241015-3-142 ทางเอกภาค3-ตอน142(หน้า310)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 15 ตุลาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระเครื่องได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานพระประสงค์อารมณ์เรียนกันต่อนะตอนท่าเรือรายการแต่ท้ายที่สอนวันนี้มันก็จะถึงจะพูดถึงเหตุการณ์ปัจจุบันที่เรากำลังมีจิตมีอะไรต่ออะไรกันอยู่มีงานมีอะไรเนี่ยแล้วก็พวกเราที่ทำอะไรในประเทศไทยจะพูดนิดหน่อยให้รู้จุดอะไรต่ออะไรของเรากันบ้างแต่ตอนนี้จะขอเรียนบทเรียนที่เราเรียนกันอยู่เป็นประจำในตอนเช้าภาคเช้า ไปลำปางก่อนแล้วก็ได้บรรยายมาจนกระทั่งจะถึงอาสวักขยญาณและตอนนี้เป็นระดับสูงสุดก็ขออภัยที่ญาติโยมจำนวนมากที่มาในที่นี้ที่ไม่ๆๆก็อาจจะยากอ่ะแต่ว่าอาตมาตั้งใจจะอธิบายสรุปรวมพรุ่งนี้และจะขยายลงมาให้ถึงแม้ญาติโยมธรรมดาเนี่ยก็จะฟังออกจากฝั่งได้ขยายไปลึกในส่วนในอาตมาได้ขยายมาหลายชั้นแล้วก็จะรวมสภาพของธรรมะบั้นปลาย หรือแม้แต่เบื้องต้นให้ถึงกันให้ฟังละครจะสรุปรวมด้วยภาษาอธิบายเป็นพิสดารประกอบก็จะขออ่านอันสุดท้ายลงไปอีกในหน้า 310 ในหน้า 300 จะเริ่มต้นตั้งแต่คือตอนนี้เรารวมมาตั้งแต่ว่าอธิบายซ้อนซ้อนสอดซ้อนมันเป็นความสอดซ้อนของอภิญญาตั้งแต่ย้ำให้ฟังว่าวิชา 9 ประการอันมีตั้งแต่เช้าอยากจะชนะ 3 มโนมยิทธิ อิทธิวิธี 5 โสดทิพย์ 6 เจโตปริยญาณมีอีกหมวด 13 ข้อ 7 บุพเพนิวาสานุสติญาณ 8 จุตูปปาตญาณกล้าอาสวะขยะหมู่ 1 มันมีค่าเป็น 3 หมู่กับความสัมพันธ์ของอภิญญาหรือความสัมพันธ์ของวิชาทั้ง 9 ประการนี้มันยอมกันหมดตั้งแต่ต้องมีความรู้ว่าเราจะมีชาญจะต้องมีจิตเป็นชาญคือไม่มีนิวรณ์ไม่มีมันก็จะเสริมส่งลงไปอีกคือเราลดนี่วอนรถกิเลสกามพยาบาทหินนั้นมีพระ รู้จักกุกกุจจะและวิจิกิจฉาในขณะที่เราทำรถได้เราก็ต้องรู้เรียกว่าญาณทัศนะหรือวิปัสสนาญาณต้องรู้รู้จิตเรียกว่ารู้ปรมัตถ์รู้จิตเจตสิกรูปต่างๆรู้อาการอย่างนี้เป็นกามกามอยากความละเอียดอะไรก็รู้รู้พยาบ
อ่านต่อ
าลอาจจะมีอาการอย่างนี้เป็นพยาบาลการรู้อาการรู้ลิงข้ารู้นิมิตรู้อุเทนนี่เรียกว่ารูปส่วนตัวที่รู้นั่นแหละว่าน้ำจิตของเราเองเป็นตัวรู้เป็นมีนามเป็นนามรู้หยั่งรู้ได้จริงๆมันไม่มีรูปวิญญาณนางอนัตตาว่ามันสรีรางมโนอัสรีจิตมันไม่มีตัวไม่มีตนมันไม่มีรูปไม่มีโฉมนี่เป็นอย่าให้ ร้านแย้งกันอย่าไปปั้นจิตมาเล่นนั่งหลับตาขับรถไปปั่นจิตเห็นตัวเห็นโฉมเห็นรูปเห็นร่างเห็นเหมือนก็ยังกล้าดินน้ำไฟลมมันไม่ใช่ไอ้นั่นมันตลกแล้วไหนๆมันโกหกน่ะมันเป็นมโนมัยอัตตาเป็นอัตตาที่ปั่นขึ้นสร้างขึ้นซึ่งเดี๋ยวนี้ศาสนากำลังหลงทางมากไปสร้างมโนภาพทั้งเมืองซึ่งมันไม่ใช่นรกไม่มีที่อื่นนรกมันมีอยู่ที่อาศัยของจิตนรกเป็นองค์ประกอบของจิตสวรรค์เป็นองค์ประกอบของจิตมีจริงอัตรามีจริงสำหรับคนที่ยังทำตัวเองยังไม่หลุดพ้นจะมีอัตรา ตาจะมีอัตรามีจริงแต่ผู้บรรลุอริยะแล้วบรรลุอรหันต์แล้วทำลายอัตตาเป็นอนัตตาไม่ทำลายไม่หมดอันตรายไม่หมดผู้นั้นไม่ทำลายด้วยสามารถไม่ล้างให้หมดไม่เข้าใจว่าอัตราคืออะไรจับอัตราของตัวเองไม่ได้แล้วไม่ทำลายลงด้วยฝีมือด้วยความสามารถของเราให้หมดสิ้นเป็นอันนั้นตาไม่ได้เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าจะอธิบายซ้อนออกไปอีกก็จะต้องมีปัญญารู้ซ้อนมีวิปัสสนาญาณหรือมีญาณทัศนะและก็มีกำลังเรียกว่ามโนมยิทธิมีความสามารถ จิตแจงมโนอัดอิทธิพลฤทธิ์เดชหรือความเก่งความสามารถที่จะทำให้อัตราทั้งหลายแหล่หรือกิเลสต่างๆอัตรากิเลสนี่เป็นอัตรากิเลสที่อัตราไม่เป็นกิเลสก็มีอรหัตตาก็เรียกว่าอรหัตผลรหัสตาก็เป็นตัวเก่งด้วยแต่ว่าอัตราที่เป็นกิเลสนี่ต้องรู้มันชัดเจนตรงแยกแบ่งออกชัดมีสมโภชจงมีธรรมเอาวิจัยสมโภชจงหามีความตรัสรู้ในการวิจัยออกชัดเด่นแล้วก็ลบอัตรามีกำลังรู้และทำให้มันสนรู้แล้วมีอิทธิพลที่วิธีเราจะหาวิธี ใครมาทำร้ายทำลายอัตตานี้ให้มันจางใครให้มันตัดสูทให้มันตายสนิทให้มันนิโรธให้มันนิพพานให้มันมีมดก็จะต้องมีวิธีของใครของมันวิธีพวกนี้ไม่เหมือนกับวิธีทางโลกเป็นวิธีทางธรรมโดยเฉพาะเป็นวิธีการของเราของใครของมันอาจจะไม่เหมือนกันอาจจะไม่ตรงกันอาจจะมีวิธีกันคนละแง่คนละเรื่องคนละกะโรบายก็ไม่แน่นะมีวิธีต่างๆที่วิธีและเราก็จะรู้ซ้อนลงไปอีกแม้ในขณะปฏิบัติเป็นสัมมนาองค์ 8 ทุกเวลาเป็นสติปัฏฐานมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมวิจัยทำวิจัยตนวิจัยกายเวทนาจิตธรรมอยู่ตลอดเวลาถ้าไปสัมผัสด้วย 6 เราก็จะรู้ กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแสดงออกอยู่ต่อไปโดยตลอดเวลาเราก็รู้กายกรรมอย่างนี้ไม่ค่อยเหมาะแล้วไม่ซ้ำมาวจีกรรมอย่างนี้ไม่ซ้ำมาแล้วมันเป็นมิตรชาววาจาเราจะรู้เท่าทันเลยไม่โสดทิพย์โสดทิพย์นี่คือรู้สิ่งสองรู้ส่วน 2 ที่ร่วมกับกำนั้นกายกรรมออกไปก็มีจิตเป็นผู้กำหนดเป็นผู้ที่ต้องการเพราะจิตเป็นประธานสิ่งทั้งปวงมโนมโนปุพพังขมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาจิตเป็นตัวบงการทุกอย่างเป็นประธานสิ่งทั้งปวงเพราะฉะนั้นกายกรรมมันก็มาจากจิตวจีกรรมมันก็มาจากจิตเราจะตามรู้ว่ากี่กรรมของเราไม่จริงเป็นอย่างนี้มันดีหรือไม่เราจะฟัง เราก็จะสะดุดของเราเองยังไม่ค่อยดีพูดออกไปแล้วมันก็ไปกระทบสัมผัสมุงกลุ่มฟังอยู่เราก็ดูผลสะท้อนของแม่เดี๋ยวนี้เราจะต้องมีปัญญารู้ผลสะท้อนแม้แต่กิริยาการกระทบสัมผัสแล้วผลสะท้อนมาเป็นยังไงดีไม่ดีแล้วจะต้องรู้สึกเดี๋ยวนี้แล้วเราก็จะรู้ว่ามันมาจากจิตตัวอะไรของเราถ้าจิตของเราเป็นโทสะมูลเป็นโลหะเป็นโลภะมูลอะไรเราก็จะต้องลดละมันเป็นกามหรือเป็นพยาบาทอยู่ต้องลดต้องละหรือมันเป็นเศษของอุปกิเลสอะไรน่ะมันจะเป็นวิชาวิศวะโลภะมันจะเป็นพยาบาทมันเป็นโกธะมันจะเป็นอุปสรรคอย่างไรไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาเป็นวัชรต่างๆ กิเลสทั้งหมดทั้ง 16 ตามทั้ง 10 ก็ตามแม้มันจะเป็นมานะอติมานะหรือมันมะทะหรือมันประมาทพระเราก็จะรู้มันโดยไม่ใช่ภาษาแต่จะรู้ด้วยความจริงของสิ่งเหล่านี้มีอาการมีสภาพที่ถูกรู้ได้เลยว่ารูปสภาพที่ถูกรู้ได้เลยว่ารูปมันเป็นของละเอียดสุขุมประณีตผู้มีธรรมมาจากสุขที่ได้ศึกษาธรรมะจริงรู้จริงเท่านั้นจับได้ของตัวเองจับตัวมันได้แต่มันไม่มีตัวตนหรอกแต่จับตัวมันได้เราจึงจะฆ่ามันได้จับตัวมันไม่ได้หรอกค่ามันไม่ได้เราจับตัวไม่ได้ข้ามไม่ได้ตำรวจจับไอ้โจรไม่ได้จะเอาโจรไอ้โจรมาลงโทษไม่ได้ฉันใด เราจับตัวกิเลสแล้วจับตัวอุปกิเลสและจับตัวอาการสิ่งที่เป็นรูปต่างๆพวกนี้ไม่ถูกแล้วอย่าไปดับมันมันโมเมศาสนาพุทธแจ้งชัดจับได้ก็ดับได้ไม่ต้องมีโสดทิพย์รู้กายกรรมแล้วก็รู้สิ่งที่ประกอบเรียกว่าทั้งรูปและนามกายกรรมออกไปอย่างนี้มีนามธรรมบริสุทธิ์หรือเปล่าเพราะจีกรรมพูดออกไปแบบนี้บริจาคหรือเปล่าเหมาะหรือยังอาจจะมีเจตนาเรามีความปรารถนาดีมีอาการขาไว้จอนมีอิจฉาวัดจรที่จะประกอบกับกรรมประกอบกับวาจาประกอบกับกายกรรมก็ได้มีเจตนาดีซึ่งไม่เป็นกิเลสแล้วก็จะรู้สิ่งเหล่านี้เราจะคิดบ้างเราจะพูดบ้างมันก็ไม่มี กิเลสอะไรประกอบละงดเว้นสิ่งที่มันเป็นทุจริตต่างๆหรือมิจฉาต่างๆวิชาทั้งกะปะก็ไม่มีมิจฉาวาจาก็ไม่มีมิจฉากัมมันตะเราก็ไม่ให้มีอาการของมิจฉากัมมันตะเป็นอย่างไรหยาบความละเอียดเป็นอย่างไรอาจารย์มิจฉาของวาจา 3 เป็นอย่างไรบ้างวาจา 4 เป็นอย่างไรหยาบรายละเอียดอย่างไรรู้ละเอียดรู้ตั้งแต่อย่าไปจนถึงละเอียดรู้แล้วก็อยากให้มีดับค่าและจะต้องรู้มันตามออกมาอยู่เรื่อยแหละถ้ามันยังไม่หมดเราก็จะต้องรู้ให้ได้มันเป็นจิตดีสุดๆและเป็นอนุภาคคือไม่มีแล้วเป็นอนัตตาจิตเราก็จะได้รู้ของเราหรือมันยังมันยังไม่หมด แต่มันก็ดีแล้วล่ะตบแต่ว่าวันดีกว่านี้ยังมีอีกเป็นสักอุตรดิตเราก็จะต้องรู้แม้ที่สุดเรากำลังทำงานจิตพวกนี้เป็นอนุธิดาก็ว่างอยู่ไม่มีประโยชน์ว่างไม่มีคุณค่าว่างไม่ดีกว่านี้มันมีดีกว่านี้อีกสมาธิถึงขั้นสมาธิแบบสมาธิตั้งสมาธิจะเราก็ทำจิตของเราให้แข็งแรงมีสว่างให้ตะมีกิริยามีอะไรที่เป็นสมาดีมากองค์ 8 ของมนุษย์การประพฤติธรรมะของพระพุทธเจ้ามรรคคืออริยมรรคองค์ 8 สร้างสมาธิด้วยการรู้ถูกต้องไปสัมมาทิฏฐิคิดนึกก็ได้พูดก็ได้สมาธิไม่ใช่ไม่พูดไม่ใช่ใบใบแต่ต้องพูดจึงจะมีประโยชน์ถึงจะเป็นสมาธิตั้งจิตด้วยจึงจะมีประโยชน์พูด เวลาพูดก็พูดแต่มีสมาธิมีสมาธิตั้งการงานทำเป็นสัมมากัมมันตะแต่มีสมาธิมีสมาธิตั้งเป็นฌานเป็นสมาธิไม่มีกิเลสแม้พูดอยู่ก็บริสุทธิ์อยู่แม้คิดอยู่กับปัญหาอยู่สมาธิอัปปนาพยายามปันนาจิตอาสาอภินิเป็นชาในหวั่นไหวอยู่ทีเดียวคิดก็ได้ก็ไม่หวั่นไหวพูดก็ได้ไม่หวั่นไหวกายกรรมทำไปได้ก็ไม่ได้หวั่นไหวกระทบแล้วกระทบกับเพื่อนกับฝูงกระทบกับหมู่หมู่กระทบแล้วก็มาหาเราอีกสะท้อนมาหาเราอีกอย่างแรงด้วยเราก็ไม่กระเทือนกลับแล้วเราก็ยังมีปัญญาสอดส่องอ่านอ่านความจริงวิจัยมีสติสัมปชัญญะวิจัยสมโภชจงโดยเฉพาะมีธรรมะวิจัยเฉพาะ เห็นยังเข้าใจอยู่ว่าเป็นสัมมาทิฏฐิไม่ได้เป็นมิจฉาเลยแม้ในทางในยึดถังหัตถ์แม้ในกรรมกรรมทุกอย่างก็เป็นสุตตะอยู่เป็นสุตตะกัมมังแม้จะเป็นพลังวิบากก็เป็นคนละวิบากก็เป็นผลไม้ที่เป็นกุศลและผลกุศลวิบากอือรู้ชัดเลยแม้ปัจจุบันนี้หรือจะเป็นต่อไปในอนาคตเป็นโลกนี้โลกหน้าเป็นอย่างโลโก้โปโลโลโกรู้ชัดรู้แจ้งรู้ว่าเรากำลังทำหน้าที่มาตาหรือปิดตาแล้วก็รองรับทำหน้าที่แม่และทำหน้าที่พ่อรู้แล้วกำลังรู้ถึงโอปปาติกะเพราะเรามีฐานจริงเมื่อฐานสูงก็จะเป็นถึงขั้นอนา สามีนี่ก็จะรู้โอปปาติกะต่างๆและจัดแจงโอปปาติกะต่างๆปรับสเตอโอปปาอุปปาทะวะยะธัมมิโน โดยธาตุรู้อันวิเศษของเราถ้ารู้อันวิเศษนี้ทำงานเพื่อโลกทำงานเพื่อมนุษย์ชนเราไม่ได้มีตัวมีตนเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเพื่อตนอะไรทำเพื่อคนอื่นรู้จริงๆเลยในสัมมาทิฏฐิ 10 เราเป็นสมณพราหมณสัมมัตตะสัมมาปฏิปทารู้โลกนี้โลกหน้าเยอรมันชะโดกลางปรัชญาอภิญญาเรารู้ได้โดยตัวเราเองจะยังอภิญญาอภิญญาต่างๆเรามีเรารู้สัตว์จิตจักรวาลแจ้งชัดเรารู้เราเห็นแจ้งอยู่บนเวทีแล้วก็กระจายให้ผู้อื่นรู้ประกาศให้ผู้อื่นรู้ทำให้ผู้อื่นรู้ตามได้เราเป็นสมณะจริงๆสมณะมีอยู่แสดงความเป็นสมณะอยู่ชัดแจ้งมีสมาธิทั้ง 10 ถูกต้องไม่เป็นมิจฉาทิฐิแม้ส่วนหยาบกร่างละเอียดทำให้ลงตัวเป็นสัมมาเหมาะมีสัมมาญาณมีสัมมาวาจาทำอย่างมากเป็นสัมมาอาชีพมีความพยายามอย่างถูกต้องอยู่ให้เป็นสัมมาเสมอมีสติให้ตรงอยู่เป็นสัมมาสติเสมอสติได้เจตนาตรงสัมมาทิฏฐิสัมมาทิฏฐิเป็นความรู้เป็นญาณทัศนะวิเศษมันจะเป็นประธานเพราะว่าสมาชิกที่เป็นประธานสัมมาวายามะสัมมาสติคำประกอบช่วยกันทำงานอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ทุกข์อย่างตรงมีอาการมีสภาพเพราะเรารู้เจโตปริยญาณเรามีบุพเพนิวาสานุสติญาณเสมอบุพเพนิวาสานุสติญาณไม่ต้องเป็นนั่งหลับตาแล้วก็ระลึกชาติไปถึงปางไหนๆอะไรอย่างนั้นยังไม่เก่งเก่ง สุดพูดออกไปเดี๋ยวนี้ตกเป็นคำพูดเดี๋ยวนี้พอพูดปั๊บตกลงไปเป็นอดีตแม้แต่ในวินาทีนี้เราก็ระลึกย้อนเก็บมารู้ได้เดี๋ยวนี้เราพูดไปเมื่อกี้นี้มันกุศลหรืออกุศลมันมีสิทธิ์อะไรร่วมเข้าไปด้วยมีบุพเพนิวาสานุสติญาณเพราะเรามีฌานอันเก่งเรียกว่ามีมุทุพูดแต่มุทุภูตะเรามีวิญญาณนางเก่งเลยว่าวิญญาณอันแววไวอ่อนละเอียดสุขุมประณีตเก่งแววไวสามารถที่จะทำงานซ้อนปั๊บปั๊บพูดไปปั๊บแล้วก็รู้คำพูดกายกรรมที่เราทำออกไปปั๊บเราเห็นกายกรรมของเรารู้กายกรรมของเรามีธรรมะวิจัยสมโภชจงอางเก่งมีความแววไวของกรรมมันยะเราจึงจะปรับการงานปรับกรรมกรรมมันมี สลวยได้ดีงามทุกทีไปเพราะเรารู้ซ้อนอย่างนี้มีมุทุปูเต๊ะเราก็จะพูดที่เป็นการงานแล้วแม้เราจะทำการงานอะไรอื่นๆจะจับจะยกจะแบกจะหามจะแสดงกายกรรมออกมาแม้มือแม่หม้ายนี่เป็นกายกรรมเราก็จะต้องรู้ว่าเราแสดงนี้เหมาะสมไหมมันจึงจะเป็นสัมมากัมมันตะสัมมาวาจาทำส่วนมากจึงจะเป็นสัมมาอาชีวะนี่เป็นหลักปฏิบัติของศาสนาพุทธปฏิบัติโดยสัมมาอริยมรรคองค์ 8 เป็นทางปฏิบัติสมาธิจะเกิดสมาธิได้หรือมักองค์ 7 มันซ้อนเห็นไหมเพราะฉะนั้นการปฏิบัติสมาธิทุกวันนี้ไปเอาอย่างฤาษีซึ่งง่ายๆเหมือนสมัยโลกแบนคำนวณพระอาทิตย์อยู่ที่เดิมมันก็ง่ายๆอย่างงั้นแต่ สมัยโลกกลมแล้วเรารู้ว่าโลกก็เดินหมุนไม่ได้อยู่กับที่คำนวนละเอียดขึ้นอีกยากขึ้นกว่าเก่าหน่อยละมันยากและโลกไม่อยู่กับที่นี่จับตัวตายมันก็ง่ายๆแต่ตอนนี้โลกมันเคลื่อนที่แล้วโรคลมด้วยและโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยรอบตัวเองด้วยย่าก็โลกแบนอยู่กับที่ด้วยสมัยโบราณเราก็นึกว่าโลกอยู่กับที่นึกว่าพระอาทิตย์อยู่กับที่นึกว่าโลกแบนนึกว่าพระอาทิตย์อยู่กับที่สมัยรู้หมดโลกกลมโลกก็หมุนรอบตัวโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ในจักรวาลในกาแล็กซีในหมู่สุริยะจักรวาลนี้ยังไม่หมุนรอบไปไม่รู้กี่ชั้นชั้นเดียวกันเราจะรู้ซ้อนกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราหมดมีหมดทุกตัวมีจิตอันเป็น ฌานไปนั่งหลับตาแล้วก็เป็นฌานจะไปเก่งอะไรลืมตานี่มีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมก็มีฌานแล้วก็ทำงานได้ด้วยสามารถที่จะมีมุทุแต่มีจิตอันแวววายซ้อนรู้จึงจะเหมาะกับการงานกำมะหยี่เขาแปลในพระไตรปิฎกและจิตอ่อนหมดแต่อ่อนๆบ่ได้ก็เปาะแปะอยู่ตรงนั้นอ่อนๆมันต้องแข็งแรงไม่อ่อนอ่อนทำงานไม่ได้ปฏิบัติธรรมไม่ได้ปฏิบัติธรรมได้ฌานจะต้องมีประสิทธิภาพมีสมรรถนะอันเก่งสามารถรู้เท่าทันมีมุทุแววไวและมีกรรมมันยากกรรมมันยากคือการ งานทำได้สละสลวยทำแรงงานจนดีแล้วมันก็จะงามไปมันก็จะขจรขจายไปบรรลือไปเรียกว่าปภัสราสะอาดผุดผ่องบริสุทธิ์ปริสุทโธท้าตาประโยชน์ทาตะขาวผ่องแม้จะคิดแม้จะทำแม้จะอะไรก็ยังไม่เปื้อนยังขาวผ่องไม่เลอะไม่รกไม่แปดเปื้อนไม่หม่นหมองไปด้วยกิเลสไม่มีทุเรียนกิเลสเข้าผสมต้องให้สะอาดอย่างงั้นประโยชน์ทาตาแม้จะเอาอะไรมาประกอบแม้อาจจะเอาอะไรมาปรุงร่วมก็ไม่มีกิเลสเข้าไปปรุงร่วมมีแต่ความบริสุทธิ์ประโยชน์ทาตาขาวผ่องอยู่เรื่อยๆเพราะจิตของเราแวววายเพราะจิตของเรามีประสิทธิภาพมีอภิญญามีมโนมยิทธิ มีญาณทัศนะวิเศษอันแสนละเอียดอ่อนสุดคุ้มจึงทำได้จริงๆฟังให้ดีนะนี่สรุปพวกนี้เนี่ยไม่ใช่เรื่องเล่นนะใครไม่มีรากฐานมาฟังตรงนี้ก็ขออภัยก่อนตอนนี้มันเป็นเรื่องสุดท้ายมันเป็นเรื่องที่เราทำติดต่อกันมาฟังไปก่อนบางทีจะฟังแต่ภาษาถ้าใครเรียนที่อื่นมาก็อาจจะรู้ภาษาที่พูดนี้บ้างเรียนท่องเรียนจำเรียนผู้เรียนบ่นหรือเรียนเข้าใจไปอีกความหมายนึงก็ฟังดูอาจจะแปลกพลิกล็อคตีลังกาไม่ตรงกันแต่ก็ฟังดูนะมันสัมมารีมรรคองค์ 8 นี่เราไม่ได้ปฏิบัติผิดเลยเราไม่ได้ไปเรียนแม้แต่สมาธิก็ไปเอานั่งในองค์ 8 หรือองค์ทั้ง 7 ไม่มีบอกว่าเอาสมาธิสร้างสมาธิด้วยการนั่งไม่มีมีแต่มีใครอยู่รู้ความเห็นให้รู้การคิดให้ การพูดให้รู้การกระทำงานให้รู้อาชีพให้รู้ความพยายามให้รู้สติองค์ทั้ง 7 ที่เป็นองค์ประกอบของสัมมาสมาธิอันเป็นอริยะหรืออริยสัจมาสมาธิไม่ได้บอกว่าให้ไปนั่งทำสมาธิไม่มีศาสนาพุทธไม่มีสอนว่าให้เป็นนั่งทำสมาธิเป็นหลับตาทำสมาธิไม่มีสมาธิของพระพุทธเจ้าเกิดด้วยองค์ 7 ของมักอย่างนี้ตามที่พระพุทธเจ้ายืนยันในมหาจักรีวงศ์ว่างๆแล้วจะให้มีสมาธิก็เรียนได้ง่ายกว่ารู้ง่ายกว่า แต่นั่งไปนานๆยากกว่าเพราะว่ามันจะตกฐานเพราะว่าตัณหาหรือภาวะภพก็ต้องศึกษาทั้งสองฝ่ายพระพุทธเจ้าก็ยืนยันว่าถ้ามานั่งทำอยู่เฉยๆก็ระวังระมัดระวังอย่างหนึ่งซึ่งก็พาทำอยู่แล้วเป็นเกย์ตัวสมถะคือมานั่งตื่นในความนิ่งในความหยุดตื่นอยู่ในความหยุดถึงเรียกว่าฝึกชาญาไม่โยคะหรือฝึกสมาธิแท้สมถะแปลว่าความตื่นเหมือนกันแต่มาตัดคือสงบให้ตื่นอยู่เป็นพุทธเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสแม้มันจะมีช่องทางในการที่จะดีรับตกที่ฟุ้งซ่านง่ายๆก็จะต้องศึกษาประกอบกันอุปการะต่างๆดังเคยจำๆมาแล้วเมื่อ เรามีทั้งความรู้สอดร้อยต่างๆนานาว่าเราทำอะไรทำไปจนกระทั่งจิตเป็นชาญเป็นอุเบกขาฐานอุเบกขาก็จะต้องมีลักษณะ 5 ดังกล่าวแล้วมีปริศนาปริญญาตราวิมุตทุกคำบรรยายและประภัสราดังกล่าวจริงๆรู้อาการรู้ความหมายเข้าใจสภาวธรรมสภาวะอย่างนี้เรียกว่าประภัสราสภาวะอย่างนี้เรียกว่ากรรมมันยาสภาวะอย่างนี้เรียกว่ามุทุแววไวก็เข้าใจจริงๆไม่ใช่มีแต่ปากท่องเราจึงจะปฏิบัติธรรมะได้ลึกซึ้งละเอียดสุขุมและก็ปฏิบัติไปตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไปปฏิบัติจึงจะแค่วันหนึ่งชั่วโมง 2 ชั่วโมงมันจะไปทันกินอะไรกิเลสมันมาตลอดทุกเวลาทุกขณะแล้วก็เพราะว่าเราไม่เก่งอย่างนี้ มีทางที่จะได้เป็นพระอรหันต์ไม่มีจริงๆไม่มีทางได้เป็นพระอรหันต์ทำไมรู้อย่างนี้ไม่ละเอียดละออไม่ได้ต้องรู้ด้วยตนปัจจุบันเวทิตัพโพวิญญูหิไม่ใช่คนอื่นมารู้ด้วยเราเราเป็นคนรู้เราเป็นคนฝึกเราเป็นคนทำพระอรหันต์ของพระพุทธเจ้ามีฌานทุกองค์ไม่มีฌานไม่ได้ไม่มีฌานได้เหรอชาญมันก็แค่นิวรณ์ 5 เป็นการกำหนดหมายวันนี้วอ 5 ยังไม่หมดก็จะไปเป็นพระอรหันต์ได้ยังไงหลับตาถึงจะเป็นฌานลืมตาไม่เป็นฌานเอ้าลืมตาไม่เป็นอรหันต์เป็นอรหันต์ตอนหลับตาเท่านั้นไม่มีกิเลสตอนหลับตาพอลืมตาไม่มีมีกิเลสนิวรณ์ให้ไปเป็นฝรั่งได้ไงนี่มันซ้อนมันตลกทุกวันนี้สอนก็สับสนหมดพระอรหันต์ มีฌานก็มีไม่มีชาญก็มีมีที่ไหนบ้างไม่ได้ไปนั่งกำหนดหลับตาเอาเป็นฌานตัดทวาร 5 เป็นฌานไม่ใช่ไอ้นั่นอธิบายเสืออธิบายเพี้ยนความหมายไม่ได้อยู่ที่นั่งหลับตาแล้วก็ตัดทวาร 5 ไม่รับรู้สึกในทวาร 5 นั่นมันคนหลับมันก็นอนคนเวลานอนนี่ไม่รู้สึกในทวาร 5 ตาหูจมูกลิ้นกายไม่รู้เรื่องในคนหลับไม่ใช่คนมีฌานมันเพี้ยนอย่างเงี้ยชายไม่ได้หมายเอาการไม่รู้ทวาร 5 เป็นหลักเอาสิ่งที่ไม่เป็นกิเลสนิวรณ์เป็นเครื่องอธิบายว่าเป็นการมีการเพ่งและเผาเรียกว่าฌานเพ่งรู้ในจิตตนแล้วก็พยายามทำออกอยู่เป็นชั้น 1 ทำไป ตายจริงๆเห็นผลได้ผลดีเรียกว่าฌาน 2 เรื่องมิติสงบลงไปพอสมควรเลยว่าฉัน 3 เรียกว่าเป็นสุขเป็นความสงบเป็นความว่างสุขอย่างสงบสุขอุปสงค์สุขสงบสุขระงับเป็นภาษาที่เป็นอุปสโมเป็นความสงบบูมก็แปลว่าสงบสุขปกติก็แปลว่าสงบสุขที่เกิดแต่ความสงบเรียกว่าสุขของฌาน 3 อุเบกขาฐานเป็นฌาน 4 หลักมันอย่างนี้แล้วเราก็ต้องอ่านจริงฝึกตลอดเวลาจริงๆได้เป็นทานแล้วเราก็จะได้ปฏิบัติอภิญญาเพราะชาญเป็นฐานของอภิญญาไม่มีฌานมีอภิญญาไม่ได้อภิญญาเกิดตามฌานเกิดหลังฌานมีฌานจึงจะเกิดอภิญญา ไม่มีชาญเกิดอภิญญายังไงเกิดอภิญญาได้เพราะชาญเกิดฌานแล้วก็เกิดวิชาอีก 8 ฌานเป็นวิชาที่ 1 จึงมีวิชา 9 ประการเคยเรียนมาแต่วิชา 8 ประการมาเรียนที่อโศกนี้มีวิชา 9 ประการฌานเป็นวิชาที่ 1 ฌานต้องมีปัญญาชานั่งหลับตับตัดดับไปไม่รู้เรื่องไม่ได้ชาติต้องมีสติอยู่เสมอฉันต้องรู้เนื้อรู้ตัวต้องมีสติมี Store แม้ลมหายใจเข้าแม้ลมหายใจออกอยู่ยังไม่ตายเน่า Store อัศจรรย์ต้องมีสติอยู่ต้องลมหายใจเข้าลมหายใจออกจริงๆแล้วเราก็ปฏิบัติสะสมเอาจนถึงอาสวักขยญาณอภิญญามีบุ บาร์ 3 มิติที่อธิบายให้ฟังนี่ต้องเข้าใจให้ดีเป็นปัจจุบันนะทำเท่าไหร่ยิ่งดีบุพเพนิวาสานุสติญาณถ้าเป็นปัจจุบันก็เป็นวิปัสสนาธุระทำได้ถึงขนาดที่เป็นวิปัสสนาธุระเพราะระลึกย้อนเดี๋ยวนี้แม้จะตกเป็นอดีตเดี๋ยวนี้พูดจบไปปั๊บมันเป็นอดีตแล้วแล้วเราก็ยังระลึกย้อนมีอนุสสติตามอนุสตินี่แปลว่าตามรู้ตามมีสติตามจับก็เก็บเกิดญาณเกิดรู้ว่าโอ้คำพูดไปเมื่อกี้นี้ไม่เหมาะนะแก้ต้องแก้แก้อีกเพราะฉะนั้นเราจะแก้คำพูดใหม่ที่จะเปิดเปิดตามไปเนี่ยเราจะแก้อะไรจะปรับมันจึงจะพอเหมาะได้เพราะฉะนั้นสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะเกิดจากการปรับอยู่อย่างนี้ตลอดเวลามันไม่เที่ยงบรรยากาศอาจจะแปรปรวนแล้วจิตของเขาเนี่ยพูด ไปประเดี๋ยว 15 ประโยค 10 ประโยคจิตใจเปลี่ยนไปแล้วคนฟังในจิตเปลี่ยนก็ต้องแก้อ๋อก็พูดอย่างนี้ตอนนี้ชักจะโกรธกันมากแล้วโกรธกันมากแล้วเขาจะพูดอยู่ในระดับคำพูดที่เคยพูดวู่วามนี้ไม่ใช่วู่วามพูดแข็งพูดอะไรไม่ได้เดี๋ยวพังเอารถหน่อยหรี่หน่อยจะต้องรู้บรรยากาศตลอดเวลาเราจะต้องมีฌานมีญาณเราจะต้องหยั่งรู้อยู่ตลอดเวลารู้บุคคลอื่นรู้ตนเองถ้าเราเก่งมากเราก็จะรู้บุคคลอื่นด้วยสอดแทรกอยู่จึงจะทำงานการเป็นกรรมกรในการงานทำการงานเป็นมหาโพธิทำการงานมีประโยชน์ยิ่งประโยชน์ใหญ่ไม่เช่นนั้นไม่เหมาะแก่การงานเราจะต้องรู้ปรากฏการณ์ทั้งหมดเป็นปรากฏการณ์อย่างรู้ตนเองอย่างรู้มองเห็นทั้งตน ทั้งผู้อื่นเรียกว่าปลาตัวภูตะมีวิญญาณอันเห็นอันปรากฏที่มองเห็นทั้งวิญญาณมองเห็นสภาพของภูเขาพูดหรือปูตะพูดของเราพูดของผู้อื่นวิญญาณของเราวิญญาณของผู้อื่นมองรู้แต่ว่าปลาตกปลาตกแล้วก็มองเห็นปรากฏแปลว่าปรากฏมีปรากฏมีปรากฏมีปรากฏการณ์เห็นในปรากฏการณ์ต่างๆมองเห็นเกิดเป็นอภิญญาทั้งนั้นเมื่อผู้ใดมีความสุขพูดตามจึงจะทำงานได้เป็นมหาโตยไม่ใช่ธรรมไม่ใช่เล่นๆนะต้องฝึกมากมันถึงจะเป็นไปได้เมื่อเราทำได้หมดบุพเพนิวาสานุสติญาณก็ดีแล้วก็รู้ความเกิดความดับตอนนี้บรรยากาศไม่ดี อากาศเกิดเห็นเลยว่าบรรยากาศไม่ดีจู่ๆปาตานีญาณทัศนะที่เก่งรู้ความเกิดความดับของสิ่งที่เป็นอรูปเป็นรูปเป็นนามธรรมเป็นสิ่งที่คนตาธรรมดารู้ไม่ได้ง่ายๆต้องตาทิพย์จริงๆต้องมีญาณวิเศษดูรู้บรรยากาศเสมอจึงเรียกว่าจู่ๆผ้าป่าให้ยิ่งกิเลสในตัวเรามีอย่างอ่อนอย่างกลางอย่างละเอียดอะไรเราก็ยิ่งรู้ชัดเรายิ่งรู้ลึกซึ้งถ้ายิ่งกิเลสของตัวเองในจิตในใจแต่สิ่งของเรายิ่งรู้ชัดแล้วอยากรู้ของตัวเองตรวจของตัวเองเนี่ยสำคัญเป็นอัตตัญญุตารู้ตนรู้ทั้งบรรยากาศของคนอื่นรู้ทั้งฤทธิ์แรงของเราเองขณะนี้เราอยู่ห้อมล้อมด้วยบริษัทด้วยหมู่กลุ่มเรามีความยอมรับเท่าไหร่จะแสดงได้มากเท่าไหร่ควรจะแสดงฤทธิ์ได้มากเท่าไหร่ ปิดอันนี้ไม่ใช่ฤทธิ์เดรัจฉานวิชาจารีตเป็นพุทธบูชาเป็นอภิญญาของพระพุทธเจ้าเป็นวิชาของพระพุทธเจ้าแสดงได้ควรเท่าไหร่เราจะได้ปรับได้เหมาะสมมีการประมาณแม้ว่าเราจะมีวิชามากก็ไม่ใช่จะเอาวิชามากแสดงเล่นเละๆเท่ๆไปไม่เหมาะแก่การละไม่เหมาะแก่ฐานะเทศะไม่ใช่แสดงให้เหมาะสมคนที่ไม่ควรจะแสดงก็อย่าไปแสดงสิ่งที่มันเกินแรงเกินไปเรียกเขาต้องรู้เวลาลูกกาละอะไรพวกนี้แล้วต้องมีสรรพคุณทาง 7 ประการที่แท้เราจึงจะทำงานได้เหมาะสมได้มีผลประโยชน์ใหญ่จริงๆผู้ที่รู้จิตจริงอย่างถึงแก่นรู้ความเกิดแม้อาสวะอนุสัยส่วนเหลือรู้ชัด พยายามมีผลรอบในอาสวักขยญาณอาสวะไม่เหลือมีญาณรู้อาสวะก็สิ้นอยู่ชินอยู่เห็นอยู่รู้อยู่เป็นความดับสนิทเป็นความหมดจิตส่วนตนไม่มีที่จะต้องทำอีกแล้วก็เห็นอยู่ว่าเราเองเราไม่มีอาสวะไม่มีอาสวะมีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอยู่อย่างไรอย่างไรก็ไม่มีอาสวะไม่มีอาสวะเห็นอยู่รู้อยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวมีฌานนั้นโตไป Store มีฮาติเห็นอยู่เลยเห็นจิตของเราไม่มีอาสวะไม่ใช่อาสวะสิ้นหนอเกลี้ยงหนอสะอาดนอนิโรธอยู่น้อตรวจเดี๋ยวนี้ก็เห็นเดี๋ยวนี้ดูใจดูจิตของตัวเองมีมุทุมีความไวที่จะตรวจ ที่เห็นเห็นของตัวเองพูดเดี๋ยวนี้ลองเข็นเดี๋ยวนี้วัยแม้แต่แค่พูดเนี่ยเรามีความแววไวมีความสามารถพูดไปก็ตรวจไปพูดไปอาตมาพูดอยู่เดี๋ยวนี้อาตมาก็เห็นจิตตรวจจิตของตัวเองอยู่เดี๋ยวนี้ดูจิตของตัวเองอยู่เดี๋ยวนี้วิจัยจิตของตัวเองอยู่เดี๋ยวนี้จิตของเราขณะนี้มีกระแสของกิเลสประกอบหรือเปล่ามีตามหรือเปล่ามีพยาบาลหรือเปล่ามีผีนะมีพระหรือเปล่ามีอิทธิจะหรือเปล่าต่างๆนั้นมันเป็นกิเลสอย่างไรเราจะรู้จักสังโยชน์แม้แต่ทุกข์เป็นอุทิศจากกลุ่มๆจะมีหรือเปล่าเราจะรู้วิจิกิจฉาหรือเปล่าเห็นจนไม่พ้นสงสัยแม่ลังเลชัดแจ้ง บริษัทกิจวิริยะสัตว์จิตจัตวาเมื่อกี้นี้สัจจานชัดเจนอยู่เลยทีเดียวยังไม่ใช่ว่าไม่เห็นเห็นอันนี้ไม่ต้องเอาลูกกะตาเป็นแลแต่มีญาณวิเศษดูตรวจอ่านอยู่ตลอดเวลาเราจะเป็นคนสะอาดเป็นคนที่มีกรรมอะไรก็สะอาดแล้วก็มีปัญญาที่จะหยั่งรู้ว่าเราจะทำขนาดนี้ประมาณแค่นี้พอดีไหมดึงเรียกว่าสัมมาเหมาะแล้วชอบแล้วควรแล้วทำอะไรอยู่ก็เหมาะก็ชอบก็ควรเป็นคนมีประสิทธิภาพพระอรหันต์เจ้าจึงทำอะไรต่ออะไรอยู่อย่างพอเหมาะพอควรตามฐานะของท่านท่านบริสุทธิ์ใจมีเจตนาอันไม่มีอกุศลจริงๆแต่มันอาจจะมีผิดพลาดได้ตามภูมิคิดน้อยไปต่ำไปผู้รู้ผู้ที่มีปัญญา สูงกว่าก็จะช่วยได้เจตนาของท่านไม่มีบาปไม่มีเจตนาบาปแท้ๆเลยต้องรู้ความจริงว่าเราเจตนามีส่วนที่เป็นกิเลสมาเล่นงานประกอบจริงหรือไม่จริงต้องรู้ให้เท่าทันถ้ารู้ไม่เท่าทันเราเองเราก็หลบๆเลี่ยงๆและไม่ได้รู้ลึกและเศษเหลือมันอีกสั้นๆหยาบๆไม่รู้เราก็ไม่ได้ล้างทำอย่างนั้นก็เราจะต้องรู้ตามมาหมดทุกอภิญญาแล้วก็จะต้องเข้าใจด้วยปริยัติที่ดีบางคนปริยัติอาจจะไม่เก่งแต่ปฏิบัติและก็มีสภาวะสอดรู้ในสิ่งเหล่านี้มีจริงแต่เรียกมันไม่ถูกพอมันเข้าใจภาษามันเข้าใจบัญญัติเธอรู้ว่าอ๋ออันนี้เรียกว่าจุดประตูยานเหรออันนี้เรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณอาการอย่างนี้อย่างนี้เรียกว่าเจโตบริหาร ค่อยมารู้ตามหลังก็ได้แต่ขอให้มีสภาวะถ้ามีสภาวะจริงแล้วมันก็จะขัดเกลาจริงจบจริงเป็นอภิญญาจริงอ่ะพูดรู้อย่างนั้นจึงจะสูงสุดเพราะฉะนั้นการปฏิบัติที่จะเกิดญาณทัศนะอ่านตามถ้าใครมีหนังสือตอนนี้หน้า 310 เพราะฉะนั้นการปฏิบัติที่จะเกิดญาณทัศนะเกิดมโนมยิทธิได้แท้ผู้ปฏิบัติจึงจะต้องเริ่มที่บุพเพนิวาสานุสติญาณอันนี้อธิบายมาถึงบุพเพนิวาสานุสติญาณก่อนในเวลาที่ 1 นี่เป็นวิชาของเตวิชโชใดของวิชาที่ 1 ของแต่ละวิชาบุพเพนิวาสานุสติญาณการเข้าใจรู้แจ้งในความเกิดความดับของสัตว์โลกบุพเพสันนิวาสก็จะรู้ความรู้ วันเกิดความรักของสัตว์โลกและสรรพสิ่งโดยเฉพาะความเป็นสัตว์โลกของตนนั่นแหละต้องดูของตนนั่นแหละสำคัญกว่าจะบังเกิดจริงเป็นยานเป็นต
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive