สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประท้วงด้วยธรรมะสู่การปฏิวัติที่สงบสันติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประท้วงด้วยธรรมะสู่การปฏิวัติที่สงบสันติ ถ้าจะพูดไปแล้วเราไปประท้วงรัฐบาล เราก็ไปประท้วงด้วยธรรมะ เราเอาธรรมะไปประท้วงจนสำเร็จ ธรรมะที่เราเอาไปประท้วงสำเร็จ เป็นธรรมะที่สงบ ไปประท้วงตั้งเวทีประกาศบอกอธิบาย มีทั้งสงฆ์และฆราวาสผู้รู้ไปพูด อันนี้ถูกอันนี้ไม่ถูก ให้รู้แม้แต่ทางศาสนาก็ฟังได้ เราไปพูดโดยเอาเป้าของรัฐบาล เอาเป้าของผู้บริหารสังคมประเทศว่าไม่ถูกธรรม ไม่มีธรรมาภิบาลไม่มีนิติธรรมอย่างนี้ แม้แต่หลักนิติศาสตร์นิติธรรม มันก็ไม่เอามันก็ละเมิด ผิดกฎหมาย เอาความจริงไปประท้วงเขา ไม่ได้เอาปืนมีดอาวุธความรุนแรงอะไรไปละเมิดเขาเลย เอาความจริงไปเป็นอาวุธ เอาความสงบไปเป็นอาวุธ ทำหน้าที่การงานเป็นนักธรรมะ จนสำเร็จไปตั้ง 3 4 รัฐบาล นี่คือเราทำงานหน้าที่ธรรมะอย่างดี คนไม่รู้ก็หาว่าพวกเราไปยุ่งเกี่ยวกับเขาทำไม ถ้าคุณอยู่เฉยๆ คุณไม่รู้เรื่องก็เป็นอวิชชา ก็อยู่ส่วนของอวิชชาไปเถอะ คนโง่ก็อยู่ส่วนโง่ มายุ่งกับเขาทำไม คนฉลาดเขาจะทำงาน เราก็ไปทำงานจนสำเร็จมาเรียบร้อย อาตมาบอกตรงๆไม่ได้คุยโม้โอ้อวด ชีวิตที่อาตมาพาพวกเราไปทำงานให้แก่สังคมประเทศชาติสำเร็จมา ประเทศไทยเรานี้ เราไปประท้วงจนกระทั่งสุดท้าย พลเอกประยุทธ์จะมาปฏิวัติ เป็นเพียงบอกว่าผมขอยึดอำนาจ ประชาชนทำงานมาเสร็จหมดแล้ว ทุกอย่างสงบเรียบร้อย จนคนสงบ พลเอกประยุทธ์เข้ายึดอำนาจได้อย่างง่าย เพราะว่า 1.ประชาชนรับรองเอาด้วย 2. คนที่กำลังแย้งอยู่กำลังหมดฤทธิ์ มันก็เลยยอมง่ายๆ ก็เป็นแต่เพียงว่าผู้ที่จะปฏิวัติยกมือว่าผมจะปฏิวัติ เพราะตอนนั้นไม่มีใครบริหารปกครอง มุขกันขึ้นมาเท่านั้น นายกฯ ก็หมดไปแล้ว ผู้แทนรองก็หมดอำนาจไป ตกลงใครเป็นตัวจริงตัวแทนก็หมด นอกกฎระเบียบไปหมดแล้ว รักษาการณ์เก๊ๆ พลเอกประยุทธ์บอกว่
อ่านต่อ
าขอยึดอำนาจ ก็เลยไม่มีใครมีปากเสียง เขาพูดไม่ออก เพราะมันไม่อยู่ในหลักการอะไรเลย มันก็สำเร็จได้ง่ายๆ ประชาชนจัดการไว้หมดแล้ว จึงเป็นการปฏิวัติที่ง่ายที่สุด เป็นการเป็นประชาชนปฏิวัติ พลเอกประยุทธ์ก็ไปทำหน้าที่ ตั้งตัวเองเป็นผู้บริหาร จบ ก็เลยเรียบร้อยที่สุด เป็นการปฏิวัติที่ง่ายชิบหายเลย เพราะประชาชนใส่พานไว้ให้เรียบร้อย นี่คือความสำเร็จของประชาชน ชัดเจนไหม ประเทศไทยจึงมีประชาธิปไตยที่สวยงาม มีประสิทธิภาพสูง มี Coefficient เยี่ยมยอดประสิทธิภาพสูง ไม่ได้รัฐประหารใครเลย เป็นการปฏิรูปค่อยเป็นค่อยไป ปฏิรูปมาจนสุกงอม ปฏิรูปประชาธิปไตยมาจนสุกงอม ไม่ได้เด็ด เอาพานรองก็ตกมาใส่เลย ประชาชนไปประท้วงด้วยธรรมะด้วยความสงบ อหิงสา อโหสิด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ยอมเอาอโหสิ มีพวกไม่สงบเอาระเบิดมาปาเอาปืนมายิง แล้วเราไปประท้วงก็ยังถูกข้อหาว่าเป็นกบฏ น่าเศร้าใจ คนไปช่วยประเทศให้เกิดความสงบไปประท้วงด้วยความสงบกลับถูกกฎหมายเล่นงานทุกอย่าง ไม่มีอาวุธ สงบเรียบร้อยประท้วงได้สำเร็จ แต่กลับได้ข้อหามาเป็นกบฏ เราไปประท้วงเขา เป็นรัฐบาลไม่ได้เรื่อง ให้ออกไป เขาก็ต้องตั้งข้อหาให้เราอยู่แล้ว แต่ว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลที่ไม่ใช่ยังดันเอาข้อหามาให้เราอีก น่าจะให้เลิกไปเสีย นี่เราต้องเทียวไปเทียวมาขึ้นศาลอีก อาตมาก็ว่าผู้รู้กฎหมายแท้ๆ ทำอย่างนี้ได้ยังไง แท้จริงควรจะต้องตามมาบริการให้เซ็น แต่นี่เรียกไปอย่างคนเป็นเจ้านาย นักกฎหมายนึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่ เรียกประชาชนที่เขาทำงานให้คุณเสร็จแล้ว จนบรรลุผล ดีงามแล้ว แล้วก็เรียกเขาไปหานายไปเซ็น ซักไซ้ไล่เรียง แล้วก็ทำงานซ้ำซ้อนซ้ำซาก วนเวียน เป็นการเสียเวลาไม่เข้าท่า ไม่มีปัญญารู้จักเสร็จจบ….สรุปว่า อาตมาภูมิใจที่ชีวิตนี้ได้ทำงานทั้งการเมืองทั้งการธรรมะ พูดสรุปเลยว่าอาตมาได้ทำงานทั้งสองด้านเพื่อมวลประชาชาติมวลประชาชนเพื่อสัจธรรม เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ สำหรับวันนี้
610226_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ความจนที่มีสัมประสิทธิ์ ตอน 1