240828-3-114 ทางเอกภาค3-ตอน114(หน้า280)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์102 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 18 สิงหาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านครบเวลาแล้วอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเราก็มาเรียนกันต่อวันนี้จะกลับเข้ามาเรียนทางเอกภาค 3 ที่เราได้สอนเอาไว้แล้วก็หยุดระงับไปแต่ตอนที่อยู่ระงับไปนั้นก็ตั้งใจจะขยายเพราะว่าในบรรยายมาถึงสัมมากัมมันตะบรรยายมาถึงกรรมการงานการกระทำต่างๆก็เลย วรรคมาอธิบายมหาจัตตารีสกสูตรเพื่อที่จะได้อธิบายถึงสัมมารามองค์ 8 ให้ได้คริสตจักรและก็จะได้กลับมาเข้าทางเอกต่อซึ่งก็ได้บรรยายมาหาจะตายก็สูบจบไปแล้วได้บรรยายจบพร้อมก็ได้มีสูตรอื่นๆขยายพอสมควรเพื่อการชัดแจ้งของความเกิดความดับต่างๆซึ่งเราได้อธิบายกันให้ชัดเจนเพราะว่าแท้จริงแล้วไอ้ความเกิดความดับความตายความเป็นก็มาจากกรรมที่เรากระทำอย่าง สูงสุดถึงขั้นยืนยันยืนยันให้ฟังแล้วว่ากรรมมันตะกัมมะบวกอันตะเนี่ยเป็นการเป็นเรื่องของทุกสิ่งทุกอย่างของศาสนาจะไปที่สุดจึงเรียกว่าศาสนาพุทธมีกรรมมันนิยมคือมีกรรมเนี่ยเป็นอันจริงมึงจะมานี่แปลว่าจริงแปลว่าเที่ยงอย่านะแต่ว่าจริงแปลว่าเที่ยงมันกำเนิดเป็นของจริงของเที่ยงแท้กรรมเป็นอันทำดีๆไม่ว่าจะเริ่มต้นทำนิดนึงในจิตจิตเริ่มเกิดแล้วเราก็เริ่มเป็นจิตน้อมจิต เอนเอียงจิตให้จิตเป็นอะไรขึ้นมานิดนึงมันก็เป็นอันทำจิตคิดขึ้นมามันเป็นตัวดีดีจะคิดขึ้นมามันเป็นตัวเลวตัวร้ายเลวร้ายทันทียิงออกมาถึงขั้นพูดท่านกายกรรมมันก็ยิ่งหยาบขึ้นมันก็ยิ่งมีฤทธิ์สั่งสมมีฤทธิ์เป็นตัวเป็นตนเป็นสภาพหยาบขึ้นเป็นเรื่องจริงทีนี้สอนลงไปในจิตมันมีสิ่งที่เป็นความปนในอาคารทุกอย่างคันตุ๊กแกเป็นสิ่งที่แฝงปนอยู่ในนั้นซึ่งเราก็จะต้องแก้ให้ออก เรียนรู้แห่งชาติแล้วก็เอาอาคารตุ๊กแกออกให้หมดจนเหลือแต่จิตสะอาดอาจารย์ก็ดีกายก็ดีมันเป็นความประชุมเท่านั้นมันเป็นความประชุมที่มันเกิดแล้วมันก็เกิดเกิดต่อต่อมาสะสมมานานแล้วที่

อ่านต่อ

มันพากันเกิดพากันสะสมได้ถาวรบ้างได้ไม้ถาวรบ้างได้บ้างหล่นบ้างเหมือนกับเราตักน้ำนี่บางทีตัดเต็มคันก็ได้บ้างมันก็ 6 เครียดเสียรหัสอะไรเป็นบ้างอ่ะยิ่งถือดีๆก็ยิ่งถือไม่ดีถือแล้วก็ทำให้มันกระฉอกทำให้มนุษย์นี่บ้างมันก็ยิ่งหกหล่นไปเยอะถ้าเผื่อว่าถือดีๆประคอง ตากพอดีๆประคองแล้วก็จะได้เต็มพอดีพอดีอยู่เสมอโดยที่ถือมาไม่ให้มันกระจอกไม่ให้มันกระเทือนมันก็ไม่หล่นด้วยมันก็ไม่ร่วงไม่หล่นไม่หกไม่รกไม่เลอะอะไรไปด้วยมันก็เป็นเรื่องของความประณีตความสุขคุ้มความรู้ระมัดระวังและเราก็จะต้องกระทำเป็นอย่างนั้นเรื่อยเสมอเสมอไม่ว่าจะเกิดเป็นนิสัยเกิดเป็นความเรียบร้อยเองคนก็จะเป็นคนเรียบร้อยได้เพราะว่าการรู้การฝึกละเอียดมาตั้งแต่จิตเป็นตัวละเอียดเป็นตัวพาทำอะไรได้อธิบายกันมาเรียบร้อยเป็นพื้นฐานและก็ขอนำเข้าสู่ทางเอก จะขอย้อนนิดหน่อยขอย้อนจากที่เรามาถึงหน้า 284 แต่ว่าจะขอย้อนกลับมาที่หน้า 281 ใคร 281 280 280 มาถึงกรรมโยนิเอากรรมได้แก่การงานพฤติกรรมหรือการกระทำทั้งหลายทั้งปวงนั่นแหละคือความเกิดแท้มีกรรมเป็นการเกิดมีกรรมเป็นความเกิดดังนั้นถ้าจะมีความเกิดต้องให้ความดีความถูกต้องความเป็นเนื้อหาสาระที่โลกต้องการจริงๆสำคัญแท้ๆมีประโยชน์ สูงนั่นเถิดเกิดขึ้นในโลกหรืออุบัติขึ้นมาในเรานั่นแหละสำคัญสุดสำหรับพระโยคาวจรฮานอยโดยนัยยะที่สำคัญความเกิดคือความดับความตรงนี้ไปก่อนความเกิดคือความดับตามที่เราเคยเรียนรู้มาแล้วแม้เราจะไม่ได้ก่อความเกิดแต่เราช่วยกันทำความดับและต้องดับความชั่วความไม่ถูกต้องความเฟ้อความไร้สาระสิ่งที่โลกควรจะลดน้อยลงหรือกำจัดทิ้ง ความไม่สำคัญแล้วความไร้ประโยชน์แล้วความบั่นทอนเศรษฐกิจของมนุษย์ชาติอย่างนี้สิเราต้องทำความดับเข้าให้ทั้งแก่เราที่ยังมีอยู่ในตัวเราเองทั้งแก่โลกและซึ่งถ้าผู้นั้นหมดแล้วในตัวเราเราก็มีแต่หน้าที่ดับให้โลกแต่ดังนี้ก็เป็นความดับที่เป็นการเกิดอันดีงามแท้ๆตรงๆอยู่ในตัวเลยทีเดียวลองทำความเข้าใจให้ดีๆจะเข้าใจได้ว่าการดับความชั่วก็คือการเกิดความดีนั่นเอง ดังนั้นผู้ใดปราบความชั่วได้ก็จงปราบเถิดให้ถูกฐานะให้ถูกหน้าที่ให้ตรงสมรรถภาพและก็ดีที่สุดอันนี้เป็นการสรุปแล้วก็เป็นการที่บอกให้รู้ว่ากรรมนี่แหละเป็นตัวสำคัญกรรมเป็นการเกิดกรรมเป็นเผ่าพันธุ์กรรมเป็นที่พึ่งอาศัยกรรมเป็นตัวที่รับผลกรรมเป็นอันทำกรรมเป็นของของตนเป็นทายาทกรรมเป็นมรดกที่จะต้องรับติดต่อกันไปแม้แต่อาศัยพึ่งอาศัยอยู่อาศัยทรงก็เป็นไปเพราะกรรมถ้ามีเรามีกรรมดีแล้วก็ได้ทรงได้อาศัยสิ่งที่ดีๆอยู่ถ้าเผื่อว่าเรา ไม่มีกรรมไม่ดีมันก็ได้อาศัยได้ทรงสิ่งที่ไม่ดีอาการงานพฤติกรรมหรือการกระทําที่ใช้กไม้หันอากาศมมหรือกำรอหันมอก็แล้วแต่อาการงานพฤติกรรมหรือการกระทำที่ดีโดยนัยนี้คือการดับความชั่วการหยุดความชั่วการเลิกความชั่วการตายสนิทของความชั่วจึงเป็นโยนิหรือเป็นความเกิดที่ดีด้วยอย่าคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายซ้ำอะไรเกินไปนักเพราะ ความมันบอกชัดๆอยู่แล้วเมื่อเราทำเสมอทำอยู่เรื่อยๆแล้วมันก็จะเป็นกรรมพันธุ์เป็นสิ่งสะสมที่จะออกฤทธิ์เกิดเชื้ออย่างนั้นอย่างนั้นสืบไปเป็นเนื้อหาแท้ๆอย่างนั้นอย่างนั้นนั่นแหละมันจะพาดำเนินต่อไปเป็นกอบเป็นกำเป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นเผ่าเป็นพันเป็นตระกูลขึ้นมาเองซึ่งก็เนื่องมาจากการกระทำการงานหรือพฤติกรรมที่มีจริงทั้งสิ้นทั้งนั้นอันควรเห็นให้ชัดว่ามันก็คือสิ่งที่เราทำมาแล้วหรือกำลังทำอยู่นั้นๆนั่นแหละ จะเห็นได้ว่ามนุษย์นั้นมีกรรมเป็นที่สุดแห่งที่สุดในวงเล็บกัมมันตจริงๆจะเป็นสัมมาหรือมิจฉากันเท่านั้นเองร้อนถ้าผอมว่าเรามีต้นทุนเขาของเราเป็นทิฐิเป็นความเห็นมีความเข้าใจและเป็นความเชื่อถือจะยึดมั่นขนาดไหนหรือว่ายึดมั่นดำรงอยู่ในใจก็ตามถ้ามันเป็นตัวเขาตัวเงื่อนไขตรวจจุดในลึกสุดใจอะไรของเราเอาไว้เนี่ยเป็นตัวแทนจำหน่าย ตัวอภินิโลกนาที่ท่านบอกว่าแปลว่าความปักใจมันมีตัวปักใจมันมีตัวอะไรอยู่ตัวนั้นน่ะเป็นแกนสำคัญเป็นแกนสำคัญมันตัดผมว่ามันแน่นมันแน่มันเน่ามันปักใจแล้วมันอะไรอยู่เนี่ยมันก็จะเป็นตัวสุดท้ายตัวกลั่นตัวแกนตัวที่มันจะให้เป็นไฟมันจะออกฤทธิ์อะไรอันอื่นออกมาไกลยาวมันอาจจะไปหางๆโค้งๆไปบ้างก็ยังพอได้แต่ว่าตัวต้นตัวที่กล่าวถึงนี้พอมาถึงต้นตอมันแล้วมันเอาตัวนี้เป็นหลักมันเอาตัวนี้เป็นหลักคือตัวความเห็นความเข้าใจตัวสัมมาที่ เป็นประธานร้านทรัพย์เผื่อว่าตัวสัมมาทิฏฐินี้ไม่ดีไม่ตรงไม่เข้าหลักเข้ารอยแล้วล่ะก็มันแจ้งแจ้งไม่แจ้งต้นก็เจ๊งปลายพอไปถึงปลายก็เจ๊งไม่ได้เพราะยังไม่ต้องพยายามถ้าเผื่อว่าทำสมาธิติดดีแล้วแต่ต้นกระทำความเห็นหรือทำความเข้าใจให้มันถูกทางตั้งแต่ต้นมันไปดีสัมมาวายามะสัมมาสติก็ห้อมล้อมแล้วช่วยเหลือเฟือฝ่ายกันไปแล้วดีนะสั่งสมลงมาอย่างรวดอย่างเร็วสัมมาสัมพุทธัสสะมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะพอเหมาะได้ พอเหมาะได้และรวมลงเป็นกำลังของจิตเพราะว่าปฏิบัติความนึกคิดสังกัปปะมันก็เป็นจิตสั่งสมลงเป็นสมาธิกระทําลงเป็นสัมมาสมาธิหรือจะเป็นมิจฉามันก็เป็นมิจฉาสมาธิที่มันสั่งสมด้วยเป็นสมาธิที่มีมีน้ำหนัก มากมายทีเดียวงั้นเราก็ทำเสมอทำเนืองๆนี่แหละสั่งสมลงเป็นสมาธิเป็นอาทิตย์จิตเพราะเราจะทำอะไรก็ต้องมีใจเป็นประธานมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาก็มีจิตนี่แหละสั่งสมลงเป็นตัวเรามายังมโนมายาจิตนี่แหละมันจะพาให้เรามาเกิดมาเป็นอันเป็นตัวเรามโนมายามันก็จะโตมันก็จะเจริญอะไรจะเจริญถ้าผิดเจริญมันก็เป็นผิดเจริญถ้าถูกเจริญมันก็เป็นถูกเจริญเราจึงจะต้องเข้าใจอภิธรรมที่เข้าใจกุสลาธัมมาอกุสลาธัมมาเข้าใจธรรมะที่เป็นส่วนกุศลส่วนอกุศลอะไรให้ชัดเจนที่สุด มีธรรมวิจัยสมโภชทรงตัวสำคัญเราจะต้องมีสติระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอแล้วก็มีธรรมวิจัยเนี่ยเป็นตัวหลักแม้แต่ที่สุดเรามีปัญญาแล้วเราก็จะมีธรรมวิจัยอย่างที่เราได้ผ่านมาหาจะตีสักสูตรมาแล้วที่สิ่งที่เป็นสิ่งแสดงสภาวะที่เป็นสภาวะแสดงความเป็นผู้พ้นอาสวะหรือขั้นอันนาสวัสของสมาธิของความเห็นเต็มที่ขั้นสุดท้ายความเห็นที่เป็นอันนาสวะแล้วความเห็นที่พ้นอาสวะกิเลสแล้วมันจะเป็นความเห็นที่มัน มีปลามีธรรมะวิจัยสมโภชนพระเจ้ามันจะเป็นตัวรู้ยิ่งยิ่งรู้เป็นตัวปัญญาเป็นยินดีปัญญาผลยอดและมันก็มีธรรมะวิจัยสมโภชนมีสมาชิกเรียกว่าสัมมาทิฏฐิแล้วมันก็จะพรั่งพร้อมมองผ่านไปเห็นองค์มากเลยทีเดียวเป็นองค์มักพร้อมเพราะว่าทุกส่วนสัตว์มันก็จะเป็นสุจริตธรรมหรือว่าเป็นความพอเหมาะชอบแล้วควรแล้วจึงเรียกว่าสัมมายังเรียกว่าสัมมาอะระหังทุกส่วนสัมมามันจะเป็นสัมมาแม้แต่คิดแม้แต่พูดแม้แต่กระทำการงานแม้กระทั่งออกไปมากเป็นอาชีพเป็นประจำอยู่ในชีวิตมันก็เหมาะ สมควรเป็นแบบอย่างให้แก่โลกอเมสที่สุดมันจะเป็นที่พึ่งอาศัยแก่เจ้าของพฤติเจ้าของการเจ้าของงานเองด้วยเป็นทั้งที่พึ่งที่อาศัยให้แก่ชาวโลกให้แก่สังคมด้วยพึ่งกันไปพึ่งกันมาอยู่ในโลกในสังคมจริงๆเรียกว่ากรรมการหรือโรคจึงขาดการงานขาดพฤติกรรมหรือขาดการกระทำที่เป็นฝักฝ่ายที่ดีที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์แท้ไม่ได้โรคจึงขาดการงานขาดพฤติกรรมหรือขาด ธรรมที่เป็นฝักฝ่ายที่ดีที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์แท้ไม่ได้ถ้าขาดมันขาดได้เหมือนกันนะแต่ที่บอกว่าไม่ได้นี่หมายความว่าต้องกำหนดเป็นสภาพดีบอกให้เตือนสำนึกให้แก่ผู้เรียนให้แก่ผู้ที่ได้ศึกษารู้พึ่งสังวรว่าไม่ได้โรคขาดไม่ได้ไม่มีใครทำดีแล้วต้องทำดีถึงแม้ว่ามีคนทำดีแล้วเราก็ต้องทำดีอยู่นั่นเองแหละมันเป็นตัวสุดท้ายตัวจบแล้วเราจะไม่ทำดีไม่ได้หรอกเราต้องทำดีทำส่วนที่ถูกต้องทำส่วนที่เป็นประโยชน์เกิดมาแล้วอย่าไปทำอะไรเกิดมาแล้วก็ต้องทำดีทำส่วนที่ถูกต้องสำรวจที่เป็นประโยชน์แล้วต้องทำดีเป็นคำ เป็นโอวาทปาฏิโมกข์ละชั่วประพฤติดีถ้าเข้าใจและเป็นตัวเดียวกันมรณะชั่วหมดแล้วหมดชั่วก็ไม่ต้องละชั่วอีกก็มีแต่ทำดีลูกเดียวด้วยความเห็นแจ้งด้วยปัญญาปัญญินทรีย์ปัญญาผลธรรมะวิจัยสมโภชนสัมมาทิฏฐิมักคักเป็นองค์แห่งมรรคของมนุษย์ที่จะพึงเห็นผึ้งทำพึงพูดด้วยกำลังของจิตด้วยสมาธิด้วยสัมมาสมาธิด้วยจิตอันยิ่งด้วยจิตอันยอดแต่จิตอันเป็นเอกแล้วเป็นสภาพที่ไปแล้วดีเป็นสุขก็โตหรือเป็นสมัค ไปสมัครกับโตเป็นสมณภาวนาสัมมาสัมพุทโธเราก็ยังไม่เรียกตัวเราว่าถึงขั้นตถาคโตมันก็ยังพระพุทธเจ้าและอันนั้นนี่ก็ยกไว้ให้เป็นการเรียกพระพุทธเจ้าเป็นตถาคโตเป็นผู้ดำเนินไปดีแล้วเราก็เป็นผู้ที่ไปดีแล้วแต่ว่าไปดีแล้วในขนาดสุคะโตสัมมาสัมพุทธเป็นแค่ไปดีแล้วในฐานะตามเรามันเป็นไปดีแล้วเพราะฉะนั้นการกระทำการงานอะไรต่ออะไรต่างๆนานาก็รุนแรงแต่อยู่ในสติสัมปชัญญะปัญญาดูแลควบคุมครองจิตมีจิตแยกกายมีจิตและเอียดทำอะไรไม่ประมาทประณีตสุขุมรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าเราทำอะไรมีอะไร ตั้งแต่จิตตั้งแต่จิตเราก็ดูแลดูแลออกมาอยู่เรื่อยแล้วเราก็ทำด้วยความขวนขวายไปขยันไปเรารู้ว่าความขยันกับความขี้เกียจความขยันมันเป็นตัวกุศลความขี้เกียจเป็นตัวอกุศลสุดท้ายในนิวรณ์ทั้ง 8 นอกจากมีความรู้ในการความรู้ในพยาบาทมีความรู้ในถีนมิทธะมีความรู้ในอุทยานมีความรู้ในวิจิตราแล้วเรายังจะมีความรู้ในวิชาอวิชชาเป็นนิวรณ์ที่ 6 มีความรู้ในความยินดีความไม่ยินดีเป็นนิวรณ์ ที่ 7 แล้วก็มีความรู้ในกุศลอกุศลเป็นนิวรณ์ที่ 8 พอเรารู้สภาพที่เป็นนิวรณ์ 5 และเราก็ไม่มีแล้วในนิวรณ์ 5 รู้ตัวนั้นเรียกว่าเป็นวิชาชัดเป็นวิชาที่ชัดรู้ตัวเรานิวรณ์ 5 ในตัวเราไม่มีเราสบายแล้วทีนี้เราก็ยังมีอีกอันนึงเราไม่มีวอ 5 นั่นเรียกว่าเราสูญจะตายถ้ามันมีถาวรไปเลยว่ามันสูญญากาศถาวรมันไม่มีนิวรณ์ทั้ง 5 มันก็เป็นสัญญาถาวรเรียกได้เรียกผู้นี้ได้มาเป็นพระอรหันต์ เสมอไปแต่เรายังมีชีวิตเป็นปัจจัยเรายังมีความยืนหยัดยืนยันอยู่ว่าเราประมาทไม่ได้หรอกว่ารูปนามขันธ์ 5 ของเราเนี่ยเป็นสภาพที่ไม่เที่ยงอนิจจังทุกขังอนัตตาทั้งสิ้นแม้เราจะยืนยันว่าเราได้นิวรณ์อย่างมั่นคงเป็นสิ่งที่ตาถาวรอะไรก็ตามมันเป็นสภาพที่ไม่มีนิวรณ์ 5 นั่นแล้วยังดียังไงก็ตามแต่ในจิตใจของเรามันก็ไม่ค้านแย้งสูตรสำคัญที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามันทุกส่วนรูปก็ไม่เที่ยงเวทนาก็ไม่เที่ยงสัญญาก็ไม่เที่ยงสังขารก็ไม่เที่ยงวิญญาณก็ไม่เที่ยงนอกจากไม่เที่ยงแล้วมันก็เป็นทุกข์ดังที่ได้สรุปแล้วเมื่อวาน พระเถระมหาเถระพระเถระต่างๆก็ไม่ทราบว่าชื่อองค์ไหนชื่ออะไรที่บอกว่าทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกตอนนั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปเราจะเข้าใจเข้าใจเลยว่ามันเป็นจริงแล้วเราเกิดอยู่แล้วก็ไม่คันแยงชาติปิดทุกขาเราก็ยังเป็นชาติเรายังมีชาติเรายังมีความเกิดอยู่เรายังไม่ตายเรามีความเกิดจะมีความเป็นมีความเป็นชีวิตเป็นตัวเกิดแล้วกินข้าวให้มันรอให้มันเดินเครื่องอยู่เครื่องมันก็ยังเดินยังติดอยู่สรีระก็ยังดำเนินไปอย่างเดิมดำเนินไปอยู่นี่เป็น แล้วมันก็ไม่ค้านแย้งกันมันสอดคล้องกันส่งเสริมกันแต่ว่าเราเองเราไม่ไม่มีความกังวลไม่มีความทรมานอะไรเป็นความสบายเป็นความเป็นไปได้เราไม่ได้ทุกข์ร้อนแม้จะเจอะสภาวะอะไรต่ออะไรของโลกมากระทบมาสัมผัสมาอะไรต่ออะไรเราอยู่ยังไงยังไงก็ตามเราก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าเรารู้เท่าทันเรียกว่าเรารู้รู้เท่าทันแล้วนี่หัวหน้าเราดับได้สนิทเราเรียกว่านิโรธสนิทของเราทีนี้มันต่อจากนั้นไปก็เป็นนิวรณ์ที่ท่านบอกว่ามันยังมีอวิชชาหรือเป็นวิชาที่จะเป็นอุปการะที่เราจะต้องทำวิชาต่อๆไปวิชานี้มีไปเรื่อยๆเป็นอภิญ มาเป็นความรู้ยิ่งยิ่งรู้เป็นปฏิสัมภิทาญาณเป็นอภิญญาที่จะต้องเลี้ยงต่อไปเจริญต่อไปไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดไปด้วยไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดแต่เราสุดแล้วนิวรณ์ 5 ของเราสุดแล้วมันจึงเป็นผู้ที่ชื่อว่าเป็นผู้เจริญเพราะความชั่วดับหมดแต่ความดีจะเจริญต่อวิชชาจะเจริญต่อตัวที่เราจะรู้ยิ่งยิ่งรู้ต่อไปก็เป็นตัวที่อุปการะกับตัวอันตรายอวิชชาอันตรายเป็นตัวอันตรายตัววิชชาเป็นตัวอุปกรณ์ข้อที่ 6 นี่มองข้อที่ 7 อารบิกคือความไม่ยินดีเป็นอันตรายประมง ความยินดีเป็นอุปการะอุปการะนี่หมายความว่าการงานกาละนี่คือการงานอุปการะกับแปลว่าตัวที่ยังเกิดอยู่หรือว่าตัวที่เป็นแล้วก็ตามรู้แล้วก็ตามเป็นตัวที่สำเร็จไปอย่างอุปนายกอย่างนี้เขาเรียกว่าอุปนายกไปตัวหมายความว่าที่จริงอุปนายกหมายความว่าเป็นตัวผู้เป็นนายกแล้วแต่อย่าเพิ่งไปไหนนะนายกต้องพยายามอยู่คุมช่วยนายกใหม่หรือนายกปัจจุบันที่กำลังทำอยู่ยังไงยังไงก็เป็นที่ปรึกษาเป็นที่ที่ช่วยอุปการะอยู่ใกล้ๆเป็นการงานใกล้ๆยังไงยังไงก็ช่วยเหลือโซฟาคุ้มครองเอาไปพูดที่ยังจะต้องเป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วย อุปนายกก็เป็นตัวอย่างนั้นจริงๆแต่เดี๋ยวนี้ต่างกันเอาเองต่างอุปนายกนี้ใหม่ๆไม่เคยเป็นนายกเลยก็ไปตั้งเป็นนายกแล้วจริงๆนะอบอุปปะเนี่ยมันเป็นตัวที่อยู่ใกล้ๆนี่แหละกระเป๋าใกล้ๆเป็นตัวที่เกิดแล้วและเคยเกิดแล้วด้วยก็ยิ่งดีนะอุปการะก็คือการงานที่ช่วยอุ้มช่วยโชว์อยู่หรือแม้แต่ว่าอุปนายกก็คือผู้ช่วยชูช่วยอุ้มเจ้าชู้ช่วยเครื่องช่วยกูลกันอยู่ยังเป็นส่วนที่ยังสนับสนุนกันอยู่เนื่องกันอยู่นะเพราะงั้นการที่เราดับสนิทหรือการที่เราจบสูงสุดมันก็จะต้องมีตัวที่ยังเป็นจริงอยู่ว่าเรายังมีชีวิตเป็นปัจจัยเรายังมีสัตว์อุปาทาน ไปสระลูกน้ำขันธ์ 5 ของเราอยู่จริงนี่เป็นสัจจะทั้งหมดพระศาสนาพระพุทธเจ้าจึงมีทั้ง 2 ส่วนส่วนดับก็มีส่วนเกิดก็มีเราจะต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วดับสนิทเรานิโรธเรามีนิโรจน์แล้วก็มีผู้รับรองนิโรธเป็นผู้ที่ทรงนิโรธลำดับสนิทความชั่วดับสนิทความไม่ดีดับสนิทความทุกข์ระดับเรามีจิตใจเรารู้เลยว่ามันทุกข์นั่นแหละทุกอย่างความเกิดไม่ค้านแย้งความเกิดทุกประการไม่ว่าใดใดชาติปิทุกขาความเกิดใดๆเป็นทุกข์ทั้งนั้นเรารู้แสนรู้รู้ความจริงแต่เรามีกลวิธีดับทุกข์กลวิธีปล่อยความเกิดมาเกิดมาแล้วก็ปล่อยมันเกิดมาแล้วก็ปล่อยมันหรือแม้แต่เราจะเป็นผู้สร้างด้วยผู้ทำความเกิดสนับสนุนความ ให้เป็นความเกิดที่ดีเป็นความเกิดที่ถูกต้องเป็นความเกิดที่เป็นประโยชน์เป็นความเกิดที่เป็นกุศลสุดท้ายเพราะฉะนั้นอุปการะที่ว่านี่ในนิวรณ์อีก 678 เนี่ยข้อที่ 6 จะต้องเพิ่มวิชาหรือเป็นวิชารู้ความรู้นี่รู้ได้เลยไปล่ะถึงขั้นสูงสุดตระกูลเป็นถามตัวเองว่าเราเป็นพระพุทธเจ้าหรือยังถ้าเรายังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วแม้พระพุทธเจ้าพุทธวิสัยท่านก็ยังรู้ยิ่งรู้ต่อๆไปอยู่ของท่านเราไม่ต้องไปคิดคำนึงว่าท่านได้รู้ขนาดไหนก็ตามแต่เรารู้ยังไม่ถึงว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยรู้ต่อไปอีกเถอะนะมันรู้ได้มันเพิ่มวิชาได้เพิ่มมากินยาได้เรายังไม่ถึงที่สุดหรอกพระอรหันต์เพียงสบายตัดทุกข์พ้น หลับสนิทแห่งกิเลสตัวนำเกิดที่จะเกิดต่อเพราะฉะนั้นยังเหลือตัวที่ยังไม่ดับสูญสิ้นเป็นอนุปาทิเสสนิพพานธาตุยังไม่ดับจนกระทั่งหมดรูปนามขันธ์ 5 จริงๆแล้วล่ะก็เราก็ต้องดำเนินต่อไปเราก็ต้องส่งไว้มีสภาพที่ดีเอาความเห็นอันนี้อันนึงที่ผมเองไม่เหมือนท่านพุทธทาสเพราะถ้าพระพุทธเจ้าอธิบายนิพพานนั้นต่างกันโดยท่านไปเอาที่สะอาดสุดมาอธิบายลักษณะที่ทรงมันยังทรงคือมันยังไม่จบแล้วท่านก็เอามาตีเป็นบุคคลธนาคารตีเป็น ตามที่เขาอธิบายว่าอุบัติเหตุสันติภาพกับอนุปาทิเสสนิพพานเอามาอธิบายว่าซาอุปฏิเสธคือผู้ที่เป็นเสขบุคคลถ้าบุคคลที่บรรลุธรรมะแล้วต้องเป็นอนุปาทิเสสนิพพานบุคคลท่านมาเรียกอย่างนี้ท่านสามารถที่จะอธิบายอย่างนี้ซึ่งการแย่งกับความเห็นของพวกเกจิอาจารย์สมัยดั้งเดิมเก่าแก่ด้วยถ้าเกิดมาอธิบายอย่างนี้ขึ้นมาเก่าแก่ก็อธิบายไม่ได้อธิบายอย่างนี้เก่าแก่ก็อธิบายสัตว์ป่าที่เสียนิพพานนั้นคือนิพพานของคนเป็นเป็นพระอรหันต์เป็นแต่อนุบาลที่เสียสละนิพพานนั้นเป็นความหมดสิ้นจบภาพ เป็นพระอรหันต์ตายพระอรหันต์ดับธาตุหมดขันลงไปที่เดิมก็อธิบายอย่างนั้นผมเองก็เข้าใจและยืนยันว่าต้องเป็นอย่างนั้นควรเป็นอย่างนั้นก็เห็นการแยงกับท่านพุทธทาสอยู่เหมือนกันแต่ผมเห็นอย่างพระอาจารย์โบราณพระอาจารย์เก่าๆแก่ๆที่เคยอธิบายอย่างนี้มาแล้วผมก็เห็นชัดเจนว่าถูกต้องผมก็เห็นว่าท่านพุทธทาสเอาปัจจุบันเป็นใหญ่จนกระทั่งไม่มีอดีตไม่มีอนาคตไม่อธิบายอดีตอนาคตซึ่งเป็นส่วนที่จะต้องสัมพันธ์และเป็นอุปการะเป็นความหนุนความเชื่ออันนี้ก็เป็นความเห็นต่างกันซึ่งความเห็นต่างกันได้และผมก็มีความเห็นหลายแง่หลายอย่างที่ไม่เหมือน พุทธทาสในรายละเอียดลึกซึ้งในรายละเอียดปลายปลายในรายละเอียดที่เข้าถึงสภาพสำคัญผมจึงรู้ความสำคัญที่ต่อเนื่องความสำคัญที่เป็นไปเพราะกรรมเพราะกิริยาต่างๆแม้แต่เพราะจิตเพราะกรรมเพราะกิจกรรมและจิตนี่เป็นตัวที่เมื่อเรารู้ถึงกรรมเรารู้ถึงจิตอย่างดีแล้วต่อมามันก็จะเป็นอุตุเป็นอาหารเพราะฉะนั้นเมื่อเราเองเรามีการกำหนดไปอยู่การประกอบอยู่ก็จะประกอบอุตุประกอบอาหารไม่ได้ตัวเราเนี่ยเราก็สามารถที่จะทำอุตุอยู่ตลอดเวลาถ้าเราเองเราเป็นผู้ที่รู้ความรู้จิตเราก็จะสามารถควบคุมการควบคุมจิตได้เก่งทีเดียวอุตุอาหารแล้วก็ประกอบ ได้แก่ชีวิตอาหารชั้นละเอียดจนถึงขั้นวิญญาณอาหารทีเดียวเราสามารถที่จะรู้ไม่ใช่ว่ามีภาษาเฉยๆนะก็ทำได้ปรับปรุงได้อยู่ที่ว่าเราจะทำมากทำเกินทำน้อยไปอะไรต่ออะไรอยู่หรือว่าเราจะตั้งใจของเราและเจตนาของเราเราปรุงยังไงยังไงมันก็เป็นจริงพระที่ว่าการกับอนุปาทิเสสนิพพานนั้นที่ผมเห็นว่ามันเป็นต้องเป็นเกี่ยวข้องกับสภาพบุคคลจะเป็นสภาพเหมือนเกจิอาจารย์นิพพานเป็นสภาพที่พระอรหันต์ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ดับกิเลสสนิทได้แล้วแต่ว่าถ้ายังมีรูปนามขันธ์ 5 เหลืออยู่นี่ซาอุปฏิเสธสันนิษฐานหมายความว่าอย่างนี้ซึ่งต่างกับท่านพุทธทาสดังกล่าวแล้วก็เพราะว่ามันมีสภาพที่ยังต่อไปนี้แหละแล้วมันก็ไปต่อไปจริงๆเพราะว่าเราหมดแล้วมันก็ยังมีสภาพที่ยังดำเนินการคำนึงอยากจะต้องดูอุปกรณ์ดูอุปกรณ์แล้วว่าอะไรมันจะเจริญไปอย่างไรมันเป็นความเจริญความประเสริฐยิ่งๆอยู่ไม่มีหยุดพระอรหันต์มีแต่ความเจริญไม่ใช่ตายเด้ไม่ทันแย้งกับคนไหนที่ทรงอยู่โดยที่ไม่มีอะไรเจริญอีกข้ามแย้งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วยในที่สุดคือสูตรแห่งฐานะที่ติดหรือฐานะหรือที่ส่งที่ตั้งอยู่สูตรแห่งความตั้งอยู่นั้น อาจารย์ท่านบอกไว้เป็นหลักเลยบอกว่าท่านไม่สรรเสริญท่านไม่เห็นว่าเป็นหน้าที่จะน่ายกย่องสรรเสริญหรือน่าจะดียินดีอะไรถ้าเราส่งอยู่เท่าเดิมอย่างเดิมป่วยการกล่าวบรรยายถึงความเสื่อมท่านบอกว่าจะต้องก้าวหน้าเป็นวุฒิวุฒิไม่เป็นที่ติไม่ไปส่งอยู่อย่างเดิมไม่ตั้งอยู่อย่างนั้นเท่านั้นเท่านั้นยิ่งเสื่อมจึงเป็นประหารนะแน่นอนอันนั้นไม่เอาแน่เพราะฉะนั้นผู้พ้นความเสื่อมแล้วก็ไม่ส่งมีแต่วุฒิอย่างที่เคยทำรูปให้ดูที่ทำดูนี่ยกมือแล้วก็ทำให้ดูเป็นผู้เที่ยงแล้วไม่พูดหยุดแล้วไม่เอนไม่เอียงตรง แต่ยังมีการเคลื่อนขึ้นสู่ที่สูงนี่มันพูดเที่ยงแล้วเที่ยงเดินตรงเลยเป็นพื้นที่อย่างตรงเลยตรงแต่ก็ขึ้นสูงยังเคลื่อนอยู่เพราะว่าเราจะเป็นสภาพเคลื่อนเรายังเคลื่อนไปอยู่เรายังไม่ได้ตายนะเรายังมีการเคลื่อนไปจึงเรียกว่าคัสตาร์ดโตเพราะฉะนั้นเราจะเคลื่อนไปอย่างดีสุคะโตเป็นเพื่อนไปอย่างเก่งสมการโตสมัคคีโตอย่างพระพุทธเจ้าท่านก็เคลื่อนไปอย่างตัดขาโตเรามีศัพท์สำนวนเรียกท่านซึ่งก็เป็นทิศทางเดียวกันเป็นแต่เพียงว่ายิ่งใหญ่กว่ากันเท่านั้นเองเราดำเนินมามาเรียนรู้หัดเป็นสุขเขาโตเป็นสมการโตเป็นการเดินไปดีในการดำเนินเป็นดีมันก็ยังไปอยู่เราจะต้องรับความจริงว่าเรายัง ไปแล้วอย่าปล่อยปละละเลยไม่ถูกค้านแย้งกับคำสอนของพระพุทธเจ้ามากมายหลายในวัดในระยะที่เจริญแล้วนัยยะที่สูงแล้วมันก็ดำเนินไปดีมีอุปการะดูสิ่งที่ควรรู้ความรู้ควรจะเป็นความรู้เพิ่มไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นจึงต้องเรียนเป็นวิชาเรื่อยไปแล้วก็จะต้องทรงอยู่ในสภาพที่จะต้องดูต้องรู้สภาพประมุช้ายินดีปราโมทย์ต้องรู้ว่าทุกอย่างนี่ในโลกมันไม่มีโดยแต่นี่มันรู้มาตั้งแต่เป็นอริยะอรหันต์แล้วใจมันเป็นเองเป็นอย่างนั้นใจมันเป็นใจที่มันความไม่ยินดีไม่มีรู้ว่าสิ่งนี้ไม่ดีเราก็รู้ว่าไม่ดีแล้วเราจะทำอย่างไรกับสิ่งนี้โดยไม่อึด ขัดเคืองมีแต่เมตตาเกื้อกูมีแต่เห็นว่าเป็นพรหมจรรย์มีแต่จริยาของพรมเป็นจริยาของผู้ที่มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาไปช่วยเหลือเฟือฟายเขาได้อย่างมั่นคงแข็งแรงเท่าที่เราจะเป็นไปได้ขวนขวายได้พระพุทธเจ้าอย่างที่บอกว่าเป็นผู้ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีอัตราเป็นสำนวนไทยน่าฟังมากเป็นอัชฌาสัยที่ทนไม่ได้ต่อความกรุณาคือเป็นสภาพที่ท่านอัชฌาสัยก็คือความอาศัยอยู่ในปัจจุบันนี่แหละเมื่อกระทบสัมผัสเมื่อรู้อะไรต่ออะไรแล้วมันเห็นแล้วมันก็มีพรหมจริยานี่พรหมจรรย์เป็นพรหมจรรย์มันเป็นเลย มันทนไม่ได้ต่อความกรุณามันมีสภาพที่เป็นอย่างนั้นน่ะเป็นอย่างนั้นเองเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นอัชฌาสัยอัตถะอัดอาศัยก็คือตามความที่มันเป็นอยู่อ่ะอัธยาใสเขาก็เรียกอัชฌาสัยเกลียดอัธยาศัยหรืออัชฌาสัยแต่สภาพเป็นงั้นพอกระทบสัมผัสรู้ว่าไอ้นี่น่าจะช่วยเหลือแล้วก็น่าช่วยเหลือเท่านั้นมนุษย์ในโลกถ้าคุณเป็นจิตพรหมคุณเป็นอย่างนั้นแล้วมันเจริญแล้วแต่ถ้าคุณเป็นคนเฉยเมยเป็นคนดูดายมันไม่เป็นพรหมจรรยามันไม่เป็นพรหมจรรย์มันไม่ได้เป็นพฤติกรรมของพรหมคนที่ปรับกรรมของผมก็ต้องเป็นพฤติกรรมที่มันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวยนี่สมรรถนะของพระพุทธเจ้าในองค์ที่ 4 เนี่ยสิ่งที่แสดง แสดงความเป็นสมณะอย่างหนึ่งก็คือความเป็นพรมความเป็นพรหมคือความเป็นผู้ที่มีโภคทรัพย์โภคของสมณะนั้นคืออัปปมัญญาหรือพรหมจรรย์หรือพรหมพรหมวิหาร 4 อัปปมัญญาหรือพรหมวิหาร 4 ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดอ่ะอัปปมัญญาแปลว่ามีมากมายมีไม่มีที่สิ้นมีอยู่เรื่อยมีไม่มีที่สิ้นสุดอัปปมัญญามีอะไรถ้าสิ่งที่จะมีไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดอยู่ในสิ่งที่เป็นพฤติกรรมแล้วก็ต้องเป็นพรหมคุณพอมาทำแต่ไม่ใช่พรหมธรรมนะต่างกันอีกโทรทัศน์กรมธรรม์เป็นตัวโทษเนี่ยถ้าเราเฉยเมยก็เป็นกรมธรรม์เราไม่เฉยเมยเราก็ไป แต่พรหมจรรย์ยักษ์เป็นพฤติกรรมที่มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเห็นได้สัมผัสได้ว่าเป็นผู้ร่ำรวยโภคะแปลว่าผู้เจริญเป็นผู้รวยเป็นผู้มีอยู่เสมอเจริญเมตตาอยู่ทั่วทุกทิศทั่วทุกแห่งทั่วทุกคนเจริญอยู่เจริญอยู่เป็นผู้ที่มีตั้งแต่เริ่มมีกะจิตกะใจแล้วก็มีกรรมกิริยาโอภาปราศรัยปฏิสันถารผู้ช่วยแล้วก็กระทำช่วยพูดช่วยกระทำช่วยเสมอๆถ้าฟังให้ดีถึงความหมายต่างๆพวกนี้มันจึงเป็นสภาวะธรรมที่เจริญแท้เป็นสภาวะธรรมที่ลงตัวหน้าเอ็นดูน่าชื่นใจถ้าโลกนี้มีสิ่งอย่างนี้บริสุทธิ์บริ มีมากพอโลกก็เป็นสุขเย็นแน่ต่างคนต่างจะช่วยเหลือโปรไฟล์แต่เราจะห้ามไม่ให้มีคนชั่วเลยนั้นไม่ได้หรอกในโลกมันมีคนชั่วมันมีอยู่บ้างแน่เพราะงั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเป็นฝ่ายนำเป็นฝ่ายอยู่ในส่วนที่เป็นส่วนดีมีจิตใจดีมันเป็นประมุขจะเป็นความยินดีในความเห็นดีความไม่ยินดีนั้นไม่มีเมื่อมันสมบูรณ์แล้วมันจะเป็นได้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีปัญญายังไม่รู้อาการยังไม่รู้อารมณ์และยังไม่รู้เครื่องทำออกถ้าเราจะรู้ส่ายรู้สัญญารู้สภาพอากาศกิริยารูปรู้อาการรู้ลิงค่ารุ่นนี้มีลูกอุเทนนี่รู้อุเทศคือความหมายชี้ถึง ถึงให้ฟังแล้วคุณก็เข้าใจแล้วคุณก็ไปดูนิมิตหมายอาการเครื่องหมายในใจและอารมณ์ขอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน