221108 ฝึกสติ-พ่อท่าน-ปราการอโศก-ฝ005.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านได้อบรมทำวัตรเช้าณพุทธสถานปราการอโศกมาทำวัตรกันถ้าคนจะรีบพูดกันสำหรับผู้ที่มีสติมีสัมปชัญญะเราจะพูดกันโดยการเข้าใจรู้อาการเข้าใจหรือในขณะใด ที่เรียกว่าเรามีสติถ้าเรามีสติเฉยๆโดยที่เราไม่มีธรรมมาวิจัยไม่มีการรู้ว่าในขณะนั้นกำลังทำกำลังพูดกำลังมีอะไรเกิดขึ้นอยู่และเราก็ไม่มีคำว่าวิจัยออกว่าไอ้ที่ตัวเกิดตัวนั้นน่ะมันสมควรหรือไม่สมควรดีหรือไม่ดีเราไม่มีธรรมเอาวิจัยไอ้ที่เกิดมันจะเกิดอย่างนั้นมันจะเลวจะได้อย่างไรก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ตัวรู้แต่ว่าตัวก็มีสติอยู่เหมือนกันรู้เหมือนกันน่ะที่เกิดคืออะไรแต่เราก็เผลอไปเราก็เริ่มหลงไปกับสิ่งนั้นทั้งๆที่คนอื่นคนใดที่เขามี และเขาก็มีธรรมะวิจัยหรือแท้ที่สุดอีกมีปัญญาเห็นอยู่ทนโท่ว่ามันไม่ดีแต่เราเองเราก็ไม่เข้าใจไม่รู้นั่นเรียกว่าเรามีสติแต่เพียงปากพูดไม่ใช่มีสติที่มีสัมปชัญญะปัญญาอะไรมันเป็นสติของคนหลงสติของคนเมาที่ท่านเรียกว่าคนเมาหรือโมหะเนี่ยคนหลงคนเมาคนไม่รู้ความจริงเอาเสียบ้างเลยคือคนถูกอำนาจกิเลสครอบงำด้วยความปรารถนาเห็นใจใจมัน บางทีอย่างสมมุติว่าโกรธจัดๆอย่างนี้รู้อยู่ว่าโกรธจะจัดตีเขาฆ่าเขากำลังทำรุนแรงอยู่แท้ๆตัวเองก็เห็นก็รู้ว่ามีสติตัวที่เราว่าตัวมีสติจะตีให้ถนัดถนัดเชียวจะทำให้ได้สมใจตัวอยู่เชียวว่าจะต้องทำให้ได้ขนาดนั้นขนาดนี้ทีเดียวจะทำให้แรงถึงขนาดนี้มีสติทำมีเจตนาอยู่จะไปบอกว่าตัวไม่มีจะเจตนาไม่มีสติอย่างนั้นไม่ได้เขาเรียกเหมือนกันว่ามีสติมีเจตนาแต่ว่าตัวเองก็ไม่รู้ได้ในกรรมกิริยาที่ตัวเองทำนั้นคนอื่นก็เห็นแล้วว่านี่มันไม่ดี นี่มันเลวแล้วมันไม่ได้เข้าเรื่องแล้วแต่ตัวเองก็ไม่รู้ดังนี้เป็นต้นถ้างั้นเรียกว่าเป็นผู้ที่ถูกกิเลสเข้าครอบงำแรงจนตัวเองทำในสิ่งที่ไม่สมควรกระทำอาทิตย์นี้ถ้า
อ่านต่อ
ผู้ใดมีปัญญามีธรรมะวิจัยมีธาตุรู้ที่สามารถรู้กรรมกิริยาใดๆที่ตัวเองจะกระทำขึ้นไม่ว่าทั้งกายทั้งวจีทั้งหมดเห็นว่ากรรมกิริยาเหล่านั้นมันดีหรือไม่ดีก็จะเป็นผู้ที่มีความจริงว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีปัญญาสูง รวมมีความจริงในตนที่สูงรู้ละเอียดลออว่าคิดอย่างนี้ทำอย่างนี้พูดอย่างนี้อันไหนที่มันอยากหรือว่ามันละเอียดมันสูงมันต่ำสมควรไม่สมควรก็จะรู้โดยความจริงของแต่ละคนที่มีปัญญารู้ละเอียดและเห็นสมเหมาะสมควรมันซับซ้อนเข้าไปเป็นระดับๆการขอก็ขอให้พวกเราได้ให้มีมีสติบางคนหรือว่าไม่ใช่แต่บางคนทำมากมีส่วนมากที่เข้าใจง่ายๆพวกการที่จะเป็นนักพรต บำเพ็ญหรือว่านักที่จะทำตนให้สูงส่งนี่จะดิ่งไปในจุดเอาแต่สงบท่าเดียวจะหยุดประพฤติอันนี้มันเป็นความหลงในฐานะที่ชั้นสูงสูงขึ้นมาหน่อยจริงโดยขั้นต้นพื้นฐานพูดกันง่ายๆคือคนเราเนี่ยเกิดมาแล้วมันมีแต่ทำอะไรเกินเลยทำอะไรมันทำด้วยอำนาจกิเลสเพราะว่าคนมันมีกิเลสเป็นส่วนใหญ่เป็นพื้นฐานพอทำอะไรก็ส่วนมากก็จะทำประกอบไปด้วยจิตที่มีกิเลสเพราะฉะนั้นท่านจึงห้ามประตูแรกก่อนว่าไม่ทำซะเลยมันดีกว่าเพราะว่าคนส่วนใหญ่ ทำอะไรมันมีอำนาจกิเลสเขาก็ผสมเสมอมีส่วนของกิเลสผสมเสมอเพราะถ้าเขาไม่ทำแล้วเขาจะไม่ขาดทุนคือไม่ได้แสดงกิเลสออกหรือไม่ได้ให้อาหารแก่กิเลสมันลงไปเพราะหยุดซะเลยก่อนอื่นก็เป็นจุดแรกง่ายๆอ่านหนังสือสอนในจุดง่ายว่าหยุดสงบสงบที่เป็นหมาเอาไว้หยุดหยุดทำซะก่อนทีนี้เมื่อหยุดทำแล้วท่านไม่ได้หมายความว่าให้หยุดเลยตลอดโลกแตกไปกลายเป็นไม่ทำอะไรเลยคนไม่ทำอะไรเลยหรือคนไม่มีบทบาทคนไม่มีกิริยาที่จะสร้างสรรค์ที่จะกรอบๆที่จะมีสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวายามะหรือเรียกว่าไม่พยายามที่จะให้มีระบบปรุงขึ้นก่อขึ้นแต่งขึ้นสร้างขึ้นไม่ใช่อย่างนั้นพระพุทธเจ้าท่านยืนยันนักหนาว่าศาสนาของพระองค์มีสมาธิมากเป็นตัวสำคัญแต่องค์สำคัญศาสนาอื่นเขาก็เว้าของเขานิพพานอย่างนั้นอย่างนั้นแต่ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีนิพพานประกอบด้วยองค์มรรคหรือประกอบเกิดมาคงแปลกทางของพระพุทธเจ้ามีการประกอบด้วยมรรคองค์ 8 ก่อนอื่นต้องมีสมาธิก่อนว่าไม่เหมือนของคนอื่นคือเห็นสมาธิเห็นในแจ้งเข้าใจ เหมือนคนอื่นด้วยแต่ไม่เหมือนคนอื่นเหมือนคนอื่นอยู่ในส่วนที่พูดว่าสงบมีสงบจริงมีความหยุดหยุดจริงแต่ไม่ใช่หยุดเห็นตรงไม่ใช่หยุดๆอย่างนั้นไม่ใช่หยุดไร้ปัญญาอย่างนั้นไม่ใช่ไม่ใช่หยุดแค้นตรงหยุดใช้ปัญญาแต่เป็นการหยุดที่มีข้อแม้อยู่ที่มีปัญญาอยู่ที่กล่าวได้ลึกซึ้งกล่าวได้หรือว่ากระทำแล้วเห็นจริงว่าเหนือกว่าเหนือกว่าเพราะว่าท่านหยุดแต่ส่วนที่ควรหยุดเป็นส่วนชั่วเป็นส่วนไม่ดีเป็น บาปเป็นส่วนทุจริตอย่างนี้ท่านหยุดให้สนิททีเดียวให้ละเอียดละออให้รู้ละเอียดด้วยว่าทุจริตอย่างอยากล้างละเอียดหรือว่าบาปอย่างหยาบความละเอียดไม่ดีอย่างพลางละเอียดให้รู้ให้สนิทให้ละเอียดลออด้วยหยุดจริงๆท่านมีอยู่แต่สิ่งที่เป็นกุศลนั้นยังไม่ถึงพร้อมประกอบพร้อมกระทำอย่างขนขวายด้วยขนขวายนี่เป็นบุญกิริยาวัตถุกระทำอย่างนอบน้อมกระทำจากคนขายกระทำอย่างมีความพยายามจะทำอย่างมีความเพียรมีทิศมีอุฏฐานสัมปทาถึง ด้วยความเพียรถึงพร้อมด้วยความรักการรักษาบูรณะอยู่ให้อันนั้นอันนี้เป็นได้ไม่ใช่หยุดเฉยๆหยุดพาซื่อหยุดไม่ทำงานทำการหยุดไม่พูดเอาเลยอ่าหยุดไม่คิดอะไรเอาเลยไม่ใช่นะไม่ใช่อย่างนั้นจงสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวายามะหรือโดยเฉพาะสัมมาทั้ง 4 คือสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะนั้นยืนยันว่าศาสนาของพระพุทธเจ้าไม่ได้หยุดเห็นตรงและขัดแย้งการหยุดแบบชนิดนั่งหลับตาอมตะ การแจ้งเพราะว่าหลับตาอมตะตุ๋ยนั้นเป็นลักษณะของฤาษีก่อนพระพุทธเจ้าเกิดมีมาเต็มปากเต็มเขาเยอะแยะมากมายมีมาก่อนก่อนศาสนาพุทธเกิดลักษณะอมตะนั่งหลับตาอมเตยนั่งหลับตาบำเพ็ญพระพุทธเจ้าสอนสาวกมีหลักฐานไว้ในประวัติศาสตร์หรือในชาดกหรือในตำราหลักฐานนี้มากมายพระพุทธเจ้าท่านพาคนไปอรหันต์นั้นไม่ได้มานั่งหลับตาอะไรสอนนั่งสอนนั่งหมอกชี้แจงให้เห็นความจริงอย่างแท้จริงและผู้นั้นเข้าใจจริงและมีอำนาจจิตเพียงพออ๋ออย่างนี้เหรอหยุดทุจริตอย่างนี้เข้าใจเลิกเลยแล้วท่านก็สบายใจเลยเป็นพระอรหันต์ บางทีไม่ต้องไปนั่งหลับตาสักนิดเดียวไม่แม่สอนเพราะปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการทดลองเรียนกลุ่มแรกก็ไม่ได้มีหมอกเลยว่าท่านได้พานั่งหลับตาตรงไหนสักคำเดียวไม่มีเลยอ่านด้วยดีในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรไม่มีเลยสักคำเดียวความเป็นนั่งหลับตาไม่มีมีแต่ชี้แนะถึงความเป็นจริงอธิบายอบรมยังไม่ถึงชีวิตตอนแรกก็ได้รู้แจ้งเท่านี้ที่ตอนต่อไปชี้ลึกลงไปจนถึงอนันต์ลักษณะของอนัตตาอนันตนามาคำว่าลักษณะของอนัตตา หน้าตาที่ชัดแจ้งให้เข้าใจถึงอนัตตาที่ชัดแจ้งผู้ใดมีแล้วเป็นแล้วรู้แล้วก็อย่างนี้ล่ะเหรออย่างนี้หรอกหรือเท่านี้เองหรือมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยสำหรับผู้ที่เข้าใจด้วยปัญหาที่ชัดแจ้งโดยเฉพาะของหยาบๆใหญ่ๆที่บอกว่าทุจริตที่บอกว่าชั่วที่บอกว่าบาปผู้ที่มีจิตใจเป็นเทวะอยู่ในตัวอยู่แล้วหรือแบบว่าเป็นมนุษย์ที่แท้อยู่แล้วไม่ใช่สัตว์นรกจนเกินไปไม่ใช่ผู้ที่จิตชั่วจิตอยากกินตำจนเกินการมันทำได้อย่างน้อยทำได้ทางกายทางนอกเรียกว่ากามมาพบทำได้ทันทียังเหลือเศษที่อยู่ในจิตบ้าง ก็ระมัดระวังเรียกว่าโอปปาติกะเสียอยู่ในจิตคือจิตวิญญาณของเรายังมีรูปราคะอรูปราคะยังมีเชื้อที่มันเกิดหลอกเกิดร้อนเกิดเป็นการเหลือเชื้อเยื่อใยมีอารยธรรมอยู่ในจิตใจอยู่บ้างเราก็พยายามรู้และก็ลดอดเพราะว่ามันเคยผ่านเคยพบเคยผมเคยแต่งเคยหลงไหลมาเคยทำเคยชินมานานเพราะฉะนั้นมันก็ยังเหลือเชื้ออยู่ได้บ้างสำหรับบางองค์ผู้ที่จิตรู้แจ้งจนสามารถระงับข้างนอกอย่างมั่นใจด้วยปัญญาเห็นเจ้าไม่ละเมิดไม่ทำให้อย่างนี้ข้างนอกนี่คุ้มครองได้ผู้คนอย่างนี้เรียกว่าคนเก่ามาพบ กามราคะไม่ปฏิฆะรู้ใครจะยั่วจะว่าใครจะอะไรถึงแม้ว่าเราหยุดแล้วเขาจะยังไงยังไงกระทบสัมผัสยังไงก็ไม่อึดอัดขัดเคืองและก่อใหม่เดือดร้อนในข้างนอกทำได้ผู้อย่างนี้เรียกว่าผู้อันนาคามิภูนาคามีหรือผู้มีจิตที่ไม่เป็นอย่างชาวโลกแล้วใครก็เห็นได้ปิดตาด้วยหูด้วยทวารทั้ง 5 ข้างนอกใครก็สัมผัสรับรู้ได้ว่าข้างนอกนี้ครับพรุ่งนี้ไม่เป็นข้างนอกนี่ท่านผู้นี้ไม่ละเมิดแล้วตัดขาดได้ยืนยันได้ท่านไม่ทำและเราต้องทำได้ทั้งต่อหน้าและลับหลังด้วยไม่ใช่ไปสู่ซ่อนธรรมลับหลังเขา ไม่มีกายกรรมข้างนอกมีแต่เหลือจิตที่มันพูดเกิดที่มันเป็นอารมณ์พรุ่งที่มันยังมีสภาพโลกร้อนอยู่ในตัวอยู่ในจิตของตนเองรู้เฉพาะตนเท่านั้นลักษณะอย่างนี้ฟังดูดีๆอย่างนี้เรียกว่าอันนาข้ามีมีอยู่เศษน้อยเศษอ่อนมันจึงระงับได้ถูกราคาถูกราคานั้นบางทีเป็นลูกอยู่ในตัวรสชาติเดียวเรารู้ว่ารู้รู้ชัดของเราคนเดียวแต่มันก็ไม่แรงพอที่จะทำให้เราเดือดร้อนที่จะต้องออกมาทำกายกรรมข้างนอกมันจะจูงจะดึงจะผลักดันให้เรามาทำทั้งทางทวาร 5 ข้างนอกนั้นไม่ได้โดนแน่ เรามั่นใจเด็ดเดี่ยวเราอยู่เหนือมีอำนาจครอบงำได้ดังนี้เรียกว่าอนาคามีแท้ตลอดตลอดไปไม่เวียนกลับมาเกิดมั่นใจไม่เวียนกลับมาเป็นมามีในทางทวาร 5 ข้างนอกจริงๆฟังให้ดีแล้วก็คุณจะรู้มั่นของคุณเองถ้าเราเผลอออกมา 1 ครั้งเราก็เป็นอนาคามีเก๊ะมันเผลอออกมา 1 ครั้งเพราะแกคนหนึ่งครั้งหรือบกพร่อง 1 ครั้งออกมา 2 ก็เป็นด่างพร้อย 2 ออกมา 3 ก็เป็นดาบซอย 3 ถ้าแน่ใจแล้วก็ตลอดนิรันดรไม่ทำเลยไม่ออกมาไม่ด่างพร้อยออกมาเลยไว้ร่วมออกมาในการทวารทั้ง 5 ข้างนอกเลยจริงๆ เราก็เป็นอนาคามีนิรันดรเป็นอนาคามีที่เขียนแทนเพราะเราเองเราก็ต้องตรวจตัวเองมีสติมีธรรมวิจัยดูในแง่ในเชิงในกิเลสอย่างไรกิเลสอยากกิเลสฉันกลับมันมีกิเลสแบ่งก็แค่ของโลกเขาแบ่งหมวดว่ามันหมดอบายมุขเป็นหมวดอับอายหรือว่าเป็นหมวดหยาบช้าเป็นหมวดของลาภยศสรรเสริญอย่างหยาบๆใหญ่ๆไปหมดของกามารมณ์ยังอยากๆใหญ่ๆอะไรต่างๆเช่นที่จริงรู้ให้ชัดและเราก็ทำได้จริงๆพิสูจน์จริงๆเมื่อทวาร 5 ข้างนอกเรา เรื่องลาภยศสรรเสริญลาภยศก่อนขั้นตอนของสรรเสริญก็ยังสงวนไว้หน่อยบ้างก็ได้ลาภยศมีชัดๆก็เห็นจริงไม่มีอะไรเราไม่ได้เดือดร้อนไม่มีท่าทีเลยแม้แต่ข้างนอกสำรวมสงวนได้นิดเดียวหรือแม้ไม่ต้องรวมสังวรก็ไม่แล้วไม่ไปยื้อยื้ออย่างอย่างไม่เป็นอย่างหลาบกับใครอยากๆใหญ่ๆเรื่องการก็มีหลายชั้นอีกแม้แต่การที่เราจะไปอย่างหยาบที่เรียกว่าเมถุนเรียกว่ากรรมหยาบที่สุดเราก็เป็นได้ไม่มีไม่มีการละเมิดได้ในทวารทั้ง 5 ไม่มีกรรมในทวารทั้ง 5 และมีทุนไม่มีแล้วก็แม้จะหยาบรองลงไป อยากลองลงไปอีกแม้เราไม่ทำกับสิ่งที่หยาบคายเป็นเมถุนอยากก็เมถุนที่ละเอียดลงไปถึงขนาดจะดับตามระดับเมถุน 7 ที่พระพุทธเจ้าท่านว่าไม่ถึง 7 ไอ้ก้านยาวเกินไปหมายความหมายถึงสมสู่กันจริงๆถ้าอย่างนั้นหยาบมากที่สุดจนกระทั่งไม่ถึงขนาดนั้นก็ยังไม่ได้มีเมถุนขนาดที่จะต้องการการนวดฟันนวดเส้นอย่างนี้เป็นต้นยังไม่ถึง 7 เราก็ไม่มีไม่มีต้องการให้ใครมาแตะต้องนวดเส้นอะไรผ่านได้ในข้อที่ 1 ข้อที่ 2 แม่ไม่มีนวดนวดเสร็จแล้วยังไม่ไปจะได้ยังชอบที่จะพูดอะไรได้ ได้มีผู้วิจารณ์มีอะไรกันอยู่ก็ไม่มีนอกจากไม่พูดจาแล้วก็ไม่พยายามแม้แต่จะสบตาได้สบตาก็ไม่มีแม้แต่จะแอบได้ฟังได้ยินซุ่มได้ยินเสียงเฉยๆแต่ที่นี้ที่ไหนก็แล้วแต่รอดกำแพงรอดฟ้าแม้ได้ยินเสียงเธอร้องไห้ก็ยังชื่นใจก็ไม่มีไม่ละเอียดลงไปเรื่อยๆเป็นระดับๆอย่างนี้เป็นต้นหรือแม้แต่ขั้นตอนของแม่ทุน 7 นี่มันสูงละเอียดไปจนกระทั่งถึงขั้นที่ 6 ที่ 7 แม้ กระทะเราเอาอารมณ์ของอดีตมนุษย์คิดแล้วก็เป็นสุขเองก็ไม่มีเนี่ยเป็นข้อที่ 6 หรือแม้ที่สุดเพราะเป็นข้อที่ 5 หรือไม่ที่สุดข้อที่ 6 เห็นสัมผัสคนอื่นเขาคนร่ำรวยหรือว่าคนเขามีเขามั่งมีหรือว่าเขาสามารถมีแล้วเขาก็สามารถที่จะเป็นสุขอยู่กับการต่างๆเราได้พบได้เห็นเราก็ไปยังมีใจว่าความยินดีกับเขาอยู่อย่างนั้นเราก็ไม่มีมองเห็นชัดเจนว่าแม้เขาจะหลงกามกามอย่างอยากจะกล่าวได้อย่างละเอียดอย่างไรเราก็ไม่ยินดีกับเขาได้เลยจิตไม่ฟูจิตไม่ยินดีตามเขาเลยมีอย่างท่านละเอียดนะระดับที่ 6 ที่ท่านใช้จำนวนรอบ เห็นกะบ่ดีหรือลูกคหบดีบุตรคหบดีเขาพอใจในเบญจกามคุณเราก็ยังยินดีกับเขาอยู่ไม่มีใจยินดีกับเขาใครเขาจะไปเจริญชื่นชมยินดีในเบญจมกามคุณอย่างไรเราพบสัมผัสในข้อที่ 6 นี่เราคงต้องผ่อนเราก็ไม่ได้ไปเออออยินดีเขาเลยมีสติสัมปชัญญะเพียงพอไม่เผลอไผจิตใจมั่นคงเห็นเขาเราไม่ใช่ว่ายังเป็นเผลอชมเชยครับโอ้ยไอ้นี่สวยดีจริงไอ้นี่น่าชื่นชมจริงอันนี้อร่อยจริงเราไม่ก็เขาหรอกแต่อันนี้เป็นสุขจริงกับเขาอย่างนั้นอย่างนี้เขาจะชื่นชมเขาจะรื่นเริงระบำคุณอยู่อย่างไรพระองค์นั้นก็ไม่ได้ก็ยินดีกับเขาเลยมีข้อที่ 6 เป็นได้ แม่ที่สุดขอบ 17 ไม่ใช่ว่าเราจะเกิดมาเพื่ออะไรจะปรุงแต่งหรือจะทำงานอะไรก็เพื่อที่จะเสพติดเรียกว่าเป็นเทพองค์ใดองค์หนึ่งโดยเฉพาะกามาวจรประเทศหรือการประเทศไม่มีแม้เท่าธุลีละอองเหมือนดั่งสะเก็ดศรดอกไม้หญิงสอนเสียบปักอกตนนั่นแหละไม่ต้องไปต่างประเทศปักอกตนอะไรไม่ปรากฏอื่นหรอกยิ่งไปปักหมุดก็อธิบายออกไปนอกต้นเราไม่มีแม้แต่กามเทพที่จะหยิบเสพหญิงซ้อนปรับทรวงตนเองเราก็ไม่มีจิตที่จะเป็นกามเทพเองยิงตนเองไม่ทำบทไม่ทรยศต่อตนไม่ไปเป็นแม้แต่ประเทศ หรือจะไปเป็นเทพองค์ใดองค์หนึ่งหรือที่สุดถ้าไม่เอาเทพแห่งชั้นกามหรือว่าเมถุนเป็นชั้นพรหมเราจะไม่และเราก็จะไม่มีมานะแม้เราจะพ้นกามนี้ได้เราก็ไม่มีมานะที่จะไปที่ดีว่าคนอื่นเขารุนแรงจนเขาแตกหักหรือว่าโกรธแค้นเคืองกันอะไรต่างๆนาๆเราก็จะไม่มีเราจะค่อยๆฉลาดมีปัญญาไม่เอามานะรุนแรงไม่เอาแต่ใจตัวพยายามเห็นใจคนอื่นบ้างและฉลาดที่จะใช้กรรมวิธีช่วยคนอื่นเป็นพรหมที่ช่วยคนอื่นและที่สุดเราก็ไม่จะไม่หลงคำว่าพรหมแม้เราจะสอนเขาได้ช่วยเขาได้ทำดีได้ตนเองพ้นได้ทุกข์นี้ คอยช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ด้วยก็ไม่หลงในกรรมที่เราทำดีนั้นด้วยเป็นกุศลกรรมนั้นเหลือความเป็นเทพเป็นพรหมเทพชั้นพรหมมันสูงสุดถึงปานเช่นนั้นเราก็จะมีเหตุอธิบายรูปสุดท้ายได้เลิกเป็นเรื่องของการปรุงอย่างสูงถึงจะอธิบายเมถุนละเอียดอย่างนี้ก็ต้องพึ่งเข้าใจเป็นขั้นตอนเพราะฉะนั้นจะเป็นพระอรหันต์หรือว่าเป็นพระโสดาก็ต้องแบ่งชั้นตอนดังกล่าวนี้ให้ถูกอย่างขนาดนี้ยังไม่ใช่อรหันต์ก็หมายความว่าการทวารนอกหรือว่าส่วนแห่งกรรมหยาบๆเป็นระดับขั้นแล้วก็จะเข้าใจเป็นชั้นตอนระยะอ่านละเอียดและก็ทำให้จริงเพราะคนที่เป็นสุขอยู่พอสมควรแล้วผู้ใดที่มีฐานที่รู้ หยาบเรื่องของความอยากในฐานต้นๆอบายมุขเราแน่ใจแล้วเราก็ควรจะโกรธคนอื่นได้บ้างบอกคนอื่นได้หรือว่าเราต้องพิสูจน์บ้างว่าเราเองไม่ได้ไปคลุกคลีอย่างโจ๋งครึ่มหรอกเราจะไปลงไปนั่งวงไพ่กินเหล้าที่นั่งลงเข้าโรงหนังโรงหนังอะไรก็ไม่หรอกแต่ว่ามันก็อาจจะมีพัดผ่านสัมผัสอย่างตรงบ้างยังอ้อมบ้างอะไรบางครั้งบางคราวเราก็รู้ว่าเราต้องผ่านแล้วเราก็ได้พิสูจน์ใจของเราจริงโดยไม่เจตนาหรือจะเจ็บถ้าเจตนาที่จริงมันง่ายนะเพราะอะไรตั้งใจเข้าสู่ถ้าไม่เจตนานี่แหละดีเราจะได้พิสูจน์บางทีมันไม่เจตนาหรอกคลุกคลีอยู่ในสังคมอยู่นั่นนู่นนี่มันมีอบายมุขพัดจอนมา หาอะไรเนี่ยเราเองได้สัมผัสแต่กระทบโดยไม่ได้เจตนาไม่ตั้งใจและเราก็มีสติสัมปชัญญะอยู่รู้ตัวรู้ตนอยู่สัมผัสเข้าก็รู้ทีเดียวว่าจิตใจของเราหยาบไม่มีและข้างในก็ไม่มีรูปราคะรูปพระราคะเราจึงจะได้พิสูจน์เรารู้ว่าในอบายมุขต่างๆไม่มีแม้จะรู้ว่าราคะแล้วเราก็สอนคนอื่นไม่มีมานะหรืออุปถัมภ์อย่างเรียบร้อยงามดีนึกว่าช่วยคนอื่นยังไม่มีมานะได้ทีเดียวไม่มีเศษที่จะอุทิศจากอุปสรรคไม่ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ทำร้ายตนเรียกว่าพระพุทธเจ้าคือเราจะปรุงจะแต่งจะปูจะฟุ้งจะอะไรขึ้นมาเราก็ไม่ทำให้ตัวเองอึดอัดขัดเคืองไม่มีทุกข์ไม่มีโศกกับปริเทวะทุกข นักปลูกป่าหญ้าไม่มีทำได้โดยไม่โศกไม่เศร้าไม่ลำบากมองยิ้มแฉ่งอยู่แม้แต่จะเหงื่อตกทำกับเขาอยู่ช่วยเหลือโปรไฟล์ก็อยู่เหงื่อไหลไคลย้อยก็ไม่โศกเศร้าอย่างยิ้มชื่นแม่งเหงื่อเต็มหน้าไม่หน้านิ่วคิ้วขมวดยู่ยี่อยู่ย่นไม่มีปริเทวะอาการเจ็บเป็นเสร็จเลิกเป็นเลิกหยุดก็หยุดเห็นแล้วว่าไปต่อไม่ได้หยุดท่านก็ตัดได้ไม่ใช่ว่าทรัพย์สินซ่อมแซมจนเกินการเขาไม่เอาแล้วเราจะสิ้นเดี๋ยวก็แตกหักเดี๋ยวก็ไม่ได้เรื่องพระรามไม่รู้จักการต่อไม่รู้จักการตัดปริญญาหมายความว่าไม่รู้รอบไม่รู้การตัดเป็นเทวดาที่ไม่รู้จักรอบจบรอบควรต่อปริมาณรอบ เทวะแปลว่าจิตสูงจะต้องมีจิตสูงมีจิตรู้ว่ารอบครบรอบแล้วนี่มันคงควรจะเป็นรอบนี้แค่นี้อย่าต่อรอบนี้เลยไปอีกไม่ได้หรอกนี่ทำโลกให้โตกว่านี้ไม่ได้ระเบิดหรือแตกหรือพังหรือว่าไม่ก็ทาแตกร้าวแล้วไม่มีผลดีแล้วรู้รอดหรือปริรู้ความรอบเป็นเทวะเป็นผู้มีจิตสูงที่รู้เพราะงั้นรู้แล้วเราก็หยุดยั้งไม่อยู่ที่เราใช้ภาษาท่านบอกว่าติดเบรคติดเบรคมีเบรคแต่รู้จุดๆสมควรหยุดเห็นสมควรแล้วประมาณแล้วพอสมควรหยุดๆสมควรต่อต่อเรียกว่าเป็นผู้ที่รู้ปริเทวะรู้จักอาการไม่ลงในอากาศ คนก็ดีของผู้อื่นก็ตามไม่มีงานไม่ทำให้เกิดการซ้ำซี้ซ้ำแซะร่ำรวยเกินการเรียกว่าไม่มีปริเทวะไม่มีทุกข์แต่ตนเองรู้ในทุกข์ที่ทอททนได้โดยไม่ลำบากไม่ยากหรือว่าไม่ทำให้เสื่อมเสื่อมเสื่อมทั้งร่างกายเกินการเสื่อมทั้งจิตใจไม่มีเราไม่มีทุกข์ทางกายไม่มีทุกข์ทางใจไม่มีแม้แต่การกระทบหรือเจตสิกกระทบไม่ทุกข์ทางกายไม่ทุกข์ทางใจไม่มีธงมนัสไม่มีจิตเสื่อมไม่มีจิตน้อยจิตเว้าจิตแจ่มจิตหมดจิตครูไม่มีไม่มีจิตจะเสียในส่วนใดๆไม่เสียใจไม่ตกตื่นเต้นใจ กูไม่สะใจไม่ฟูใจไม่ไม่มีอะไรในใจที่จะเป็นทางเสื่อมจะไม่โทรมานัดแม้จะมียินดีบ้างโสมนัสบ้างก็มีได้แต่ไม่ใช่สิทธิ์เสื่อมจิตมีกำลังด้วยท่านยินดีบ้างมีปราโมทย์บ้างในการกระทำนี้อยู่ก็ทำให้เรามีแรงมีเรี่ยวมาทำต่อไปทำด้วยความปรีดาปราโมทย์มันก็มีแรงมีเรี่ยวมีสมบัติบ้างก็ยังได้แต่เราไม่ได้หลงไหลเรามีขอบขอบเขตที่รู้โดยเฉพาะไม่มีโทรมานัดเรียกว่าพ้นทุกข์ไม่มีโทรมาแล้วไม่มีการเสียใจดีใจมันไม่ใช่ทุกข์ให้มันสุขถ้าเรียกกันโดยจริงโดยซ้อนแล้วปราโมทย์วันศุกร์ไม่ใช่ถูกเพราะไม่มีโทรมานัด และเป็นตัวหลักไม่ทุกข์ไม่ตรงเวลาไม่ยากไม่อึดอัดขัดเคืองไม่อึดอัดขัดเคืองคับแค้นอยู่อึดอัดแม่น้อยแม่น้อยแม่เบาก็รู้ได้แต่ยังแม่ใหญ่ๆแล้วก็รู้ให้ชัดใหญ่ๆอึดอัดขัดเคืองมากๆใหญ่ๆไม่มีหรอกหรือแม้แต่น้อยอึดอัดขัดเกินคับแค้นอะไรก็ล้างปลดปล่อยได้จริงอย่างนี้เรียกว่าผู้รู้จิตไม่ใช่รู้แต่ภาษาอ่านทดสอบอยู่ทีนี้เราจะทดสอบได้ก็ต่อเมื่อเราต้องมีสัมผัสสัมผัสอ่อนๆหรือไม่มีอะไรสัมผัสมันจะมีทุกข์ก็ได้พอจะนั่งเฉยๆเอาจะอยู่ไม่สัมผัสหลบหนีเข้ารูเข้าเลี้ยวเข้าป่าเข้าถ้ำเขาเป็นเดรัจฉานที่ตายอยู่ในกลางป่าอย่างนั้นมันไปอัปเดต พระพุทธเจ้าท่านอธิบายต่อปัญจวัคคีย์ที่หลงผิดทรมานตนด้วยคำว่าทรมานตอนนี้ไม่ใช่ว่าคำว่าไม่มีตบะทำไม่ใช่มีคนไปสู่พระพุทธเจ้าหรือพระพุทธเจ้าเราจะเกียรติบัตรทำไมตบะทำน่ะคนที่ปฏิบัติบางคนก็ไม่ดีเจริญงอกงามขึ้นสวรรค์อยู่ก็มีบางคนปฏิบัติลงนรกปฏิบัติผิดปฏิบัติเกิดปฏิบัติไม่เข้าท่าตนเองก็ทรมานตนตนเองก็เก็บเคี่ยวตัวเองก็ลำบากลำบนไม่ได้เกิดผลที่จะเห็นดีเป็นดีไปเลยกระบะอย่างนั้นท่านก็บอกท่านเห็นอยู่รู้อยู่เรามีสัมมาศาสนาพระพุทธเจ้าจึงยืนยันสำคัญที่สัมมาสัมมาเรามีสัมมา รู้อยู่ในความพอเหมาะพอควรสัมมาปฏิปทาผลของใครก็ของใครมันไม่เท่ากันก็จะต้องประมาณว่าอันนี้ต้องมีตบะขัดเกลาไม่ใช่อยู่อย่างไร้ตราพระพุทธเจ้าท่านบอกเราต้องตั้งตนอยู่ในความลำบากเถิดกุศลธรรมเจริญยิ่งถ้าไม่ได้บอกว่าจงปล่อยปละละเลยอยู่อย่างสบายใจสบายอกสบายใจเถิดไม่ใช่นะถ้าไม่ได้กลับอย่างนั้นท่านสอนว่าผู้ที่ตั้งตนอยู่ในความลำบากผู้นั้นกุศลธรรมเจริญยิ่งผู้ใดตั้งตนอยู่ในความไม่ลำบากผู้นั้นอกุศลธรรมเจริญยิ่งสำหรับพระเสกบุคคลหากผู้ที่สบายแล้วจึงมีสมาธิภาษาไทยหรือผู้ที่มีสปายะสัปปายะหมายความว่าความเจริญสัปปายะมีประโยชน์ผู้ที่ยังประโยชน์อยู่ สัปปายะมาจากกัสสะกับปายะตายาหนึ่งแปลว่าประโยชน์อย่างลงซึ่งประโยชน์ปากบอกอายะผู้ใดรู้ประกอบประโยชน์อยู่ประโยชน์ตนก็ด้วยประโยชน์ท่านก็ด้วยเมื่อประโยชน์ตนคือการหมดกิเลสสิ่งใดประโยชน์ตนคือการทำให้ตนหมดกิเลสเสียไม่ต้องทำอะไรเพื่อตัวเพื่อตนอีกแล้วและเรียกว่าหมดประโยชน์ตนในเรื่องใดๆเราก็เหลือแต่ประโยชน์ทางผู้ใดที่จะพึงมีสัปปายะเมื่อหมดแล้วประโยชน์ตนก็จบเกมสิ้นแล้วเราก็เพิ่งก่อประโยชน์ท่านเป็นประโยชน์อยู่ยากกลายเป็นผู้ไม่มีประโยชน์ถ้าผู้ใดไม่มีประโยชน์ก็เป็นผู้อภิปรายย่าด้วย สบายคือความเลวความเจริญความเจริญคือสัตว์ป่ายะมาเป็นภาษาไทยก็สบายเลยเรียกง่ายๆภาษาไทยมาจากภาษาบาลีโดยตรงสบายไทยเกิดหลังบาลีหรือเกิดหลังภาษาแขกก็แน่นอนภาษาของแขกมาก่อนรออาสามาจากแขกมานานเป็นหลายพันหลายหมื่นปีติดต่อโยงใยกันมาเราก็เลยใช้สบายนี้แทนคำว่าสบายนี่แหละคือแปลว่าเป็นประโยชน์เพราะฉะนั้นเราอยู่อย่างคนเป็นประโยชน์สบายใจทำงานเป็นประโยชน์เราเองไม่ทุกข์ไม่ร้อนในการทำงานทำการทำนู่นทำนี่สร้างสรรค์เท่าที่เราจะทำได้ตั้งแต่ไกลตัวไปจนถึงไกลตัว มีฤทธิ์น้อยจนกระทั่งไปถึงมีฤทธิ์มากออกไปไกลได้ออกไปละเอียดลออสุขุมมีบทบาทจนเราเองเราไม่รู้หรอกเหมือนกับปล่อยวัวธนูไปทีเดียวไปทำงานไกลไปทำเองเป็นฤทธิ์ไกลแต่ไม่ใช่ว่าไปทำร้ายคนอื่นไปสร้างสรรค์ให้คนอื่นเขาหมดกิเลสให้คนอื่นเขาเจริญงอกงามด้วยทั้งทางธรรมเป็นอย่างนั้นแล้วถ้าคนใดก็ใจอย่างที่กล่าวไปนี้อย่างละเอียดจริงๆก็ขอให้ตรวจตนอย่าหลงผิดหลงพลาดเราเองเรามาเป็นอยู่อย่างนี้กินอยู่หลับนอนเราก็พอสบายพอเป็นไปแล้วอยากกลายเป็นไปสั่งสมความเคยชินในชีวิตอยู่ ปรับปิดนอนจนเกินไปมันติดจะหลับจะนอนเพราะว่ามันเคยได้ยินแต่ว่าบำเพ็ญพรตเนี่ยเอาแต่นั่งหลับตาฝันในบรรยากาศของเมืองไทยก็ดีในอินเดียก็ดีเข้าใจจริงๆเข้าใจผิดอย่างนี้ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าแก้ไขจนกระทั่งศาสนาพระพุทธเจ้ามีสมาธิองค์ 8 เป็นหลักการในการปฏิบัติรู้จักคำกริยาคิดก็ให้รู้คิดตามสมควรพูดพูดตามสมควรการงานทำการงานตามสมควรอาชีพทำอาชีพมีอาชีพไม่ใช่วันหนึ่งคืนหนึ่งไม่มีอาชีพไม่มีการไม่มีงานไม่มีอะไรเลยไม่ใช่เอาเปรียบคนอื่นเลยกินของเขาอยู่ของเขาใช้ของเขาอะไรต่ออะไรไปโดยที่ตนเองไม่สร้างอะไรไม่ใช่สั่งสารละลายโดยเจ้าอาชีพก็เจริญการงาน ดิบดีเป็นการงานที่เป็นประโยชน์แล้วก็บริจาคเป็นประโยชน์ต่อผู้นั้นผู้นี้ไม่หวงไม่เห็นทำแล้วก็แจกทำแล้วก็จ่ายทำไม่ว่าจะเป็นทั้งอย่างในจิตเรียกว่าสังกัปปะทั้งอย่างเป็นคำพูดทั้งอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลยว่ากรรมกรรมคือกายกรรมทำออกมาเป็นชิ้นเป็นอันเป็นก้อนเป็นแท่งเป็นอะไรก็แล้วแต่เราก็ทำออกมาอย่างมีประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่ใช่ไปมอมเมาเขาไม่ใช่เป็นหล่อๆเขาไปยั่วยุให้ไปในทางต่ำทางเลวไม่ใช่เป็นการเสริมสร้างเป็นการให้คนอื่นเขาเกิดประโยชน์เกิดผลมีอาชีพอย่างนี้พระไม่มีอาชีพช่วยผู้อื่นหรือช่วยตนให้ได้อย่างจริง อาชีพอาชีพเรียนจึงเรียกว่ามาเป็นพระโยคาวจรหรือพระเสขะเพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็มีศีลให้ได้เป็นเบื้องนอกเรียกว่ากายวจีเห็นได้หรือว่าการมาทวารเป็นเบื้องหน้ามีศีลอยู่เบื้องนอกเห็นชัดว่าเราไม่ละเมิดศีลนี้อย่างนี้เรียกว่าศีลพอไปได้ศีลแบบอาคารมีลำลองถ้าใครแกล้งในศีลอยู่มาเป็นพระแล้วก็เอาศีลเอาวินัยต่างๆมาประพฤติปฏิบัติไม่ละเมิดแม้ใจมันจะเกิดอุบัติเหตุได้ทนฝืนแม้หน้าน้องน้ำตาอยู่ก็ไม่ละเมิดศีลอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านเรียกผู้ปกครองบุคคลผู้ที่เป็นไปแต่เพียงในภูในจิตในวิญญาณภูตะ กูนี่หมายความว่าวิญญาณหมายความว่าจิตโคตะโคตะระภูเป็นไปอยู่ในระหว่างแต่จิตตนเรียกว่าบุคคลบุกเพื่อเรียกว่าผู้บุคคลมันไม่ออกมาจะได้ทำกรรมกิริยาทางกายทางบัญชีของกับผู้อื่นมันมีแต่อยู่ในตนตนเองบังคับตนเองระลึกรู้ตนเองอดทนข่มขืนให้ได้แม้ยากถึงหน้าน้องน้ำตาตัวนี้ก็ทำอยู่และเรียกว่ากลัวแต่เราโกหกคนแต่คนอื่นไม่ได้เห็นคนอื่นไม่ได้รู้คนอื่นไม่ได้เห็นกรรมกิริยาของท่านแต่ใจของท่านแม้จะอยากแม้จะดิ้นรนอย่างกับโค้ชถึกอย่างไรท่านก็พยายามดึงเอาไว้ให้อยู่ได้ยากแสนเข็ญเดือดร้อนลำบากอย่างไรตั้งกระทํา วันนี้ยังเป็นพักกินอะไรยังบุคคลเป็นคนที่ควรบูชาได้แล้วเป็นคนที่เกิดคนที่ควรได้รับของทานเป็นคนที่ควรจะได้รับการอัญชลีหรือว่าเป็นคนที่ควรบูชาได้บ้างแล้วอย่างนี้เรียกว่าเอาเลยบุคคลจริงนะยิ่งเป็นผู้ที่ไม่ยากหรอกเราไม่ลำบากเลยกายข้างนอกกายทวารหรือว่ามีศีลอย่างนี้อย่างนี้ด้านนอกทวารทั้ง 5 ทำได้อย่างสบายไม่ดีแน่นอนมีแต่เกิดอยู่มากและเราก็พยายามล้างล้างรถปรับปล่อยพิจารณาแทงด้วยปัญญาเรียกว่าวิปัสสนาแทนด้วยปัญญาทำความเข้าใจแยกวิเคราะห์ให้ละเอียด อย่าทำมาวิเคราะห์หรือทำเอาวิจัยเสมอจนมันทะลุทะลวงปลดปล่อยอยู่เหนืออย่างเด็ดขาดต่อไปก็ไม่เกิดครูปราคะอรูปราคะไม่มีนอกจากไม่มีแล้วก็ไม่เอาไปตีของคนอื่นจนเกินการไม่มีมานะไม่ฟูจนทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ติดเรียกว่าไม่มีอุปสรรคสังโยชน์เราจะให้มันปูหรือให้มันเป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive