250315-3-179 ทางเอกภาค3-ตอน179(หน้า348)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 15 มีนาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมสารวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอย่าเผลอใจอย่างใจทำความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่สำรวมทั้งภายนอกและภายในใจให้เป็นกุศลยิ่งอยู่ให้เป็นไปตามภูมิที่เรารู้อยู่ว่านี่ คือกุศลนี่คือส่วนที่ดีกว่าไปสู่ความเกษมสู่ความเบิกบานทั้งที่กล่าวแล้วอ่ะเรามาเรียนต่อวันนี้เราขึ้นบทเรียนบทที่ 31 เรามาพูดถึงวิเวก 3 กันดูบ้างพี่เอก 3 นั้นมีกายวิเวกจิตวิเวกอุปธิวิเวก เราเข้าใจวิเวก 3D เราก็จะรู้จักพระอริยะได้ดีขึ้นอีกและจะเข้าใจพระของพุทธศาสนากับพระของฤาษีเดียรถีย์ขึ้นอีกอันดับแรกเรามารู้จักกายและวิเวกดูทีหรือกายาวิเวกนั้นแหละคือฌานลืมตาจริงๆฟังดูดีๆนะกายอย่าวิเวกนั่นแหละคือฌานแล้วเป็นชาญชนิดหนึ่งตายด้วยจริงๆ เป็นสภาพสงบสุภาพคือราบรื่นง่ายงามอยู่จริงๆในขอบข่ายที่เรียกว่ากายหรือกายะภาษาบาลีเขาเรียกว่ากายะกายวิเวกกายหรือกายที่นี้ไทยเรานี่ไปเอาภาษาบาลีมาใช้ในเรื่องของความหมายไทยๆมันก็ได้แคบๆเชิงหนึ่งแต่ความแคบเชิงหนึ่งเรามอบหมายจุดนั้นจุดนี้เช่นนี้ถ้าเรามาเข้าใจให้มันลึกซึ้งขึ้นอีกตามความหมายของพระบาลีหรือความหมายของธรรมะเพลงพิณ หรือว่าเจาะลึกหรือว่ากำหนดหมายลงไปชัดเจนในจุดที่สำคัญลึกซึ้งขึ้นเราก็จะต้องทำความเข้าใจให้มันถูกให้มันได้เป้าได้เรายังอ่อนลดลงหรือว่ามีความเชื่อมโยงไปขนาดไหนเราก็จะได้เข้าใจต่อความเชื่อมโยงสืบต่อเหล่านั้นเหล่านั้นไปอีกและกายอย่าวิเวกก็ไม่ได้หมายความผิดผิดเพี้ยนๆหลงๆอย่างตื้นเขินเป็นว่าคนพูดใดได้อยู่ในที่สงัดแล้วก็เลยเข้าใจเอาว่านั่นคือกายวิเวกอันนี้เป็นเป้าแรกที่เราจะเป็นกัน เตือนความเข้าใจกันเป่านี้สำคัญมากกายวิเวกนี่เขาอธิบายกันมานานอธิบายกันมามากกายวิเวกคือคนผู้ใดอยู่ในที่สงัดแล้วก็เข้าใจเอา
อ่านต่อ
ว่านั่นคือกายวิเวกเช่นต้องการไปอยู่ในป่าช้าต้องการไปอยู่ในถ้ำไปอยู่ห่างผู้ห่างคนหรือเอากายไปอยู่ในที่สงบๆเอากายไปอยู่ในสถานที่วิเวกอย่างนั้นไม่ใช่ตัวการวิเวกเลยจริงๆนะเพราะว่าเราเข้าใจว่ากายคือตัวร่างกายตัวตนเท่านี้เราก็เลยคิดว่าไอ้กาย สกายตัวตนนี้มันไปอยู่ในบรรยากาศที่มันวิเวกกับหวาดสงบตีความว่าสงบแล้วกายมันไปอยู่ในที่สถานที่สงบมันมีบรรยากาศห้อมล้อมพร้อมไม่มาชวนเราวุ่นเราก็เลยว่าเราตอนนี้เราตายแล้ววิเวกแล้วโดยเราไปเอาตัวนี้เข้าไปพึ่งสถานที่พึ่งสถานที่วิเวกแล้วเราก็เข้าใจว่าเราได้กายอย่าวิเวกอ่ะลองฟังต่อไปดูสถานที่วิเวกหรือสถานที่สงบสงัดก็เป็นเรื่องของสถานที่มิใช่เป็นเรื่องของกายไม่ใช่เป็นเรื่องของ แล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของจิตยิ่งเป็นอุปธิแล้วคนนั่นแหละจะมีอุปธิติดยึดวุ่นวายเอากับสถานที่วิเวกโดยคนผู้นั้นจะไม่วิเวกเลยแต่หลงผิดคิดว่าตนนั้นวิเวกก็มีก็จะมีอยู่มากหลายคือที่จริงตัวเองไม่ได้เป็นไปวิเวกมันแม่มันจะวิเวกจริงนะตัวเองเข้าไปแล้วก็รู้สึกจิตรู้สึกว่ามันสงบตอนนี้เราแปลคำว่าวิเวกมาสงบง่ายๆซะก่อนแม้ว่าเราจะรู้สึกว่าเราไปอยู่ในสถานที่มันสงบแล้วเราก็เลยสงบแล้วเราก็จะรู้สึกว่านั่นแหละตนสงบแล้ว ยังเชื่อไม่ได้ยังเป็นจริงไม่ได้เพราะว่าเราเองเราไปนั่งอยู่ในสถานที่สงบแล้วเราก็เลยพลอยสงบลงไปด้วยอำนาจของความสงบนั่นน่ะเราไปพึ่งอำนาจของความสงบภายนอกแต่ความสงบภายนอกที่จริงมันไม่มากวนเราทั้งนั้นมันไม่มากวนเรามันไม่มีฤทธิ์แรงของรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันไม่มีแรงของอบายมุขของลาภยศสรรเสริญของโลกภายนอกที่มันมีฤทธิ์มากมายเหลือเกินมันไม่มีมันไม่วุ่นวายมันไม่สิ้นจานอะไรเราเราก็เลยรู้สึกว่าโอ๊ยเราวิเวกแล้วเปล่าไอ้ที่นั่นมันวิเศษที่นั่นมันไม่มีโรคที่กวนเรายุ่งเราวุ่นวายเราเราก็เลย พลอยได้ไม่มีถูกอะไรจิ้มอะไรแทงอะไรกระทบกระทั่งมากนักเราก็เลยรู้สึกว่ามันเรียบมันสงบทีนี้ถ้าคนใดที่จิตไม่สงบมันไม่สงบปัตตานีข้างนอกอาจจะไม่มีอะไรถูกที่ถูกแทงถูกกระทบกระแทกแต่ว่าเราเองเราใจของเราเราสงบไหมเราได้หยุดแต่หาจิตของมันยังจะต้องล้นลานวิ่งวุ่นคิดถึงวุ่นวายอะไรต่ออะไรต่ออะไรไหมเราก็ยังไม่รู้ทีนี้ทั้งฤดูสีนี้เขาทำแบบนี้เขาก็ได้แล้วข้างนอกมันไม่มากวนเขาก็เหลือทวารในเขาก็พยายามจะกดผิดอีกทีนึง ยังไม่ได้รูปแบบแบบนี้มันง่ายแต่ก็เลยนั่งสะกดจิตเข้าสะกดจิตเข้าดับจิตเข้าจิตเข้าก็เลยทีนี้ก็เลยจิตมันไม่วุ่นแล้วทีนี้ไม่แส่หาไม่ออกไปหาเอาไอ้นู่นเอาไอ้นี่อะไรต่ออะไรที่โลกเขาหลอกลวงไว้ก็เลยขาดสะกดจิตหัดหาอะไรล่อให้มันเชื่องให้มันอยู่ตรงนี้มันจะดิ้นก็เลยเกิดความสงบในข้างนอกไม่มีอะไรมาทิ่มแทงแล้วก็ตัวเองก็ทำจิตหาวิธีให้จิตมันหยุดมันนิ่งก็เป็นสงบในมันก็ทำได้ทำได้มึงก็สงบลงสงบลงเพราะสงบลงมากเข้ามาเข้ามาเขาก็เลยเห็นว่าเราได้รับความวิมุติได้รับความสงบและรับความสบาย เป็นวิเวกแล้วเขาก็ถือเป็นแบบนี้กันแล้วก็กรรมวิธีแบบนี้สอนกันมานานแล้วพระพุทธเจ้าท่านเห็นว่าแบบนี้ไม่ได้อยู่เหนือมันจริงๆไม่ได้ดับสนิทไม่ได้เกิดปัญญารู้แจ้งรู้เท่าทันถึงความจริงตามความเป็นจริงว่ามันเป็นมายามันเป็นตัวยุ่งแล้วเราเองก็ไม่มีอำนาจใครที่แท้ที่จะเนื้อมันจริงๆแม้มันจะมีอยู่ในโลกแม่มันจะมีอะไรต่ออะไรเราสัมผัสแล้วเรารู้เท่าทันพวกนี้ไม่มีอำนาจเราไม่เป็นทาสตกเป็นทาสเป็นผู้ถูกครอบงำด้วยอำนาจอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแล้วก็ใจมันเป็นความจำเป็นไหมถ้าจำเป็นก็รับสังเคราะห์กันไปไม่จำเป็นก็เลิกกันแต่มะพร้าวมาลวงเราว่ามัน ขนาดอย่างนู้นอย่างนี้ให้เราตกเป็นทาสพระพุทธเจ้าท่านมีพระปัญญาธิคุณเหลือล้นทั้งรู้ดีว่าอย่างนี้มันไม่จริงมันหนีแล้วมันก็ไม่น่าไม่รู้อาจจะมีอำนาจกฎของเป็นวิมุตชนิดหนึ่งฟังให้ดีนะมันจะรู้ว่าวิเวกแบบนั้นเป็นวิเวกของฤาษีชีไพรแล้วเราก็พระหรือว่านักพรตนักบวชของฤาษีเดียรถีย์เขาทำแบบนี้แต่ของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ระบบนี้เมื่อเราเข้าใจมรรคองค์ 8 แล้วรู้ว่าทางปฏิบัติของพระพุทธเจ้านั้นมักองค์ 8 รู้ตัวทั่วพร้อมมีสัมมาทิฏฐิรู้ตั้งแต่ปัญญาแรกว่าสัมมาทิฏฐิว่าเอออย่างนี้ยังไม่ใช่อยู่เหนือยังไม่เช่นโลกุตระเห็นเหลี่ยมมุมเลยว่าไม่ใช่โลก พระเป็นโลกันตเป็นหนีไม่ใช่เหนือหนีหลบหาวิธีหลบหาวิธีหลีกหลีกลี้เพราะงั้นหลีกลี้หลบหลีเนี่ยจึงไม่ใช่สภาพเหนือที่แท้จริงพระพุทธเจ้าท่านเคยอธิบายเรื่องหลีกเลี่ยงดีนะดีนะตังค์เนี่ยท่านอธิบายว่าความสงัดหลีกเล่นความสงัดเนี่ยเกิดความสงัดเพราะหลีกเล่นถ้าบอกว่าแท้จริงไม่ใช่ลีกแดนแต่จิตของเราเนี่ยหมดหลีกเล่นนี่หมายความว่าลักษณะอกุศลธรรมทั้งหลายแหล่หายไปหลีกไปหลบไปไม่มีลักษณะอกุศลธรรมเหล่านั้นอยู่ สงัดจากอกุศลธรรมอกุศลธรรมหลีกเล้นจากเราไปด้วยเราเองนี่มีสิทธิเป็นนายอยู่ทุกที่ทุกแห่งเนื้อไปไหนอกุศลธรรมลีกเล้นจากเราไม่ใช่เราหนีจากอกุศลธรรมเราเป็นนายหวังดีเล่นเนี่ยถ้าเราหนีจากมันวิ่งหนีมันแล้วก็คือผู้แพ้ถ้าเราไปไหนมันหนีเรามันวิ่งหนีเราเราคือผู้ชนะใช่ไหมเราไปไหนไอ้สิ่งนั้นมันหลีกมันหลีกหลีกมีลักษณะหลีกเหมือนกันหลีกเล่นหลีกลี้แต่เราไม่ได้หนีนะเราเหนือไปไหนมันก็เหนือมันมีอำนาจเหนือและมันหนีมันวิ่งหนีเรามันไม่สู้เรานี่คือผู้ชนะผู้พิชิตมารมารคือยักษ์ รั้วอกุศลธรรมมณีรัตน์ออกไปนี่เป็นลักษณะชนะเด็ดขาดชนะแพ้ชนะเหนือมีลักษณะความจริงอย่างนี้เพราะการพูดถึงคำเดียวกันลักษณะหลีกเร้นหลีกลี้อะไรอย่างนี้อะไรล่ะเป็นตัวหลีกเลนส์อะไรเป็นตัวลีกแล้วเกิดแล้วได้แล้วยังเราสามารถทำให้อำนาจโรคอำนาจอะไรต่ออะไรต่างๆอกุศลธรรมต่างๆมันหลีกเล่นหนีเราได้ไหมเราเหนือมันจริงไหมหรือมันเหนือเราแล้วเราก็หลีกหนีมันอย่างนี้ก็เป็นความรู้ที่เราจะต้องเข้าใจเรียนมุมที่ชัดลึกเข้าใจให้ชัดแท้เราลองต่อไปดูอันนี้ก็เป้าแรก [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เดี๋ยวพิจารณาไปจนกระทั่งภาษาคำพูดตัวอะไรแท้จับความให้ถูกความอย่าให้หลงเหลี่ยมหลงเงาอยากให้เบลออย่าให้ผิดเงาผิดเตรียมผิดตัวอยากให้พลาดเป้าแท้เพี้ยนความหมายสำคัญแท้ไปเป็นอันขาดนะอย่าให้เพี้ยนไปเป็นอากาศป่าช้าจะสงบบนภูเขาจะเงียบก็เป็นเรื่องของปากชาฟังให้ดีนะทีนี้อธิบายก็แจกความไม่เห็นชัดๆเลยว่าอะไรสงบแน่มันเราหรือตนได้วิกตนได้สงบจริงหรือไม่แจกความให้ฟังป่าช้ามันจะสงบบนภูเขามันจะเงียบก็เป็นเรื่องของป่าช้าเป็นเรื่องของภูเขาในถ้ำจะระงับ หรือที่ร้องกวางกลางสวนจะนิ่งจะเย็นจะเยือกมันก็เป็นสิ่งนั้นแห่งนั้นของมันเองวิเวกของมันเองสงบเงียบๆไม่ใช่กายวิเวกหรือกายสงบดอกเห็นชัดมั้ยจับประเด็นดีๆเห็นชัดไหมถ้าเราไปอยู่ในบรรยากาศอย่างนั้นสถานที่อย่างนั้นเขาวิกของเขาเขาสงบของเขาเขาสงัดของเขาและเราเข้าไปอยู่ในนั้นเราก็สัมผัสข้างนอกมันไม่ทิ่มแทงมันไม่รบกวนมันสงบสงัดแล้วเราก็จะทำการของเราเนี่ยให้มันแยกลงไปด้วยเออเราก็ยังจะกลายเป็นความหมายในการ วิเวกหรือยังสำหรับตัวเรานะไอ้นั่นน่ะไปในป่าแน่นอนป่าช้ามันวิเวกไปภูเขาภูเขามันวิเวกมันสงบไปในถ้ำถ้ำมันเงียบมันสงบมันเรียบราบดีนะก็มันแบ่งให้ชัดคำนึงให้ชัดจับตัวจับตนจับสภาพให้ฉันว่าอะไรกันแน่เราไปสัมผัสไอ้สิ่งแวดล้อมหยาบใหญ่แล้วอยากใหญ่มันวิเวกแล้วเราจะตีเหมาว่าเราวิเวกแล้วยังไม่ใช่แทนถ้าเราไปอยู่อย่างนั้นเราก็วิเวกด้วยทำกายอย่าวิเวกองค์ประชุมของตัวเราทั้งอากัปกิริยาชีวิตเราอยู่เราก็ไม่มีอะไรหมุนเวียนวัดป่าวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วก็ได้มีกิจกรรมขยันหมั่นเพียรทำนั่นทำนี่เรียบร้อยราบ อยู่เย็นใจสบายกายแล้วก็ทำอะไรไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคขัดข้องเรียบร้อยไม่ดิ้นมีแต่ไม่อ้างว้างว้าเหว่ไม่น้อยไปไม่มากไปสมดุลอยู่เราก็ถือว่าเรากายอย่าวิเวกได้ใจเราก็มีปัญญาจิตเราก็วิเวกด้วยเจริญแล้วก็ไม่แสนด้วยพวกเรานี่ไปลองดูสิไปอยู่ภูเขาแล้วเราจะได้ไหมมันไม่ยากหรอกเพราะเราไปอยู่ลงที่ศูนย์ดูเราก็ทำตนให้ว่าเออเราจะอยู่ป่านี้นะวันนึงคืนนึงไม่ต้องคิดโน่นคิดนี่เดือนนึงปีนึงอะไรก็แล้วแต่ไม่ถึงปีมันก็รู้ว่าจะยากอะไรไปอยู่บรรยากาศอย่างนี้มันก็ง่ายยิ่งกว่าที่จะมาอยู่กับไอ้สิ่งที่รอบล้อมสิ่งที่ ผิดผิดชอบปีนี้ต้องเป็นกิจเป็นการเป็นงานจะต้องมารับปุงรับสร้างทำโน่นทำนี่ไอ้อย่างนั้นยังมีเรื่องมากกว่าไอ้นี่มาเราตัดแล้วปล่อยนะเราตัดได้ไหมจริงๆก็ต้องพิสูจน์ดูเหมือนกันพระพุทธเจ้าก็ไม่เห็นทิ้งป่าเราพิสูจน์แล้วลองถ้าเราไม่แน่ใจเราก็ไปลองดูคิดอ่านทำตนทำตัวทำใจดูถ้าทำแล้วมันก็รู้มันก็ไม่มีอะไรเนี่ยเราจะปล่อยนะเนี่ยตอนนี้เรากำลังมีห่วงมากๆเรามีอะไรวุ่นวายมากๆแล้วเนี่ยออกป่าดูพอออกป่าแล้วเราก็จะเห็นเราตัดห่วงได้นี่สบายนี่เราก็จะเข้าใจซาบซึ้งว่ะไอ้ความตัดปล่อยเป็นความทรงวางความตัดปล่อย มันเป็นความสงบสงบมันเป็นความสบายมันมีความหมดขาดวิมุตหลุดพ้นจากกันแล้วมันก็สบายๆตัวตนเราจะมีขนาดนั้นมีกิจวัตรมีอริยบทมีอะไรมีงานการเท่านั้นเท่านี้เราจะทำให้อยู่ในบรรยากาศอย่างนั้นมันง่ายเราจะรู้สึกว่าง่ายสบายไม่เดือดร้อนไม่ดิ้นรนไม่สั่นส่ายสงบสงัดก็ลองดูลองในที่ว่างๆซึ่งมันไม่จำเป็นจะต้องมีอะไรมากนะเราไปอยู่ศีรษะอโศกวันคืนมีกิจวัตรเล็กน้อยซึ่งต้องทำนักพรตหรือนักบวชพระพุทธเจ้าต้องบินสบายแม้ไปอยู่ป่าก็ต้องบิณฑบาตแต่ไม่ต้องมี หาดอุตรดิตถ์ด้วยไม่ต้องไปบิณฑบาตกับต้นไม้ด้วยไม่ต้องไปบิณฑบาตกรุกคำมูลรุกขเทวดาอะไรด้วยแล้วก็เลยไปพิเรนๆอะไรกันไม่ต้องต้องบิณฑบาตกับคนจริงๆนี่แหละผอ. อาศัยอาศัยเรียนรู้ดูแม้จะทิ้งผิดทิ้งการทิ้งงานอะไรเลยอยู่ว่างก็ดูซิว่าอยู่ว่างๆนี่มันยากนะมันยิ่งง่ายมันไม่ยากอะไรหรอกอยู่ว่างๆอยู่ว่างๆก็นั่งสบายตื่นเวลาตื่นก็ตื่นเวลาหลับก็หลับถึงเวลามันมีก็ได้พักผ่อนมากๆพักมากตื่นได้มากไม่ใช่ยิ่งพักมากแล้วเลยไปติดกลับไปติดหลบไปติดอยู่ข้างในเพราะเป็นหน้าพอออกป่ากลับมาเมือง ตายตื่นไม่ได้เลยต้องรีต้องลบต้องหลับลำบากลำบนไม่ใช่ไปอยู่ที่อยู่ในนั้นยิ่งไม่มีงานนั่งได้เวลาตื่นโทรไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนเหมือนพระกัสสปะก็ไม่เห็นจะมีอะไรอยู่ป่างานการก็ไม่มีอะไรมากนักก็ไปล่องแล่งว่างๆมันก็มีแต่ว่าไม่ต้องจ่ายพลังงานไว้ตรงนั้นต้องหนาอะไรไม่ต้องคิดต้องนึกไม่ต้องห่วงต้องหาไม่ต้องฟุ้งสร้างอะไรก็นั่งกลางวันกลางคืนหลบหลับนอนก็นิดๆหน่อยๆก็พอหรือไม่ต้องหลับก็ได้เพราะไม่มีอะไรต้องจ่ายพลังงานอะไรมากมายแต่ถ้าเผื่อว่าเอาไปเอาแต่นั่งหลับถึงเวลาก็เอาแต่นอนก็เสพติดเสพคุณทำความเคย ป่าแทนที่จะทำความตื่นออกในที่แจ้งลองฟังแทนที่จะทำอานาปานสติทำความตื่นทำความรู้มันก็เบาๆเพราะๆวันคืนก็เท่านั้นเท่านั้นแทนที่จะรู้ตื่นกลายเป็นไสยาสน์อีกเป็นไซยะมาอีกก็ตกใส่ยักษ์แต่ถ้าผู้ใดเข้าใจทิศทางรู้สัมมาทิฏฐิรู้ความหมายแล้วว่ายิ่งเท่านั้นแหละยิ่งไปหยุดไปพักยิ่งไม่มีอะไรนั่นแหละยิ่งเงียบๆสงัดนั่นแหละแล้วยิ่งต้องตื่นนะไม่ตื่นนะร่างกายเป็นคนจมเลยนะหลบหรือว่าถูกก็ตีอัดเข้าไปในรูปิดเงียบเลยดับเข้าไปอยู่ในถ้ำบาดาลอะไรยิ่งโง่ยิ่งโง่ยิ่งมืดตึ๊ดตื๋อเลยไม่สว่างไม่รู้ ตื่นนะไม่ใช่ลักษณะตื่นมันพูดที่ออกปากออกเขาออกถ้ำเนี่ยไม่รู้จักสัมมาทิฏฐิไม่เข้าใจก็ไปรีไปหลบไปหลับไปง่วงเหงางึมงำไม่ตื่นเลิก LINE เป็นเราเองนี่แทนที่จะใช้วันเวลาได้ถูกสัดส่วนที่เป็นการงานเป็นความหมุนเวียนเป็นวัฏฏะเป็นรอบเป็นรอบการโคจรเป็นรอบชีวิตวัดวงกิจวัตรมีชีวิตวงกิจวัตรที่มีคุณมีค่ามีมันก็มีความดีงามมีความสงัดอยู่ด้วยแล้วก็มีการสร้างสรรค์อยู่ด้วยที่เป็นคุณค่าที่ดีมันก็จะกลับไม่ได้ มันจะกลับไม่ได้มันก็จะกลับไปติดอยู่หยุดหยุดมันจะมากการสร้างสรรค์จะน้อยแล้วจะติดความหยุดติดความสงบแบบหยุดแบบหลบลี้ว่าชีวิตมันก็เดินทางไปเหมือนกันสู่หลุมฝังศพวันคืนก็หมุนเวียนจะเสร็จแล้วอารมณ์หรือว่ากิจวัตรวันเวลาของเราก็พฤติกรรมอิริยาบถของเราสมรรถภาพของเราก็เอาไปใช้กับหยุดมากกว่าที่จะเกิดการสร้างสรรค์ทั้งๆที่สุขภาพร่างกายก็อย่างนั้นแหละแท้จริงแล้วมันจะอึดอัดไม่เข้าคล่องมึงก็ยังอยู่กับสิ่งที่มันได้เกิดกิจวัตรที่ดีที่งามไม่แคล้วเพราะเราไม่รู้ละเอียดละออในสัมมาทิฏฐิ เราไปออกป่าออกเขาออกถ้ำก็ลองดูจะไปตื่นไปพักว่างๆไม่มีอะไรมากแล้วเขาก็เข้าใจว่าเออจิตของเราก็ไม่มีอะไรอ่านกายอ่านความประชุมเออมันไม่มีอะไรมากระทบกระแทกคนดีอยู่แล้วเราติดหรือเปล่าบางคนนะอย่าว่าแต่ว่าไม่กระทบกระเทือนนะไปติดป่าติดเขาน้ำตกนกร้องรำคาญย้อยใบใบพฤกษชาติพริกดีจังสวยจังงามจังเพลินจังกิเลสทั้งนั้นแต่เขารู้ละเอียดอย่างนี้ไหมเขาก็ไม่ไม่รู้เมื่อไม่รู้ไปป่าก็ธรรมชาติเจ้าเอยนกร้องเพราะเหลือเกิน เขารู้หรือเปล่าว่าเรานี่คือกามแล้วก็ผูกใจอยู่ในธรรมชาติอย่างนั้นแล้วก็มีการยิงมันสงบกว่าไอ้จุ่นจานชงทางอยู่ในกลุ่มนี้แน่นอนมันสงบกว่าจริงแต่เขาก็ไปผูกมัดไปติดจิตใจก็กลายเป็นกรรมรักจึงผูกพันต่อสิ่งอย่างนั้นเพราะไม่ได้อย่างนั้นสมใจเขาทุกข์เขาต้องแสวงหาสิ่งนั้นอยู่เขาต้องผูกพันสิ่งนั้นอยู่เขาต้องได้สิ่งอย่างนั้นมาผสมอกสมใจมาเกี่ยวข้องเมาเป็นบะหมี่เพราะคนพวกนี้ก็ติดป่าติดเขาติดถ้ำยิ่งเป็นคนป่าเขาไปศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ได้พัฒนาคนให้เป็นคนป่าแต่พัฒนาคนให้เป็นคนที่ชีวิตลาย เป็นคนทันสมัยใหม่เสมอ Modern Night Station เป็นคนที่เจริญโมเดิร์นไนน์ก็แปลว่ามันทันสมัยทันสมัยใหม่เสมอเป็นคนที่ทันสมัยเป็นคนที่เจริญก้าวหน้าไม่ใช่ไปติดธรรมชาติเจ้าเอยแล้วก็เลยไม่ต้องก้าวหน้าอะไรกับธรรมชาติมันสร้างทั้งนั้นเรากลายเป็นคนอยู่เฉยๆเรากลายเป็นคนขี้เกียจถ้ายิ่งเป็นฤาษีชีไพรแล้วก็คอยไปเก็บผลไม้หล่นกินแล้วก็กินไปวันนึงคืนนึงก็ต้นไม้มันก็ออกทันเพราะพลเมืองอยู่ตรงปากตรงนั้นน่ะที่เราอยู่แล้วก็ยิ่งไปอยู่เลือกอยู่ที่ที่มันมีต้นหมากรากไม้ที่มีผลมีนั่นมีนี่มันก็ ปิดมันก็งอกก็ไปอาศัยผลไม้กินตัวเองก็ขี้เกียจลงขี้เกียจลงเก็บผลไม้ก็พอกินนี่ก็คนก็จะกินสักเท่าไหร่ละวันหนึ่งคืนหนึ่งตัวล่าง 1 2 ร่างหรืออะไรก็แล้วแต่มันก็พอกินก็หมุนเวียนไปอยู่ตรงนั้นแล้วก็เลยไม่ต้องสร้างสรรค์อะไรไม่ต้องเจริญงอกงามอะไรกลายเป็นคนป่าป่าทีนี้เราถึงนึกถึงความจริงแล้วบ้านเมืองโลกมันมีมนุษย์มันมีวัดตามันมีธรรมชาติมันมีต้นหมากรากไม้มันมีความเป็นไปมันมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันเราเข้ามาอยู่กับสังคมโลกไม่มีต้นไม้หมุนเวียนอย่างนั้นมาไม่มีไม่มีแล้วสมรรถภาพเราก็เสื่อมเราก็ช่วยเหลือเกื้อกูลไม่ได้เราสร้างสรรค์อีกไม่เป็นถ้าไปเป็นอย่างนั้นแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นมานั่งกินก็เหมือนกับพระบาทแล้ว เธอก็ทำให้กินแล้วตัวเองก็นั่งนั่งอายุ 30 นั่งไปอายุ 40 นั่งไปอายุ 50 นั่งไปก็นั่งกันอยู่กับพระอย่างนั้นบอกโอ๊ยท่านสงบดีท่านไม่ทำอะไรทำไมวุ่นวายมาแย่งชิงจุ้นจ้านอะไรแต่ถ้าเราเข้าใจแค่นี้เราก็นับถือพระแค่นี้ถ้าเหล่านั้นเอาเปรียบเรารักอยู่รู้หรือเปล่าพระเหล่านั้นได้อะไรเพราะเรานั้นก็ได้ไปนั่งกินนั่งนอนไม่มีอะไรก็สวดมนต์รดน้ำมนต์ทำให้หนักเข้าทำของขลังเข้ามายกยอว่าเก่งว่าขลังว่ายิ่งมีความสามารถก็ยิ่งหลงใหญ่เลยยิ่งไม่เข้าใจเลยอ๋อเราปฏิบัตินี่ผ่านวิปัสสนามาโอ้โหเป็นพระก็วิปัสนากรรมฐานมาแล้วก็เลยตอนนี้ก็มีพลังใหญ่มีฤทธิ์มีแรงใหญ่วิเศษเป็นพระอรหันต์ พ่อมีฤทธิ์มีแรงพิเศษแต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าวิเศษอะไรคำว่าแกล้งยกยอวิเศษวิเศษเอ้าจับไปหน่อยนั่งปลุกให้หน่อยทำวิธีการอย่างนี้แล้วนี่มันขังเองมันเป็นเองแล้วมันขังอะไรมันเก่งอะไรไม่รู้พอทำให้เขาเสร็จเขาก็เอาไปเล่าลือกันไปจิตวิทยาเชิงหนึ่งซึ่งเป็นไสยศาสตร์ซึ่งไม่รู้ผู้รู้ก็รู้ว่าโตเป็นเรื่องของจิตยึดถืออะไรแต่อย่างหนึ่งเป็นความเชื่อถือชนิดหนึ่งก็เกิดพลังที่อัตราอัตรายึดถืออะไรก็พอเป็นไปเป็นพลังที่เชื่อมั่นเชื่อมั่นมันก็เป็นตามอัตภาพเป็นมายาอย่างหนึ่งแล้วเราก็เชื่อถือในมายานะมันไม่ใช่ศาสนาสัจจะแต่เป็นศาสนาสร้างอุปทานสร้างมายาเอาพลังฤทธิ์ทางจิตมันมีเหมือนกันพลังจิตมาสร้างมายานี้ขึ้นมาพึ่ง อัตราชนิดหนึ่งพึ่งมายาชนิดหนึ่งซึ่งสิ่งที่สร้างขึ้นมาชนิดหนึ่งซึ่งสร้างจนสำเร็จเป็นพลังอย่างหนึ่งบางคนก็ไม่มีแล้วก็น้อยคนที่จะมีพลังเปลี่ยนแปลงอันอย่างนั้นน้อยคนเพราะฉะนั้นมันเป็นได้เหมือนกันแต่มันน้อยคนแล้วก็เป็นเรื่องที่ยังพึ่งแค่มายาอยู่ด้วยพึ่งแค่อัตราอยู่ด้วยอัตภาพหรืออัตตาไม่ได้พึ่งสิ่งที่เป็นสภาพจริงตามจริงมันเป็นมายาเป็นอัตภาพไม่ใช่จริงตามจริงตามในโลกมันมีมันเป็นมันอะไรต่ออะไรไม่ต้องไปสร้างพลังพิเศษอะไรอย่างนั้นก็สร้างพลังพิเศษอันนึงและยากได้น้อยคนเพราะฉะนั้นวิชาการอย่างนี้จึงไม่ควรจะเป็นสามัญหรือไม่ควรจะเป็นวิชาการที่มีคุณค่าสูง เพราะมันไปพึ่งได้ยากน้อยคนได้ไม่มีประโยชน์สูงมีประโยชน์น้อยคนและพึ่งก็ไม่จริงด้วยโดยสัจจะแทงลึกเข้าไปแล้วไปพึ่งมาอย่าพึ่งอัตภาพไม่ใช่พึ่งสิ่งที่ยิ่งน้อยยิ่งน้อยจนกระทั่งอนัตตาว่าไปซึ่งพึ่งสิ่งที่สูญที่ว่างหรือเปล่าที่ไม่จะต้องมีตัวเหลือตัวตนอะไรที่จะต้องเป็นการหมุนเวียนสังเคราะห์มันเป็นการสังเคราะห์ที่สังเคราะห์นามมันทำให้เล็กให้ละเอียดไม่มีพลังฤทธิ์ยากมากได้น้อยคนที่ตามนี้มีเหมือนกันแต่ทิศทางนี้มีเหมือนกันอาตมาเล่นมาจึงรู้จึงไม่ได้มาพูดให้ฟังมันมีผลที่ไม่น่าสรรเสริญไม่น่าส่งเสริมหรือ 1 ได้น้อยคนมีประโยชน์แก่คนน้อย 2 ยากลำบากได้ผลน้อยคนเพราะมันทำยากนี่แหละมันจึงมีผลได้น้อยคนคนทำได้น้อยไม่ว่าไม่ได้นะได้ 3 ไม่เที่ยงเป็นสังขารธรรมไม่ได้พึ่งอสังขตธรรมพระสังฆทานไม่ต้องไปสร้างไปปรุงอะไรมันเป็นศูนย์อยู่ง่ายมันถึงก็ถึงศูนย์เลยแล้วก็ถาวรง่ายไม่ต้องฟุ้งสร้างไม่ต้องใช้พลังฤทธิ์ไม่ต้องสะสมไอ้นี่ต้องใช้พลังฤทธิ์ต้องสะสมแล้วก็ต้องทำอยู่เสมอไม่ได้ปล่อยได้เป็นสังฆทานธรรมเป็นธรรมะที่ต้องปรุงสร้างให้มันฟุ้งสร้างให้มันไม่ทำเรื่องทำก็ไม่หวาดไหวจึงไม่เที่ยงไม่เที่ยงต้องทำอยู่เสมอเป็นสำคัญอยู่เสมอ 4 ไม่ ไม่จริงยังถือว่าเป็นมายาถือว่าเป็นอัตตาหรืออัตภาพถือว่าไม่จริงมันเป็นอนิจจังแล้วมันก็เป็นอัตราเป็นภาษาอนิจจังก็คือไม่จริงไม่เที่ยงไม่แท้แล้วอันนั้นมันอัดมันเป็นอัตรามันเป็นอนัตตามันไม่สูญเสียต่อไปได้ง่ายๆใครว่างแล้วก็ว่างไม่ต้องทำเอานี่ว่างมันปล่อยวางแล้วมันก็สบายไอ้นี่ต้องทำเอามันถึงจะมีฤทธิ์แรงรวมขึ้นมาใช้ซึ่งมันตรงกันข้ามกันอยู่ฟังให้ดีนะมีวิเคราะห์ลักษณะที่จะไปสร้างไปก่อแบบนี้แต่ว่าไม่มีมันก็ไม่จริงมันก็มี แต่มันไม่ดีถ้ามันมีผลเสียตามวิเคราะห์ให้ฟังง่ายๆที่จริงแล้วอาตมาเห็นง่ายผมได้เห็นง่ายแต่หลายคนเขาไม่รู้เขาไม่ถึงเขาไม่เข้าใจเขาก็ไม่รู้เรื่องเขาก็ไม่ทราบความจริงพวกนี้เขาก็ไปพยายามพากเพียรเอาวันนี้เขาได้เสพติดนี้อยู่เขาก็ได้รู้จุดเสพรู้สึกแสบเขาไปสร้างสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นเอาเพราะฉะนั้นฤทธิ์แรงที่เราเองจะกดข่มนั่นเองมันอยู่ในตัวนี้จะคมแล้วก็เราก็มีฤทธิ์แรงอันนี้ห้ามกลั้นแล้วก็เลยว่าห้ามกันที่จริงเขาไม่ได้สลายความหลงอุปาทานที่จะต้องหมดอัตราเขาไม่ได้สลายก็ไม่ได้เข้าใจด้วยปัญญาว่าร่างนั่งรวมนั่งสร้างอะไรอยู่ทำไมอย่างนี้เป็นเรื่องนี้อย่างนี้เป็นเรื่องนี้เขาไม่ได้ คำสัญญากำหนดรู้กำหนดเรียนกำหนดหมายจะไม่ต้องไปมีอะไรก็ลงมันก็มีอย่างนี้ทั้งนั้นแม้แต่อย่างที่กำลังพูดนี่ก็มีอย่างหนึ่งต้องไปนั่งสร้างเอาต้องไปนั่งหลบพี่ต้องไปนั่งไม่มีอะไรมากระแทกมากระเทือนจิตเราก็ข่มมันไว้ข่มมันไว้ลักษณะคำว่าของมันไว้นี่มีจริงมีจริงของผมจริงถ้าเขาไม่คมล่ะสัมผัสรับรู้ล่ะโอ้ยสู้ไม่ได้เพราะไม่มีปัญญารู้เท่าทันยถาโพธิญาณอย่าถามปูตะญาณทัศนะรู้ความจริงตามความเป็นจริงเข้าใจแล้วนี่โลกมันมีนี่มันมีไปกลัวมันทำไมเป็นหนีมันทำไมมันไม่มีฤทธิ์มีแรงเท่าเราเรามีฤทธิ์กว่าเราเหนือกว่าโลกก็คือโรคอะไรจะยิ่งใหญ่ยังไงจะเป็นลาบเป็นยศเป็นสรรเสริญเป็นโลกียสุขเราก็รู้เท่าทันเราไม่หลงไม่วิ่งตามไม่มากระแทกเราจนกระทั่งเรา มันมากระแทกเราด้วยไม่ใช่มันไม่มากระแทกมันกระแทกเข้าไปแล้วก็เฉยเฉยอย่างเดียวว่าไม่มีอะไรนี่เราก็เข้าใจมันมีแต่เราไม่มีแต่เราไม่มีความไหวหวั่นเราไม่มีความหวั่นไหวเราวิเวกสงบอยู่มันไม่เป็นลักษณะอย่างที่อธิบายอย่างนี้แต่มันเป็นลักษณะอีกอย่างหนึ่งมันไม่รู้มันกระแทกกระเทือนมันยั่วยวนจนกระทั่งจิตใจของตัวเองนี่ถูกโยนแล้วก็จะเกิดการไว้วันก็ไม่รู้ว่ามันไว้วันแล้วไว้วันอย่างน้อย 100 วันอย่างแรงจนทนไม่ได้แล้วก็พยายามกลบเกลื่อนพยายามหนักเข้าทนไม่ได้ก็ต้องหมุนเวียนกลับไปเขาไม่รู้เขาไม่ชัดเจนแล้วเขาก็ไม่อยู่เหนืออย่างเด็ดขาดทั้งรู้ทั้งมีอำนาจแข็งแรงไม่มีปัญหาอะไรสะเทือนไม่มีสะเทือนสะท้าน ยังไงก็ไม่สะเทือนสะท้านจริงๆมันไม่เหลืออย่างลักษณะอย่างที่ว่านี้นะอันนี้ก็อธิบายแนวลึกซึ่งอันนี้ไม่ได้มีไว้ในหนังสือนี้ก็อธิบายล้ำอธิบายแทรกจุดตึกแทนจุดลึกลงไปให้ฟังทีนี้มาอธิบายมาตั้งใจกลับมาใหม่หาร่างกายกายจิตอาทิอุปธินี่มันลึกเข้าไปเป็นระดับๆนะทีนี้ในบทเรียนในหนังสือนี่มันยังเป็นกายอยู่แล้วก็อธิบายในแนวตื้นแนวกว้างแนวระนาบนะไม่ได้แนวลึกเพราะฉะนั้นก็กลับมาตั้งใจฟังแนวระนาบใหม่ร่างกายอย่าวิเวกนั้นหมายความว่าอาการกายกรรมเมื่อกี้นี้บอกบรรยากาศนอกแล้วบอกว่าแม้จะป่าช้าช้า อะไรของเขาเป็นวิเวกเรายังไม่ทันวิเวกนะเราต้องมาพิสูจน์ว่าเราวิเวกไหมทีนี้ก็หันเข้ามาหาตัวเรากายวิเวกมาหาตัวตั้งแต่อาการกายกรรมอิริยาบถทางกายของคนโดยตรงทีเดียวไม่อยู่ในอาการเดือดร้อนไม่อยู่ในสภาพที่ดิ้นรนไม่มีลักษณะกระดกกระเด็นเก่งการกรีดกรายไม่เป็นอิริยาบถดีดดิ้นซัดส่ายไปมามากมายเหมือนชาวคฤหัสถ์เขาเป็นอยู่ไม่รุกรี้รุกรนสร้างซ่าไม่บ่งบอกถึงความร้อนใจและก็มิใช่จะตึกนะทีนี้ข้างนอกนี่มันซับสารมันกระจอกกระจายทีนี้เข้าไปหาข้างในมิใช่จะติด ฮับหดหู่ห่อเหี่ยวเรียวโรยหลบลี้นิลงั่งนั่งเด้องุ่มง่ามยามหยุดไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรสื่อภาษาให้คุณจะเป็นนักอักษรศาสตร์คุณต้องฟังภาษาคนนี้สื่อคุณจะรู้เลยว่ามันสอดคล้องเป็นลักษณะอีกอันนึงตรงกันข้ามกับเมื่อกี้ที่บอกว่ามันดิ้นรนกระดกกระเด็นเก้งก้างกรีดกรายดีดดิ้นซัดสายอะไรพวกนั้นมันเป็นสภาพ 2 สภาพที่ตรงกันข้ามกันใช่ไหมทีนี้คุณก็มาดูที่กายกรรมของคุณนี่มันเป็นยังไงบ้างถ้ามันเป็นอย่างกระดกกระเด็นกรีดกรายเก้งก้างซัดส่ายอะไรพวกนั้นมันก็เป็นสภาพที่ฟุ้งซ่านสภาพมันไม่สงบอยู่นั่นเองแต่ทีนี้มันสภาพที่ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] แต่เราเองเรารู้ในส่วนเกินหรือว่าจุดเกินไปอย่างนั้นด้วยความหมายที่ชัดแท้ก็คือถ้าเราไม่มี 2 อย่าง 2 ชนิดที่ได้เอาภาษาสื่อให้ฟังแล้วความหมายที่ชัดแท้ก็คือมีลักษณะทางกายกรรมไม่กระทำไม่มีบทบาทเหมือนอย่างกายกรรมของผู้มีโลภะโทสะโมหะหรือมีอาการกายกรรมที่ไม่บ่งบอกถึงความมีอารมณ์โลภะหรือโทสะหรือโมหะแม้จะทำการทำงานอยู่โดยอย่างใดอย่างไรก็ตามหรือจะหยุดนิ่งอยู่ก็ตามจะอยู่ในกลุ่มอยู่ๆในบ้านในคฤหาสน์หรืออยู่ในป่าช้าเขาถ้ำก็ตามก็ยังคงมีอากาศ เคลื่อนไหวอยู่อย่างหนักแรงเร็วก็สุภาพเยือกเย็นพอดีพองามเป็
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive