240904-3-120 ทางเอกภาค3-ตอน120(หน้า282)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์128 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เธอไปเป็นการทำวัตรเช้าประจำวันที่ 4 กันยายนพุทธศักราช 2524 ถึงพ่อท่านสมเด็จบรรยายทางเอกภาค 3 ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปสันติอโศกเวลาชั่วโมงหนึ่งของงดสวดมนต์เช้าก็มาเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยแต่ตอนนี้ช่วงไม่อยู่นี่ก็มีเทปของทางโน้นมาที่จริงมีเทพมากกว่านี้แต่ไม่มีปัญหาแต่ก็ส่งเติมมาทีหลังก็ได้และจะให้ส่งเติมมาก็มาฟังกันหลับไปบรรยายบ้าง ฟังเทศน์สลับไปบ้างช่วยกันเราได้ฝึกหัดเราได้อบรมเราได้ทดสอบกันอะไรต่ออะไรต่างๆนานาความเห็นของแต่ละบุคคลนี่มันมีความเห็นมีเชิงต่างๆไม่ค่อยเหมือนกันบางคนก็เห็นเชิงนั้นแค่นี้ลึกซึ้งซับซ้อนหรือเห็นแหลมเห็นคมไปแต่ละมุมแต่ละแง่ได้เหมือนกันส่วนการมีความเห็นที่ไม่ลึกมีความเห็นตื่นอยู่คนที่แสดงความเห็นตื้นอยู่ก็มีอยู่ให้เห็นพระอาทิตย์ตื้นๆผู้ที่มองเห็นลึกได้แล้วก็จะเห็นความตื้นนั้นอย่างเป็นอะไรอีกอย่างนึงเหมือนกันจึงจะเห็นว่าสภาพของความมีความยึด ยึดติดหรือว่าบนหรือว่าไม่ไม่ทะลุมันจะเห็นได้ในลักษณะหลายๆอาการหลายๆแบบหลายๆอย่างที่ทำให้บนแล้วก็เราก็จะรู้ขอบเขตของคนบนได้ว่าก็อยู่ในขอบเขตนั้นไม่ก้าวหน้าขึ้นไปพัฒนาขึ้นไม่เจริญขึ้นด้วยอาการอย่างนั้นและพัฒนาขึ้นด้วยอาการกรรมกิริยานี่แหละเป็นกรรมเป็นจริงซึ่งจะเห็นได้ว่าเอากรรมกิริยาอย่างมีการกระทำทางกายว่าจีโน่ไม่เจริญขึ้นในพัฒนาขึ้นเราเห็นได้เออพระพุทธรูปลึกซึ้งขึ้นไปแล้วรู้เหตุรู้ปัจจัยเพราะเหตุอย่างนี้จึงเป็นอย่างนี้เห็นชัดๆแล้วเห็นได้เลยว่าอ๋อมันไม่เป็นไปเพราะอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้เราก็จะต้องหาอุบาย โกศลมาช่วยเหลือกันช่วยไม่ได้ผู้นั้นไม่ขึ้นคือว่าศาสนาพุทธนี่ไม่พยายามบังคับกันแต่พยายามจะแนะแนะแนะให้ใช้ปัญญาของตัวเองเนี่ยรู้พอทำแล้วก็รู้ด้วยปัญญาแล้วเราก็ศรัทธาเชื่อถือเข้าใจด้วยปัญญาและศรัทธาเชื่อถือเห็นมาเป็นสัจธรร

อ่านต่อ

มและก็เกิดล้มลุกรู้สึกตัวปรับปรุงปรับเองแก้เองตัวเองแก้ตัวเองปรับเองไม่ๆไม่ได้ไปบังคับนะอำนาจนอกจากว่ามาขอให้บอกก็บอกเขาไปให้แล้วก็ลองทำอย่างนั้นสิลองทำอย่างนี้ดูสิบอกให้แล้วเราก็ไปทำดูทำดูมันก็จะแก้ไขปรับปรุงขึ้นดีขึ้นเองแต่ถ้าเผื่อว่าไม่ก็พยายามใช้ปัญญาที่จะ จะอธิบายจะแจกแจงลองพูดใดที่มีปัญญาเห็นก็จะเห็นจะรู้แล้วก็รับออกไปก็เกิดปัญญาในๆเกิดความเชื่อถือปัญญาเนี่ยมันรู้พอมันเข้าใจแล้วมันก็เกิดเชื่อถือเพราะปัญญาไม่ใช่เชื่อถือแบบศรัทธางมงายแต่ถ้าเขาว่าไงก็เชื่อเขาว่าไงก็เชื่อยิ่งไปหลงบุคคลบุคคลนั้นแล้วก็ตามเชื่อไปไม่ใช่อย่างนั้นศรัทธาศรัทธามันมีปัญญาเข้าไปร่วมประกอบความเชื่อถือที่มีมีปัญญามีเหตุมีผลมีความเข้าใจลึกซึ้งเข้าไปถึงขอบเขต 1 และสัจธรรมในธรรมะที่มันดีแล้วมันก็เข้าใจว่าฟังแล้วก็ได้ฟังมีแรงฤทธิ์ของธรรมะ ลึกเข้าไปเข้าใจแล้วก็เข้าใจอีกเข้าใจลึกซึ้งเข้าไปจนถึงใจแล้วก็เกิดความเชื่อถือมั่นเพราะความเชื่อถือมั่นเรียกว่าศรัทธาเกิดขึ้นแล้วก็เห็นด้วยในตัวเราเองตัวเองนั้นมีตัวนั้นสิ่งนั้นดีก็ปักใจเชื่อถืออย่างนึงเออเรามีนะได้ดีอันนี้เราไม่รู้ตัวเราเพิ่งรู้ตัวด้วยปัญญาก็ศรัทธาเชื่อมั่นว่าจริงด้วยมีเหตุมีผลเราได้มาแล้วมันให้ผลอย่างนั้นอย่างนั้นถู๊กถูกเห็นชัดเจนหรือเชื่อถือโดยที่เรียกว่าเห็นว่าเราผิดแล้วเรายังมีสิ่งนี้ผิดอยู่ก็เห็นโทษภัยจริงๆนะเออจริงด้วยนะมันไม่ดีเราจะเปลี่ยนเราจะแก้ไขอะไรจะปรับปรุงเราก็จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุงของเราไปจริงๆแล้วเราก็จะทำกรณี เกิดโอตัปปะในส่วนที่ไม่ดีไม่งามของเราเอออย่างนี้ไม่ดีเอากับกิริยาอย่างนี้อาการอย่างนี้กายกรรมก็ดีวจีกรรมก็ดีมโนโดยเฉพาะจิตใจเราทำในใจอย่างนี้ไม่ดีเราจะรู้เราจะเห็นจิตเห็นใจของเราว่าอย่างนี้เรายึดเราถือไว้เราหลงไว้เราหลงอ่ะเราเข้าใจผิดตอนนี้เราแก้ไขแล้วเราเข้าใจด้วยปัญญาและเราจะไม่เข้าใจผิดนอกจากไม่เข้าใจผิดแล้วเราจะต้องมาล้างความเคยปรับปรุงใหม่เปลี่ยนใหม่ให้มันเป็นอิริยาบถใหม่มันเป็นออกล้างออกสลับคืนไม่ทำอย่างเก่าซ้ำอย่างเดิมทำอย่างเปลี่ยนแปลงไปเพราะความเห็นของเราเป็นความเห็นใหม่แต่ถ้าผู้ใดไม่เห็นก็คือไม่เกิดปัญญา ไปกับปัญญาก็ยังเห็นอย่างเดิมดีอย่างเดิมถือดีอย่างเดิมเห็นอยู่อย่างเดิมนั่นเรียกว่าไม่เกิดปัญญา 2 เกิดปัญญาเหมือนกันรู้เขาพูดนั้นก็เข้าใจแต่ยังไม่เห็นดีตามเขาว่ามันอย่างนี้ก็ยังเห็นไอ้ที่เรายึดถือนั้นน่ะดีกว่าอยู่นั่นเองเพราะงั้นคนนี้ก็ไม่เปลี่ยนก็เรียกว่ายึดถือทิฐิยึดถือทิฐิของตัวเองยึดถือความเห็นของตัวเองความเป็นของตัวเองว่าอย่างนี้ยังอร่อยอย่างนี้เรายังดีไม่เปลี่ยนแปลงไม่เห็นจะเป็นอะไรก็เป็นอย่างเงี้ยมันดีดีด้วยแล้วมองเห็นเหตุผลของตัวเองแล้วว่าดีกว่าอย่างไรอย่างไรอย่างไรทั้งนั้นดีกว่านั้นเป็นความเห็นแก่ตัวก็ไม่เข้าใจไม่รู้ตัวว่าเป็นส่วนของแห่งความเห็นแก่ตัวไม่ได้เป็นการเสียสละ หรือมันเป็นการละตัวละจนหมดตัวหมดตนเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าต่อผู้อื่นเราเองเป็นเหมือนเครื่องกลเครื่องนึงที่มันไม่ได้มีตัวตนอะไรไม่ติดไม่เสพอะไรแต่ว่าเป็นกลไกเป็นเครื่องกลเป็นจักรกลที่จะตรวจแรงงานเกิดผลผลิตเกิดคุณค่าเกิดประโยชน์ให้แก่คนอื่นๆได้รับไปเท่าที่มันจะเป็นไปได้เมื่อเมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพียรคำตัดสุดท้ายของพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราไม่พักเราไม่เพียรเราไม่พักก็หมายความว่าเราเปลี่ยนเพียรจนกระทั่งเราไม่เพียรก็หมายความว่าเออถึงที่พักแล้วหรือเมื่อยแล้วเรียกว่าสมควรแล้วเราก็พักจนถึงสภาวะเป็นคนไกลอันนึงที่ถึงที่จบหรือถือว่าเป็นพวกข้ามสงสารได้แต่มันเกิดปัญญารู้เข้าใจ เห็นจริงๆเลยนะว่าอ๋อความจริงเป็นอย่างนี้เองเพราะไม่มีอะไรเลยในโลกนี้มันก็มีแต่กลไกบทบาทมันไม่มีตัวตนไม่มีเศษมันไม่มีติดมันก็มีแต่ทำๆตัวสุดท้ายก็มีแต่การงานกรรมการกระทำทำการทำงานอะไรควรมาตามที่ปัญจเวทขณะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเตือนไว้ในชีวิตเรานี่มันไม่เหมือนคฤหัสถ์เขาแล้วนะเพราะงั้นเราทำงานอะไรทำก็ได้ทำงานอะไรที่มันเป็นคุณค่าทำได้แล้วทำก็ไม่ได้เหมือนคฤหัสถ์เขาก็ทำไม่ได้แลกรหัสสรรเสริญหรือว่าเป็นสุขแม้จะเป็นทุกข์ก็รู้ทุกข์อยู่แล้วก็เราก็เข้าใจในความเป็นจริงอันนั้นรู้เท่าทันมาเป็นทุกข์ทุกข์เพราะว่ามันต้องขัดทำงานเน็ตๆๆยังมีภาวะต้องคิดต้องนึกเป็นการเกิดความคิดเกิดวาจาเกิดการงาน เป็นความเกิดความสร้างสรรค์เราก็รู้ว่าเราทำประโยชน์เราก็ทำคุณค่าเราทำความสร้างสรรค์ที่ดีงามอันนี้ดีมนุษย์จะได้รับประโยชน์เราก็ทำให้แก่โลกไปเหนื่อยก็พักไม่เหนื่อยก็เพียงจะได้เรียกว่าเราไม่พักก็คือเพียงเราไม่เพียรพอถึงบทที่เราจะไม่เพียงตอบเพราะควรพักหรือสมควรจะพักแล้วมันเมื่อยแล้วอะไรแล้วเราก็พักมันก็จบอยู่ในตัววนเวียนอยู่ตรงนี้เนี่ยวนเวียนอยู่แต่แค่นี้ชีวิตเราก็ทำงานไม่เหมือนคฤหัสถ์เขาแล้วมันก็สืบเนื่องต่อเนื่องสืบเนื่องต่อเนื่องเพราะว่ามันไหลเลื่อนไปให้แก่คนอื่นเป็นสภาพเป็นไปสร้างสรรค์ไปแล้วไปอุดฐานะเป็นอารักคันนาเป็นกัลยาณมิตรต่างๆเป็นสมาชิกตาคือเป็นชีวิตที่เลื่อนไหลต่ออยู่เนื่อง สมาชิกตาเป็นชีวิตที่สมัครเนืองๆๆต่อๆกันอยู่เพราะฉะนั้นชีวิตเราเนื่องด้วยผู้อื่นไม่ใช่ว่าเราเนื่องด้วยผู้อื่นคือแค่เราไปได้อาหารกินจากผู้อื่นตามที่เราเคยได้ยินอาจารย์รุ่นเก่าๆว่ามาเอาชีวิตรอดเนื่องด้วยผู้อื่นเพราะฉะนั้นทำตนให้เป็นคนเลี้ยงง่ายโดยที่จะเพราะว่าเราจะต้องให้ผู้อื่นเขาอาศัยกับผู้อื่นกินเราเลยกลายเป็นคนก่อกินอาศัยผู้อื่นกินอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้แสดงว่าเราเองเราไม่มีคุณค่าเราเป็นเด็กลูกแง่เรายังไม่อิสระเรายังไม่ใหญ่ไม่โตถ้าเราโตแล้วเป็นพระอริยเจ้าเป็นพระอรหันต์แล้วชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่นหมายความว่าชีวิตเราเนี่ยจะสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยการหนุนหนุนผู้อื่นเนื่องผู้อื่นหนุนเนื่องให้เขาเจริญงอกงามเรา Big มีแรงที่จะอยู่เหนือเราเป็นประโยชน์เราสร้างสรรค์ให้แก่เขารับเราจะทำอะไรให้แก่คนอื่นให้ได้ประโยชน์ได้คุณค่าได้รับกินได้รับใช้เราจะทำทำสิ่งที่เป็นอาหารแม้เป็นอาหารทิพย์เป็นวิญญาณอาหารเป็นอาหารที่เป็นวิญญาณทางจิตมีมโนสัญเจตนามีเจตนาสร้างตามความคิดนึกแล้วก็ให้ไปไปให้แก่โลกเขาเราจึงเป็นคนเนื่องด้วยผู้อื่นโดยฐานะผู้ให้เป็นฐานะฐานะพระเจ้าฐานะสิ่งดังเป็นฐานะผู้ประทานผู้สร้างสรรค์ผู้ประทานผู้ให้แก่โลกฟังดีๆนะจะเข้าใจจะเห็นได้เมื่ออยู่ในฐานะที่เราเนื่องด้วยผู้อื่นในฐานะผู้ผู้เป็นพระเจ้า พูดเป็นฉายาพระเจ้าผู้เป็นผู้มีกรรมอันเป็นกุศลสร้างสรรค์แล้วเป็นปรมัตถประโยชน์แล้วนะเป็นผู้ที่ได้อบรมจิตแล้วจิตที่ได้อบรมดีแล้วจึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ยิ่งประโยชน์ใหญ่เป็นมหัตถโนอัดถายะนะจริงๆจิตอบรมแล้วเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดความไม่ถือตัวถือตนหมดเนื้อหมดตัวหมดตัวหมดตนแล้วเมื่อกี้ไปอธิบายว่าผู้ที่ได้ฟังได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจแล้วตัวเองก็เป็นได้โดยไม่ยึดติดที่ตัวเองอยู่ก็จึงเป็นผู้ปลดปล่อยได้เป็นผู้หมดตัวหมดจนได้ถ้าผู้เห็นผู้เข้าใจอยู่เหมือนกันฟังเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ยอมทำตามเข้าใจดีไม่ยอมทำตามอันนั้นยังเหลือมานะยังเหลือกิเลสอีกตัวนึงนอกจากกิเลสทิฐิไม่ยึดไม่เปลี่ยนความเห็นนั้นก็เป็นกิเลสทิฐิทีนี้ไม่รู้เห็นและเกิดปัญญาเข้าใจแล้วอ๋อเขาดีกว่าแฮะอย่างนั้นเจริญกว่าก้าวหน้ากว่าจริงๆแต่ไม่เอาเราไม่ทำอ่ะทำเสียเหลี่ยมทำตามไปเดี๋ยวก็หาว่าเราไปเชื่อตามอะไรงี้หรือว่าเราได้เคยทำอย่างนี้แล้วทำอย่างนี้เรายึดถือมันแล้วนึกว่าเราดีแล้วได้รับความสรรเสริญเยินยอก็เพราะรูปนี้เรื่องนี้อย่างนี้แบบนี้มันก็จะไปเปลี่ยนไปตามนี้เราก็เกือบจะไม่ได้รับความเชื่อถือไม่ว่าอะไรก็ได้อยู่ก็หวงสิ่งนั้นอะไรสิ่งนั้นอยู่อะไรอย่างนี้หรือว่าเราเองเราจะถือไอ้เหลี่ยมไหนก็แล้วแต่เสียเหลี่ยมไปตามไปแล้วก็เป็นการถือตัวถือตนถือมานะ มานะมันถือตัวถือตนอย่างหนึ่งถือดีเดินหลงว่าสิ่งนั้นยังดีอยู่ก็ไม่เปลี่ยนแปลงอันนี้ก็กลับไปอธิบายถึงสภาพเมื่อกี้นี้แหละอธิบายต่อไปถึงว่าเมื่อเราหมดยึดตัวยึดตนยึดถือแล้วเราก็เป็นผู้ที่มีชีวิตเอ่อเหมือนต่างจากคฤหัสถ์แต่ก็มีกรรมกิริยาเหมือนกันกับคนในโลกนั่นแหละแต่ว่าจะไม่ไม่เหมือนกันหรือต่างจากคฤหัสถ์เพราะว่าทำไม่แลกลาภได้ยศแล้วเราก็เป็นชีวิตที่เนื่องต่อผู้อื่นกายกรรมวจีกรรมใดที่ดีกว่านี้ยังมีอีกเราก็จะทำเพราะว่าเรามีแรงคนมีแรงงานมีความประพฤติมันก็จะสร้างสรรค์ไปอันนี้ดีกว่าอันนี้อันนี้ปรับปรุงไปมันจะดีขึ้นด้วยเพราะเราจะชำนาญเราจะชำนาญ เราจะเก่งเราจะรู้เรียนรู้มุมเพราะเราทำเราทำงานเรามีกรรมการงานการงานนั้นก็จะฉ่ำชองการงานและก็ฉลาดขึ้นการงานนั้นก็จะเรียบร้อยเร็วไวดีมีประสิทธิภาพสูงเป็นสมรรถภาพที่ดีขึ้นดีขึ้นดีขึ้นเราก็จะกลายเป็นผู้บูรณะโดยเฉพาะบูรณะศาสนาพุทธโดยเฉพาะเราจะได้เป็นคนบูรณะศาสนาพุทธเพราะเราได้ชื่อว่าเรามีสมรรถภาพเราได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้อิสระเสรีภาพเราก็สร้างกัลยาณมิตรหรือเราก็สร้างสังกัดจักสร้างทำมาจากสร้างพุทธจักรเรียกว่าพระราชรถภาพคือสร้างความเป็นพี่น้องเป็นแม่เป็นพ่อที่ถูกต้องทำหน้าที่ธรรมทายาทเมื่อเราสามารถเป็น คนโตมีอายุโตแล้วบรรลุนิติภาวะแล้วหรือว่าเป็นผู้ที่จะเป็นพ่อคนแม่คนได้ด้วยธรรมแล้วนี่โดยบุคลาธิษฐานเราก็มาทำหน้าที่เป็นพ่อคนแม่คนแต่บอกแล้วว่ามาตาปิดตานั้นไม่ใช่พ่อคนแม่คนอย่างชาวโลกโลกไปสมสู่แต่เราจะมีกรรมวิธีผสมเป็นกรรมพันธุ์ทำกรรมพันธุ์สร้างพุทธะเผ่าพุทธพันธ์สร้างบุคคลที่เป็นคนเกิดทางโอปปาติกะเกิดทางจิตวิญญาณถ้าทำให้จิตวิญญาณของคนเกิดไม่ใช่ไปเกิดที่รูปร่างรูปร่างยังไงช่างเถอะบางคนเล็กบางคนใหญ่บางคนผู้หญิงบางคนผู้ชายบางคนเตี้ยบางคนสูงบางคนดำบางคนขาวบางคนเป็นอย่างไรก็ไม่มีปัญหามันจะเป็นองค์ประกอบแก่ตัวเขาลำบาก แต่เขาเป็นวิบากแก่เขาเองบ้างตามธรรมที่จริงมันก็สอดคล้องกันบ้างโดยวิบากในรูปในร่างแต่ก็เถอะเราเป็นเน้นที่วิญญาณที่โอปปาติกะเพราะเราจะเป็นพ่อเป็นแม่มาตาปิดตาสัตตะอุปปาติกะเราจะเป็นพ่อเป็นแม่ทางจิตวิญญาณจะทำยังไงจะทำคลอดเขาออกมาได้ทำหน้าที่แม่หน้าที่พ่อหน้าที่แม่ก็เลี้ยงดูฟูมฟักใกล้ชิดหน้าที่แม่เลี้ยงดูฟูมฟักใกล้ชิดให้อาหารอย่างเรียกว่าต้องห้ามสร้างความติดให้ได้ก่อนครับทำให้เขาติดให้เขาเห็นว่ามีความหวังดีต่อกันมีความเกื้อกูลต่อกันในความรักจะพูดให้หนักๆก็ว่ามีความรัก หวังดีรักนะรักเราต้องการให้เราดีก็ทำอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งทำหน้าที่อย่างพ่อพ่อก็จากปล่อยวางทำให้แข็งแรงเลี้ยงอย่างที่เรียกว่าสร้างให้แข็งแรงให้พึ่งตนให้แก้วกล้าอาจหาญสามารถที่จะออกศึกสู้ศึกต่อสู้กับอุปสรรคต่อสู้กับโลกอย่างแข็งกล้าเนี่ยพอจะมีหน้าที่แนะนำและก็พาทำให้เป็นอย่างนี้ให้พึ่งตนไม่ติดไม่ยึดใครอิสระเสรีซ้อนลงไปอีกจะทำหน้าที่นี้อีกเมื่อผู้ใดได้คนนั้นก็เป็นสันติสันติภาพนั้นและอิสรภาพแล้วก็เป็นสันติภาพและสามารถสร้างพระราช ภาพเสริมหนุนอีกก็จะเป็นวงวัดป่าอย่างนี้สูงขึ้นก็เป็นสมรรถภาพเป็นความสามารถทำได้พึ่งตนได้สามารถช่วยตนให้ตนเป็นสันติภาพได้อิสรภาพได้และเราก็สามารถจะสร้างผู้อื่นให้เป็นญาติเป็นภราดรภาพเป็นพี่เป็นน้องเป็นพ่อเป็นแม่เป็นพงษ์เป็นเผ่าเป็นผู้เฒ่าเป็นกรรมพันธุ์แล้วเราก็ได้พึ่งตนเราก็เป็นที่พึ่งแก่เขาเราจึงชื่อว่าซาร่าเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิเพราะเรามีธรรมะเป็นที่พึ่งแล้วเราก็ถ่ายทอดธรรมะให้ได้พึ่งธรรมะเราได้พึ่งธรรมะเหมือนกันเราสร้างคนอื่นให้คนอื่นได้เกิดธรรมะก็เป็นธัมมังสะระณังคัจฉามิได้พึ่งธรรมะเหมือนกัน ธรรมะนั้นเป็นที่พึ่งอันเกษมเป็นที่พึ่งอันสูงสุดเพราะเป็นพุทธะเป็นลักษณะของธรรมะในลักษณะพุทธะอย่างที่พระบรมศาสดาของเราเป็นของเรามีของเราได้ตรงกันแบบเดียวกันไม่ผิดไม่เพี้ยนเป็นที่พึ่งอันเกษมสูงสุดอย่างแท้จริงเพราะสิ้นแม้กระทั่งอาสวะอนุสัยไม่มีธุลีหรือไม่มีธุลีของแล้วก็พุทธศาสนากัมปาลา สัมพันธ์กับโลกอยู่ถูกต้องกับโลกอยู่นี่เป็นลักษณะของพุทธลักษณะของที่ผู้ที่ถึงพรหมจรรย์พรหมจริยาได้เที่ยงแท้ของพุทธก็มีลักษณะสูงยอดขึ้นไปพุทธสโรกับธรรมะเมถุนกับพรหมจริยาสูงกว่าพรหมจรรย์พรหมจรรย์ของพรหมนั้นน่ะก็เป็นธรรมะอันบริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นธรรมอันซึ่งโลกไม่ค่อยเก่งหรอกพุทธศาสตร์พรหมจริยาเป็นเมตตานั้นไม่สู้กับโลกไม่เก่งเพราะฉะนั้นธรรมะในระดับมงคลอันสูงระดับพุทธศาสนิกอโศกวิริยะเขมะนี่จึงเป็นลักษณะธรรมะที่อยู่ในมงคลระดับปลายๆกว่าปลายกว่าพรหมจรรย์ดังที่กล่าวนี้ ข้อสังเกตที่ให้ฟังชี้ให้เห็นสมัยพระพุทธเจ้าเอาชนะศาสนาพราหมณ์หรือพรหมที่ว่าสูงสุดเป็นลักษณะอย่างนั้นอย่างนั้นและพระพุทธเจ้าก็พยายามประกาศศาสนาของท่านโดยเนื้อกว่าคนแต่ว่าก็พยายามทำไม่ให้บาดหมางทำให้ดูคมรุนแรงท่านเองท่านประกาศศาสนากินเนื้อกับเขาแต่ท่านก็พยายามที่จะต้องใช้ปัญญาที่สุดที่จะไม่ให้หมู่กลุ่มคนส่วนใหญ่เขานับถือศาสนาพราหมณ์ศาสนาฮินดูเยอะแยะก็เหมือนกันกับเราว่าหนังสือศาสนาพุทธเขาก็นับถือพุทธแต่โดยเนื้อหาสาระและศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาพระพุทธเจ้าพรหมก็ดีมันก็มีนัยยะที่เป็นแบบเดียวกันกับพุทธนี่แหละแต่ว่าไม่ได้กล่าว ไม่ได้พูดอย่างนี้แล้วก็เป็นศาสนาที่ยังเหลืออัตตาอยู่ด้วยส่วนพระพุทธเจ้านั้นทำลายอัตตาทำลายศาสตราแท้ไม่ไปเป็นพระพรหมเป็นพระเจ้าเป็นเครื่องยึดถืออันสูงส่งเป็นลักษณะเทวนิยมไม่มีมันดลบันดาลอะไรมากมายเข้าหากันจัดสรรสภาพเกิดจากกระจ่างเต็มที่จึงเป็นผู้ที่กระทำได้อย่างเด็ดขาดอย่างแน่ชัดที่สุดได้ที่สุดอย่างจริงเป็นผู้ที่มีที่พึ่งการเกษมแล้วเสร็จมีสมรรถภาพเพราะเรามาทำหน้าที่พ่อทำหน้าที่แม่หรือทำหน้าที่ให้กำเนิดบุคคลเดียวเป็นหลายคนก็ได้แทนที่เราจะทำให้จิตชีวิตในตัวเอง อาชีพเป็นอภิญญาสำหรับตนอิทธิวิธีว่าหนึ่งเดียวบอกแล้วเอโกปิหุตวาพหุนาโหติเนี่ยหนึ่งเดียวทำให้เป็นหลายก็ได้ก็คือจิตที่เราสามารถรู้เข้าใจธรรมะแล้วจิตดวงนี้เป็นอย่างนี้เองเกิดปรากฏการณ์เกิดเห็นเกิดปรากฏจิตดีแล้วแต่อบรมขึ้นก็เห็นจิตบริสุทธิ์เป็นอย่างนี้จิตลดละกิเลสได้เป็นงี้อิทธิพลอาสวะดวงนี้เป็นอย่างนี้แม้เกิดดวงเดียวก็ทำให้เราเกิดหลายๆดวงได้อีกมีอิทธิวิธีที่จะทำให้จิตนี้สะอาดบริสุทธิ์อย่างนี้ขึ้นมาอีกแม้ในเหตุผลปัจจัยอื่นเราก็ทำให้ได้หลายๆดวงนี้เป็นอีกวิธีที่ทำให้แก่ตนจิตดวงหนึ่ง ago ago จิตดวงเดียวที่เราเห็นเรารู้ปรากฏแล้วปรากฏภูตะเห็นแล้วมองเห็น แล้วรู้แล้วดีแล้วเราก็ทำให้มากๆชำนาญจนกระทั่งได้รู้เรื่องรู้มุมชัดเจนและเราก็จะทำจิตดวงอื่นอีกให้เป็นอย่างนี้อีกมากขึ้นพหุภาคีย่อมเกิดมากย่อมเกิดมากได้อีกมีวิธีมีอิทธิวิธีมีความเก่งความสามารถมีสมรรถภาพทำให้ตนเกิดได้หลายๆดวงมากจนกระทั่งเรามีจิตตั้งแต่รู้ว่าดวงเดียวสภาพเดียวดีแล้วก็ทำให้จิตดวงอื่นสภาพอื่นในจิตวิญญาณของเราเปลี่ยนมาเป็นจิตดีจนหมดเมื่อหมดแล้วเป็นเอกก็ปีพุทธศาสนาโดยตนคือเอโกอันนี้เป็นจิตจิตก็เราสะอาดหมดตั้งแต่น้อยจนกระทั่งมากมากแม้จะมากเป็นลักษณะพระโสดาจนเต็ม ไปซักกีต้าร์สะกิดท้ายจนเต็มตั้งแต่โซดาเราก็มีมากแล้วเราเป็นพระโสดาบันเราก็สามารถเอาพระโสดาบันคุณพระโสดาบันไปสอนผู้อื่นเป็นตัวเราเป็นพระโสดาบันคนเดียวแล้วเราก็ไปช่วยสอนคนอื่นไปคลอดหรือไปทำหน้าที่บอกคนอื่นเขารู้ด้วยบ้างให้คนอื่นเป็นพระโสดาบันขึ้นมามีวิธีอย่างไรมีสมรรถภาพอย่างไรที่จะทำให้คนอื่นเขาได้เป็นอย่างนี้บ้างมีอิทธิวิธีเหมือนกันก็เป็นคนเดียวทีนี้เราเป็นพระโสดาบันคนเดียวแล้วเราก็ไปสร้างให้คนอื่นเป็นพระโสดาบันอีกบ้างก็เป็นอิทธิวิธีเหมือนกันผู้เดียวทำเป็นหลายคนก็ได้ก็เพิ่มขึ้นเป็นศักดินาแล้วเราก็ไปช่วยคนอื่นในเศรษฐกิจฐานอาคารได้อีกเราเป็นอรหันต์เราก็ไปช่วยคนอื่นเป็นโสดาสกิทา อรหันต์ได้อีกซ้อนอยู่ซ้อนอยู่ทำขึ้นไปมันก็เป็นการมีอิทธิวิธีเพิ่มขึ้นหรือเราก็สร้างเผาสร้างพันธุ์คลอดเป็นแม่เป็นพ่อพิสูจน์ได้เดี๋ยวนี้ว่าแม่พอพิสูจน์ได้เสมอเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็พิสูจน์ได้โดยไม่ได้เป็นไปทำอย่างที่สัตว์โลกธรรมดาซึ่งไม่ต้องใช้วิชาไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเขาก็เป็นพ่อเป็นแม่แบบลูกๆสมสู่สัตว์เดรัจฉานก็ทำได้อย่างนั้นไม่มีปัญหาแต่เป็นพ่อเป็นแม่ทางธรรมมีกรรมกิริยามีวิธีมีอิทธิวิธีที่จะสร้างคนอื่นได้ขึ้นมาจึงจะสืบเผ่าสืบพันธุ์จึงจะเป็นธรรมทายาทพระพุทธเจ้าเกรงว่าทำอย่างไรหนอจะไม่ให้เรานี่เป็นอามิสทายาทไม่ให้พวกเธอทั้งหลาย ทายาทแต่เธอจะต้องเป็นธรรมทายาทมาเป็นการเปล่งที่มันยากมันน่าสงสารไม่มีสมรรถภาพจริงทำไม่ได้หรอกเราจะมีสมรรถภาพจริงเราจึงจะบูรณะจะเกิดบูรณภาพเพราะเราสามารถสร้างเป็นธรรมดายากสามารถสร้างเผ่าสามารถสร้างผู้อื่นให้สืบทอดศาสนาได้ต่อไปจริงๆโดยรู้โดยเห็นโดยความสามารถโดยอุตสาหกรรมวิริยะมีอิทธิบาทกระทำศาสนาจึงจะได้รับการสืบต่อนั่นชื่อว่าเราบูรณะศาสนาชื่อว่าเรารักษาศาสนาเป็นบูรณภาพเป็นอาราธนาสัมปทาชั้นสูงต้องทำอยู่ที่ความขยันหมั่นเพียรอุฏฐานสัมปทาอาราธนา ศรัทธากัลยาณมิตตตาก็คือสร้างมิตรให้เป็นกัลยาณชนเป็นกัลยาณธรรมหรือเป็นผู้ที่กริยาที่แปลว่างามเลยนะเป็นก็เป็นพระอย่างงามดีเลยทีเดียวได้เป็นพระที่ถูกต้องแล้วก็เป็นผู้ที่เป็นกัลยาณะงามเป็นธรรมะชั้นงามดีและยังงามด้วยได้ถูกต้องแล้วดีแล้วยังงามขึ้นอีกทำกัลยาณธรรมทำกัลยาณมิตรสร้างคนมีไมตรีในการที่จะสร้างไม่ใช่ไร้ไมตรีไม่ใช่ไร้ปฏิสันถารไม่ใช่ไม่เอาดูดำดูดีไม่มีกะจิตกะใจไม่มีอิทธิบาทไม่ใช่แต่กลายเป็นคนที่เข้าใจได้ปัญญารู้ดีมีฉันทะมีความพอใจและมีวิริยะมีความเพียรมีจิต มีจิตใจเอาใจใส่มีกะจิตกะใจมีการอุตสาหกรรมมีวิมังสาเป็นคนสร้างสารัตถะสร้างเนื้อสร้างแก่นธรรมพัฒนาอยู่ที่เดียวทำด้วยความขวนขวายมีบุญมีไว้ยาวัจจมัยแม้ว่าเราเองจะมีความแข็งกระด้างถือดีอยู่บ้างก็จะต้องนอบน้อมเป็นปัจจัยมาใหม่เป็นผู้นอบน้อมลงมาทำทำแล้วเขาจะว่าจะดูแคลนจะเสียดสีอย่างที่ผมกำลังเป็นอยู่ตอนนี้เขาดูถูกเขาว่าพอผู้รู้ที่เขารู้ไม่จริงหรือผู้ที่เขาจะถูกแย่งบัลลังก์มีมานะเขาก็จะต้องต่อต้านศาสตร์เสียเทเสียผมโดนอยู่เดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ได้อันนั้นอะไรผมก็นอบน้อมอยู่ผมก็ไม่พยายามที่จะหวือหวาแต่พยายามที่จะไปฮึดอะไร เขาจะด่าจะว่าจะบอกเทสเทวทัตอย่างนั้นจะเป็นคนที่มาทำลายศาสนาอย่างที่เขาเขียนลงไปในหลังหนังสือที่เขากำลังต่อสู้ทัพนี้จะเป็นทัพที่เขาใช้ตั้งกลุ่มของเขาว่ากลุ่มพุทธรักษาเขาก็รักษาศาสนานะผมเห็นใจเขามากเขารักศาสนาแต่เขามีภูมิรู้เขามีวงวัฏฏะของเขาอยู่แค่นั้นผมเห็นเขายิ่งแสดงอย่างไรเขายิ่งแสดงภูมิแสดงอารมณ์แสดงความคิดยังไงผมเห็นเขาบอกเออมันน่าสงสารนะเขามีใจซื่อมีตัวจริงใจออกมาอยู่ผมผสมผสานเขารักศาสนาจริงๆนะแต่เขารักเหมือนเขารักตุ๊กตาของเขานะเราบอกโอ้ยไอ้นั่นมันไม่ถูกทางมันเดินมันไม่ไปมันก็ได้แต่ความเป็นเด็กอยู่แค่นั้นน่ะเพิ่มเติมเขาไม่ฟังอะไรก็ถือตัวมีมานะเมื่อมีมานะเราก็ต้องยับยั้ง ไม่ต้องไปพูดมากพูดมากแล้วก็เกิดถือดีคนถือดีมีมานะแล้วก็เดี๋ยวมันเป็นพยาบาทเป็นนักฆ่ารุนแรงเจ็บเพราะว่ามันเป็นเหตุปัจจัยของพยาบาททั้งที่เคยอธิบายอุปกิเลส 16 ให้ฟังเพราะเราก็รู้เราก็ไม่แต่เราก็ทำงานกับผู้ที่เข้าใจผู้ที่จะมีผลมันก็ได้ไปเรื่อยๆอันนี้เขาทำออกมาแล้วก็เข้าใจอะไรที่พอจะบอกกันบ้างยับยั้งกันบ้างถ้าลุกลามรุนแรงมากเกินไปเป็นบาปมากเขาทำอยู่เขาก็เป็นบาปบาปโดยไม่เจตนาบาปโดยไม่เจตนาคือเขาเองก็ทำต่อต้านล้มล้างสิ่งที่เป็นสัจธรรมและสิ่งที่เป็นตัวดีเขาไปลบตัวดีมันบาปแล้วลบตัวดีร่างตัวดีดูถูกตัวดีจากช่วงตัวดีเนี่ยมันบาปแล้วอ่าจากช่วงตัวสัตว์จะทำบาปบาปโดยไม่เจตนาเป็นวิบากด้วยแต่ว่าวิบากก็อ่อนกว่าเจตนาหรือไม่ รู้หรือทำผิดโดยจงใจมันมันบาปน้อยกว่าแต่มันก็เป็นบาปโดยจริงก็น่าจะสงสารเพราะพูดกันไม่ได้พูดไม่รู้เรื่องเพราะเขายึดซะแล้วมายึดซะแล้วเราก็จะได้ดูสงสารอะไรที่พอจะแก้ไขช่วยเหลือ Free Fire ถ้าจะทำจะช่วยเหลือแก้ไขเขามันยากกว่าคนอื่นที่เขาเห็นดีเห็นชอบแล้วก็ช่วยบูรณะพวกนี้ให้เป็นที่เป็นแรงโดยอ้อมมากขึ้นมากขึ้นดีกว่าที่เราจะไปแก้ไขตัวเขาเพราะตัวเขาเขายึดมากมันแน่นมันหนักมันแกะไม่ออกก็ปล่อยเขาไปพลางเหมือนกันกับพวกเรานี่บางทีบางครั้งบางคราวบางคนยึดมากๆผมก็ต้องปล่อยไปก่อนวิบากก็เป็นของเขาไปช่วยคนอื่นมาให้มีแรงรอบให้มีน้ำหนักรอบแล้วก็มาช่วยอุ้มผู้นั้นหรือว่าจะโน้มทำให้ผู้นั้นเห็นได้มากขึ้น มีมวลมันไม่มีตัวอย่างไม่มีแบบอย่างมันก็จะทำให้คนนั้นเกิดเห็นมันมีแรงที่ตัวชัดตัวใหญ่ตัวโตมีมากหลายขึ้นมันก็จะเป็นสื่อให้คนนั้นเห็นได้ในอนาคตได้เหมือนกันงั้นเราก็ทำได้หลายๆในเขาก็พยายามที่จะต่อต้านที่จะห้ามกันเขารักศาสนาซึ่งมียี่ห้อเดียวกันวันพุธแต่เขามีภูมิรู้ฐานภูมิรู้เพดานความรู้เขาอยู่แค่นั้นจริงๆเขาก็รู้ตัวว่าเขาเรียนมามากแล้วเขาก็มีหลักฐานด้วยว่าผมนี่เรียนมันน้อยเกิดหลังมาเป็นพระรุ่นหลังเขาก็ว่าผมจะศึกษาพระไตรปิฎกจะศึกษาธรรมะยังศึกษาอะไรต่ออะไรพวกนี้ยังมียังไม่เท่าไหร่เลยยังไม่จริงยังไม่ลึกซึ้งเหมือนเขาเขานึกว่าเขานี่ลึกซึ้งก็เข้าใจมากแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้รับธรรมะอย่างลึกซึ้งที่เราได้แสดงแล้วเขาก็ยังไม่ได้รับอยู่น้อยก็ยังไม่ได้ช่วยหรือโปรไฟล์ขึ้นแล้วเขาไม่ได้ขวนขวายรู้ขึ้นเขาก็ได้แค่นั้นเพราะงั้นก็เขาก็ทำอย่างภาษาตามที่เขารู้นั่นแหละมันมีกิเลสจริงๆตัวกิเลสที่มันห้ามกันแม่เขาจะแตะต้องแม่เขาจะสัมผัสจะเรียนรู้ผมบ้างเขาก็ไม่ไม่ค่อยรู้อย่างจริงเพราะว่าใจมันต้านที่ผมใช้ศัพท์ว่าอาบน้ำแล้วก็กลัวเปียกจะอาบน้ำอยากอาบน้ำแต่กลัวเปียกก็เลยอาบยังงั้นแหละคนอาบน้ำยังกลัวเปียกเลยไม่ได้รับการอาบน้ำเต็มที่ไม่ได้รับสัมผัสไม่ได้รับลึกซึ้งไม่ได้รู้ซอกแซกไม่ได้แทงทะลุหรอกเพราะว่าไม่กล้าเข้าใกล้แต่เป็นความเยื้องๆ หรือเป็นสิ่งมีสิ่งต้านกั้นไว้อยู่เขาก็เลยไม่ได้รับซ้ำซากไม่ได้เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธหมดเลยกำหนดรู้แล้วก็รู้สึกด้วยรู้แล้วก็รู้สึกเรียกว่าสัญญาเวทีต่าง นี่ผมพูดด้วยนัยยะผมมีญาณทัศนะในคำภาษาพวกนี้ผมพูดถึงอัฏฐะด้วยพูดถึงพยัญชนะด้วยพูดถึงเนื้อหาสาระของความหมายในภาษาสัญญาเวทีการที่ผมทราบซึ้งอย่างนี้แล้วอธิบายให้สู่คุณฟังด้วยความหมายอย่างนี้สัญญาไว้ที่ 23 นี้เป็นต้นก็อธิบายสู่คุณฟังด้วยความหมายอย่างนี้แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงๆมันมีตัวเวทย์เวทนาด้วยความรู้สึกเวทนาในตัวความรู้สึกรู้สึกเข้าไปเค้าเคลียร์เข้าไปรู้ว่ามันเป็นสุขอย่างไรทุกข์อย่างไรแล้วก็ตัวเราเองมีอภัยลักษณ์กริชคือตัวเราเองถ้ามีอภัยกิจหมายความว่าเราไม่ลงทุกข์ลงสุขไม่อยู่ใต้อำนาจทุกอำนาจสุขแล้วเราก็รู้ว่าทุกข์สุขเป็นอย่างนี้โดยโลกโดยสัจจะอย่างหนึ่งเรียกว่าสมมุติที่สัจจะโดยสัจจะอย่างนี้เรารู้แต่ตัวเราเองนั้น เนื้อแก่นสารอยู่ในแก่นสารอยู่เหนือทุกข์เหนือสุขแล้วเรารู้แล้วว่าเป็นทุกอย่างนั้นเป็นสุขอย่างนั้นโดยเขาถือแต่เราไม่ถือแล้วเราก็เห็นด้วยรู้ด้วยว่าสุขเขาเรียกอย่างนี้ว่าสบายวันศุกร์ก็อร่อยเรารู้แต่เราไม่ติดทุกข์เป็นอย่างนี้เพราะมันไม่ทนยากเพราะมันลำบากเพราะมันอย่างนู้นอย่างนี้เรารู้แต่เราไม่มีเราทนยากเราไม่มีเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน