240827-3-113 ทางเอกภาค3-ตอน113(หน้า291พระสูตร)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
พ่อท่านอบรมทำวัตรเช้าประจำวันที่ 27 สิงหาคมสลาก 2524 พระพุทธสถานปฐมอโศกข่าววันนี้เราก็มาเปลี่ยนต่อวันนี้จะเอาพรุ่งนี้จะสูตรว่าด้วยผู้สามารถและไม่สามารถบรรลุผลตามหวังแล้วเข้าพระเจ้าได้สดับมาอย่างนี้สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเวฬุวันอันเคยเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแตเขตพระนครราชคฤห์ ทั้งนั้นแหละท่านพระผู้มีพระนุ่งสบงทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารและไชยเสนะในเวลาเช้าและนั่งบนอาสนะที่เขาตั้งแต่งตั้งไว้ตอนนั้นพระราชกุมารไชยเสนะได้เข้าไปหาท่านพระภูมิและได้จัดทักทายปราศรัยกับท่านพระภูมีชาติฉันผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงประทับนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งเอาพระราชกุมารไชยเสนะประทับนั่งเรียบร้อยแล้วได้รับสั่งกับท่านพระผู้มีพระดังนี้ว่าข้าแต่ท่านผู้มีพระ มีสมณะพราหมณ์พวกหนึ่งมีวาทะอย่างนี้มีทิฏฐิอย่างนี้ว่าทำให้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม่ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังถ้าแม้ทั้งทำแม้ทำทั้งความหวังและไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ ก็ไม่สามารถจะบรรลุผลในเรื่องนี้ศาสดาของท่านผู้มีชาติมีวาทะอย่างไรมีความเห็นอย่างไรบอกว่าอย่างไรหาเรื่องก็เป็นเรื่องของผู้ที่ทำความหวังหรือไม่ทำความหวังซึ่งมีนัยยะหลายๆอย่างดังที่กล่าวไปแล้วเมื่อกี้นี้บ้างก็ทำความหวังไว้บ้างบางก็ไม่ทำแล้วก็ประพฤติของอาจารย์ทั้งนั้นหรือไม่ก็ทำบ้างไม่ทำบ้างทำก็หวังบ้างไม่ทำความหวังบ้างอาจจะบอกว่าทำก็หวังก็ไม่ใช่ไม่ทำความหวังก็ไม่ใช่แต่อยู่ในนี้เขาไม่สามารถทั้งนั้นเขาไม่สามารถจะบรรลุผลทั้งนั้นที่ว่าไปเนี่ยของราชวงศ์ ไชยเสนาว่าไงฟังดู
อ่านต่อ
ท่านผู้พิทักษ์ก็กล่าวว่าดูพระราชกุมารเรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลยแต่ข้อที่เป็นฐานะมีได้แต่คือพระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่าถ้าแม่บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลทำให้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ ความหวังและไม่หวังและความไม่หวังแล้วก็ประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังก็ไม่ใช่ความไม่หวังก็ไม่ใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลแต่ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาก็สามารถจะรู้บรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาก็จะสามารถบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังและไม่และความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดย เขาจะสามารถบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังก็ไม่ใช่ความไม่หวังก็ไม่ใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาก็จะสามารถบรรลุผลดูการพระราชกุมารเรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลยแต่ข้อที่พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้นั่นเป็นฐานะที่มีได้แลแล้วก็ฟังความแล้วก็สรุปได้ว่าจะตั้งความหวังหรือไม่ตั้งความหวังจะตั้งบ้างไม่ตั้งบ้างอะไรยังไงก็ตามถ้าประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายประพฤติพรหมจรรย์โดยแยกคลายและแล้วก็ก็มี ก็สามารถจะบรรลุผลได้อันนี้ท่านผู้ว่าภูมิทัศน์ท่านเป็นท่านว่าท่านบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสให้เราฟังเราเรื่องนี้แต่ว่าเรื่องนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้ตามภูมิที่ที่จริงตามผมที่จริงแต่อันนี้ก็เป็นที่ยอมรับที่เราเอามาลงในพระไตรปิฎกเรียบเรียงเอาไว้เรียนศึกษากันนี่ก็เป็นของที่แน่นอนว่าผู้รู้หรือเปล่าจำยอมรับกันมาเป็นจริงตามนั้นแม้จะไม่ใช่คำตอบของพระพุทธเจ้าแต่ในพระไตรปิฎกมีที่เป็นพระสาวกที่ได้พยากรณ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าผู้มีพระภาคก็ยอมรับในเมืองไทยก็ถือว่าเป็นตำราทั้งนั้นเป็น เชื่อถือได้ต่อมาพระราชกุมารก็ตัดแล้วก็ถามตัดถามว่าถ้าศาสดาของท่านผู้มีพระมีวาทะอย่างนี้มีความเห็นอย่างนี้บอกว่าอย่างนี้ศาสดาของท่านผู้มีพระชะดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้พระราชกุมารไม่คงไม่เคยได้ยินคำว่าบรรลุธรรมมาก่อนว่ามันจะบรรลุธรรมมันได้ยังไงเพราะว่าเท่าที่พระราชกุมารพบมาคงจะไม่มีใครบอกว่าบรรลุธรรมจึงได้พอมายืนยันว่ามีลูกศิษย์แท้ๆก็ยังยืนยันว่าบรรลุธรรมได้ มันจะต้องเป็นอย่างนี้แน่นอนเพราะงั้นก็ไม่ต้องว่าลูกศิษย์จะไม่รู้หรอกเพราะงั้นตัวเพราะผู้มีพระภาคต้องบรรลุธรรมแน่ถ้าเผื่อว่าเป็นไปได้อย่างนี้พระราชกุมารก็ว่าถ้างั้นศาสดาของท่านผู้บัญชานี่ก็คงจะต้องเหนือในที่นี้ใช้คำว่าชะรอยจะดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้และใช้คำว่าถ้างั้นสมรรถภาพของท่านก็คงจะเหนือกว่าพวกสมณพราหมณ์ทั้งหลายจำนวนมากทั้งหลายผมก็ไม่เคยได้ยินไม่ได้เคยได้ฟังมาอย่างนี้ตอนนั้นพระราชกุมารไชยเสนะทรงอังคาสท่านพระครูวิชาด้วยอาหารในภาชนะส่วนพระองค์เอาครั้งนั้นแหละท่านพระภูมีจะกลับจากบิณฑบาตภายหลังเวลาอาหารแล้วเข้าไป ผู้มีพระภาคอย่างที่ประทับครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคนั่งณที่ควรส่วนกลางพร้อมนั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ขอกราบทูลให้ทรงทราบเมื่อเช้านี้ข้าพระองค์นุ่งสบงทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารและไชยเสนาและได้นั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ตอนนั้นพระราชกุมารไชยเสนะได้เข้ามาหาข้าพระองค์แล้วได้ตรัสทักทายปราศรัยกับข้าพระองค์ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วได้ประทับนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งเพราะประทับนั่งเรียบร้อยแล้วได้รับสั่งกับข้าพระองค์ดังนี้ว่าข้าแต่ท่านผู้มีพระ น้ำมันมะพร้าวพวกหนึ่งมีวาทะอย่างนี้มีทิฐิอย่างนี้ว่าทำให้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะไปรู้ผลทำให้ทำความหวังก็ไม่ใช่ความไม่หวังก็ไม่ใช่แล้วพระพุทธพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลอันไหนเรื่องนี้ศาสดาของท่านผู้มีพระมีวาทะอย่างไรมีความเห็นอย่างไรบอกว่าอย่างไรข้าแต่พระองค์ผู้เจริญเมื่อพระราชกุมารรับสั่งแล้วอย่างนี้ข้าพระองค์ได้กล่าวอย่างนี้ว่าดูกราบพระราชกุมารอันนี้อาตมาภาพมิได้สดับรับ เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเลยแต่ข้อที่เป็นฐานะที่มีได้แลคือพระผู้มีพระภาคจะทรงจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่าถ้าแม่บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าไม่ทำความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลทำให้ทำความหวังก็ไม่ใช่ความไม่หวังก็ไม่ใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายเขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลแต่ถ้าแม้ทำ สมหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาจะสามารถบรรลุผลถ้าแม้ตามความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาก็จะสามารถบรรลุผลทำให้ทำความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาก็จะสามารถบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังก็ไม่ใช่ความไม่หวังก็ไม่ใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายเขาก็จะสามารถบรรลุผลโดยการรับพระราชกุมารเรื่องนี้อาตมาภาพมิได้สดับรับเฉพาะพระพักตร์เพราะผู้มีพระภาคเลยแต่ข้อที่พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์นั้นฉันว่าพยากรณ์อย่างนี้นั่นเป็นฐานะที่มีได้แลพระราชกุมารไชยเสนะรับสั่งว่าถ้าศาสดาของท่านผู้มีทรัพย์มีวาทะอย่างนี้มี เห็นอย่างนี้บอกว่าอย่างนี้ศาสดาของท่านผู้มีชะชะลอยดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้วเมื่อพยากรณ์อย่างนี้จะเป็นผู้กล่าวตามพระราชดำรัสของพระผู้มีพระภาคไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยคำไม่จริงพยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรมและวาทะอะไรๆอันชอบด้วยเหตุจะไม่ถึงฐานะหน้าตำหนิบ้างหรืออันนี้เป็นธรรมเนียมอยู่ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระมหาสาวกพระสาวกทั้งหลายแหล่เนี่ยเมื่อได้ไปแสดงธรรมบทใดที่ยังข้องใจสงสัย แสดงธรรมไปแล้วแล้วโดยเฉพาะเพลงถึงพระพุทธเจ้าหรือแม้ไม่พาดพิงนะบางทีท่านสาวกต่างๆไปแสดงธรรมแล้วมันไม่แน่ใจมันว่าเอ๊ะมันจะถูกได้หรือเปล่าพอกลับมาแล้วจะต้องมาเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วก็ทูลถามพระพุทธเจ้าเสมอนี่เป็นธรรมเนียมเพื่อความแน่ใจเพื่อความแม่นมั่นเรื่องอะไรเราจะสั่งได้สงสัยและยังมีพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยถามเลยทูลถามตรัสให้ท่านตรัสตอบให้ท่านบอกแจ้งให้ทราบสว่างไสวไปทีเดียวหรือมันมันมั่นมั่นใจแน่นอนถ้าผิดท่านก็จะบอกผิดท่านถูกท่านก็จะบอกถูกหรือมีนัยยะลึกซึ้งท่านก็จะบอกนัยยะลึกซึ้งให้ชั้นได้ก็ดีนะพวกเราก็น่าจะมี ธรรมเนียมอย่างนั้นบ้างแต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็รู้สึกว่าจะห่างเหินหรือว่าจะแก้ตัวด้วยคำว่าเกรงใจเกรงใจเกรงใจผมโดยที่ไม่ค่อยจะถามบางทีว่าเรื่อยไปบางทีว่าตามว่าผมว่าอย่างนี้อย่างนั้นไปแล้วก็เฉยเมยไม่เคยมาถามไม่เคยมาอะไรต่ออะไรจะเป็นการกล่าวถูกหรือไม่กล่าวตู่อย่างนี้ก็มันจะไม่ค่อยจะละเอียดลออแล้วมันก็จะเพี้ยนได้เพราะว่าธรรมะนี้มันลึกซึ้งตอนนี้ผมพยายามนี่มาขั้นนี้แล้วนี่ถ้าเราพูดได้ตั้งใจฟังมันดีจะรู้สึกว่าในในโดยเฉพาะเข้าพรรษาปีนี้แต่แต่ก่อนก็พูดบ้างเหมือนกันแต่ปีนี้โดยเฉพาะจะเห็นได้ว่าพยายามยามในระยะธรรมะลึกซึ้งซับซ้อน ละเอียดละออได้หยามเสมอเตือนเสมอว่ามันลึกซึ้งละเอียดละออนาอย่าทำเป็นเล่นนะอย่าทำเป็นประมาทว่าเรานี่รู้แล้วเข้าใจแล้วมากแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายนะธรรมะพระพุทธเจ้าลึกซึ้งซับซ้อนไม่แยบคายจริงๆไม่บรรลุดังที่ผมได้ยืนยันแน่นอนผมแน่ใจจริงๆว่าเพราะอรหันต์นึกว่าพระอริยเจ้านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมานั่งเข้าใจเผินๆนะผมเห็นผมรู้ผมว่าผมพูดธรรมะผมไม่มานั่งกล่าวโกหกมันเป็นบาปมันเป็นเรื่องที่ทำถ้าเผื่อว่าวิบากผมเชื่อแน่ว่าวิบากมันมีถ้าเผื่อว่าผมได้ทำอะไรลงไปโดยไม่แน่ใจ โดยไม่เห็นจริงแล้วก็เอามาพูดสับปรับกับโกหกวิภามันก็ต้องเป็นของผมใครจะรับมันบาปไม่ใช่น้อยๆเลยถ้าเผื่อว่าเราจะได้ปิดประตูทำให้ธรรมะพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะอ้างธรรมะของพระพุทธเจ้าถ้าอ้างธรรมะของเรามันก็ยังบาปน้อยถ้าเผื่อว่ายังไงมันก็ยังเป็นบอกว่านี่เป็นธรรมะของเราธรรมะของพระพุทธเจ้าด้วยแล้วก็กล่าวออกไปว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้โดยที่มันผิดพลาดมันบาปมันบาปเพราะงั้นยังไม่แน่ใจผมจะไม่กล่าวผมจะไม่พูดผมจะไม่แสดงออกไปเพราะมันมันบาปผมรู้อยู่ว่าบาปผมไม่อยากมาบาปนะบาปผมรู้นะว่ามันทุกข์บาปผมรู้นะว่ามันทรมานมันไม่เข้าเรื่องเพราะฉะนั้นถ้าไม่แน่ใจ กดตามกดดีถ้าคุณไม่เชื่อไม่เชื่อบุญไม่เชื่อว่าสิ่งที่เป็นกรรมเป็นอันทำแล้วล่ะก็ขนาดกล่าวไปแล้วยังบอกว่าเป็นอันทำแค่คิดมันยังเป็นอันทำแล้วคุณแสดงออกไปถึงกล่าวถึงแสดงกายกรรมอย่าเป็นอันขาดคุณต้องเชื่อว่ากรรมเป็นมีผลมีผลดีผลชั่วมีวิบากถ้ามาเรียนรู้ศาสนาพระพุทธเจ้าแล้วไม่เชื่อผลกรรมว่ามีผลมีวิบากแล้วคุณทำออกไปโดยประมาทมันก็มันก็เป็นธรรมใครจะไปทดแทนใครได้ของใครของมันน่ะกรรมของใครก็กรรมของมันผมทำผมก็เป็นของผมเพราะฉะนั้นผมจะไม่พยายามกล่าวพยายามพูดผมได้พยากรณ์ผมได้พูดออกไปด้วยซ้ำไปว่าพระอริยะองค์นั้นองค์นี้หรือพระผู้นั้นผู้นี้เป็นพระอาจารย์คณาจารย์ใหญ่ๆ ไม่ได้เป็นอรหันต์ผมก็ต้องพูดอย่างรับรองไม่ใช่ก็ต้องพูดอย่างไม่ใช่ต้องแน่ใจมั่นใจด้วยความแยบคายด้วยความลึกซึ้งเด็ดขาดจะพูดเล่นไปไม่ได้มีอย่างก็ไปบอกเขาเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ว่าพระอรหันต์ได้ยังไงมันไม่ใช่เรื่องเล่นนะคุณเขาไม่ใช่พระอริยะไปเรียกเขาไม่ใช่ภรรยาเขาเรียกกริยาก็บาปคนที่ใช่พระอริยะไปเรียกว่าไม่ใช่พระอริยะก็บาปบาปนะเพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะไปกล่าวจาบจ้วงกล่าวถูกซึ่งเราก็ได้ยินมาแล้วพระสูตรท่านก็บอกว่าอย่าไปจะได้จับช่วงกล่าวตักเตือนพระอริยเจ้านะแต่ตกนรกลงนรกนะมันเป็นเรื่องไม่ใช่เล่นนะคุณเริ่มไม่ใช่เล่นๆ เพราะงั้นการที่จะพยากรณ์หรือการจะกล่าวจะพูดอะไรออกไปจึงให้พวกเราสังวรระวังกันให้มากมันเป็นกรรมเป็นอันทำไม่ใช่กรรมไม่ใช่อันทำแม้แต่เรานึกคิดเนี่ยคนที่นึกคิดไม่เคารพพระอริยเจ้าไม่รู้จักพระอริยเจ้าก็สวยแล้วเหมือนกามนิตไปพบพระพุทธเจ้าก็ไม่รู้จักว่าอริยเจ้าก็ถกเถียงถามไทยไปตามประสาไม่เคารพนับถืออะไรก็เป็นไปเรื่อยๆมันก็ไม่ได้อะไรแม้จะแสดงธรรมพระพุทธเจ้าจะแสดงธรรมปานใดมันก็รับไม่ติดมันก็ไม่รู้ความลึกซึ้งมันก็ไม่น่าจะฉงนทั้งหลายมันน่าจะสะดุดว่าเอ๊ะนี่เราพูดกับใครวันนี้ทำไมพูดตามฉันนี้อย่างนี้ไม่รู้เรื่องเพราะใจมันดูถูกแล้วมันใจมันไม่รู้ว่าพระอรหันต์เจ้าหรือพระอริยเจ้า เป็นพรุ่งนี้พรุ่งนี้มันดูถูกซะแล้วคุยกับพระพุทธเจ้าอยู่แท้ๆมันก็จะไปรู้จักพระพุทธเจ้าได้ยังไงเพราะงั้นจะป่วยการกล่าวไปใหญ่ว่าดูถูกพระอริยเจ้าซึ่งไม่ใช่ผู้ที่จะมีผู้ปฏิภาณสูงเท่าพระพุทธเจ้าแล้วไปดูถูกไว้ก่อนว่าแกจะไปเข้าท่าอะไรมันก็สูญเท่านั้นเองแม่คุยกับพระอริยะท่านจะแสดงธรรมลึกซึ้งมีนัยยะอันน่าฉงนสนทนาถึงอย่างไรก็ป่วยการเปิดการเพราะจิตมันดูถูกซะแล้วมันกันมันประมาทมันเป็นตัวลงหลักปักแหล่งก่อนมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรเพราะฉะนั้นความนับถือจึงสำคัญหรือความวางใจเป็นกลางไม่อคติไม่มีทิฐิ ที่จะมีมานะมากันจึงสำคัญมันไปฟังธรรมใครอย่าไปยกมานะอย่าไปมีมานะกันมานะกะแล้วมันไม่ได้รับอะไรต่อหรอกมันเท่าที่เรามีเท่าที่เรามีเท่าที่ความเห็นของเรายึดไว้มันก็ได้แค่นั้นจะไปศึกษาก็เหนื่อยเปล่าไปตะลอนตะลอนไปอย่างนู้นอย่างนี้ไปจะได้พูดได้คุยได้ลงทุนลงแดงอะไรกับใครไปเรื่อยเปล่าไม่ได้เรื่องอะไรต่อออกมาหรอกเพราะมันมีสิ่งขั้นมีสิ่งกั้นเสียแล้วแล้วมันก็ไม่ได้อะไรสูงขึ้นอันนี้มันเป็นเรื่องที่น่าได้สังวรกันนะเพราะถ้าพวกเราจะได้กล่าวได้พยากรณ์หรือว่าได้พูดได้อะไรไปให้เราได้เห็นความสำคัญในการแสดงธรรมมีการมีสติสำเนียงสังวรแสดงอะไรออกไปถ้าไม่ชอบมาพาคน ถ้าถามพระผู้ใหญ่สูงสุดยังไม่ได้ก็ถามไล่ขึ้นมาให้เป็นขั้นเป็นตอนพอแน่ใจพอเป็นพอไปถ้ายังข้องใจสงสัยอยู่อีกมันยังไม่ร่วงมันยังไม่แจ้งชัดเป็นปัญญาเป็นปัญญาซีเป็นปัญญาผลกันไอ้ตัวปัญญาผลนี่มันเป็นตัวที่โล่งจริงๆนะคุณนะมันเป็นตัวที่โล่งหมดวิจิกิจฉามันเป็นตัวเส้นวิจิกิจฉาแล้วมันก็มีตัวเหตุผลด้วยมันมีอยู่เห็นชัดแจ้งไม่ใช่ตำตื้อมันเป็นปัญญาที่โล่งโปร่งละเอียดละอองแม้จะไม่มีภาษาเอามาพูดสิ่งนั้นมันก็เข้าใจด้วยเหตุด้วยผลอยู่ชัดๆอันนี้ก็จะรู้เองในสิ่งที่เราได้รู้แจ้งตัวที่แน่ใจเป็นปัญญาผล ปัญญาตัวปัญญาวิมุตติหรือปัญญาผลสุดท้ายแล้วมันจะแจ้งอยู่ในตัวเองมันจะมีสำหรับเรื่องใดเรื่องใดที่ตัวเองรู้อยู่ตัวเองได้แล้วถึงที่ถึงตัวถึงตัวสภาวะธรรมอันนี้เกิดที่เราแล้วแต่สภาวะธรรมอันยืนหลักของผู้ที่หมดมิจฉาทิฏฐิเลยเป็นตัวสุดท้ายเป็นตัวอันนาสวาทซึ่งมีตัว 6 ประการอย่างที่ว่ามีตัวปัญญาปัญญินทรีย์ปัญญาผลทำมาวิจัยสมโภชน์ชงสัมมาทิฏฐิและองค์มักมักคักแต่ตัวมักตัวที่เห็นเลยตั้งแต่ 6 8 ตัวนี้มันเป็นจิตตัวสมาธิตัวที่ถึงจิตอันมั่นคงถึงจิตอันบรรลุสุดท้ายเป็นจิตอาทิตย์จิตตัวสุดท้าย เป็นโลกุตตรจิตเป็นสมาธิก็คืออธิจิตตัวอธิจิตตัวสุดท้ายก็คือโลกุตตรจิตตัวจิตที่มันยิ่งที่สุดเกิดแล้วเป็นองค์มรรคทั้ง 8 มีเศษมีสมาธิจิตตัวนี้เป็นตัวโลกุตตรจิตหรือเป็นวิมุตติญาณทัสสนะ 7 ตัวสุดท้ายเกิดหมดเพราะฉะนั้นมันก็จะเล็งมันก็จะเห็นอยู่แม้มันจะพูดเป็นด้วยปฏิภาณด้วยภาษาไม่ออกก็จะเห็นเลยว่าเกี่ยวข้องด้วยแม้สติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ก็รู้อย่างชัดแจ้งอ่าพยายามรู้พยายามเห็นพยายามอยู่กับพยายามเห็นอยู่มันเห็นชัดแจ้งพอให้ไปเกี่ยวข้องกับอาชีพหรืออาชีพส่วนใหญ่ก็ลงตัวอยู่โดย เอาเองมีเราเองมีเราเองเป็นเช่นว่าผู้ที่อยู่ในสภาพวันหนึ่งคืนหนึ่งเฉลี่ยแล้วมีส่วนมากปกติอยู่โดยอย่างไรอยู่ด้วยตั้งแต่อริยบทกายกรรมก็อยู่ในศีลในธรรมวจีกรรมก็อยู่ในศีลในธรรมมโนกรรมก็อยู่ในศีลในธรรมมีพฤติกรรมอย่างไรแต่พฤติกรรมทางพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านสมณะแล้วก็จะมีอย่างนี้เช่นถ้ามีอายุอยู่ก็จะมีความขยันมีอิทธิบาททั้งหลายแหล่ให้มีฉันทะคือมีความยินดีไม่มีความหม่นหมองไม่มีความอับเฉามีความยินดีฉันทะมีวิริยะมีความเพียรมีจิตมีการเอาใจใส่มีปริมาณ การพัฒนามีการทำความเจริญเป็นสภาพของความขยันอิทธิบาทนี่เป็นความขยันเป็นสภาพของการเพียรการขยันไม่ได้เป็นการปล่อยว่างวางเฉยโดยไม่เข้าเรื่องผู้ที่ได้ตัวว่างตัววางตัวปล่อยตัวเฉยแล้วก็ต้องมีเสพต้องไม่ติดปฏินิสสัคโค ภาพของความว่างโปร่งเนี่ยเป็นกับสภาพสุดท้ายเป็นสันตะวิหารได้แล้วเสร็จมันได้เราแน่ใจเราได้เมื่อใดเมื่อใดก็ได้ได้ทุกขณะที่เราจะทำเมื่อได้แน่ใจอย่างมั่นคงเด็ดเดี่ยวเป็นสมุดเขตเด็ดขาดอันนั้นโตเมื่อใดก็ได้ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดวินาทีนี้ก็ได้เดี๋ยวนี้เราทำมาเดี๋ยวนี้เป็นเดี๋ยวนี้เมื่อใดที่ไหนไม่เกี่ยงที่สถานที่ไม่เสี่ยงเวลาไม่เกี่ยงสภาวะที่จะสัมผัสอยู่แม้จะแบกร้อนแบกหามหนามในอะไรอยู่ยังไงก็ตามใจไม่เกี่ยงสถานที่ไม่เกี่ยงเวลาไม่เกี่ยงอยู่ในสภาพใดว่างตัวนั้นได้จึงจะเป็น ของพระพุทธเจ้าจึงจะเป็นการบรรลุของพระพุทธเจ้าจึงเป็นการหลุดการพ้นของพระพุทธเจ้ามีอะไรต้องอาศัยสถานที่อาศัยเวลาอาศัยรูปแบบจึงจะได้อันนั้นยังไม่ยังเรียกว่ายังไม่เป็นสภาพอนันต์โตยังไม่เป็นสภาพอนันตังยังไม่เป็นสภาพที่ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดหมายความว่าจะสุดได้ก็จะต้องมีอะไรอยู่ไม่ใช่ไม่มีจะต้องมีมีสถานที่มีข้อแม้มีนู่นมีนี่อะไรต่ออะไรอยู่เท่านั้นเองดังนี้เรียกว่ายังไม่สุดสิ้นยังไม่มีที่สุดแบบยังสุดไม่ได้แต่ภาษาไม่มีภาษาจะพูดแล้วตอนนี้มันวนแล้วไม่ใช่สูตรไม่ได้มันจะทำอันนั้นไม่ได้แบบเรียกว่า ต้องทำได้ทุกไม่มีเมื่อไหร่ก็ได้ไม่มีที่สิ้นไม่มีสิทธิ์ภาษานี้ไม่รู้จักแปลเป็นภาษาไทยว่ายังไงมากกว่านี้ได้ที่พูดสู่ฟังเนี่ยคือเป็นสภาพสุดและมีสันตะวิหารได้ทุกเมื่อแต่เมื่อได้แล้วเด็ดขาดแล้วอย่างนี้ไม่ต้องไปติดปฏิเสธค่าสลัดคืนได้เพราะแน่ๆเลยแล้วได้ที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบอะไรอื่นอีกแล้วไม่ต้องเกี่ยวกับเวลากาลสถานที่อะไรไม่ต้องไม่ต้องไปทำเอาเพราะคนอย่างนี้จะต้องไปหาที่หลบหาที่พักหาไอ้โน่นไอ้นี่หาทำไมอยู่กับกรรมกิริยากรรมกิริยาอะไรเป็นวิมังสากรรมกิริยาอะไรเป็นของเจริญมีมังสาเป็นการพัฒนาเจริญก็ทำการกริยานั้นซึ่งพระพุทธเจ้าท่าน ตอนนี้เราปัจจะเวกอยู่ตลอดบัดนี้กายกรรมวจีกรรมอะไรดีกว่านี้เพราะเรื่องจิตท่านไม่ต้องแล้วเรื่องจิตดีแล้วก็มีแต่จะสั่งกัปปะมีแต่จะสัมมาสังกัปปะจะซักกระเป๋าอะไรจะดำริอะไรจะริอะไรจะเริ่มอะไรจะคิดอะไรอ่านอะไรคิดแล้วจะพูดอะไรพูดสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ท่านทั้งสิ้นเพราะประโยชน์จนจบกิจสิ้นภาระไม่ต้องกังวลเพราะที่ไหนก็ได้เมื่อไรก็ได้เป็นแล้วมีสันตะวิหารมีทิฏฐธัมสุขกับวิหารเป็นเครื่องอาศัยอาศัยรูปฌานอาศัยอรูปฌานสบายเอารูปอาจารย์อยู่กับเราแนบแน่นแล้วสงบแล้วสุดแล้วชั้นตาแปลว่าปลายสุดชั้นต่ำแปลว่าสงบไม่มีอะไรกระดกอีกแล้ว สันตะวิหารเป็นเครื่องอยู่เป็นเครื่องอาศัยได้แล้วได้แล้วเป็นได้ได้แล้วเป็นได้แล้วจะไม่ต้องกระฉูดกระฉับอะไรอีกเพราะฉะนั้นจะดำริจะมีพร้อมองค์มักฟังองค์มักตัวนี้ขยายเพิ่มให้ฟังที่บอกว่าเป็นจิตที่ผู้ไปเกิดสัมมาทิฏฐิสูงสุดเป็นสัมมาทิฏฐิใหญ่เป็นปัญญาใหญ่อันนี้เนี่ยเป็นองค์มรรคทันทีเป็นสภาพที่เป็นนักทันทีมีความพยายามอยู่เสมอและพยายามอะไรพยายามสร้างสรรค์เป็นคนที่วิวัฒน์พัฒนาเป็นคนวิวัฒน์พัฒนาเป็นคนที่มีวิมังสาเป็นคนเจริญเจริญเห็นได้อยู่เป็นคนที่พากเพียรหาความเจริญทำความเจริญไม่อยากดู อย่างนี้มันเข้าใจได้คนเราใช้สามัญสำนึกก็เข้าใจได้อย่างนี้มันไม่เจริญอะไรนี่มันก็งงๆๆอยู่อย่างงั้น Google มองแลออกง่ายมากและออกง่ายมากเห็นได้ด้วยแม้สามัญสำนึกของคนธรรมดาเพราะฉะนั้นเห็นแล้วว่าบุคคลผู้นี้เป็นสมณะมีอายุอ้อเห็นท่านอิทธิบาทอยู่ในอิทธิบาทอันนั้นแล้วเราดูซ้อนเข้าไปอ๋อท่านยังเพียงของท่านอยู่ท่านยังจะต้องมีระบบระบบเพื่อตัวท่านและท่านต้องมีแสวงหาความสงบระงับแสวงหาความเป็นไปไม่ใช่เพื่อคนอื่นมันก็รู้ด้วยสามัญสำนึกวันนี้ถ้าไม่ได้ทำเพื่อผู้อื่นท่านทำเพื่อท่านก่อนหรือท่านทำเพื่อท่านอยู่แต่ถ้าทำเพื่อผู้อื่นแล้วก็เห็นเลยแม้ท่านจะนั่งอยู่ท่านก็รู้ว่าท่านนั่งท่านทำอะไรอยู่เฉยก็รู้ว่า การทำเพื่อผู้อื่นแม้แต่หนังท่านก็ทำนั้นจากนั้นถ้าเป็นนึกเป็นคิดเป็นสร้างเป็นปรุงอยู่ในความคิดมันก็มาออกเรื่องมันมาออกอันนั้นอันนี้ให้แก่ผู้อื่นถ่ายทอดออกไปมันก็จะมีส่วนที่จะเห็นชัดเจนอ๋อท่านทำวันนี้เพื่ออันนั้นอันนี้สำหรับตัวท่านเองท่านไม่เสพไม่ติดจะเห็นได้ด้วยสามัญสำนึกสามัญสัมผัสสามารถเราดูได้ยิ่งอยู่ด้วยกันของคุณกันนานๆจะเห็นได้เลยอันนี้ท่านมีความขวนขวายถ้ามีบุญนะท่านเป็นคนมีบุญกิริยาวัตถุท่านเป็นผู้ที่ขวนขวายถ้าเป็นผู้นอกน้อมท่านเป็นผู้แสดงธรรมท่านเป็นผู้เข้าถึงซึ่งแม้แต่ปฏิทินสร้างสรรค์อยู่นะสร้างสรรค์อยู่เป็นผู้ที่อย่าง น้อยที่สุดก็ดูผู้นั้นผู้นี้ได้ดีแล้วหรือยังเขาเป็นผู้คิดถึงปัตตานุโมทนามัยผู้นั้นผู้นี้ได้ดีแล้วหนอก็ดีนี่ก็เป็นประธานอนุโมทนาใหม่ที่แสดงออกให้เห็นได้เลยเป็นคนที่เอาใจใส่มีการเมตตาเกื้อกูลแม้ไม่ได้ช่วยเห็นผู้นั้นได้ดีแล้วก็ไปดูไปดูผู้นั้นได้ดีถ้าไม่ได้ดีมีอะไรบกพร่องท่านก็จะทานท่านก็จะถึงซึ่งปฏิฐานทำไมจะพยายามที่จะหาส่วนบุญส่วนกุศลให้คิดมุ่งหมายที่จะสร้างส่วนบุญส่วนกุศลที่จะสร้างสิ่งชำระสิ่งที่จะขัดเกลาสิ่งที่จะช่วยเหลือเฟือฝ่ายเขาให้เขาได้รับการสูงขึ้นมันเป็นเปรตก็ทำให้สูงมันเป็นเดรัจฉานก็ทำให้สูงมันเป็นสัตว์ที่เป็นทุกข์ก็ทำ มันยังไม่กล้าแข็งยังเป็นอสุรกายอยู่ก็ทำให้สูงขึ้นให้กล้าแข็งให้เก่งให้สามารถให้บรรลุธรรมก็เลือกเกื้อกูลเอื้อเฟื้อช่วยเหลือมีกะจิตกะใจเพราะไม่งั้นมันก็อยู่ว่างๆจะเป็นผู้เข้าใจเข้าใจว่าก็อยู่ว่างๆมันจะไปมีอะไรมันก็อยู่ว่างๆก็จะเป็นปัญหาอะไรว่างๆมึงก็ว่างๆมันก็นั่งไปรอวันไปวันไปวันไปฉันถึงได้บอกว่าวันเวลาผ่านไปผ่านไปบัดนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ผู้ที่เป็นภาพที่จะอริยเจ้าที่มีจิตแยกขายจริงแล้วจะรู้สึกทันทีเลยว่าเฮ้ยเรานี่ไอ้บ้านั้นนั่งอยู่เฉยๆเวลากำลังผ่านไปผ่านไปแล้วอะไรอ่ะทำอะไรอยู่ ฟังดูดีๆนะผู้ที่เป็นพระอริยเจ้าเป็นผู้ที่แยบคายแล้วจริงแล้วเนี่ยจะสะดุดทันทีเลยเออเราอยู่เปล่าๆทำอะไรถ้าจิตไม่มีอารมณ์รู้เท่าทันแล้วเกิดปัญญาผลแล้วว่าเราไม่ต้องเสพก็ได้นี่ว่างนะว่างที่ไหนก็ได้เมื่อไหร่ที่ไหนสถานที่ใดเราก็สันตะวิหารได้เราถึงซึ่งอรูปฌานไม่ได้ติดฌานไม่ได้ติดรูปฌานไม่ได้ติดเอารูปฌานแบบฤาษีด้วยคือจะต้องไปนั่งว่างอยู่เอานี่เสพแล้วอารมณ์จิตฟังเป็นรูปประชานหรือรูปประชานก็นั่งต้องไปทำรูปแบบต้องไปใช้เวลาต้องใช้การละต้องใช้สถานที่ต้องใช้ตัวตนอัตราของเราไปทำเอาต้องทำเอา โดยไม่ได้อย่างแยบคายคือได้ที่ไหนก็ได้เมื่อไหร่ก็ได้สถานที่อย่างไรก็ได้โอกาสไหนก็ได้อยู่ได้อยู่ฟังให้ดีนะถ้าพูดยังไม่ถึงอย่างนั้นแน่นอนผู้นั้นก็ยังต้องเสพผู้นั้นก็จะต้องทำเอาในวาระใดวาระหนึ่งถ้าติดมากก็ต้องทำเอามากกว่ารักเพราะฉะนั้นอาชีวะหรือส่วนมากเวลามากของเดียรถีย์ก็ทำเอาไม่รู้จักพอต้องเข้าไปหลบอยู่ในหิมพานต์ภูเขาหิ้วผ่านแล้วก็นั่งเซ็งไม่รู้จะอิ่มไม่รู้จักพอมันเป็นความเมาชนิดหนึ่งเป็นมัชชะหลงเสพติดความสงบเป็นมัชชะชนิดหนึ่ง 3 อย่าง 1 การนอน 2 เมถุน 3 การเมา 3 อย่างนี้ไม่มีอิ่มไม่ เต็มไม่มีอิ่มไม่มีเต็มในการเสพเพราะฉะนั้นแม้แต่เมาความสงบเป็นอัตตาชนิดหนึ่งไปอยู่ทั้งภูเขาหิมพานต์ไม่อิ่มต้องทำเอาอยู่นั่นแหละแล้วก็ไม่เคยสะดุ้งสะเทือนไม่เคยเกิดปัญญาเอ้ยจบแล้วเว้ยมันเป็นประโยชน์ผู้อื่นเถอะเขาจะไม่รู้เลยในเดือนนี้อันนี้แหละสำคัญมากถ้าเผื่อว่าไม่ได้ยินแง่เงื่อนของศาสนาพุทธเข้ามาบ้างก็เป็นอย่างนั้นแน่ใจเลยหลงผิดว่าอย่างนั้นเป็นนิพพานเขาก็จะได้อย่างนั้นสวนศาสนาพระพุทธเจ้านั้นเป็นศาสนาพหุชนเป็นศาสนาพุทธชนะหินตายยังคงชนะสุขายะพงศ์ชนะอัดฉายาเป็นศาสนาที่รู้แล้วว่าแก่นสารอ๋อเราสบายแล้วนี่เพราะฉะนั้นเราก็ไปช่วยคนอื่นมีรูปนามขันธ์ 5 นี่ก็ช่วยเขาให้มันจบพอสิ้นซาก 4 สาวแล้วกลับเมื่อใดเมื่อใดก็ได้มืดตายก็ได้ทันทีได้ความสุดว่างสลายไม่มีปัญหาแต่ยังไม่ตายก็ทำไปสิยังไงยังไงมันก็จะตายอยู่แล้วใช้มันได้เต็มที่ไปให้มันหมดเนื้อหมดตัวเพราะมันหมดตัวจริงๆมันจึงใช้ได้ถ้ามันยังถือเนื้อถือตัวมันยังขี้เกียจมันยังหวงแหนแม้แต่กำลังวังชาอันมีอยู่ไม่ใช่เมื่อยกำลังวังชาอันมีไม่ใช่เมื่อยนะไม่ใช่ทุกข์ทรมานแล้วยังสบายๆเบาๆยังมีกำลังวังชายังอะไรก็ได้อย่าคิดก็คิดได้จะพูดก็พูดได้จะทำกายกรรมก็ทำได้จะมีวาจาก็วาจาได้จะซ้ำกับปะสังสรรค์กับปะได้จะกรรมมันต่างกับกัมมันตะได้แต่ไม่ทำเพราะอะไรถามตัวเองสิเพราะไม่เป็นบุญไม่มีบุญ ควา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive