580525_ธรรมาธรรมะสงคราม ปรมาณูเพื่อสันติ(หยุดบูชาซุปเปอร์แมน).doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข25 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

580525_ธรรมาธรรมะสงคราม ปรมาณูเพื่อสันติ(หยุดบูชาซุปเปอร์แมน)

พ่อครูว่า.... วันนี้จันทร์ที่ ๒๕ พ.ค. ๕๘ วันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะแม วันนี้อาตมาตั้งใจว่าจะเอามหาจัตตารีสกสูตร มาอธิบาย แต่พอดีวันนี้มีโอกาสที่ อ.เอนก นาคบุตร จะมาเล่าเรื่องที่เราทำงานกับสังคม ที่ควรจะได้บอกกล่าวรู้กันทั่วไป เราก็ทำไปแก้กันไปบอกกันไป แต่ตอนนี้อ.เอนกยังมาไม่ถึง ฝนก็ตกใหญ่เลยตอนนี้ เราอยู่ใต้ฟ้าไม่กลัวฝน ฝนนั้นเย็นๆ

ก็มีคนเขียนถามมา ที่น่าจะได้ตอบ มีผู้ถามมาว่า...จากคุณผู้ใช้นามแฝงว่า เทวดาปู่ผู้บริสุทธิ์....ถามว่า ๑.คนที่ยึดติด(อุปาทาน)ในเทวนิยมมานานแสนนาน ทำอย่างไรจึงจะวางอุปทานตัวนี้ได้เด็ดขาด ตอบ. .. . “ เทวนิยม ” เป็นลัทธิหนึ่งที่เขานับถือกันมาก ตั้งแต่โบราณ จนถึงปัจจุบันก็ยังมีคนนับถือ ก็คือนับถือเทวะ จนมีศาสนาพระพุทธเจ้า จึงได้เปิดเผยความเป็นเทวะ แล้วก็เกิดลัทธิใหม่ที่เรียกว่าลัทธิ “ อเทวนิยม ” ซึ่งอเทวนิยม ไม่ใช่ไม่นับถือพระเจ้า แต่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นในพระเจ้า คือไม่อุปาทาน แต่แจ้งกระจ่างว่าพระเจ้าคืออะไร อยู่ไหน พิสูจน์ได้อย่างรู้แจ้งเห็นจริง ไม่ลึกลับ ไม่มีใครแก้ไขได้ พระเจ้ามีสิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียว สร้างทุกส่ิงในจักรวาล แล้วท่านก็รักทุกสรรพสิ่ง

ก็มีพระพุทธเจ้ารู้ว่าเทวะคือพลังงานวิเศษยิ่งใหญ่ แล้วเรียนรู้ได้ตามทฤษฎีความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แล้วจะละความยึดมั่นถือมั่น อุปาทานได้ ก็เรียนรู้ไป เข้าใจไปตามลำดับ ลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเล ทางที่จะรู้จักพระเจ้าคืออย่างไร แต่จนกว่าจะเป็นอรหันต์หมดความยึด จึงรู้จักพระเจ้าสมบูรณ์แบบ เป็นผู้สร้างโลก

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่าโลกคือ ความหมุนวนระหว่าง ๑ ๒ และ ๓ หรือว่า ๐ ๑ และ ๒ ก็คือสามจุดนี่แหละที่หมุนวน บรรจุในโลก และคน คือผู้มีความรู้ที่

อ่านต่อ

จะรู้ตัวว่า ที่หมุนวนคือเรา เราคือธาตุรู้ ที่รู้ความหมุนวนได้ เรียกว่าตัวเราหรือตัวตน หรืออาตมัน หรืออัตตา ซึ่งพระเจ้าเขาก็เรียกกันนะว่าท่านก็คือ ปรมาตมัน (บรม+ อาตมัน) ยิ่งใหญ่ท่านบงการทุกอย่างในมหาจักรวาล นั่นคือ เทวนิยม

พระพุทธเจ้าก็มาไขอาตมัน จนรู้ปรมาตมัน รู้เข้าไปที่สุด แม้ที่พระเจ้าสร้าง เราก็สามารถลบล้างอาตมันของเราให้สูญได้โดยไม่ต้องขออนุญาตพระเจ้า จะเป็นอย่างไรที่พระเจ้าประสงค์ ท่านมีสิทธิ์อยากให้คนไม่ทุกข์ร้อน พระพุทธเจ้าสามารถตรัสรู้การทำให้อาตมันของแต่ละคนเป็นเช่นนั้นเลย เป็นคนดีไม่ทำชั่วอีกเลยได้ ดังที่พระเจ้าประสงค์ และก็ไม่มีการกลับไปกลับมาฟื้นกลับได้อีกเลยในความชั่วนั้น

แต่คนไม่รู้ความจริงนั้นหมด จนทำให้ตนเองพ้นทุกข์อย่าง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) คนที่ทำไม่ได้ คนอยู่ในลัทธิเทวนิยมนั้น ก็ยังทุกข์อยู่ ทั้งที่พระเจ้าท่านไม่ปรารถนาให้คนทุกข์นะ แต่ไม่มีใครบังอาจถามพระเจ้า ว่าทำไมต้องให้คนมีทุกข์ด้วย ท่านปรารถนาให้คนไม่ทุกข์นะ

เราไม่ได้ลบหลู่พระเจ้านะ แต่พุทธทำให้พระเจ้ากับเจ้าของอาตมัน นั้นเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ที่พูดนี้ไม่ได้ข่มเบ่งนะ แต่เป็นวิชาการความรู้

แล้วพุทธก็ไม่ใช่ว่าจะหมดความเป็นเทวนิยมไปหมดทันทีนะ แต่มีลำดับในการปฏิบัติลดละความเป็นเทวนิยมไปเรื่อยๆ ลดละตั้งแต่ความเป็นทาสของโลกที่เราไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์ เราหลุดพ้นจากโลกได้เลยอย่างสิ้นอุปาทาน แล้วก็สิ้นความต ิด ในลัทธิเทวนิยม มาอยู่ในลัทธิอเทวนิยม ซึ่งรู้จักเทวะดี และก็เป็นเทวะเองได้ด้วย

๒.พระโพธิสัตว์ ๙ ระดับ พ่อครูนำมาจากไหน พอจะมีหลักฐานอ้างอิงไหม ตอบ. .. ก็พอรู้กันนะความรู้นี้ เป็นนัยๆ เป็นลักษณะที่แม้แต่ภาษาพระโพธิสัตว์ ก็มีอยู่หลายแห่งในตำราต่างๆ ในพระไตรปิฎก ถ้า เข้ าใจโพธิสัตว์จะรู้ว่าโสดาบันก็มีความเป็นโพธิสัตว์ ... และถามว่าหลักฐานมีไหม? ก็มีอยู่ในพระไตรปิฎก แต่คนเรียบเรียงไม่เป็น ก็ไม่สามารถเรียบเรียงได้ แต่อาตมาเป็นโพธิสัตว์ก็จะสามารถเรียบเรียงได้ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ ๗ ก็พอสื่อได้ แต่ก็สื่อได้ตามที่อาตมาเป็น สูงกว่านั้นก็สื่อไม่ได้ สื่อได้ในโพธิสัตว์ระดับ ๗ และในพระไตรปิฎก เถรวาทไม่มีเป็นเรื่องเป็นราว แต่ได้ยินมาในมหายาน แต่ก็ไม่ได้ยินได้ฟังระดับของมหายานอย่างชัดเจนอย่างที่อาตมาเอามายืนยันนะ

แต่ทุกวันนี้มันเพี้ยนไปมาก ออกนอกขอบเขตพุทธไปไกล ขออภัย ที่ต้องพูดเรื่องที่น่าสังเวชใจ ขออภัยที่ต้องพูดกล่าวเรื่องนี้ ที่จะพูดคือกรณีหลวงพ่อคูณ ขอยืนยัน ที่อาตมาพูดไปก่อนหน้านี้ที่ว่า คนไปชอบนิยมซุปเปอร์แมนเป็นนิยายที่ให้เด็กชื่นชอบ อย่างไม่ได้หลอกนะ เป็นคุณธรรมของฮีโร่ต่างๆ ซุปเปอร์แมน สไปเดอร์แมน อุลตร้าแมน หรืออย่างอื่นก็ตาม ก็ขอพูดให้ชัดนะ แม้คนจะเกลียดไม่นับถืออาตมาก็ง่าย แต่ว่าจะไปนับถืออย่างหลวงพ่อคูณนั้นง่าย เหมือนซุปเปอร์แมนที่ช่วยคน รถจะชนเด็กก็ช่วยเด็กคนก็ชอบ เหมือนหลวงพ่อค ูณ ทำเครื่องรางของขลังขาย หรือว่าช่วยคนก็ตาม ก็ไม่ใช่กิจที่พระจะทำเลย หรือจะเก่งทางนั่งทางในก็ตามไม่ใช่คุณธรรมของพระเลย แต่จะบอกว่าทำเรื่องดีก็ดี เป็นสิ่งที่ช่วยคนได้ซาบซึ้งกัน แต่ไม่ใช่พุทธ จึงไม่ตรงตามอนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ กลายเป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์หรืออิทธิปาฏิหาริย์เลย พระพุทธเจ้าไม่เคยทำการสร้างโรงพยาบาลหรือโรงเรียนให้ฆราวาสเลย แม้ไม่ใช่เรื่องเสียหายนะเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่คุณธรรมของพระนะ

อาตมาสร้างโรงเรียนก็ให้ฆราวาสเขาดูแลก็ยังบอกเลยว่า ต้องช่วยกันดูแลนะ หรือสร้างโฮ่งปัวก็ทำตามแค่กฎหมายเขาให้ ให้ฆราวาสเขาทำ ไม่ใช่หน้าที่ของเราว่าตัวตั้งตัวตีทำเลย แต่มันเป็นความดีงาม มันซ้อนว่าอันไหนเป็นหน้าที่ของสงฆ์ ตามคำตรัสของพระพุทธเจ้า

ตอนนี้มีลักษณะเห่อ ตื่น นิยมกัน คนก็เลยยกเป็นยอดเทพเจ้า เป็นอย่างนั้นเลย แล้วอยู่ในคราบของศาสนาพุทธ ไปปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ลุกลามเช่นนั้นมันเป็นปรากฏการณ์มีอิทธิพลครอบงำดึงดูดให้ออกนอกเส้นทางสัมมาทิฏฐิ อาตมาก็เลยเห็นว่ามันจะหนักมากที่จะกอบกู้ให้เข้าทางสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาผล เพราะอย่างนั้นมันไปหลงว่า หลวงพ่อคูณเป็นผู้มีอำนาจ ยิ่งใหญ่ เป็นผู้วิเศษ กูให้มึง ยิ่งกว่าพระเจ้า พระพุทธเจ้าไม่เคยว่าใช้แบบนี้เลย มันออกนอกลัทธิพระพุทธเจ้าหมด ขออภัยที่อาตมาพูดความจริง ก็ให้สติแก่วงการศาสนาพุทธ แก่พุทธศาสนิกชน อาตมาไม่ได้ดีหรอกที่พูดไป ก็มีคนชังด้วยซ้ำ แต่ศาสนาพุทธไม่ได้ให้มาเห่อลาภยศ ไม่มี ท่านให้มาจนด้วยซ้ำ เป็นศาสนาขัดเกลาจิตใจด้วย ทวนกระแสจิตโลกียะด้วย

ที่ไปหลงทำกันอย่างที่ยกกันเป็นผู้วิเศษให้เคาะหัว เป่าหัวให้ เป็นฤทธิ์เดช นั้นมันนอกพุทธ พระพุทธเจ้าไม่ได้ให้ภิกษุทำเช่นนี้เลย แต่นี่มาติดยึดหลงใหลกัน พระพุทธเจ้าให้ละหน่ายคลายออก มันไม่ใช่ตื้นๆ อย่างซุปเปอร์แมนทำ แต่ว่าธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ ๑. คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ๒. ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ๓. ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) ๔. สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ๕. ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) ๖. อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) ๗. นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ๘. ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๔)

ก็ขอตีเหล็กขณะร้อนๆ อาตมาก็อาจถูกลูกไฟกระเซ็นใส่ไม่น้อย แต่ก็จำเป็น ขอพูดกล่าวนะ ถ้าไม่มีใครพูดอันนี้ อาตมารับรองว่าไม่มีใครกล้าพูดหรอก และไม่มีใครจะชี้จุดบกพร่องหรอก อาตมาไม่ได้ลบหลู่หลวงพ่อคูณนะ แต่ท่านทำดีท่านเป็นคนดีนะ อาตมาไม่ได้ลบหลู่ แต่ท่านทำแบบไม่ใช่พุทธ ไม่ใช่สัมมาอาริยมรรค สัมมาอาริยผล เพราะของศาสนาไหนก็ทำเช่นนี้แหละ ช่วยคนได้โลกธรรมแค่นั้น ขออภัยพูดไปแล้ว หลายคนก็อาจหาว่าโพธิรักษ์อวดดี พูดหลบหลู่คน หาว่าคนอื่นผิด แล้วตนเองถูกอยู่คนเดียว ขออภัยอาตมาก็อยากเจอคนที่ถูก แล้วพูดจาโอภาปราศรัยกัน ท้วงกันได้ว่าอาตมาไม่ถูกตรงไหน ก็ดีเลยอยากทราบข้อบกพร่องที่มี นี่ก็ได้พูดสิ่งที่คิดว่า ควรพูด ส่วนจะมีผลอย่างไรก็รู้ได้ว่า จะมีคนตำหนิติเตียนไม่น้อย ก็จะมีคนเข้าใจได้บ้าง แต่จะจำนวนน้อยกว่าคนไม่เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องวิสามัญ ไม่ใช่สามัญ

ตอนนี้ อ.เอนกก็มาถึงแล้ว จะมีรายละเอียดที่จะพูดก็เชิญเลย อ.เอนก ... ก็ได้พูดคุยกันมาถึง ภารกิจทางประวัติศาสตร์ของชาวอโศก กับการเดินทางสู่อนาคต ก็ออกตัวว่ามีโอกาสมารู้เรื่องชาวอโศก จากตอนมีการทำกองทุนซิป(S IP.= Social Investment Fund ) ก็เพิ่งมารู้จักระบบบุญนิยม ที่เป็นพ่อของคอมมิวนิสต์ มาร์กซิสต์น้ันฆ่าคน แต่พ่อท่านกระจายสมบัติเป็นสาธารณโภคีและไม่ฆ่าคน

เมื่อวานก็ฟังธรรมะพ่อท่าน เพิ่งได้ฟังว่า พลังปรมาณูก็คือที่พระพุทธเจ้าค้นพบ แล้วไอสไตน์ก็ค้นพบด้วย ผมก็ปิ๊งเรื่องนี้ แล้วพ่อท่านอธิบายหน้าที่อะตอม ก็เลยเข้าใจเพิ่ม

เนื่องในโอกาสที่พ่อครูจะอายุครบ ๘๑ ปี ก็ได้อ่านเอกสารที่คุณหนึ่งฟ้าให้มาแล้วพบว่า ที่นี่เป็นแหล่งอารยธรรมที่คนมาอยู่อย่างสงบสุข สร้างวัฒนธรรมอารยธรรมมานานหลายพันปี ที่เมืองอุบลฯนี้ แล้วชาวอโศกจะมาสืบทอดต่อ พ่อท่านมาปักหลักที่นี่ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง

ที่นี่ เจ้าคำผง มาตั้งเมืองอุบลฯ หลังกทม.แค่ ๑๑ ปี ก็ก่อร่างสร้างตัวกันมา เป็นอจินไตย , ร.๔ สร้างโรงเรียนครั้งแรกที่อุบลฯ, พระสายนักปราชญ์ก็มาอยู่ที่อุบลฯ

มันบ่งบอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร? พ่อท่านมาปักหลักที่ราชธานีอโศก ก็เป็นแหล่งของคนรักสันติ แล้วเจ้าคำผง ก็มาสร้างเมืองอุบลฯ แต่แปลกว่าที่นี่ไม่มีคูเมืองกำแพงเมือง แสดงว่าที่นี่ไม่มีสงคราม มีคนที่หนีจากสงครามมาปักหลักที่นี่ พ่อท่านก็มาฟื้นศาสนาพุทธที่นี่ด้วย

แม้แต่เศรษฐกิจบุญนิยม หรือประชาธิปไตยอาริยะ ก็ให้ถึงสาธารณโภคี มีการลดอัตตากันด้วยที่ไม่เห็นในการเมืองใด

พ่อครูว่า ... ระบบของพระพุทธเจ้าที่อาตมาพาทำนี่ พิสูจน์กันในสังคมนี้ที่อยู่ในธรรมนูญ กฎเกณฑ์ของพระพุทธเจ้า ที่ชาวอโศกได้มาแล้วก็มาทำ คือทุกคนอยู่ในนี้เสียภาษี ๑๐๐ % เป็นเครื่องชี้วัดว่า คือของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชนเลย

อ.เอนกว่าผมมองว่าโลกทั้งโลกจะมาใช้ทฤษฎีของพ่อครูนี้ โลกทุนนิยมไม่สามารถจัดการกัมมันตภาพรังสีเลย อิเล็กตรอนโลกแตกตัวกันมากมาย อย่างจีนก็แสดงออก อิเล็กตรอนประจุลบออกมามากมายวิ่งไปหมดเลย เขากำลังค้นพบธุรกิจเพื่อสังคมสิ่งแวดล้อมแต่เขาไม่เข้าถึงจิตถึงอัตตาที่ต้องใช้พุทธศาสนา และต้องใช้โปรตอน ที่เป็นตัวควบคุมอัตตา ได้

พ่อครูว่า สามารถรู้ตัวว่าตนเองเป็น XX แล้วไปควบคุม XY ได้

อ.เอนกว่าโลกยังไปไม่ถึงที่พ่อครูพาทำมานี่เลย แล้วดูเหมือนว่าทุนนิยมเป็นอิเล็กตรอนเคลื่อนตัว เขาไปรวยล้นฟ้านี่ก็จะยิ่งเหลื่อมล้ำไปเรื่อยๆ อย่างบิลเกตต์ ก็รวยมาก แต่บริจาคก็เพื่ออัตตา ผมได้ฟังพ่อท่านที่ค้นพบเรื่องวิทยาศาสตร์เชิงพุทธนี้มันเป็นคำตอบของโลกนี้ จะตอบโจทย์ของโลกนี้

พ่อครูว่า.. .อาตมาถึงมุ่งมั่นอยู่ไปอีกนาน จะเป็นกสิกรที่ปลูกต้นของอาริยธรรม ชื่อ ต้นอาริยธรรม ให้แก่โลกไว้เป็นพันธุ์

อ.เอนกว่า..ถ้าใช้โครงสร้างอะตอมมาอธิบาย ชาวญาติธรรมที่เคลื่อนตัวอยู่รอบนอก สมณะที่เหมือนโปรตอน เป็นนิวเคลียส ก็จะเจอกับคลื่นใหม่ โลกจะเปลี่ยนไป ซึ่งต้องการระยะทาง เวลา ในการสร้างเสริมต่อไป พระพุทธเจ้าศาสนาในรอบ ๕๐ ปีนี้โคลงเคลงมาก ถ้าไม่มีตักศิลา อย่างอโศก จะไม่เข้าถึงแก่นศาสนาแล้วจะพาไปอีก สามพันปีได้อย่างไร

ผัสสะที่จะเข้ามาในอโศกคือโลก อย่างคสช.ที่เข้ามา เป็นอิเล็กตรอนที่เข้ามา มีไอโซโทป ที่ไปทำงาน ถ้าสมณะดูแลญาติธรรมได้ไม่พอก็จะไม่สมดุล ต้องการการปรับ ที่ผมมานี่แรงงานของชาวอโศกก็ขาดตลอด ชาวอโศกต้องถ่ายไอโซโทป ไปให้เพิ่มขึ้นอีก

พ่อครูว่า... อย่างอาตมาเห็นหลวงพ่อคูณก็เห็นว่าไม่น่าอย่างยิ่งที่ประชาชนคนไทยเป็นพุทธศาสนิกชนนะ แต่หลวงพ่อคูณไม่ได้ประกาศอะไรยิ่งใหญ่เลย หลวงพ่อคูณเป็นคนจริงนะ แล้วอาตมาก็เป็นคนจริงด้วย อาตมาประกาศโพธิสัตว์ ประกาศอรหันต์ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่หลวงพ่อคูณพูดอะไรนิดหน่อยคนก็เชื่อกันไปมากมาย

อ.เอนกว่า...ในโลกปัจจุบันคนจะเชื่อเรื่องพวกนี้น้อยลง มันอธิบายไม่ได้ แต่เรื่องที่พ่อครูพูดนี้มันมีคำอธิบาย มีคำตอบ ก็ต้องอาศัยญาติธรรม ทำงานให้หนักหน่อยในการแสดงทั้งกายธรรมและวจีธรรมออกไป ทำอย่างไรจะรับมือชนชั้นกลางที่จะเข้ามามากขึ้นมาพึ่งอันนี้ ทำอย่างไรจะให้ด้านลบมีน้อยลง ให้นิวตรอนทำงานเพิ่มขึ้น เป็นไอโซโทปที่ดีมากขึ้น

ผมเห็นแนวโน้มของโลกที่ไม่มีคำตอบ แต่ถ้าเราเอาจริงสัก ๒๐ ถึง๓๐ ปีก็จะมีคำตอบให้โลกได้มากขึ้น เพราะตอนนี้จีนกำลังลงทุนมากมาย แต่อีกสัก ๓๐ ปีถึง ๕๐ ปีก็จะล่มเหมือนกัน เพราะตอนเด็กผมเห็นอังกฤษเป็นมหาอำนาจก็ล่มแล้ว อเมริกา รัสเซียก็ล่มให้เห็นแล้ว

พ่อครูว่า... อาตมาขอบอกจุดสำคัญที่ว่า พระพุทธเจ้าท่านเก่ง ยอดสุด ที่รู้สถานที่ควรยึดเป็นที่มั่นของความเป็นจริง ไม่ว่าจะระบบสังคมหรือคน มาอยู่จุดนี้มันโปร่ง เพราะมีคุณสมบัติที่วิเศษเป็นอุตร ิ มนุสธรรม เป็นคุณวิเศษของมนุษย์ ตรงจุด ๐ ตรงจุดที่เข้าถึง ได้อัตตา

พระพุทธเจ้าสอนว่าอัตตามี ๓ ๑. การยึดครองหรือได้ตัวตนวัตถุภายนอก (โอฬาริกอัตตปฏิลาโภ ) ๒. การยึดครองหรือได้อัตตาที่สำเร็จด้วยใจ ปั้นรูปสัญญา ไม่อาศัยวัตถุภายนอกหยาบๆ แล้ว (มโนมยอัตตปฏิลาโภ ) ๓. การยึดครองหรือได้อัตตาที่หารูปมิได้ หรือรูปละเอียดที่ปั้นสำเร็จขึ้นด้วยสัญญา (อรูปอัตต ปฏิลาโภ) (โปฏฐปาทสูตร พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๐๒)

ส่วนคนที่ได้อัตตามาแล้วแต่ไม่รู้จักอัตตา เพราะเขาได้มาอย่างอวิชชา ก็เหมือนพลังงานอะตอม จนมาเป็นชีวะ พระพุทธเจ้าก็แยกให้เป็น อุตุ พีช จิต กรรม ธรรมะ

กรรม คืออาการกิริยาทุกอย่างของมหาจักรวาล แม้แต่โปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน พระพุทธเจ้าควบคุมได้หมด อัตตา ก็คืออะตอม พระพุทธเจ้ารู้จักใช้ อะตอมเพื่อสันติเท่านั้นควบคุมได้ไม่ให้ไปทางร้ายได้ แต่ทางโลกเอาอัตตาเป็นอาวุธร้าย อะตอมเป็นอาวุธร้าย ทำระเบิดนิวเคลียร์ คนคุมระเบิดก็เอาอัตตาตนตัดสินว่าทุกอย่างในโลกเป็นของข้านะ ซึ่งต่างกับปัจจุบันที่จะกระจายทุกอย่างให้เป็นของทุกคน จะเปิดอาเซี่ยน อาตมาว่ายังไม่พร้อมกันหรอกที่จะทำ

อ.เอนกว่า...ถ้าเอาแต่สสารจะคุมไม่ได้ แต่ต้องควบคุมนามธรรมได้ ผมก็มีประเด็นเดียวว่า อยากเห็นภารกิจอโศกรุกไปข้างหน้า เพราะคลื่นโลกาภิวัฒน์กับคลื่นคสช.จะเข้ามา ทำอย่างไรให้องค์กรอโศกรับมือได้อย่างดี วันนี้ผมก็ไปเจรจากับทางทหารที่จะทำเรื่องโซล่าฟาร์ม ก็อยู่กับทางโลกมากยังไม่มาถึงบุญนิยมครับ แต่ตอนนี้เรามาทำถึงแดนบุญนิยมนามธรรมแล้ว ทำอย่างไรจะให้ไอโซโทปไปถึงข้างนอกไปถึงเขาได้

พ่อครูว่า... เราก็ต้องประมาณตนเอง ประมาณคนอื่น ประมาณสังคม องค์รวมทั้งหมด ขณะนี้ว่าไปแล้วอโศกในสังคมไทย ตอนนี้ อโศกอยู่ในฐานะของเถรสมาคมปกาศนียกรรมว่าอโศกเป็นหมาหัวเน่าในไทย เราไม่รู้จะไปไห นก็เป็นคนไทยก็อยู่ต่อแล้วพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่นะ ท่านมีอุปาทานเอง ว่าเราเป็นหมาหัวเน่าที่จริงแล้วหมาหัวเน่าไม่ใช่เรา แต่ทางแพทย์ท่านว่ามีเสียงหลอน ภาพหลอน ก็เลยเชื่อภาพหลอนเสียงหลอนว่าจริง เราก็เลยพิสูจน์ไป แต่กลิ่นเน่าลดลงบ้าง

พระพุทธเจ้าสู้กับศาสนาอื่น ยิ่งใหญ่สุดยอด แต่อาตมานี่สู้ง่ายกว่า อาตมาแค่ระดับ ๗ ก็เลยยาก ที่มันยากเพราะยุคสมัยนี้คือ มันเป็นผีเป็นมารกันเกือบทั้งโลก แม้ชาวพุทธแท้ๆก็ยังไปเป็นบริวารของมารไปหมดแล้ว อาตมาก็เลยต้องดึงกลับ จำเป็นต้องพูดวิจารณ์หลวงพ่อคูณก็ด้วยปรารถนาดีไม่ได้มีจิตอกุศลแม้นิดเลย เป็นจิตกุศลทั้งสิ้น ก็เข้าใจฐานะของหลวงพ่อคูณว่าท่านเกิดมาก็ต้องทำกิจของท่าน เหมือนพระพุทธเจ้าเข้าใจพระเทวทัตนะ แต่ท่านก็ต้องตำหนิเทวทัต แต่จิตท่านไม่ได้เกลียดชังเลยท่านเมตตาด้วย

เอาอะไรเป็นเครื่องวัดก็เอาพฤติกรรม ก็ดูรูปธรรม ที่เกิดจากนามธรรม มีพฤติทางกาย ของไม่ว่าจะคานธีหรือไอสไตน์ก็ตาม นี่พูดไปก็อาจทำให้บางคนเกิดอาการเหมือนโลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก ก็ไม่อยากให้เกิด คืออาการไม่ชอบใจสูงจนเกิดเช่นนั้น มันเกิดจากพลังงานทั้งหลาย อาตมาเข้าใจ

อ.เอนกว่า...ในแง่ของผมก็คิดว่า พลังงานด้านลบนี้แผ่ไปทั่วโลก อยู่ในอาการไม่เป็นเอกบุรุษ ไม่เป็นโปรตอน ที่มากล่าวหาพ่อท่านก็คือมันมีพลังงานลบมากไป เป็นไอโซโทป

พ่อครูว่า... มันเป็นกัมมันตภาพที่เขาควบคุมไม่ได้

คำว่ารังสี คือตัว Genome ใน DNA มีเพศพ่อเพศแม่ที่บ่งชี้ แล้วมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่บอกลักษณะ แต่DNA ของพ่อกับแม่ก็วัดได้ตรง แต่ตัวย่อยๆเขาไม่รู้ เขาก็เรียกว่าธาตุอื่น เขาก็เรียกว่า ไอโซโทปหรือ Genome ถึงวาระที่จะเอามาเรียกแทนกันก็ใช้ได้ เหมือนพระพุทธเจ้าเรียก กายว่า จิต มโน วิญญาณ ผู้รู้ไม่ติดบัญญัติ แต่ว่าเอามาเรียกใช้ได้หมด ตอนนี้จะเรียกว่าอิเล็กตรอน หรือโปรตอนหรือนิวตรอน หรือ อะตอมคือมีครบสามอย่างนี้ ที่ต้องมาเทียบให้เข้าใจก็เพราะว่า เวลาปฏิบัติธรรม ถ้าเราสามารถรู้ภาษา แล้วระบุตรงสภาวะ สูงสุด พระพุทธเจ้าเรียกว่า อาการ ไม่ว่าจะเป็นอาการไอโซโทป หรือนิวตรอน

นิวตรอนนี้มีหลายฐานะ ขนาด เช่น โสดาบันก็มีนิวตรอนขนาดหนึ่ง โสดาบันได้ แต่ก็ต้องเรียนเข้าไปในอันนั้นที่จริงมันยังมีพลัง potential อยู่ มันเป็นอาสวะในอะตอม ที่ทำงานอยู่ โสดาบันต้องทำงานควบคุมฤทธิ์อิเล็คตอนได้ จนเป็นสกิทาฯ เป็นอนาคาฯ ก็ควบคุม อิเล็กตรอนได้หมด อนาคาฯไม่ใช่ไม่รู้โลก ไม่หนีโลก แต่รู้โลกหมด รู้ว่าแต่ละคนมีโลกแต่ละลูก มีอะตอมของตนเอง อิเล็กตรอนมี อปรโคยาน ดิ้นรนเยอะ ท่านก็จะช่วยให้แต่ละคนเรียนรู้ของตนเอง แล้วไปสังขารไปจัดการปรับปรุง อภิสังขาร มนสิการให้เรียบร้อยไปตามลำดับ

ผู้เป็นอนาคามีนี่ จะฟังที่อาตมาพูดนี่รู้เรื่องมากเลย จะรู้ว่าอิเล็กตรอนคือตัวร้ายในกามภพ จะเห็นรู้อย่างไม่หลับตา แต่ละหน่วยของแต่ละคนคือดาวแต่ละคน แต่ไม่ใช่ดาวธรรมาดานะ ก็รักษาสภาพของตน พยายามทำให้ตนเป็นพระอาทิตย์ในวงจรของตน ควบคุมดาวอื่นหมด แต่เขาย่ิงทำ เขายิ่งเป็นเอกเทศเป็นเดี่ยวๆ ตามใจตนเอง เขาจึงคืออุกกาบาตตัวร้าย วิ่งไปไม่มีเส้นทางโคจรตามใจกู ชนแหลก เพราะมีพลังมีแรง และมีบริวารอีกด้วย เป็นจักรวาลซ้อน ไม่ใช่มีแต่อุกกาบาต

แท้จริงแล้ว พลังอำนาจเขาอาศัยโลกที่มนุษย์ตกเป็นทาสโลก คือ กาม โลกธรรม อัตตา ที่โลกเขาอาศัยพวกนี้ ไว้ควบคุมโลก เป็นพระเจ้าอย่างที่เขาประสงค์ ให้คนอื่นหรืออย่างอื่นเป็นตามใจเขา ทุกคนไม่รู้ก็เลยทำตัวเป็นพระอาทิตย์แบบนี้ แล้วก็ตามใจกู กูคือพระอาทิตย์ซ้อนในโลก

ศาสนาพุทธนั้นคนละขั้วเลย จะต้องเป็นคนไม่กดดันใคร ให้อิสระ แล้วมารวมกันเป็นอิสระ จึงเป็นพลังงานที่รวม เป็นมวล เป็นจักรวาล ที่รวมกันได้ เป็นจักรวาล แผ่รังสีเย็น มีพลังปรมาณู เมื่อผู้ใดบรรลุธรรมเป็นเอกภาวะ ปุริสภาวะได้แล้ว โดยมีความรู้ทำตนให้เป็น ๐ เป็นนิวตรอนได้ เป็นนิวเคลียสได้ มีโปรตอนกับนิวตรอน ผู้ทำตนให้เป็นนิวเคลียสได้จะคุมได้ทั้งโปรตอนและนิวตรอน

เมื่อเป็นเอกบุรุษแล้ว โลกรู้เหมือนกันว่านิวเคลียสเป็นเพศชาย เป็น XX แต่ก็ไม่รู้ค่า X เขาก็คุมไม่ได้ แต่ละคนจึงเป็นนิวเคลียสที่จะแตกตัวมีปฏิสสัมผัสโส แตกเป็นไอโซโทป ออกมาเป็นอิเล็กตรอนที่ออกไปกระจายทั่ว คุมได้ได้ก่อกัมมันตรังสีทั่วโลก

ผู้รู้ต้องมาช่วยกันทำนิวเคลียสที่แผ่กัมมันภาพรังสีที่ไม่ทำลายแต่เป็นพลังงานสุขเย็น

นิวเคลียสคือโปรตอนกับนิวตรอน ผู้อยู่เหนือทำนปุงสกลิงค์แล้วตนอาศัยปุงลิงค์ทำงาน กว่าจะควบคุมภายในได้ก็ต้องฝึกควบคุมภายนอกได้มาก่อน อนาคามี ควบคุมอิเล็กตรอนได้แต่ยังควบคุมนิวเคลียสไม่ได้ แต่อรหันต์ควบคุมได้หมด แล้วอรหันต์ก็คือ xx แล้วควบคุม XY ซึ่งมี genome อยู่ในนั้นหมด มันเป็นพลังงานยิ่งใหญ่ แต่ละฐานะมีภูมิถึงไหนก็มีพลังงานเท่าที่ตนเองมี ถ้าเผื่อว่าให้คนอื่นมาทำ โดยที่ตนเองอวิชชา มากระทบกระแทกให้ระเบิด พลังงานเท่าที่ตนมีก็มีไม่น้อย เพราะมันเป็นนิวเคลียส มีนิวเคลียร์ระเบิด

แต่ผู้ควบคุมได้แล้วกระแทกอย่างไรก็ไม่ระเบิดเพราะได้ทำการดับไปเป็นลำดับ มีปฏิฆสัมผัสโส ผู้คุมได้จะไม่ระเบิด แต่เมื่อมีสัมผัสก็จะรู้ประมาณ ประมาณตน บุคคล หมู่กลุ่ม เวลา เนื้อหาสาระที่จะทำ ไม่ว่าจะบวกหรือลบที่จะใช้ คือรูป และนาม เอามาจัดสรรให้กลมกลืนอยู่ได้สามัคคีกลมเกลียว ได้อย่างไรก็จัดสรรพลังงานให้เกิดแก่สังคม

วันนี้ที่พูดก็เป็นกัมมันตะ ให้สติแก่ประชาชนว่าที่ทำอยู่นี่ใช่หรือเปล่า? อาตมาไม่ได้ปฏิเสธความดีงามนะ หลวงพ่อคูณเป็นซุปเปอร์แมนคนหนึ่งที่เด็กที่ไม่เดียงสาต้องพึ่งพา ผู้อวิชชาคือผู้ยังไม่เดียงสาก็ต้องไปพึ่งพาก็ไม่ผิดหรอก แต่มันยังไปไม่ไกล พยายามตื่น แล้วตรวจดู ให้ตื่นจากวัยไม่เดียงสาอยู่บ้าง ว่าเราจะไปศรัทธาแต่ซุปเปอร์แมนหรือ ต้องอาศัยซุปเปอร์แมนเท่านั้นหรือ คือต้องอาศัยหลวงพ่อคูณอยู่ ตลอดไป แต่หลวงพ่อคูณเสียแล้วก็ไปพึ่งเหรียญท่าน พระพุทธเจ้าท่านว่าให้พึ่งตนเอง และทุกคนต้องทำเองได้เองเป็นเอง ไม่มีใครทำให้ใครได้ ถ้าท่านสามารถกูให้มึงได้ ก็ให้ได้มากมายเลยแต่มันไม่ใช่ ตอนนี้เตลิดเปิดเปิงไปไกล ไม่ใช่แบบธรรมกายแต่ก็เป็นอีกแบบที่แตกไป ก็ขอให้สติกัน

จริงๆอาตมาเชื่อว่าเขาต้องไม่ชอบใจมากที่อาตมาพูดเช่นนี้ แต่อาตมาประมาณแล้วก็รอตั้งหลายวัน กว่าจะพูดไปนี่

จริงๆเด็กที่อยากเป็นซุปเปอร์แมน ซุปเปอร์แมนก็ช่วยได้แต่เด็กๆ ไปช่วยอย่างใช้นิยายเป็นวิมานในฝันเท่านั้น หลงวิมานหลงภพ หลงส่ิงไม่มีจริงคือเทวดาหลอก ที่ว่าเทวดามีฤทธิ์ก็เป็นของเก๊

พระพุทธเจ้าสอนให้เรียนรู้พลังงานที่อาตมาใช้ภาษาวิทยาศาสตร์มาเทียบให้ฟัง มีตัวสุดท้ายที่พลังงานพระพุทธเจ้าควบคุมถึง นิวตรอน ควบคุมเพศได้ ควบคุมกัมมันตรังสีได้ รู้ว่าจะแตกพลังงานอย่างไร ควบคุมรังสีร้ายได้หมด นี่คือสุดยอดแล้ว ควบคุมต้นทางแห่ง ตัวโรงงาน ที่มี generator ควบคุมได้จริง จึงใช้ได้ทุกแสงสี แม่เหล็ก ไฟฟ้า ทำให้เกิดธาตุนั้นนี้ ทั้งพลังงานเอาไปใช้ได้อย่างได้สัดส่วน ปโหติ เป็นกัมมัญญตา ที่พอเหมาะพอควร ได้สัดส่วน อย่างในหลวงที่ตรัสเศรษฐกิจพอเพียงอย่างพอดี

อาตมาสรุปแต่ไหนๆมาว่า คนเราสูญเสียพลังงานกรรมกิริยา ความคิด ทั้งทุนรอน วัตถุประกอบด้วย ไม่ว่าจะเงินทองข้าวของ เป็นผลร้าย มาประกอบเป็นจักรกล หุ่นยนต์ที่เป็นผีร้าย เพราะไม่ได้เอากัมมันตรังสีร้ายของมันออกในทุกหน่วยของอะตอมก็ยิ่งสะสมพิษภัยมากขึ้น

พระพุทธเจ้าจึงมีวิธีทำ ตั้งแต่ตัวเรานี่แหละ เรารู้มุมของกรรมกิริยาที่ไปเกี่ยวกับอะไร วัตถุ สัมผัสทางทวารนอก แล้วเกิดพลังงาน ก็อ่านเรียนรู้พลังงานทั้งหมดทุกอย่างรวมลงที่เวทนา ให้เรียนรู้การกระทบสัมผัสไม่ว่ากับอะไรจะเกิดเวทนา ท่านให้เรียนรู้เวทนา ๑๐๘ ตั้งแต่เวทนา ๒คือ รูป/นาม หรือกาย/จิต

(แบ่งเป็น ๒ เวทนา ได้แก่..) -เวทนาที่มีกายเป็นเหตุ (กายิกเวทนา อาศัยมหาภูตรูป+นาม) -เวทนาที่มีใจเป็นเหตุ (เจตสิกเวทนา อาศัยนามรูป).

แล้วจะเกิดซ้อนเป็นสาม มีการกระทบ ปฏิฆะ คือเป็นเรื่อง ตัว ฆ คือเป็นเรื่อง ถ้าจัดการเรื่องได้หมดก็เป็น สงฆ์ ควบคุมได้ ตัว ฆ ระฆังนี่แหละ สรุปคือเวทนามี เวทนา ๒ ๓ ๕ ๖ เรียนรู้กับความจริง มีทุกอย่างครบ ดิน น้ำ ไฟ ลม แต่จริงๆเราเกี่ยวข้องกับดวงดาวทั้งหมดแต่มันไกลไปเราก็เอา แต่ที่เราสัมผัสใกล้ๆ เราใ ช้ ไฟฌานที่จะไปดับอิเล็กตรอนที่เป็น ไฟราคะ โทสะ โมหะ ที่เป็นสามหน่วย

ถ้าสามารถรู้เวทนา ที่เป็นตัวศึกษาไปถึงวิญญาณ ทีมีธาตุประกอบคือ เวทนา สัญญา สังขาร ต้องเรียนรู้เวทนา ๑๐๘ ก็คือทั้งหมดของจิตที่มันรวมลง เป็นองค์รวมทั้งหมดเป็นเอกภพ มหาจักรวาล ในคนนี่แหละที่หมุนวน จะเป็นดาวหางหรือพระอาทิตย์ ที่จะเป็นบริวารของอันอื่นก็ได้ เช่น แดงเป็นบริวารทักษิณ เป็นต้น

เราอ่านเวทนาไปตามลำดับ ตั้งเกณฑ์ศีลไว้ อันอื่นเอาไว้ก่อน มีมหาจักวาลมากมายเราไม่เอาหมด เอาแค่จักรวาลของเรา พยายามควบคุมอิเล็กตรอนไม่ให้มีรังสี เอาแต่ส่ิงดีมาใช้ แม้แต่นิวตรอนก็มีตัวgenome ที่แตกตัวเป็นปฏิกิริยาลูกโซได้ มี ครึ่งชีวิตด้วย เรียกว่า half life ของแต่ละ isotope เขาก็รู้ว่าทุกอย่างมันก็ชรตา

พระพุทธเจ้าสรุปเรื่องรูปไว้ใน รูป ๔ ตัวสุดท้าย คือ ลักขณรูป มี อุปจยะ คือธาตุเกิด เรียกว่าเป็นภาษา มาตา ตัวนี้คือแม่ จริงๆแล้วตัวพ่อ คือตัวที่หยุดแล้ว ชรตา แต่ตัวพ่อถ้าควบคุมได้จะให้เกิดให้ต่อหรือให้ตายก็ได้ ถ้าหยุดก็ไม่ต่อไม่มีสันตติ ก็จบ แต่จะเกิดอีกก็เป็นอุปจยะ แล้วตัวเสื่อมก็คือชรตา

อรหันต์อยู่กับตัวเสื่อม เมื่อตายไปแล้ว มาเป็นมนุษย์ชมพูทวีป ก็ไม่มีอาการ ๓๒ อ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน