221101 รู้พักรู้เพียรให้เหมาะควร-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ020.txt

โฟลเดอร์2522 TXT  ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์204 KB
วันที่แก้ไข7 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกแต่วันนี้เราก็มาทำวัตรกันเกิดที่จริงก็เป็นปกติของเราที่เราชาวอยู่ในพุทธสถานอยู่ในธรรมชาติต่างๆที่เราจะมีกันอยู่เป็นประจำเพราะเป็นกิจวัตรเป็นความหมุนเวียนวัดเนี่ยวัฏฏะ หรือเป็นสิ่งที่จะพึงกระทำวัฏฏะเป็นสิ่งที่พึงกระทำอยู่ประจำจิตก็เป็นการกระทำการงานเพื่อเป็นสิ่งที่กระทำอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างใดลงไปเรียกว่าจิตที่เราจะทำเราก็จะต้องให้รู้ว่าเราทำและต้องเกิดผลต้องเกิดประโยชน์ไม่ใช่สักแต่ว่าเราทำเพราะทำทำไปเฉยๆทำแล้วไม่ได้ประโยชน์ก็ยังไม่เท่าไหร่แต่ว่าทำๆๆไม่ได้ประโยชน์มันก็เป็นการที่ไม่ดีอยู่แล้ว สักแต่ว่าทำอย่างนั้นแล้วกลับเป็นประโยชน์ทางลบเอาอีกด้วยคือไม่ทำซะไปทำอื่นซะยังดีกว่าเรามาทำอันนี้กลายเป็นเสียหายเราได้สิ่งที่เลวเพิ่มมาทำแล้วเรากลับได้สิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศลเป็นชุดจริตใส่เข้าไปซะอีกอย่างนี้ก็ยิ่งแย่ใหญ่ก็เราก็จะต้องระลึกเสมอมีสติสัมปชัญญะและก็มีนึกมีความระลึกรู้รอมีสัมปชัญญะมีปัญญาแล้วจะ สติที่ระลึกรู้รอบและมีสัมปชัญญะคือมีความทำความเข้าใจสัมปชัญญะมีความรู้แห่งชีวิตสัมปชัญญะประกอบพร้อมไปด้วยการตั้งโรงเรียนชีวิตก็หมายความว่ามันไม่ใช่ตัวตายเพราะไม่ใช่เหมือนคนไม่รู้เรื่องไม่ใช่เหมือนสิ่งที่ไม่มีอะไรที่เรียกว่าใครจิตสำนึกใครวิญญาณแต่มันมีวิญญาณมีจิตสำนึกเพราะฉะนั้นแม้รู้สึกตัวแล้วเราก็จะต้องทำความรู้ความสามารถชำระปัญญาจะ ปัญญาเอาตัวรู้ฉลาดใส่ลงไปที่ตัวประกอบลงไปที่ตัวตั้งอยู่สัมปชัญญะเอาตัวฉลาดประกอบลงไปที่ตัวที่กำลังตันอยู่นั้นให้ได้เป็นการประกอบหรือเป็นการเป็นไปพร้อมด้วยกับความฉลาดเมื่อเกิดความฉลาดจึงเกิดปัญญาเพราะสติสัมปชัญญะปัญญาเป็นจังหวะ 3 จังหวะที่เราจะต้องมีให้พร้อมมันเป็นขั้น

อ่านต่อ

ตอนมีสติแล้วก็มีความระลึกรู้ด้วยความฉลาดประกอบ ไปเขาไปเขาไปก็จะเกิดเป็นตัวพ้นปัญญาเกิดเป็นตัวปัญญาขึ้นมาเรื่อยๆๆมีเสมอแล้วเราก็ปรับปรุงกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมทุกขณะอย่าทำขณะให้เสียอย่าทำขนาดให้เสียถ้าคำว่าขณะนี้ถ้าผู้ที่ปฏิบัติธรรมเรียนรู้ธรรมะมาแล้วจะได้ยินเป็นสูตรเรียกว่าเป็นคำพูดของพระสารีบุตรที่สำคัญที่ว่าต้องทำขนาดทุกขณะอย่าให้ขณะนั้นร่วมกันอย่าให้ขนาดทุกขณะร่วมกันเป็นภาษาเป็นภาษาที่ไพเราะเป็นภาษาที่น่าจะซาบซึ้งกันให้ อย่าทำขนาดทุกขณะให้ร่วงลงหรือให้ตกร่วมขณะทุกขณะคำว่าขณะนี้มีความหมายมากมันหมายถึงการละอันที่อันที่ละเอียดหมายถึงจังหวะชีวิตของเราจังหวะชีวิตของทุกคนจังหวะชีวิตของทุกชีวิตมีระยะการที่จะให้เราไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเราจะเรียกวินาทีมันก็ฝ่าวินาทีมันละเอียดกว่าวินาทีวัดอะไรก็ตามแต่ที่เรารู้ว่ามันเป็นสภาพเป็นสภาวะ เป็นภาวะแห่งการเกิดกายกรรมเกิดวจีกรรมเกิดมโนกรรมเกิดละเอียดถึงขั้นไหนรายละเอียดถึงอะไรได้แค่ใดแล้วเราจะระลึกรู้กายระลึกรู้ว่าจีระรูมโนระลึกรู้อะไรที่สิ่งแวดล้อมอย่างหรือละเอียดเข้าไปถึงจิตเราจะใส่ใจหรือเอาใจใส่เขาไว้ตรงไหนเราจะเอาใจนี่เข้าไปทำงานระลึกรู้ตัวรู้ก็ทำการนอกจากรู้แล้วก็กระทำการคือประกอบการให้มันให้มันเป็นสุจริตให้มันเป็นกุศลให้มันอัปลักษณ์ มันเป็นวุฒิธรรมให้มันเจริญพูดภาษาบาลีมามากมายให้มันเจริญก้าวหน้าให้มันดีขึ้นถ้าเราไปพูดที่มีเจตนาลมมีความรู้และความตั้งใจและก็ได้ปรับปรุงนี้อยู่มาเป็นไปอยู่จริงๆแล้วคนผู้นั้นถ้าไม่ดีมันก็ไม่มีวิธีอีกแล้วไม่มีวิธีอีกแล้วที่พูดไปเมื่อกี้นี้แหละเป็นจุดเป้าหมายของชีวิตที่คนทุกคนจะต้องทำจนกระทั่งกระทำได้เป็นโสดเป็นระบอบเป็นตัวเป็นที่มันจะเป็นกับตัว สู่ระบบนี้อยู่ที่ตัวเราเลยมีประจำอยู่ตลอดเวลาจนเราสั่งตัวเองได้ว่าเราจะพักพักเท่านี้พักอยู่ในระดับเท่านี้พักสนิทเลยเป็นอสัญญีหรือพรรคไม่ถึงอสัญญีนะมีสติประมาณเท่านี้พักให้เกินกว่านี้อีกพักจนมีกำหนดว่าจะพักขนาดประมาณเท่านี้และจะตื่นขึ้นมาจริงๆลืมตามีสติสัมปชัญญะเต็มเท่านี้และเมื่อตื่นเราก็จะอยู่ด้วยการมีสติสัมปชัญญะปัญญา ทุกอย่างด้วยเทียนและเมื่อเพี้ยนแล้วเพี้ยนเต็มที่หรือว่าเพียรมีส่วนพักในตัวเราจะเพี้ยนอยู่ในตัวแล้วก็จะพักอยู่ในตัวประมาณเท่านี้เท่านี้เพราะว่ามันไม่จำเป็นไม่ต้องเร่งหรือต้องเมื่อยมากเราก็จะกระทำกับตนเองประมาณเท่านี้เท่านี้ก็มีเพียงมีพรรคในตัวแล้วก็เพียรในตัวถึงเวลามันหายเมื่อยก็แรงขึ้นใหม่ได้หรือว่าจำเป็นจะต้องเร่งมือตอนนี้ต้องเปลี่ยนจากเพราะว่าสิ่งแวดล้อมมันบังคับเวลาเร่งคนที่จะรับผลประโยชน์มีหรืออะไรต่ออะไรต่างๆเราก็รู้จังหวะชีวิต ที่จะต้องกระทำเราเร่งเพียรก็เพี้ยนเพี้ยนจนถึงเวลาจะพักอีกสักพักไปสุดท้ายถึงเวลาพักใหญ่ก็พักเลยทุกอย่างก็เป็นวัฏฏะเป็นสิ่งอันพึงทำวนเวียนอยู่อย่างนี้วันแล้ววันเล่าชีวิตที่เรายังมีธาตุรู้มีจิตวิญญาณที่เราจะรู้มันก็จะรู้ว่าเราเองก็วนเวียนแล้วเรียนเราโดยไม่สงสัยโดยไม่ประหลาดอะไรวะชีวิตมันก็คือความวนไปอย่างนั้นและช่วงชีวิตที่เรามีอยู่มีพรรคกับมีเพียรอยู่ในชีวิตนั้นในวงวน เรามีความสบายอย่างไรเรามีประโยชน์อย่างไรเราเป็นผู้มีค่าอย่างไรหรือว่าเราไร้ค่าต่อไร้ประโยชน์หนี้สิ่งที่มันบกพร่องมากกว่ามีความไร้ค่ามากกว่าหรือว่าชีวิตของเรามีความมีค่ามีประโยชน์มากกว่าเราตรวจสอบพิสูจน์ไล่เรียงไปได้เรื่อยๆคนที่ค่อนข้างจะเข้าข้างตัวก็จะพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่ามากอยู่เสมอแหละเท่าที่ทำความเสื่อมเอาซะด้วยซ้ำ ปัญญามันยังไม่มีมันทำอะไรโง่ๆมันก็นึกว่าตัวเองทำจนกว่าเราจะมีปัญญารู้ว่าไอ้นี่มันทำโง่ๆไม่ควรทำเลิกเสียปรับปรุงจิตปรับปรุงกรรมการกระทำของเราตั้งแต่กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมปรับปรุงให้มาสู่กรรมที่ดีเป็นสุจริตกรรมเป็นกุศลกรรมดีเป็นประโยชน์ตนเป็นประโยชน์ถ้ายิ่งพร้อมกันไปเลยกรรมที่เราทำไปนี้เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านพร้อมกันทันทีประโยชน์ตนก็คือการยังชีวิตอยู่ ตามปัจจัยพอเพียงกับการล้างชำระกิเลสสำหรับคนทั่วไปสำหรับคนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ส่วนใหญ่คนส่วนใหญ่คือยังไม่เป็นพระอรหันต์บอกอย่างนี้ได้เลยคือส่วนใหญ่ประชาชนทั่วไปแล้วประโยชน์ตนคือการล้างกิเลสทำอย่างไรเราจะปฏิบัติอะไรอยู่ก็ตามเดินยืนนั่งนอนทำจิตแล้วมันเป็นผลทำให้เราตัดกิเลสไปพร้อมกันเดินก็กำลังเดินตัดกิเลสยืนก็กำลังยืนตัดกิเลสนั่งก็กำลังนั่งตัดกิเลสนอนก็กำลังนอนตัดกิเลสทำจิตก็ ทำกิจการงานนั้นอย่างตัดกิเลสอยู่ในตัวมีภาวะที่รู้เรารู้ว่าเราทำอยู่อย่างนี้มันเป็นเสาร์อาทิตย์ได้ตัดกิเลสดัดอดทนข่มขืนบ้างซึ่งเราดูด้วยความจริงเป็นสัจจะถ้าไม่เป็นกรรมฐานอันนี้เป็นการกระทำที่ทำให้เราอดทนของฝืนธรรมะขันติจาคะได้สละออกจากได้สละออกตัดกิเลสนี่คือสลากออมสินคือลาออกปล่อยทิ้งทำให้หลุดทำให้พ้นทำให้ไม่ติดไม่หยุดทำให้ขาดร่อนออกไม่หลอกแม้สิ่งที่จะมาติดมา มาสัมผัสเราก็ไม่โทรสั่งไม่โลภมาใส่เราและเราก็จะไม่โทรจะแม้สิ่งที่ติดอยู่ไม่รังเกียจไม่รังเกียจไม่เกิดการไม่ชอบไม่เกิดการขัดเคืองไม่เกิดการผลักไสเราไม่ติดและเราก็ไม่ปรับจึงเป็นกลางๆเราจะกระทำทุกคำกิริยาทุกเวลาให้เป็นอย่างนี้จนอ่านรู้รอบจนเข้าใจจนอยู่กับอะไรอะไรอะไรอะไรอะไรก็มั่นใจเป็นอยู่อย่างไรอย่างไรก็มั่นใจเข้าใจเข้าใจวันหนึ่งคืนหนึ่งมีวัตถุประสงค์การพักการเพียรหรือ ตำรวจพระพุทธเจ้าเลยให้ชัดเต็มเป็นสำนวนที่สรุปและเป็นสำนวนที่สูงเอาคำว่าไม่เข้าไปประกอบว่าไม่พักเราไม่พักเราไม่เพียรเคยอธิบายให้ฟังแล้วตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสคำตอบวันนี้แก่เทวดาว่าเราไม่พักเราไม่เพียงเราจึงฆ่าหมกก็สงสารได้ทำไมถึงตรัสอย่างนี้เคยตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วว่าเป็นคำสรุปสุดท้ายเป็นคำสูงสุดที่ควรจะตัดหรือควรจะกล่าวเราย่อมกล่าวพระพุทธเจ้าจะกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าวคำสวดก็จะกล่าวคำสวดมนต์กล่าวคำกล่าวคำกล่าวอันนี้เป็นกล่าวคำสวดคำ คำจบสูงสุดสภาพของนิพพานหรือสภาพของการข้ามออกก็สงสารได้เรียบร้อยเนี่ยจะเป็นยังไงคำตอบคือเราไม่พักเราไม่เพียรที่เป็นคำตอบจบที่ต้องใช้คำว่าไม่ก็เพราะว่ามันเป็นสภาพที่ละนายพรายจากจบด้วยการศูนย์จึงต้องการไม่มีสุญญตาจึงต้องใช้คำว่าไม่แต่มันก็เป็นนัยยะความหมายที่อธิบายได้มันเป็นคู่เคียงกันเราไม่พักก็คือเราเพียรเราไม่เพียรก็คือเราพักเพราะฉะนั้นเมื่ออธิบายถึงตัวอัตราเราไม่พักนี่เป็นคำพูดของอนัตตา เราไม่เพียรเราไม่ทักเราไม่เพี้ยนเป็นคำพูดของลักษณะอนัตตาคือไม่มีตัวตนลักษณะปฏิเสธลักษณะสุนสูญญตาลักษณะไม่พระพุทธเจ้าจึงตอบคำจบตอบลักษณะสูญญตาต่อลักษณะอนัตตาไม่มีตัวตนศูนย์แล้วแม้แต่ภาษาบัญญัติท่านก็ใช้ลักษณะนั้นทีนี้เมื่อเราเปลี่ยนคำภาษานี้มาเป็นลักษณะอัตราก็พักกับเพื่อนเราพักเราเพียรบอกแล้วว่าเราไม่พักมันก็คือเราเพียงเราไม่เพียงก็คือเราพักพออธิบายภาษามาเป็นลักษณะอัตราลักษณะของสภาพ ไม่ใช่ 0 ลักษณะที่ยังมีลักษณะที่มีเราก็ทำความเข้าใจในความมีเราพักเป็นลักษณะอย่างไรเรียกว่าพรรคลักษณะที่มีอยู่อย่างที่อธิบายมาผ่านมาแล้วเราจะพักจากอสัญญีเราจะพักอย่างหลับไม่รู้เรื่องหรือนั่งพักนอนพักอะไรก็ตามแต่หยุดอยู่ในลักษณะที่ตั้งสติไว้เท่าใดจะให้มีสติเท่าใดเราฝึกไม่ฝึกไม่ได้ขนาดฝึกที่ยังต้องเป็นอยู่เสมอเลยว่าเราจะทำขนาดไหนหรือไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าเป็นพระอรหันต์ขนาดไหนก็ตามก็จะต้องมีสติสัมปชัญญะที่จะรู้ตัวที่จะอยู่กับการใช้ ไม่ใช่ว่าเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ควบคุมไม่มีสติสัมปชัญญะพร้าวท่านไม่ต้องควบคุมอะไรมากแต่ท่านจะมีสติสัมปชัญญะท่านไม่ใช่คนที่จะปล่อยป่าละเลยในสติสัมปชัญญะไม่ใช่ท่านมีสติสัมปชัญญะปัญญาเป็นเครื่องอยู่เป็นวิหารธรรมเพื่อที่จะดำเนินให้มันเป็นไปตามที่ท่านกำหนดทุกขณะถ้าเป็นผู้ที่รู้จักขนานไปพูดที่รู้จักกาลเทศะเพราะฉะนั้นผู้ใดที่จะฟังคำว่ากาละก็เป็นความหมายของความพอพูดถึงขณะก็เป็นความหมายที่เน้นละเอียดซอยลงไปในหน่วยกาล เปิดกาลีกาละเวลาเขาจะใครจะเรียกกาลเวลาแห่งชีวิตกาลเวลาแห่งอะไรก็แล้วแต่ขณะแห่งสิ่งนั้นยิ่งละเอียดกาลเวลาแห่งชีวิตขณะแห่งชีวิตยิ่งละเอียดยิ่งคำว่าขนาดแห่งชีวิตยิ่งละเอียดลงไปอีกละเอียดยิบเลยหรือว่าเป็นการสุขุมประณีตต้องไปกว่านั้นเพราะพระอรหันต์จะมีสติสัมปชัญญะปัญญาดูแลขนาดของท่านเองท่านจะดูแลขนาดของท่านเสมอและท่านอาจารย์อยู่กับสิ่ง พร้อมสำหรับจิตของพระอรหันต์นั้นท่านตัดสินแล้วท่านสบายแล้วท่านไม่เดือดร้อนไม่มีอนาคตอนาคตจบเมื่อไหร่ก็ได้แต่ถ้าจะให้ท่านมีสมมติสัจจะที่จะตั้งอนาคตไว้ร่วมด้วยสังขารด้วยเช่นว่าถ้าจะนัดไอ้คนนั้นน่ะเออ 2 วันข้างหน้า 5 วันข้างหน้าปีหน้าเราจะไปทำอันนั้นเราจะมีอันนั้นกับทำกิจการนั้นกับคนนั้นคนนี้คือเราจะไปหานะเราจะมีโน่นนี่นะนัดแนะไว้แต่สมมติว่าคนมันนัดนิมนต์พระอรหันต์ไปฉันอีก 3 วัน 5 วันข้างหน้าแต่ก็มีอนาคตอย่างนั้นกับคนคนนั้นได้ไม่ใช่ฉันไม่มีอนาคตเลยไม่รู้เรื่องเลยพรุ่งนี้ไม่มี ไม่รู้เรื่องแต่อย่างนั้นมันคนโง่พูดกันแต่โดยคนที่มีสติสัมปชัญญะปัญญารู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วมันมีเบื้องหน้ามีเบื้องหลังมีอดีตมีอนาคตมีศาสนาส่วนปรมัตถสัจจะเกี่ยวกับเรื่องจิตเจตสิกรูปนิพพานพระอรหันต์ท่านจบและจบจิตเรื่องจิตเจตสิกรูปนิพพานของท่านแล้วเรื่องปรมัตถ์ปรมัตถสัจจะท่านเจ้าของท่านสัดส่วนสมมติฐานมีอยู่กับโลกอย่างรู้ขนาดรู้สิ่งแวดล้อมท่านจะอยู่เดี๋ยวนี้แม้แต่ขณะนั้นจะเป็นอนิจจังแบบรูปรูปข้างนอกเอาไว้ 3 วันข้างหน้าเราจะไปกิจนั้นนะนัดแนะไว้อย่างดีเราก็เตรียมตัวพระอรหันต์ท่านก็เตรียมงานไว้เพื่อที่จะไปทำกิจ ไข่ไก่เขาให้เจริญรุ่งเรืองถ้าเขาเตรียมปิดเตรียมการเตรียมงานอะไรไว้อย่างดีเสร็จแล้วเข้ามาบอกล้มเลิกถ้าเราบอกล้มเลิกด้วยอะไรล้มเลิกเพราะเหตุอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นสมควรไม่ต้องทิ้งต้องติดเขาเหตุจำเป็นก็ไม่จริงไม่ติดแต่มาถึงคนเอามาบอกล้มเลิกถ้าไม่ได้เรื่องอะไรเลยแล้วมาทำให้กิจการแล้วตัวเขาเองเป็นคนเสียถ้าทำอย่างนั้นแล้วเขาก็ทำเสียเราก็รู้คนที่จริงก็ไม่ควรสอนก็ไม่ค่อยสอนถ้าคนสอนถ้าพรุ่งนี้ไม่ควรสอนเขาทำเลวแล้วก็จำไว้ทีหลังคนนี้เราก็จะรู้ว่าคนนี้เลวหรือดีขนาดนี้มีค่าเท่านี้มาคบกับเราทีหลังเราก็จะเตรียมตัวรู้ว่าคนนี้ทำกับเขาร่วมได้แค่นี้จริงจังกับเขาแค่ไหนเท่าที่เขาจริงจังครับ แต่เขาไม่จริงจังเป็นคนเหลาะแหละแล้วจะไปทำอะไรต้องเตรียมตัวเตรียมไปแล้วมาถึงอารมณ์แล้วอีกเราก็เสียเวลาแต่ถ้าเขาจริงจังดีอะไรต่อดีเราก็จะทำดีกับเขาเท่าที่จัดสวนก็มีและเราก็จะไม่เอาเปรียบเขาเราจะให้เขามากกว่าเตรียมให้กับเขามากกว่าเสมอไม่ใช่เราจะต้องไปทำให้เขาน้อยกว่าแต่เราก็จะไม่ทำอะไรโดยไม่รู้อะไรซะเลยนี่พูดรายละเอียดให้ฟังจะได้รู้ว่าการเป็นอยู่นี่เป็นอยู่ยังไงเราจะเป็นอยู่กับคนคนนั้นคนนี้อะไรก็ได้เราถ้าเราจำได้ประจำได้คนนี้คนนี้จำได้คนนี้มาทำให้เราเข็ดคนนี้มาทำให้เราไม่ดีเท่านี้เท่านี้เราก็จะจำได้เท่านี้เท่านี้เพราะฉะนั้นเราจะทำประโยชน์กับคนนี้ตอนนี้ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเป็นการอาฆาตมาดร้าย แรกไม่ใช่เราจะทำดีกว่าเพราะเขาเหมือนกันเขาเลวเท่านี้อยากเข้ามานัดแล้วล้มเหลวเละไม่ได้เรื่องได้ราวมานัดไว้มาทำอะไรเป็นไรไว้ไม่จริงจังอะไรหล่อๆเลยแหละทำเหมือนอย่างของเล่นของเหมือนเราไร้ค่าไม่จริงจังไม่นับถือจะบอกเลิกบอกนะจะทำอย่างนู้นอย่างนี้อะไรต่ออะไรก็ได้เขามีความรู้สึกอย่างนั้นแสดงว่าเขาไม่นับถือเมื่อไม่นับถือเราก็ทำเท่าที่เขานับถือเราเท่านั้นคือนับถือเราน้อยเราก็ทำให้เขามีค่าเท่าที่เขานับถือแต่เราก็ยังไม่ทำให้เขาน้อยกว่าที่ควรจัดเตรียมให้เขามีเรามีให้เขาพอที่ควรเพราะฉะนั้นคนที่ไม่นับถือเรามากเรามีอยู่แล้วในตัวของเราเราเป็นคนดีเราเป็นคนมีความสามารถเรามีสมรรถภาพ เพราะเราไม่ต้องเตรียมอะไรมากก็มีมีคุณสมบัติในตัวมีทรัพย์มีอริยทรัพย์ในตัวพอสมควรไปเมื่อไหร่ก็โกยให้ได้พอสมควรไม่ต้องเตรียมอะไรให้เลยเพราะบางคนบางคนไม่เตรียมอะไรให้เลยมาขออะไรจากเราเรามีพร้อมให้ไปได้นัดแนะจะไปรับปากรับคำเราไปได้แล้วก็ให้คนถึงเวลาให้ก็ให้เรามีพอให้เหลือบางคนจะเตรียมให้มากเลยวันนี้นับถือเรามากคนนี้รักเรามากไปแล้วให้ได้มากเราจะเตรียมไว้ให้ด้วยซ้ำทั้งๆที่เรามีแล้วอริยสัจเราจะเรียบเรียงเราจะเตรียมพักพร้อมใส่ 6 พอตั้งใส่พานทองเตรียมอะไรไปไว้ให้ไปถึงปั๊บให้พร้อมครับเราจะทำตามคุณภาพของผู้ที่รับตอบเป็น ทายกปฏิคาหกคราที่เราเป็นทายกเป็นผู้ให้เราจะให้อย่างยินดีเราจะให้อย่างสมค่ากับผู้ที่ควรให้เราเป็นผู้รับเป็นปฏิคาหกแล้วก็จะรับอย่างดีไม่ใช่การแก้แค้นนะไม่ใช่การพยาบาลที่อธิบายไปเมื่อกี้ไม่ใช่ว่าฟังแล้วฟังดูแล้วฟังโง่ๆฟังแล้วกลายเป็นผู้ที่ไปมีพยาบาทแก้แค้นคนที่เขาไม่ดีต่อเราและเราเราไม่ดีต่อไม่ใช่เราดีต่ออยู่เท่าที่เป็นไปอธิบายซ้อนให้ฟังแล้วว่าพระอรหันต์พระอริยะมีทรัพย์อยู่ในตัวและจะไปเอาอะไรให้พระอริยะอรหันต์จะมีอะไรมีแต่ภูมิปัญญามีแต่คุณงามความดีเดินไปก็ให้เขาแล้วนั่งอยู่ก็ให้เขาแล้วพูดอยู่ให้เขาแล้วถ้าทำผิดทำการงานอะไรอีกก็ให้เขาแล้วมีทรัพย์สมบัติอันประเสริฐมีตัว แล้วจะให้เขาเกิดมาเป็นคนให้เกิดมาเป็นคนที่มีคำกิริยามีเพียรมีวิริยะอุตสาหะที่จะกระทำเท่าที่จะเป็นไปแล้วเราก็เป็นสุขอยู่นะทีนี้ก็อยากจะลองพูดให้พวกเรารู้สึกตัวแล้วก็พยายามทำความตัดสินทำความเห็นให้มันคงให้หยุดไม่ให้ทรัพย์ส่ายไม่ให้วันไว้ไม่มีอะไรที่สงสัยลังเลแปรปรวนก็คือชีวิตของพวกเราที่มาอยู่ณที่นี้งานได้เข้ามามีชีวิต ทะเบียนวนเวียนมีวัฏฏะมีกิจวัตรหรือมีสังสารวัฏสารวัตรก็คือทั้งนั้นน่ะในสงสารในทั้งหมดในชีวิตของจะอธิบายตั้งแต่ Cat ไปจนกระทั่งถึงกว้างของชีวิตมวลมนุษย์สัตว์โลกรวมทั้งทุกอย่างริมน้ำไฟลมวนเวียนอยู่เขาเรียกว่าสังสารวัฏความในสังสารวัฏนั้นแทรกลงไปว่ากิจวัตรหรือมีอะไรเป็นวัดก็แล้วแต่ที่เราจะพึ่งบนเวียนเป็นไปเรื่องย่อมาจนกระทั่งมาลองดูว่าที่พวกเราทุกคนมีชีวิตวนเวียนอยู่บางคนก็วนเวียนออกวนเวียน เพราะว่ามันไม่แน่จะเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับชาวอโศกหรือว่ามาเป็นชีวิตอย่างพวกนักบวชเนกขัมมะหรือว่าเป็นนักบวชมันก็ยังไม่มั่นคงมันยังแปรปรวนมันยังไม่เที่ยงไม่แท้มันยังไม่ตัดสินอย่างที่กล่าวแล้วมันยังไม่หยุดมันยังสงสัยลังเลมันยังอะไรต่ออะไรอยู่มันยังไม่สนิทเนียนมันก็ทุกข์ทุกข์มันก็นั่งอยู่บนฐานเชิงนั่นร้อนจัดคือมันก็นั่งอยู่บนที่ที่มันมีอะไรที่แพงทุกๆอยู่แต่เดี๋ยวก็ขยับหรือว่านั่งอยู่ในที่ที่เรียบร้อยบ้างแล้วนานๆแล้วมันก็ เจ็บปวดของตัวเองเหมือนกับผู้ที่นั่งนั่งหลับตาสมาธินั่งทำใจโตสมถะนั่งไปแล้วจริงๆไม่มีอะไรแล้วนะนั่งในที่เรียบร้อยบางทีที่อาจจะรองรับหนุ่มๆซะด้วยซ้ำไปแต่นั่งไปแล้วนั่งไปแล้วมันก็รู้สึกมันเจ็บมันปวดมันทิ่มมันแทงมันนั่งอยู่ไม่ได้แล้วต้องลุกหรือไม่ก็ต้องขยับหน่อยก็คือสิ่งที่มันยังไม่สนิทมันยังไม่ว่างไม่ปล่อยมันก็มีอะไรจุกๆจิ๊บๆมันจะมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานามีเป็นมวลเป็นพลังงานมีอยู่ในตัวในตนต้องจิตทั้งวิญญาณทั้งดินน้ำไฟลมที่มันไม่ลงสัดส่วนแล้วมันก็เป็นได้งั้นมีลักษณะคล้ายๆมันไม่หยุดมันไม่จบเพราะถ้าสิ่งใดสนิทเนียนนิ่งทุกอย่าง เป็นไปด้วยนิ่งเงียบนานจะให้อยู่นิ่งๆนี้ก็นิ่งได้นานจะให้เป็นไปก็เป็นไปได้แคล่วคล่องไม่หยุดง่ายเป็นไปได้ต่อนายจะทำงานก็ทำอย่างนี้ไปเธอติดต่อได้ไม่เบื่อไม่นานจะให้ปอต่อไปก็ต่อมีอยู่ที่คำสั่งมีอยู่ที่ตัวเรามีจิตวิญญาณจะสั่งหยุดๆจะสั่งทำทำไม่ใช่เพราะจิตก็เบื่อหน่ายถ้าจิตมันเบื่อหน่ายมันปล่อยมันทำไปแล้วมันก็เซ็งมันก็เบื่อซ้ำซากเบื่ออันนั้นเป็นจิตเพื่อประชาชนโดยจิตพระแสงขาดที่ยังไม่เที่ยงแท้จิตพระอเสขะแล้วเที่ยงแท้แล้วจะหยุดก็หยุดทำต่อก็ต่อมันไม่มีทุกข์มันไม่มีสุขมันไม่มีชอบหรือไม่ชอบจะชอบมันก็ไม่ใช่ว่าชอบ มันก็เห็นดีแล้วเราก็จะทำตั้งใจที่จะประกอบสัมผัสๆด้วยดีมีจิตมีการงานมีหมดแรงจากแรงกลกับอันนี้มันก็มีแรงจากแรงคนที่หมุนอยู่ดีเป็นไปดีสังข์หยดเหมือนปิดสวิตช์เหมือนเครื่องกลเนี่ยมันไม่มีวิญญาณเราเป็นคนเดินเครื่องกลแล้วก็เดินเปิดสวิตช์มันก็เดินก็มันเดินได้ถ้าเครื่องมันเป็นไปได้ดีอยู่นอกจากเครื่องมันจะเกเรแล้วเครื่องมันจะบอกพร่องมันพังไอ้ศูนย์มันเสียของมันสึกไอ้ตัวนั้นตัวนี้มันขรุขระๆกันแล้วเดินไม่ออกมันเดินไม่ออกของมันเองเครื่องมันพังมันชำรุดน่ะถ้าเครื่องมันไม่ชำรุดมันก็หมุนเวียนของมันไปขับสวิตซ์เดินปิดสวิตช์หยุดจะฟังดีๆแล้วเราจะรู้ว่าบทที่มันไม่มีกิเลส ทำยังไงมันคล้ายๆกับเครื่องจักรไม่เคยเขียนไว้ตอนนี้เอาตัวไอ้นั่นไปไว้ข้างนอกแล้วนี่ตัวหนังสือที่เขียนถึงเรื่องว่าชุดสุดท้ายก็เหมือนเครื่องกลเอาคำอธิบายเครื่องกลไปไว้ข้างนอกนู่นแล้วแดดส่อง 40 ลงทุกวันแล้วถ้ามีตรงไหนที่มันพอติดได้เอาไว้ดูนี่จะให้แบบเผา 40 ลงชีวิตเหมือนเครื่องกลึงชีวิตผู้ที่ไม่มีกิเลสแต่ไม่ใช่ว่าไม่รู้รู้ละเอียดกว่าตัวผู้ไม่รู้ด้วยซ้ำรู้ละเอียดกว่าผู้ที่เป็นปุถุชนด้วยซ้ำจะเป็นนักที่รู้ควรรู้เหมาะจะต่อต้านทำหรือไม่ทำเหมือนกับชอบหรือไม่ชอบจะทำหรือไม่ทำเหมือนกับชอบหรือไม่ชอบถ้าผู้ชุมชนน่ะชอบหรือไม่ชอบของตัวเองโดยอัตรา ตัวเราเองไม่ชอบแล้วเราก็ไม่ทำโดนเครื่องไม่โดนเครื่องอยู่ที่ตัวเราเองเราเป็นคนชอบก็ไม่ชอบเป็นความชอบของกิเลสอันนึงที่ประกอบส่วนพระอรหันต์หรือว่าพระอริยเจ้าชั้นสูงแล้วถ้าไม่ได้ทำเพราะว่าท่านชอบหรือไม่ชอบของตัวท่านทำเพราะควรหรือไม่ควรจะไม่ทำด้วยใจเหมือนชอบหรือไม่ชอบจะมีกิริยาอาการที่ปรุงขึ้นไปให้ดีเหมือนกับนอกจากเราจะชอบโดยเหมือนจะออกคำมาเรียกว่าชอบว่าเหมือนเราชอบเราจะทำให้ชอบยิ่งมีลักษณะชอบยิ่งร่าเริงปีเปรมเป็นการเป็นกิริยา ที่น่าชื่นชวนชื่นแล้วชวนคนอื่นด้วยคือชื่ออยู่เสมอฟังดีๆในภาษาเราจะต้องเป็นนักภาษาที่รู้จักภาษาเป็นเจ้าของภาษาเป็นนายภาษาอย่าให้ภาษามันภาษามันบอกลักษณะทางนั้นถ้าเราเข้าใจภาษาไทยภาษาอังกฤษภาษาไทยมันก็บอกลักษณะที่ชัดเจนเพราะฉะนั้นเราเป็นนายของภาษาเราจะใช้ภาษาเราจะเอาเราจะรับทราบภาษามันจะบอกความหมายของมันแล้วเราสืบภาษาและภาษานี้มันให้ความหมายเอาไว้ในโลกเป็นภาษาไทยมันก็บอกความหมายของมันเท่าที่เราจะลึกซึ้งในภาษาชื่นชวนที่กำลังใช้อยู่เนี่ยถ้าให้ตั้งข้อสังเกตให้ฟังด้วยมันชื่อจริงๆเราทำงานด้วยความชื่นชอบชื่นชมการทำงาน ความชื่นชมเราทำงานด้วยความชื่นชอบอธิบายภาษาสู่ฟังด้วยเราจะได้เข้าใจไปอีกทีแล้วจะรู้ว่าเราทำนี่กริยาต่างๆของพระอรหันต์ก็ทำในลักษณะที่ท่านจะปลงท่านจะอนุโลมปฏิโลมมากแค่ไหนถ้าจะปฏิเสธหรืออนุโลมตามคนอื่นไม่ใช่ท่านชอบไม่ต้องจำผิดใจถ้าไม่ติดใจหรอกแต่ท่านทำเพื่อให้เห็นว่าฉันชอบเหมือนฉันชอบนะเหมือนจะติดใจพอใจมากให้คนอื่นได้มีลักษณะนี้ตามเมื่อเราเห็นแล้วว่าพวกนี้เมื่อยแล้วพวกนี้คลายแล้วไม่ชอบแล้วปล่อยแล้วคลายแล้วพวกนี้ต้องทำอะไรเร่งเครื่องชี้ชวนเพราะพวกนี้ต้องมีอาศัยผู้นำถ้าสตาร์ทเริ่มใช้ผู้นำทำถ้าผู้นำก็ยังชื่นชอบเราต้องชื่นชอบตามคนที่เรารัก อยู่เราก็ต้องชอบตามคนที่เรารักมันเป็นกิเลสดึงกิเลสชวนกินเลยเพราะฉะนั้นผู้นำหรือผู้ที่เป็นพระอริยะพระอรหันต์ผู้ใหญ่ก็จะเป็นไปด้วยอย่างอย่างนู้นอย่างนี้เวลาพูดชื่นชมยินดีมีลักษณะนมน้อมชี้ชวนชื่นชวนทำเป็นไปยกตัวอย่างง่ายๆอย่างอาตมาเวลาเพราะคุณทำงานก็มาอาตมาก็มาทำให้พวกคุณร่าเริงชื่นชอบเป็นไปเหนียวแน่นไม่ปรับปล่อยให้ไม่หน่ายแม่งไม่ขี้เกียจลดเทียนอะไรอย่างนี้ก็เป็นการช่วยอาตมาไม่ทำก็จริงแต่อาตมาทำอย่างหนึ่งให้คุณได้รับทราบจะพูดไปชี้ชวนรื่นเริงบันเทิงให้คุณบันเทิงในธรรมบางทีสอนคุณอย่างนี้ขณะนี้นั่งอธิบายธรรมะอย่างนี้เพราะคุณก็กลับไปรับธรรมะนั่งง่วงนั่งง่วงนั่งขี้เกียจเบื่ออะไรไปมากๆไม่มา ปลากำลังทำงานนี่ก็รู้สึกว่าเออก็ทำงานมีภาวะสติสัมปชัญญะเต็มตื่นเพราะว่ามันต้องทำงานมันหลับทำงานไม่ได้มันตื่นตื่นดีแล้วก็คุยให้เพลินในขณะที่เพลินก็มีธรรมะอะไรสอดแทรกเข้าไปบางทีอธิบายธรรมะในขณะที่คุณทำงานคุณได้มากกว่าที่คุณนั่งฟังเนี่ยนั่งไปแล้วมันไม่ได้เรื่องเลยมันหลับสติสัมปชัญญะมันไม่มีมันไม่ได้เรื่องอะไรไม่รู้อะไรแต่เวลาทำงานมันตื่นสติสัมปชัญญะมีแม้ขณะนั้นมันแทรกธรรมะเข้าไปยังได้มากกว่าคนนั่งฝั่งนี้ก็ยังเป็นพระอาตมาก็ทำงานในขณะที่มันนั่งคุยพวกคุณกำลังทำงานอะไรอยู่เนี่ยนั่งคุยร่าเริงชี้ชวนมีลูกเล่นมีการเล่นมากกว่าเพราะว่าในขณะคนทำงานคุณก็จะเหนื่อยยิ่งไม่มีอะไรไปเล่นๆให้คุณมากมียิ่งซีเรียสยิ่งไปพูดธรรมะได้แข้งตึงซีเรียสมาก งานก็ทำด้วยเดี๋ยวตายเพราะฉะนั้นจะเห็นว่าอาตมาพูดคุยในขณะจะเป็นเชิงธรรมะก็ตามเป็นเชิงที่มีลีลาลูกเล่นเยอะในขณะทำงานในขณะอะไรจะเห็นเนี่ยอธิบายให้ฟังแต่ชี้ให้เห็นยกตัวอย่างที่สังเกตถ้าใครไม่ได้ไม่รู้ก็ระลึกถึงคราวที่มีที่ผ่านมามีเสมออาตมาทำอย่างนั้นเพราะอะไรก็อธิบายสู่ฟังและมีเหตุผลอย่างนี้มีเล่นๆหัวมากในขณะที่อาตมานี้เล่นหัวน้อยมีลูกเล่นๆนอนในขณะที่อาตมาอธิบายพูดกับคุณในขณะที่คุณทำงานกันหรือยิ่งงานหนักก็ยิ่งมีลูกเล่นเยอะมีเล่นๆเยอะเพราะว่ามันต้องทวงกันมันต้องถ่วงการในขณะที่ทำงานนั้นอยู่มีผลไหมทางนั้นอยู่มันก็ใช้พลังงานใช้สิทธิ์ใช้ลงทุนลงแรงลงไปขนาดนั้นแล้วเราจะเอาที่ไอ้หนักๆมึงไปให้อีกให้เก็บ โอ้มันหนักมันแย่ไม่ไหวก็มีอะไรต่อหลายที่อนุโลมลงไปอีกบ้างแล้วก็เป็นการพูดมีเล่นๆหัวๆเยอะกว่าอะไรอย่างนี้เป็นต้นถ้าใครสังเกตก็จะรู้อย่างนี้อย่างตัวอย่างนี้เป็นต้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเล่นให้มันเสมอจะเล่นให้มากไม่ได้อยากเล่นให้มากหรอกเล่นมากมันก็กลายเป็นเด็กเราไม่เล่นมากแล้วก็จะเอาเนื้อหาสาระนี้ให้มากนะเขาจะรู้ประมาณเมื่อเราทำอะไรก็ตามแต่เราจะทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นหรือเพื่อเรามันจะรู้ถ้าเราทำเพื่อเราเราก็ทำเพื่อเราบอกแล้วเพื่อนเราก็มีแต่เราเราจะทำถ้าเราเป็นเสขะหรือว่าเป็นผู้ชุมชนเราก็จะทำประโยชน์ตนโดยการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่เป็นไปเพื่อจะมีการตัดกิเลสหรือละกิเลสลดกิเลสของ ไม่ได้มากที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สำคัญของมนุษย์สวัสดิการงานประกอบนั้นก็ไม่เสียหายมีสติสัมปชัญญะทำการเดินทางการยืนทำการนั่งทำการนอนทำการงานอย่างนี้เป็นต้นอยู่ในอันไหนเราก็จะมีสติสัมปชัญญะประกอบเพราะฉะนั้นขอให้พวกเรามีสติระลึกรู้มีสติปัฏฐานเสมอทุกวันนี้ของเราบกพร่องลงอยู่มากเราเดินไม่น่าไม่น่าชี้ชวนไม่น่าชื่นชมทุกวันนี้เราลดแต่ก่อนนี้เรามีหมู่น้อยแล้วเรามีการสังวรระวังแม้แต่อาตมาเองก็คืออาตมาก็สังวรอยู่ทุกวันนี้ว่าอาตมานำน้อยไปเพราะอาตมาเองมาทำงานมีบทบาทมีการงานที่จะรับผิดชอบมี ใส่หลายเรื่องหลายอันมากเพราะฉะนั้นก็สติสัมปชัญญะหรือว่าส่วนหนึ่งของพลังงานที่จะเอามาควบคุมในอันนู้นอันนี้มันก็แม้แต่เดินก็จะต้องคิดถึงงานแม้แต่นั่งก็จะคิดถึงนายแม้แต่จะไปจะมาอะไรก็สติสัมปชัญญะก็จะต้องไปปรุงไปทำอะไรต่ออะไรอยู่มากก็เลยระมัดระวังในการควบคุมบทเดินบทนั่งบดนอนหมดอะไรต่ออะไรน้อยลงอาตมาก็รู้แล้วอาตมาก็ยอมรับนะว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน