221125 ชีวิตทวนกระแส-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ021.txt

โฟลเดอร์2522 TXT  ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์148 KB
วันที่แก้ไข7 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการอบรมทำวัตรเช้าประจำวันที่ 25 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทำวัดกันที่เป็นกิจวัตรแต่วันนี้ก็น่าจะดีพูดกันบ้างเพราะว่ามันมีอะไรต่ออะไรที่เราควรจะได้ยินโดยได้อะไรที่ติดๆอยู่ถึงสภาพเหตุการณ์แวดล้อมดูบรรยากาศแล้วมันก็น่าจะได้คลี่คลาย เทวดาขยายอะไรก็ได้สู้กันฟังบ้างประจำเดือนแต่อาตมาทำงานในเรื่องศาสนามานั้นอาตมาก็ทำงานมาด้วยใจบริสุทธิ์จะทำมาตามธรรมดาแต่ทำโดยที่ไม่ได้คิดเห็นว่าการกระทำนี้มันจะเป็นอะไรตอนแรกคืออยากจะเป็นเรื่องที่จะต้องหนักหนาหรือว่าจะต้องลำบากลำบนอะไรถ้าไม่ได้คิดในตอนแรกแต่รู้อยู่ว่าเป็นงานอะไรเพราะเริ่มทำไปหน่อยๆถึงได้เห็นชัดเจนว่าคนแรกจริงๆ ดูมันไม่ได้คิดพอทำไปหน่อยๆถึงไม่รู้ชัดเลยเนาะงานนี้เราจะต้องสุขุมจะต้องเป็นหนี้หรือว่าต้องค่อยคิดค่อยเป็นค่อยไปซึ่งมาเริ่มทำแล้วก็ค่อยๆดูทิศทางขยับขยับทำอะไรต่ออะไรไปเป็น 99 บางทีมันจะเป็นอาตมาเป็นคนที่ไม่ค่อยไม่ค่อยจะทุ่มเทให้ในเรื่องที่จะสอดรู้เป็นอำนาจให้คำว่าไม่ได้เป็นคนที่คิดมากในเรื่องข้างหน้าไม่เป็นคนคิดมากในเรื่องงานไม่ ในอนาคตถ้าเพราะว่าการคิดมากในอนาคตมันทำให้ทุกข์มันเคยไปแล้วมันเข็ดมาซะแล้วเพราะว่าคนเราที่ไม่รู้นั่นน่ะมันทุกข์เพราะคิดมากในอนาคตแล้วก็ไม่รู้จักทุกข์เพื่อที่จะตรัสรู้หรือผู้ที่จะบรรลุธรรมของท่านสุดยอดได้นั้นจะต้องรู้ในเรื่องว่าอนาคตไม่ได้เป็นความจริงยิ่งกว่าอดีตอดีตยังเคยเป็นความจริงมาแล้วปัจจุบันจริงที่สุดชาวอนาคตนั้นบอกมีการอนาคต ไม่มีอะไรไม่มีอะไรเลยอนาคตยังไม่มีอะไรยังไม่เกิดเลยยังไม่เป็นความจริงเพราะฉะนั้นอนาคตจึงเป็นเรื่องที่ตัดได้ก่อนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เคยตรัสเอาไว้ว่าในอนาคตนี่มันไม่มีอะไรหรอกมันไม่ทำให้คนที่รู้นี่ทุกข์ก่อนแล้วผู

อ่านต่อ

้ปฏิบัติธรรมเข้าร่องเขาลอยเข้าอะไรแล้วเรื่องอนาคตหมดห่วงไม่ต้องไปคำนึงไม่ต้องไปวุ่นวายมากมายแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไร้ปัญญาที่ไม่รู้ว่าถ้าเราจะทำอะไรนี่มันจะมีขนส่งต่อไปถึงอนาคตอย่างไรไม่ใช่ว่ามันมีปัญญารู้มีปัญญารู้รู้ผลที่จะต่อไปในอนาคตเพราะฉะนั้น ต้องคำนวณคำนึงถึงแม้การปัจจุบันของเราเสมอว่าเราทำอะไรแล้วจะมีผลอย่างไรต่อไปในอนาคตจะต้องคำนึงถึงกรรมกำลังถึงตัวเราทำแต่จะไปหวังว่าเราจะได้อันนั้นเราจะได้อันนี้เป็นผลอันโน้นกันเกินควรเป็นความหวังเป็นความอยากปรารถนาเราไม่เราไม่ถ้าเราปรารถนาอยากจะได้อย่างนั้นอยากจะได้อย่างนี้มาไว้ในข้างหน้านั้นนี่แหละเป็นตัวตัวเหตุแห่งทุกข์ตัวร้ายกับเราตอนนี้แหละเพราะทำอะไรพอเป็นอะไรพอมีอะไรขึ้นมาถึงเป็นเราลงมือทำเลยว่าเรามีกรรมมีกรรมวันนี้แล้วก็ปรารถนาที่จะได้อะไรให้มันสมใจให้มันได้มาในอนาคตข้างหน้าเนี่ยตัวนี้เป็นตัว ที่สุดสำหรับคนทั่วๆไปที่จะทำกันเสมอถ้าเราตัดตัวนี้ได้หรือว่ารู้เท่าทันตัวนี้ซะแล้วจะสบายอันนี้อาตมาได้รู้ได้เข้าใจตนแล้วก็เข็ดขยาดกันมาก่อนนานแล้วเพราะว่าได้ปฏิบัติธรรมแล้วมันจะมีลูกลอยอย่างนี้ทุกคนคิดดูเพราะตัวเองจะรู้ว่าเออจริงมันเป็นลูกลอยนี้ล้างอันดีที่เป็นเรื่องล้างยากมีพระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้เลยแกบอกว่าก็เหลือแต่อดีตนั่นแหละที่เราจะต้องมาล้างสิ่งที่เคยสิ่งที่เป็นสิ่งที่มันกินชามันเป็นวาสนาเรียกว่าอดีตพาเคยซ้ำซากพาเคยติดเคยยึดเคยเป็นเคยมีมาแล้วอาจจะยังไม่เนี่ยรู้เท่าทันแล้วตัดไม่ยากหรอกเพราะว่ามันยังไม่มีอุปนิสัยมันยังไม่มีอะไรที่ทำให้เราได้ไป อกติดใจอะไรยังไม่ในอนาคตแต่ว่าในอดีตนี่มันเป็นอีกอันใดอันใดอันใดที่ได้ซ้ำซากที่ได้สั่งสมเป็นตัวเป็นตนเป็นเชื้อเป็นอุปทานเป็นนิสัยเป็นสันดานหรือเป็นบารมีก็ตามแต่บารมีกับสันดานไม่เคยอธิบายสู่ฟังแล้วสิ่งที่สั่งสมลงไปเป็นทางดีเราเรียกว่าบารมีเป็นกรรมอันดีหรือว่าเป็นสิ่งที่ได้ผ่านพบซ้ำซากทำมาจนก่อเกิดมีอะไรที่มีฤทธิ์มีเดชรวมแล้วมันมากขึ้นมันมากจนเป็นเนื้อเป็นตัวเป็นเป็นตัวเป็นเองเลยว่าจนกระทั่งออกแสงออกสีอะไรที่มันได้เลย ถ้าสิ่งใดที่เป็นความชั่วเราเรียกว่าสันดานออกเดินมาเองเลยโดยที่เราแก้ตัวเองก็ไม่ได้ง่ายๆออกแสงออกสีออกมาได้เหมือนกันกับบารมีแต่ว่าบารมีทางชั่วเราไม่เรียกบารมีมันเป็นสิ่งที่สั่งสมเหมือนกันสันดานหรือสันตาลมี 2 ฝั่งก็คือการสั่งสมจนเป็นนิสัยเป็นตัวเป็นอยู่ในตัวขึ้นมาจริงๆแล้วเราจะต้องมาล้างอันนี้แหละล้างล้างให้สำคัญจนกระทั่งบางอย่างที่เรียกว่าเป็นวาสนาคือมันยังอยู่วาสนาที่อยู่คือมันยังไม่หายไปเลยว่ามันที่อยู่ที่มันหายไปแล้วมันก็ไม่มีอยู่ ไอ้ที่มันอยู่นี่คือมันยังไม่หายไปแล้วเรียกว่าที่อยู่ที่เต็นท์ที่มีที่อยู่ที่อยู่ๆภาษาไทยคำว่าอยู่ที่มันยังอยู่ว่าสระหรือว่าสามีอาวาสอวสานวาสนะวาสนามันแปลว่าอยู่มันแปลว่าสิ่งอย่างนั้นน่ะเป็นสภาพนั้นๆๆอยู่จะอ่อนจะแก่ก็ตามเราจะมาล้างอันนี้เรียกว่าอันนี้เรียกว่าสิ่งที่สั่งสมมากล่าวผ่านมาแล้วเคยเป็นมาแล้วแต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่กรรมเป็นปัจจุบันหรอกมันเป็นกรรมที่ได้สั่งสมมามีอะไรตกตะกอนตกผลึกหรือว่าเป็นอันนั้นอันนี้ไว้มาเราก็จะต้องมาเรียนรู้และปลดปล่อยอย่าให้มันเกาะตัวเกาะตนเกาะผลึกความจริงได้ เป็นรูปเป็นร่างเป็นเนื้อเป็นตัวแล้วก็เป็นรูปประธรรมวัตถุธรรมก็เป็นไปแล้วมันจะมีนามธรรมสั่งสมขึ้นมาไอ้ตัวนามมาทำนี่แหละตัวสำคัญไอ้รูปประธรรมนี่มันก็เป็นเท่านี้ถ้าเรารู้เท่าทันแล้วก็ปล่อยไปเท่านี้แล้วเราก็เวลาตายแล้วมันก็สลายเป็นรูปธรรมบนดินน้ำไฟลมส่วนนามธรรมมันก่อรูปขึ้นมาอย่าให้มันกรอบรูปพยายามแม้แต่มันจะเคยเป็นเคยมีจะมีฤทธิ์มีเดชอะไรก็จะต้องอยู่เหนือมันจนกระทั่งเราสามารถชนะมันไม่ก่อขึ้นมาเองจะก่อขึ้นมาก็ต่อเมื่อผ่านสำนึกเราหรือว่าสำนึกของเราเนี่ยเป็นผู้ที่จัดแจงเลือกเป็นจะก่อให้เกิดหรือจะไม่ให้เกิดอะไรก็เป็นผู้ที่เลือกเป็นจริงๆได้อย่างชัดแจ้ง ทำทุกอย่างมันก็จะออกมาตามหลังตามหลังการเลือกเป็นเสมอได้กลั่นกรองได้ผ่านเรื่องเป็นขึ้นมามันจึงจะดีมันจึงจะเป็นไปได้ดีเพราะว่าไม่ได้ผ่านการเลือกเฟ้นโดยสำนึกส่วนเราจะมีปัญญาเท่าไหร่รู้ว่าไอ้ดีไอ้นี่ชั่วตามสำนึกของเราบางคนก็มีปัญญาเท่านี้เห็นว่าอันนี้ดีแล้วก็ทำได้จริงใจว่าดีแต่คนอื่นเห็นว่ายังไม่ดีก็เป็นได้เพราะฉะนั้นในรอบของด้านโรคธรรมดาทุกคนจะเห็นตรงกันหมดสำหรับพระอรหันต์ว่าโลกอย่างนี้เป็นโลกอย่างละเอียดส่วนแล้วแต่ไม่ดี แล้วก็เลิกรักมันได้ที่นี่เกินโลกจับหยาบธรรมดาไปแล้วไปถึงขั้นละเอียดที่จะเป็นความนึกคิดขั้นพิเศษเรียกว่าขั้นไอเดียขัดความนึกคิดอุดมคติสูงๆขึ้นไปอีกนั่นเป็นเรื่องของความเห็นพระอรหันต์มีต่างกันได้เรียกว่าอุดมคติอุดมคติที่จะคิดฟุ้งซ่านหรือว่าคิดอะไรต่ออะไรไปอย่างดีไม่ใช่ว่าสร้างให้แก่ตนสร้างมาเสพตนเป็นลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอะไรในพระอรหันต์ท่านรู้เท่ากันท่านรู้แล้วว่าโลกมันจะเกิดสุขให้แก่ตนอย่างนี้ทั้งหมดแล้วก็ท่านเลิกละได้แล้วเหลือแต่สิ่งที่จะเป็น [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] พี่ตามการบวชการเกิดในทางธรรมไปก่อนเป็นระดับๆก่อนจำลองถึงแม้ว่าเห็นว่าหรือเพื่อนรุ่นสหธรรมิกที่เป็นรุ่นพี่เป็นภันเตเนี่ยเราก็ไม่ขัดขืนอะไรให้เป็นที่น่ารังเกียจแล้วล่ะแต่ว่าก็เห็นว่าเอ้ก็ไอเดียท่านหรือว่าอุดมคติท่านรู้สึกว่ามันมันมันมันไม่ค่อยเข้าทีก็เอาทีนี้ก็เอาความเห็นเสนอเข้าสู่หมู่หรือขอให้มันไปปรึกษาหมอดูอีกหน่อยได้ไหมถ้าภันเตที่ไม่ดันทุรังเกินไปมันก็พูดกันได้ก็เอาข้อมูลหรือว่าภันเตไม่ยอมเอาข้าวหมูดันทุรังเกินไปถ้าเราเห็นว่าไม่ได้หรอกพังพังเพลงนั้นเราไม่เห็นร่วมด้วยเราจะต้องขออำนาจหมู่ด้วยเธอขออำนาจกลุ่มที่มีความเห็นหลายๆความเห็นแล้วก็ถึงให้เป็น ใครจะปล่อยก็ให้เป็นความเห็นของภันเตนี่สงสัยมันจะไม่ค่อยดีก็ถึงเอาอำนาจมาเป็นขั้นตอนไปมอบอำนาจหมู่เห็นดีด้วยกันหมดแล้วเราก็ถือว่าเป็นอำนาจสงฆ์ยึดอำนาจสงฆ์ถือว่าอำนาจสงฆ์เป็นใหญ่นี่เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าธันวาคมทฤษฎีนี้ถ้าพูดก็เดี๋ยวนี้และทันสมัยมากทันสมัยที่สุดถ้ามีขั้นตอนอย่างนี้มามีเอกสิทธิ์มีอำนาจของผู้ใหญ่ที่สุดบ้างทีนี้ถ้าผู้ใหญ่ผู้ใดมีเลือดเผด็จการอยู่ในตัวบ้างมันก็ไม่พอใจไม่ค่อยจะที่นั่งทั้งขอบก็อำนาจหมู่ก็จะเผด็จการเรื่อยๆซึ่งศาสนาพุทธเราไม่พยายามทำให้อานาไม่พยายามใช้ คำสั่งทำเผด็จการเราจะใช้พยายามใช้ความเห็นที่ไม่ขัดแย้งให้เป็นไปโดยความมีสัดส่วนที่เห็นดีกันในส่วนใหญ่แล้วมันจะราบรื่นนี่ไปจัดการให้มันราบรื่นเองผู้ที่เป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงแล้วจะรู้เลยว่ามันถ้าเกิดว่าเรามีความเห็นของเราเองเราจะดันสุราไปคนเดียวแล้วมองไม่เห็นด้วยนี่นะมันเป็นการทำงานที่หนักไม่มีใครเห็นด้วยแล้วเขาก็คือจะทำตามมันก็ยากนะเพราะฉะนั้นเราจะทำเราก็มีผู้ที่เห็นด้วยมากมายมันยิ่งเห็นด้วยมากเท่าไรยิ่งเห็นด้วยหมดยิ่งดีมันก็ไปได้พักพร้อมกันไปสามัคคีจริงๆเป็นสามัคคีสังฆัสสะจริงๆเป็นอัน อันเดียวกันมันจะขาดตกหล่นบ้างเสมอว่ามันมีคณะมากมายเท่าความคิดเห็นมันเยอะมันก็อาจจะแตกต่างตกหล่นบ้างแหละมันอาจจะมีอัตราต่างๆคือมันไม่บอกมันไม่ใช่มันจะมีปลาต่างๆไม่มีบกพร่องไม่ได้มีอัตราต่างๆไม่บกพร่องมีปลาตั้งแต่ก็มีความบกพร่องมี Error มีตกหล่นขาดตกยกเว้นนี่แหละมันก็จะมีบ้างแหละเป็นธรรมดาถ้าเกิดว่ามันมีมากๆคนก็อาศัยความเป็นหมู่ที่ผู้รู้เท่าทันนะถ้าบอกว่าอยู่ในหมู่แล้วเห็นว่าหมู่เขาเป็นไปแล้วเขาเห็นด้วยกันพร้อมแล้วแต่ตัวเราเองไปขัดดีๆของขวางตัวเราเองไปขัดอยู่แม้แต่ขัดใจเราก็ได้ทุบแล้วแม้แต่เรา เอากันหมดแล้วอย่างนี้นะแต่เราเองเราไม่เอาไม่เอาขับดีๆก็ขวางเลยแม้แต่เราได้ขัดใจไว้แต่เราก็ทุกข์แล้วจะไปดันยังไงก็คือเขาตกลงแล้วก็เอาแน่อย่างนั้นก็เป็นอย่างนั้นแล้วตัวเราเองอยู่ดีๆขว้างๆตัวคนเดียวแม้เราจะถูกแม้เราจะดีเราก็เออรู้ว่าความคิดของเราเป็นอย่างนี้ความเห็นของเราเป็นอย่างนี้ไม่ต้องไปขัดกับความเขินอะไรปล่อยไปทำด้วยไปมันผิดก็เลยรู้ว่าเออมันผิดก็ผิดด้วยกันเรารู้แล้วว่าความเห็นของเราถูกแล้วเคยถูกแล้วถ้ามันบังเอิญทำไปแล้วมันเป็นของถูกของเรานะเราก็ไม่เห็นเป็นไรมันก็เออเราคิดถูกนะโมคิดผิดไปได้มันก็เป็นความจริงๆก็จะเป็นความภาคภูมิของเราด้วยซ้ำแต่ว่าตอนนั้นแหละก็ยิ่งไปลงภาคภูมิตัวบนตัวถูกหมูไม่ถูกก็เดี๋ยว กลายเป็นที่ล้างแล้วก็ย่ามใจใหญ่ส่วนมากหลายหัวมันดีดีกว่าหัวเดียวความเป็นจริงถ้ายิ่งจิตใจซื่อบริสุทธิ์อะไรนี่นะหลายหัวมันดีกว่าแน่ๆตอนนั้นกูฉลาดย่อมรู้จักปล่อยจากความเมื่อถึงวาระที่เป็นไปแล้วโดยกฎหมู่โดยหมู่ด้วยกันนี่ก็เป็นหมู่เดียวกันที่ทำอะไรอยู่ช่วยเหลือโปรไฟล์กันเป็นญาติที่ทำด้วยกันไม่มีไอเดียร่วมกันมีความคิดร่วมกันมีความเห็นร่วมกันมีทฤษฎีมีสัมมาทิฐิมีที่ติดตั้งจานใหญ่มีวิธีการใหญ่เหมือนๆกันอยู่แล้วเพราะฉะนั้นการย่อยหรือว่าปีกย่อยอะไรจะเกิดมาตามหลังมันก็มันก็มีแกนใหญ่เป็นหลักอยู่แล้วมีความเห็นคิดถึงเดียวกันลัทธิเดียวกัน มันก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดอะไรไปมากเพราะงั้นมันควรจะมีแกนนี่แหละเป็นสิ่งโยงนำให้ไปสู่อันเดียวกันแล้วกูฉลาดไม่ทุกข์และอยู่กันอย่างสามัคคีเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยโดยกฎที่พระพุทธเจ้าท่านวางไว้ทฤษฎีพระพุทธเจ้านี่ขอให้พิสูจน์เถอะนะอาตมาเริ่มทำงานทำอะไรต่ออะไรมาจนมารู้ทีหลังพอเริ่มแรกจริงๆไม่ได้ไหวตัวผมไม่ได้ไว้ตัวพอแต่ว่าไม่ช้าหรอกตามประสาพระโพธิรักษ์และไม่ใช่พระพุทธเจ้าจะได้แวบเดียวไม่รู้ตัวแบบเดียวเราจะสอนคนได้หรือนี่คนมันควรจะใช้กันอย่างนี้เราจะไปสอนกันยังไงไหวถ้าจะทุกข์หรือเปล่าถ้าจะเหน็ดเหนื่อยหรือเปล่า ท่านบอกว่ามันเร็วชั่วขนาดเหยียดแขนกูเกลียดแขนเท่านั้นเองมีพรหมมานั่งเสด็จลงมาเลยมีพระพรหมมาอธิบายเป็นบุคคลอธิษฐานมีพรหมอาราธนาเลยบอกว่าไม่ได้นะพระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าอะไรสำนวนโพธิรักษ์ไม่รู้พระพุทธเจ้าอะไรจะมองไม่เห็นไม่มีปรีชาญาณได้ไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่สอนคนให้ฉิบหายหมดโลกผิดธรรมเนียมพระพุทธเจ้าก็ไหวตัวทันประเดี๋ยวเดียวเพราะพี่ธรรมเนียมจริงๆพุทธเป็นไปไม่ได้โดยเชื้อพระพุทธะอันสูงส่งเมื่อทำตนก็ตามเราจะทำตนให้หลุดพ้นแล้วไม่ได้หมายความว่าเห็นแก่ตัวหลุดพ้นแล้วก็ไม่ดูแลใครไม่ใช่นี่ไม่ใช่ธรรมเนียมมันพุทธเจ้าทำมันนิยม ทำเนียบมีมาจากคำว่าธรรมนิยมหมายความว่าธรรมะอันเที่ยงมิยามะแปลว่าเที่ยงแท้มิยามะนี่แปลว่านั่นแหละเรามาแปลในคำแบบไทยๆนิยมหมายความว่าเราชมชอบที่จริงน่ะเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นอย่างนั้นนิยมมันเที่ยงเพราะฉะนั้นต้องบอกว่าเป็นธรรมเป็นธรรมะอันเที่ยงก็ควรจะให้เที่ยงอย่างนั้นทำให้นิยมก็ควรจะนิยมตามธรรมนิยมอย่างที่เป็นธรรมเพราะฉะนั้นธรรมะใดที่เคยส่งไว้ที่จริงธรรมะแปลว่าเคยส่งไว้สิ่งใดที่เคยส่งไว้ดีแล้วธรรมะหรือสัตว์พระธรรมธรรมะได้ที่เคยส่งไว้ดีแล้วควรนิยมควรชมชอบควรควรจะเน้นไปเป็นอย่างนั้นแม้เรายังเป็นไม่ได้แม้เรายังเป็นไม่ เราก็ควรจะเป็นไปอย่างนั้นเป็นไปอย่างที่เคยเป็นมาแล้วอันนี้เป็นของเที่ยงอันนี้เป็นของยืนหยัดอันนี้เป็นของดีมาแต่ไหนแต่ไหนแต่ไหนแต่ไหนแต่ไหนเราจะต้องทำให้ตามันนี้จึงเรียกว่าธรรมเนียมหรือธรรมเนียมพอมาเป็นไทยๆก็มาเป็นไทยๆก็เป็นธรรมดาแต่ว่าเราควรตรงไว้ตามที่นี่แหละมันเป็นอย่างนี้มาจากไหนแล้วเที่ยงจริงๆพระพุทธเจ้าไม่ใช่พูดคำว่าไม่ใช่พูดสิ่งที่เสี่ยงไม่เอาคำว่าเที่ยงแต่ว่าควรจะเป็นในหลักการใหญ่อย่างนั้นอันนี้มันดีอย่างนี้ดียังไงตั้งแต่หลักแรกก็บอกว่าดีอย่างสงบดีอย่างสุขเย็นยังไม่ทะเลาะเบาะแว้งอย่างไม่มีโรงพักโทรศัพท์โวหารเมื่อไหร่มันก็ดีอย่างนี้มันเรียกว่ามันเที่ยงแท้เมื่อไหร่ๆก็ เอาจะส่งไว้ให้ได้อย่างนี้เหมือนกันขณะนี้บอกว่าอโศกเป็นอย่างนี้ทุกวันนี้อโศนี้อาตมาบอกแล้วว่าอาตมาทำงานมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ไม่เคยบอกมาหลายทีก็พูดหลายทีขณะนี้อาตมาพอใจแล้วเออจากที่แต่ก่อนนี้ตั้งแต่ยังไม่มีอาตมาเกิดหมู่คนพวกคุณก็เป็นมวลของหมู่คนคนไทยไม่ได้อยู่ในที่นี้อยู่นอกที่นี้เป็นฆราวาสที่รู้ทำไมประพฤติตนปฏิบัติตนขัดเกลาตนขึ้นไปบ้างแล้วอยู่ข้างนอกนู่นแล้วแต่ผู้ใดที่ศึกษาและปรับปรุงตนมาในแนวทิศทางของพระสงฆ์หรือของที่อาตมาพาเป็นพาไปเนี่ยและก็ทำมาแล้วได้คุณธรรมอันนั้นมาแล้วเนี่ยก็รวนแล้วจะเป็นผู้ที่ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] กูจะไปนั่งทำได้ยังไงเพราะดูแล้วมันดูเหมือนมอซอกว่าสังคมดูแล้วมันดูเหมือนด้อยกว่าสังคมดูแล้วมันดูเหมือนมันไม่น่าชื่นชมตามสังคมเลยคุณจะทนไม่ได้ถ้าคุณไม่มีความรู้อะไรอีกอันหนึ่งที่เหนือกว่านั้นถ้าคุณไม่มีความรู้อะไรที่อยู่ในจิตสำนึกของคนที่เหนือกว่านั้นคุณไม่ได้วิปลาสไม่ได้วิปลาสคุณไม่ได้เป็นเหมือนคนบ้าไม่ได้แคร์สังคมบ้าๆบอๆไปแล้วก็อะไรก็ไม่รู้ไม่เข้าเรื่องเข้าราวจะเป็นประโยชน์แก่คนอื่นไม่เป็นแต่นี่เราเป็นประโยชน์กับคนอื่นมีเหตุมีผลยกอ้างขึ้นพูดกับคนเขาก็ได้แม้บางคนพูดไม่ได้มันก็รู้อยู่ในใจของตัวเองอ่ะว่ามันดีกว่าดีกว่าด้วยเหตุผลส่วนตัวที่รู้รู้แต่ว่าอธิบายไม่ออกพูดไม่ถูกก็ได้ปกติรู้ดี อาจารย์ด้วยเหตุผลแล้วอธิบายออกบอกถูกขนาดบอกถูกแล้วคนเขาไม่เห็นด้วยก็มีเห็นด้วยก็เยอะแล้วเขาก็ทำไม่ได้ถ้าพูดกันดีๆถูกรู้กันกระจ่างแล้วเห็นด้วยทั้งนั้นน่ะดีแต่ทำไม่ได้ทำด้วยกันยังไงไหวนี่คุณสังเกตเวลาคุณไปอธิบายดีๆอะไรที่คุณกระจ่างแล้วก็ไปอธิบายเหตุผลทำไมเป็นอย่างนี้อะไรเนี่ยเขาก็รู้เขาก็เข้าใจคุณอธิบายได้เมื่อเวลาคุณมีเหตุผลเพียงพอก็อธิบายได้แล้วเขาก็จะเห็นด้วยแต่ละคนก็ร้องยี้ออกไปซะส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องจริงๆเป็นเรื่องธรรมดาแปลกๆอะไรมันไม่แปลกหรอกเพราะว่าคนทั้งโลกก็เป็นอย่างโลกบางคนมาทำแล้วมันก็โดนเป็นกระแสอย่างทำซึ่งอันนี้เรายิ่งเรียนเรายิ่งมีเรายิ่งเป็นเรายิ่งจะแน่ใจแล้วยิ่งศรัทธา แบบพอรู้ดีนิดนึงได้ดีนิดนึงจะพอทำได้ดีที่รู้ต่อไปยังทำไม่ได้ก็ชักเหนียมๆแย้งๆอยู่ในระหว่างสองฝั่งสองฟากเอจะมาอย่างนี้ดีขึ้นไปงั้นดีหรือไม่กล้าจนกว่าจะอ่านเห็นในผลจริงจิตมันเป็นปัญญามันเกิดความเข้าใจแน่แท้มันเห็นว่าเราทำอย่างนี้เราไม่ได้น่าเกลียดแต่ดูเหมือนดูเหมือนมอซอดูเหมือนนะมันเป็นสภาพที่ว่าดูเหมือนถ้ามองเผินๆแล้วดูเหมือนจะเอาเข้าจริงแล้วมันไม่ได้เหมาะสมคืออะไรมันไม่ได้น่าเกลียดน่าชังอะไรมันเป็นแนวโน้มมันเป็นหลักยึดมันเป็นแบบอย่างที่เราจะต้องกระทำให้แก่คนด้วยซ้ำและพวกเราก็มาทำกันได้หลายได้กันจนไม่น่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นถึงกษัตริย์แน่นอนมีอะไรรองรองพระบาทมีรองเท้ามีฉลองพระบาทอย่างขนาดรองเท้าทองต้องมีแน่ก็ขนาดไสยศาสตร์ซึ่งจะเป็นเศรษฐีซึ่งไม่ถึงขนาดเศรษฐีฝักมีนาอะไรด้วยแต่พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่าเป็นเศรษฐีแล้วมีศักดินาซึ่งมียศศักดิ์พระพุทธเจ้าและเรื่องอะไรก็จะไม่มีรองเท้าทองขนาดคนอื่นที่คนทำชาวบ้านธรรมดาที่เป็นเศรษฐีก็ยังสามารถมีรองเท้าทองใส่รองเท้าทองอย่างที่ใช้อ่านประวัติพระพุทธเจ้ามาตามที่หมายความว่าก็ยกอ้างในสิ่งที่มันมีมาแล้วมีรองเท้าทองใส่พระยาตากที่เดินรุ่นน้องรุ่นน้องออกมาจากบ้านไงลงจากบ้านมาก็ใส่รองเท้าไม่ได้ไปเที่ยวไปทะเลที่ไหนนะรองเท้าใส่ธรรมดา ก็เหมือนจะบอกว่าคนธรรมดาทุกวันนี้ก็ลงแต่ลากรองเท้าแตะไปที่ร้านรองเท้าไม่ใช่รองเท้าอย่างดีอะไรหรอกใช่ไหมขนาดไม่ยังดีแกยังเล่นรองเท้าทองเลยก็ลงจากบ้านมาแล้วก็จะเดินวุ่นวายไม่ได้ไปเที่ยวไปแต่ไม่ได้ไปเป็นงานเป็นการอะไรเดินออกมายังใส่รองเท้าทองมาเลยรุ่นน้องรุ่นน้องบ่นงึมงำๆมาพระพุทธเจ้าได้ยินวันนี้ทุกทีก็ต้องแก่กันสักหน่อยลองวิชาหน่อยเดี๋ยวเอามานี่สิไม่วุ่นพยายามจะพอรู้ว่าอนาคตนักบวชก็รู้ว่าเข้าใจก็ไม่รู้ว่าใครมีแค่ไหนแต่ว่ามันทุกข์ก็เอาแล้วนักบวชรองเท้าทองตามมารยาทหรือตามธรรมเนียมทำมันนิยมเพราะว่าการกระทำนี้เป็นมารยาทอันนี้ ข่าวการถอดรองเท้าเนี่ยสูงกว่าการใส่รองเท้าเพราะฉะนั้นเข้าไปหาคนสูงจะต้องถอดรองเท้าที่เป็นธรรมเนียมเป็นธรรมเนียมเป็นของถือว่าดีแล้วก็ถอดรองเท้าทองทิ้งเอาไว้ตรงนั้นแล้วก็เดินเข้าไปคารวะเข้าไปหาพระพุทธเจ้าประเทศเราจะเป็นพระอรหันต์นี่ก็แค่แง่ที่ว่าถอดรองเท้าหรือไม่ใส่รองเท้าถ้าไม่ใช้รองเท้าอย่างนี้เป็นทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมเนียมเป็นธรรมเนียมเดี๋ยวนี้พวกคุณมาไม่ใส่รองเท้าได้ขนาดนี้โอ้โหเป็นเรื่องที่อาตมาบางคนก็คงจะถูกเลขหรือว่าหัวเราะเยาะอะไรอยู่ในใจคนพวกนี้นี่มันจะมองไปยังไงไม่ใส่รองเท้าแม้แต่นี่เราสองคนก็ไปประชุม ทีมงานของเขาเป็นงานประชุมจะนะนี่ทำงานระดับประเทศนี่เพิ่งไปสัมมนามาไม่กี่วันเนี่ยที่รามาเนี่ยอาจารย์ต่างๆจากโรงเรียนทั่วประเทศมีวิธีการสัมมนา 2 วันมีวิทยากรทั้ง 32 คนไม่รู้ก็อัดเข้าไปได้ยังไงธรรมดา 2 วันมีวิทยากร 32 คนประชุมเขาก็แต่งเนื้อแต่งตัวอย่างสมัยเขาก็ว่าสมัยนิยมสมัยนิยมสมัยก่อนนิยมนี่แหละแต่ว่าเที่ยงนี่แหละเขาก็เอาเที่ยงตามสมัยมันไม่ใช่ทำไม่นิยมเขาก็เอาตามสมัยนิยมเขาก็ไปงั้นพวกเรากลับไปย้อนสมัยเขา เข้าไปประชุม 3 คนก็ไปแต่งตัวไม่มีรองเท้าก็เดินไปชมไปร่วมประชุมอยู่กับเขานี่เราไปให้เขาสังเกตให้เขาได้รับอะไรสิ่งหนึ่งสังเกตเขาก็อาจจะรู้อะไรบ้างอย่างพวกคุณเอาหนังสือเอาหนังสือไปแจกหนังสือที่ออกไปจากมือพวกคุณพวกนั้นเขาไม่ต่างคนต่างไปรับแม้แต่ร้านได้ยินข่าวว่านะเนี่ยเรามาเล่าสู่ฟังไปแล้วร้านเขาไปออกที่นั่นก็เป็นร้านออกขายมีไอ้โน่นไม่มีประโยชน์เราขายดีกว่าก็ขายอย่างนี้มันจะไปยากอะไรของพวกเราก็ไม่ได้คิดอะไรเราก็รู้ว่าอันนี้ก็จะต้องร่วมสมัยกับเขาสักหน่อยนึงเรา หนังสือร่วมสมัยกับเขาเพื่อที่จะให้เขาได้หยิบไปแต่ถ้าสิ่งที่เราจะให้เขามาร่วมร่วมกับเราไม่ใช่ร่วมสมัยแต่ร่วมทำเขาสมัยนิยมเราจะทำธรรมเนียมเขาจะทำธรรมเนียมทำสมัยสมัยเนียมเราจะเอาธรรมเนียมเขาเอาสมัยสมัยย่าเนียมสมัยนิยมเราจะเอาธรรมเนียมที่ทำมาเนียนเพราะเราจะดึงเข้ามาหาธรรมเนียมเข้ามาหาธรรมเนียมไปนิยมตามสมัยจนเกินการแล้วมันก็แต่ก็เราไม่ได้หมายความว่าเราแอนตี้สมัยจนเกินไปและแอนตี้สมัยจนเกินไปแต่สมัยมันมีอะไรต่ออะไรเกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีสมัยนี้มีแล้วมันมีจริงๆมันเป็นทั้งวัสดุเป็นทั้งสังขารธรรมที่ปรุงแต่งขึ้นมา เราจะไปคัดค้านเราจะไปแอนตี้จนเกินควรก็ไม่ได้เราก็รู้ถึงความจริงตามความเป็นจริงว่าเออนี่มันพอใช้ได้แต่เราไม่พยายามวิ่งจู๊ดๆๆตามที่มันนำหน้าจนเฟ้อกลายเป็นคนอวดก็อวดเด่นอวดทำหน้าอวดเห่ออะไรเงี้ยแล้วไม่เอาเรารู้อันไหนพอใช้ได้แล้วเรามีโปรแกรมสานมาใช้เช่นว่าเขามีวิทยุเข้าเห่อมีโทรทัศน์เราไม่เห่อแต่เรารู้ว่าวิทยุจะใช้ได้อะไรเป็นแก่นสารโทรทัศน์จะใช้ได้อะไรเป็นแก่นสารสมควรแล้วหรือยังเราคำนวณผิดมนุษย์ด้วยมนุษย์ก็ถือว่าด้วยความรู้เขารู้ว่าถ้าเอาโทรทัศน์มาใช้นี่พระเอาโทรทัศน์มาใช้นี่ก็ถือว่าโทรทัศน์นี่รายการเดี๋ยวนี้ร้านขายจริงๆมันเป็นโรงบ่อนทำลายชีวิตมนุษย์มากที่สุดเพราะว่าสื่อสารทั้ง แสงทั้งสีทั้งเสียงทั้งอะไรต่ออะไรได้ครบพร้อมแล้วมันก็มอมเมาได้อย่างร้ายกาจมากทุกคนรู้ว่าโทรทัศน์เป็นสื่อสารมวลชนเป็นสื่อสารชนิดที่มีฤทธิ์มากและถ้าเราไม่รู้เท่าทันสิ่งที่เอามาใช้มากๆแรงๆนี้เสียหายมีคนเขารู้เป็นธรรมดาไอ้สามัญสำนึกเขารู้แล้วก็บอกว่าพระจะไม่มีโทรทัศน์มาไว้บ้างก่อนเขาไม่ไว้ใจเขาก็รู้ว่ามันก็เหมือนอย่างเราๆที่มันไม่รู้จริงๆเขารู้นะว่ามันไม่ค่อยดีแต่เขาก็รู้ว่าเขาก็ชอบคิดดูตอนนี้เป็นจิตรู้อย่างอิจฉาอยู่เขาก็เอาเขาก็มีทั้งๆที่เขารู้ว่าคนดีๆถ้าถือว่าคนดีคนดีก็ไม่ดูโทรทัศน์ที่บ้านฉันมี 2 เครื่องมี 3 เครื่อง นี่แหละวันนี้ว่าสัญญานะสัญญาจะไม่รู้ก็ไม่ใช่จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่ไม่บอกไม่ว่าสัญญาหน้าสัญญามันยังไม่ถึงขั้นวิชามันยังไม่ถึงขั้นสัญญามันรู้เหมือนกันว่าไม่ดีถ้าจะเอาไปพระน่ะเป็นคนดีไม่ควรจะต้องโทรทัศน์ไม่ควรดูโทรทัศน์ที่มีโทรทัศน์ถือว่าพระฉันไม่ดีถ้าพิจารณาแล้วถ้าบอกว่าพระนี่เป็นคนต่ำเป็นคนสูงเป็นคนสูงคนสูงไม่ควรมีโทรทัศน์ควรจะเก่งกว่านั้นไม่ต้องพึ่งโทรทัศน์หรือไม่ควรมีโทรทัศน์ก็โทรทัศน์เป็นผีร้ายไม่ควรมีผีอยู่ที่ตัวและตัวตัวเองอ่ะมีโทรทัศน์ถือว่าดีหรือไม่ดีไม่ดีแต่บอกให้เอาออกยังไม่ออกชอบนี่แหละมันจะว่าไม่รู้มันก็ยังไม่รู้คือมันรู้ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] จิตวิญญาณต้องอยู่เรามีจิตวิญญาณเหนือจึงเรียกว่าโลกุตตรจิตจิตที่เหนือและเราก็สามารถที่จะควบคุมใช้มันให้เป็นประโยชน์นี่เราใช้มันอยู่นี่เป็นเป็นสื่อสารนำเอาไปสู่โลกค้านแย้งอยู่เราอยู่สู้อย่างการแย่งเขาป้อนแต่สิ่งที่เป็นเชื้อโรคเขาปรุงแต่สิ่งที่เป็นเชื้อโรคในโลกมันก็เอาไปปรุงปรุงออกมาทางวิทยุปรุงออกมาทางโทรทัศน์ปรุงออกมาทางหนังสือก็ปรุงออกมาแต่สิ่งที่ยังเป็นเชื้อโรคเขายังไม่รู้ว่าแก่นสารที่ควรจะปรุงออกไปให้แก่มนุษย์ได้ใช้ได้จริงได้ทำอะไรมันเป็นอย่างไรเขายังไม่รู้เขาจะว่าไม่รู้ก็ไม่เชิงบางทีเขาก็รู้แต่บอกว่ามันเป็นเนยและสัญญาณบอกได้ก็บอกแล้วมันเป็นแนวรับสัญญาณอาจจะว่าไม่รู้ก็ จะมารู้ก็ไม่ใช่ทานแย่งตัวเองสับปรับแต่ว่ารู้ทำไมไม่ทำอย่างดีทำไมไม่ทำอย่างไม่ดีแต่บางคนเขาก็ทำอย่างดีเหมือนกันบางคนเขาก็ใช้เป็นสื่อสารแต่ทางวิทยุหรือทางหนังสือพิมพ์ออกมาเขาก็เขียนก็พิมพ์ให้อ่านแต่เขาไม่เคยเขียนเรื่องเล็กๆอะไรหรอกเรื่องดีออกรายการออกวิทยุออกโทรทัศน์อะไรก็ออกเป็นสาระเขาไม่อ่ะเขาไม่ได้เจตนาจะทำสิ่งใดหรอกเขาทำดีอยู่แต่ชีวิตของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดเขาคิดเขาเขียนคือเขาเสียออกมาชีวิตปกติของเขาอ่อนกว่าของสิ่งที่แสดงออกอยู่ก็ยังมีดีบ้างแต่ถ้าจะให้ดีจริงๆแล้วสิ่งที่คุณแสดงออกนั่นน่ะเพื่อให้คนอื่นเขารู้น่ะดีคุณก็ควรเป็นคนดีที่ ร้อยกันที่สอดคล้องกันไม่ค้านแย้งกันสิคุณพูดคุณเขียนอย่างไรคุณก็ควรเป็นอย่างนั้นให้ได้มันจะมีประสิทธิภาพมากและเป็นของจริงในการแย่งเมื่อใดก็ไม่ทานแยมสู้ไม่ได้อ่านอย่างนั้นเรียกว่าบริบูรณ์รอบทวนเต็มบูรณะแปลว่าเต็มปริมก็แปลว่ารอบทั้งรอบทั้งเต็มบริบูรณ์หรือบริบูรณ์ทั้งรอบทั้งเต็มทำให้รอบทำให้เต็มอย่างนั้นข้างนอกทั้งในแสดงออกเมื่อไรก็เป็นอย่างนั้นพูดอย่างไรก็เป็นเหมือนนั้นคิดอย่างไรก็เป็นได้คิดให้ดีคิดให้ดีคนเราคิดได้ง่ายคิดดีๆแล้วก็เป็นให้ได้อย่างนั้นอย่างนี้ก็เรียกว่าบริบูรณ์ทำได้จริงก็เป็นบริบูรณ์เพราะฉะนั้นที่เขาใช้อยู่ทุกวันนี้เราก็ใช้ด้วย สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีสมัยนี้มีเราก็ใช้เมื่อใช้แล้วมันก็มีผลต่อสังคมโทรทัศน์มีผลแรงขณะนี้เรายังไม่เอามาเพราะว่าเขาสู่เพราะพระมีโทรทัศน์อะไรก็มาลงผีลงร้ายนายเจ้าหนี้เป็นพาหาฉันร้ายแล้วก็มากมายมีฤทธิ์แรงเขาไม่เชื่อเราเขายังไม่ไว้ใจเราขณะนี้เราเอาเทปมาใช้เราเอาวิทยุมาใช้เขาดูแลเขาพอไว้ใจว่าสิ่งอย่างนี้คนรู้มันมากนานแล้วมันก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ก็หายเหิมเขาเขาไม่เห็นเขาไม่หื่นเท่าไหร่ก็หายห่วงแล้วเราก็เอาไอ้สิ่งที่ยังมีอย่าง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน