581125_เทศนางานบุญลอมข้าวชาวบุญนิยม ครั้งที่ ๑.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข26 พฤศจิกายน 2558

เนื้อหาในไฟล์

581125_เทศนางานบุญลอมข้าวชาวบุญนิยม ครั้งที่ ๑

พ่อครูว่า...วันนี้วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เป็นวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ปีมะแม เรามีงานจัดงาน ให้มีความรื่นเริง เป็นเรื่องของคน ที่หนักมาเหนื่อยมาบ้างก็มีสิ่งเหล่านี้ คนจะมีความรู้สึก อย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรไม่ว่าจะเป็นคนป่า ที่ยังไม่เจริญก็ตาม เขาก็จะมีเวลา ที่จะต้องระลึกถึงอย่างนี้ เพื่อความสมัครสมานสามัคคีสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน ให้เกิดความบันเทิงใจ อันนี้เป็นสามัญสำนึก เป็นสัญชาตญาณของมนุษยชาติ ที่รู้จักการบันเทิงใจ กับการเศร้าใจ มันมี 2 แบบเมื่อคนสามารถมีปฏิภาณมากกว่าสัตว์ก็มาใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต ให้บันเทิงใจสุขใจ หรือทำให้จิตใจดีขึ้น คนเราถ้าเข้าใจ แล้วจะไปเคียดแค้นอะไรก็ไม่ดี ไปสนใจที่บันเทิงเริงรมย์ก็ดีกว่า ก็ใช้อันนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้คนเราพัฒนา ก็เป็นคุณสมบัติที่เป็นคุณธรรมเป็นความฉลาดของมนุษยชาติ เป็นเรื่องของสมมุติสัจจะที่ต้องใช้ในโลก เราก็ต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้บ้างสำหรับคนที่มีคุณธรรมมีจิตวิญญาณที่ยังต้องปฏิบัติธรรมต้องฝึกฝนจนกระทั่งจึดสูงสุด ถึงขนาดไม่ต้องเบิกใจก็อาศัยความรื่นเริงเบิกบานด้วยสัจจะที่ลึกซึ้งมาก สำหรับผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานสูงสุดก็ไม่มีเศร้าเสียใจ คนที่จะต้องอาศัยก็ต้องมีสิ่งนำพา สิ่งเหล่านี้คือความลึกซึ้ง คนที่เข้าใจยังไม่ครบถ้วน บางคนก็ปฏิเสธบอกว่าผู้ปฏิบัติธรรมบรรลุสูงสุดต้องมีจิตใจไม่ทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่ดูดไม่ผลัก จิตอรหันต์ ก็เข้าใจเลยเถิดไป ไม่รู้ว่าสิ่งที่อาศัยเป็นสัจจะอย่างที่มีสมมุตสัจจะ เป็นโลกีย์ผู้ที่บรรลุโลกุตระแล้ว ก็สามารถอยู่ได้กับโลกีย์อนุโลมกับเขาได้เข้าใจความเป็นจริง ของสิ่งที่จะต้องเกื้อกูลกันอนุโลมปฏิโลมช่วยกัน เพื่อสิ่งที่เจริญ มีทฤษฎีที่จะพากันไปสู่ความสูง

อ่านต่อ

ได้ เหล่านี้พระพุทธเจ้าประกาศไว้ แล้วออกมาสืบสานต่อกันให้เกิดประโยชน์คุณค่าแต่ละคนและประโยชน์คุณค่าต่อสังคมส่วนรวม เป็นเรื่องที่สุดยอดในเรื่องความรู้และความเป็นได้ ซึ่งความบรรลุ 0 คนเข้าใจยากที่มีสัจจะ 2 ส่วน คือปรมัตถสัจจะ กับสมมุติสัจจะ คนที่จบสูงสุดเป็นอรหันต์นั้น ก็ไม่มีอะไรยึดถือ ก็สามารถอนุโลมให้เขาเท่าที่จะอนุโลมได้ อรหันต์จะอยู่กับหมู่กลุ่มอย่างเข้าใจ ความเป็นจริงของฐานะบุคคลแล้วก็จะอนุโลมปฏิโลมได้จริง แต่แน่นอนการที่จะมีความเคร่งครัดการปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งสู่จุดสูงสุด การอบรมปฏิบัติได้สูงสุดก็ต้องเป็นผู้บรรลุธรรมสูงสุด ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ก็อย่าไปตีทิ้ง เพราะคนจะตีกินว่าอนุโลม แต่แท้จริงตัวเองก็ยังเสพติด แล้วบอกว่าเป็นอนุโลมให้คนอื่น เช่นคนเอาแต่ใจหลอกคนได้ก็เป็นบาปของเขา เป็นเรื่องความเลวร้ายของเขาก็แล้วแต่ใคร เป็นสิ่งจริงของวิบากกรรม ของสัตว์โลก จะต้องมีที่อาศัยจิตวิญญาณเป็นตัวซับและดูดซึม แต่ก็ร้างละได้ งานนี้จัดเป็นครั้งที่ 1 จัดบุญล้อมข้าว อาตมาก็ไม่ได้เป็นผู้ร่วมทำทีเดียว ทางศรีษะอโศกเคยทำมาอาตมาก็เคยไปร่วม แต่พอมาที่บ้านราชก็เลยมีผู้ร่วมคิดร่วมกันทำ ก็รู้สึกว่าเป็นปึกแผ่นขึ้น มาร่วมกันได้หมดไม่ว่าจะศีรษะอโศก สันติอโศก ใกล้ๆหรือไกลชุมชน ก็มากันทั้งนั้น มีส่วนส่างฝัน ศีรโคตรบูรณ์เป็นต้น ก็มารวมกันครั้งที่ 1 ที่นี่ก็เห็นหลายอย่างเกิดขึ้น มีผลสูงมากตามปัญญาตามสายตาของอาตมาว่า เป็นเรื่องที่ประเสริฐในความเป็นมนุษยชาติ แนวลึกของความยึดถือ แนวลึกของความนิยม ส่วนทุกวันนี้นิยมแต่ไปหาโลกีย์ไปหาสมัยใหม่ที่มันเป็นอกุศลมันแรงมันจัดเกินไปแรงเกินไป แล้วก็กลายเป็นเรื่องแข่งเต้นแข่งดีเห็นแก่ตัวเอาเปรียบเรารัดทำให้คนติดยึดรสชาติสนุกสนานปั้นแต่งเชิงที่สร้างสรรค์ขึ้น แล้วก็มาขาย เอามาหาเงิน ครอบงำคนให้ติดแล้วก็หาเงินโลภโมโทสันกอบโกย จนทุกวันนี้เป็นความติดยึดที่หนาแน่นเมื่อติดยึดแน่น คนก็สามารถใช้เป็นอำนาจต่อรองให้คนติดนี่แหละ คือเขาจะต้องมาเสพอารมณ์นั้นก็ต้องราคาขึ้นครอบงำความคิดขึ้น กิเลสก็หนาจัดขึ้นติดมากขึ้น โกงราคาได้มาก เพราะฉะนั้นราคาของนักอบายมุขเต้นกินรำกินสนุกสนานรื่นเริงแข่งขันเอาชนะคะคานก็มีสองแง่แบบเอาชนะเป็นเชิงโทสะ ส่วนทางบันเทิงเริงรมย์ก็เป็นทางด้านรสราคะ มี 2 ทางใหญ่ๆ ก็เป็นความติดยึดทางจิตแบบนั้น เอาไว้สำหรับหาเงินหาลาภยศสรรเสริญโลกียสุขแล้วยกย่องเชิดชูกันนยิ่งใหญ่ทั้งๆที่เป็นสัตว์นรก ที่มัน ไปเสพติด สิ่งที่เป็นเรื่องรื่นรมย์บันเทิงแต่มันเป็นโทษ คือขิฑฑาปโทสิกะ เป็นสัตว์นรกเป็นสัตว์อบาย โลกไหนก็ตาม ที่ราคาของพวกบันเทิงเริงรมย์ดารากับพวกแข่งขันเอาชนะคะคาน ถ้าสิ่งเหล่านี้ได้รับความนิยม ได้ค่าตัวสูงเท่าไหร่แสดงว่าสังคมตกต่ำมากเท่านั้นเพราะคนนิยมโลกอบายภูมิแสดงว่าโลกตกต่ำ โดยไม่เข้าใจมีอวิชชาว่าจัดจ้างด้วยแรงมาก ซึ่งศาสนาอื่นยากจะเข้าใจ เขาจะพอเข้าใจบ้างแต่ไม่ชัด แต่พุทธศาสนานี้ชัดมาก สำหรับผู้รู้จัก ทุกวันนี้ศาสนาพุทธนั้น 0 ไม่มีผู้รู้ที่จะชัดอย่างจริงจังแล้วเขาก็ไม่กล้าพูด ท่านเรียกว่านรกปหาสะ เป็นนรกติดความบันเทิงเริงใจเสพรส สนุกๆสมใจเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นการติดรส ทางราคะหรือทางโทสะก็จัดจ้าน จนกระทั่งเส้นโลหิตแตกตาย ก็ตีกันฆ่ากันก็เป็นไปก็ห้ามกันยาก ตอนนี้ก็เริ่มมีในประเทศไทยแล้ว ไม่ได้ดูถูกใคร แต่ผู้รู้ก็จะรู้ ผู้ไม่รู้ก็ไม่รู้ พูดไปนี้ก็ไม่ได้เกิดให้คนนิยมชมชอบอาตมา พูดไปเหมือนไอ้เข้ขวางคลอง เกิดมาชาตินี้ อาตมาก็ชอบทางด้านนี้ ตั้งใจจะเป็นดาราก็หากินทางนี้ ด้วยตอนเป็นฆราวาสอยู่ในโลกบันเทิง แต่ภูมิเดิมของอาตมามี พอถึงเวลาก็เลยเลิก ก็เลิกได้ง่าย ก็ไม่ได้ติดอะไรเป็นแค่ลิงลมอมข้าวพอง มาถึงวันนี้ก็พาทำสิ่งอนุโลมปฏิโลมไม่ใช่พาทำแข็งทื่อด้าน แรกๆก็จะเคร่ง ต่อมาก็สามารถอนุโลมปฏิโลมกับคนอื่น แต่ก็รักษาความตั้งมั่นเรียกว่าสมาธิ ตั้งมั่นในจุดสูงสุดที่เที่ยงแท้แน่นอน อนุโลมกับคนอื่นด้วยตัวเองไม่เสื่อมถอย จนถูกโลกดึงเข้าไปได้ ที่ไม่ง่ายก็ต้องปลูกฝังกันมาก แต่โลกุตรธรรมเป็นเรื่องครบในต้นกลางปลายซับซ้อนลึกซึ้งมาก ก็เลยจะต้องอยู่นานๆ เพื่ออธิบายประกาศความเป็นจริง ที่จะสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ทำงานมา 15 ปี ก่อสร้างโลกอารยะได้แค่นี้ งานนี้ก็ประกาศไปทางโทรทัศน์คนก็มาเท่านี้แหละ มาก็จะได้รสแบบนี้ไม่ใช่รสจัดจ้านรสปรุงแต่ง มากมายที่เป็นเรื่องของสมัครเล่นหรือ amature ไม่ใช่ professional ทำอย่างเป็นมืออาชีพเขา ที่เขาใช้หากินทางนี้ ได้เป็นแค่เครื่องบันเทิง สมัครเล่นเท่านั้นไม่ใช่จริงจัง ที่จะต้องทำวันนี้ให้เป็นชีวิตหรือหากิน ถ้าเอาการละเล่นอบายมุขพวกนี้เป็นอาชีพคือสังคมเสื่อมแล้วมันรุ่งเรืองมากก็คือเสื่อมมากอาตมาเกรงใจที่ต้องพูด แล้วราคาความบันเทิงเริงรมย์เหล่านี้ราคาสูงจนกระทั่ง คนทำมาหากินพื้นๆไล่ ไม่ติด ก็พยายามเอาสัจจะมาเปิดเผยกับผู้แสวงหา ที่จะไม่ไปเสียเวลาสั่งสมสิ่งเหล่านี้ในจิตวิญญาณข้ามภพชาติ เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ คนถ้าไม่ศึกษาปฏิบัติให้ตนเองเป็นอริยะเป็นโลกุตระก็จะตกนรกขึ้นสวรรค์วนเวียนไปแต่ละชาติแต่ละชาติ รับบาปอีกไม่ใช่น้อย ร้อยชาติพันชาติหมื่นชาติแสนชาติเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก อาตมามาเพื่อให้คนที่แสวงหาจะได้สิ่งประเสริฐใส่ชีวิต รู้ดีว่าจะไม่ได้มาก ทำเล็กทำน้อยได้หมู่กลุ่มขนาดนี้ จะไม่ตื่นเต้นคลั่งไคล้เป็นหมู่กลุ่มมากมาย ก็ไม่ได้หรอก เพราะยุคนี้เป็นใกล้กลียุคจิตวิญญาณเสื่อมต่ำ มาหลงใหลบันเทิงโลกีย์มาก แต่ก็จำเป็นจะต้องสร้างสิ่งเหล่านี้สำหรับผู้ประสงค์แสวงหาต้องการสิ่งนี้ก็ต้องทำ และตั้งใจจะช่วยให้ได้มากที่สุด จะได้เท่าไหร่ก็แล้วแต่ งานบุญล้อมข้าวครั้งที่ 1 นี้ อาตมาให้เห็นว่าพวกเราจะเข้าใจสิ่งที่จะสืบสานเรื่องเหล่านี้ดีมาก ปีนี้หลายคนก็สรุปว่า ก็ไม่ได้ตั้งใจอะไรมาก ข้าวสุกเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วเราก็ว่าจัดงานบุญลอมข้าวเข้ากันดีไหม จัดขึ้นมาก็ตั้งใจกันให้เป็นงานขึ้นม าก็ทำได้เร็วทำได้ด้วยจิตด้วยใจแสดงให้เห็นว่าจิตใจพวกเรา มันดีงามมากขึ้น แล้วพวกโลกีย์จัดจ้านจะไม่มาดูพวกเราหรอก เขาจะดูถูกเลย เขาจะไปบูชาพวกตกแต่ง ซ้อมให้สุดยอดชำนาญ อลังการอะไรของเขา จะไปเรียกเงินคน ใครไม่ได้ดูก็จะไปบอกกันว่าประเสริฐเลิศลอยใครไม่ดูก็เสียชาติเกิด แต่พวกเราก็ทำไป เหมือนเล่นเล่นไม่จริงจัง แต่พวกเราก็เอาไว้แค่อาศัย ชอบคนมีทุกระดับก็มีกิเลส ให้เขาได้ไปตามขั้นตอน คิดว่าเนื้อหาสาระที่แทรกซ้อนในงานนี้ รู้ลึกลึกในสาระสัจจะ ก็เป็นเรื่องของความหมายเป็นคุณค่าที่เป็นความประเสริฐลึกซึ้งของความเห็นความเข้าใจปัญญา รู้ลึกจริงๆมันมีอยู่ในพวกเรา เราเหนื่อยนะเราทำอย่างนี้ เสียสละทั้งนั้นจ่ายวัตถุเงินทองข้าวของช่วยเหลือกัน มาที่นี่ก็มาสนุกสนานไป บันเทิงมีบ้างมีอยู่มีกินก็ยังเห็นเห็นกัน แสดงออกถึงจิตวิญญาณชั้นสูงไม่มีใครมาโลภโมโทสันจะเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ มีเหรียญครูบาพาให้รวยให้ได้โอกาส จัดเสร็จแล้ว ก็จะได้อะไรกลับมา แต่นี้ไม่ได้อะไรกลับมา มีแต่เสียไปทั้งวัตถุเงินทองข้าวของ มีแต่สร้างให้เกิดจิตเป็นสามัคคีธรรมเป็นสิ่งที่รวมมนุษยชาติให้เกิดจิตวิญญาณมีความฉลาด รู้ว่ามนุษยชาติต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ประมาณนี้ การจัดงานก็คือจัดองค์ประกอบ ตกแต่ง ขึ้นมา มีอะไรเป็นเรื่องราว บางอย่างจัดไปก็ไม่เอาอย่างเขา เราแสดงอะไรบนเวทีอาตมาห้ามแต่งหน้าทาปากตั้งแต่ต้นมาถึงปัจจุบัน เราก็ทำได้ จะแต่งเสื้อผ้าองค์ประกอบบ้างก็ทำ ไม่ว่า แล้วพวกเราก็เข้าใจก็พยายามทำกันมาได้ มันมีขีดมีกี่เขต เราไม่จัดจ้านจนเพิ่มราคะ กามคุณ๕ กันมากให้แรงจัด หรือไปในทางโทสะให้แรงจัดไม่มี sadism กับ romantism 2 ด้าน มีรุนแรงโทสะกับเสพรสราคะ ก็เอาแต่พอประมาณ ที่มาเรื่องนี้ก็มาช่วยกันทำ มาช่วยเป็นมวลก็มีมาร่วมกินร่วมสนุกบันเทิง แม้จะไม่ได้มาช่วยงาน ก็ต้องมีผู้ให้และผู้รับ 2 ฝ่าย ถ้าเราให้แต่ไม่มีผู้รับจะจัดทำไม มันไม่ได้ จะต้องเข้าใจว่าผู้ที่มารับ ก็ถือว่าเป็นองค์รวมองค์ประกอบด้วย ไม่มีอะไรที่จัดจ้านเชิงหยาบ แบบโลกีย์เขาไม่มี แสดงราคะจัดแสดงออกรุนแรงจัดก็ไม่มี เป็นค่ารวมที่ดีมาก สังคมต้องการแบบนี้เป็นสังคมเป็นสุข เพราะฉะนั้นงานนี้จะต้องทำต่อไปในปีต่อไปสิ่งที่เราทำพวกนี้ ที่เราต้องลงทุนลงแรงเสียสละ เราคิดไม่เหมือนเขาคิดแบบทุนนิยม จะทำอย่างนี้เพื่อที่จะได้อะไรต่อไป เพื่อจะทำมาหากินแบบนี้ ก็จะร่ำรวยเลยเป็นเชิงชั้นปอกลอก และมีเวลาก็ตักตวงกอบโกย เขาทำอย่างนั้นทั้งนั้นแต่ของเราไม่ใช่ ก็พูดได้ประมาณนี้ ขอสรุปว่าขอบคุณทุกคน ที่ได้มาทำงานร่วมทั้งที่เป็นเจ้าภาพลงทุนลงแรงทั้งผู้ที่มาร่วมมาทำให้งานนี้เกิดองค์รวมที่สมบูรณ์ ทั้งผู้ให้ผู้รับ ก็ขอขอบคุณทุกคน สังคมเราก็จะค่อยสร้างสรรค์ยังได้สัดส่วนที่ดีที่สุดเป็นองค์ประกอบศิลป์ ที่ได้ประโยชน์สูงประหยัดสุดเท่าที่จะทำได้ ขอบคุณทุกคน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน