571016-พ่อครูเทศนางาน ๓๒ ปีชมร..doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์337 KB
วันที่แก้ไข26 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

571016 _ พ่อครูเทศนางาน 32 ปี ชมร มมังสวิรัติ โดยพ่อครู ราชธานีอโศก พ่อครูว่า…วันนี้ วันที่ 16 ตุลาคม 2557 ที่ราชธานีอโศก อาตมาได้พยายามนำเหตุปัจจัยที่เนื่องเกี่ยวกับชีวิต มีดิน น้ำ ไฟ ลม มีกาย มีจิตวิญญาณ เอามาปฏิบัติค่อยสอนไป โดยการเรียนแบบปฏิบัติจริง อาตมาก็ไม่ได้แจกละเอียด เพราะปฏิภาณอาตมาก็ยังไม่ออกมา บารมีได้แค่นั้น ก็มาค่อยฟื้นตอนนี้ก็ปฏิภาณก็ค่อยๆ ขึ้นมา ก็ค่อยตามฟัง แต่คนรุ่นก่อนแม้บรรยายไม่ละเอียด แต่คนมีป ฏิ ภาณก็รับได้ มาปฏิบัติ เป็นชาวอโศก ซึ่งเกิดจากเรื่องอาหารมังสวิรัติเป็นงานการหลักแรกของชาวอโศกเลย แต่ต่อมามีการงานเพิ่มข ึ้ น กสิกรรม ศึกษา สื่อสาร การเมือง เป็นต้น แต่ตอนแรกมีแค่งานอาหารมังสวิรัติ งานอาหารมังสวิรัติจึงเป็นงานปู่ทวดของชาวอโศกนะ ผู้ฟังเข้าใจจะรู้ว่ามันสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน จึงเกิดสภาวะรู้ความเป็นจริงได้ เป็นรายละเอียดของสภาวธรรมที่เยอะแยะ ก็ต้องติดตามฟังที่บรรยายไป คนที่มีพื้นฐานแล้วจะรู้สึกสนุก ชัดเจน มันก็ถึงรอบ คงจะมีผู้ที่บรรลุธรรม ถึงอนาคามี อรหันต์ถึงภพในภายใน ส่วนภพนอกมีอยู่เยอะแล้ว โสดาฯ สกิทาฯ เรามีเกลื่อนเยอะ อ่านจิตตนอย่าหลงผิด ศึกษาทั้งบัญญัติและความจร ิ ง การปฏิบัติธรรมคือสังกัปปะ วาจากัมมันตะ อาชีวะ มีกายวาจาใจ มีการกระทบผัสสะเกิดธาตุรู้ เป็นวิญญาณ เมื่อตากระทบรูป ก็เกิดวิญญาณ แต่ทุกวันนี้ไม่เข้าใจวิญญาณ คิดว่าวิญญาณคือตอนตายแล้ว ที่จริงตายแล้วไม่มีวิญญาณ ประสาทไม่ทำงานแล้ว ภาวะของจิตนิยามมันลดลงไปแล้ว อย่างพลังงานชีวะก็เป็นพลังงานระดับต่ำ มีแต่สัญญากับสังขาร

สัญญามีหน้าที่กำหนดรู้ สัญญาไม่มีกาย ถ้าจะอนุโลมเรียกก็เรียกว่านามกาย สัญญาไม่กำหนดรู้รูปกาย หากจะกำหนดรู้รูปกายก็กำหนดรู้โดยวิญญาณ อาจมีมโนวิญญาณที่กำหนดรู้ทวารใจได้

อ่านต่อ

การจะกำหนดรู้สิ่งต่างๆ วิญญาณหรือสัญญา พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้อาหาร ตั้งแต่อาหารคือคำข้าว ผัสสะ มโนสัญเจตนา วิญญาณ คือเครื่องอาศัย ที่จะทำงาน และเรียนรู้ สามารถแยกแยะกำหนดรู้กิเลสได้แม่นชัด จึงทำได้สมบูรณ์ ผู้ใดกำหนดรู้ไม่แม่นชัดก็ทำไม่ได้ผล

อาหารคือคำข้าว เป็นเรื่องสำคัญเลย ในโอวาทปาติโมกข์ มัตตัญญา จ ภัตตสมิง (ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค) หรือว่า โภชเนมัตตัญญุตา การจัดการสัดส่วนให้ดี มีกิเลสมาร่วมเมื่อไหร่ก็กำจัดมัน แต่ไม่ใช่กำจัดทั้งวิญญาณ ทั้งจิตเลย แต่ต้องกำจัดแต่กิเลส ผู้ศึกษาจริง รู้ว่าปฏิบัติธรรมที่ใช้อาหารเป็นหลักนี่เป็นความสำคัญ ศาสนาพุทธที่เพี้ยนไปไม่รู้แล้วว่าจะต้องทำการจัดสรรเรื่องอาหาร และฆ่ากิเลสในการกินอาหาร เขาไม่รู้จักจริงๆ อย่าง พล.ต.ต.อนันท์ เสนาขันธ์ ว่าอาตมาว่าปฏิบัติธรรมกันอย่างไร พูดกันแต่เรื่องกิน ต่อมามหาเถรสมาคมก็ผสมโรงเล่นงานอาตมาด้วย อาตมาไม่ได้โกรธแกนะ ขอยืนยันว่าอาตมาไม่เคยโกรธผู้ที่ทำร้ายอาตมา ทั้งฆราวาสและภิกษุ อาตมาไม่มีความโกรธแล้ว หลังจากเลิกลิงลมอมข้าวพอง ตอนเป็นลิงลมอมข้าวพองก็รู้ว่าโกรธเป็นอย่างไร ก็เป็นไปตามโลกครอบงำ เป็นไปตามบารมี พอเลิกก็ทำได้เลย

กว ฬิ งการาหาร อาหารคือคำข้าว เป็นบุญญาวุธหมายเลข 1 อาตมาทำมาจากฐานมังฯ เป็นกลุ่มแรกที่มาปฏิบัติ หลายคนก็ตายไป หลายคนก็มาบวช ในฐานมังสวิรัตินี้แหละ ก็ช่วยกันมาจนมีงานครบรอบ 32 ปี เรื่องมังสวิรัติ คนไทยเพี้ยนไปไกลจนไม่เชื่อแล้วว่า พระพุทธเจ้าฉันมังสวิรัติ ในบัญญัติของเถรวาท มีมิจฉาวณิชชา 5 พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ให้ค้าขายอาวุธ ไม่ค้าสัตว์เป็น ไม่ค้าเนื้อสัตว์ ไม่ค้าขายพิษ ไม่ค้าขายของมึนเมา เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านห้ามขาย ขนาดเมาเป็นวัตถุยาเมาเขาขายกันเกลื่อนเลย เมืองไทยเรากำหนดขอบเขตการขายสารพิษต่ำมาก มันต้องเคร่งกว่านี้มันก็เลอะ ไปไม่รอด

เรื่องของอาหาร โภชเนมัตตัญญุตา เป็นหลักปฏิบัติที่ไม่ผิดเรื่องการประมาณอาหารนี่พวกเราปฏิบัติได้ผลดี เพราะเรื่องนี้ การปฏิบัติในงานอื่นมันก็ยากกว่า ไม่ครบได้เท่ากับเรื่องปฏิบัติอาหาร เราต้องกินทุกวัน เป็นพระพุทธเจ้ายังต้องฉันอาหาร ส่วนงานอื่นๆ นี่เลิกไม่ทำก็ได้ แต่อาหารนี่ต้องกิน แม้เป็นพระพุทธเจ้าเป็นอรหันต์ก็กิน และเป็นทางมาแห่งธุลี กิเลสครบ จะไม่ชัดก็แค่เสียง ที่ต้องอาศัยหู ส่วนอื่นรูป รส กลิ่น สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งก็เกี่ยวข้องหมด ภาวะเสียงเท่านั้น ก็มีคนพูดเสียงกินกรอบๆ หรือเคี้ยวดังจั๊บๆ หรือซดดังโฮกๆ เขาก็ถือเช่นนั้น แต่คนไทยถือว่าไม่สุภาพ อย่าทำ คนจีนเขาว่าดี

อย่างตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นครบในเรื่องอาหาร เราสัมผัสรู้ความจริงตามความเป็นจริงก็เป็นปัญญา แต่หากปรุงแต่งเลยปัญญาไปก็เป็นอวิชชา ชอบตามที่ยึดถืออุปาทาน เย็นร้อนอ่อนแข็ง ถ้าได้ตามสเปค ตามกำหนดหมายว่าต้องได้อย่างนี้ๆ ของใครของมัน บางคนไม่เหมือนใครเลย ละเลียดมาก คนอย่างนี้ยึดมาก ยากมาก คนอื่นก็ว่าได้แต่คนนี้ต้องเอาอย่างนี้ เป็นคนเลี้ยงยาก ทุภระ แล้วใครจะไปรู้กับเอ็ง ให้พอใจเขาก็ยากคนอย่างนี้ พวกติดไม่มาก เป็นคนศุภระ เลี้ยงง่าย แต่ไม่ใช่ว่ากินดะ ก็รู้อะไรควร

อาตมาเอาอาหารมาเป็นปัจจัยในการปฏิบัติธรรรมก็บรรลุผล ใช้อาหารในการบรรยายเผยแพร่ธรรมะ จนได้มรรคได้ผล ก็ขอพูดถึงเรื่องนี้ เน้นย ้ำ ชัดๆ อาตมานำอาหารมาปฏิบัติเพื่อให้ลดละกิเลส ก็ลดละได้จริง ทำกันได้ มีมรรคผล ปฏิบัติอาหารอย่างเดียวนี่บรรลุอรหันต์ได้ มันจะพลอยรู้อย่างอื่นไปด้วย จะรู้สัมผัสอย่างอื่นไปด้วย อาหารเป็นหนึ่งในโลก

ในอาหารคือคำข้าว กว ฬิ งการาหาร มันมีทั้งกาม ทั้งผัสสะ ที่จะเกิดเวทนา สุขทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ มีทั้งตัณหา กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา และวิภวตัณหานี่แหละ คือตัณหาอุดมการณ์ที่จะใช้ล้างกาม ล้างภพ เป็นสิ่งที่เขารู้เพี้ยนไปนานแล้วก็เลยปฏิบัติไม่ได้ ก็เลยมีแรงไม่ชัด ไม่แรงมุ่งหมายไม่ชัด จะเรียนรู้กาม ภพ โดยใช้พลังวิภวตัณหาก็เลยอ่อนเบาไม่มีแรง ปฏิบัติธรรมที่ไม่รู้พร้อมถูกต้อง โดยเฉพาะไม่รู้มโนสัญเจตนาหาร การปฏิบัติธรรมจึงบกพร่อง

ต้องเรียนรู้เวทนา 108 ที่อาตมาเอามาจากพระไตรปิฎกมาแจกแจง ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้รายละเอียดดีนัก แต่มันปฏิสัมพัทธ์กันอย่างไร ก็ไม่รู้กันแล้ว เพราะไม่เห็นมีใครกล่าว มีแต่อาตมาที่นำมาแจกแจงได้ พูดเหมือนอวดดีนะแต่เป็นเช่นนั้นเอง

มาถึงวันนี้อาตมายืนยันชัดว่าตนเป็นโพธิสัตว์ แต่ก่อนพูดไม่ชัดไม่มากเท่านี้ แต่ว่าเดี๋ยวนี้ได้พาปฏิบัติจนได้ผลเกิดหมู่กลุ่มกันได้อย่างยั่งยืนก็พิสูจน์มาแล้ว ก็ให้วิจัยพิจารณาตัดสิน ว่าอย่างไหนถูก คนที่ไม่มีอัตตามานะมากก็จะรับได้ ที่อาตมาทำงานไปได้ เพราะมีคนที่รับได้มีปัญญารู้ความจริงที่อาตมานำเสนอ แม้ค้านแย้งกับท่าน ท่านก็รับได้ อาตมาก็เลยอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีผู้มีปัญญา อาตมาตายไปนานแล้ว หรืออยู่ก็ทำงานไปไม่ออก แต่ที่ทำงานได้เพราะมีผู้มีปัญญารู้ได้อยู่ มันก็เป็นบุญของศาสนา และก็ต้องเป็นความจริงที่ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ ที่จะมาสืบทอดศาสนาพุทธ

เมื่ออาตมาทำงานถึงวันนี้แล้ว ทบทวนดูจะเห็นผลจริง ถึงวันนี้แล้ว เชื่อว่าคนที่ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา คือความรู้ความจริงตามความเป็นจริงที่ถูกต้อง นี่คือปัญญา แต่หากมีกิเลสผสมก็ไม่ใช่ปัญญา และเมื่อมีผู้ปฏิบัติลดกิเลสได้ก็เลยมีผลเช่นนี้ อาตมากล้ารับรองว่ามีผู้ลดกิเลสได้ เพราะอาตมามีคนที่ปฏิบัติให้มาสอบทานได้ อาตมามีการสอนบัญญัติให้ด้วย อย่างคนไม่มีสภาวะก็จะดึงบัญญัติมาสื่อให้คนอื่นรู้ได้หรอก เพราะเป็นนามธรรมที่ลึก นามธรรมออกมาจากท่าทางไม่ได้ ภาษานี่สื่อได้มากกว่า ยิ่งสามารถรู้อาการไหวของมโนก็รู้ได้เยอะ

ตั้งแต่วันนี้ ครบ 32 ปี ชมร. ก็ย้ำว่า ความสำคัญของกวฬิงการาหาร คนที่ทำได้ดีจะเอาใจใส่ งานเจรอบสอง น่าจะครึกครื่นจะมีคนมีกระจิตกระใจเพิ่มขึ้น มาช่วยกันมากขึ้น ตามธรรมชาติ คนที่กินเจผ่านไป 9 วัน ก็จะลดลง เมื่อยแล้ว เซ็งแล้ว ก็จะไม่ค่อยขมีขมันเท่าตอนแรก แต่พวกเรานี่เมื่อฟังแล้ว จะรู้สึกว่ามีไฟ มีใจ เพิ่มขึ้น มังสวิรัติของชาวอโศก งวดสองนี่อาตมาว่าจะดีขึ้นเทียบได้กับคนข้างนอก คนข้างนอกรอบสองจะเซ็งลดลง แต่ว่าพวกเราจะทำได้ดีกว่าอีกมาก พวกเราต้องตื่นมารับ แม้แต่คนกินเองก็เซ็ง ทนมาตั้ง 10 วัน แน่ะ

เมื่อเป็นการงานที่พาบรรลุธรรมได้ จงรู้ความสำคัญในความสำคัญนั้น ก็ช่วยกัน จะได้ช่วยคนได้มาก แม้ตนเองให้รู้ค่าในการปฏิบัติธรรม โภชเนมัตตัญญุตา ไม่เช่นนั้นคุณจะพลาดโอกาส ยิ่งคุณกินจุบจิบก็แย่ สุขภาพเสียหมด ต้องรู้จักจัดเวลา จัดสัดส่วนอาหาร ควรกินอะไร เราติดอะไรมากควรเว้นขาด งด จะได้ลดละกิเลส ได้บรรลุธรรม

พ่อครูว่า… ได้พูดและอาจพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า อย่างน้อยเจงวดสองก็น่าจะดีขึ้น ให้การปฏิบัติธรรมเราได้ผล และได้ประโยชน์ต่อสังคม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน