580531_วิถีอาริยธรรม เอื้อไออุ่นงานก้าวเข้าสู่ ๒๕ ปี สัมมาสิกขาสันติอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์346 KB
วันที่แก้ไข3 กรกฎาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

580531_วิถีอาริยธรรม เอื้อไออุ่นงานก้าวเข้าสู่ ๒๕ ปี สัมมาสิกขาสันติอโศก

พ่อครูว่า.... เจริญธรรมสำนึกดี ยังสำนึกดีกันหรือเปล่า? (มีการแจกภาพพ่อครูประกอบโศลกธรรม ให้กับศิษย์เก่าก่อนเทศน์) พรที่ให้ไปกับภาพนี้ ก็เป็นการลงตัวทั้งสิ้น เมื่อวานก็มาเห็นภาพนี้ ที่เขาทำมาให้เพื่อจะแจกในงานนี้ เขาให้แจกงานอโศกรำลึก แต่พวกคุณนี่มาเป็นคิวอุกกาบาต แต่อาตมาก็รวมพลังงานได้ อาตมาเห็นโศลกธรรมที่ติดมากับภาพ เป็นพรสองอันนี้ ที่ยิ่งใหญ่มาก โศลกสองอันนี้เป็นโศลกที่ออกมาใหม่สุด สดที่สุด มี protoplasm กับ cytoplasm สดๆ

“มีเจตนาแต่อย่าอยาก จงพากเพียรให้เต็มบริสุทธิ์" โศลกนี้เป็นอิเล็กตรอน และ "ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด" โศลกนี้เป็น proton หรือ nucleus จะแตกตัวออกไปได้อีกมหาศาล แต่ของพระพุทธเจ้าควบคุมได้ เป็นเวทนา ๒ เวทนา ๓ เวทนา ๕ เวทนา ๖ เวทนา ๑๘ แล้วท่านจะแจกเป็น เนกขัมมะกับเคหสิตะได้ ถ้าทำให้เป็นเนกขัมมสิตอุเบกขาได้ก็จบ ในอุเบกขามีนิวตรอนด้วย มีปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุกัมมัญญา ปภัสสรา

มีเจตนา นี่มีอิเล็กตรอนได้ แล้วอย่าอยากนี่คือ ควบคุมพลังงานได้ในนิวเคลียส ไม่ให้เกิดพิษภัยได้ ให้เต็มบริสุทธิ์ อาตมาเคาะข้อมูลใส่ฮาร์ดดิสก์ไว้ แล้วแต่ว่าพวกคุณจะกดออกมาใช้เมื่อไหร่ ไม่หายไปไหนแน่ นอกจากคนไม่รู้ค่าก็ปล่อยทิ้งไปเลย กลายเป็น isotope ของ fission แตกตัวสลายไปเป็น half life ไปเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ ๐ ไปเรื่อยๆ แต่พุทธศาสนาเอา ๐ มาใช่เป็นชีวะได้สำเร็จ

สุดท้ายต้องถึง ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก ในที่สุด

ถ้ายังมีpotential energy เป็นพลังงานแฝงที่คุณไม่รู้ ไม่สามารถทำลายได้ ก็จะเกิดพิษในที่สุด ตัวแฝงนี่คือ ตัวเมีย ตัวเพศหญิง ตัวนี ้ แหละตัวป่วนของทุกส

อ่านต่อ

ภาพในมหาจักรวาล พอมาเป็นชีวะก็เป็นเพศหญิง นี่แหละตัวที่จะต้องคุมให้ได้ ผู้สามารถคุมตัวเพศหญิงได้ จะมีอำนาจคุม xy ได้ ซึ่งเขาถือว่า xy เป็นเพศชาย ส่วน xx คือเพศหญิง ใน y มี x ในนั้น ผู้รู้แจ้งจบจะแตก x ออกเป็น y ได้ จะรู้จักสภาพ ๓ ในอะตอมได้ มี สามหน่วยในนั้น ถ้าทำให้สภาพสามหน่วยเป็น ๐ ๑ ๒ ได้ หรือทำให้เกิด ๑ ๒ ๓ แล้วคุม cyclic order ได้ ผู้นี้จะคุมอุกกาบาตได้ในมหาเอกภพ จับอุกกาบาตมาใส่วงโคจรได้สำเร็จ นั่นคือสามารถควบคุมเวทนา ๑๐๘ ได้ คุมเวทนา ๒ เวทนา ๓ เวทนา ๕

เวทนา ๕ คือดีกรีของมัน ความหนักความเบา ความแรงของมัน เรียกว่าอินทรีย์ ๕ คือน้ำหนักของมัน มีแรงที่เป็นสุข/ทุกข์ ละเอียดเข้าไปภายในเรียกว่า โสมมนัส/โทมนัส ทำให้เป็นกลาง นิวตรอนได้ ก็เป็นอุเบกขา ถ้า มี ปัญญาอ่านเวทนา ตนเองก็ไม่เกิดเวทนาในตน ไม่มีสุข/ทุกข์ ส่วนจิตนิยามสามารถแตกเวทนาได้เป็นเวทนา ๒ ๓ ๕ แล้วเวทนาทั้งหลายเกิดจากเวทนา ๖ คือทางทวาร ๖ กระทบสัมผัสกับรูป เกิดปฏิกิริยา หากคุมไม่ได้จะเกิดปฏิฆสัมผัสโส เป็นแรงเคลื่อน พอเกิดแรงเคลื่อนแล้ว ถ้าคนที่มีความรุนแรงจะเกิดเป็น ฆ คือคณะเป็นพลังงานสะสม พอกระแทกเข้าไป พลังงานนี้ในนิวเคลียส ถูกกระทบกระแทกเกิดพลังงานนิวเคลียร์ทำร้ายทำลายไปทั่ว แต่ของพระพุทธเจ้าควบคุมได้ เรียนรู้การกระทบสัมผัส ๖ แตกตัวเป็น พลังงาน ๓ สุข/ทุกข์/ไม่สุขไม่ทุกข์ แล้วสามารถระงับทุกข์ได้ เหลืออุเบกขา มีความสามารถจริง จึงเป็นผู้จบนิวเคลียสได้

พลังงานเกิดมาเป็นอาการกิริยา ผู้มีปัญญาจะรู้อาการของแม้แต่ชีวะ รู้อาการได้ตลอดหมดเลย แบ่งแยกได้เรียกว่ารู้ลิงค แม้เพศเป็นสอง แล้วรวมให้เป็นหนึ่ง ให้กลายเป็นชาย หญิง หรืออะตอมนิวเคลียร์ได้หมดเลย เป็นภวันติ

ธาตุทุกอย่าง คุมได้หมด นิวตรอน โปรตอน อิเล็กตรอน คุมได้หมด จึงเป็นผู้สร้าง สิ่งที่มีในมหาเอกภพ พระเจ้าเป็นผู้สร้างหมด โดยเฉพาะตัวเรามีอัตภาพแล้วก็รู้อัตภาพ ควบคุมอัตภาพได้ ให้ตนสุข ทุกข์ หรือกลางๆได้ จบเลย ความเป็นชีวิตจึงอยู่ในมือของผู้คุมได้คือ เราเป็นพระเจ้าเอง จะให้เกิดหรือตายได้ จะให้เกิดมากหรือน้อยก็ได้ คุมได้ รู้สิ่งที่ถูกรู้นั้นได้ จะเล็กละเอียดอย่างไรก็เรียกว่า รูป

สิ่งที่จบเลยพระพุทธเจ้าก็บอกไว้ ๔ ลักษณะ มี อุปจยะ (เกิด) ชรตา(ตาย) สันตติ(ต่อเนื่อง) อนิจจตา(ความไม่เที่ยง)

ตัวชรตานี่คือ นิวเคลียร์ ฟิชชั่น กระจายออกไปจับไม่ติด แตกกระจายหายไป เขาก็เดาว่ามันอยู่ได้แค่ half life คือ ครึ่งชีวิต

ถ้าทำลายชีวะให้แตกเป็นธาตุ อุตุนิยาม หรือเป็นสสาร แม้จะมีพลังงานก็หมดชีวะแล้ว ไม่มีความเป็นชีวะแล้ว จบ วิทยาศาสตร์บอกว่าในมหาจักรวาลนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากพลังงานและสสาร เปลี่ยนสถานะเท่านั้น เราไม่ไปรับผิดชอบหน้าที่ธรรมชาติมันจะหมุนเวียนสสาร พลังงานอย่างไรเราก็ไม่เกี่ยว มันไม่มีสุข/ทุกข์ แต่พระพุทธเจ้านี้ท่านคุมชีวะ แม้ชีวะในระดับพีชะท่านก็คุมได้ เหมือนพืชมันไม่มีรักไม่มีชัง ไม่มีบาปไม่มีบุญ พลังพีชะนี้ผู้เป็นอรหันต์ใช้อาศัย แล้วให้มีชีวะตลอด สร้างprotoplasm แล้วทำให้สด cytoplasm ให้สดไม่ตาย จนแข็งตัวหรือสูญสลาย จึงเป็นผู้รู้พลังงานทั้งนามธรรมและรูปธรรม

ก็เรียนรู้ นิวเคลียร์ นิวเคลียส อะตอม นี่แหละ คือ อิเล็กตรอน โปรตอน นิวตรอน สามเส้านี่แหละ ถ้ามีแค่สามวนเวียน เป็น อารัพภธาตุ อารัมภธาตุ นิกกมธาตุ แค่วงวนแต่นี้ แต่ถ้ามี ๔ หน่วยเพ ิ่ มมาก็อาละวาดได้ แต่ถ้ามี ๕ ๖ ๗ ก็ยิ่งอาละวาดใหญ่ พอมาเป็น ๘ ๙ ๑๐ ก็ยิ่งมีพลังงานสูง พระพุทธเจ้าสร้างนิวเคลียสให้แก่อะตอมเกิดอย่างไม่มีพิษมีภัยได้

มาพูดถึงพวกเรา อาตมานี่นักจัดmeeting แล้วเป็นหัวโจกเสมอ แต่ตอนนี้หมดน้ำยาแล้ว ใครจะมาก็มา ใครตายไปได้ก็ไปงาน แต่ "ถ้าไม่ตายก็มาพบกันบ้าง" อาตมาใช้เป็นคำขวัญ แล้วมันก็ไม่ค่อยมาพบหรอก มาพบตอนงานก็ว่าดี แต่ว่าหลังนั้นก็ไปที่ชอบๆ เพราะว่ามาชอบทางนี้อาตมาขูดให้ละหน่ายคลาย มาทุกคน อาตมาก็สอนติดอาวุธ ให้มาลดละหน่ายคลาย แล้วที่พระพุทธเจ้าสอนนี้ถ้าเป็นอรหันต์ แล้วก็จะอยู่กับโลก พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)

อาตมามาเกิดในเมืองไทยรู้อันนี้ของพระพุทธเจ้า อาตมาก็เป็นพระบุตรของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง ที่จะนำโองการของพระพุทธเจ้ามาประกาศ อธิบาย (พูดภาษาเทวนิยม) ผู้ใดเห็นเชื่อเป็นจริงก็มาเอา หรือเป็นบุตรของพระพุทธเจ้าก็มาเอา ได้แล้วเราก็เป็นคนทำประโยชน์สูงสุดแก่โลก อย่างไม่เห็นแก่ตัว โลกต้องการมาก

ตอนนี้มีคนพยายามไล่เบี้ยให้นายกฯประยุทธ ที่มีวรยุทธเก่งต่างๆ ทำงานสัประยุทธ์อยู่จริงๆ เมื่อไม่กี่วันก็สัประยุทธ์กับศัตรูนอกประเทศว่า ผมชนะแน่

ประยุทธในทางธรรมคือ ท่านพรหมคุณาภรณ์ ประยุทธทางโลกคือ พล.อ.ประยุทธ ผู้ใดเป็นศัตรูของประยุทธ ถูกสับแหลกหมด แต่อาตมาไม่ได้เป็นศัตรูของประยุทธ แล้วอาตมาก็ไปในที่ว่างก็ไม่ถูกอาตมา แม้ท่านมีรังสีก็ไม่ถูกอาตมา อาตมาไม่มีตัวตนยิ่งกว่า invisible จึงไม่แตกตัว ก็เลย สบม. ทมด. ปกต.หห. จจ. มชยลล.

อาตมาไม่ได้มีผลอะไร อาตมายังทำงานได้ ก็ขอบคุณท่านพรหมคุณาภรณ์ที่ท่านยิงอาตมาด้วยกระสุน ๓ ลูก คือท่านเขียนหนังสือถล่มอาตมา ๓ เล่ม จนอาตมาถูกฟ้องร้องถูกจับ เขาก็พิจารณาคดีอาตมาว่าผิด ติดคุก ให้รอลงอาญา ๒ ปี เขาก็มาคุมประพฤติสองหรือสามครั้งก็ไม่ได้มาอีก มากินมัง สวิรัติ ด้วย แล้วก็หายไป จนครบ ๒ ปีก็จบเรียบร้อย ท่านประยุทธท่านยิงมา ๓ลูก แล้วทิ้งท้ายว่าจะมีลูกต่อไป แต่ท่านก็ไม่ได้เขียนต่ออีก ก็ขอบคุณท่าน อาตมาก็ไม่ได้ถือสาท่าน เขียนขอบคุณท่านไปตั้งแต่เล่มแรก จนสุดท้าย ท่านก็คงเข้าใจอาตมา เพราะท่านยังส่งหนังสือพจนานุกรมพุทธศาสตร์ มาให้อาตมาใช้ ท่านรวบรวมไว้ดีมาก เป็น learned man ที่ดีมากต้องยอมรับนับถือ อาตมาก็เขียนจดหมายแสดงความเห็นใจที่ท่านป่วย ท่านก็ตอบมาที่อาตมาแสดงน้ำใจ แล้วท่านก็ส่งหนังสือให้อาตมา ก็ได้ใช่อยู่

ทุกอย่างเกิดจาก เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ซึ่งสัตว์โลกที่เจริญสูงสุดคือมนุษย์ มนุษย์นี้ก่อเรื่องได้มากสุด และทำดีได้สูงสุด ทำดีมากได้คือ เป็นพลังงานพระเจ้า ศาสนาเทวนิยมเรียนความเกิด ไม่ได้เรียนความตาย แต่ศาสนาพุทธเรียนความตาย เรียนความเกิด ควบคุมความเกิดได้ ให้พอดี (ปโหติ) ผู้เรียนรู้จบ สัมมัตตะ ๑๐ คือ มรรคองค์ ๘ และผลอีก ๒ คือ สัมมาญาณ และสัมมาวิมุติ เป็นผู้สร้างความเกิดด้วย สัปปุริสธรรม ๗ อย่างปโหติ จึงพอเหมาะ ได้เป็นผลสอง คือ วิชชาและวิมุติ ผู้ไม่ศึกษาไม่สามารถควบคุมอะตอมได้ คุมนิวเคลียร์ไม่ได้ แต่ผู้เรียนรู้สัมมาทิฏฐิจะคุมได้และเป็นผู้สร้างโลก

วิทยาศาสตร์ตามศึกษานิวเคลียร์ฟิชชั่นไม่ได้ เขารู้แค่ half life แต่อีกส่วนที่เข้าสู่ ๐ เขาตามศึกษาไม่ได้ จะเรียกว่า space and time of continuum ซึ่ง space ของพระพุทธเจ้าคือ protoplasm คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ และช่องว่าง และวิญญาณ นักวิทยาศาสตร์ศึกษาได้แค่ช่องว่าง แม้เรียนชีวะก็ไม่รู้ลึกซึ้ง ถึง เวทนาเหมือนพระพุทธเจ้าที่รู้เวทนา ๑๐๘ แล้วทำให้เป็นหนึ่งได้ จากอิตถีเพศมาเป็นบุรุษเพศ แล้วทำให้เป็นนปุงสกลึงค์ได้ วิทยาศาสตร์พยายามจับนิวเคลียร์มาใช้เพื่อสันติภาพ แต่เขาทำลายกากกัมมันตรังสีไม่ได้ แต่ของพระพุทธเจ้าทำลายกากกัมมันตรังสีได้สมบูรณ์แบบ

ที่เกิดนี่ ความรู้สึกร่วม คงไม่มีใครเกิดความรู้สึกลำบาก รังเกียจ หรือ อนิฏฐารมย์ ไม่เกิด adrenaline แต่เกิด endorphins ใช่ไหม นี่คือ อภิปโมทยังจิตตัง จิตเบิกบานร่าเริงสดชื่นเป็นชีวิตชีวะ คงไม่มีใครมางานนี้แล้วเกิดความรู้สึกเหี่ยว คงไม่มีใครมาแล้วเกิดรู้สึกลำบากไม่สดชื่น ห่อเหี่ยว แต่มาแล้วก็ต้องสดชื่นเบิกบาน อาตมาว่านะ หรืออาจมีจริงสำหรับคนทุกข์มากมายจมในโลกที่ทุกข์เศร้า คุณก็ไปฟังเพลงอาริยะ เขาจะหัวเราะคุณก็จะเศร้าอยู่ของคุณ ถ้าเราสามารถรู้อาการอารมณ์ ที่ต้องรู้ด้วยอิฏฐารมย์ อนิฏฐารมย์ แล้วเราก็อาศัยอารมณ์เบิกบานร่าเริงไว้ แล้วรู้ว่ามันไม่เที่ยง ยึดเอาไว้ไม่ได้ แต่ถ้าใครยึดไว้ ก็ไม่รู้ว่าจะยึดนานเท่าไหร่ แต่ที่ยึดไว้อย่างรู้มีปัญญาปล่อยวางได้อย่างแท้จริง ก็ปล่อยได้

พวกเราคงเกิดอารมณ์ชื่นใจ แต่ก็ยังมีครอบครัวตน มีแดนที่ต้องไปหาลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ในตนอีก แม้มาอย่างนี้ก็ยังมีจิตไปอย่างนั้น รู้ไหมว่าเรารักอะไรมากที่สุด คือรักตัวตนของตนนี่แหละ คือตัวกูของกู อาตมาไม่ได้จัดอยู่ในความรัก ๑๐ มิติเลยนะ เพราะมันแคบมากกกว่าความรักแบบคู่ มิติที่ ๑ มีแต่เธอกับฉัน แม้แต่ลูกก็ไม่เอา ความรักแบบนี้นี่เลวที่สุด เช่นพวกที่เสพกามสมอยาก แล้วเกิดลูกก็ฆ่าลูกทิ้ง นี่คือเลวสุดๆ สัตว์เดรัจฉานยังไม่ฆ่าลูกเลย มันไม่ต้องการลูก

ขอพูดไปอีกหน่อย อย่าเหนียมกันนะ ก็คนติดแต่รสกาม แล้วแต่งงานก็เลยไม่ยอมมีลูก ก็คุมกำเนิดไปสิ แต่ขอเสพรสกามอย่างเดียว ตายไปแล้วก็ติดรส ถ้าไม่หัดวางหัดลดในชาตินี้ไม่มีสุรภาโว สติมันโต จะโง่เสพอารมณ์กาม หยาบสุดแล้ว ถ้าใครยึดจัดจ้านวิตถาร ก็ยิ่งหนัก ยิ่งกระเทยนี่รสกามแท้เลย ไม่ต้องคุมกำเนิดแล้วเพศเดียวกัน ไม่ต้องระวังอะไร เพศเดียวกันไม่มีลูกอยู่แล้ว คือวิตถารไปเลยไม่ใช่ธรรมชาติของโลก

พวกเราถ้าไม่เรียนรู้อารมณ์เสพกาม อารมณ์ติดรสพวกนี้ จนทำกามให้เป็นนิวตรอนได้ ศาสนาพุทธไม่มีอารมณ์กามแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเจตนา มีเจตนาได้แต่อย่าอยาก ถ้าเรามีเจตนาได้ มีมโนสัญเจตนา(กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา)

พระพุทธเจ้านี่ท่านมีความต้องการสร้างศาสนานะ แม้มารมาอาราธนาให้ตาย ท่านก็ว่ายังไม่ตาย ต้องสร้าง พุทธบริษัท ๔ ให้แข็งแรงก่อน

มีเจตนาแต่อย่าอยาก จงพากเพียรให้เต็มบริสุทธิ์ แล้วความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด เอาไปท่องเอาไปพิจารณาทั้งวันทั้งคืน อย่างอิสลามเขาละหมาดวันละ ๕ เที่ยว ของเราก็ให้ระลึกถึงให้มากขึ้นกว่าอีก

การมาสังสรรค์กันเท่ากับเอาสารพัดสัตว์มารวมกัน ถ้าสัตว์ไหนมีแต่ตัวกูของกูก็จะมีแต่เขี้ยวกับงา แต่ตัวไหนมีแต่เพื่อนก็ดีจังเลย คนนั้นคนนี้ก็สังสรร ปรับทุกข์ปรับสุขกันไปเป็นลักษณะธรรมดา แต่เรามีลักษณะนี้ออกจากใจได้เลยไหม คือผู้ที่อยู่กับใครก็มีแต่พลังงานอบอุ่น อาตมาพยายามทำนี่นะพยายามบรรยาย พวกเราจะเกิดพลังงานอบอุ่นหรือเย็นเยียบ พลังงานเย็บเยียบคือไม่รู้เรื่อง แช่แข็ง พันองศา แต่ถ้าใครฟังแล้วอบอุ่นนี่คือ เอื้อไออุ่น ไม่อบอ้าว ที่จะทำให้อบอ้วกเลยนะ ถ้าแค่อาเจียนเป็นอาหารก็แค่ระดับหนึ่ง แต่ถ้าอาเจียนออกมาเป็นโลหิตร้อน สำนวนพระพุทธเจ้านะ อันนี้ตายแหง๋ๆ นี่มี นพ.ร้อยตรี ชิม นี่จบหมอทหารบกมาแล้ว

ถ้าเกินอบอุ่น คืออบอ้าว แล้วทีนี้จะอบอ้วก แล้วถ้าเป็นโลหิตพุ่งจากปาก พลังงานมันขนาดไหน คนนี้ตายทันทีไม่ต้องหามไปรพ.เลย ให้หมอตรวจได้ว่าตายไหม? แล้วเอาไปเผาหรือฝัง

ที่พูดนี่เป็นพลังงานทั้งสิ้น ตายไปก็หมดชีวะ พลังงานอบอุ่น อบอ้วกเกิดจากพลังงานชีวะได้ โลหิตร้อนพุ่งจากปากนี่ช็อกเลยเหมือนจิวยี่รากเลือด

พวกเราก่อความอบอุ่นกับเย็นมากกว่าไม่ก่อร้อน ทุกวันนี้ meeting กัน เขาปลุกร้อนทางกามกัน แล้วเมากามจัด เกิดดำกฤษณา หรือว่าร้อนแรงทางโทสะไม่ชอบใจกันก็ตีกันทำร้ายกัน มันไม่อบอุ่น เป็นอบอ้วก อบอ้วก มากๆ ก็โลหิตร้อนออกจากปาก

ต่อไปศิษย์เก่าถามปัญหาพ่อครู

ถาม _ ถ้าเราอยากรู้อดีตชาติ เพื่อเข้าใจปัจจุบัน เป็นบาปไหม?

ตอบ... ถ้าเราเข้าใจชาติ ว่าเป็นแบบที่มี ดิน น้ำ ลม ไฟ มาประชุมกันว่า เราเป็นสัตว์หมู หมา หรือเป็นคน เป็นคนฉลาด หรือคนidiot หรือเป็นคนฉลาดโกงมากๆ ซึ่งระลึกชาติแบบนั้นแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ถ้าระลึกชาติในชาตินี้ ว่ามีเรื่องราวมีกรรมกิริยาเหตุการณ์อะไร ระลึกได้นานเท่าไหร่ เท่าที่เราระลึกได้ ว่าเรากระทบกับเขาอย่างไร มีเกิดกิเลสหรือไปช่วยเขาเสียสละอะไร อ่านเหตุเช่นนี้ ว่าเหตุอะไรเราถึงไปทำลายเขา หรือช่วยเขา แล้วเหตุที่เราไปทำร้ายเขา เป็นโทษหรือเป็นคุณต่อมา ระลึกชาติแบบนี้แหละ อยากรู้อดีตอย่างนี้ไม่เป็นบาป จะมีประโยชน์ด้วย แต่ระลึกชาติแบบข้ามชาติตัวตนนี้ ไม่มีหลักฐาน อาจเป็นอุปาทานที่ปั้นเองหลงเองได้ บางคนว่าเป็นร.๕ เป็นพระนเรศวรกัน ก็มีมากมายงามงายกัน ถ้าจะระลึกชาติให้เป็นตามคำสอนพระพุทธเจ้า ระลึกถึงวานนี้ เมื่อกี้นี้ที่เราทำพลาดไป เราไม่น่าทำกายกรรมวจีกรรมเช่นนี้ หรือแม้คุณคิดทัน กำลังคิดไม่ดีแล้วระงับได้ ไม่ปล่อยให้เป็นกรรมไม่ดี คนนี้ระลึกชาติได้เร็วมาก จัดการสิ่งไม่ดีได้เร็วมาก ระลึกว่ากำลังคิดความดี แต่ไม่ได้ทำก็ระลึกให้ดีว่าต่อไปคิดแล้วก็ควรทำ ถ้ามีโอกาสนะ เราจะไม่พลาดกุศล หรือโอกาสนี้คุณมีแต่ทำอกุศลคุณ ก็ ได้บาป ไม่ได้บุญ เพราะบุญคือ การชำระอกุศล ถ้าระลึกชาติแล้ว สำรวมระวังได้ คือเป็นบุญ ดับบาปได้ ดับอกุศลได้ แต่ถ้าไม่ระลึกชาติแบบนี้มันเพ้อเจ้อ แม้แต่คุณระลึกชาติเป็นหมู หมา ลิง แต่แม้เป็นจริงคุณก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ให้ระลึกอดีต เพื่อแก้ไขปัจจุบันนี้แหละ แม้จะระลึก ๓ วัน ๗ วัน เดือนหนึ่งก็คือยังไม่ลืม มั่นใจว่าจริงกว่า ก็เอาอันนั้นสังวรระวัง แต่อันใหม่ให้ละเว้นชั่ว อะไรดีให้รีบทำให้ทัน

ถาม _ ทำอย่างไรถึงจะได้เกิดเป็นคนแล้วอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีคะ ตอบ.... มันเป็นตามลำดับ คนที่เป็นสัตว์นรก อบาย คือเลวที่สุด ต่ำที่สุดในตัวเรา เมื่อเรารู้ว่ามีสิ่งเลวในเราเราต้องรีบฆ่า จัดการตัวเลวในตัวเรา หลักการพระพุทธเจ้าให้เรียนรู้อบาย ที่เราเกี่ยวข้อง แล้วเราไปติดยึด รักมาก หรือชังมากก็ตาม เป็นศีลข้อ ๑ และ ๒ ถ้าชังมากก็สายโทสะ เอ็งอยู่ที่ไหนข้าจะตามไปทำลายเอ็ง พวกจองเวรจองภัย เป็นอบายมุข ส่วนความรักก็รักจนหลง เลวร้ายเท่าไหร่ก็รัก ชั่วเท่าไหร่ก็รัก อันนี้เวรจริงๆเลย ไม่ใช่เวร ๕๐๐ เขาเรียกว่าเวร ๕๐๐ ละลาย พวกที่รักไม่รู้จักปล่อยก็ติดไปนานนับชาติ นี่คืออบายมุขตัวแรก ไม่ต้องรักมากหรอก รักต้องไม่ติดยึด เป็นรักมิติที่ ๗ ขึ้นไป

สรุปแล้วจะเป็นคนได้ต้องรู้อบาย แล้วล้างเหตุแห่งอบายได้ ตามลำดับ ส่วนจะสูงได้นั้นก็ต้องล้างตัวเลวร้ายของตนได้ จึงได้ชื่อว่าเป็นคนขึ้นมาได้ แล้วทำตามลำดับขั้นไป ล้างสิ่งที่เลวน้อยกว่าลงไปอีก การเกิดเป็นคนอีก จึงต้องรู้สิ่งที่เป็นคนที่เลวร้ายที่สุดคือ โลกอบาย แต่ต่อมากาม ก็ต้องล้างอีก จนล้างกามหมด ในโลกของปฏิฆะ ก็หมดกาม หมดปฏิฆะ เป็นอนาคามี เหลือแต่ส่วนในของตนที่เป็นกิลมถะ แต่ถ้าไม่ล้างก็ตาม ตัวที่เหลือในอนาคามีคือ นิวเคลียร์ฟิชชั่น มันก็จะแตกสลายไปในที่สุด แต่ของพระพุทธเจ้านี้เก็บหมด ทำให้หายไปได้เป็นสูญได้

๑ ๒ ๓ ๔ คุมได้ คุม ๔ ได้ที่จะออกไป ถ้าเป็นอุกกาบาตคุมไม่ได้ แต่ถ้าเป็น x นี่ก็คุมได้เป็นมาตรฐานเท่ากัน ๑ ๒ ๓ ๔ ตัว xy ที่เรียนกันทางชีวะถือว่าเป็นพลังงานชาย แต่xx เป็นพลังงานหญิง แต่หญิงนี่คุมไม่ได้ เป็นเสแสร้าง pretender นึกว่าตนเองเป็นตัวนิ่ง แท้จริงตนไม่นิ่ง ตัว x นี่แรงครบ แต่คุมตนเองไม่ได้ อาละวาดเป็นอุกกาบาตไปทั่ว อย่างเก่งก็เป็นดาวหาง ไปเข้มข้นที่หัวดาวหาง เป็นฟิวชั่นธาตุหนัก แต่ฟิชชั่นนี่ธาตุเบานะ แต่แตกตัวไม่สิ้นสุด

ต้องลดอบายก่อน แล้วมาลดกาม ถ้าลดเรื่องกามได้อีกก็ลดหมด กามก็หมด คุณหมดกามหมดพยาบาทแล้ว ซึ่งมันเป็นพลังงานสลับกัน เราไม่มีรสชาติภายนอกแล้วแต่เรายังชัง เช่น คนปฏิบัติธรรม ลดความสวยความอร่อยของตนได้แล้วเราไม่ดูดแล้ว เจอข้างนอกถ้าผลักก็คือชัง อนาคามีไม่มีสุข มีแต่ทุกข์ ทุกข์นี่คือ ตัวชังต้องล้างให้ออก กำจัดสุขทุกข์ของตนกิลมถะให้หมด เมื่อหมดสุข/ทุกข์จึงสมบูรณ์

เป็นคนเป็นสัตว์อบายก็ล้างอบาย มาล้างกามอีก ล้างรักล้างชังในตนอีก อนาคามีไม่เป็นพิษภัยกับใครแล้ว สัมผัสกับใครก็ไม่รักไม่ชังไม่ดูดไม่ผลักแล้ว ควบคุมได้ก็ทำประโยชน์ได้เอานิวตรอนมาทำงานได้มาก มันมีพลังงานแน่นสูง ทางธรรมะเอามาใช้งานได้ ทำให้เป็น x ให้หมด ถ้าคุณว่า ชายเป็น xy ตัว y นี่เป็นตัวหลอก เป็นรูปโยนี เอกบุรุษสามารถทำให้ ขา x สองขามาเป็น y ได้ มีพลังงานดัดได้ หรือจะปล่อยให้เป็น x ก็ได้ ถ้าคุมได้เป็น cyclic order แต่ถ้าคุมไม่ได้เป็นเคออส(Chaos) กระทบไปเรื่อยๆ แตกตัวเป็น isotope เป็น chain reaction ไปเรื่อยๆ พระพุทธเจ้าถึงให้ฝึกมีพลังงานไฟที่ควบคุมได้

ทำy อยู่ในอาณัติ ควบคุมได้ทั้งโปรตอน นิวตรอนได้ เอาไปใช้งานได้ คนเกิดมาต้องดับตั้งแต่อบาย มาดับกาม อีก แล้วรู้ดับอัตตาตัวร้ายได้ จะเป็นคนที่ใช้พลังงานได้ เป็นคนระดับโพธิสัตว์ก็ใช้ได้ ตามลำดับ ของพระโพธิสัตว์ระดับต่างๆ ยิ่งเป็นพระพุทธเจ้าเป็นระดับ ๙ สูงสุดในความมีแล้ว พอเป็น ๑๐ ก็เป็นอวตาร เป็นอย่างอื่นอีกได้

อนาคามีนี่เหมือนคนใจดำ ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยเขาไม่ได้ก็แล้วไป ดูหางเสียงของคุณตู่ ประยุทธสิ คือผมก็ช่วยได้เท่านี้ คือรู้ตัวเราก็เท่านี้ รู้อัตตัญญุตา จะพูดให้เกินขอบเขตตนเองทำไม? นี่คือลักษณะคุณตู่ อาตมาเข้าใจ จึงสนับสนุนส่งเสริม ลักษ ณะอย่างนี้ ประมาณ ระดับนี้ต้องทำแบบอนาคามีเป็นต้นไป ถึงทำได้แบบนี้ อาตมาฟังสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ถาม _ ศัลยกรรมตกแต่งให้สวยงามบาปไหม ตอบ _ บาป ยังหลงความสวยงาม หลงกาม คือบาป

ถาม. .. อโศกเจริญขึ้นแล้วทำไมคนในชุมชนต่างๆของอโศกถึงน้อยลง ตอบ ... ก็คุณไม่มามันก็เลยน้อยลง ขนาดพวกคุณติดชิปไปยังไม่มาเลย จะไปหวังจากคนที่ไม่เคยฟังเลยได้อย่างไร คุณก็ไปตามที่ชอบ แต่ที่จริงคุณควรชอบอันนี้ แต่คุณไม่เห็นส ิ่ งนี้มีค่า ก็ไปที่ชอบๆของคุณ คุณเองรู้แล้วเข้าใจดียังไม่มาเลย แล้วจะไปหวังอะไรจากผู้ไม่เคยสดับธรรมเลย แต่คนที่สดับธรรมแล้วไม่มาก็พูดกันได้ แต่คนไม่เคยสดับ ถ้าได้ยินได้ฟังอาจเร็วกว่าพวกคุณ จริงๆแล้วคุณมองตื้นๆ อาจเป็นได้ที่มวลจำนวนเหมือนน้อยลง แต่ความจริงมันไม่น้อยลงหรอก ถึงแม้น้อยลงก็เจริญขึ้นในทางคุณธรรม อาตมาทำงานด้วยอาตมารู้ว่าหนักหรือเบาขึ้นกับพวกเรา ไม่ใช่ว่าเสื่อมลงในตัวใน แล้วไม่มีใครทำสถิติด้วย ว่าชาวอโศกที่ออกไปหลายคนไปใช้วิบากต้องไป ออกไปนี่ไปได้สองอย่าง ๑.ไปเพราะใจสมัครไปกิเลสพาไป ๒.อยากอยู่แต่ต้องไปเพราะต้องไปใช้วิบาก เป็นได้สองนัย เราไปรู้เขาได้ที่ไหน มันของใครของมัน มันไม่ลงตัว คนลงตัวจะมา คนอยู่ได้จึงเจริญขึ้น ผู้มีมรรคผลทนอยู่ได้ เขาอยู่จนไม่ต้องทน เขาอยู่เจริญขึ้นเรื่อยๆ นี่พูดอย่างนี้ถ้าเข้าใจจะได้มา นี่เป็นอุกกาบาตวิ่งหลุดวงโคจรไปไหนๆ จะกลับมาถูกหรือไม่ไม่รู้ ดีไม่ดีฟาดฟันกับข้างนอกแตกแหลกมาไม่เหลือก็ได้

ถาม _ พ่อท่านคะ ช่วยอธิบายวิบากของการดื่มสุรา อยากให้คนที่บ้านเลิกดื่ม ตอบ. .. ก็แส่หาดีนัก อยู่โสดดีนัก ไม่เอาไม่เชื่อพระพุทธเจ้า ที่ท่านว่า ผู้เป็นโสดท่านเรียกว่าบัณฑิต ผู้ฝักใฝ่มีคู่ย่อมเศร้าหมอง ดีนะที่รู้โทษภัยของการกินเหล้า ดีที่เขาไม่เลี้ยงคุณด้วยลำแข้ง มันยากที่เราจะให้เขาหยุดหรือไม่ แต่เราก็ต้องเพียร อาตมาว่าทางสุดท้าย ถ้าคุณจำทนต้องอยู่ด้วย ก็ต้องทำดีที่สุด จะบอกเขาตอนไหนอย่างไร ไม่ให้เขาเกิดความรำคาญ หรือโกรธ ให้เขาสำนึกได้ก็ต้องบอกไป มีโอกาสให้เขารู้ว่า ต้องเป็นตับแข็ง เสียเงิน มีสารพัดโทษของการกินเหล้า นับโทษไม่ถ้วน อย่ามาแก้ตัวว่าต้องกินกับหมู่ อาตมาผ่านมาแล้ว นั่งกับวงเหล้าก็กินน้ำส้ม มันไม่กล้าไล่หรอก อาตมาปฏิบัติในวงการบันเทิง เพื่อนฝูงก็รักความสำราญกินสูบดื่มเสพ มันจะไปสำราญก็ฝากงานไว้ อาตมาก็รับไว้หมด มันก็เกรงใจอาตมาไม่กล้าว่าเราหรอก หรือจะไปกินร่วมด้วยอาตมาก็ซดน้ำเปล่า ซดน้ำหวานไปมันไม่กล้าว่าเราหรอก เพราะมาว่าเดี๋ยวไม่ช่วยรับงานนะ มีแต่คนเกรงใจเรา ถ้าคุณเห็นความจริงก็เลิกเลย ไปกับหมู่ก็ไป ส่วนมากเขาไปกินเหล้าจะไม่ชวนอาตมา แต่ว่าบางงานที่เลี่ยงไม่ได้อาตมาก็ไปนั่งด้วยได้ แล้วเขาก็อายนะเขารู้ว่าทำไม่ดี เราทำดีก็ให้ทำต่อ ทำดีให้ดีที่สุดแล้วเขาจะเกรงใจ ฉลาดที่ให้สัญญาว่านี่เป็นโทษนะ อย่าไปบอกชัดบอกแรง จะมีศิลปะบอกไปว่านี่โทษของการกินเหล้า หรือว่าเปิดโทรทัศน์ให้เขาเห็นแต่ต้องมีศิลปะนะ

ถาม _ ศิษย์เก่ามีครอบครัวแล้วอยากมาช่วยงานสันติอโศกเต็มตัว จะมาอยู่ได้ที่ไหน อย่างไร จะเตรียมตัวอย่างไร ตอบ. .. ได้อ่านก็ชื่นใจแล้ว อยากมากอยู่ก็ดีแล้ว มีเวลาบ้างก็เอา มาใกล้ขึ้นก็จะมาได้มากขึ้น มาได้มากขึ้นจะรู้ว่าจะอยู่อย่างไร จริงแล้วที่อยู่ข้างๆก็มีลูกหลานเยอะไป แล้วเอามาให้เลี้ยงก็มาก สันติอโศกไม่มีส่วนกลางเหมือนปฐมอโศก ราชธานีอโศก ถ้าอย่างโน้นก็ครอบครัวอยู่ได้ มีหลักแค่ว่า ศีล ๕ ละอบายมุขกินมังสวิรัติ เท่านั้น ก็ไปอยู่ได้ แต่ที่สันติอโศกนี่มันที่ทางคับแคบ แต่ที่บ้านราชฯมีการเปิดให้จองที่สร้างบ้านได้ มีการสร้างธารน้ำ เมื่อคืน เทวดาก็บอกให้อาตมาบอกให้เขาหาบัวหลากชนิดมาปลูกในลำธาร เพราะเป็นเมืองอุบลฯเมืองดอกบัว มีน้ำตก นกร้อง ลำธาร

ถ้าคุณจะมาอยู่ข้างสันติอโศกก็มาอยู่ได้ แต่ถ้าจะมาอยู่จริงๆก็ต้องไปอยู่ตามที่แบบนี้ ก็มีศีล ๕ ละอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ก็อยู่ได้ ลูกเราก็จะมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายช่วยกันเลี้ยงมากมาย มีความรัก ๑๐ มิติอยู่ครบเลย เราอยู่กันอย่างสามัคคี มีความขัดแย้งกันพอเหมาะ

ถ้าความเห็นต่างที่ไม่พอเหมาะ มันแย้งมากไป หรือความเห็นต่างที่มันเบาไป มันยอมกันมากไป ก็ไม่เกิดผลดี หรือถ้าผิดมากจนผิดศีล ก็ต้องให้ออกนอกชุมชนไป ต้องให้พอเหมาะ ถ้าไม่พอเหมาะจะแตกแยก เป็นพิษเป็นภัยเป็นโทษ ต้องพรากต้องห่างกันไป หรือลงโทษให้ออกไปตามระยะเวลา ในนี้เป็นสิ่งดี แต่ถ้าคุณไม่เหมือนหมู่ ก็คือสิ่งไม่ดี ก็ต้องให้เปลี่ยนแปลงตนเองก่อน ความขัดแย้งอันพอเหมาะ จึงจะทำให้เจริญได้ดี Unity of Diversity คือเอกภาพของความหลากหลาย คือความขัดแย้งอย่างพอเหมาะ ยิ่งหลากหลายแต่อยู่กันอย่างสบายกลมกลืนกันดี สนับสนุนกันไม่ตัดแข้งตัดขากัน ลีลาอาจเร็วแรง แต่สงบ เป็นลูกข่างนอนวัน

ถาม _ ศิษย์เก่า ชิม ว่า จากการไปทำหน้าที่รักษาคนไข้ คนไข้ผู้ชายมักมาด้วยโรคจากการกินเหล้าหรือเนื้อสัตว์ แต่ผู้หญิงจะมาด้วยการกินเกินบริโภคเกิน ผมก็แนะนำให้เขางดกินเหล้า แล้วมากินมังสวิรัติ ผมก็อยากแจกหนังสือที่อธิบายวิถีชีวิตของชาวอโศก จะติดต่อใครดี ที่จะทำ ตอบ .... ก็มาที่ราชธานีอโศกหรือปฐมอโศก สันติอโศกก็ได้ เขาเป็นแพทย์ได้สะดุดคิดว่า ผู้ชายมีภัยจากเหล้า ผู้หญิงมีภัยจากการกินแหลกและสวยแหลก สองอย่าง ไขมันเยอะอ้วนไว ก็ติดต่อกันดู เรียบเรียงดีๆ จะได้ส่งโรงพิมพ์ ของเก่ามีบ้างแต่ไม่ตรงเป๊ะอย่างที่คุณพูด

_หลังจากรายการเอื้อไออุ่นเสร็จแล้ว พ่อครูได้จับฉลาก รายชื่อศิษย์เก่าที่จะได้รับภาพพ่อครู พร้อมลายเซ็นต์ที่พ่อครูจะเซ็นให้สดๆเมื่อจับฉลากได้ สร้างบรรยากาศอบอุ่นครื้นเครงเป็นอันมาก ....

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน