580630 พิธีไหว้ครูสัมมาสิกขาสันติอโศก ปี ๒๕๕๘.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580630 พิธีไหว้ครูสัมมาสิกขาสันติอโศก ปี ๒๕๕๘
๐๗.๓๐ น. ตัวแทนนักเรียนสัมมาสิกขา ออกมามอบพานไหว้ครูให้กับคุรุตามแต่ละชั้นปี จากนั้นตัวแทนนักเรียนออกมากล่าวความหมายของพานที่นำมามอบให้ครู ๐๘.๐๐ น. ตัวแทนคุรุ กล่าวเปิดใจ ตามด้วยตัวแทนนักเรียน กล่าวเปิดใจ ๐๘.๓๐ น. นร.ร่วมร้องเพลงมาร์ชสัมมาสิกขาสันติอโศก และเพลง พระคุณที่ ๓ ๐๘.๕๐ น. พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ให้โอวาทเนื่องในวันไหว้ครู สัมมาสิกขาสันติอโศก ปี ๒๕๕๘
พ่อครู...เราก็มีพิธีไหว้ครูกัน ทางเอเชียเรามีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีอย่างนี้ เพราะเรามีคุรุกรณะ มีการเคารพ ซึ่งทางพวกหัวเอียงซ้ายมากๆ เขาว่าจะไปกราบทำไมครู ครูก็มีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้แก่เด็ก จะมาให้กราบทำไม เป็นศักดินา เขาไม่รู้จักการเคารพกันตามฐานะ ไม่มีคุรุกรณะ เขานับถือกันด้วยความรู้ความสามารถชั้นฐานะ แม้ที่สุดเคารพกันด้วยคุณงามความดี คนมีปัญญาลึกซึ้งเคารพกันด้วยคุณงามความดี อันเป็นสิ่งมีค่ายิ่งในมนุษย์แต่เขาทำกันไม่ได้ อันเป็น กายกรรม วจีกรรม เมตตากัน ถ้าคนมีได้ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมเป็นคุณงามความดีครบ ๓ ทวาร เราก็เคารพกันทางคุณธรรม มันมีค่าสูงยิ่งกว่าเพชรพลอย
คนทางตะวันตก ฝ่ายเอียงซ้ายเขาถืออิสรเสรีภาพ เป็นความเห็นแก่ตัวเต็มรูป เขาจะให้เท่ากันหมดเสมอภาคกันหมด มันทำไม่ได้ แต่ของพระพุทธเจ้าทำได้ พระพุทธเจ้าเกิดมานิ้วของท่านเท่ากันหมด ในมหาปุริสลักษณะของท่าน นี่คือสิ่งสุดยอดยิ่งใหญ่ที่สุด
ท่านมีความเสมอภาคแล้วทำตามลำดับ ท่านถือว่าทำตามลำดับนี่แหละยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ ทำอย่างลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเล รู้ว่าอันไหนต่ำไหนสูงไหนมากไหนน้อย คนจะมีปัญญารู้ต่ำสูง คนนั้นสุดยอด มีปัญญาญาณ แล้วก็ทำงานกับเขา รับลูกคนนี้น้อยไปก็รับอย่างหนึ่ง คนนี้มากไปก็รับอย่างหนึ่ง
สร
อ่านต่อ
ุปแล้วการไหว้ครูนี่เป็นความเข้าใจว่า ครูหรือคุรุเป็นผู้ทำงานหนักที่นี่ครูให้ความรู้ดูแลจริง ไม่ใช่ครูรับจ้าง เป็นครูไม่มีเงินเดือน สอนพวกเราดูแลเหมือนพ่อแม่ ดูแลกันกินอยู่หลับนอน เหมือนพ่อแม่ ก็จุกจิกด้วย เพราะเราต้องการให้เป็นคนดี ไม่ใช่รับจ้างทำตามหน้าที่ ที่นี่เป็นครูจริงๆ
เราต้องเข้าใจสิ่งควรคารวะเคารพ ที่อื่นเขาอาจทำไม่เต็มรูปเท่าที่นี่ แต่ครูที่นี่ เป็นครูจริง ไม่ใช่จ้างมา สมัครใจมาทำ สืบทอดมา กี่ปีก็ตาม ก็สอนทุกอย่าง สอนอย่างลูกหลาน ไม่ใช่สอนอย่างมือปืนรับจ้าง ก็ขออภัยที่พูดถึงครูข้างนอก เขาก็ต้องมีเงินเดือนเลี้ยงชีพ มีรายได้ก็จำเป็น แต่ของเรามีระบบสาธารณโภคี เราก็ไม่ต้องมีส่วนตัว เป็นระบบพวกเรา
มาดูเรื่องนามธรรม เราไม่ใช่จะรู้ได้ง่าย แค่ครูที่มาอาสาสมัครสอน ไม่คิดเงินคิดทอง สอนฟรีไม่เอาค่าจ้าง ดีไหม?....ดี เป็นคุณค่าแล้ว เราก็เข้าใจ เพราะฉะนั้น การมองนามธรรมที่จิตใจเสียสละมันมองไม่ออกเห็นไม่ได้ แต่คนมาทำนี่เราไม่ได้บังคับมาทำ ถ้าบังคับทำไม่ได้ เราไม่ทำด้วย อย่างมากก็ขอร้อง ว่าให้มาช่วยสอน ก็มีบ้าง แต่ก็น้อย ส่วนมากสมัครใจ
เมื่อมาเรียนแล้ว คุรุต่างๆ ก็รับผิดชอบหน้าที่ แม้แต่พี่ป้าน้าอาที่เป็นผู้ใหญ่ที่นี่ก็แนะนำคำสอนบอกกล่าวทั้งการทำงานศีลธรรม คนนั้นนิดคนนี้หน่อยก็ช่วยเอาภาระ ไม่ใช่ว่ามีแค่ครูบรรจุเท่านั้น แต่คนที่เอาภาระก็มีแล้วแต่ เป็นจิตวิญญาณครูที่สมัครใจสอน จะมีเนื้อมีค่ามากกว่าครูที่จ้างสอน สอนในชั้นเรียนแล้วก็ไปเปิดสอนพิเศษอีก เอาเงินนักเรียน นี่ก็เป็นวิธีการชั่ว
เด็กเราไปเรียนที่สวนบุญผักพืช จะเห็นได้ว่าครูเราเอาจริงเอาจัง เป็นงานเต็มรอบ จัดเต็มเลย จะเรียนตำราก็สอนได้ จะให้ทำสวนทำนา ทำงานก็พาทำ ฝึกเป็นคนอยู่ในถิ่นแดนจริง ครูก็รับผิดชอบเต็มที่ อย่างครูไพรเมือง (สุรเดช) ครูพลอยไพรก็ตามก็อยู่สอนจริง เด็กๆเราลึกๆก็รู้กัน แล้วที่นี่ไม่ได้หลบหนีไปไหนได้ เห็นกันอยู่ตลอดเวลาจะรับซับซาบว่า ครูจริงๆเป็นเช่นนี้ เหมือนพ่อแม่ ปู่ย่าเรา สอนแนะนำอบรมช่วยเหลือให้เราได้รับความรู้ชำนาญได้นำไปใช้ต่อไป ที่นี่เราไม่มีอบายมุขให้เสียเวลา แต่เราฝึกให้นร.ลดละ มันวิเศษ ได้ความเจริญ
คนที่ยังไม่มีวิสัย ไม่ติดมาในสันดาน ไม่ได้มาทางธรรมก็ยาก แม้จะรู้แล้วก็ยังไม่ค่อยอยากทำ คือไม่ติดมาในสันดาน มันไม่เอาธรรมะ แล้วเพื่อนทางโลกเขามากด้วย มีแรงโน้มถ่วงทางโลกเยอะ แต่ทางเรานี่แรงดึงมันน้อย สนามแม่เหล็กสัจธรรมมีน้อยกว่าสนามแม่เหล็กโลก เราออกไปอยู่คลอง ๑๓ ก็ค่อยยังชั่วก็ง่ายหน่อย แต่อยู่ที่นี่แรงทางโลกมันมากยั่วยวน แต่ถ้าใครมีสติสัมปชัญญะ ว่าเราต้องสู้ ต้องอดทน มีปัญญาต่อสู้ไม่โน้มตามไปง่ายๆ สามัญสำนึกก็พอเข้าใจ ว่าอย่าไปตามใจกิเลส ที่นี่สอนให้คนเจริญไม่ให้ไปทางอบายทางเสื่อม เด็กๆทุกคนเป็นกุศลมากที่ได้มาอยู่ในแวดวงการศึกษาที่นี่ เราไม่ต้องเสียเงินเสียทองในการเรียน เรียนฟรี อย่างเก่งต้องมาคัดเลือกหน่อย ถ้าไม่เหลือเกินก็พอรับได้ แต่คนก็ไม่ค่อยมา แสดงให้เห็นว่าคนโง่ ของฟรี สอนฟรี ไม่เอา เปิดฟรีด้วยไม่ได้เสียค่าผ่านประตูเลยไม่เอา แสดงให้เห็นว่าสังคมไม่รู้ว่าอันไหนแดนสวรรค์อันไหนแดนนรก
ในสัญขาติญาณมีลึกๆรู้ว่าดีก็มา แต่คนไหนสันดานไม่มีเลือดธรรมก็ต้องสู้ ทนสู้ให้ได้อยู่ตลอด ฟังหลวงปู่ไว้อย่าท้อแท้ ไม่มีใครเรียนจบม.๖ แล้วตาย ก็กัดฟันสู้ไป ที่นี่คนที่มีปัญญาดีๆเข้าใจ ก็จะได้ดีไป ได้นิสัยที่ดี อย่างหลานครูจุ๋ม หลานของดินนา สองคนนี่(คืนฟ้านวล กับชวนฟ้าชม) มีคนหนึ่งคนถามว่า ทำไมคนรุ่นเดียวกันนั้นหนูไม่ไปเหมือนคนอื่น ไม่เที่ยวไม่แต่งตัว หนูผิดประหลาดหรือไม่ พ่อครูว่า เขาก็มีสิ่งดีมาจากจิตลึกๆ แต่ก่อนเขาเป็นเด็กสมุนพระรามเรียนบ้านราชฯแล้วออกไปข้างนอก เขาก็มีของเก่า ได้มา แต่ไม่ได้สะสมมาแล้วอยากได้ จะไปซื้อตามร้านขายยาไม่มีหรอก ต้องสั่งสมเป็นอาริยทรัพย์
แต่ถ้าเราไม่มีก็ต้องสร้างใส่ อย่างหลานของป้าดินนามีแล้ว เราก็อย่าสะสมนิสัย ที่เกิดจากพฤติกรรม นิสัยคือตัวปฏิบัติ ส่วนวิสัยเป็นตัวตกผลึก สะสมเป็น DNA พวกเราพาสั่งสมเป็นนิสัยจนเป็นวิสัย เป็นของดีที่นี่ไม่เอาของที่เป็นอาสวะอนุสัยใส่เข้าไปหรอก
ให้ตั้งใจฝึกฝนศึกษาให้ดี ตอนนี้เรามีโรงเรียน นักเรียนดี โรงเรียนก็ดีไปได้ยาว ให้ศึกษาให้ดีมากขึ้น โรงเรียนก็มีคุณค่า ทางกระทรวงมาดูตอนนี้เขาก็พอรับได้บ้าง แต่ก่อนเขาไม่ค่อยเข้าใจ ก็ว่าแปลก แต่หลวงปู่ก็พาทำให้พวกเราเป็นคนดี พยายามทำจนบัดนี้เขาก็ยอมรับมาบ้าง แต่เขาก็พูดมากไม่ได้ มาเอาตามเราหมดไม่ได้ แต่เขาเห็นว่าน่าจะสร้างโรงเรียนวิถีพุทธ พอเราเสนอว่าให้ครูมีศีล ๕ ก่อน ก็ล้มกระดานเลย ไปไม่รอด จบ ก็เหลือแต่พวกเราให้พากเพียร อย่าว่าแต่ศีล ๕ เลย เด็กๆพวกเราหลายคนก็รู้ตัวถือศีล ๘ ได้ อย่างเด็กพวกเราไม่ให้ใช้เงินด้วย คนแอบมีก็เป็นบาปเอง ส่วนใหญ่เราไม่ทำด้วย
เด็กๆกลัวไหมไม่ได้ใช้เงิน ๖ ปีจะโง่ ใครกลัวไหม อยู่ข้างในใช้เงินไม่เป็น กลัวใช้โทรศัพท์ไม่เป็น อย่างหลวงปู่ ไม่เคยมีโทรศัพท์ใช้เลยสักเครื่อง ตั้งแต่เขามีเครื่องใหญ่โมโตโรล่า ก็เอามาให้ หลวงปู่ก็ไม่เอา เดี๋ยวนี้เล็กนิดเดียว หลวงปู่ไม่มีหรอก ใช้ก็ไม่เป็น เขาส่งมาให้ฟังก็ฟัง กดปิดไม่เป็น หลวงปู่ก็ไม่เห็นโง่เง่าอะไร ก็บอกได้สอนได้ ได้รับการยอมรับอยู่ ที่นี่สอนไม่ใช้เงินสอนไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่ใช่ว่าเราแกล้งพวกเรา หรือให้พวกเราโง่ แต่ให้เราหัดยอมแพ้ศึกษาฝึกฝนให้ทำอย่างนี้จะดีกว่า ฝึกฝนหลายๆอย่างที่ดีๆ
เด็กออกไปจบจากที่นี่ต่อไปก็จะมีมากเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน ก็จะออกไปทำหน้าที่ในสังคม ตอนนี้สูงสุดเรามีอายุ ๔๐ กว่าแล้ว ถ้าอาุยุประมาณ ย่าง ๕๐ จะเป็นตัวจักรสำคัญของสังคม ถ้าเด็กๆของเราจบไปทำหน้าที่ในสังคม อีก ๓๐ ปีก็จะมีปริมาณของเด็กเราที่ได้ผ่านไปเป็นคนสำคัญของสังคมจะมีมากขึ้น เราผลิตได้ทีละน้อย ก็จะทำให้ประเทศไทยไปลิ่วไปรอดเลย เด็กพวกเราจะไปเป็น activist ของสังคม
หลวงปู่มั่นใจว่าไม่เสียหลายที่ทำ บางคนก็ทำงานในนี้เลย ก็ส่งเสริม เมื่อเช้าก็พูดกันว่า ครูก็น่าจะมีทั้งครูวิชญ์และครูชาญ เราต้องคัดเลือกว่าเป็นผู้ชำนาญการจริงๆ แต่คนเรียนมาแล้วทำไม่เป็นมีเยอะ คนชำนาญนี่หายาก สอนได้ด้วย ทำเป็นด้วย ไม่ใช่ว่าทำไม่เป็นมาสอนมาควบคุมก็ล้มเหลวเสียหาย
ก็ขอบคุณผู้ใหญ่ที่มาช่วยอบรมสั่งสอนนำพากันไป ก็ตั้งใจพากเพียร
การทำพิธีไหว้ครูทางเอเชียเราเป็นวัฒนธรรม ทางตะวันตก ยุโรปเขาไม่มีวัฒนธรรมเช่นนี้ เขาจึงเลยเถิด ว่านิ้วมือมันไม่เท่ากันหรอก หน้าที่คนละหน้าที่ก็ต้องเคารพคารวะกัน คนที่ดีรองลงมาก็เคารพคนดีกว่า ไม่ดีเลยก็ไม่ต้องเคารพก็เป็นตามธรรมดา แม้การไม่เคารพเราก็ไม่ไปย่ำยีทะเลาะวิวาท
การคารวะเคารพ นอบไหว้ เป็นการรักษาวัฒนธรรม เราจะได้ยินพวกหัวเอียงซ้ายพูดกันหนัก จะลบล้างประเพณีเอเชียก็ปล่อยเขาไป จะไปว่าเขาเขาก็ไม่ฟัง เรารู้แล้วเราก็ทำของเราไป สรุปแล้วการไหว้ครูต้องเห็นความสำคัญว่าเราต้องทำให้ดี เราทำด้วยใจ ทุกวันนี้ข้างนอกเขาก็ทำเพื่อรักษาวัฒนธรรม แต่เขาทำเล่นๆหัวๆไป แต่ของเราทำด้วยใจที่เห็นคุณค่าสาระ