221202 การศึกษาที่พาให้โลกหายนะ-พ่อท่าน ดำเนินฯ-สันติอโศก-R117.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคมพุทธศักราช 2522 ต่อจากนี้ไปเป็นการอภิปรายธรรมะในหัวข้อเรื่องการศึกษาที่พาให้โลกหายนะซึ่งผู้นำอภิปรายในครั้งนี้คือพ่อท่านพระโพธิรักษ์ส่วนผู้ที่ปลายมีดรสุจินต์อนาถวุฒิกุลรองศาสตราจารย์อาภรณ์พุทธมามและอาจารย์นิภาพรสามัคคีนิตเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายถ้าวันนี้ก็เราจะได้อภิปรายกันถึงหัวข้อที่เราได้ตั้งไว้แล้วว่า การศึกษาที่พาให้โลกหายนะการศึกษาที่พาให้โลกหายนะแต่เมื่อกี้ท่านขอจบก็ได้พยายามที่จะตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วว่าธรรมดาคนเราเชื่อว่าการศึกษานี่มันพาให้คนเจริญและทำไมการศึกษาพาให้โลกล้มเหลวไม่ได้ท่านว่างั้นนะจับสำนวนได้เมื่อกี้ว่าท่านพูดพลาดไปนิดนึงท่านบอกว่าโลกทำไมการศึกษาให้โลกล้มเหลวอ่าที่จริงก็ได้นะอภัยล้มเหลวก็ได้หายนะเนี่ยมันแปลว่าชิบหายก็ได้แปลว่าล้มเหลวก็ได้แปลว่าเสื่อมสูญแปลว่าเสื่อมเสียก็ได้หายนะเนี่ยภาษาบาลีนะที่จริงหายนะแต่ไทยเราก็ฟังแล้วก็เข้าใจถ้าเราจะมาฟังดูว่าการศึกษาธรรมดา คนเราก็ระลึกได้ทุกคนนะว่าเราเรียนไปศึกษานี่มันจะพาให้เราได้ดิบได้ดีแต่มันไม่ได้ดีตรงไหนมาชี้แนะก็จะได้ระวังเราจะได้รู้ถ้าไม่เช่นนั้นเรามัวแต่ไปหวังไปนึกว่าไม่ระมัดระวังระลึกได้ว่ามันจะพาเราไปดีถ่ายเดียวมันไม่ถ่ายเดียวนะมันไม่ลูกเดียวนะการศึกษามันไม่ได้พาเราไปเจริญหรือว่าส่งเสริมให้เราก้าวหน้าหรือไม่ได้ดิบได้ดีลูกเดียวนะมันมี 2 ลูกนะอีกลูกนึงมันพาให้เราชิบหายไม่รู้ว่าให้เราหายนะหรือว่าให้เราเสื่อมเสียก็ได้นะแล้วมันไม่ได้เสื่อมเสียแต่เราอย่างเดียวมันจะพาลพาไปให้เราเสียไปทั้งมวลสังคมมวลมนุษยชาติล้มเหลวไปทั้งกลุ่มมนุษย์หมดเลยก็ได้เพราะจะมีอะไรบ้างที่ใครได้ระลึกรู้ใครได้เห็นแพ้เข้าใจไปบ้างก็ช่วยแนะช่วยแนะกันออกมา ซึ่งอาตมาก็จะร่วมกระโดดเข้ามาร่วมอภิปรายด้วยในวันนี้เหตุนั้นก็เห
อ่านต่อ
ตุที่จะอภิปรายด้วยก็เพราะว่าอาจจะวันนั้นตั้งกลุ่มกันอยู่นี่แล้ว 4 ท่านมีด็อกเตอร์กู้สักแล้วก็มีพันเอกจำลองแล้วก็มีอาจารย์อาภรณ์อาจารย์นิภาพรเพราะเอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้เจตนาจะหนีวันนี้แปลว่าบังเอิญมี extended มีเรื่องที่จะต้องไปต่างจังหวัดจะต้องไปขึ้นศาลว่างั้นมันก็มีเรื่องราวด่วนๆสีก็ไม่ได้เจตนาอะไรแล้วก็จำเป็นทั้งนั้นตัวเองเป็นตัวตั้งตัวตีพูดเนี่ยออกมาแท้ๆเพราะฉะนั้นจะอันนี้คือวันนี้ไม่ได้หรอกแต่ก็เลยได้แก้ขัดโดยก็ แก้ขัดหน่อยขอร้องให้ดรสุจินต์พรรณนาประวัติพุทธคุณซึ่งก็คงจะที่จริงเคยมาที่นี่ไม่เคยมานอนค้างที่นี่ด้วยนะเคยเคยมาที่นี่แต่ว่าหลายคนยังไม่รู้จักเพราะว่ายังไม่คุ้นเคยเหมือนดอกแล้วก็ให้มาอธิบายแทนในฐานะเด็ก 13 มาจนกระทั่งขนาดด็อกเตอร์นี่ก็เรียกว่าแหมศึกษาอีกอย่างเดียวนะเขาบอกเดี๋ยวนี้เขามีโพสต์ดอกเตอร์แล้วก็ยังไม่ได้ท่านโพสต์ดอกเตอร์เท่านั้นเองก็ศึกษามันขนาดนี้แล้วมันเห็นจุดเสียจุดดีมันจะมั่งยังไงบ้างเนี่ยมันมีมันยังไงการศึกษาเหล่านี้มันมีจุดเผลอตรงไหนจุดรั่วตรงไหนและจุดสุดท้ายให้เราทำให้เราหายนะครับจะได้ลองลองกัน อาตมาก็ขอให้แนะนำก่อนตามธรรมเนียมอาตมาเองอาตมาไม่ได้ซักไม่ได้พบคุยก่อนเมื่อกี้ก็เลยก็ขอให้คุณแนะนำตัวเองเป็นด็อกเตอร์ทางไหนหรือว่าไปเรียนมาที่ไหนจะเล่าอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆเพื่อแนะนำตัวเองหน่อยก่อนดีขึ้นเลยหยิบขึ้นพูดเองผมเป็นกรณีทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่บริษัทความที่ปรึกษานะทีมคอนเซาท์เช่นอยู่ที่เพชรบุรีครับโดยทำหน้าที่เกี่ยวกับออกแบบแล้วก็ควบคุมการก่อสร้างพวกระบบกำจัดน้ำเสียแล้วก็ทางด้านสุขาภิบาลทั้งหมดโดยเฉพาะทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเรากำลังมีปัญหาอยู่แล้วผมอยู่ เป็นทำงานเอกชนนะครับคือคือวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมโดยมากแล้ววิศวกรที่จะมาเรียนทางด้านนี้เนี่ยจะต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้านวิศวกรวิศวกรรมโยธาเพราะว่างานก่อสร้างที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอะไรต่างๆมันก็ยังเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเพราะฉะนั้นจะต้องมีพื้นฐานปริญญาตรีโดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมโยธาและจากนั้นก็มาผมมาทำปริญญาโทซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นงานวิจัยทางด้านน้ำเสียซึ่งมันเป็นงานวิจัยเพิ่มขึ้นตั้งปริญญาโทและปริญญาเอกเข้ามาทำให้ร้านนี้ หัวใจหลักหัวใจใหญ่ก็คือจะต้องทำการก่อสร้างอย่างเช่นต้องสร้างระบบประปากันดีหรือว่าหลังจากน้ำเสียก็ดีหรือทางขยะมูลฝอยอะไรนี่ก็ตามมันก็ต้องเกี่ยวข้องการก่อสร้างเพราะฉะนั้นผมก็มาเรียนทางด้านนี้เพราะคิดว่าบ้านเราเนี่ยปัญหาสิ่งแวดล้อมเนี่ยส่วนมากขึ้นทุกวันคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์ที่เราจะหันมาทางควบคุมสิ่งแวดล้อมกันบ้างก็เลยไปเรียนทางด้านนี้ใกล้ๆปากนิดนึงที่เขาตั้งเครื่องไว้นี่มันเขาตั้งเครื่องไว้เผื่ออาตมานี่เสียงไฮฟายเขาก็เลยตั้งในพระอภัยมณีคุณพูดเบามันก็เลยมันก็เลยไม่ค่อยดังถ้าเผื่อว่าไม่อย่างนั้นแล้วอาตมาเองพูดดังก็ต้อง ถ้าพูดดังด้วยก็จะได้ชัดเจนธานินทร์ด็อกเตอร์สุจินก็แนะนำตัวเองพอสมควรแต่ทีนี้ก็ต่อไปก็อาจารย์อัมพรซื้อรองศาสตราจารย์อ่าพอคบกันเคยได้อภิปรายที่นี่มาแล้วครั้งนึงก็แนะนำตัวเองอีกนิดหน่อยคราวที่แล้วก็ไม่เปิดเผยตัวเองอะไรมากมายนักนะตอนนี้ก็เปิดเผยมากก็กลับไม่ได้ไม่เป็นไรไหนๆก็จะพูดเรื่องการศึกษาก็อยากจะแนะนำในเชิงว่าเรียนอะไรมาแล้วบ้างดิฉันจบปริญญาตรีจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรียนมาทางรัฐศาสตร์การทูตแล้วก็ความที่อยากจะเป็นครูตั้งแต่เด็กมาก็ตั้งใจเหลือเกินที่จะเป็นครูก็ต้องการที่จะเป็นครูเหลือเกินพอกลับมาได้รัฐศาสตร์การทูตมาก็คุณแม่ก็ให้ไปทำงานที่กระทรวงต่างประเทศแล้วก็ใจก็ไม่อยากไปและในที่สุดเพราะเขาเรียกตัวแล้วก็เลยไม่ไปก็ไปสมัครงานที่จุฬาก็พอดีก็ต้องการอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสเขาก็เลยรับพอสอนอยู่ได้ชั่วระยะหนึ่งเราก็รู้สึกว่าเราไม่มีความรู้หรือไม่มีปริญญาบัตรแสดงว่ามีความรู้พื้นฐานในการที่จะเป็นครูพอจุฬาเขาเปิดเป็นยาโททางครุศาสตร์ก็เลยไป นักเรียนตอนที่เรียนหนังสือนั้นก็ทำงานไปด้วยค่ะแล้วก็ทำปริญญาด้วยแล้วงานนี้ก็หนักมากเพราะต้องออกไปดูแลนิสิตที่ไปสอนทำโรงเรียนด้วยพร้อมกันในขณะนั้นก็ลูกอ่อนคนนึงแล้วก็อยู่ในท้องอีกคนนึงเพราะงั้นช่วงระยะที่ทำปริญญาโทนี่ก็ย้อนกลับไปคิดแล้วไม่ทราบว่าจบไปได้ยังไงรู้สึกว่าให้กลับไปทำอีกก็เห็นจะไม่เอาแล้วเหนื่อยเหลือเกินค่ะพอได้ปริญญาโทก็มีความรู้สึกว่าพอจะใช้ได้สู้กับโรคเขาไหวแต่ในใจก็เป็นความทะเยอทะยานส่วนตัวนะคะก็ยังมุ่งมาดปรารถนาว่าชาตินี้เนี่ยฉันจะต้องเอาด็อกเตอร์ให้ได้อยากได้เหลือเกินด็อกเตอร์ก็ทำงานมาเรื่อยๆแต่ด็อกเตอร์นี่ก็มีข้อแม้ ต้องทำในเมืองไทยเพราะว่าไม่อยากจะทิ้งลูกไม่อยากทิ้งครอบครัวแล้วก็วิชาก็ต้องเกี่ยวกับวิชาที่สนใจวิชาอื่นก็ไม่เอาก็คอยๆมาว่าครุศาสตร์เมื่อไหร่เขาจะเปิดปริญญาเอกที่เราจะทำได้พอดีเมื่อ 3 ปีที่แล้วครุศาสตร์เขาก็เปิดโครงการปริญญาเอกเพื่อนๆฟรุ้งฟริ้งที่เขาทราบว่าคอยอยู่ว่าชาตินี้จะต้องทำดอกเตอร์ให้ได้เนี่ยเขาก็บอกเอาสิไปสมัครฟรีทุกคนลุ้นขยายให้ไปสมัครแต่ช่วงนั้นก็บังเอิญมีความรู้สึกขึ้นมาว่าไม่เอาอ่ะพอแล้วปริญญาทางฤกษ์นี้พอใจแล้วแค่นี้พอพอทำมาหากินแล้วก็ปริญญาเอกนี่ไม่จำเป็น ชีวิตถึงเราจะมีสติปัญญาพอที่จะทำได้ไม่น้อยหน้าใครถึงเราจะมีโอกาสแล้วก็มีเงินทองที่จะใช้จ่ายพอเพียงที่จะทำด็อกเตอร์แล้วดีทุกอย่างพร้อมแล้วแต่ก็ตัดสินใจว่าไม่เอาก็เลยมาศึกษาธรรมะดีกว่าค่ะก็เลยล้มโครงการที่จะเรียนปริญญาเอกพอต่อไปก็คุณครูคุณครูเขาเรียกกันตามอะไรก็ตามใจถ้ามีไปเป็นคุณครูอยู่โรงเรียนต่างจังหวัดฉายาครูบ้านนอกก็ใช้งานได้ส่งประจำก็จะได้อ่านข้อเขียนของครูบ้านนอกเสมอนี่ก็เป็นครูบ้านนอกที่จริงคราวที่แล้วก็แนะนำ ปรากฏตัวที่นี่ก็แนะนำตัวเองอีกทีนึงจบมาจากที่ไหนแล้วก็ไปเป็นครูที่ไหนอะไรยังไงแล้วมีอะไรพิเศษจะแนะนำก็ว่าไปไม่งั้นก็จบม 15 จากโรงเรียนสตรีมหาพฤฒารามแล้วก็อยากเรียนหมอแต่เรียนไม่ได้ก็เลยมาเป็นเรียนครูแทนพอเรียนจบปริญญาตรีก็ใจก็กำลังอยู่ 2 ทางว่าเอ๊ะจะต่อโทดีไหมนะหรือว่าเราจะทำงานดีแต่ก็โชคดีนะเลยคิดไปคิดมาบอกว่าเราไปทำต่อที่มหาวิทยาลัยชีวิตตามส่วนปริญญาเอกก็อาจจะได้มีถ้าคุณมีวาสนาส่งก็อาจจะได้มาทำด็อกเตอร์ที่นี่นะคะที่นี่ก็มีทั้งนั้นใครจะสั่ง แต่เราเองเราก็ต้องรู้ความจริงด้วยว่าเราจะมีหรือไม่มีตามที่เขาแต่งเขาตั้งมาเป็นเกรดนั้นขนาดนี้ก็เรื่องของตัวอาตมาเองก็แนะนำตัวเองหน่อยว่าอาตมาไม่เคยมีปริญญาเลยซักอันเดียวในชีวิตเรียนม 8 หลายปีดีดับตกไม่มีได้ไม่เคยแนะนำตัวแนะนำถ้าวันนี้เดี๋ยวจะหาว่าอาจจะไม่แนะนำอาตมาเรียนม 8 ทางวิทยาศาสตร์แม่อยากให้เป็นหมอแม่ที่อ่อนแอเจ็บป่วยได้ไข้บ่อยและมีคุณลุงคนนึงเป็นหมอแล้วในครอบครัวของคุณแม่เนี่ย แม่เป็นหมอที่ขึ้นหน้าขึ้นตามีชื่อมีเสียงในครอบครัวกว่าพี่น้องคนอื่นคุณแม่ก็อยากให้เป็นหมอเหมือนคุณลุงแล้วคุณแม่เองก็คิดออดแอดควยก็หมายมั่นปั้นมือลูกชายคนโตนี่แหละแสนรักแสนใครเนี่ยเอาให้เรียนหมอให้ได้ไอ้เราก็ไม่แคร์เพราะว่าอาตมาเองอาตมาไม่แคร์มีเรื่องการเรียนการก็อยากจะเอาที่ 1 ก็เอาได้ไม่เอาที่หนึ่งที่เราตกก็ตกได้นะเพราะว่าถ้าไม่ตั้งใจเรียนจบก็เรียนมาตั้งโต๊ะทั้งได้จะเอาที่ 1 เราก็ปีนี้เอาที่ 1 ก่อนเถอะก็ตั้งใจเรียนก็เอาที่ 1 ได้ทำมาจนกระทั่งเชื่อมือจะเอาที่ 1 ปีไหนก็อยากได้ที่ 1 ก็ตั้งใจเรียนเอาก็ได้ที่ 1 ถ้าไม่ตั้งที่ไหนไม่ตั้งใจเรียนจะถูกตกเลยสอบได้ปลายปีได้ 25% ยังช่วยได้ไม่มีใครทำได้ไม่ต้องเอามานะต่อปลายปีได้ 25% เนี่ยไม่รู้จะทำได้นะเออมันเป็นอย่างนั้น พอมาเรียนม 8 นี่ตอนแรกก็บอกว่ามาเรียนเยอะอะไรก็ได้เลี้ยงม 8 ชั้นม 7 ก็อย่างที่ 3 ก็ได้อักษรศาสตร์ก็ได้พ่อแม่จะให้เรียนหมอเพราะว่าเรียนจะไปเป็นหมอก็ต้องเรียนวิทยาศาสตร์ก็ไปเรียนไปเรียนวิทยาศาสตร์เรียกว่า 7 ก็ไม่ยากหรอกไม่สบายด้วยเป็นโรคกระเพาะอาหารเรียนไปแกโรงเรียนไปชั่วโมงไหนขี้เกียจเรียนก็ปวดท้องต้องออกไปกินยาครูเขาก็ให้เรียนก็เลยเป็นข้อสอบก็ผ่านขึ้นปีม 7 พอไปม 8 แต่ทีนี้มันยังไงไม่รู้ม 8 นี่อยากจะมีชื่ออยากจะมีเสียงทางการประพันธ์บ้างโน่นนี่มั่งไอ้โน่นไอ้นี่ว่ากันยุ่งไปหมดเลยก็เรียนไปแต่งเพลงไปทำอะไรไปตั้งชื่อเสียงดังแต่งเพลงมีแต่เรียนมา 8 ศพ ตกแล้วตกอีกตกจนโรงเรียนเขายกมอ 8 ตกจนโรงเรียนก็ยกม 8 แต่ก่อนนี้เขาตรวจม 8 ข้อสอบม 8 เขาตรวจช้ากว่าจะประกาศผลโรงเรียนทดสอบเข้าไปหมดแล้ว 4 สุดท้ายจะมาตกม 8 นี่ก็ไม่ประกาศสักทีเพราะเขาประกาศอีกทีนึงเพลงหมดแล้วก็เลยอยากไปเรียนมันเลยว่าก็เลยไม่ได้เรียนไม่เรียนก็ได้ลองตกแต่งไปยังไงมันไปเจอเพื่อนที่โรงเรียนเพราะช่างเขาบอกว่าที่นี่เขาเปิดแผนกใหม่แผนกฝ่ายอาจที่เราชอบศิลปะอยู่ด้วยจริงๆเขียนอะไรแล้วไอ้เราก็บอกเขาไม่ได้สอบเราก็เปิดแผนกใหม่มันยังไม่มีคนเรียนเลยสมัคร แล้วก็บอกว่าเหรอเมื่อเดือนมิถุนายนแล้วมันเปิดโรงเรียนไปหมดแล้วเขาก็เอาสิเข้าไปเอาใบสุทธิไม่ต้องกลับบ้านนะเอามาห่อกับใบเสร็จที่ม 7 จากโรงเรียนที่ตกแล้วม 8 มันไม่มีใบสุทธินี่มันไม่ได้ก็ไปเอาใบสุทธิรับรองม 7 มันมาเข้าโรงเรียนเพราะช่างก็เรียนรู้ไทยมาเพราะช่างมันจะจบ 5 ปีคือมันไม่ยากหรอกจะพาเรียนศิลปะก็เรียนไปไถเข้าไปเรื่อยๆที่เรียกว่าใช้เนี่ยเพราะว่าอาตมาไม่มีสตางค์จนนะเดือนเข้าไปแล้วเรียนๆตอนนี้ต้องซื้อฟิล์มซื้อนี่อ้าวเราก็ไม่ค่อยซื้อเราก็ขายเขาเลยไปก็จบไปแล้วจนได้ 5 ปีจบจากนั้นมาจริงๆจบปี 3 เนี่ยก็ไปสมัครเข้าธรรมศาสตร์คะแนนเศรษฐศาสตร์เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์แต่ไม่เคยเข้าไปนั่งเฝ้าแต่ก่อนที่ธรรมศาสตร์ครับ ใครจะฟังก็ได้ไม่ฟังก็ได้ไปสมัครสอบไปเถอะวิชาละ 10 บาทเลี้ยงเจ้านึงถ้าไม่ได้กินโอเลี้ยงฟรีก็เรียกเจ้าสิบแต่ก่อนนี้เขาบอกว่าโอริกาละ 10 บาทแพงหน่อยที่จริงมันแก้วละ 50 ตังค์แต่ว่าถ้าสมมุติว่าสอบไม่ได้ก็ได้กินโอเลี้ยงเจ้านึง 10 บาทจ่ายไปเออถ้าสอบได้ก็ได้อะไรเงี้ยก็ไม่ได้ไปสอบกับเขาเลยเศรษฐศาสตร์อย่าว่าแต่ต่อเลยหนังสือตำราเศรษฐศาสตร์เล่มนึงก็ไม่เคยซื้อก็ว่าจะไปสอบได้ยังไงไม่เคยซื้อไม่เคยไปฟังเลยเธอไม่เคยไปเรียนจนเราจะรอดจบออกมาแล้วก็เลยไม่ได้เรียนอะไรกันนักร้องแรงๆจบออกมาเขาก็ดึงไปทำงานแล้วมันมีความจำเป็นที่ต้องถูกบังคับไปทำงานแล้วน่าจะทำงานเรื่อยไปไปทำงานโทรทัศน์คนนึกว่าอาตมานี่จบมหาวิทยาลัยมานะทำงานที่โทรทัศน์เพราะอะไรเพราะอาตมาทำรายการสารคดีทั้งนั้นโรงเรียนโทรทัศน์ช่อง 4 มันมีช่องเสียบกับช่อง 7 ช่อง 4 เกิดก่อนอาตมาก็ทำรายการโรงเรียนโทรทัศน์มารายการโรงเรียนโทรทัศน์ต่างๆนี่เป็นเรื่องของการศึกษาเรื่องสารคดีแม้แต่รายการคนแก่รายการที่ศาลวิทยารายการสารนิเทศทางอากาศรายการบทการกลอนรายการสักวาไอ้เพลงสดอะไรต่างๆนานาก็แล้วแต่อาตมาต้องจัดต้องทำต้องช่วยเขาอยู่ตลอดเวลาทั้งๆที่อาตมาไปทำงานโทรทัศน์อยากจะไปทำงานบันเทิงแหมมันอยากจะเป็นพระเอกพระเอกโทรทัศน์มันอยากจะเป็นดาราร้องเพลงมันอยากจะแต่งเพลงออกไปอยากจะแต่งเรื่องออกโอ้โหทำให้เป็นละครราเมงอะไรต่างๆนานาทั้งด้านที่อาตมามีชื่อเสียงมาบ้างแล้วจากก่อนจะไปทำงานโทรทัศน์นะไอ้เพลงอาตมาก็เคยแต่งซะจนมีชื่อดังมาก่อนแล้วเขาไปเขาก็รู้ว่าจะมาเนี่ยเป็นเจ้าของเพลงผู้แพ้นะก่อนจะไปทำงานโทรทัศน์ พอเข้าไปทำงานในหน่วยนั้นจริงๆเรื่องการบันเทิงนะทุกคนปิดหมดเลยไม่ให้อาตมาขนาดวันธรรมดาวันวันเกิดของสถานีนี่นะเค้าแอดน่ะดาราทั้งหลายหรือคนทำงานโทรศัพท์ก็จะต้องเสนอหน้ามาร้องเพลงโชว์ทั้งๆบางคนเสียงอย่างกับเป็ดเทศก็ให้มันแอดข้าร้องเพลงไม่ได้หุ่นเลยนะถ้าใครร้องอาตมาบอกขอร้องหน่อยได้ไหมเราสักคนนึงอ่ะฝึกมากับรถคนทำนักหนาแล้วก็มีเฟซมาทางนี้ไม่ใช่ย่อยนะก็ไม่ให้ลองอ่ะไม่ให้ร้องอ่ะขอขอร้องเขาก็ไม่ให้หรอกขอแสดงละครให้เป็นตำรวจเอาไปจับผู้ร้ายตอนจบเรื่อยๆเลยถ้ามาก็บอกว่ามันจะมีมันจะไปแสดงฝีมือยังไงเราคนหนึ่งเหมือนกันเชื่อฝีมือว่าเรามีทะเลพอสมควรนะที่จะ ไม่ให้เป็นแสดงเขาหนักๆหนักๆมันเป็นแต่ตำรวจจับผู้ร้ายชาติเดียวแล้วตอนจบซะด้วยนะเป็นตั้งแต่ 10 ทีจนนายร้อยเป็นหลายตำแหน่งตำรวจเนี่ยเพื่อให้ไปจับผู้ร้ายเท่านั้นเองแล้วก็บอกไม่เล่นแล้วเลิกไม่ให้เล่นก็ไม่ต้องเล่นแล้วได้ดีไม่ได้ก็ไม่ต้องดีมันก็เลยต้องทำงานทางด้านสารคดีมาด้วยแล้วก็ให้ทำไปทำงานสารคดีงานโรงเรียนโทรทัศน์จัดไปโรงเรียนสารพัดเนี่ยภาคกลางวัน 30 นาทีอาตมาจับมาหมดน่ะสอนภาษาอังกฤษสังคมศึกษาวิทยาศาสตร์แม้แต่พุทธศาสนายังไม่ได้สนใจพุทธศาสนาทำทุกอย่างพยายามคิดอาจจะทำยังไงที่จะเสนอออกไปให้แก่คนได้ดูเป็นภาพด้วยเป็นเสียงด้วยเป็นยังไงคือถามทุกอย่างบางอย่างต้องเขียนเองคิดเองทำเองหนักที่สุดเลยร่างกาย ขี้หมูขี้หมาต้องปริญญาตรีหรือเธอไม่เรียกดอกเตอร์เขาก็ต้องรู้แล้วว่าอาตมาไม่ใช่ผู้ที่จบปริญญาสูงสุดถ้าเสร็จแล้วว่าอาตมาก็เอ้เรานี่ทำไมล่ะคนเข้าใจผิดหมดเลยว่าเรานี่เป็นนักการศึกษาชั้นใหญ่ๆพอเวลาต้อนรับรายการนี่มันก็ต้อนรับคนหรือว่าจะจัดงานกับคนที่เกี่ยวกับการศึกษาเกี่ยวกับรายการสหรัฐอเมริกาต้องทำการรายการของนักวิชาการจะต้องอภิปรายกันอย่างดรสมศักดิ์ชูโตอ่าเดี๋ยวนี้เป็นด็อกเตอร์แล้วอะไรตัวเล็กๆอ่ะก็มีอะไรมีเมียเป็นฟิลิปปินส์ยุคสังคมและอภิปรายบ่อยๆมีรองอธิการบดีของธรรมศาสตร์คนนึงด้วยจำชื่อแม่นๆนึงแล้วทั้งๆที่ตอนนี้ อภิปรายกันไปเรื่องจัดรายการอภิปรายอะไรต่ออะไรนี้เกี่ยวกับการศึกษาดอกเตอร์สมศักดิ์มาอภิปรายไม่ใช่เรื่องเล่นๆหนักๆเรื่องเขียนว่าข่าวสารการเมืองเรื่องที่เกี่ยวกับอะไรภาษาไทยอาตมาก็ต้องไปจัดการไปดูแลไปทำอะไรก็ได้ร่วมด้วยอย่างนี้เป็นตัวหรือรายการอื่นๆก็เหมือนกันอาตมาทำโอ้โหอย่างกับเราเองนี่จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายเพราะเราเองเป็นผู้รู้เป็นนักการศึกษาอะไรอย่างนั้นน่ะแต่ความจริงเปล่าเปล่าไม่ได้จบอะไรเลยจบมาก็ถือว่าเป็นเทียบปริญญาก็แค่อนุปริญญาก็จบปี 5 ครั้งอนุรักษ์ปริญญาเท่านั้นเองจะไปเข้าศึกษาปริญญาบ้างครั้งแรกก็ไปศึกษาจะไปศึกษาที่ จตุพรอยู่นี่แหละบอกว่าเขาเปิดผู้ใหญ่ภาคสายัณห์สัญญาทไวไลท์อะไรเนี่ยไอ้เราก็พักเย็นน่ะผลัดเย็นน่ะแล้วเราก็บอกว่าเออคงจะไปเรียนได้ไปสมัครปรากฏว่าเขาไม่ให้สมัครเขาไม่ให้เรียนอาจารย์อำไพนี่แหละตอนนั้นยังไม่ได้เป็นอธิการเรายังไม่เป็นคณะบดีเขาบอกว่าทางด้านศิลปะยังไม่เปิดไอ้เราอุตส่าห์ไปเอาไอ้แทนไปเอาอะไรต่ออะไรต่างๆมาให้พิจารณาแล้วยังไม่เปิดยังไม่รับก็พลาดท่ามาอีกแต่คณะอื่นก็เปิดไปตั้งเยอะตั้งแยะนะขนาดการศึกษาทางเนี่ยแผนกอื่นก็เปิดไปตั้ง ถ้าไม่ให้ทำปริญญาก็ไม่ทำจนกระทั่งเขามาเปิดคณะอิสระทางวารสารเขาเรียกอะไรตอนแรกตอนแรกเขาเรียกอะไรเขาเรียกว่าก็คือศาลคณะสื่อสารมวลชนคนแรกเขาเรียกอ่ะยังไม่ได้เป็นเดือนนี้ก็ตั้งชื่อแล้วว่าแต่นิเทศศาสตร์ที่จุฬาฯนี่แหละตอนเย็นเหมือนกันแต่เราก็บอกเอาล่ะคราวนี้เอาแน่ไปสมัครรุ่นแรกเลยเดี๋ยวนี้รุ่นแรกก็เป็นอาจารย์ประจำของคณะไปหมดแล้วเราก็ไปสมัครเพราะสมัครเสร็จแล้วไม่ใช่สมัครเสร็จแล้วยังไม่สมัครด้วยซ้ำพอจะไปสมัครไปถามรายละเอียดอะไรต่างๆโอ้โหเวลาเรียนก็คือเวลาเราทำงานทั้งนั้นเพราะเวลาทำงานหมดเลยไม่ได้ เล่นไม่ได้อีกยังไงก็เรียนไม่ได้อีกยังไงก็ไม่ได้เอาไปเมืองนอกก็อย่างเดียวก็แล้วกันกูถามว่าอย่างนั้นอยากเรียนเลยวาสนามันไม่ได้เรียนแล้วก็ไปเมืองนอกก็แล้วกันก็เตรียมผ้าเตรียมทางจะไปเมืองนอกก็มันอยากจะมีเครดิตอะไรต่างๆก็คือกันน่ะถ้าเตรียมไอ้นัทไอ้นี่จะไปเมืองนอกเขาก็มีทุนเยอะแยะไปแต่ว่าจะไปแล้วจะไปเมื่อไหร่ก็จะได้อยู่ทั้งนั้นแหละไอ้เราก็ไม่ได้คิดภาษาสักทีนึงเพราะเขาจะไปสัมภาษณ์วันนั้นไปให้คนนี้ไปคืนนั้นมาถึงนี่มาก็ให้คนนั้นไปคนนี้ไปเราเองไม่ได้ไปสักทีจนชีวิตมันผ่านเข้ามามาศึกษาทางพุทธศาสนาเพราะศึกษาพระพุทธศาสนาไอ้พวกนั้นทิ้งหมดทั้งกระบะเลยจบการ ด้วยปากการัชนีเนี่ยอาตมาจบการศึกษาแล้วแต่อาตมาคิดว่าการศึกษาในอาตมาเข้าใจแล้วอาตมาก็ได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพราะต้องค้นคว้าทำงานให้ค้นคว้ายิ่งกว่าเรียนนะการทำงานนี่ค้นพระยิ่งกว่าเรียนให้เรียนพยายามเดาใจอาจารย์ให้ถูกและตอบให้มันตรงนะอาตมาว่านะเพชรมันน่ะเดาใจอาจารย์ให้ถูกแล้วตอบให้ตรงเพราะตรงเป๊ะๆๆออกมาถ้าผ่านแต่ทำงานให้คนอื่นไม่ใช่เดาใจอาจารย์นะเดาคุณทุกคนเลยเดาใครใครต่อใครๆต้องทำยังไงเราจะเอาสาระ 30 สิ่งนี้ออกมาทำงานกับเขาให้รู้เรื่องนะค้นคว้าทำงานอาตมาเลยจึงเหมือนนักการศึกษาคนนึงแล้วก็รู้เรื่องรู้ราวอะไรต่ออะไรมันต้องทำอ่ะมันต้องทำมันต้องเรียนรู้มันต้องค้นคว้าเพราะฉะนั้นแม้อาตมาจะไม่ได้ปริญญาเลยสักใบสักใบเหมือนเทวดา 3 ไปยังไงก็ไม่รู้ ไม่งั้นจะไปได้ปริญญาเขาจะเห่อไปด้วยว่าเขาจะยกยอปอปั้นไปไหนอีกก็ไม่รู้นะอาจจะไม่ได้มาทำงานนี้ก็ได้แต่มันไม่เป็นไปมันก็ดีเหมือนกันแล้วนี่ก็ฐานะการศึกษาฟังแล้วก็โอ้โหเราไม่ได้แม้แต่ปริญญาตรีอีก 3 ท่านมีปริญญาตั้งแต่ตรีโทเอกเรียงลำดับทีนี้ก็มาเข้าเรื่องกันว่าทีนี้การศึกษาเนี่ยที่พาให้โลกหาเย็นนะเราไปในหัวข้อเราเราเน้นไปอย่างนั้นมันจะเป็นยังไงเป็นรูปร่างไหนยังไงเราจะได้ระมัดระวังเราจะได้รู้เนื้อรู้ตัวว่ามันพาให้หายนะหรือพาให้ชิบหายหรือพาให้ล้มเหลวหรือพาให้เสื่อมเสียพาให้มันไม่เจริญกว่ากันง่ายๆมีอะไรยังไงแค่ไหนบ้างแล้วก็เรียนที่โพสต์ ฝากคราวนี้นะเพราะว่าดรสุจินบอกว่าก็ยังไม่ชินเวทีหน่อยนึงด้วยแล้วก็เอา Lady First ด้วยนะโดยตรงในแง่การศึกษาด้วยเพราะว่าอยู่ในข่ายของการศึกษาดังครุศาสตร์ก็ขอเชิญอาจารย์นพพรฝากก่อนในทางด้านการศึกษาก็คิดว่ามีประสบการณ์มากพอสมควรทั้งในฐานะที่เป็นผู้สอนแล้วก็ผู้เรียนจะขอเริ่มตั้งแต่ประสบประการส่วนตัวตั้งแต่เริ่มต้นทำงานตั้งแต่เข้าไปอยู่ในวงการศึกษานะคะแล้วจากนั้นก็จะพูดถึงเรื่องที่ความเป็นไปต่างๆจนกระทั่งผลของการศึกษาและก็ลักษณะต่างๆ สภาวะการศึกษาพูดถึงสภาวะการศึกษานี้ตั้งแต่ดิฉันกลับมาแล้วก็มาทำงานเข้าในวงการก็ได้ยินแต่คำพูดที่ว่าสังคมเสื่อมศีลธรรมเสื่อมคนขาดจริยธรรมคนขาดความเมตตาคนขาดความเอื้อเฟื้อคนขาดความเห็นอกเห็นใจสังคมทุกอย่างมีแต่ความเบียดเบียนและในที่สุดไปๆมาๆจนกระทั่งบัดนี้ก็ 20 ปีแล้วก็ยังพูดกันอยู่อย่างนี้ทั้งๆที่ได้มีความพยายามที่จะทำในด้านต่างๆแต่ทุกคนก็ยังพูดถึงแต่ความยากไร้ความเสื่อมตามความขาดแคลนทั้งด้านกายทั้งด้านใจแล้วก็ทั้งด้านวัตถุทุกคนเสาะแสวงหา แล้วก็เรียกร้องทุกวิถีทางจะเป็นผู้ใหญ่ก็ดีผู้น้อยก็ดีเด็กก็ดีคนแก่ก็ดีไม่ว่าใครทั้งนั้นเสาะแสวงหาแล้วก็เรียกร้องในด้านวงการศึกษาทุกคนก็ยอมรับว่าสภาวะนี้มีอยู่จริงแล้วก็พยายามที่จะแก้ไขเบื้องต้นของการแก้ไขก็ในผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายของด้านการศึกษาก็จะพยายามหาดูว่าจะแก้ไขตรงไหนใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อมีการหาตัวผู้รับผิดชอบก็พยายามที่จะตัดหรือป้ายความรับผิดชอบให้ใจดีท่านคิดว่าให้ห่างตัวที่สุดก็มีบางคนเขาบอกว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบการศึกษาของประเทศชาตินี้ก็ต้องเป็นคณะผู้บริหารอาจจะต้องเป็นถึงนายกรัฐมนตรีบางคนก็บอกว่าต้องเป็นผู้บริหารทางด้านการศึกษาโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาบางคนก็บอกว่าครูต้องรับผิดชอบไม่งั้นก็โรงเรียนต้องรับผิดชอบเพราะครูเป็นผู้ให้การศึกษากับเด็กโรงเรียนเป็นผู้ให้การศึกษากับเด็กนักวิชาการก็จะบอกว่าการศึกษามันไม่ถูกต้องมันล้มเหลวมันมีแต่ความเสื่อมโทรมทั้งหลายแหล่เพราะระบบไม่ถูกต้องบางคนก็จะบอกว่าเป็นที่เด็กเด็กมันไม่รักดีสอนเท่าไหร่ก็ไม่ฟังไม่เชื่อเด็กไม่มีความเคารพผู้ใหญ่เด็กอย่างโน้นเด็กอย่างนี้ก็ไปลงที่เด็ก บางคนก็บอกว่าเป็นเพราะคนในสังคมบางคนก็บอกว่าเป็นเพราะสื่อมวลชนบางคนก็บอกว่าเป็นเพราะวัฒนธรรมทางตะวันตกซึ่งรวมแล้วเนี่ยทุกอย่างที่คนพูดกันเนี่ยเป็นความจริงทั้งนั้นทุกอย่างเป็นสาเหตุแต่ในขณะที่ทุกคนพยายามแก้ไขก็ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขที่สาเหตุหรือเปล่ามีความพยายามที่จะแก้ไขที่ระบบเริ่มต้นตั้งแต่เปลี่ยนหลักสูตรระบบปีของชั้นประถมจาก 5 ปีจาก 4 ปีเป็น 7 ปีลดลงมาเหลือ 6 ปีระบบมัธยมจากมัธยม 5 มาเป็น 32 มาเป็น 44 อะไรแล้วแต่คือเปลี่ยนไปแล้วแต่ถ้าใช้ตัวเลขนะคะในภาษาของนัก การระบบปัจจุบันนี้ก็หลักสูตรก็ตั้งแต่ดิฉันทำงานมานี่ก็เปลี่ยนมาตั้ง 3-4 หลักสูตรแล้วแล้วก็ยังไม่ได้ลงตัวว่าจะหลักสูตรไหนที่ดีที่สุดระบบปัจจุบันนี้ก็ถือว่าชั้นประถมมี 6 ปีชั้นมัธยมปี 3 อันนึงแล้วก็อีก 3 อีกอันนึงเพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเป็นตัวเลขทางระบบทางราชการหรือทางระบบการศึกษาเขาจะเรียกว่า 633 ดังนั้นระบบปัจจุบันนี้คือ 633 ซึ่งก็เปลี่ยนมาเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่เรื่อยๆบางคนก็จะต้องเปลี่ยนที่หลักสูตรเพราะรู้สึกว่าระบบนิ่มก็ต้องเป็นหลักสูตรก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักสูตรการโอ๊ยมากมายก่ายกองบ่อยเหลือเกินประชุมกันและประชุมกันอีกเหรียญหลักสูตรหนังสือเรียนก็เหมือนกันมีการสร้างหนังสือเรียนตั้งคณะกรรมการ หนังสือเรียนปรับปรุงหนังสือเรียนสารพัดอย่างแต่ปัญหามีอยู่ว่าที่แก้ปัญหานี้มันตรงจุดไหนใครที่จะต้องเป็นผู้จัดการบริหารการศึกษาใครจะเป็นผู้วางระบบการศึกษาใครจะเป็นผู้จัดหลักสูตรและเวลาการศึกษาใครจะต้องทำการทดลองศึกษาใครจะต้องลงมือศึกษาและใครจะเป็นผู้ที่ได้รับผลการศึกษาแต่ดิฉันนั่งคิดสิ่งเหล่านี้แล้วดิฉันก็มาคิดว่าเราจะดูมันซะก่อนว่าการศึกษาคืออะไรตามหลักของการศึกษานี้ก็มีคนให้คำจำกัดความของการศึกษานี้ไว้หลายประการ แต่อันที่ดิฉันคิดว่าเหมาะสมแล้วก็รู้สึกว่าตรงให้ความหมายตรงที่สุดก็คือว่าการศึกษาคือการเปลี่ยนพฤติกรรมของแต่ละบุคคลคือให้เลิกสิ่งที่ตนได้คิดว่าไม่เหมาะสมและก็ให้ตั้งต้นทำสิ่งที่ตนคิดว่าเหมาะสมอันนี้คือการศึกษาการศึกษาไม่ใช่จะนั่งแต่ในห้องเรียนโดยหนังสือแล้วก็ไปสอบอันนั้นไม่ใช่การศึกษาการศึกษานี้จะเกิดผลก็เมื่อมีการเปลี่ยนพฤติกรรมคนที่จะเป็นพฤติกรรมก็คือตัวเองคนที่จะศึกษาจัดการทดลองจัดหลักสูตรจัดเวลาจัดระบบก็คือตัวของตัวเองไม่มีใครมาจัดระบบให้ใครได้ใครที่สนใจอะไรเห็นว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่เหมาะ ที่สุดที่จะก่อให้ตัวเองได้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีทำตัวให้สูงขึ้นให้ดีขึ้นโดยต้องจัดระบบของตัวเองเสาะหาหลักสูตรของตัวเองหาหนังสือเรียนของตัวเองหาครูของตัวเองเพื่อที่จะบรรลุผลของการศึกษาของตัวเองเมื่อใครสามารถที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองจากสิ่งที่ตัวเห็นว่าไม่เหมาะสมมาเป็นสิ่งที่เหมาะสมคนนั้นคือผู้ที่ได้ชื่อว่าได้รับการศึกษาถ้านอกนั้นแล้วไม่ใช่เป็นปริญญาเท่าไหร่เท่าไหร่แต่ถ้าหากว่าไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้ไปในทางที่ดีที่งามที่เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองกับสภาพสังคมแล้วจะไม่เป็นการได้รับการศึกษาเพราะฉะนั้นปริญญาบัตรทั้งหลายก็ดี ไปก็ดีที่ทั้งโลกเขารับรองนี้แม้แต่ทางวิชาการทางโลกถ้าศึกษาลงไปจริงๆแล้วก็จะพบว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ของสำคัญในแง่ของการศึกษาการศึกษานี้คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของแต่ละคนและของตัวเองทีนี้ก็จะมีปัญหาอยู่ว่าสิ่งเหล่านั้นที่ดิฉันพูดมาเนี่ยมีไหมการศึกษาที่ดีมีไห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive