241222-3-163 ทางเอกภาค3-ตอน163(หน้า318)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์198 KB
วันที่แก้ไข23 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 22 ธันวาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกหัวหน้า 318 ตอนนี้เราก็จะพูดถึงอานาปานสติแม้แต่อานาปานสติที่หมายออกการนั่งหลับตาเพ่งลมหายใจเป็นกสิณคำว่านั่งหลับตาเพลงลมหายใจเป็นกระสินธุ์นั้นเอาโดยความเกิดเอาโดยความเกิดของความจริง ทุกวันนี้อานาปานสติเนี่ยที่เขาทำกันทั่วไปเขาทำแล้วเขาก็นั่งหลับตาเดี๋ยวนี้เป็นของมีความจริงที่มีนะที่พูดนี่พูดตามความจริงที่มีแต่โดยหลักแล้วในอานาปานสติสูตรนั้นไม่ว่าสูตรสั้นหรือสูตรยาวพระพุทธเจ้าไม่เคยบอกว่าให้นั่งตั้งกายตรงแล้วก็หลับตาเพ่งลมหายใจไม่มีคำว่าหลับตาไม่มีในคำสอนพระพุทธเจ้าไม่มีคำว่านั่งหลับตานี้เป็นเรื่องของคนภายหลังที่มาเติมแล้วก็ทำจนกระทั่งกลายเป็นองค์ประกอบท่านบอกว่าอาณาปานสติแล้วก็ต้องมีองค์ประกอบอันหนึ่งคือนั่งเข้าแล้วก็นอกจากนั่งตั้งกายตรงที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้เท่านั้น หลับตาด้วยความรักอันนี้พูดนี่พูดตามความเป็นจริงที่มันเกิดอยู่ทุกวันนี้แล้วที่หมายเอาการนั่งหลับตาเพ่งลมหายใจเป็นกระสินธุ์ก็เป็นนักโทษวิธีที่เหมาะสมกับพระโยคาวจรที่จิตสูงขั้นตกเข้ากระแสอนาคามีโดยนัยยะเดียวกันนี่เองถ้าเข้าใจว่าอานาปานสติคือการนั่งเพ่งลมหายใจเข้าออกแล้วก็จะเรียนรู้รูปนามจากการไม่เอาผัสสะจากโดยเริ่มเอาผัสสะละเอียดขั้นจับลมหายใจเป็นรูปกันเลยหรือยิ่งจะใช้การระลึกอดีตพิจารณาความเกิดความดับของสรรพสิ่งก็เกิดญาณ เกิดวิมุตวงเล็บเปิดคือไม่จำเป็นต้องขยายขอบเขตการผัสสะออกให้กว้างขวางดังที่ได้อธิบายมาแล้วตั้งแต่ภาค 1 ตอนต้นมาเรื่อยวงเล็บปิดก็ยิ่งเป็นวิปัสสนาธุระของผู้มีภูมิฐานขั้นพระอนาคามีจริงๆอันนี้ในอนุเฉทนี้ก็ยืนยันว่าการที่จะอยู่คนเดียวการจะพิจารณาโดยตนเองโดยการระลึกละเอียดโดยอานาไปโดยบุพเพนิวาสานุสติญาณนั้นแม้แต่จะเป็

อ่านต่อ

นลักษณะของอานาปานสติคือผู้ที่จะทำอานาปานสติก็คือผู้ที่มีลมหายใจเข้า ออกอยู่ก็มีจิตดูจิตของตัวเองทำจิตของตัวเองดูมันละเอียดลออจนมันไม่ชัดสายอะไรไม่มีฟุ้งซ่านไม่มีอาการของนิวรณ์ 5 ไม่มีฟุ้งซ่านไม่มีรำคาญใจอะไรไปได้เลยจิตอยู่กับเราและเราก็ไม่มีง่วงด้วยผู้ที่จะใช้อานาปานสติใจเราก็ไม่มีจิตไม่มีง่วงไม่มีฟุ้งซ่านไม่มีง่วงไอ้เรื่องกามไม่ต้องพูดถึงเลยกามก็พยาบาทไม่ต้องพูดถึงได้อย่างง่ายดายเพราะอะไรเพราะว่าการนั่งอยู่อานาปานสติที่นั่งตั้งกายตรงอยู่เนี่ยเราก็ต้องนั่งในที่นอนที่แจ้งโน่นลองฟังนนท์ หมาป่าชัดหรือว่าที่ที่นั่งสบายๆที่นั่งที่ไม่มีอะไรแวดล้อมซึ่งมันเป็นที่ที่เป็นองค์ประกอบที่มันช่วยหมดแล้วถ้าใจเรายังนั่งอยู่นี่เราก็ยังหยาบยังจะไปตรงฟุ้งซ่านหาการฟุ้งซ่านนะพยาบาลอยู่นั่นแหละแสดงว่าฐานของเรานี่มันยังอ่อนมากยังเป็นอนุบาลเพราะฉะนั้นเขาจึงคิดกันก็เหมือนมานั่งเรียนนี่มานั่งเรียนอานาปานสตินี่ก็มานั่งหลับกามมันนำดึงจิตจับจิตอย่าให้มันฟุ้งไปหากามแบบฟุ้งไปหาพยาบาลนี่เป็นเรื่องของคนที่เข้ามานั่งทำกันทุกวันนี้เพราะนั่งจับจิตได้ดึงไม่ให้มันฟุ้งไปกรามไม่ฟุ้งพยาบาทได้พักก็แหมสบายๆเสร็จแล้วต่อจากนั้นแล้วถ้าคน ไม่ได้อยู่ในฐานพระอนาคามีท้าให้ร้อยทั้งร้อยจะนั่งได้ 1 พอดับกามได้ 2 ดับพยาบาทได้ตกฐานที่ 3 ก็คือถ้าไม่เอาลิเกละครล่อไว้ให้เล่นสนุกสนานผีนะมีพระกินหมด 101 ทั้งร้อยถ้ามีอีกเกินกว่านั้นอีก 200 ก็ได้รับกินหมดหลับกินหมดเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่านั่งโดยที่ว่ามาหัดดับกลางฝึกเอามันพอได้นะฝึกเอานี่พยายามข่มเหงแล้วมันก็ไม่มีอะไรกวนอยู่แล้วเพราะว่าเรานั่งทีไรไอ้เรื่องของกามเรื่องของพยาบาลอะไรเราก็รู้อยู่แล้วเป็นโทษ ภัยที่หยาบๆใต้ต้นรากฐานของราคารากฐานของโทสะก็รู้อยู่แล้วแล้วก็ดับมันพยายามไม่ข้องแวะหัดฝึกให้มันห่างไกลพรากออกมาเหมือนกับรูปภาพๆแม่ตัดใจพยายามลูกจะร้องงอแงตามแล้วก็ฝากใจหัดพรากสุดท้ายมันก็พลาดได้พลาดได้แต่ไม่รู้จักจิตหลอกประคองจิตไม่เป็นหรอกเล่นจิตไม่เป็นหรอกไม่รู้รายละเอียดของวิปัสสนาธุระไม่รู้จักว่าจิตคืออะไรกิเลสคืออะไรอะไรคืออะไรก็กิเลสกามน่ะยังไม่รู้เพราะว่าหน้าปานนั้นไม่ใช่มนุษย์กิเลสกามไม่ใช่มนุษย์กิเลสพยาบาลนะแต่ว่ามากั้นคอกตัวเองไม่ให้กิเลสกามไม่ให้กิเลสพยาบาทเข้ามาให้กิเลสฟุ้งซ่านไปหากามไปหาพยาบาลให้มันอยู่ในคอก ให้กินมันอยู่ในคอกไม่ให้มันพุ่งออกไปเมื่อฟุ้งไม่ฟุ้งออกไปหาปลาแบบฟุ้งออกไปหาหูแม่ฟุ้งออกไปหาจมูกไม่ฟุ้งออกไปหาเล่นไม่ฟุ้งออกไปหากายมันก็อยู่ในคอกกับมันอยู่ในคูหานี้มันอยู่อย่างนี้มันก็อยู่ของมันอย่างนั้นแหละทีนี้เมื่อเขาเองเขาสอนกันให้อยู่ในคอกอย่างนั้นแล้วไม่พอเขาก็เห็นว่าคนมันยังติดตามเขาก็เลยสร้างสวรรค์และนั่งหลับตาสิลงไปชมวิมานเมืองสวรรค์น่ะมีต้นปาริชาตินะโอ้โหดอกหอมกามหรือยังดอกหอมในการเรียนการแล้วแต่เขาไม่รู้หรอกคนสอนก็ไม่รู้หรอกดอกหอมกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ธรรมดา ที่จริงและอุปทานสร้างเข้าบอกคุณคุณก็ปั่นมโนอัตราช่างหอมกว่าไอ้คำว่าหอมกว่านะมันไม่มีเครื่องวัดหรอกยิ่งอยู่ในเมืองวิมานเมืองจิตอยู่ในเมืองจิตมันยิ่งไม่มีเครื่องชั่งตวงวัดมันยิ่งนึกขึ้นในเอาเองโอ้โหยหอมสุดเลยเท่าที่ความรู้สึกเราเคยมีหอมยิ่งกว่าดียิ่งกว่าไม่รู้ดีท่าไหนหรอกเสร็จแล้วก็เอามาเล่าให้คนฟังโอ๊ยในโลกนี้สู้ไม่ได้ก็ไม่ได้ที่คุณนึกคิดเอาเองมันหวานกว่าหอมกว่าอร่อยกว่ายังไงคุณก็นึกคิดเอาได้แล้วก็ปั้นปั้นจนสำเร็จในจิตจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่แต่ละคนก็ปั่นเข้าไปแต่ละคนก็สร้างขึ้นมาเอาเองแล้วบอกว่ามันยังงู้นอย่างงี้อย่างงี้ถ้ามีโครงสร้างเป็นนักศิลปะเป็นนักบอกเลยดอกมันยังไงดอกมันเนี่ยมี เจ็บแขกมี 5 กลีบน่ะสีมันเหลืองๆเกสรมันยังไงคุณก็สร้างโครงสร้างนี้บอกแนะๆเชิงไปกูก็ไปนั่งหลับปั้นเอาเองส่วนมันจะมีความวิจิตรละเอียดลออยังไงก็แล้วแต่แต่ละคนมันไม่ตรงกันถ้ามีโครงสร้างใหญ่พูดกันได้เท่าปฏิปทาบอกกันได้มันก็มีโครงสร้างใหญ่ๆมีสเก็ตหรือโครงสร้างใหญ่ๆเท่านั้นส่วนในรายละเอียดที่บอกว่ายิ่งกว่าโอ้โหมันเนียนสวยมันกลีบมันอ่อนมันช้อยมันงามมันหอมมันอะไรมันก็เติมเข้าไปเองตามอารมณ์ตามความนึกคิดเสร็จแล้วคุณก็ได้รับสิ่งนั้นสมใจมีจริงๆปั้นขึ้นมาเป็นมโนอัตรารูปเกิดสำเร็จโดยจิตไปแล้วคุณก็สนุกก็เล่นนึกว่านี่คือผลสำเร็จที่เราได้ถึงปฏิบัติธรรมได้ถึงวิมานถึงสวรรค์ถึงแดนอันนู้นอันนี้ว่าจิตของเราไป ไปถึงสวรรค์ไปถึงพิมายไปถึงนู่นถึงนี่ถึงอะไรก็ได้เขาก็ให้เล่นอยู่กับวันนั้นเมื่อคุณเล่นแล้วคุณก็ภาคภูมิกับสิ่งนี้นึกว่าคุณได้เหมือนกับคนที่ได้แหวนก็เอาแหวนมาเก็บได้เพชรก็เอาเพชรมาเก็บได้พลอยก็พลอยมาเก็บเก็บหวงแหนบอกว่าเป็นของดีเหลือเกินอาตมาก็เคยพูดหลายทีว่าเวลาคุณปวดท้องเอาแช่น้ำกินมันหายไหมเพชรน่ะเวลาคุณจะกินข้าวแกงมันไม่มีเค็มเกลือมันหมดเอาเพชรลงไปต้มให้มันเค็มแทนเกลือได้ไหมราคาแพงนะไม่ได้ให้มันเค็มแทนเกลือก็ไม่ได้ข้าวมันหมดกินแทนข้าวได้ไหมไม่ได้เราทำยังไงมันหนาวมาเอาเพชรมาห่มได้ไหมไม่ได้ ไม่ได้นี่ขนาดเพชรราคาแพงของแพงจะหลงกันอยู่ทุกวันนี้หลงว่ามันเป็นค่าไม่ได้ช่วยอะไรไม่ได้เพราะฉะนั้นเขาหลงสิ่งนั้นเขาก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ไอ้ที่จะมาหลงวิมานนี่ก็เหมือนกันปั้นเข้าสร้างเข้ามันก็เป็นของลอยลมเหมือนกันมันช่วยอะไรไม่ได้หรอกมันจะบอกว่าคุณไปทำบาปมาไปฆ่าสัตว์เป็นลักทรัพย์มาแล้วคุณก็มานั่งขึ้นวิมานสวรรค์อยู่ที่วิมานสว่างนี้หายไหมจากบาปไม่หายไม่หายแก้ไม่ได้ช่วยไม่ได้ไม่ได้ความเก่งไม่ได้เป็นความพิเศษอะไรเลยแค่บาปต่างๆเหล่านั้นไม่ได้แล้วถ้าเผื่อว่าคุณมีทุกข์เป็นเดือดร้อนทุกข์ หาเครื่องดนตรีมาก็พยายามมานั่งหลับตาเข้าแล้วก็ไปอยู่สวรรค์แบบนั้นนะมันก็พอได้เหมือนกันกับคุณนอนหลับแล้วก็พยายามดับตัวเองนอนหลับให้มันหลับไปคนที่ทุกข์มากๆเนี่ยพยายามหลับพอหลับเสร็จแล้วก็หายทุกข์เป็นชั่วคราวดับไปชั่วคราวเพราะหลับไปก็มันก็ลืมหรือว่าตัดเรื่องไปในชั่วคราวพอตื่นขึ้นมาเอาอีกแล้วมันก็ไอ้เท่ากับเหมือนอย่างเก่ามันไม่ได้เป็นวิธีแก้ไม่ใช่เรื่องที่แก้โดยตรงไม่ใช่เรื่องที่เรียนรู้แล้วก็ล้างปัญญาด้วยจิตที่มีกำลังอินทรีย์มันแล้วแล้วเราบำบัดเหมือนกะกินเหล้าเหมือนกับสูบบุหรี่เหมือนกับบำบัดด้วยอาการอื่นกลบเกลื่อน ต่างๆนานาซึ่งเขาถามว่าอยู่ทั่วโลกทุกวันนี้มีโลกียสุขนี่คือการบำบัดปรับเปลี่ยนมันเป็นการบำบัดปรับเปลี่ยนทดแทนในชั่วครั้งชั่วคราวทุกข์มากๆไปนั่งดูหนังพยายามทำลืมบางคนไปนั่งดูหนังมันยังไม่ลืมบางคนไปนั่งหลับตาเพื่อจะขึ้นสวรรค์อย่างที่ว่านะไม่เป็นไปไม่รอดเพราะจิตฟุ้งซ่านจัดทำให้ขึ้นสวรรค์ทำให้เป็นวิมานไปหาดอกปาริชาติดมอย่างที่เราได้ปั้นไม่ไปจิตไม่พอฟุ้งซ่านมากไม่เป็นจิตอย่างนั้นไปไม่รอดไปไม่ถึงอย่างนี้เป็นต้นไปไม่ได้และส่วนมากด้วยถ้าเกิดทุกข์มากๆแล้วไปนั่งหลับตาเข้าเพื่อจะไปวิมานสว่างนี้ไปไม่ค่อยรอดหรอกถ้าเผื่อว่าไม่ค่อยมีนั่งหลับตาอย่างนี้ต้องไปพิมานไปดมปาริ ไปอาบน้ำสระอโนดาตอะไรอย่างที่เราๆกันมาก่อนเดี๋ยวเขาปั้นมานะอาตมาไม่ได้สร้างนะดอกปาริชาติอาตมาก็ไม่เคยไปสร้างสระอโนดาตอาตมาก็ไม่เคยไปสร้างนะคนขี้สร้างก็สร้างไว้ก่อนฝากไว้ให้คุณไปเที่ยวเองก็ตั้งชื่อเอาไว้เขาสร้างก่อนอาตมาไม่ได้สร้างเองนะแล้วอาตมาก็ไม่สร้างใหม่อาตมาเอาที่เขาสร้างเก่านี่ก็พูดให้คุณฟังเท่านั้นแหละถ้าคนไม่มีอะไรฟุ้งซ่านไม่มีอะไรเป็นทุกข์มากมายนะมันนั่งหลับตาเข้าปั๊บพยายามไปมันยังไปไม่ได้กี่คนที่นั่งๆไม่เคยไปกันกี่คนน่ะคือเคยนั่งกันมาก็ส่วนใหญ่ไม่กี่คนหรอกไปไม่ได้ง่ายๆเพราะป่วยการกล่าวไปยังคนที่มีทุกข์ฟุ้งซ่านมาไม่ได้แน่เลยไอ้ไม่มีทุกข์ไม่ฟุ้งซ่านมันยังไม่ค่อยได้ บ่อยากได้ที่มันได้น่ะคือมันไม่มีทุกข์อะไรแล้วก็มานั่งปั้นจิตเล่นอีกเสริมไปอีกส่วนหนึ่งทิศทางแล้วมันก็ได้อย่างนั้นนะไอ้เรื่องนี้มีมานานมีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดพระพุทธเจ้ามาเห็นแล้วว่าอ๋อนี่เป็นข้อบกพร่องเป็นข้อที่หลงทางเป็นข้อที่มารพาให้หลงทางไปแล้วก็ไม่เข้าเรื่องของเราเสียเวล่ำเวลาแล้วก็ได้ทำกันมามากมายไม่ได้เรื่องวิปัสสนาธุระเบื้องต้นที่มันนั่งหลับตาโดยที่ไม่ได้ทำพื้นฐานปฏิบัติศีล 5 ศีล 8 ให้ละล้างรูปรถศีล 8 โดยเฉพาะร้านล้างรูปรถมีเสียงสัมผัสร่างกายชัดๆๆที่สุดนี่เป็นอุบายอะโกส่วนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องที่ว่าเจ้าภาพสอนมาเขาไม่ได้ทำเบื้องต้นเหล่านี้เมื่อไม่ได้เป็นพลาสติกราคา ไม่ได้ล้างละรูปเรากินเสียงสัมผัสเครื่องประดับตกแต่งหรูหราฟู่ฟ่าลาภยศสรรเสริญมันชนะลิเวอร์พูลชนะฐานะหลงความใหญ่ความโตความมากความมีอะไรต่างๆนานานิล้วนแล้วแต่มันล้างโลกกระทำทั้งนั้นแหละคือพุทธเจ้าจะพาทำพาพิจารณาด้วยวิปัสสนาด้วยสติปัฏฐานเรียนรู้ด้วยสัมมารีมากอง 8 จนเราเห็นจริงเห็นจังว่าพวกนี้เราจะไปขอไปหาเมื่อไหร่เองจิตใจมันก็จางคลายมาพวกคุณเนี่ยมากคนที่เข้าใจแล้วก็ลดละจางใครมาแต่สัมมาทิฏฐิมันยังไม่เกิดว่าพอมาแล้วคุณก็สุดคุณก็เลิกแล้วเหมือนพระยาสระไม่ต้องเอาทรัพย์สมบัติบ้านช่องเดินทางก็เลิกรับมาปล่อยเพราะปล่อยแล้วมาแล้วมันก็สบายๆนะ แล้วเราก็มาทำกิจทำการทำงานไปสัมมารามมักกิจการนี้เป็นกิจการที่เป็นสัมมาอาชีพชั้นสูงไม่แลกเปลี่ยนลาภยศอะไรแล้วเราก็มาเรียนรู้ธรรมสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นเพื่อประโยชน์พหุชนะหินตาและพหุชนะสุขายะแก่พหุชนพระพุทธเจ้าซึ่งเราจะทำให้แก่เขาแล้วเราก็ขยันหมั่นเพียรคนที่รู้แจ้งเห็นจริงแล้วก็ไม่ต้องไปมีอะไรไปนั่งหลับหูหลับตาเพราะเจ้าไม่มีบทบาทต่อเรื่องนี้เพราะยาสระก็ไม่ได้มีบทบาทเพื่อที่จะใส่อีกตั้ง 50 กว่าคนก็ไม่ได้มีบทบาทมันนั่งหลับตาต่อไม่มีผู้เรียนรู้ละโลกละกามแล้วไม่ต้องไปสร้างภพไม่ต้องไปติดภพคนติดภพมาเท่านั้นต้องถึงไปล้างพบแล้วพวกเราก็ได้ยินได้ฟังได้เรียนรู้ไอ้เรื่องภพนี่มาเยอะแล้วก็มาติด มาทั้งแทบทั้งนั้นพิภพติดอารมณ์พรุ่งนี้มาแล้วก็นั่งเฉยๆเสร็จแล้วก็ยิ่งกลายเป็นคนขี้เกียจยิ่งนั่งอู้นั่งเก่งนั่งว่างดีสบายแล้วก็ถือว่าไอ้นี่เป็นอุบายถือว่าไอ้นี่เป็นเครื่องกลั่นเป็นเครื่องป้องกันฉันนั่งนี่ฉันกำลังทำบำเพ็ญภาวนาเพราะฉะนั้นใครนั่งบำเพ็ญภาวนาอย่ามากวนนะสายนั่งหลับตาแล้วนั่งบำเพ็ญภาวนาให้เขานั่งเลยงานการอะไรก็ไม่ต้องทำก็ได้นั่งไปเลยก็นั่งหลับไปส่งแก่ตาปีตาชาติแล้วก็ยังนั่งหลับตาก็ไม่สร้างสรรค์ไม่ได้รู้จักจบสักทีก็ต้องนั่งทำเอาเสียเวลานั่งทำเอาซึ่งมันไม่ หลักฐานมันมีอยู่เพราะว่าไม่เคยให้เพื่อนไสอีก 50 60 พระอรหันต์ทั้งนั้นพระพุทธเจ้าไม่เคยผ่านนั่งเพราะว่ารู้แล้วเอาเป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่ต้องนั่งไปสอนเขาเลยไปเข้าเมืองไปไม่ได้ไปบอกว่าไปสอนขับผ่านนั่งอีกนะไม่มีอานาปานสตินี่ก็ไม่ต้องเรียนอนาคตสินเนี่ยเป็นบทเรียนของฤาษีเป็นบทเรียนของอุปนิษัทของพวกฤาษีกล่าวนะเขาเรียนกันมาเขาใช้กับสินทรัพย์สินดินกับสินน้ำก็สิ้นลมก็สิ้นไฟกระสุนอะไรต่างๆใช้กันมาแล้วอาณาปานสติมันไม่ต้องไปหาดินหาสีหาสันไปต้องไปหาว่าน้ำหาอะไรมันใช้ลมที่มีอยู่กับตัวเองอยู่แล้วก็ใช้ลมหายใจเป็นกระสินธุ์เป็นเครื่องเกาะ มันง่ายมันสบายมันจึงเป็นกสิณที่แพร่หลายเป็นกระสินธ์ที่ใช้ได้มากนานเพราะมันง่ายใช้ลมหายใจเราเป็นกสิณไปไหนมาไหนใครก็ทำได้ไม่ต้องไปหาน้ำหาดินไม่ต้องไปหาสีไม่ต้องไปหาไฟไม่ต้องไปหาโน่นหานี่อะไรมามันง่ายประโยชน์ที่โด่งดังขอบคุณมากเป็นกระสินธ์ที่ยืนนานมากเพราะมันง่ายใครก็ทำเอาได้ลมหายใจใครก็มีไม่ต้องไปหาเครื่องประกอบในการที่จะปฏิบัติมันจึงเป็นสมถะสมถะธุระที่ใช้มาม่ามาถึงรุ่นพระพุทธเจ้าท่านก็รู้ว่าฤาษีใช้อันนี้มากท่านก็ขออนุโลมแล้ว พยายามที่จะอธิบายในคำอธิบายอานาปานสตินี้เป็นของท่านคำอธิบายอานาปานสติในพระสูตรนี้เป็นของพระพุทธเจ้าแต่ในระบบการทำอานาปานสติที่อธิบายกันแบบฤาษีนั้นมีเยอะแยะแล้วก็อธิบายกันออกไปนอกไปเลียนแบบโน้นเยอะแยะเลยแต่ในตำราพระไตรปิฎกโดยตรงนี้เป็นของพระพุทธเจ้าก็เคยเอามาอธิบายสู่ฟังเปิดตำราสอนพวกคุณมาตลอดแปลพยัญชนะแปลความหมายอธิบายมาให้ฟังตลอดแล้วก็ให้ทำให้ตรงอย่างนั้นอย่างนี้เป็นอุปการะมากเป็นมหาลาภเป็นมหานิยมสารคือทำไม่ได้จริงๆเลยว่าเราเรียนรู้การขันมันก็เข้าลักษณะสติปัญญา เข้าลักษณะวิปัสสนาคือให้รู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้ธรรมรู้สติปัฏฐานเหมือนกันก็อธิบายให้ฟังแล้วในบทได้ต้นไม้อัดทางเองเริ่มต้นก็ได้แยกแยะให้ฟังแล้วอะไรจากเขาเป็นกายอะไรจัดเข้าเป็นเวทนาอะไรจัดเข้าเป็นจิตอันใดจัดเข้าเป็นธรรมก็แยกแยะให้ฟังแล้วแล้วถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจแล้วมันก็ไอ้นัยเดียวกันเป็นแต่เพียงว่าเราทำในสภาพนึงลึกขึ้นเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองเรายังไม่เก่งเรายังไม่ใช่ฐานสูงเหมือนนั่งจริงๆแล้วนะยิ่งหลับตาด้วยแล้วนะไปไปเราก็ได้พิสูจน์กันมามากแล้วหลายปีดีดักไปง่ายๆว่าเรามานั่ง เฮียนั่งอานาปานสตินี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะมานั่งดับมานั่งเล่นจิตให้มันหลับๆหลายๆไม่ใช่วิมุตของพระพุทธเจ้านั้นจะต้องเป็นผู้ที่เห็นอนิจจังเป็นผู้ที่เห็นวิราคะเห็นนิโรธเห็นการสลัดคืนว่าเออจิตของเราเนี่ยไม่ใช่สงบก็คือดับไปเลยนิโรธก็คือมืดไม่รู้เรื่องไม่ใช่กลับกลายเป็นยิ่งรู้เรื่องยิ่งเดี๋ยวมันสวนทางกันเรียกว่าปฏิสันสวนทางกันกับทางทางฤาษีก็เข้าใจมันยิ่งรู้แจ้งมันยิ่งอย่าว่าแต่อาณาปานสติเอาแต่นั่งเลยอานาปานสติอิสระคือยืนเดินทำการทำงานได้ทุกลมหายใจมีลมหายใจเข้าออกอยู่กับตัวเมื่อไหร่เราก็ ทำตัวเองมีสติอานาปานสติแปลว่าลมหายใจเข้าลมหายใจออกมาแล้วก็มีสติไม่มีสติแล้วทำยังไงอ้าวก็มีรู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้ธรรมารมณ์จับได้ไหมร่างกายกายที่เราเองเรานั่งอยู่แค่นี้ก็มีองค์ประชุมอยู่รอบๆด้านมีสิ่งแวดล้อมไม่มากไม่มากเราก็ง่ายสิมันง่ายแล้วเราก็อาวุธฐานะเมื่อเรานั่งนี่ก็ทำได้ง่ายแวดล้อมแค่นี้เราสบายมากกิเลสไม่เข้าฌานก็เกิดเป็นคนมีฌานเป็นคนสู้ได้เป็นคนสบายมากไม่มีกิเลสได้เอาทีนี้เราก็มีกายที่เพิ่มขึ้นมีอาณาจักรเพิ่มขึ้นสัมผัสเพิ่มขึ้นเรียนรู้เพิ่มขึ้นมีการประชุมมีองค์ประชุมต่อผัสสะสูงขึ้นเราสู้ได้ไหมสู้ได้มีความนึก ที่จะต้องไปสัมผัสสัมผัสกับสิ่งประกอบมากขึ้นมีเสียงพูดของคนมีรถทางลิ้นมีกลิ่นทางจมูกมีรูปต่างๆมากขึ้นนิกายสัมผัสมากขึ้นเป็นไปได้ไหมล่ะคนสามารถที่จะมีสมาบัติคุณสามารถที่จะแข็งแรงตั้งมั่นเป็นอัปปนาเป็นพยาธิเป็นเจตนาไหมคุณจะตั้งมั่นไหมจิตของคุณเริ่มคิดนะไอ้ตอนที่นั่งเฉยๆนี่ไม่ค่อยได้คิดก็คิดจะอยู่ในแวดวงกาโยความประชุมก็แค่กำลังคิดอยู่แค่นี้สัมผัสก็แค่นี้ก็ทำได้เมื่อมันมากขึ้นคุณจะเก่งมากขึ้นเพราะฐานะคือเพิ่มจากกรรมฐานเดิมคุณฐานะเพิ่มจากกรรมฐานเดิมไปมีกรรมฐานที่ จัดขึ้นชัดขึ้นเก่งขึ้นกว่าเก่าไปตามขั้นตอนและทำได้กูก็สูงขึ้นพอได้อีกก็ได้อีกชั้นหนึ่งเรียกว่ากลิตเตอร์เพิ่มขึ้นได้ขนาดของกายเพิ่มขึ้นกายที่ประชุมหรือว่าองค์ประชุมที่มันมีโลภผลหรือว่ามันมีรถแหลมรถแรงมีฤทธิ์มากสูงมากขึ้นอีกเป็นโลกิยะที่สูงขึ้นคุณสู้ได้อีกคุณก็เก่งขึ้นเป็นกริตเรื่อยๆทีนี้คุณก็เพิ่มขึ้นอีกคุณก็สามารถที่จะโคจรสามารถที่จะมีสมาธิที่จะโคจรไปสัมผัสสัมผัสกับดาวหลายดวงดาวเรียกว่าดาวยั่วดาวญวนดาวที่มันสามารถที่จะล้มล้างเราให้ดับไปเลยดับเครื่องตกไปอยู่เป็นอานาก็เป็น บริวารเราก็ไม่สามารถเราก็ต้องตกเป็นอาณาบริวารแต่ถ้าเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับดาวยั่วดาวยวนดาวอะไรอื่นๆเราก็สามารถไม่ตกเป็นทาสสามารถปราบดาวบนนั้นได้เราก็เป็นโลกุตระเราก็เป็นเจ้าโลกเจ้าอานาเจ้าที่ได้ดาวพวกนั้นมาเป็นบริวารด้วยซ้ำมันเป็นบริวารนี่ไม่ใช่ทางโลกมาเป็นบริวารคือมาคิดเห็นอย่างเราจงเลิกไอ้ที่มันจะมายั่วมายั่วมาทำร้ายทำลายเราเลิกอย่างพวกคุณเป็นผู้หญิงเนี่ยยังมีพิษมีพิษแบบโลกีย์แบบโลกๆอย่างผู้หญิงแบบโลกคนโลกมีกามมีอะไร ใครอยู่ยังลูกโลกพอตมาก็ลาว่าคุณมาเป็นบริวารให้คุณหยุดพิษกามหยุดพิษโลกโลกถ้าคุณหยุดได้ก็อยู่ได้คุณหยุดไม่ได้ก็จะไล่ออกไปถ้ามาทำอะไรวุ่นวายในที่นี้มากมาจะได้เอาสาดแสงกามมาเป็นดาวยั่วมายั่วมายุให้เกิดโลกียะอยู่ในนี้ก็จะไล่หนีไปเพราะว่าที่นี่ไม่ต้องการอย่างนั้นที่นี่เราจะมาดับดาวยั่วเอามาเป็นบริวารดีมาเป็นดาวที่จะช่วยกันสนับสนุนให้เกิดจักรวาลเป็นจักรวาลเป็นอาณาจักรทวารที่จะช่วยก็รังสรรค์สร้างพลังรังสีสร้างพลังสัน ภาพอุ้มโลกเพราะฉะนั้นยิ่งมีมาคนเหล่านี้มีช่วยกันมีพลังมีแรงงานมีมันสมองมีสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะหรือมีสัมมาสังกัปปะอะไรเราก็เอามาร่วมแรงร่วมใจกันให้เกิดการสรรค์สร้างอยู่ในชีวิตเป็นอาชีพเป็นการงานสร้างสรรค์ไปไหนเอาไปให้พหุชนะเอาไปให้โลกเขาเป็นสุขโลกเขาเป็นประโยชน์แล้วเป็นผู้ชนะอัตถายะด้วยเป็นแก่นสารของเขาไม่ใช่เรื่องมอมเมาไม่ใช่เรื่องเหลวไหลแล้วสร้างแต่แก่นสารสร้างที่สิ่งสำคัญจำเป็นออกไปให้โลกเขาด้วยเรามาช่วยกันทำอย่างที่เราได้พิสูจน์กันอยู่ทุกวันนี้เราเองเรามีกลุ่มบริหารอานาบริวารมีจักรวาล แต่ละดวงช่วยกันคนละดวงคนละดวงช่วยมีพลังความสามารถมีเรี่ยวมีแรงมีอะไรก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือทำอยู่เนี่ยสร้างสรรค์ออกไปโดยเสียสละโดยเราไม่ได้มาแลกเปลี่ยนเรามีอาชีพสร้างให้คนอื่นเขาเราไม่ได้มาฆ่ามาขายอะไรเราจึงพยายามกระทำให้มันเกิดสัมมาอาชีวะให้มันพ้นข้อที่ 5 แม้จะมีบ้างในข้อที่ 5 ที่ต้องแลกเปลี่ยนบ้างก็เล็กน้อยเต็มทีเฉลี่ยแล้วโดยรายเฉลี่ยเรามีส่วนที่บริสุทธิ์ไม่ต้องแลกไม่ต้องเปลี่ยนและโดยเฉพาะไม่ได้อยู่ในทางผิดจะมีในทางผิดยังไปที่ได้มีสภาพว่านี่มันเป็นทุจริตขี้โกงเอาเปรียบยิ่งผิดกับทฤษฎีกำไรขาดทุนของอารยชน ยิ่งมากเท่าไรยิ่งผิดมากแต่ยิ่งถูกแล้วก็ยิ่งสูงคือยิ่งลดน้อยลดน้อยใช้รายงานกายแรงงานปัญญาของเราโดยได้วัตถุดิบหรือได้ทุนร้อนจากใครก็แล้วแต่ของเราเองก็ตามของคนอื่นด้วยร่วมกันแล้วก็สร้างออกไปผลิตผลผลิตสร้างออกไปให้แก่โลกเขาได้มากเท่าไรฟรีได้เท่าไหร่เราจะไม่แลกเอาอะไรเข้ามาได้เท่าไหร่นะยิ่งเข้าทฤษฎีเข้าหลักการที่ถูกต้องและเราจะมีแนวโน้มมีความเชื่อถือมีความเห็นอย่างนี้เราก็ได้กระทำกันจริงๆไปอยู่พวกเรามีดาวบริวารมากไม่น้อยวันหนึ่งคืนหนึ่งนี่ช่วยกันอยู่มากหลายมีผลผลิตมีแรงงานที่น่าฉงนคนข้างนอกงงเพราะเรามีแรงงาน มีสัมมาอาชีวะที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนลาภยศอะไรให้สร้างสรรค์และโดยเฉพาะเราไม่ได้คอรัปชั่นไม่ได้ทุจริตเรามีเท่าไหร่เราก็ประกอบก่อสร้างต่างคนต่างไม่มีใครมาแบ่งเอาเป็นมิตรคนนั้นแบ่งเอาเป็นหน่อยมึงก็ยังสังคมอื่นองค์การอื่นเขาทำองค์การอื่นก็แบ่งนะมีทุนมาเป็นเงินเป็นทองมีนู้นไม่มีเขาก็แบ่งแบ่งเอาไปเสพโลกียะคนนั้นก็ช่วยเอาหน่อยคนนี้ช่วยเอานิดหน่อยค่าแรงของเรานี่ส่วนของเราอันนั้นอันนี้เราแบ่งมันมีสิ่งผิดมันมีมอบตนอยู่ในทางผิดกระทำตนยังมีแอบแฝงความผิดอยู่ในนั้นอยู่บ้างแม้แต่มิจฉาอาชีพข้อที่ 5 ปนเปอยู่โดยรู้เยอะไปแต่ของเรานี่มีบางคนมีนิดๆหน่อยๆอะไรของเราในระหว่างเรา ไม่มีมิจฉาอาชีพมีแต่เอามาสร้างสรรค์ประกอบแล้วกินเราอยู่เราสบายแล้วเราไม่มีอะไรแล้วโดยเฉพาะอย่างพระอย่างเจ้าอย่างไรนี่ไม่ได้มานั่งเอาอันนั้นอันนี้มาเสพมาสุขอะไรเราไม่เปลืองอะไรเราสร้างสรรค์ได้ยินมิตรตุ๊กตายางตลกตะแลงอยู่ไม่จริงไม่จังเลยตลกตอนแรงตอแหลอยู่ว่าจะมาทำกันบริสุทธิ์จะมาเป็นผู้สร้างสรรค์จะมาเป็นผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญให้แก่โลกมาสร้างอนุเคราะห์โลกมันทำผิดทำการทำงานอะไรต่ออะไรให้แก่เขาเราชีวิตของเราไม่สงสัยแล้วเราเป็นเราอยู่เรากินได้อยู่แล้วหลับแล้วนอนเราก็มีนิสัย 4 ของเราสบายๆไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรไปเสพโลกีย์อะไรลูกรถติดเสียงสัมผัสมาเป็นผู้สร้างเข้าไปเพราะฉะนั้นก็มาที่มาเป็นอย่างพวกเราเนี่ยมันเป็น อนาคามีเป็นคนที่ไม่ต้องไปสร้างบ้านสร้างเรือนไม่ต้องไปสร้างทรัพย์ศฤงคารแล้วมีแต่มาพยายามที่จะเอาเขาหมุนเวียนเข้ามาเข้ามาเป็นทุนรอที่จะสร้างออกไปให้เขาแล้วไม่ได้มาสะสมกอบโกยและโภคฉันพาไปหายากถามอย่างนี้เป็นคนวัดนี่เป็นคนอนาคามีไม่อยากเป็นคนตื้อๆหรอกตัวจริงเหมือนใครจะมาแอบแฝงมาสะสมมายังมาหลงของงามของสวยมาหลงกามราคะอยู่ยังไม่เข้าฐานธนาคารมียังไม่เข้าฐานคนวัดที่แท้เท่าไหร่เพราะเมื่อเข้ายังไม่เข้าฐานคนวัดก็ต้องไปเรียนศีล 5 ไปเรียนศีล 8 เพราะงั้นคอยอยู่ที่นี่อยู่ในวัดนี้กินมื้อหนึ่งที่นี่ที่พาทำเนี่ยกินวันละคนเสื้อผ้าก็แต่งกันมอซออย่างนี้ที่นอนก็ แต่วันไหนมันว่างที่ไหนก็นอนไม่ว่างก็คนอื่นมาเบียดแล้วก็ต้องเปลี่ยนย้ายไปวันนี้เรานอนบนศาลาแท้ๆศาลาแน่นซะแล้วต้องขอเบียดไปนอนโคนไม้ก็ไปนอนโคนไม้เป็นคนมีนิสัยสิเป็นคนที่เป็นคนวัดเป็นอันนาคาริกะบุคคลที่เราเข้ามานี่เรามาทำอยู่ในฐานสูงให้รู้ตัวเลยว่าจะไม่ใช่เราทานต่ำมันพูดได้ยังมีศีล 5 ก็ยังไม่บริสุทธิ์ศีล 8 ก็ยังไม่บริสุทธิ์อย่าเข้ามาวุ่นวายเขามากนะไปเรียนปฏิบัติศีล 5 แข็งแรงอยู่นอกอนาคตอยู่บ้านเป็นชาวคามีคำว่าบุคคล ถ้าเผื่อว่าเราเองเราแข็งแรงแล้วเป็นนาคามะเป็นอนาคามีเราไม่ไม่ไปสร้างไปหลงสร้างหลงก่ออะไรหรอกเราก็มีแต่เราจะเรียนรู้เพราะว่าปัญหาเรียนรู้ความละเอียดของจิตอีกจะมีอีกเพราะว่าพบนี่ยังมีอีกเยอะเลยที่เราเรียนกันอยู่เนี่ยมันถึงขั้นอย่างนี้เพราะในฐานของอนาคตจะมานั่งอานาปานสติจริงนั้นที่มันนั่งอยู่นี่ไปก็ฟุ้งซ่านกลับไปบ้านฟุ้งซ่านไปหาโน่นหานี่จับไปอยู่นั่นแหละเป็นจับปูใส่กระด้งจับลิงมานั่งมัดให้มันอยู่กับที่มันลุกลี้ลุกมันไม่อยู่หรอกทีเมื่อมันอยู่ดีแล้วก็อย่าให้มันดิ่งลง ด่านต้องทำสัมมาทิฏฐิให้แจ้งอานาปานสติจึงไม่ใช่ที่จะมานั่งลงบันดาลให้มาเรียนรู้ให้มาเข้าใจให้จิตมันเป็นจิตที่เป็นอะไรล่ะก่อนสมาพันธ์จิตประมูลจักรยานเฮ้เราว่าเราช้าเรายังอุตส่าห์ไหวพริบไม่มีใครโผล่ได้เร็วกว่าเราอีกเหรอทำไมมันไม่ขึ้นอ่ะพี่โปรโมทพยายามคือทำกินให้เบิกบานร่าเริงไม่ใช่จิตหดหู่แล้วก็เหี่ยวแล้วก็หุบแล้วก็ลบไปเลยโดนพญานาค ไม่รู้ไม่หายไปไหนไม่ใช่จิตปลอดโปร่งร่าเริงเบิกบานและไม่ใช่นั่งหลับตาได้นั่งเฉยๆนี่ก็ร่าเริงเบิกบานใจบานใจเบิกใจร่าเริงสดชื่นรับรู้อากาศเย็นอากาศร้อนอากาศหนาวอะไรรู้เป็นสภาพที่ปรีดาปราโมทย์ชื่นบานสดชื่นเบ่งบานสดชื่นไม่ใช่หุบไม่ใช่เหี่ยวไม่ใช่หลบไม่ใช่หลบมันจะผลุบๆโผล่ๆฟังความหมายที่อธิบายให้พิสดารให้ฟังนี่ชัดๆอานาปานสติเนี่ยอธิบายจนฐานที่มันกลางเพราะ ตั้งแต่บทบาทท่านสอนว่าให้มีกายสังขารให้มีจิตตสังขารให้เข้าใจมาตรฐานต้นมาเรื่อยๆก่อนอานาปานสติ 6 ขั้นที่เราเรียนกันมาจริงๆเนี่ยแต่มีสตินะอย่าให้สติตกนะเนี่ยสอนว่ากี่ปีกี่ปีแล้วพาลนั่งทีไรก็สติอย่ามีสติๆนั่งไปแล้วเราไม่สติมันจะ Stop ทั้งนั้นน่ะมันไม่สติหรอกมันจะหลบจะหลับจะไอ้นั่นทั้งนั้นตลอดมาไม่รู้กี่ปีกี่ปีแล้วเพราะฉะนั้นถึงบอกว่ามันไม่ได้ถ้าจะมานั่งอานาปานสติเราต้องมีฐานแข็งจริงๆซ้อนมาตั้งแต่ต้นจริงๆเลยพยายามพาทำตั้งแต่ก่อนใครจำได้บอกโอ้โหมันเป็นไปไม่รอดไงก็เลยไม่ค่อยผ่านนั่งแต่ นานๆมาก็พยายามพยายามไม่ค่อยใช้บทฝึกหัดพวกนี้ค่อยๆสอนมาเรื่อยๆก็คิดว่าถ้าพวกคุณนี่เข้าใจด้วยสัมมาทิฏฐิเห็นจริงเห็นจังนะว่าเรามานั่งนี่เราไม่ได

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน