571019_อาหญิงสัมภาษณ์เรื่องการศึกษา.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
571019_ สัมภาษณ์พ่อครู เรื่องปฏิรูปการศึกษา โดย อาหญิงอำภา สันติมทนีดล สันติอโศก
อำพา … อโศกจัดการศึกษามาได้ กี่ปีแล้ว
พ่อครูว่า... 20 กว่าปีแล้ว
อำพา … เราเน้นการศึกษาที่เชื่อมกับชีวิตจริงต่างจากข้างนอกไหม? มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ?
พ่อครูว่า … ที่มีแรงบันดาลใจจัดากรศึกษาเช่นนี้ เพราะห็นด้วยความรู้ของอาตมาว่า การศึกษาทุกวันนี้ทำให้คนแตกแยก ออกไปจากชีวิตจริงของสังคม คนแต่ก่อนนี้ เขาอยู่ร่วมกับสังคม เขาก็ไม่แบ่งแยก ใครเก่งมากก็ช่วยคนเก่งน้อย ใครแข็งแรงมากก็ช่วยคนอ่อนแอ เป็นสังคมอบอุ่น แต่ทุกวันนี้การศึกษาแยกบุคคลออกจากสังคม ออกจากมิตรหาย กลายเป็นศักดินา เป็นเรื่องเหลื่อมล้ำ ได้เปรียบ เสียเปรียบ เป็นกิเลสเห็นแก่ตัว ไปกดข่มคนที่ด้อยกว่าเสมอๆ สังคมก็ไม่อยู่สุขแน่ เป็นทุกข์ร้อน เหตุคือมันแยกออกจากสังคม จากญาติโกโยติกา เพราะเหตุคือความรู้เป็นตัวสำคัญ และตัวที่สำคัญยิ่งคืออวิชชา ความรู้คือความรู้โลกๆ เทคนิควิชาการ แต่ตัวไม่รู้คืออวิชชาก็เลยใช้ความฉลาดที่เกินกว่าเขา ผสมกิเลสก็เอาเปรียบข่มเหง ทำร้ายทำลาย สังคมก็เลยเลวร้าย
ประเด็นที่แทรกซ้อนคือ คนฉลาด เอาเปรียบด้วยวิธีการกินแรง ทั้งๆ ที่ตนมีความรู้สามารถกว่า แต่กินแรงเขาให้เขาทำ ให้เขาเหนื่อย ลำบากยากเข็ญ ตนเองเที่ยงกินเล่นนอนอยู่เฉยๆ แต่เราเป็นคนกอบโกยผลประโยชน์ รายได้ ก็เลยย ิ่ งกลายเป็นความเสื่อม
เหตุใหญ่มาจากความไม่มีธรรมะ อาตมาก็เลยเห็นว่า 1 . วิธีการการศึกษาเอาคนไปเรียนนั้น จนเดี๋ยวนี้เป็นรูปธรรมสำเร็จรูปแล้ว คือเด็กออกจากบ้านไปเรียน อยู่โรงเรียนทั้งวัน ตกเย็นก็กลับบ้านนอน ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม แม้แต่อุดมศึกษา ตกลงเด็กอยู่ในกล่องการเรียน อาตมาเรียกว่าการศึกษาในกล่อง เด็กไม่รู้จักสังคมจริง ไม่รู้จั
อ่านต่อ
กวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เขาไม่รู้ ยิ่งคนมีสตังค์ ส่งเด็กไปเรียนเมืองนอกยิ่งไกลบ้านเกิดเมืองนอน ไกลจากสังคมตน จบมาเป็นเจ้านาย เอาองค์ประกอบที่ไม่ใช่ของประเทศไทยมาครอบงำเปลี่ยนแปลง ก็เลยเป็นเช่นนี้ เลือดเนื้อแท้ สิ่งที่เขาเป็นอยู่มาร้อยพันปีก็เลยหายไป นี่แหละเขาเรียกว่า ตัวถูกกลืนไป ไม่รู้จักชาติ ประวัติศาสตร์รากเหง้าตนเอง คือการเรียนเข้ากล่องเด็กก็ไ่ม่รู้จักทำงานไม่รู้จักการใช้ชีวิต
เด็กอยู่บ้านนอก ก็อยู่กับพ่อแม่พี่น้อง กับพระกับเจ้า แม้ไป รร. ก็กลับบ้านมาก็ช่วยเลี้ยงน้อง ตำข้าว ก็ทำงานเป็น ไม่ได้ขาดการงาน รู้จักการงานไม่ได้ถูกยัดเยียดเข้ากล่อง โดยทิ้งไปเลย ไม่รู้ว่าเด็กต่อไปเขาต้องทำงานเป็นสัมพันธ์กับสังคมสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรสหาย แต่นี่ไม่เลย อาตมาว่ามันขาดกัน ก็เลยเห็นว่ามันจะทำอย่างไรต่อไป 1 .ขาดศีลธรรม 2 .ขาดความเป็นงาน สัมพันธ์กับสังคม และ 3 .วิชาการ อาตมาก็เลยเอาปรัชญามาจากสามอย่างนี้ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ขยับขึ้นไปก็เป็น ศีลเคร่ง เก่งงาน ชำนาญวิชา และอุดมศึกษาก็เป็น ศีลเต็ม เข้มงาน สืบสานวิชชา ตามลำดับ
ศีลไม่ได้มีอานิสงส์แค่กายกับวาจา แต่ศีลพัฒนาไปสู่ใจด ้ วยไม่ได้ขาดตอน ศีล 8 ศีล 5 ก็ปฏิบัติให้เกิดจิตวิญญาณ เป็นศีล 5 บริบูรณ์จิตมีปัญญา มีวิมุติ แล้วเลื่อนเป็นศีล 8 เป็นศีล 10 อนาคามี ก็เป็นกรอบเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลายไป สูงกว่านั้นก็เป็น ศีลปาติโมกข์ ศีลโพธิสัตว์ มีกรอบการศึกษาโครงสร้างหมดแล้ว
อำพา … ท่านคิดโครงสร้างเหล่านี้มาจากไหน?
พ่อครูว่า … อาตมาต้องพูดว่าเป็นความรู้จากชาติปางก่อน เพราะอาตมาก็ไม่ได้เห็นตำราไหนคิด และเขียนอย่างนี้ และอาตมาก็ไม่ได้มีการศึกษาในชาตินี้ แต่อาตมาก็ทำขึ้นมาได้ อาจจะเชื่อยาก แต่ก็ต้องพิสูจน์ดู เพราะทุกอย่างมันสั่งสมในสัญญา จิตนี่ย ิ่ งกว่าฮาร์ดดิสก์ ไม่มีเสื่อมไปเลย เป็นความรู้แต่ชาติปางก่อนเลย แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านเกิดมาก็ไม่ได้ปฏิบัติธรรมของพุทธเลย เพราะว่าศาสนาพุทธยังไม่เกิด ท่านก็ปฏิบัติไปแบบผิดๆ ออกป่าเขาถ้ำไป 6 ปี ทรมานตนเอง เหมือนเป็นลิงลมอมข้าวพอง ลืมไปชั่วคราว แต่พระพุทธเจ้าก็ระลึกได้ในคืนเดียว ระลึกได้หมด ว่าความรู้พุทธเป็นเช่นนี้ ที่เขาทำนายว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า คือเรามีสั่งสมมาแต่ชาติก่อนๆ แล้ว ก็ระลึกได้ ยืนยันว่าเป็นผลวิบากที่สั่งสมมา
พระพุทธเจ้าท่านเป็นได้ เราก็มีแนวเดียวกัน แม้ไม่ได้มากเท่าท่านแต่เราก็มีของเรา แต่เดี๋ยวนี้ คนไม่เชื่อชาตินี้ ชาติหน้าแล้วไม่เชื่อกรรมวิบาก เขาก็เลยทำหยาบไปเลอะ ไม่กลัว ตายแล้วมันสูญนี่ ก็เลยทำบาปได้ตามกิเลส ทั้งที่เรื่องจริงมีวิบาก มีชาตินี้ ชาติหน้า ไม่ได้บังคับให้เชื่อแต่เป็นความจริง
อาตมาได้คำตอบว่า คนเกิดมาเพื่อการศึกษา และไม่ใช่แต่ศึกษาความรู้ทางโลก แต่ความรู้ทางโลกแต่ขาดธรรมะก็ใช้เป็นอาวุธฆ่าคน เป็นศาตรา ไม่ใช่ศาสตร์ เราต้องเรียนให้เป็นความรู้ไม่ใช่ไปห ้ำ หั่นคนอื่น แต่เป็นความรู้ที่ไม่เห็นแก่ตัว
คนไม่ศึกษาก็เหมือนเดรัจฉาน เดรัจฉานมันไม่มีการศึกษา มันทำมาหากินของมันอย่างเดียวนอกจากคนไปจับมาศึกษา แต่คนนี่ต้องทำการศึกษา
การศึกษาสามอย่างคือ 1 . การศึกษาปุถุชน ปุถุชนศึกษาความรู้เพื่อได้เปรียบ ห้ำหั่นกัน จนเลวร้ายร้อนแรงทุกวันนี้ 2 .กัลยาณชน มีสำนึกดี ต้องเรียนให้ดี ทำกรรมดี แต่เขาไม่มีทฤษฎีของจิตที่สมบูรณ์แบบจึงได้แค่กัลยาณชน ก็ละชั่วทำดี จะมีวิธีกดข่มกิเลส แต่ไม่รู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน 3 .อาริยชน
แต่โลกทุกวันนี้มีแค่การศึกษากัลยาณชนกับการศึกษาปุถุชน การศึกษาปุถุชนทำให้คนเดือดร้อน ห ้ำ หั่นกัน ขนาดเพื่อนร่วมห้องเรียนมาด้วยกัน พอทำงานก็แย่งตำแหน่งกันอีก เอาดีเอาเด่น ถึงฆ่ากันได้เลย จิตไม่เจริญ แต่มากัลยาณชนก็ดีขึ้น มีละชั่วทำดี แต่ไม่เข้าถึงปรมัตถ์ จิต เจตสิก
แต่พระพุทธเจ้าค้นพบ อาริยชน อาตมาเดินสายนี้เข้าใจปรมัตถ์ จิต เจตสิก แหล่งศึกษาใดที่เอาใจใส่ โดยเฉพาะสำนักศาสนา เขาจะมีธรรมะประกอบตามศาสดาแต่ละแห่ง อิสลามก็ทำไป คริสต์ก็ทำไป แต่ละศาสนาก็ทำ แต่ของพุทธนี่สุดท้ายไม่ทำเลย ขนาดเอาวิชาศีลธรรมเอาออกอีก วิชาศีลธรรมอาตมาจำได้ ว่าคณิตศาสตร์คะแนนเต็มร้อย แต่ศีลธรรม สิบคะแนน หนักเข้าเอาออกเลยก็เลยหมดท่า อาตมาก็เลยมาตั้งใจทำ โดยทำให้สังคม ก็ไม่ได้สร้างเพื่อการค้าหรอก ไม่ได้หาเงิน แต่ทำเพื่อสังคมประเทศชาติ อาตมาเรียกว่าการเมืองภาคประชาชน การสร้างอนุชนให้ชาติเป็นหน้าที่ของการบริหาร แต่อาตมาเป็นประชาชนก็ช่วยสร้าง ที่จบไปจากที่นี่ ก็มีไปเรียน ป.ตรี โท เอก ก็มีแล้ว
หลักสูตรเราแบ่ง ศีลเด่น 45 % เป็นงาน 35 % และวิชาการ 25 % คนไม่เข้าใจก็ว่าสอนของกระทรวงเขาแค่ 25 % ได้อย่างไร แต่ไม่ใช่ เราสอนความรู้เนื้อหาตามหลักสูตรของคุณให้ครบก็แล้วกัน ในเวลาแค่ 25 % นี่แหละ แต่ รร. ของคุณเองสอนก็ไม่เต็มหลักสูตรหรอก เป็นแต่ให้มากที่สุดเท่านั้น
รร.เราพยายามให้เป็น บวร มีบ้านมีสังคม มีวัดอยู่ที่นี่เลย มีแหล่งศีลธรรม ประชากรสมาชิกพี่ป้าน้าอาก็ช่วยกัน คบหากัน เป็นพี่เป็นน้อง จำเป็นต้องกินนอนร่วมกัน การมีชีวิตร่วมด้วยมันซึมซับ osmosis ลึกซึ้งกว่าคำพูดเป็นไหนๆ มากกว่ากันเยอะ เราไม่เอาแบบไปกลับ นร. เราต้องอยู่ประจำไม่ว่าชั้นไหนๆ อนุบาลก็ให้อยู่กับพ่อแม่ได้ แต่ประถมศึกษาให้พ่อแม่มาอยู่ด้วยในหมู่บ้าน ถ้าคุณมาไม่ได้เอาแต่เด็กมาเราไม่ยอม แต่มัธยมก็มาอยู่ประจำที่รร.เลย
อำพา … สถานที่พอไหม?
พ่อครูว่า … ที่ กทม.ไม่พอหรอกสำหรับอุดมศึกษา แต่ตอนนี้เราเอาที่บ้านราชฯ เป็นที่แรกของระดับอุดมศึกษา วิทยาลัยเราก็มี รร.อาชีวะแล้ว ตอนหลังเขาก็เลยบอกว่าอาชีวะเขายกฐานะเป็นวิทยาลัย ยกระดับเป็น ปวส.ได้ ชื่อวิทยาลัยอาชีวศึกษาสัมมาสิกขาวิชชาราม
อำพา … ท่านคิดว่าการปฏิรูปการศึกษาควรเร ิ่ มที่ไหน?
พ่อครูว่า … ศีลธรรมมาก่อนเลยเป็นดีมานด์ (Demand) สูงสุดทั้งโลกเลย คือศีลธรรม และศีลธรรมที่ต้องมีประสิทธิภาพล้างความเห็นแก่ตัว ต้นเหตุการติดยึดในโลกธรรมได้
อำพา . . ข้างนอกเขาไม่คิด?
พ่อครูว่า … ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดไหม? แต่เขาสอนอย่างไงให้เป็นความจริงเขาไม่รู้ว่าจะสอนอย่างไร
อำพา … พระก็ไม่รู้?
พ่อครูว่า... ข้อสำคัญคือพระก็ไม่รู้ ความจริงก็คือ ศานามันเพี้ยน ธรรมะแท้ๆ มันเพี้ยน คือโลกุตระหรืออาริยธรรมมันเพี้ยน มันได้แค่กัลยาณธรรม ละชั่วทำดี แต่ไม่ถึง สจิตตปริโยทปนัง ไม่รู้หลักคำสอนพระพุทธเจ้าฝึกจะเกิดญาณปัญญา ถึงเห็นอ่านนามธรรม จิต เจตสิกได้ จิต เจตสิกไม่ใช่รูปร่าง ทุกวันนี้สอนกันผิดว่าเทวดา ผีเป็นรูปร่าง ก็เข้าใจอย่างนั้นก็จะไปแก้ไม่ได้ คุณจะไปเอาอะไรจากผีวิญญาณพวกนั้น เพราะไม่ใช่ตัวจริงของจิตวิญญาณมันต้องเห็นจิตวิญญาณผีแล้ว ให้มันละจากผีเก๊ มาเป็นจิตวิญญาณจริง ที่มีโลกุตรธรรม อาริยธรรมแท้จริง
อำพา … มันควรจะเร ิ่ มจากไหน?
พ่อครูว่า … ก็เร ิ่ มจากครูบาอาจารย์ ถ่ายทอดสู่ลูกศิษย์ ไปแพร่หลายต่อในสังคมนั้น รร. ควรเอาวิชาการพวกนี้ไปไว้ในโรงเรียนให้ได้ขาดไม่ได้ ตั้งแต่อนุบาลถึงอุดมศึกษา
อำพา … พ่อท่านจะแนะนำการสอนศีลธรรมอย่างไร ให้มีผลทั่วประเทศ
พ่อครูว่า … ใครก็คงคิดอยากให้ได้มากได้เร็ว หรือตะกละอยากได้มากทันที แต่มันไม่ง่ายดังคิด โดยเฉพาะเรื่องจิตวิญญาณคน คือไม่เห็นด้วย หรือเห็นลบเป็นศัตรูด้วย ถ้าเป็นศัตรูก็ยากต้องระวัง กว่าจะผ่านขั้นตอนที่ให้ไม่ต้องมารบเรานะ จนเห็นด้วย จนเห็นดี จนมาเอาด้วย ก็หลายขั้น ก็ยากและยาวนาน อาตมาก็เลยต้องพยายามมีชีวิตให้ยาวนานสัก 151 ปี รู้ว่าไ่ม่ง่ายแต่ก็ไม่มีทางอื่น ชาตินี้ได้ปูทางไว้แล้ว ก็ต่อไปก่อน ไม่อยากให้ทิ้งช่วง
อำพา … เรื่องค่านิยม 12 ประการ?
พ่อครูว่า … คสช. ก็มีค่านิยม 12 ประการ อาตมาก็เห็นว่าถูกทาง อาตมาก็พยายามเชื่อมได้เมื่อไหรก็เมื่อนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ว่าสุดทางแล้ว เขาก็ทำมาแล้ว ปฏิวัติแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาทำอย่างนี้ ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้โอกาส บอก นายกฯ ปู ตลอดแต่เขาไม่เชื่อ จนสุดท้ายก็ต้องไปในรูปนั้น ซึ่งนักการเมือง ถ้าไม่มีคุณธรรมก็ไม่ควรมาบริหารประเทศเลย
เราต้องให้การศึกษาแก่ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน อาตมาได้ติดชิปไปแล้ว ได้มากหรือน้อยก็ได้จริง ชิปเหล่านี้ไม่สูญในอนาคตเขาจะได้ข้อมูล และข้อมูลโลกีย์ที่เขาได้จะค่อยเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ติดชิปไป เขาก็จะรู้ได้ มีวุฒิภาวะมาเพ ิ่ มขึ้น ก็จะได้รู้ขึ้นมา
อำพา … เรื่องศีลธรรมเป็นเรื่องใหญ่แล้ววิชาการล่ะ?
พ่อครูว่า … วิชาการนั้นมากพอแล้ว อาตมาเคยแต่งเพลงแล้ว เมื่อไหร่จะรู้สักทีนะ ว่ามีความรู้อะไร ที่มากเกินความรู้วิชาการ แต่ขาดอะไร คือขาดศีลธรรม
อย่างพระที่เวียดนามสามารถเผาตัวตาย เขาก็ว่าแน่มากเลย เผาแล้วหัวใจไม่ไหม้ ที่อื่นไหม้หมด อย่างนั้นตายไปเลยก็ไม่ทรมานเท่าป้าสำเนียงที่เผาตัวตาย แต่ไม่ตาย ต้องทรมานอีก
อำพา … เรื่องนี้ให้แง่คิดอะไรกับเรา
พ่อครูว่า … อาตมาว่าสะท้อนถึงคนในสังคมว่ามีพฤติกรรมจิตใจอย่างไร แล้วมีวิธีการที่ทำให้คนถึงฆ่าตัวตายได้ ฆ่าตัวตายอย่างสิ้นทาง แม้แต่ขอร้องต่อองค์กรรัฐก็ช่วยไม่ได้ก็สิ้นทาง คนสิ้นทางก็เกิดเหตุเช่นนี้ ต้องแก้ไขด่วนเลย อาตมาจำได้ คุณประยุทธ์ พูดเองว่า ถ้าผมทำไม่สำเร็จผมก็ต้องตาย อาตมาก็ต้องช่วยเต็มที่ ใครจะไปอยากให้คนตาย ก็เห็นใจว่าเขาตั้งใจ คำพูดมันส่อให้เห็นถึงจิต
เขาว่าถ้าผมแก้ไขไม่ได้ผมก็ตาย มันสื่อถึงว่า เขาทำเต็มที่ขนาดนี้ถ้าไม่สำเร็จก็เชื่อว่า เขามีเท่าไหร่เขาโถมไปจริงจังขนาดนี้ จะมีใครทำจริงเท่าเราไหม? อาตมาถือว่าแม้เป็นความถือดีถือตัวก็เป็นความตั้งใจจริง แม้จะไม่สำเร็จก็อยู่ที่เหตุปัจจัย ก็ลุยไปเลยอาตมาส่งเสริม อันไหนที่เป็นนโยบายโครงการที่เราเห็นว่าดี เขาก็บอกว่าแนะนำมาสิ ถ้าเราแนะนำไปแล้วเขาไม่เอา ก็แนะนำไปอีก เพราะเราก็ปรารถนาดี สุดท้ายเขาไม่เอาก็จบเราไม่ได้มีหน้าที่ เขามีหน้าที่
พ่อครู ว่า … ตอนนี้เราก็คัดสิว่าใครดันทุรังก็คัดออกเลย พวกนี้ตีกรอบไว้ก่อน ให้พักก่อน เอาคนที่พอพูดกันได้มาทำ แต่คนดันทุรังก็อย่าเพ ิ่ ง ทำมานานแล้ว 80 ปีแล้ว ก็พัฒนาวิธีเหลวแหลกยิ่งขึ้นก็ให้หยุดก่อน พอที ให้หันมาทำอย่างนี้ ต้องลบล้างอันเก่าก่อน แต่เขาก็ทำได้ประมาณนี้ คือคนจะพูดอย่างไรก็พูดได้ แต่ความแรงของคนในสังคมมีอยู่จริง มีกิเลสจริง