240306-2-315 ทางเอกภาค2-ตอน315(หน้า598)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์159 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการทำวัตรเช้าของเช้าวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมพุทธศักราช 2524 ซึ่งพ่อท่านได้เดินทางมากับบรรยายทางเอกภาค 2 ต่อและพุทธสถานปฐมอโศกโป๊มาเปลี่ยนกันต่อถ้าเราเรียนทางเอกกันขณะนี้ไปถึงหน้า 598 ซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งเพราะว่าเราเล่น line ไปจนกระทั่งถึงปีโม่ ทบทวนกันแล้วทบทวนกันอีกแจกแจงกันอย่างพิสดารพยายามจะที่จะใช้ภาษามากเหลี่ยมมากมุมเพื่อที่จะให้เราเข้าใจได้ง่ายไม่รู้ได้เห็นแม้ในสิ่งที่มันไม่มีตัวตนเป็นสิ่งที่ยากแก่การที่จะเข้าใจสภาวะของมันได้ง่ายๆแต่เราก็พยายามที่จะพูดกันเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันให้รู้เป็นปริยัติก็เข้าใจแล้วแม้จะเป็นสภาพเทียบเคียงอย่างไรผู้ใดที่ยังยังไม่ถึงยังไงก็ตามถ้าเข้าใจอนิมิตรหมายของมันกำหนดหมายของมันความหมายของมัน ไม่เข้าใจไปพอสมควรมันจะง่ายเมื่อเราเองเราได้ปฏิบัติแล้วก็ยังรู้เรียนรู้เข้าไปหาจิตใจของเราได้ขโมยมาจนกระทั่งถึงสภาพสัญญาเวทยิตนิโรธได้กำหนดบอกไม้มาตั้งแต่สภาพอารมณ์จุดสุดท้ายคือสภาพของพี่โม่งขั้นปลายถ้าเรามีสภาวะจริงมาจนกระทั่งถึงอากาศอาการหนักถึงแม้จะเป็นสภาพที่เราคิดว่า ส่วนเหลือถ้าเราไม่รู้มันก็เป็นส่วนเหลือคือเป็นสภาวะอาการของสิ่งหนึ่งที่เราได้อาศัยคือสภาพของขั้นอู้เอารูปเธอเรียกอรูปฌาน 4 ตั้งแต่อากาสานัญจายตนะวิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะแล้วสัญญานาสัญญายตนะเนี่ยอย่างพระพุทธองค์ก็ตัดยืนยันไม่ชัดว่ามันเป็นสันตะวิหารวิหารแปลว่าสิ่งที่จะเป็นเครื่องอาศัยอยู่คือยังอยู่หรือที่อยู่เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่สิ่งเหล่านี้เราเป็นสิ่งที่เป็นปลายสันติที่สุดแล้ว เกลียดที่สุดแล้วฉันตอบแปลว่าความสงบก็ได้คือเป็นสิ่งที่ละเอียดที่สุดแล้วในสิ่งที่สุดท้ายแล้วมันจะต้องมีอาศัยและเป็นสิ่งที่จะอาศัยอย่างปลายสุดถ้าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นในอันนี้ก็ได้แต่เราจะ

อ่านต่อ

มีได้จริงๆแม้เป็นอาการสาธิตแปลว่าว่างโล่งอากาศว่างๆความโปร่งความว่างความโล่งไปทั้งหมดมันโล่งไปหมดมันไม่มีอะไรขัดข้องการศึกษามันว่างมันโปร่งมันเบาไม่มีอะไรขัดไม่มีอะไรข้องมันจะต้องได้เสมอมีเสมอที่เราเราเป็นผู้ที่มีอารมณ์อย่างนี้เป็นผู้ที่ ทางโล่งโปร่งเบาสบายไม่มีอะไรขัดข้องไม่มีอุปสรรคนั่นเองเป็นคำที่คู่กันสิ้นอุปายะสิ้นอาการขัดเคืองคล่องหมดเมื่อใดเมื่อใดก็ไม่มีเรียกว่าอนันต์โตอนันตังอนันตราอนันตังเขาเรียกว่ามันมีอากาศนี่แหละมันมีอาการโซ่อยู่ในใจหรือมีอาการที่เป็นอากาศมีอารมณ์ที่เป็นอากาศได้เสมอไม่มีข้องไม่มีขัดไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเมื่อไรเมื่อไรก็มีมีเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่มีอะไรขาดไม่มีอะไรขวางได้อาการนี้ได้อารมณ์นี้เสมอเมื่อไหร่เราจะได้นอกจากว่าเราจะไม่อยู่ในอากาศ อยู่ในอากาศหรือไม่อยู่ในอาการนี้เมื่ออยู่ในอารมณ์นี้เท่านั้นเราจะไม่อยู่เราจะไปมีเอามาคิดปรับปรุงมาสร้างมาทำงานเป็นสัมมาสัมกัปปะใดเป็นสัมมาวาจาใดเป็นสัมมากัมมันตะใดแล้วแต่เราจะมีการปรับปรุงไปคิดไปสร้างอะไรเราก็มีได้แต่เมื่อเราจะมีอากาศเราจะทำจิตหรือว่าไปเสวยหรือว่าไปอาศัยจุดว่างโล่งโปร่งนี้ก็มีแต่ตอนนั้นก็ตามมันก็จะเป็นสภาวะซับซ้อนอยู่ว่าแม้เราจะไปมีอาการความคิดความนึกความปรุงความสร้างเป็นการงานทางมโนกรรมอื่นไม่ใช่จิตว่างๆมัน ยังมีมโนกรรมอื่นได้อยู่อย่างไม่ได้อึดอัดขัดข้องขัดเคืองอะไรมันก็ยังปลงๆว่างๆโล่งๆสบายๆแม้จะคิดจะนึกอะไรมันก็เป็นไปตามธรรมเป็นสภาวะคิดนึกว่าจะคิดมากคิดน้อยมันจะทำงานหนักงานเบาแม้มันจะทำงานหนักอยู่ในความคิดเป็นมโนกรรมที่หนักๆอยู่มันก็ยังสบายใจมันก็ยังโล่งๆโปร่งๆว่างๆไม่ได้มีเรื่องยุ่งๆวุ่นวายคุณหมอขัดข้องอะไรไม่มีความบกพร่องอะไรของใจใจจะมีอาการอย่างนี้แหละมีอาการอาการมีผู้ได้ถึงขั้นจิตอย่างนี้ก็ต้องมีจิตอย่างนี้เป็นที่อาศัยแต่ไม่ใช่ของเรา ก็ไม่เที่ยงไม่เที่ยงแม้แต่ขั้นอย่างนี้มันก็ไม่เที่ยงตรงที่ว่ามันก็จะต้องหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปมันจะต้องมีไอ้โน่นไอ้นี่แทรกซ้อนมันจะต้องมีอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่างอย่างที่กล่าวแล้วไม่ใช่ว่าเราจะไปนั่งแช่อยู่ที่ว่างๆนี้ซึ่งท่านก็ไม่ได้ให้แคร์อยู่ที่ว่างๆนี้ด้วยไม่ให้ติดให้ยึดอากาศด้วยถ้าติดยึดอากาศอีกว่างๆอยู่แต่ว่างๆอีกก็ใช้ไม่ได้เพราะจึงจะต้องให้เป็นผู้ที่สามารถให้เป็นผู้ที่สามารถที่จะทำจิตใจให้ถึงป่านนี้ได้เป็นผู้ที่มีความสามารถที่ทำจิตใจให้ถึงป่านนี้อยากได้เมื่อไหร่หรือว่าจะทำ ตอนนี้ให้แก่ตนเมื่อไหร่ถ้ำทองมีวัดศรีแก้วคลองจะวางโปร่งว่างเฉยแม้จะมีบรรยากาศที่สัมผัสอยู่รอบตัวเขาด่าอยู่อย่างหนักเพราะว่าเราอยู่อย่างหนักว่าร้ายต่างๆก็ตามจิตใจของเราก็ยังว่างโล่งโปร่งสบายอยู่ได้เรารับรู้มีสัญญากำหนดรู้ตามที่เขาว่ามีสัมผัสเป็นปัจจัยอย่างนั้นเรารู้ได้เข้าใจได้แต่ใจเราก็ว่างโล่งโปร่งอยู่ไม่ได้มีอารมณ์ขัดข้องขัดเคืองไม่มีอารมณ์โทสะโลภะอะไร ไม่มีอารมณ์อะไรที่เป็นทุกข์เป็นสุขรับรู้ได้เฉยอยู่เป็นสภาพโปร่งโล่งว่างอยู่อาศัยสภาพทำอย่างนี้ได้จริงแต่เราเป็นผู้ที่ทำได้จริงมันก็มีจริงไม่ว่าจะมีบรรยากาศยังไงมันจะมีอะไรสัมผัสแวดล้อมอยู่หนักหนาลำบากตำบลตามที่คนอื่นก็ทนได้ยากทนไม่ได้แต่เราก็สามารถที่จะวางปล่อยเฉยอยู่ได้เราต้องมีความสามารถทางการฉะนั้นเราสามารถที่จะฝึกปรือมีภาษีครอบครองได้อย่างนั้นเจตนาเราจะอยู่ในสภาพ ทานอย่างนี้ลืมตาโปร่งๆมีสติสัมปชัญญะเมื่อไหร่เมื่อไหร่เราก็มีชานอรูปฌานลืมตานี่แหละไอ้หลับตาน่ะมันไม่เท่าไหร่หรอกต้องวางโล่งโปร่งๆง่ายหลับตาไม่ต้องได้ยินได้เห็นได้อะไรไปที่ปอดที่ว่ามันก็ยิ่งง่ายแต่แม้จะไม่ใช่ที่ปลอดที่ว่าเป็นที่ที่มีอะไรสัมผัสอยู่หนักๆอยู่ดังกล่าวอย่างยกตัวอย่างมีเสียงด่าเสียงว่าเสียงข่าวร้ายอะไรแก่เราด้วยมีรูปยั่วยวนตาเราก็ไม่เกิดอารมณ์ไม่เกิดอาการจิตใจของเราก็ว่างโล่งโปร่งเฉยอยู่ได้ดังนี้เป็นต้นมันสบายมันเบามันง่ายๆอยู่ ไม่วู่วามไม่วูบวาบอะไรแล้วต้องฝึกจริงๆเราต้องเรียนรู้จริงๆสามารถที่จะมันฐานเดียวกันกับอุเบกขาและอุเบกขามันกำลังเฉยทนอยู่ได้มันก็มีความหมายคล้ายกันเป็นแต่เพียงเหรียญนั้นเองเหลี่ยมของความเฉยก็เฉยเรียงข้อความว่ามันเป็นรถความสวยมันเฉยไปลักษณะเฉยๆโปร่งโล่งว่าเป็นรถเป็นวิมุติรถเป็นสภาพของของรถของใจว่ามันสบายมันโปร่งมันโล่งมันว่าเฉยไม่ว่าเราไม่สะดุ้งสะเทือนไม่หวั่นไม่ไหวไม่มีอาการแปรปรวนเป็นอื่นมีอาการเฉยปล่อย มันไม่ไม่ไม่ไม่แปลตัวไม่หวั่นไหวไม่วูบวาบไปเป็นอื่นส่วนคำว่าโปร่งโล่งว่างนั้นมันเป็นอาการที่บอกลักษณะรถมันเป็นรถโรงบาลง่ายบ้างที่รถไม่ใช่สภาพของจิตเป็นแต่สภาพไม่ใช่สภาพของรูปรูปลักษณะเป็นแต่เป็นสภาพของความรู้สึกในสภาพของรถรู้สึกมันรู้สึกว่าโปร่งโล่งสบายอยู่ในสภาพน้ำมาทำที่อธิบายอากาศเป็นสภาพนามอธิบายสภาพอุเบกขาเป็นสภาพอธิบายรูปเป็นอย่างนั้น รายละเอียดลงไปอีกทบทวนไปอีกนิดนึงกว่าจะต่อนางสภาพอากาศสามีสภาพวิญญาณัญจายตนะหรือสภาพวิญญาณมีเราสามารถรู้ว่าจิตของเรามีวิญญาณของเรามีจิตคือสภาพธาตุรู้วิญญาณคือสภาพธาตุรู้เรามีมีอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไรจิตมีสภาวะอย่างไรมีสภาวะจิตเต็มมีสติมีสภาพเต็มครบร้อยจิตวิญญาณก็ทำงานเต็มไม่มีหรี่ไม่มีอุปกรณ์อะไรไม่มีอะไรมาแทรกมาแซงมีแต่สภาพจิตอย่างบริสุทธิ์อยู่ถ้าเรารู้เราเห็นชัด เรื่องของเราไม่มีอะไรแซมปนจิตของเราก็เป็นจิตสะอาดบริสุทธิ์คือวิญญาณเป็นวิญญาณแท้ๆบริสุทธิ์หากินจรรยาคือสภาพที่ไม่มีบอกเหลี่ยมของความไม่มีอะไรล่ะที่จะไม่ให้มีเราก็รู้ชัดลงไปกำหนดชัดลงไปว่าอะไรฉันไหนที่จะไม่มีนิวรณ์ 5 ไม่มีแม้แต่อยากฟังละเอียดเราก็ไม่มีพบปักขี้เหล็กไม่มีเราก็เรียนรู้อาการนิดนึงน้อยหนึ่งที่ได้อธิบายทบทวนให้ฟังแล้วไม่เอากินจรรยาเย็ดกันนะว่าแม้แต่อาการอารมณ์อย่างโน้นอย่างนี้มีอะไรกับเพื่อนขึ้นมามีสภาพธรรมโดยเฉพาะตั้งแต่อุปกรณ์กิเลสใน ขนาดต่างๆแม้อุปกรณ์กิเลสในลักษณะและอุปกิเลสในลักษณะ 16 ที่ไม่ได้พูดถึงในช่วงนี้ตั้งแต่อภิชาวิศวะโลภะ เกิดนิดนึงน้อยหนึ่งขึ้นมาเราก็จะมีความละเอียดละออสุขุมประณีตในใจของเรารู้ว่าแม้อย่างนี้ก็ต้องไม่มีนิดนึงน้อยหนึ่งยังถึงปานไฉนก็ไม่มีอาการที่มันมีเศษมีส่วนเหลือของจิตในเราจะกำหนดรู้หมดในอัตราต่างๆแม้ที่สุดที่จะเป็นสภาพขั้นสุดแล้วจะเรียกว่าเป็นอัตราที่พอเหมาะสมแล้วเรียกว่าอรหัตตาหรืออรหัตได้ผลปานนั้นเป็นของอาศัยแล้วก็รู้ว่าเป็นของอาศัยและจะเป็นรองว่าเป็นตัวตนเป็นของเราเป็นของดิบของดีของน่าหลงน่ายึดเกินการนักก็ไม่ได้ด้วยซ้ำไปเพราะแม้แต่อาจกินจรรยาเย็ดกันหน้าหรือสภาพอากาศนินจา ไม่มีแล้วสภาพในความไม่มีอะไรที่ไม่มีก็รู้แจ้งแล้วก็เห็นแจ้งในสภาพที่เราส่งอยู่นั้นว่าสิ่งที่ไม่ควรมีนั้นไม่มีแล้วสภาพมีสภาพเสวยเป็นอาสาก็มีได้วิญญาณก็ไม่ย่อมมีอยู่แน่นอนไอ้สิ่งที่ไม่มีก็มีอยู่แต่ในซ้อนภาษาไอ้สิ่งที่ไม่มีสิ่งที่ไม่ควรมีก็มีแล้วคือมีความไม่มีนั่นแล้วความไม่มีที่เราหมายนั้นสิ่งนั้นสภาพนั้นมีอาการอย่างนั้นมีรถอย่างนั้นมีอารมณ์อย่างนั้นถึงขนาดละเอียดละออที่เรากำลังหมายถึงก็ไม่มีไม่มีลงไปได้และความไม่มีนั้นปรากฏ จึงเรียกว่าความไม่มีนั้นมีเพราะไม่มีนะปรากฏอยู่ในความไม่มีนั้นมีละถึงป่านฉะนี้ไหนว่าสัญญานาสัญญาเย็ดกันนะเราก็ได้แยกแยะให้ฟังในส่วนหลังนี้แล้วเพราะมันเป็นสภาพที่ละเอียดละออในการกำหนดเรียกว่าสัญญามันมีสภาพกำหนดลงไปอย่างละเอียดว่าไอ้สิ่งที่ไม่หรือสิ่งที่มีนี่ไม่มีอะไรเหลือสภาพไม่ก็ไม่เป็นอย่างสมบูรณ์สภาพที่มีก็มีเป็นอย่างสมบูรณ์และเราก็กำหนดสัญญาลงไปให้ชัดเจนสัญญานั้นไม่มี ไม่มีอ่ะสัญญามีแต่สัญญาเป็นสภาพที่เราอาศัยอสัญญีดับจิตเล่นๆทื่อๆหรือไม่กำหนดไม่รู้นั้นไม่ได้ต้องกำหนดอย่างยิ่งมันกลับกันจับกันไปเป็นว่ามันต้องกำหนดอย่างยิ่งต้องรู้ไอ้ที่ไม่รู้นะไม่มีจะรู้บ้างไม่รู้บ้างไม่เต็มจะไม่รู้ก็รู้แต่ว่ารู้ก็ไม่รู้ยังมีอะไรที่ไม่รู้อยู่ไม่ได้รู้แค่อย่างยิ่งอันไหนว่าสัญญาณมาสัญญาณจึงเป็นสภาพที่กำหนดบอกให้เรากระทำการอย่างนั้นอยู่เสมอเพราะฉะนั้นอาการในวัดสัญญาณอากาศเป็นมรรค หรือเป็นตัวเดินบทอยู่ว่าเราจะต้องรู้อยู่เสมอรู้ยิ่งรู้บ้างไม่รู้บ้างไม่เอาต้องรู้อย่างที่สุดเพราะฉะนั้นสภาพที่จริงแล้วในวัดสัญญานะสัญญาจะนะนั้นเมื่อมันสมบูรณ์หรือเมืองเป็นตัวที่มีประสิทธิภาพมันก็คือสัญญาเป็นสภาพสมบูรณ์สัญญาเวทีต่อให้สัญญาทำงานจนกระทั่งเขาเคลียร์อารมณ์อยู่บริบูรณ์เพราะสิ่งใดไม่รู้ไม่สิ่งใดมีกรุณีเป็นสภาพที่ชัดเด่นแบ่งออกซึ่งไม่ต้องแยกหรือแยกยากในสภาพที่เป็นคนเป็นๆที่คนสมบูรณ์โดยเฉพาะพระอริยเจ้าชั้น ย่อมมีสภาพมีกับไม่มีปรากฏอยู่ด้วยกันเลยสิ่งที่ไม่มีที่เรารู้ว่าในโลกคนอื่นเขาไม่ได้ไม่มีได้ง่ายๆเหมือนอย่างที่เราไม่มีเราเองเราไม่มีได้ง่ายๆไม่มีอาการไม่มีอารมณ์ของกิเลสตัณหาอุปทานใดๆเราไม่มีละเมื่อไรเมื่อไรเราก็ไม่มีอย่างพระอรหันต์เจ้าท่านก็ถ้าไม่มีกล้าหาญเจ้าเมื่อใดเมื่อใดท่านก็ไม่มีอาการอารมณ์อย่างที่โลกก็มีซึ่งโรคเขามีอาการอารมณ์ของกิเลสตัณหาอยู่อย่างประจำเขาไม่มีกิเลสตัณหาอุปาทานในใจนั้นปราศจากอย่างที่พระอรหันต์เจ้าเป็นนั้นไม่ได้มีได้ง่ายๆเพราะจะไม่มีไปบังคับบาง ยังยากเลยแต่พระอรหันต์เจ้ากลับมีได้อย่างเป็นปกติมีความไม่มีได้ง่ายๆนั้นปุถุชนนั้นจะต้องเปลี่ยนมาส่วนพระอรหันต์เจ้านั้นมาเปลี่ยนได้สำเร็จแล้วท่านก็มีได้สบายๆท่านมีความที่ไม่ไม่ต้องการให้มีนั้นอยู่เสมอๆจริงๆแล้วมันก็แยกกันไม่ออกว่าความมีกับความไม่มีท่านมีสิ่งที่ควรมีสักท่านไม่มีสิ่งที่ไม่ควรมีฉันเรียกด้วยภาษาแล้วก็ถ้ามีมีสิ่งที่สมบูรณ์นั่นแล้วแล้วก็ท่านจะไม่มีก็ได้นี่จึงเรียกว่าเราก็รัก คนเหนือเมื่อถึงขั้นรู้ในว่าสัญญานะสัญญาจะนะภูมิหรือสภาวะในสัญญานาสัญญาจะนะกำหนดรู้อย่างชัดแจ้งแล้วแล้วก็ทำให้สมบูรณ์เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธก็เป็นอันว่าสิ้นสุดคือดับอะไรก็ดับหมดแล้วเหลือส่วนที่สภาพเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธสภาพสัญญาเวทยิตนิโรธเป็นนิโรธอริยสัจเป็นนิโรธสมบูรณ์เป็นสภาพที่ดับสนิทในสิ่งที่เด่นดับสนิทแล้วแต่ส่วนที่มันทรงอยู่ตามธรรมเป็นสภาพรูปนามขันธ์ 5 ยังบริสุทธิ์บริบูรณ์ ก็เป็นของพระอรหันต์เจ้าเป็นปกติเป็นธรรมดานิโรธของพระพุทธเจ้าจึงไม่เหมือนกันนิโรธของฤาษีที่อธิบายกันง่ายๆจนแปลผลมาฤาษีที่เขาเข้าใจอย่างนั้นเขาดับไปสัญญาเวทยิตนิโรธเขาก็แปลแม่รุ่นหลังนี่ก็มาแปลกลับของพระพุทธเจ้าอีกกลายเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธคือดับจิตสนิทอีกไม่มีรับรู้อะไรเลยซึ่งมันก็เป็นนิพพานนิโรธแบบอธิบายแบบเก่าแต่ฤาษีอันนี้เราเป็นความหมายหรือว่าเป็นความรู้ที่เราจะต้องเข้าใจให้มันชัดเจนถ้าเราฟังอันสุดท้ายในหน้าที่ 598 ที่สรุปเอาไว้ว่า เลือดได้สัญญาเมื่อได้สัญญากล่าวคือเมื่อได้รู้ได้กำหนดชัดได้แจ่มแจ้งความหมายได้อย่างถึงความสำคัญอย่างสำคัญเป็นแม่นมั่นโดยให้จิตเป็นผู้กำหนดจริงเป็นจริงได้ครบ 7 ดาวเองเป็นผู้รับเองรู้เองในกำหนดนั้นในความหมายนั้นจึงแท้ๆแล้วต้องกำหนดให้สำคัญยิ่งสุดต้องมากมายให้มันแม่นต้องรู้ให้ถูกเนื้อต้องสัมผัสให้หมดมิตรสภาวะก็นั่นแหละคือสัญญาเวรถึง 23 ในวงเล็บสัญญาบัตรคือมันต้องรู้กำหนดรู้แล้วก็รับทราบ ไปให้ได้ยังรอบถ้วนให้เกลี้ยงให้หมดมิตรที่แปลให้ง่ายๆตรงๆก็ว่าสัญญารับทรัพย์อารมณ์อยากรู้แจ้งแทงตลอดเข้าใจชัดทั่วแล้วไม่เรียกว่าสัญญาไว้ที่นิโรธสัญญาเวทีพิษณุโลกออกในใจชอบชั่วแล้วเขาเอาออกในใจฉันทั่วแล้วหรือเสวยอารมณ์แล้วอย่างทั่วถึงทั่วๆเป็นความแตกสัมผัสของจริงนั้นๆและได้รับทรัพย์รู้ทั่วแล้วนี่แหละจะ 23 แปลว่ามีวงเล็บปิด แมนนิโรธก็รู้ชัดในนิโรธว่าจะนิโรธอะไรจะดับอะไรจะไม่ให้มีอะไรได้แล้วและทำความดับนั้นได้จริงๆจึงเรียกว่าเป็นผู้อยู่เหนือไม่มีอะไรจะเหนือไปกว่าได้อีกในวงเล็บนี้หลุดทางเพราะรู้รอดตลอดรอดหมดสิ้นแล้วทั้งถึงจริงทำได้จริงแล้วด้วยอย่างฉลาดในเว็บอริยะอย่างถูกต้องดีจริงแท้จริงในเมล็ดสัจจะจึงเรียกว่าเป็นผู้ถึงซึ่งสัญญาเวทยิตนิโรธและเป็นนิโรธอริยสัจด้วยเป็นสัญญาณ นิโรธอริยสัจดังที่ได้อธิบายมาแล้วก็ขอผ่านไปไม่อธิบายยอกย้อนอีกเป็นผู้ได้กำหนดรู้เป็นผู้ได้กำหนดรู้ได้ทำความรอบรู้เกิดตัวรู้ที่เป็นแก่นในสิทธิ์แต่ในในแกนในสุดจิตเกิดจะรู้ที่เป็นแก่นในสุดจิตเรียกว่าสัญญาอันมาจากสัตว์บกอัญญาสกัดประกอบพร้อมหรือมีอันยาวเท่ากับรู้ทั่วหรือรู้หมดไม่มีที่ไม่รู้ยังรับในสิ่งส่วนควรรู้หรือถ้ารู้ตัวใหม่เกิดขึ้นในทุกอย่างเยี่ยมยิ่ง ปัญญานี่มันธาตุรู้ตัวใหม่มันยังพระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสตอนแรกสุดเลยเปล่งอุทานเมื่อโกนธัญญะเป็นผู้รู้บอกอัญญาสิอัญญาที่วัดสระโพธิ์ธัญญะโอรู้หนอรู้แล้วหนอนโกนธัญญะได้รู้แล้วหนอเหตุการณ์นี้เกิดในคนได้มันเป็นธาตุรู้ที่สำคัญอัญญานี้มันไม่ใช่ในโลกก็แปลอัญญาก็แปลว่าไม่รู้ซะด้วยนะยาเนี่ยยอหญิงสระอานี่ก็แปลว่าเป็นนำหน้ายาเข้าเป็นอัญญาก็ไม่รู้ซะด้วยนะผมนักบาลี ประเด็น 9 ก็เคยแย้งทุกอันยาวแปลว่าไม่รู้ไม่รู้ก็ไม่รู้เราก็เข้าใจตามที่เขาแปลโดยบัญญัติด้วยภาษาตามภาษาของเขาที่จริงมันอีกรอบนึงมันไม่รู้ตามที่คนรู้ธรรมดาถูกเหมือนรูปเนี่ยที่ว่ารูปกับรูปน่ะมันไม่ใช่รูปแล้วแหละเขาว่าไม่ใช่รูปอ่ะลูกมันไม่ใช่รูปไม่มีรูปแต่มันมีรูปที่ยิ่งกว่ารูปหารูปอย่างเราเนี่ยเรียนเอารูปประชานไปแล้วมันมีรูปที่ยิ่งกว่ามันมีรูปที่ยิ่งกว่ารูปมันเป็นรูปมันเป็นอาสามันเป็นวิญญาณนินจามันเป็นของละเอียดลึกซึ้งแล้วไม่มีภาษาจะเรียกเขาก็เอาภาษาที่ว่ามันมันไม่ใช่อย่างนั้นจริงๆจะแปลว่าไม่น่ะมันไม่ต้องไปแปลว่าไม่มันไม่ใช่ว่าแปลว่าไม่มีมันแปลว่าไม่ใช่ เวลาที่เราเป็นลูกอย่างที่เป็นนั้นมันเป็นอีกชั้นนึงอะไรอย่างนี้เป็นต้นปัญญานี่ก็เป็นรู้ที่ไม่ใช่รู้อย่างที่เขารู้ธรรมดาถ้าแปลให้ชัดอ่ะเอาอะอันนี้แปลว่าไม่ก็ไม่ใช่ไม่ใช่ยานหรือไม่ใช่ตัวรู้ที่รู้อย่างคนพื้นๆคนธรรมดารู้แล้วมันเป็นตัวรู้ที่รู้ยิ่งรู้ลึกซึ้งรู้เยี่ยมรู้อย่างสำคัญที่พิเศษที่พิเศษจึงเรียกว่าตัวรู้ที่ไม่ใช่รู้ตามคนพื้นๆรู้คนธรรมดารู้รู้อะไรต่ออะไรรู้ต่างๆนานาจะนึกจะคิดจะสร้างอะไรก็รู้กันไปอย่างโลกๆแต่อันยาตัวนี้มันรู้อย่างสำคัญรู้โดยตัวจิตนี้มันรู้อย่างเปลี่ยนความเห็นเลยมัน อันนี้แล้วมันถึงที่สุดกำหนดอย่างถึงที่สุดอัญมณีเพราะงั้นเมื่อถึงขั้นอัญญาอัญญะที่รู้ที่ว่านี่มันไม่ใช่รู้อย่างที่คนโรคๆเขารู้อันนี้ตัวอัญญาก็อธิบายให้ฟังชัดขึ้นเขาจะแปลตื้นๆกันว่าไม่รู้ก็เป็นความเข้าใจเราเข้าใจที่เขาหมายก็เอาพยัญชนะบวกกับยาก็เป็นอันยาวของเขาเหมือนรูปก็เอาอ่ะรูปมาบวกอ่ะมาบวกเข้าไปถ่ายรูปแล้วเขาก็ว่าไม่มีรูปมันก็ถูกของเขาแต่มันก็มีรูปหรือมีสิ่งที่ถูกรู้ตามในญาติที่เราเคยเรียนเคยสนใจและเราก็เรียนรู้ถึงสภาวะธรรมแล้วมันไม่ทันแย่งอะไรคนธรรมดามันก็เรื่องหนึ่งสิ่งที่พิเศษเหนือโลกขึ้นไป มันเป็นสภาพอย่างนี้แหละมันเป็นสภาพที่รู้ยิ่งเยี่ยมยิ่งดังนั้นสัญญาจึงมีความหมายว่ามีความรู้ทั่วประกอบไปพร้อมด้วยความรู้หมดรู้สิ้นเปลืองจริงๆในตนในฐานะรู้เรื่องจริงๆในขณะนี้ในภาษาบาลีกันนะตัวนี้แปลว่านิดน้อยแต่วันนี้ก็แปลว่าน้อยแต่ตัวที่น้อยที่สุดธรรมะวงเล็บเปิดภาษาไทยคำว่ากันนะนี้จึงมาจากภาษาบาลีโดยแท้และมีความหมายว่าสิ่งที่หลงยึดเป็นอัตราจริงๆสำหรับผู้ยังไม่เป็นอรหันต์เพราะฉะนั้นผู้ใดยังเหลือแต่นะอยู่ ตัวใดตัวหนึ่งก็เรียกว่าเลือดเศษอัตราเพราะฉะนั้นอัตราจึงแปลว่ากันนะภาษาไทยก็แปลอัตราก็แปลว่าชนะแปลว่าต้นแล้วเราก็มาใช้เป็นตัวตนตัวตนตัวนี้ตัวตนเนี่ยมันเป็นธรรมะมันเป็นนิดหน่อยเป็นอัตราอัตราหนี้แปลก็แปลได้ถูกอัตราก็แปลว่าชนะภาษาแปลว่าแปลภาษาบาลีสุวารีก็ถูกอัตตาแปลว่าชนะดีต่อบาลีเขาที่มีแต่หน้าตัวนี้มันมาเป็นภาษาไทยเลยแล้วก็อ่านอย่างไทยตนอัตราส่วนก็ถูกจัดการย่านมันไม่ใช่นิดนอนมันไม่ได้แปลว่าชนะด้วยซ้ำไปมันแปลว่าตัวใหญ่ถ้าตัวตนก็ตัวตนใหญ่ ตัวอันใหญ่มันเป็นสภาพหยาบกว่าอัตราในแปลว่าจะนะนี่ถูกเพราะว่าแปลว่าน้อยนิดทีนี้เมื่อมาเป็นภาษาไทยก็เป็นตัวเป็นตนเข้าใจตนตั้งแต่น้อยนี่จนกระทั่งเป็นตัวตนร่างกายเป็นตัวตนของเราจริงๆก็เป็นภาษาธรรมตัวตนของเราเป็นภาษาไทยมันไม่ใช่ของหยาบมันหรอกมันของเป็นของละเอียดทำไมว่าจะเป็นเศษธุลีหรือเป็นเชื้อน้อยนิดในวงเล็บกันนะเป็นอรูปเท่าใดเท่าใดถึงขนาดละเอียดสุดขั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะแม้จะเป็นสำนักงานสัญญายะจริงๆก็ ก็เกิดเนวสัญญานาสัญญาฟังภาษาดีๆตอนนี้ละเอียดยิบเลยแม้แต่คำว่าเนวสัญญานาสัญญายะแล้วคำว่าตะนะก็แยกออกให้ฟังแล้วก็นั่นแหละมันเป็นธรรมะแม้แต่จะรื้อเศษเล็กเศษน้อยอะไรก็แล้วแต่ละนิดละน้อยขนาดไหนที่ยังเป็นแนวสัญญานะสัญญานะท่านนาสัญญามีไว้สัญญานาสัญญากันนะท่านไหนจริงๆก็เกิดเนวสัญญานาสัญญายตนะเกิดสภาพนี้สัญญาสัญญาคือกำหนดรู้แนวว่าสัญญานาสัญญายตนะนั้นๆ กำหนดรู้เนวสัญญานาสัญญายตนะนั้นๆตัวที่เข้าไปรู้นี่แหละเราเรียกว่าสัญญาตัวที่เป็นตัวรู้ตัวแสดงว่าสัญญานาสัญญาจะนะเขาก็เรียกตัวรู้ตัวนี้ว่าในวัดสัญญานาสัญญาจะนะสัญญาต้องตั้งใจดีๆนะถ้าเมาง่วงๆดีๆและปรับอะไรฟังไม่รู้เรื่องแล้วกำหนดไม่ออกก็สติดีสติเต็มสัมปชัญญะปัญญาชัดๆมันถึงจะฟังขนาดฟังแล้วยังต้องปรับจับตาไม่ดีนะหลุดตรงไหนบนตรงไหนแม้แต่ภาษามันกังวลและยิ่งมีสภาวะธรรมและถ้าใครไม่มีสภาวะธรรมก็ได้ฟังและภาษาว่ามันมีอะไรไม่มีอะไรไปเท่านั้นเอง ฟังแล้วมันก็มีอะไรอะไรไม่มีภาษาคำว่าเออตัวนี้มีภาษาตัวนี้ไม่มีภาษาเท่านั้นเองแต่ถ้าเผื่อว่าผู้ใดมีสภาพธรรมมีสภาวะธรรมแล้วกำหนดอาหารเทียบเคียงก็จะรู้ขนาดนี้มันเป็นความลึกซึ้งละเอียดยิบเข้าไปหมดแล้วขนาดตัดนะที่เราแยกตัวมาให้ฟังนี่ว่ามันหมายถึงความน้อยนิดเราก็ยังจะกำหนดสัญญาถ้าสภาพน้อยนิดนึงก็ไปอีกถึงแม้แต่สภาพอัดรูปขั้นนี้และสัญญานาสัญญายะในวัดสัญญาณมาสัญญาณคือสภาพที่มีรูปมีไม่รู้กำหนดสัญญายากก็คือการเป็นกิริยาสัญญาเป็นนาม สัญญานะสัญญานั่นเองแล้วก็มียยักษ์เติมเข้าไปท้ายสัญญายากตัวนี้มันก็ทำการแล้วสัญญาจะทำการแล้วจะทำการกำหนดชั้นนึงแล้วนะกำหนดอะไรกำหนดเนวสัญญานาสัญญากำหนดเข้าไปไม่ว่าอันใดมันก็กำหนดเข้าไปนากำหนดเข้าไปนะบวกอาญาก็ได้นั่นหมายความว่าอีกรอบนึงทำก็ไปไม่มีอะไรที่จะไม่สัญญาสัญญาเข้าไปอันใดที่มีอยู่ก็สัญญากำหนดจนกระทั่งสุดท้ายก็รู้ในตัวที่จะกำหนดนั้นแม้จะน้อยจะนิดตนใดจะเป็นสัญญาณ ตาสัญญายะตะนะน้อยนิดเท่าใดก็กำหนดลงไปจนเกิดจนเกิดเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาจนเกิดการรู้ทั่วๆจนเกิดจิตเข้าไปยังรอบเข้าไปรู้รอบในสภาพที่ชื่อว่าในวัดสัญญาณนะสัญญานะแล้วเข้าไปจนได้จนเกิดแนวสัญญานาสัญญาจะชนะสัญญาจนได้ดังนี้ก็เรียกว่ารู้อย่างสัญญาเพียงแต่ว่ารู้อย่างสัญญารู้อย่างเกิดอาการสัญญาของเขาของเราเองสัญญาของเราเกิดอันนี้แหละรู้ทั่ว ตัวตนรู้ทั่วทั้งสิ้นพยายามเข้าใจความหมายของสัญญาให้ดีๆเถิดและแม้จะเป็นอสัญญีสัตว์ตายนะอัจฉริยะสัจธรรมหรืออากิญจัญญายตนะคำว่าตะนะเนี่ยเป็นที่สังเกตทำตัวดำไว้อาจจะมีสัจตยายะนะก็รู้ถูกถูกตรงๆรู้แจ้งถึงจริงทั้งความไม่รู้ในตนที่เกิดได้เป็นได้ก็รู้สิ้นทั่วรอบด้วยจึงเป็นผู้รู้ตนและผู้หมดตนแท้จะเรียกว่ากัน ก็ได้จะเรียกภาษาบาลีก็ได้จะเรียกภาษาไทยก็ได้ไม่เข้าใจถูกจุดสุดท้ายแล้วจะเรียกกันนะเมื่อไหร่จะเรียกตนก็ได้จะเข้าใจเหมือนไทยก็ได้จะเข้าใจเหมือนบาลีก็ได้แต่ตอนนี้จะเป็นแขกหรือเป็นไทยเป็นอันเดียวกันแล้วแต่คณะกับตนเองเป็นอันเดียวกันถ้าเข้าใจว่าหมายถึงอะไรแล้วพอเป็นผู้รู้ชนะและผู้หมดนะเรียกอย่างนี้ก็ได้ตอนนี้พูดรู้แล้วรู้นิดนึงๆที่มันไม่รู้ได้รู้และรู้อันนั้นน่ะหมดก็รู้แล้วว่าแม้แต่สำนักตัวนั้นอันนี้อันน้อยแล้วก็หมดเป็นผู้รู้ตัวนั้นเป็นผู้หมดตัวนั้นในตัวผู้รู้กันนะและผู้หมวดธนะแท้และไม่มีความเป็นแม่วิญญาณฐิติด้วยไม่เป็นผู้เป็น วิญญาณที่ติดด้วยเพราะวิญญาณฐิตินั้นยังเป็นสภาพหยาบกว่าอายตนะมีเราก็เรียนมาแล้วในสภาวะสภาพศตวรรษ 9 อายตนะ 2 กับวิญญาณฐิติ 7 คืออายตนะก็มี 2 สภาพเท่านั้นคือมีอสัญญีศรัทธาเย็ดกันนะกับเนวสัญญานาสัญญายตนะมันเป็นพวกอายตนะ 2 ส่วนวิญญาณฐิติเจ็บนั่นเราก็เคยไล่มาตั้งแต่สภาพเดรัจฉานสภาพพรม เมื่อก่อนผมเดรัจฉานแล้วก็พรหมแล้วก็ LINE ไปตั้งแต่อภัสราพรหม LINE ไปเฉยๆอาภัสราพรหมไม่ใช่ซุปเปอร์กินอาหารพร้อมสรรพคุณ เดรัจฉานพรมอภัสราสรรพคุณอาหารแล้วก็อาสาในอายตนะวิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะมีเกียรติและวิญญาณที่ 7 สวนสนมีนบุรีกับเนวสัญญานาสัญญายตนะนั้นเป็นอายตนะเป็นอายตนะสัตว์หรืออายตนะพรมถ้าเราเข้าใจสภาวะธรรมและเราก็ไม่สับสนเท่าไหร่นอกจากว่าเราจะไม่แม่นอย่างผมเนี่ยไม่แม่นภาษาธรรมภาษามันก็ต้องพยายามจำแต่สภาวะธรรมตัวเองไม่มีปัญหาอะไรมีสภาวะรู้สภาวะแม้มันไม่มีรูปมันมีตัวก็เข้าใจอยู่แต่ว่า ภาษาแบบแปะๆชื่อของมันเนี่ยมันก็บางทีจะหลุดลอยๆมั่งแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรฟื้นฟื้นขึ้นมามันก็ได้นี่เราก็ได้เรียนรู้มาแล้วแล้วก็ได้อธิบายกันมาแล้วถึงสภาพต่างๆมันก็คล้ายๆกันน่ะแม้แต่จะเป็นเดรัจฉานก็อย่าอธิบายอะไรละเอียดแล้วก็เป็นพรมก็อธิบายกลางๆเป็นภาษากลางๆพอถือถือสภาพที่อธิบายจากเดรัจฉานมาจนกระทั่งหมดความเป็นสัตว์โลกเรียกว่าหมดแม้แต่กามาวจรหมดกรรมอบจก็ขึ้นมาเป็นสภาพหมดกามราคะมาเป็นพระอนาคามีมาเป็นสภาพรูปเป็นรูปพระจิตก็เป็นพรมเป็นอุบัติเหตุที่แท้ไม่เกี่ยวกับการแต่อยู่ในภพแม้อยู่ในภพก็ยังจะเป็นอภัสรายังจะเป็นสุภาพกิน หรือละเอียดแล้วก็ซอยไปอีกโรงเรียนพรหมมินทร์ตั้ง 16 ชั้นก็ยังอยู่ในนั้นอีกจนผม 16 ชั้นเราก็เข้าใจมันจนกระทั่งมีเขาบางๆเจ้าเขาก็เอาอสัญญีมาต่อจากสภาพซุปเปอร์กินอาหารแล้วก็ต่ออสัญญีชะตาจะนะแล้วก็ถึงขึ้นอากาสานัญจายตนะวิญญาณัญจายตนะอากิญจัญญายตนะแล้วก็มีอนุสัญญานาสัญญาจะชนะเขาเรียงอย่างนี้ก็ได้สภาวะก็เรียนนี้ก็มีเธอก็เอาชื่อพรมนี่อากาสชราจริงๆมันก็มีหมด 3 ของมันส่วนมากกินอาหารก็มีหมวด 3 ก็มาซึ่งก็คืออธิบายสู่ฟังแล้วถ้าจะเอาปริญญาภากับประมาณอาภา ก็มันเป็นอภัสราเอาปาลิตาสุภาอัปปมานาสุภามารวมก็มาเป็นสะกดกินอาหารเสร็จแล้วก็มาเป็นเวหาแล้วก็มาเป็นสัญญาสัตตาจะนะ = ธรรมเป็นชั้นๆมาเป็นอภัสราแล้วก็เป็นส่วนผสมกินอาหารและก็มาเป็นอสัญญาศรัทธาในศาสนาเค้ามาเรียนอย่างนี้แล้วก็ค่อยๆอาสาวิญญาณนินจาอกิญฺจและสัญญานะสัญญาจะชนะทุเรียนอย่างนี้กันได้แต่ผมไม่เอาฉันสัญญาไปเรียงไว้ตรงนั้นเอามาไว้ตรงปลายรวมกับในวัดสัญญาณหาสัญญาณเสียเพื่อที่จะได้วิญญาณที่ติดแก๊สก็เรียนกันไป อายตนะ 2 ก็มารวมยอดเอาไว้ตรงปลายนั้นเป็นสัญญาอัสนีสัญญาก็มีวะสัญญานะสัญญาจะชนะนี้เป็นอายตนะ 2 วิญญาณทิฏฐิ 7 ก็รวมกันไปเป็นอย่างนั้นนะเพราะเราไม่ต้องสับสนไปเจอในหมวดอธิการไว้แม้ในพระไตรปิฎกก็กล่าวไว้แยก 7 ศตวรรษไม่ใช่ 7 ศตวรรษ 9 นี่คือแม้แต่ในศตวรรษ 9 ก็ได้ย้ำได้ควรให้ฟังกันแล้วนะเพราะงั้นก็วิญญาณที่ระลึกออกก็คืออะไรอายตนะคืออะไรสุดท้ายหมดสัตว์ถึงขนาดรู้ถึงฐานะ อายะกระเทยแยกทั้งพยัญชนะให้ฟังแล้วความหมายความถึงประโ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน