เดิมของอาตมา ที่ว่าชัดเจนคือ ที่ศาสนาพุทธท่านมีทุกวันนี้มันไม่เหมือนของอาตมา อาตมาไม่มีเหมือนของท่านทั้งหลาย มันจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็ต้องพิสูจน์กันมา อาตมาบวชมา 47 ปีแล้ว ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่ามีผล เกิดขึ้นมาให้เห็นเป็นหลักฐานของจริง ตามที่ครูบาสุทธินันท์พูดไว้เมื่อกี้นี้ เป็นความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติจนเกิดผลเป็นกลุ่มชุมชน เป็นวัฒนธรรม มา 40 กว่าปี มันก็เลยยืนยันได้ ก็เป็นอย่างนี้ แล้วเป็นอย่างที่อาตมาเข้าใจเอามาเผยแพร่ ต้องเป็นทฤษฎีอย่างนี้เป็นสูตรนี้ถึงได้ผลยังไง แล้วมันก็แตกต่างจากที่เป็นที่มีในสังคมกระแสหลัก สังคมส่วนใหญ่ที่ยึดถือกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็เลยขัดแย้ง กระแสหลักธรรมก็ยึดมั่นถือมั่นแน่ ทุกวันนี้ก็ยังเป็น อาตมาว่าอาตมาไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น อาตมาว่ามันเป็นของจริง ปักหลัก เป็น status เป็นฐานที่มั่นจริงๆ ตกผลึกเป็นสมาชิกถาวร สมาหิตัง เป็นความตั้งมั่นยืนยงเที่ยงแท้แล้ว นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) อาตมาประกาศอย่างมั่นใจว่าจะมาแก้คืนฟื้นคืนศาสนาพุทธ โดยใช้คำนำว่าต้องมาเป็นพระโพธิสัตว์ สำหรับพวกเถรวาทไม่ค่อยเข้าใจคำว่าโพธิสัตว์ เป็นคำนามที่กำกับสถานะจริงของความเป็น โพธิสัตว์นิยามง่ายๆว่า เป็นผู้ที่ปฏิบัติแล้วมีผลบรรลุแล้ว แล้วนำผลนั้นมาช่วยคนอื่น รื้อขนสัตว์คนอื่น เป็นความหมายสั้นๆของโพธิสัตว์ คือผู้ที่มีความตรัสรู้ คือรู้ตอนที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส เป็นความรู้ที่เกิดตามคำตรัสของพระพุทธเจ้า เมื่ออาตมาเห็นจริง ที่เห็นจริงนั้นคือ อาตมาเห็นว่า มันผิดจริงๆ สังคมมันผิดจริงๆ ศรัทธาพุทธกระแสหลักผิดจริงๆ นี่คือความโชคดีของอาตมา อาตมาจึงได้มาทำงานนี้ตามที่เป็นมา ตามที่ได้มากอบกู้ฟื้นคืน ตอนนี้ก็ยังทำอยู่ ซึ่งยากจริงๆ เพราะท่านปักมั่นยึดมั่นถือมั่น ท่านมีกิเลสอัตตามานะ ก็ถือดีกัน อาตมาก็ไม่ได้ท้อแท้ เพราะอาตมารู้ความจริงตั้งแต่ต้นก็ทำมา แม้จะได้ผลก็ไม่ได้ผลมาก เพราะกลียุคแล้ว สัจธรรมเนื้อแท้มันขอดแล้ว แบตจะมีเหลือเท่าไหร่ก็ต้องกอบกู้เท่าที่เหลือเพื่อมนุษยชาติจนกว่าจะสิ้นศาสนาพุทธ ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม นี่คือสิ่งที่กำลังกล่าวสู่ฟัง มีผู้เห็นผู้รู้อย่างที่ครูบาสุทธินันท์รู้ อยากจะมาบูรณาการ เชื่อมต่อพัฒนาขึ้นไปก็ดีแล้ว มีอะไรจะซักถามก็ไม่ต้องเกรงใจ

ทำอย่างไรชุมชนจะพึ่งตนเองได้ ครูบาสุทธินันท์ว่า...เราทึ่งมาก ถ้าเราดูวงการสงฆ์ของแต่ละสำนัก แต่ที่นี่เอาทั้งชุมชนสังคมมาปฏิบัติซึ่งที่อื่นไม่มี เป็นจุดเด่นมากๆ แล้วมันก็ช่วยอธิบายสังคมที่ชาวอโศกเป็นอยู่ มันเป็นตัวอย่างเดียวของประเทศไทย ดูในชุมชนของผม ชุมชนเลี้ยงพระไม่ได้ พระต้องไปบิณฑบาตที่อำเภอแล้วต้อง แย่งซอง แสดงว่าชุมชนไม่ได้เข้มแข็งแข็งแรง ดูแลศาสนาดูแลพระภิกษุใด แต่ของที่นี่เหลือเฟือ มันคนละโลก เป็นศาสนาอีกคนละโลก พ่อครูว่า...ขอแทรกตอบว่า เพราะพวกเราทำแบบคนจน มาปฏิบัติธรรมให้เข้าหลักเกณฑ์ทฤษฎีแบบคนจน ตามที่ในหลวงและพระพุทธเจ้าตรัสไว้ มันก็เลยเป็น 1 เพราะว่าทำแบบคนจนสำเร็จ 2 ผลสำเร็จนี้ถึงขั้นเป็นสาราณียธรรม เป็นสาธารณโภคี ส่งชุดใหญ่นี้ รวมกันแล้วจึงเป็นคนจนอันมหัศจรรย์ หรือคนจนที่อุดมสมบูรณ์ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เป็นเรื่องลึกซึ้งๆ ทวนกระแส แต่เป็นเรื่องจริงที่ลึกซึ้ง คิดให้เห็นผลไม่ได้ แต่มันเป็นสัจจะ แต่มีข้อสำคัญตรงที่ว่า คนจนนี่คือคนไม่เอาไว้มาก แต่ขยันหมั่นเพียรมีสมรรถนะมีความรู้ มีการงานที่สร้างสรรค์ที่ไม่เป็นโทษ เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ แล้วเรามาปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า คนจนก็หมายความว่าเราเอาน้อย สะสมน้อย มักน้อย มักเอาน้อยน้อยๆไม่เอาหลาย เมื่อมีมากก็ระบายออกเผื่อแผ่ ให้แก่มนุษยชาติ มักน้อยหรืออีกสำนวนว่า กล้าจน เราก็ยินดีจนกล้าจน และจนจริงๆ แต่ไม่ขาดแคลนพระอุดมสมบูรณ์ พระขยันหมั่นเพียรมีสมรรถนะมีปัญญา เราสร้างสรรค์ก็มีอะไรที่ไม่เป็นโทษภัย อะไรที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไม่เข้าถ้าไม่ต้องไปเสียแรงงานเสียเวลา ไม่ต้องเสียทุนรอน ไปจ่ายกับสิ่งเหล่านี้ ได้อาศัย สิ่งเหล่านี้จึงมีพอกินพอใช้เหลือเฟือ นักเศรษฐศาสตร์ยังไม่สนใจไม่เข้าใจ อาตมายังรู้สึกว่า อ่อนอกอ่อนใจหน่อย ในหลวงท่านตรัสว่าให้เอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เป็นสัจจะที่ประเสริฐที่สุด แต่คนที่จะเข้าถึงทฤษฎีทั้งว่างก็เข้าถึงไม่ได้ ก็ไม่เกิดการพัฒนาการ อาตมาก็ไม่ท้อถอย คนไทยไม่โง่ ยืนยันได้ว่าไม่โง่คือ ทฤษฎีแบบคนจน ทฤษฎีขาดทุนของเราคือกำไรของเรา โดยท่านประนีประนอมว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงท่าน ทรงเองตลอดพระชนชีพ 70 ปีที่ครองราชย์ ท่านได้ประพฤติปฏิบัติทรงงานทั้งหลายเรื่องนี้ทั้งสิ้น เมื่อท่านสิ้นพระชนม์ลง ยังดีตรงที่ว่า เมื่อท่านสิ้นพระชนประชาชนก็ตื่นตัว ว่าเรายังเอาจากในหลวงไม่ได้เลย รู้ว่าดี มันโชคดีที่คนไทยรู้ว่าในหลวงประพฤติดีๆ แต่ยังไม่เอาถ่านทำยังไม่ได้ เมื่อพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว เรายังเป็นไม่ได้เลยก็มาร้องอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองว่าจะทำตามพ่อจะเอาตามพ่อสอน ก็พูดแต่ปาก ต้องเดินตามพระพุทธเจ้าสอนและประพฤติปฏิบัติเมืองไทยจะเป็นได้

ครูบาสุทธินันท์ว่า...ในหลวงเป็นนักปฏิบัติ อโศกก็เป็นนักปฏิบัติ พ่อครูว่า...แต่คนเขาไม่ค่อยฟัง ในหลวงไม่พูดเยอะ ท่านตรัสเพียงสั้นๆ อาตมาบอกว่าในหลวง ปางนี้ ท่านเป็นโพธิสัตว์มาบำเพ็ญปางเตมีย์ใบ้ แต่ท่านก็ตรัสบ้าง แต่ตรัสน้อย และเป็นปางมหาชนก ท่านทำไปก็ไม่ต้องเห็นเลยว่าใครจะทำตามบ้าง มันพระมหาชนกที่ว่ายไปยังไม่เห็นฝั่ง

ครูบาสุทธินันท์ว่า...สังคมไทยเป็นสังคมการเกษตร การเกษตรผลิตภัณฑ์อุดมสมบูรณ์ พ่อครูว่า...ผักคะน้าที่มีใบใหญ่มาก พืชหัวก็ใบใหญ่ หัวบีทรูท ก็หัวโต เราทำไปก็สวยงามอุดมสมบูรณ์เจริญดี เราใช้คำว่าอะไรสารพิษ ไม่ใช่แค่ปลอดสารพิษ คือเขาใช้สารเคมีบ้าง จะให้อยู่ตามกฎเกณฑ์มีระยะเวลาเกิดจากในการเก็บ แต่มันก็ตกค้างอยู่ละ แต่ของเรานี่เป็นพืชผักไร้สารพิษเลยคือไม่ใช้สารพิษเลย นี่คือความหมายของความต่างระหว่างไร้สารพิษและปลอดสารพิษ แล้วเราก็ทำสำเร็จเพราะเราต้องค้นคว้าหาวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรืออย่างอื่น เราก็รู้ว่า จริงๆแล้วพืชพันธุ์ธัญญาหารนั้น อาศัยสารจากจุลินทรีย์ จุลินทรีย์จะย่อยธาตุอาหารให้พืช เพราะฉะนั้นเราจึงหาจุลินทรีย์มาช่วยย่อย พวกเราก็เลยมีความรู้เรื่องจุลินทรีย์ มันเป็นความจำเป็น เราก็เลยต้องทำ เมื่อเขาไม่ทำเราก็เลยจำเป็นต้องทำ ครูบาสุทธินันท์ว่า...คนในโลกไม่เชื่อเกษตรว่าเรียนรู้ได้ ที่นี่พิสูจน์มีปราชญ์เกษตร แต่เขาไม่เรียนรู้แล้วปฏิบัติให้จริง ว่าสิ่งนี้เลี้ยงดูเราได้ ก็อยากจะให้คนมาเรียนรู้ที่นี้เอาหลักการไป พ่อครูว่า...เชิญเลย ให้มีความเข้าใจอะไรที่จะเรียนรู้เอาประโยชน์ได้เราก็ยินดี เพราะต้องการให้ได้เอาไปช่วยตัวเอง ให้ดีขึ้น เกิดความแข็งแรงของชีวิตไม่มีทุกข์ร้อนอะไร เนื้อจุดสำคัญ จริงๆ ของความเป็นมนุษย์ มันเผลอไป มันยังเห็นความบกพร่องอันนี้อยู่ เป็นจุดบกพร่องที่อาตมาถือว่า โง่กว่าสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานไม่เผลอไม่ออกนอกจากชีวิตจริง ชีวิตจริงมันก็ทำอาหารเลี้ยงชีวิตมีปัจจัยสี่ตามที่พระพุทธเจ้าสอนมันไม่เผลอ มันทำความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ตัวเองรอด มันเลยมีกำลังวังชา แล้วก็มันไม่ได้แย่งชิง คนที่ขาดกำลังวังชา ขาดปัจจัยให้แก่ตัวเองกินใช้ และมีกิเลสเพิ่ม ไปหลงว่าจะต้องได้อะไรไม่รู้ที่เกิดจากปัจจัย 4 บริขาร 8 ออกไปจนไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่คุณควรจะสร้าง แต่นี่สรรค์สร้างออกมาหลอกคนว่าหรูหรายิ่งใหญ่ควรได้คนมีคนเป็น ให้คนมาอุดหนุนผลผลิตเขา ปรุงแต่งออกมาล่อหลอกคน ภัยจากสิ่งที่เป็นปัจจัยชีวิต ไม่เหมือนกับเดรัจฉาน คนหลงอันนี้โง่ไปกว่าเดรัจฉานและวันนี้ ครูบาสุทธินันท์ว่า...คุณมักจะพูดคำว่าตามรอยเท้าพ่อแล้วตามแบบไหน พ่อครูว่า...ในหลวงท่านกลับเอาความรู้ความจริงทั้งหมดตรัสเอาไว้สั้นๆ ว่าให้มาเอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เป็นพฤติกรรมองค์รวม จุดจบก็มาสู่ความเป็นคนจนตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ท่านตรัสไว้ในกถาวัตถุ 10 วรรณะ 9 หรือหลักตรวจสอบธรรมวินัยของศาสนาพุทธ 9 ข้อในโคตมีสูตร มีคำที่สำคัญก็คือความมักน้อย อัปปิจฉะ แล้วสันโดษ (ใจพอ) มันไม่เอามากกว่านี้อีกแล้ว และมีจิตใจที่สงบ ปวิเวก ไม่หลงสวรรค์ อสังสัคคะ ไม่หลงสวรรค์บ้าบอ คนที่ยังหลงใหลอยากได้สวรรค์คือคนงมงาย ไปหลงสวรรค์ที่เป็นภพชาติ เป็นแดนวิมานไม่มีตัวตน คนก็ไม่เข้าใจสัจจะของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียวที่สิ้นภพจบชาติ อยู่กับปัจจุบันความจริงไม่ต้องไปหรอกกัน ทุกข์สุข อยู่กับปัจจุบันนี้ ลำบากยากเย็นมีปัญหาฆ่าแกงแย่งชิงกัน ปัจจุบันนี้พิสูจน์กันเลย ถ้าคุณไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสวรรค์แล้ว อย่างเช่นกลุ่มชนชาวอโศกปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าแค่นี้ก็เป็นสวรรค์แล้วไม่แย่งชิงกัน นอกจากไม่แย่งชิงกัน พิสูจน์กันจนถึงหลักสาราณียธรรมจนถึงสาธารณโภคี นอกจากไม่แย่งกันแล้ว ทำงานมีผลผลิตก็เอาไว้ส่วนกลางกินใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะ ไม่มีใครเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ อาตมาอายุ 80 กว่าแล้วพึ่งจะเคยเห็นหัวผักกาดใหญ่ขนาดนี้ นี่ส้มโอนะ เราเคยเห็นส้มโอลูกเล็กกว่านี้ นี่ก็แตงโม ขนาดใหญ่กว่านี้ก็เคยเห็น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยของชีวิต อาตมาเห็นความจริงแต่พูดไม่เก่ง มันเยอะเหลือเกิน เรื่องที่อยากบอกอยากอธิบายมันเยอะเหลือเกิน ก็เลยกลายเป็นคนสับสนเรียงลำดับไม่ถูก เป็นเศรษฐีบ้านนอก ครูบาสุทธินันท์ว่า...เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องพิเศษไปหมดแหละ คนไทยต้องเรื่องธรรมดานี่แหละเป็นเรื่องพิเศษ ว่าแผ่นดินนี้ เลี้ยงดูเราได้ถ้าเราเคารพธรรมชาติ เราศึกษาธรรมชาติ อย่างเช่นที่นี่ทำเรื่องปุ๋ย ผมอยากจะมาศึกษามา พ่อครูว่า...อาตมายังติงอยู่นี่พวกเรา ทำปุ๋ยแล้วมันลดค่า เพราะไปตะกละวัตถุดิบ เขาก็ให้ อ้าวก็เห็นว่าเขาขายถูกเราก็เลยคนมาเยอะเอามากองไว้มันก็เสื่อม เมื่อเวลาผ่านไป คุณค่ามันก็เสียเราก็แย่เลย ครูบาสุทธินันท์ว่า...อย่างเช่นปีที่แล้ว เขาให้จุลินทรีย์แคบซูลไปให้ เอาใส่พืชก็งามมาก พ่อครูว่า...อาตมาตั้งชื่อให้ว่าเจ้าเจ๋ง เป็นจุลินทรีย์แคบซูล เราไม่มีนโยบายค้าขายเพื่อสร้างความร่ำรวย ทำงานอะไรก็เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ คนก็ไม่ค่อยเห็นความจริงใจ ครูบาสุทธินันท์ว่า...ถ้าเรามีปุ๋ยมีจุลินทรีย์ที่ช่วยให้พืชงาม ก็วิจัยว่าเป็นไปได้ แล้วจะนำไปสู่การกระตุ้นเร้าให้คนมอง ว่า เราไม่ใช้สารเคมีไม่ใช้ยาได้จริง เพราะการใช้มันจะต้องฆ่าคนอื่น พ่อครูว่า...เราพิสูจน์ยืนยันมา 30 ปีแล้ว เสถียรแล้ว เรามั่นใจว่าเสถียรแล้วไม่เปลี่ยนไปจากนี้แล้ว ก็เมื่อยืนยันได้เราก็ทำกันไป จนกว่าคนตาบอดจะเห็นได้ ทุกวันนี้คนไทยเราตาบอดเห็นแล้วนะ อย่างเด็กที่ตาบอดร้องเพลง มองเห็นพระเจ้าอยู่หัว แกเป็นเหมือนตัวแทนคนไทยว่าเห็นแล้วนะ ทุกวันนี้คนก็มุ่งไปสักการะพระบรมศพ เขาเห็นแล้ว เขาโศกเศร้าเสียใจจริงๆ สำนึกได้จริงๆ เป็นความซื้อให้เห็นแล้วแสดงว่าคนไทยไม่ใช่ไม่เห็น แต่ไม่แสดงออก คนไทยนี่ประหลาด รู้ว่าคนไหนมีอะไรดีๆ ก็เก็บไว้ในใจ ไม่อยากแสดงออก ไม่เคารพ ไม่อยากให้เขารู้เลยว่า เราเห็น แต่เมื่อตายแล้วก็เลยมาแสดงออกว่าฉันรู้ฉันเห็น ที่อาตมาเรียกว่า Bomb of love. ที่ไอน์สไตน์เขียนจดหมายบอกกับสาวไว้ว่า ต่อไปจะเกิด Bomb of love เกิดขึ้น อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะเกิดที่ไหน แต่ต่อมาก็รู้ว่าเกิดที่สนามหลวงแล้ว นี่คือลูกระเบิดแห่งความรัก แสดงออกว่ารักเทิดทูนในหลวง ประเด็นสำคัญคือเขาเคารพอะไรของในหลวง ท่านรูปหล่อหรือ มีอิทธิฤทธิ์หรืออิทธิเดชอะไรหรือ ไม่ใช่ แต่เพราะพระจริยวัตรพระจิตวิญญาณของท่านที่เห็นแก่ประชาชน รับใช้ประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ 70 พรรษา อาตมาถึงบอกว่า คนไทยเห็นได้แล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วไม่สิ้นไร้ไม้ตอก คนไทย เมืองไทยจะก้าวหน้า เพราะว่า พูดไปแล้วอย่าพูดพล่อยๆว่าจะทำตามคำพ่อสอน ตอนนี้สัญญาประชาคม จิตก็คงจะสำนึกจริง ตั้งแต่ 2560 เป็นต้นไปก็น่าจะกระเตื้องขึ้น

ครูบาสุทธินันท์ว่า...สังคมตื่นตัว พวกเราจะหนักไหม

พ่อครูว่า...ถ้าสังคมตื่นตัว งานของอาตมาหรือพวกเราจะจบ จะเบา ทุกวันนี้ อาตมา ชาวอโศก ดำเนินตามคำสอนพระพุทธเจ้าหรืออันหนึ่งอันเดียวกันกับของรัชกาลที่ 9 เราพึ่งพาตัวเองรอดแล้ว จนมีส่วนเกินที่ได้สะพัดไปสู่สังคมได้แล้ว ทุกวันนี้เราได้แต่ 1 พึ่งตนเองรอด เรามีชีวิตอยู่อย่างสบาย 2 พยายามสะพานส่วนที่เหลือสู่สังคม ตอนนี้เมื่อประชาชนคนไทยตื่นตัวและลงมือทำ ผลประโยชน์ก็จะเกิดตามความจริงนี้ เมื่อเกิด เราก็เพลามือ อาตมาเคยบอกพวกเราชาวอโศกว่า สักวันหนึ่งพวกเราจะมีเวลานั่งเป่าขลุ่ยเพลงหนังบนหลังควาย ตอนนี้พวกเราก็ช่วยกันทำงานสร้างสรรค์จนพออยู่พอมีพอกิน มีเหลือก็ช่วยคนอื่น

คบว่า...ที่ประทับใจคือเราได้สร้างทายาท

พ่อครูว่า...ได้มากหรือน้อยเราก็ปลูกฝังเยาวชนที่จะเอาไว้สืบสานต่อไป ก็จุดจริงเลยนะ เราพยายามเผยแพร่ ธรรมะ ปลูกฝังให้เยาวชน แม้ไม่ใช่เยาวชน ผู้ใดที่ประสงค์ก็เชิญมา เอาสิ่งที่ควรได้ควรมีควรเป็นแล้วเอาไปประพฤติปฏิบัติ เป็นผู้ที่พึ่งตัวเองรอดแล้วช่วยเหลือคนอื่นได้ การที่จะพึ่งพาตัวเองรอด แล้วมีส่วนเกินส่วนเหลือเอาไปเผื่อแผ่ช่วยคนอื่นได้ นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ไม่เข้าใจประเด็นนี้ แม่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยมีปริญญาเก่ง เอามาสร้างสรรค์สมรรถนะ ก็จะสร้างได้มากได้เก่ง แต่ได้มาก็เอามาทำแบบทุนนิยม มาค้ากำไร หรือแปลงเป็นรายได้ทับทวี maximize profit เพราะฉะนั้นจึงไปไม่รอด แต่ของเรานี้ขายให้ขาดทุน มีผลผลิตดีก็เอามาขายอย่าง ของดีราคาถูกซื่อสัตย์มีน้ำใจ ขายสดงดเชื่อเบื่อทวงปวดท้อง พวกเราตัดเรื่องสินเชื่อออกไป เราไม่ใช้ระบบสินเชื่อ การทำแบบนั้นเป็นการเข้าระบบนายทุน สินเชื่อเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเท่าที่สังคมมีมา สมัยโบราณเมื่อใช้ระบบสินเชื่อสังคมไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่เมื่อมาในยุคนี้พัฒนาการของระบบสินเชื่อมันพัฒนาการไปเป็นอะไรต่ออะไรเต็มโลกทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นหุ้น ประกันสังคม สหกรณ์ มันก็แปลงมาเป็นสินเชื่อไปหมด บรรลัยจักรหมด ครูบาสุทธินันท์ว่า มันเป็นสินหลงเชื่อ พ่อครูว่าใช่สินหลงเชื่อ ก็ดีที่มีคนมาวิจัยถึงข้อที่บกพร่องผิดพลาดอยู่แล้วช่วยกันแก้ไข อย่าไปยึดมั่นถือมั่นอย่างเดิม เพราะสิ่งผิดมันมีเยอะ ต้องหันกลับมาหลักทฤษฎีตามที่พระพุทธเจ้าสอน ท่านมีคำตรัสอยู่ว่า ถ้าคนพูดเป็น จะใช้ภาษาถิ่นของชาติไหน ให้ผู้มีเนื้อหาไป มีกถาวัตถุ 10 ๑. เรื่องที่ชักนำให้มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉกถา) . ๒. เรื่องที่ชักนำให้สันโดษ ใจพอ (สันตุฏฐิกถา) ๓. เรื่องที่ชักนำให้สงัดจากกิเลส (ปวิเวกกถา) . ๔. เรื่องที่ชักนำไม่ให้คลุกคลีกับหมู่กิเลส (อสังสัคคกถา) . ๕. เรื่องที่ชักนำให้ปรารภความเพียร (วิริยารัมภกถา) . ๖. เรื่องที่ชักนำให้บริสุทธิ์ในศีล (สีลกถา) ๗. เรื่องที่ชักนำให้จิตตั้งมั่นในสมาธิ (สมาธิกถา) . ๘. เรื่องที่ชักนำให้เกิดปัญญา (ปัญญากถา) ๙. เรื่องที่ชักนำให้หลุดพ้นจากกิเลส (วิมุติกถา) ๑๐. เรื่องที่ชักนำให้เกิดความรู้แจ้ง เห็นจริงในความหลุดพ้นจากกิเลส (วิมุตติญาณทัสสนกถา) (พตปฎ. เล่ม ๒๔ ข้อ ๖๙) ตามครน.หรม.คือ เรามีพลังงานสร้างสรรค์มากให้ทำอย่างคูณ แต่อะไรที่เรามีมากแล้วเราจะต้องเอาออกเป็นการหารออก แต่ระวังอย่าเอาเนื้อดีออก จะเอาเนื้อร้ายออก อย่าไปถากเนื้อดีออก หารร่วมมาก หารออกแต่จะวังอย่าออกมากเกิน ต้องระวัง ครน. หรม. อาตมาย่นย่อ ครน.หรม.ที่คำว่า ประโยชน์สูงประหยัดสุด สัจจะที่ว่านี้ จะเข้าใจเนื้อหาเป็นแผลได้จะต้องรู้องค์รวมของสิ่งที่เป็นอยู่ เราจะทำ เช่น เรื่องตลาดอาริยะ ตลาดอาริยะนี้ ทำไมเราทำ มาจากแนวคิดอะไร แนวคิดที่ว่า เราจะต้องปลูกฝังตลาดการค้าขาย คนจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ดี อย่าไปเป็นแม่ค้าพ่อค้าหน้าเลือด อย่าเอาแต่กำไรอย่างเดียว แต่ให้มาลด มาขาดทุนให้ได้ คำว่าขาดทุนนี่ ขาดทุนตามหลักเกณฑ์ของสังคม แต่มันไม่ตายมันอยู่ได้ คนที่ขาดทุนนั้นอยู่ได้เพราะวิธีขาดทุนที่เรียกว่าขาดทุนการคิดทุน ของสังคม นั้น เขาคิดค่าวัตถุดิบ ค่าโสหุ้ย ค่าแรงงาน เดี๋ยวนี้มีค่าจัดการ ค่าเอนเตอร์เทน บวกไว้หมด แต่เจ้าของแรงงาน เอาค่าแรงงานให้น้อยลงๆๆ อย่าไปเอามากเกิน ด้วยสัจจะแล้วคุณยิ่งมีความรู้มีความเก่งความสามารถ ต้องสร้างสรรได้มากโดยใช้วัตถุดิบน้อยก็ยิ่งจะต้องขายให้ถูก แต่นี่ดันผ่าไปคิดแพงๆ เรามีสมรรถนะมีความสามารถมีความรู้มากแต่กลับไปเอาเปรียบตีราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆแทนที่จะคิดให้ถูกลง ความรอบถ้าเขาให้เป็นเช่นนั้น แล้วเขาเข้าใจว่าฉลาดอีกนะ แต่จริงๆแล้วเขาโง่ เพราะเขาคิดผิด ที่จริงควรจะช่วยผู้อื่น กิเลสมันพรายเอาเปรียบคน ถ้าคิดอย่างถูกต้องชัดจากคนฉลาดกว่าเขาทำได้มากกว่าเขา มีสมรรถภาพสูงกว่าเขา มีวิธีการจัดการสร้างสรรค์และเป็น mass product มันก็ทุ่นไปหมด ถ้าคุณจะช่วยเหลือสังคมแจกจ่ายกันสังคมก็จะแย่งชิงกันน้อยลงจะมีความอบอุ่น แต่ถ้าคุณยิ่งขายให้แพงเรื่อยๆสังคมก็ยิ่งจะแย่งชิง คนอื่นก็ตาย เขามองสังคมเป็นเหยื่อ

ครูบาสุทธินันท์ว่า...เมื่อวานนี้นั่งรถผ่านหน้า ธนาคาร ธกส.มีเกษตรกรอยู่มากเลยคงจะแจกอะไรสัก พ่อครูว่า..คำปราชญ์ว่า สอนให้ตกเบ็ด ให้เบ็ดไม่ได้ให้ปลา จะยั่งยืนกว่า แต่อาตมาก็เห็นใจเขาว่า ประชากรเดือดร้อน เขาก็ท้วงว่าไม่ให้ทำประชานิยมแต่ทำไงได้ เขาจำเป็นต้องทำบ้างก็โดนว่าเขาก็รู้อยู่ แต่ก็จำนน ต้องทำประทังไป ซึ่งตอนนี้อาตมาว่า พวกนายทุน หรือพวกนักธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นป่ากระบอกของนายทุน ตะโกนอยู่ว่าเศรษฐกิจประเทศตอนนี้มันแย่ มันเลว ทรุดลงๆ อาตมาว่าไม่ทรุดหรอก เศรษฐกิจดีขึ้นเพราะสิ่งแวดล้อม 1 เขาต้องการปราบทุจริตก่อน มันเป็นยาพิษเป็นพิษจะต้องเอาออกก่อน เราก็จะได้หมดองค์ประกอบที่ดีเพิ่มขึ้น จากนั้นก็ให้ความรู้อะไรต่ออะไร ให้ทำงาน แม้ทุนรอนก็ให้ พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าให้พระเจ้าแผ่นดินจากต้นทุนให้แก่ประชาชนไปทำงาน การแจกให้แก่ประชาชนไม่ใช่ประชานิยม แต่วิธีการ เชิงซ้อนของประชานิยมวันนี้ ก็ทำยังให้ไม่เป็นประชานิยม เพราะว่าคุณมีหน้าที่ เอาเงินจากผู้ที่มีรายได้มากมาสะพัดให้แก่ผู้มีรายได้น้อย เป็นการกระจายรายได้ มันก็ต้องทำ พูดถึงตรงนี้แล้วอาตมาภูมิใจ จะได้พาพวกเรามาปฏิบัติตามธรรมะพระพุทธเจ้าจนเป็นสังคมชาวอโศก ไม่ต้องทำแบบคอมมิวนิสต์ แต่ของเรา ทุกคนเต็มใจทำงานแล้วเสียภาษี 100% เอาเข้ากองกลางสาธารณโภคี ครูบาสุทธินันท์ว่า...มีคนบอกว่าให้ทำแบบสหกรณ์ แต่นี่คือสุดยอดสหกรณ์แล้ว พ่อครูว่า...ก็เพราะว่าทุกคนมาที่นี่ก็รู้ว่าที่นี่สอนให้มักน้อยสันโดษเอาเข้ากองกลางมาก ทุกคนในที่นี้ก็ไม่มีใครที่จะแสดงออกเล่ห์เหลี่ยมในการเอา เพราะจะอายมากเลย คบว่า...นี่คือสหกรณ์ที่แน่นหนาแข็งแรงมาก ทุกคนเต็มใจทำ พ่อครูว่า...สหกรณ์คือการสร้างสรรร่วมกัน ถ้าสหกร คือร่วมไม้ร่วมมือกันเต็มที่เลย อาตมาว่าทุกวันนี้ยังเอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาอธิบายไม่ครบเลย แนวทฤษฎีของพระพุทธเจ้าคือประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ แต่เป็นองค์รวมที่เต็มใจพอใจอบอุ่นใจ

ดร.ชมพูนุช...อยากถามว่าพ่อท่านอายุ 82 ปี 8 เดือน กับ 15 วัน แล้วดูเหมือนว่าท่านสุขภาพแข็งแรงมาก พ่อครูว่า...อาตมาก็ว่าพยายามจะสุขภาพแข็งแรงเพราะยังจะไม่ตาย เพราะว่ารักษาสุขภาพด้วย 8 อ. อิทธิบาท อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ คนที่ไม่รู้จักอาชีพที่ดีก็จะตายเร็ว หรือไม่รู้จักพัก ไม่รู้จักเอาพิษออก ไม่รู้จักออกกำลังกาย ไม่รู้จักเอาอากาศดี ไม่รู้จักทำอารมณ์ดี มีแต่ความเครียดความโกรธนักร้องอายุสั้น จู่ ถ้าไม่มีอิทธิบาทแล้ว อายุสั้นแน่

ดร.ว่า..อาชีพที่ดีคืออะไร พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าสอนมิจฉาชีพ 5 คืออาชีพไม่ดี 5 กุหนา ลปนา เนมิตกตา นิปเปสิกตา ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา

๑. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง ๒. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง ๓. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ ๔. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) ๕. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๗๕ มหาจัตตารีสกสูตร) อย่างเช่นธัมมชโยคือนายทุนบวกนักการเมืองบวกผีบุญ คนดูไม่เห็นนักการเมืองผีบุญ นักธุรกิจ เอาอะไรมากลบเกลื่อนไว้ อาชีพลปนาที่เลวร้ายกว่ากุหนาอีกเพราะคนไม่รู้ทันได้ง่ายๆ แม้แต่สถาบันศาสนายังตกใต้อำนาจเขาเขาเก่งฉิบหาย แต่เก่งในทางเลวร้าย นิปเปสิกตา พ้นอาชีพเลวร้ายไปได้เรื่อยๆแล้วตนเองพ้นแล้วอย่าไปรับใช้คนผิด อย่าไปเป็นทาสนายทุน นิปเปสิกตา อาชีพต่อไป ทำงานฟรีไม่เอาลาภแลกลาภ ชาวอโศกทำได้เป็นลำดับจนถึงไม่เอาลาภแลกลาภทำงานฟรีให้แก่ส่วนกลางเป็น โสดาบันสกทาคามีอนาคามีอรหันต์

การเตรียมการยุคหลังพ่อท่าน ดร.ชมพูนุชว่า...สรรพสิ่งในโลกนี้ เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ทีนี้ ขออนุญาตจะกล่าวถามพ่อท่านว่า พ่อท่านได้เตรียมการสำหรับ post โพธิรักษ์อย่างไร ยุคภายหลังพ่อท่าน พี่น้องชุมชนชาวอโศกจะอยู่อย่างไร เพราะท่านเป็นศูนย์กลาง Era เป็นความศรัทธาเป็นทุกอย่างเป็น every things พ่อครูว่า...สรุปคำถามสั้นๆว่า พ่อท่านได้เตรียมการยุคหลังพ่อท่านไปสวรรค์แล้วอย่างไร ...ตอบให้ฟัง อาตมาไม่ห่วง อาตมาไม่กังวล มีคนเขาเข้าใจอย่างที่คุณเข้าใจสงสัยว่า ทุกสำนัก ผู้ที่เป็นอาจารย์ใหญ่ตายไปแล้ว สำนักงานก็แตกไปเลิกราไป อาตมาไม่ห่วงตรงนี้ เพราะว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น ถ้าเป็นธรรมะแท้ที่สัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติ สมัครปฏิเวธ สิ่งเหล่านั้นจะ หย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน