580312-ความรัก ๑๐ มิติ(๑๙) อย่าเสพติด กาม คือ อัตตา.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์341 KB
วันที่แก้ไข26 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

580312-เรื่องความรัก 10 มิติ(19) ตอน อย่าเสพติด กาม คือ อัตตา โดย พ่อครูโพธิรักษ์

พ่อครูว่า...วันนี้ วันพระเล็ก แรม 8 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเมีย วันนี้เรามาเรียนความรัก 10 มิติ อาตมาแยกคำว่า ความรัก มาอธิบายเป็นธรรมะ คำว่า ความรัก คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเรื่องกาม จริงๆแล้ว กว้างมาก ความรักที่อาตมาหมายนี่ คือความเป็นอัตตา มิใช่เรื่องกาม ทำไมอาตมาบอกว่าเป็นเรื่องอัตตามิใช่กาม? วันนี้หลวงปู่มีข่าวที่เขาสำรวจแล้วเป็นข้อมูล เขาว่า โรคเสพติดมือถือ เป็นอย่างไร? คอยฟังดู คำว่า กาม เป็นความใคร่อยาก มีสองทิศ อยากได้มาเป็นตัวกู กับอยากได้มาเป็นของกู อยากได้มาเป็นตัวเรา หรืออยากได้มาเสพรสในอัตตาเรา เห็นแก่ตัว คืออัตตา สรุปชัดๆ ผู้ที่ยังมีความรักในตัว อยากได้มาให้แก่ตัว ทั้งวัตถุสมบัติ และวิมาน ลมๆแล้งๆ ปั้นเอาในจิต เช่น ปั้นสวรรค์วิมาน อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ปั้นเอาเองเป็นภพชาติ วิมานเป็นสุข ยิ่งใหญ่ ที่คนทั่วโลก ถูกเขาหลอกล้วงเอาทรัพย์สิน เป็นทาสเขา โดยเอาเรื่องวิมาน ที่ไม่มีจริง ที่หลอกกันอยู่ในสำนักไหนๆ ก็ตาม นอกจากนั้นมาแล้ว ก็เป็นความอยากใคร่ เมื่อมาเป็นตัวกูของกูก็คืออัตตา แม้วิมานที่เขาหลอกอยู่ก็ไม่มีจริง มันเป็นความหลอก ให้อยู่แต่ความจำ หลงติด แม้ตายไปก็อยู่กับความจำ ยึดถือไว้ในอนุสัย ตอนตายไปยิ่งนรกหนักมาก ดิ้น เป็นความใคร่อยากอยากได้ แรงจัด แม้นอนหลับก็ไปแสวงหาในฝัน ตายไปก็จะไปดิ้นรนหาในภพ แต่ก็ไม่ได้ก็ต้องดิ้นไปไม่รู้จบ มันหลง ทำไม?พระพุทธเจ้าสอนให้ไม่มีคู่ดีกว่าไปแต่งงาน? เรื่องกามคือความใคร่อยากได้มาเสพติด ไม่ว่าอะไรเอามาแล้วเสพ เพลินได้สัมผัสแตะต้องเสพ ก็คือได้บำเรอกาม อย่างพวกติดเล่นหุ้น สร้างอำนาจใหญ่โต ก็วุ่นติดอยู่กับอำนาจ ให้มียศศักดิ์ ติดแม้กระทั่งติดเล่นติดหัว

อ่านต่อ

อย่างเด็กๆ โตไปก็มีติดอย่างอื่น แต่โรคที่เขาเป็นกันในยุคนี้คือ เสพติดมือถือ เสพติดเนียนในมาก ตลอดเวลา ทำอะไรก็แล้วแต่ในมือถือ จนในไลน์ก็ตาม มือถือทุกวันนี้มีอย่างนี้ เกิดโรคเสพติดอันใหม่แล้ว ไม่ใช่สิ่งอื่นไกล ที่จะครองโลกอยู่ทุกวันนี้ มันจะทำให้เราเป็นคนผิดไปจากเดิม อารมณ์เสีย ซึมเศร้า เป็นเหตุปัจจัยต่อเนื่อง เป็นกามารมณ์ ติดรสชาติ สั่งสมลงเป็นอัตตา ความเห็นแก่ตัว จะต้องได้ต้องมีต้องเป็น กาม กับ อัตตา คือธรรมะสอง รวมลงเป็นอันเดียวเป็นเวทนาโดยส่วนสอง คือรูปกับนาม จะได้รูปคือที่คุณปั้นเป็นมโนมยอัตตา สั่งสมเป็นเวทนา ติดเป็น เวทนูปาทานักขันโธ

คำเตือนแห่งยุค อย่าเสพติด “มือถือ” http://www.thairath.co.th/content/486052 เกิดโรคเสพติดอย่างใหม่ขึ้นอีกแล้ว มันไม่ใช่สิ่งอื่นไกล หากแต่เป็นโรคเสพติดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งกำลังครองโลกอยู่ในทุกวันนี้ มันจะทำให้เราเป็นคนที่ผิดไปจากเดิม อย่างเช่นเป็นคนขี้อิจฉา เป็นคนอารมณ์เสียประจำและยังมีอาการซึมเศร้าอีกด้วย อาจารย์วิชาจิตวิทยามหาวิทยาลัยดาร์บี้ของอังกฤษ ศาสตราจารย์ ซาเฮีย หัวหน้าคณะศึกษาเรื่องนี้เป็นคนแรกของอังกฤษ ได้พบว่ายิ่งเจ้าของโทรศัพท์ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งใกล้กับการเสพติดมันสูงเท่านั้น เขาเปิดเผยว่า การศึกษาทำให้ทราบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ทำให้เป็นภัยแก่สวัสดิภาพทางใจ เขาได้ตัวเลขมาว่าทุกวันนี้มีผู้ที่ติดโรคนี้แล้วมากประมาณร้อยละ 13 คนเหล่านี้จะใช้โทรศัพท์เฉลี่ยแล้วเป็นเวลานานรวมกัน 3.66 ชั่วโมงต่อวัน เขายังได้แนะนำในผลการวิจัยไว้ว่า ต่อไปผู้ที่จะซื้อโทรศัพท์มาใช้ ควรจะได้รับการเตือนให้ทราบว่ามันอาจจะทำให้เรากลายเป็นทาสของโทรศัพท์ไปได้.

พ่อครูว่า...เขาก็ชักรู้ว่า ไม่ดีอย่างไร ซึ่งโรคเสพติด นี่เป็นกามอย่างยิ่ง ก็คือได้เป็นเราเป็นของเรา ได้เสพรสก็ของเราเอามาทำงาน สัมผัสเสียดสี เพื่อให้รู้ว่าของเราจะใช้ประโยชน์ในการสัมผัสทางทวาร 6 ดู ดม สัมผัสทางลิ้น เสียดสี ทางโผฏฐัพพารมณ์ กรรมกิริยาภายนอกก็อยู่กับมัน เช่น คนเสพติดนอนก็นอนหลับไปไม่ต้องทำอะไร แล้วปั้นภพชาติว่าเป็นรสที่ต้องเสพนอน ไม่ยุ่งกับความคิดภายนอกเลย อยู่ในใจ จะฝันอะไรก็ตามไม่เหนื่อย นอนเสพติด นี่คือกามเสพติด แล้วเป็นอัตตาชนิดสำคัญ กามกับอัตตามันเข้าไปหากันเช่นนั้น

คำสอนพระพุทธเจ้าที่ตรัสว่า ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ประโยคนี้ พยัญชนะนี้ สองอย่างนี้ทำให้เกิด สุข ทุกข์ เสพอารมณ์ รวมกันที่เวทนา จะสองอย่างอะไรก็แล้วแต่ รวมลงที่เวทนาทั้งสิ้น ที่คนติดในอนุสัยตลอดกาล ก็จะไปใช้เวลา ทุนรอน แรงงาน เพื่อให้อัตตานี้ได้เสพ ติดมากก็อยากเสพมาก และนาน เป็นเทวดา ยามา เป็นภพลมแล้ง ในอาการ ที่ 32 ถ้าหมดอาการ 32 จะไม่มีอาการ อารมณ์เสพเลย ไม่มีกามาวจรในดาวดึงส์ มีแต่จิตอาการ 32 ที่เป็นตัวรู้ ทำงานอยู่ อย่างปราศจากรสโลกีย์เลย อนาคามีก็จะไม่เสพทางภายนอกแล้ว หมดการเสพภายนอก เหลือแต่ในความจำที่เป็นภพชาติที่พระพุทธเจ้าว่าล้างได้ช้า พอหมดรูปภพ อรูปภพก็เป็นอรหันต์ ไม่มีใคร่อยาก ไม่มีกาม ไม่มีอัตตาเห็นแก่ตัว แต่มีแต่ตัวที่มีขันธ์ 5 ที่สะอาด ทำงานรับใช้โลก เป็นพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)เท่านั้น นี่คือคนที่พระพุทธเจ้าสร้าง หมดกามที่เป็นความใคร่อยากมาเสพที่เป็นสุขเท็จ เกิดจากความใคร่อยากมาเพื่อตัว พอหมดแล้ว ท่านก็จะใคร่อยาก หรือตัณหา เป็น วิภวตัณหา เป็นตัณหาไร้ภพชาติ ไม่มีกามภพ รูปภพ อรูปภพ มีแต่ทำเพื่อให้คนที่อยู่ในกามภพ ท่านไม่เสพรสเลย มีอุทุกขมสุขเวทนา อุเบกขา มีปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เตือนเด็กๆให้รู้โชคดีแล้ว ที่ว่าที่นี่ไม่เปิดโอกาสให้มีโทรศัพท์มือถือ ที่จะให้เสพติดเนียนในที่ไม่รู้ตัว จนทางโลกบอกว่าอย่าเสพติดมือถือ มันมีอะไรสารพัด คำว่า อัตตา นี่คือ อนุสัย เป็นนามธรรมที่มีจริงในมนุษย์ที่ยังมีอวิชชาทุกคน แต่บางคนบอกว่า สัพเพธัมมาอนัตตา ทุกอย่างไม่มีตัวตนแล้ว ก็ไม่มีทางเรียนรู้อัตตา ปิดประตูนิพพาน ไม่สามารถเป็นได้แม้โสดาบัน เขาว่า สัพเพธัมมา อนัตตา เขานึกเอา ว่าทุกอย่างไม่มีตัวตน แต่ที่จริงมันมีอยู่ เป็นกิเลสผนึกในอนุสัย ต้องล้างไปทีละลำดับขั้น แต่เขาก็ว่าเข้าใจแล้วก็จบ อย่างนี้ปิดประตูอาริยะเลย คือเมื่อมีตัวตน แล้วไม่ได้สมใจ ก็จะเกิดการแย่งชิง ด่าทอ ถือมีดไม้สู้เพื่อให้ได้มาเป็นของเรา เมื่อได้มาเป็นของเราก็จะต้องรักษาไว้ให้กูตลอดนิรันดร มีอารักโข ใครมาแตะต้องไม่ได้ ต้องกั้นหมด ตั้งแต่ละเอียดถึงหยาบ หรือหยาบถึงละเอียด คำว่ากาม ไขความต่อ ในมิติที่ 1 เรื่องเพศ ทำไมพระพุทธเจ้าจึงบอกว่า เรื่องเพศ ที่อาตมาให้หาสูตรที่ว่า ผู้ยังเสพกามอยู่ก็ต้องทำทุจริตอกุศลอยู่ เห็นได้ว่า คนยังมีกามอยู่ มันทำให้ผิดต่อไปได้มากมายเลย คนที่มีกามก็ไม่หมดอัตตาแน่ ทั้ง กามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ ตั้งแต่กามนอกถึงภายในเลย เมื่อไม่ได้มาก็ปฏิฆะ หรือว่า หวงแหน ป้องกัน ยึดของกูไว้ ผู้หมดกาม หมดปฏิฆะ มาเป็นอนาคามี มีแค่กามภายใน เสพในจิตตนเอง ไม่ออกอาละวาด การกระทบสัมผัสภายนอกไม่มีกามแล้ว มีแต่รูปราคะ อรูปราคะ หมดทำให้หมดอีก แม้นิดหนึ่งน้อยหนึ่งก็ไม่มีอากิญจัญญายตนะ แล้วทำให้ถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะ ทำให้ล่วงพ้นอันนี้ไปถึง สัญญาเวทยิตนิโรธ หมดเวทนาที่เป็นเพื่อนสอง จึงอยู่แต่ผู้เดียว เป็นเอโก เป็นปรมัตถ์ พระพุทธเจ้าชัดเจนในกามเรื่องเพศ จะมีผลข้างเคียงไปอีกมาก หากคุณยังติดรสเรื่องกามแล้วจะเห็นแก่ตัวในมิติที่ 1 มุ่นอยู่ แม้บางทีไม่เห็นแก่ลูก คนยุคนี้ พอลูกเกิดมาก็ไม่รับผิดชอบ เอาไปทิ้ง เอาแต่เสพกาม พอเสพกามได้รส แล้วมีลูกมีผลที่จะตามมา แต่มันไม่ได้เห็นแก่ผล เอาแต่กาม นี่คือมิติที่ 1 แสดงออกชัดเจน ว่าเห็นแก่กามอย่างเดียว แม้ศีลข้อ 1 ปาณาติบาต ไม่เห็นแก่เชื้อสายตัวเองก็มี คนพวกนี้ก็ป้องกันไม่ให้เกิดลูก พอป้องกันไม่ได้ก็เกิดลูก ก็ทิ้งลูกอีก มันฆ่าลูกเลยได้ ไม่ใช่สืบพันธ์ธรรมชาติ นี่เสพกาม คนมีลูกนี่จะเป็นทาสลูกไปอีก 22 ปี ในเมืองนอกสร้างวัฒนธรรมว่า อายุ 15 ปีก็ให้ไปช่วยตนเอง ไม่มีความเชื่อมโยงทางญาติมิตร พอแก่เฒ่าก็นอนตายเน่า แต่เอเชียก็ไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าลดความเห็นแก่ตัวได้ ก็จะเห็นแก่ใครๆกว้างขึ้นๆ แต่ถ้าแคบแค่ตัวตนหรือคู่ก็แคบมาก แต่ถ้าพ้นออกไป เห็นแก่มิตรสหาย แก่สังคม แก่มนุษยชาติ มิติที่ 0 คือพวกหนีเข้าป่า เห็นแก่ตัวเต็มบ้อง กดข่ม นั่งสมาธิ เขารู้เหมือนกันว่า กามมันเป็นสิ่งไม่ควร แต่ก็ตีตัวเองไม่ให้รับรู้ ไม่มีการเรียนรู้เสพติด อารมณ์ เวทนา ก็ไม่ได้เรียน พวกนี้มีแต่ความเห็นแก่ตัว ทิ้งภาระหมดเลย ดูเหมือนไม่ทุกข์ แต่ถ้ามีกามก็ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เห็นว่าหนักเป็นทุกข์ โดยไม่รู้จักตัวยึดมั่นถือมั่น ว่าเราจะทำงานให้สังคม โดยไม่มีตัวตน เพราะกามหมด อัตตาหมด หมดความเห็นแก่ตัวก็มีแต่ปัญญาทำประโยชน์แก่โลก ตามสัปปุริสธรรม มหาปเทส 4 ไม่มีชีวิตทำเพื่อตัวตน แต่มีชีวิตทำเพื่อผู้อื่น ศาสนาพุทธล้างกามก่อนแล้วล้างอัตตาภายใน ได้จริง หมดกิเลสแล้วจะเป็นผู้ไม่มีตัวตน แต่มีพลังงานเห็นแก่ผู้อื่น มีหลักประกันได้ว่าไม่เห็นแก่ตัวจริง รับใช้ผู้อื่นตามสามารถ แม้อาจประมาณผิดบ้างก็เสียท่าบ้าง พระพุทธเจ้าว่า ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ประมาณผิดจะทำให้คนอื่นเพ่งมองผิด จิตไม่ต้องการ แต่ความประมาณไม่เก่ง ก็ทำผิดได้ พระพุทธเจ้าถึงมีสติวินัย อย่าไปถือสาท่านเลย ท่านไม่มีเจตนาทำเพื่อตัวเองแต่ผิดพลาดได้ พระอรหันต์ก็มีอันตรายอันแสบเผ็ดจากโลกธรรมได้ เสียศักดิ์ศรีของพระอรหันต์ได้ กามเป็นภาระ คุณจะไม่อิสระ เพราะต้องไปบำเรอกาม และต้องรักษาหวงแหนตระหนี่ เราต้องทำการหยุด ล้างกาม จึงเบาภาระ เป็น สัตบุรุษได้ อรหันต์เป็นสัตบุรุษสมบูรณ์ หมดเห็นแก่ตัวจริง สิ้นเกลี้ยง กาม กับ อัตตา เป็นธรรมะสองที่รวมกันเป็นหนึ่งในเวทนา แต่มันก็ยังมีส่วนสอง คือ เรา กับ เขา ส่วนเรา นี่เป็นอัตตาตามสมมุติ เป็นอรหัตตา เป็นตัวเรา(อัตตา) ที่ไม่ลึกลับในอัตตาแล้ว เพราะบริสุทธิ์ในกามในอัตตาแล้วไม่ต้องเอามาบำเรอกาม อัตตา แล้วมีแต่ทำเสียสละเพื่อผู้อื่น ถ้ายังมีตัวกูของกู แม้เป็นเศษส่วนใดๆก็ตาม คนที่เสพติด โทรศัพท์มือถือแม้ไม่ได้สัมผัสกด ก็ต้องให้มาติดตัว นอนก็มาอยู่ข้างๆ นี่คือตัวกู ของกู แชตอันนี้ ไลน์อันโน้นไป มันเสพไป พอจะเข้าใจกว้างขึ้นไหม มันมีสองอย่างนี้ เราผ่านคำว่า เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ เข้าใจเนื้อหาในธรรมะประโยคนี้จะลึกซึ้งเพราะคนก็เสพติดสองอย่างนี้แหละคือ กาม และ อัตตา ถ้ามีแต่อัตตาในตนก็เป็นความลำบากเสียเวลา ทุนรอน แรงงาน เปลืองเปล่า แทนที่จะเอาไปทำเพื่อคนอื่น กาม นั้น มันเห็นแต่การเสพรสเท่านั้น สมสู่ ทางทวาร 5 ภายนอก สัมผัสเสียดสี แล้วยึดติดในอนุสัยติดใจ ว่าคนนี้ให้รสสัมผัสเสียดสีกับเราได้ดีก็ยึดคนนี้ ถ้าคนนี้ทำให้เราไม่ได้เท่าก็ยึดอีกคน บางที วัตถุให้รสดีกว่าคนก็เอาวัตถุ เท่านั้นเองไม่มีอะไรในมหาจักรวาลนี้ แม้แต่มิติที่ 1 ไม่เห็นแก่ลูกเลย ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ในสังคมมีมากขึ้น ก็ขอเตือนเด็กๆ ที่เสพติด เราไม่เข้าใจหรอก ที่หลวงปู่อธิบายนี่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตพวกเรามาก แต่ก็ไปสนใจอย่างอื่น ไม่รับสิ่งที่หลวงปู่ให้ ก็ยังไม่เดียงสา วัยวุฒิก็มีตามอายุ คนจะหมดกามนั้น ไม่ง่าย ไม่ต้องกลัวคนจะสูญพันธ์ไปจากโลกเล ย ต่อไปเป็นคำถาม ประเด็น -ทำไมต้องเปลี่ยนโศลกทุกปี พ่อครูว่า… โศลกปีนี้คือ “ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก...ในที่สุด” โศลกนี้ ถ้าคนทั้งโลก พากเพียรให้เกิดความบริสุทธิ์ได้จะดีมาก แต่ทุกวันนี้เดือดร้อนเพราะเป็นสังคมไม่บริสุทธิ์ ทำไมต้องเปลี่ยนโศลก ถ้ามีแต่โศลกเดียวก็จะน่าเบื่อ แล้วถ้ามีอันเดียวก็เหมือนหลวงปู่ไม่มีหัวคิดเลย โศลกนี้ตั้งใจจะใช้อีกหลายปี คนส่วนใหญ่จะหลอกคนอื่นว่าตนบริสุทธิ์ แต่ไม่ได้ล้างออก มันก็ยังมีอยู่ ทำงานอยู่ใต้ก้นบึ้งจิตใจ สะสมความรัก ความแค้น อำมหิตโหดร้าย มันทำงานตลอดเวลาไม่หยุดนะ มันทำทุกเวลา กลางวันกลางคืนทำตลอด เป็นพลังงานละเอียดกว่า พลังงานชีววิทยา ถ้าฝึกให้กั้นได้บ้างก็ได้บ้าง แต่ที่มันอยู่ใน จิตไร้สำนึก ก็ไม่สามารถรู้ได้ กดเข้าไปมันก็ไม่หยุด ไม่แน่นไม่อยู่ มันเล็กละเอียดก็กระดุกกระดิกได้ ไม่รู้มันมันก็ทำงานไป เป็นสิ่งลึกซึ้งมาก พระพุทธเจ้ามีทฤษฎียิ่งใหญ่ล้างความไม่บริสุทธิ์ได้สิ้นเกลี้ยงจนถึงต้นตอความเป็นมนุษยชาติ มโนบุพพัง คมาธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา จิตเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง ต้องทำให้เกิดความบริสุทธิ์ให้ได้ ทำเต็มที่เท่าที่เราจะทำให้บริสุทธิ์ ฝากถึง คสช. รู้ว่าอันไหนผิดชั่วอย่าทำอีก ให้ทำใหม่ให้บริสุทธิ์เลย -โทษภัยของเรื่องการใช้โทรศัพท์ พ่อครู ว่า … เรื่องโทรศัพท์นี่อาตมาไม่ได้เสพได้ติดเลย เราก็ใช้ประโยชน์ตามจำเป็นที่ต้องใช้ ต้องพกพา อาตมาไม่ต้องพก เนื่องจากมีท่านที่ใช้อยู่ท่านให้ใช้ ถ้าอาตมาถือโทรศัพท์ก็จะมีคนระดมมาไม่น้อย เสียเวลาไป ที่พูดให้ฟังคือ เราล้างกิเลสแล้ว เป็นผู้รู้คุณรู้โทษ ไม่ยึดด้วยตัณหา ไม่ได้ยึดด้วยทิฏฐิ เป็นผู้หลุดพ้น โทรศัพท์มันก็เป็นคุณ แต่โทษมันมีมหาศาล อาตมาก็ไม่ต้องมีก็ทำประโยชน์ได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ใช้เขียนหนังสือเป็นหลัก -การติดนอนนี่เป็นมโนมยอัตตา มันจะทุกข์อย่างไร? พ่อครูว่า… ในความไม่มีสุรภาโว ไม่มีสติมันโต จิตวิญญาณในภาวะนั้น คุณมีอะไรสั่งสมในอนุสัย ตายไปคุณไม่รู้ว่าคุณตายหรอก ก็จะดิ้นพราดๆ แต่ต่างกับตอนเป็น ที่คุณมีร่าง คุณจะตื่นมาเสพได้ พวกวัยรุ่น หรือพวกที่อยากเสพกามคุณ ก็ไม่อยากนอนหรอก ต้องไปหาเพื่อนๆ ไปเสพ จิตที่มีกามก็จะดิ้นพราดๆ แต่ที่พูดนี้คุณเองว่าสงบทางโน้นแล้ว ก็มาเสพการนอน แต่ในฝันจะดิ้นแรงร้อนกว่าในภพมีร่างกาย เพราะแสดงออกได้ แสวงหาได้ ในภพก็จะอาละวาดมากกว่าอีก เละเทะ แต่ทางสงบก็ยิ่งดิ่งดับ อย่างอาฬารดาบส อุทกดาบส ที่เขาไม่ได้ล้างกามด้วย ถ้าเขาเบื่อทางสงบแล้วก็จะมาเสพทางกามด้วย พอออกมาจะร้ายกว่าเก่าอีก การติดหลับนี่ จะนานกว่าอุทกดาบสอีก เพราะถ้าเป็นอนาคามีก็ไปอยู่ในสุทธาวาส ติดยึดแต่นอนแต่หลับ แล้วจะเป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าว่า ตถาคตไม่เอาสุทธาวาส มันดูสะอาด แต่มีภพชาติที่นาน แล้วไม่มีอะไรดึงด้วย ไม่อยากติดก็ต้องออกมา ขยันหมั่นเพียร การนอนนี่ไม่ได้ซักซ้อมผัสสะ นึกว่าหมด แต่สะกดไว้เท่านั้น การเรียนรู้กับผัสสะนี้ดีที่สุด -ทำไมยิ่งสูง แล้วต้องยิ่งหนาว เหมือนกับการใช้ชีวิตสัมมาสิกขาไหม?ที่พอเป็นพี่ใหญ่ม. 6 แล้วจะทำอะไรก็ต้องระวัง เพราะเมื่อผิดแล้วก็ยากจะแก้คืน นอกจากทำปัจจุบันให้ดีที่สุดชีวิตม. 6 เหมือนสบาย แต่เสี่ยงมากที่จะตายก่อนถึงเป้าหมาย พ่อครูว่า… คำว่าหนาวคือต้องระมัดระวังสิ่งไม่ดีก็เลยเหมือนยิ่งสูงยิ่งหนาว ระวังจะเกร็ง กดข่มตนเองมากไปเท่านั้น … พ่อครูว่า...เขาจะมีงานรวมพลังมังสวิรัติ ครั้งที่ 2 สถานที่คือ ห้างเดอะไนน์ พระราม 9 วันที่ 1-5 เม.ย. 2558 ติดต่อจองบูทได้ ขอทราบรายละเอียดตามเบอร์โทรศัพท์ 081 - 8176569 , 096 - 1626463 , 083 - 5142361 จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน