250313-3-177 ทางเอกภาค3-ตอน177(หน้า347)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์180 KB
วันที่แก้ไข23 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 13 มีนาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกข่าววันนี้เราก็มาเปลี่ยนกันต่อพักก่อนจะได้เข้าเรื่องที่เราเรียนกันอยู่คือเข้าทางเอกเพิ่งจบบทที่ 19 แต่ก็จะสรุปอีกจะสรุปอีกหน่อยถึงจะขึ้นบทที่ 30 ก็ขอนำเอาจดหมายที่เขาติงตำหนิเตือนมาวิเคราะห์ แล้วก็มาทำความเข้าใจเพิ่มเติมเราจะได้ประโยชน์จากผู้ที่ตึงวิเคราะห์จุดหมายชมน่ะมีเยอะแยะถูกบ้างถ้าว่าผิดถ้าเขาชมผิดเราก็จะเอามาพูดเอามาเปิดเผยสู่กันฟังเหมือนกันว่าเขาชมมาผิดๆอย่างนี้แหละเราระวังให้ดีให้ชมผิดที่ยิ่งร้ายถ้าชมไม่มีอะไรก็เอาก็จริงตามเขาว่านั้นอย่างนั้นอย่างนั้นพอสมควรมีเหมือนกันชมแรงเกินไปชมเลิศเลอเกินไปแต่ว่ามันก็ถูกอยู่แต่ว่ามันก็ชมแรงเกินไปก็มีอยู่บ้างก็ยังไม่ได้เอามาให้มากนักจดหมายติดหรือว่าเรื่องติจะเป็นติมาโดยวิจัยทางหนังสือพิมพ์บ้างบางครั้งบางคราวหรือว่าทางอะไรก็แล้วแต่หรือว่าพูดมาเขียน จะทำยังไงมาถ้าส่วนนั้นส่วนนี้มันดูน่าคิดอะไรก็มันเป็นครั้งเป็นคราวก็เอามาอธิบายวิเคราะห์เปิดเผย Google ฟังกันในส่วนที่ถูกก็บอกถูกส่วนที่ผิดก็บอกผิดเราจะได้ปรับปรุงอะไรจะได้แก้ไขอันนี้เป็นความดีใครตีเรามาไม่ต้องไปโกรธใครโกรธโง่ไม่ใช่ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเพราะใครติดมาน่ะดีเขาจะตีมาผิดหรือถูกมันไม่เป็นไรเขาติมาผิดก็ผิดเราจะเข้าข้างตัวเองก็แล้วกันต้องฟังต้องตั้งใจให้ดีเขาติดมาเราก็เอามาคิดเทียบเคียงกับความจริงทุกอย่างถ้ามันจริงอย่างเขา ให้มันดีนะเรามีคนมาบอกมากล่าวมาทวงให้เราเผลอเผลอไปๆเราไปเที่ยวได้ปล่อยปละละเลยเราก็จะได้แก้ไขปรับปรุงถ้าเขาติดผิดเราพิจารณาวิเคราะห์แล้วพยายามถอดตัวถอดตนไม่เอนเอียงเข้าข้างตัวให้มากแล้วอย่างไรอย่างไรก็ดีแล้วเราก็เห็นว่าเขาติดมันผิดมันไม่ถูกตามที่เขาว่าเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยไม

อ่านต่อ

่ได้ผิดอย่างนั้นเลยแล้วก็แล้วไปแล้วก็ปล่อยเสียวางเสียก็มีโอกาสจะแก้ไขให้เขาฟังว่าไอ้อย่างนั้นมันผิดไปมันไม่ถูกอะไรแต่พอแก้ได้ก็แก้ถ้าแก้ไม่ได้ก็แล้วไปเลิกกันไม่มีอะไรนะไม่มีปัญหาอะไรแล้วแม่งไม่ต้องไปถือสาเพราะบางคนเขาก็มีกิเลสอยู่เขาอยากจะติดจะเตรียม ด้วยการแก้แค้นแก่บำบัดใจเธอก็ไม่ชอบใจอะไรก็มีมันก็เป็นเรื่องธรรมดาบางคนเขาเจตนาดีติดเราแต่ว่าปัญญาน้อยก็เลยได้ข้อมูลไปบ้างน้อยบ้างหรือว่าได้ความรู้มีความรู้น้อยบ้างก็ผิดๆเข้าใจผิดบ้างก็ติดไปแล้วมันก็ผิดตามที่เขาเข้าใจผิดนั่นแหละมันก็ไม่เป็นไรไม่เป็นไรทั้งนั้นน่ะเขาติดเราไม่เป็นไรอันนี้เราจะต้องหนักแน่นให้มากมันถึงจะสามารถที่จะเจริญได้เพราะคนที่จริงเขาช่วยเขาเราแก้ไขนะเขาช่วยเราไม่ได้จ้างไม่ได้วางเขาสักหน่อยเอาเงินไปจ้างที่ไหนก็ทำฟรีมันดีมันดีต้องถือว่าดีให้ได้เห็นให้ได้อย่างนั้นจริงๆถ้าเห็นก็เห็นได้อย่างนั้นจริงๆ บ้าจริงๆกำไรไม่ได้ขาดทุนเลยฟังดีๆนะถ้าเขาชมอ่ะระวังแล้วคนชมกันมันชมง่ายแล้วมันมีเยอะเพราะว่าชมกันแล้วมันไม่เคยโกรธมันง่ายแต่ติดนี่มันระวังเหมือนคนจะมาตีเรานี่เขาต้องระวังเขาติดได้เขาก็ต้องเสี่ยงแล้วเขาต้องเสียสละแล้วดีขอให้ชมนี่มันได้แต้มอยู่เรื่อยชมแล้วมันไม่มีอะไรมันไม่ลำบากลำบนอะไรเขาก็ชมกันมากมายเกินคนชมกันได้เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ชมกันได้เพราะงั้นก็เป็นเรื่องพื้นๆเป็นเรื่องธรรมดาแต่ติดเนี่ยอย่าละเลยนักเขาชมก็มีเหมือนกันบางทีก็แกล้งชมบางทีก็ชมให้บางคนก็เจตนาร้ายก็ชมไปก็มีนะแต่ทีนี้ก็ลองฟังดูเนื้อหาเขาว่างไง เหนือคำว่าอันนี้ก็เขียนมาไม่มีที่อยู่เหมือนใบปลิวเหมือนใบเหมือนบัตรสนเท่ห์ไม่มีที่อยู่ก็ลงนามแฝงว่าใบใบโศกว่างั้นดูหนังแปลว่าใบโศก 10 มีนาคม 2525 กราบนมัสการท่านพระอาจารย์โพธิรักษ์คนหนึ่งขึ้นต้นเลยไม่มีไม่มีอารัมภบทอะไรคือคนหนึ่งเลยท่านประกาศตัวท่านเองว่าเป็นพระอริยบุคคลขั้นโสดาบันแต่กระผมได้ยินกับหูตนเองจากบุคคลที่ใกล้ชิดธันวาคมพ่อท่านบรรลุธรรมขั้นพระอรหันต์ท่านมี เห็นว่าคำกล่าวเช่นนั้นเกินความจริงไปไหมนี่คำนี้ก็เป็นคำแปลที่จริงฐิติมานี้เขาติดมันดีนะเป็นเป็นนักคิดไม่ใช่ติดอย่างป่าเถื่อนอย่างโกรธอย่างเคืองอย่างสาสเสียใจเสียอะไรไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเป็นคำที่ดีตอนนี้ข้อ 1 นี่ก็ทำให้เราได้คิดแล้วก็น่าจะเอามาพูดมาบอกกันที่บอกว่าท่านประกาศท่านเองว่าเป็นอริยบุคคลขั้นโสดาบันนั้นก็จริงนะอาตมาประกาศโสดาบันสกิทาคามีประกาศธนาคารก็ยังไม่ได้ประกาศเป็นทางการอะไรนะทีนี้ส่วนคนจะรู้ ปลูกหลายภูชี้ฟ้าจะได้คะแนคำนวณคนึงไปนั่นน่ะมันไม่แปลกอะไรมันก็แปลกจะไม่ใช่ก็แปลกแล้วก็เป็นเรื่องที่ในๆเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าไม่แปลกทีนี้อันนี้ก็เป็นผู้ที่เข้ามาคลุกคลีก็ไม่ได้ยินไม่ได้ฟังไม่ได้อะไรต่ออะไรไปมันเข้าข้างในมันก็ได้ยินได้ฟังบ้างก็อาจจะมีเวลาคุยกันก็พาอาศัยอะไรกันไปแล้วก็วิเคราะห์วิจัยกันไปได้นะเพราะงั้นเมื่อวิเคราะห์วิจารณ์กันไปก็เอาคุณธรรมหรือเอาตามตำราตามอะไรต่ออะไรตามที่ได้พบพบคุณกันมามีคุณธรรมอย่างนั้นอย่างนั้นไหมมีอาการอย่างนั้นอย่างนั้นไหมก็มาหัดฝึกวิจัยวิจารณ์ อาตมาจะเป็นพระอริยะชั้นสูงขึ้นไปขึ้นไปอย่างไรอาตมาเป็นผู้นำอาตมาก็ควรจะมีเพราะฉะนั้นก็จะดูกันได้จากกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเราก็จะสามารถที่จะรู้ใจโดยการควบคุมโดยการค่อยๆวัดค่อยๆเอาสถิติที่เราได้ประมาณได้ประเมินตามภูมิตามความรู้ของมนุษย์มันมีได้เพราะอย่างนี้มันจริงไหมมันมีส่วนมากส่วนน้อยอีกอย่างนี้บ่อยๆอย่างนี้มีอย่างนี้แล้วก็มีภาวะซับซ้อนที่มีความละเอียดลึกซ้อนอะไรต่ออะไรต่างๆที่เราก็จะรู้จักดีก็มีบอกไว้ว่าซับซ้อนอะไรต่ออะไรต่างๆมันเป็นยังไงยังไงยังไงอย่างนั้นจริงไม่จริงไม่ ไปนานๆเข้ามันจะยืนยันได้มีสถิติที่เราเก็บจะยืนยันได้เพราะบางคนจะบอกว่าอาตมาเป็นพระอรหันต์จะเข้าใจไปก็เข้าใจไปก่อนอาตมายังไม่ให้ปักใจไม่ให้ปักใจถ้าเราเองเรามีภูมิธรรมเรามีขั้นมีเชิงของเราเองโดยตนเองมีปัจจัตตังของตัวก็คือปฏิบัติตนจนมีวิมุติหรือมีสังโยชน์อันละได้แล้วเป็นระดับระดับไปจริงจนพบนอกพบในเราจะมีภูมิปัญญาและเราจะเกิดการรู้เห็นแจ้งแล้วมันก็จะยิ่งจะวัดได้ชัดขึ้นวัดกันได้ดีขึ้นในเนียนขึ้นได้ละเอียดละออขึ้นสุขุมประณีตขึ้นเป็นเองและความมั่นใจจะเกิดเองถ้าอาตมามีก็จะรู้อาตมาไม่มียิ่ง มีอาตมาไม่มีก็จะรู้ได้คุณมีตำรามีสภาวะที่เราพยายามปฏิบัติประพฤติตามหลักทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแท้เรียนรู้ด้วยความรู้ถึงกิเลสถึงอารมณ์จิตถึงจิตเจตสิกต่างๆจริงๆประณีตสุขุมขึ้นไปหลักเกณฑ์ละเอียดแล้วก็ศึกษาตามตำราทำอะไรที่เป็นแมวดำโครงสร้างใหญ่ๆแล้วก็รู้สิ่งที่ประกอบที่จะลึกซึ้งซับซ้อนกันไปเราก็ได้ภาคเพี้ยนเล็งแลมุ่งมั่นประพฤติปฏิบัติก็ไปมันก็จะถึงเองจะรู้เองนะอันนี้อาตมาก็ทำไปตามนโยบายทำไปตามที่เห็นควรฉะนั้น ประกาศกำหนดการไว้แต่ต้นว่าจะมาเป็นพระโพธิสัตว์และก็ไม่ได้ประกาศเล่นๆอะไรก็พยายามที่จะใช้คำใช้ความแล้วก็ให้มาคบคนในมาศึกษาให้มันนับถือเป็นไปตั้งแต่เบื้องต้นเป็นหลายๆถึงเรียนขึ้นมาถึงวาระก็ค่อยๆเห็นว่ามีผู้รองรับคือมีผู้มีภูมิมีฐานชั้นของพระอริยะระดับน้ำระดับนั้นมากพอแล้วก็ประกาศออกไปดูแล้วก็รับรองกันตรงกันการรับรองนั้นไม่ใช่แต่ภาษาคนที่มีภูมิธรรมกับมันจ่ายเกิดศรัทธาเกิดแน่ใจท่านก็ปฏิญาณออกมาทั้งเป็นบัญญัติภาษาและพร้อมกันนั้นก็มีสภาวะธรรมที่เราได้รู้กันอยู่ในหมู่อยู่ในกลุ่มอยู่ในบริษัทเป็นอุปสรรควันรับฐาน ฐานะกันมันดีมนุษย์สัมพันธ์ก็มีบ้างแหละมันก็ปนๆไปๆมันก็มันก็มีอยู่เสมอแหละจนกระทั่งขั้นตอนที่อาตมาทำไปอยู่ขั้นตอนที่จะมีภูมิมีฐานรองรับกันไปอีกก็จะเป็นไปจนกว่าจะถึงระดับที่มากพอถึงขั้นพอเราก็จะประกาศกันอีกหรือว่าประกาศกันในกลุ่มในหมู่ 11 อุปสมบทหลายๆโรงเรียนลงไปถึงขั้นกว้างขึ้นกว้างขึ้นก็ค่อยๆเกิดเองเป็นเองเพราะอันนี้อาตมาก็อธิบายขายความเท่านี้ที่บอกว่าเกินความจริงไปหรือเปล่าอาตมาว่าก็ยังไม่บอกว่าเป็นพอความจริงตรงความ ลึกเกินความจริงเพราะว่าอยู่ในระหว่างที่เราจะต้องเรียนรู้ได้อย่างรู้ก็ต้องศึกษาโดยเฉพาะต้องบำเพ็ญประพฤติของเราเองเราจะได้รู้แท้หรือรู้จริงมากขึ้นข้อ 2 แล้วผมทราบว่าท่านบวชโดยสวดญัตติทั้งแบบมหานิกายและธรรมยุตแท้จริงอย่างไรแค่ไหนก็จริงนะสวดทั้งญัตติแบบมหานิกายและธรรมยุตแล้วก็ไม่เคยสึกไม่เคยไปล่าสุดกล่าวคำเสือกไม่เคยมีเจตนาในใจจะสึกและพระอุปัชฌาย์ของท่านมีคุณสมบัติครบบริบูรณ์เหมือนในพุทธบัญญัติหรือเปล่าอันหนึ่งอยากจะทราบว่าพระที่นั่งอันดับเมื่อคราวท่านบวชนั้นบริสุทธิ์ หรือเป็นพระแท้ๆไหมตามความเข้าใจของชาวอโศกอันนี้เป็นเชิงที่สำคัญที่ควรจะได้รู้กันควรจะได้เข้าใจกันให้ดีๆเราเข้าใจธรรมะด้วยหลักเกณฑ์ด้วยหลักธรรมที่ลึกซึ้งขึ้นไปตามที่เคยตามที่ได้พาทำมาแล้วเราก็จะรู้ไปจนกระทั่งถึงพระแท้ๆกับพระไม่แท้อะไรเนี่ยทีนี้พอเกิดเรารู้พระแท้ๆแล้วเราก็ไปวิเคราะห์พระไม่แท้สุดท้ายพอพระไม่แท้แล้วเราก็จะไปมองย้อนเข้าไปถึงเดิมๆเราแล้วเราก็ว่าเราเป็นพระแท้แล้วเราก็ไม่ว่าผู้อื่นก็ไม่เป็นพระแท้หนักเข้าอุปชาก็ไม่ใช่พระแท้และคุณก็บวชมาก็อุปชาที่ไม่ใช่พระแท้ ว่าเดี๋ยวก็เลยก็เจ๊งกันพอดีวนก็เลยไม่จริงกันไปหมดก็เลยไม่มีฐานไม่มีที่ต้นไม่มีที่หลักอะไรเพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ระวังตีนกันขึ้นมาในจุดนี้ดีเราจะได้ระมัดระวังเราจะได้ไม่วนเราจะรู้ที่จบหรือรอรู้ที่หยุดก็พอแล้วขอบเขตแค่นี้นะอาตมาไม่เคยไม่เคยไปมองเพ่งคือวางใจเมื่อเกิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ก็แล้วไปนี่ก็ถามมาว่าถ้ารู้สึกไหมว่าพระอาจารย์ของท่านไม่มีคุณสมบัติบริสุทธิ์บริบูรณ์ครบเหมือนกับพระพุทธบัญญัติหรือเปล่าอาตมาแม้แต่อาตมาจะรู้ว่าพระอุปชาก็ควรมีคุณธรรมอย่างนั้นอย่างนั้นและก็รู้ไม่ใช่รู้แต่ภาษาบัญญัติเท่านั้นรู้ไปในความ หมายรู้ไปในความจริงที่บุคคลมีจริงไม่มีจริงอะไรแม้แต่อุปัชฌาย์ของมนุษย์ที่เคยบวชอาตมาหรือไม่เคยเขาเป็นอุปัชฌาย์อะไรต่ออะไรอยู่อาตมาก็ติ๊งๆเป็นธรรมะเท่านั้นไม่เคยไปจริงบุคคลอุปัชฌาย์องค์นั้นองค์นี้ไม่เป็นอุปัชฌาย์ไปวิเคราะห์องค์นั้นเป็นอุปัชฌาย์ไม่จริงอุปชาแหลกลาญเลยอาตมาก็ไม่เคยไปวิเคราะห์มีแต่เขาเท่านั้นเองมาจับผิดอาตมาว่าอาตมาเป็นอุปชาไม่ได้ขาดคุณสมบัติอย่างนั้นอย่างนี้อะไรต่างๆนานาเขาก็มาจริงอาตมาว่าอาตมาอาตมาเองก็เป็นแต่เพียงว่าก็พูดกันบ้างว่าอาตมามีความรู้สาธยายบ้างว่าของอุปชาอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นไม่มีหรือว่าเทียบเคียงไปจนถึงสิ่งที่เป็นหลักฐานที่จริงในมนุษย์แล้วก็อุปชาคนอื่นๆน่ะเป็นคนอย่างนี้ก็ได้ ก็ยังไงก็ยังเป็นได้อะไรก็ว่าไปบ้างแต่ไม่ได้ไประบุบุคคลหรือว่าไปวิเคราะห์วิจัยวิจารณ์โดยเฉพาะจิตที่จะไม่มีพยาบาทแก้แค้นไปว่าคนนั้นคนนี้เขาเขาเสียหายก็ประสาทเสียก็ออกมาก็ไม่เคยไปว่าอะไรเขามากมายแต่ก็พูดคุณธรรมของอุปัชฌาย์ที่เสียหายที่ไม่ดีนักไม่เคยตรงนั้นก็ว่าอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ไปศาลอะไรมากมายนักที่ว่าเขาให้อาตมาไประลึกตัวอุปัชฌาย์ของท่านมีคุณสมบัติครบบริบูรณ์เหมือนพระพุทธในพระพุทธบัญญัติหรือเปล่าอาตมาเองทว่าจริงๆแล้วเดี๋ยวนี้ก็รู้สึกขึ้นมาก็ให้คิดก็คิดเดี๋ยวนี้หรือคิดว่าอ่านแต่ก็ไม่ได้คิดมากแม้แต่อ่านตอนที่จะก่อนมานี่ก็ไม่ได้ไม่ได้คิดมากมายว่าอุปชาองค์นั้นองค์นี้ของเรา อาตมาก็มีอุปชา 2 องค์ก็ไม่ได้คิดว่ามีคุณสมบัติครบหรือเปล่าให้คิดเดี๋ยวนี้ก็พอคิดได้เพราะคำตอบที่ถามก็คือว่าอาตมาไม่ได้ไปนั่งเพ่งอะไรไม่เคยไปเพ่งโทษเพลงร้ายเพลงดีอะไรเกินการกำหนดเป็นอุปชาโดยสมมติสัจจะเขาก็เป็นอุปชาสมมติสัจจะท่านก็เป็นอย่างนั้นจริงไม่ได้เคยไปลบหลู่ดูถูกก็เคยพูดพาดพิงถึงอุปัชฌาย์เองบ้างอุปัชฌาย์ทำมหานิกายที่มีผู้เอามาพูดสู่ฟังว่าอุปชามหาชนวิเคราะห์วิจารณ์อาตมาบอกว่าคือเขาไปบอกว่าอาตมาจะเป็นพระอริยะมีพระพวกเรานี่เป็นญาติของ ชาองค์นั้นก็ไปบอกไปคุยกันในฐานะสนิทเป็นญาติกันสนิทนี่ก็คุยกันก็รับนับถืออะไรกันทีนี้อุปัชฌาย์ก็เคยวิจารณ์อาตมามาให้กูเชื่อต้องเพราะมาให้ดูจริงๆกูจะกราบเลยทำอย่างนั้นไม่เชื่อเป็นพระอรหันต์เป็นพระอริยะอะไรอย่างนี้ท่านก็วิจารณ์วันนี้อาตมาก็เคยเอามาพูดกันบ้างสู่กันฟังเพลินไปทั้งนั้นเองก็บอกว่าเนี่ยเป็นความเข้าใจอย่างนี้มันจะไม่พบพระอริยะเพราะว่ามันเป็นมิจฉาทิฐิเข้าใจผิดเราพูดอย่างนี้เพราะอย่างนี้พวกเราได้ยินกันอยู่ก็เคยมีอย่างนี้บ้างแต่ก็ไม่เคยไปวิจัยวิจารณ์ว่าท่านไม่เป็นอุปัชฌาย์ไม่มีคุณสมบัติไม่มีอะไรก็ไม่เคยไปพูดไปว่าเขาลบนับถือตามสมมติที่สัจจะอยู่ตามโลกตามธรรมคดีโลกคดีธรรมเรา 2 ส่วนเราเข้าใจอยู่ไม่มีปัญหาอะไรขอให้พวกเรานี่ระวังมีความรู้ในสวนสัตว์ของสัจจะ 2 ส่วนปรมัตถ์นั้นเป็นเรื่องของเราจะรู้เองเป็นเองเป็นประจำส่วนที่ในโลกเราก็จะต้องระมัดระวังกายวจีมโนราห์นั่นแหละเป็นตัวประธานที่จะพูดก็ต้องอยากให้ไปเป็นมิจฉาวาจาเป็นเร็วเป็นไรไปในทางไม่เข้าท่ากายกรรมก็อย่าไปทำที่มันเลวมันร้ายมันก็ทาแสดงกายกรรมก็กระด้างกระเดื่องทำไม่อะไรก็ไม่เห็นเข้าทีอะไรอย่างนี้ก็ระวังอาตมาไม่ได้เคยไปทำตนที่ว่ากันบ้างการเดินทางแข็งขืนดื้อดึงไม่เคารพนับถือไม่คารวะนอบน้อมเป็นฝ่ายดินดีอยู่ผู้ ผู้อยู่ร่วมผู้ที่เห็นอยู่ร่วมมีนะเข้าใจได้เห็นได้ไม่ใช่แก้ตัวและมีความจริงอย่างนั้นอยู่แล้วแต่ก็มีคนเขาใส่ความมามีคนเข้าใจความมาบ้างว่าอาตมาเป็นคนดื้อด้านไม่เคารพครูบาอาจารย์ไม่เคารพอุปชาอะไรก็อาตมาไม่ยังไม่เชื่อนะว่าอุปชาแม้ที่เป็นอุปชาที่ยังมีชีวิตอยู่คนเดียวขนาดนี้ก็คือทางด้านธรรมยุตหน้ามหานิกายนั้นเสียชีวิตไปแล้วเอาพระพุทธเจ้าที่เหลือนี่ก็เขาก็พยายามไปสอบไปสวนอะไรกันมาเหมือนกันอาตมามันยังไม่เชื่อว่าท่านจะกล่าวว่าอาตมาเป็นผู้ที่เป็นสันติภาพ ที่ร้ายไม่เคารพนับถือกระด้างกระเดื่องซ้อนก็ไม่เอาบอกก็ไม่ฟังไม่ปฏิบัติตามย้อนแย้งอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอาตมาไม่เคยไปย้อนแย้งอุปชาอะไรกันมีแต่กับโอภาปราศรัยกับอุปชาที่พูดกันยังอุปชาธรรมยุตนี้ท่านเป็นเจ้าคุณท่านเป็นเปรียญ 5 บาทซึ่งไม่เคยไปย้อนแย้งอะไรกับท่านไม่เคยไปโต้ไปเถียงอะไรกับท่านแม้แต่การจะพูดกันมากที่สุดอยู่ครั้งหนึ่งก็คือตอนที่เราจะขอไปทำงานและท่านก็บอกให้คืนไปสุทธินี้ผู้การตัวต่อตัวผู้การอย่างนี้พูดกันอย่างสุภาพเรียบร้อยพูดกันอย่างตกลงไม่ได้มีอะไรถกเถียงอะไรกันเลยไม่มี มีอยู่ครั้งนั้นในใจว่ากันพูดกันเป็นขากัดขากันบ้างมากนอกนั้นท่านพูดอาตมาก็ฟังไปกราบไปเคารพคารวะท่านมีนั่นมีผู้ทำอย่างผมมาหาสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ฝากความมาจะบอกว่าท่านจึงเตือนฉันจึงเตือนว่าความมาไปสอนที่วัดมหาธาตุก็ได้ข่าวคราวว่าไปตีจริงพระเจ้าอะไรท่านมากมายท่านสมเด็จท่านก็ฝากมาบอกว่าอย่าไปพูดอะไรก็รุนแรงนักเบาๆบ้างก็เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านก็พูดก็ฟังก็รับฟังท่านว่าเขาบอกว่าท่านมหาสมเด็จมหาวีรวงศ์ตอนนั้นท่านยังอยู่วัดว่าวัดพระศรีมหาธาตุท่านฝากมานี่ก็ยังจำได้นะแล้วก็มีอยู่คราวหนึ่งอยู่เหมือนกันในอนาคต ตะกรุดท่านพร้อมกันก็จำได้อยู่คราวหนึ่งที่ท่านพูดถึงเรื่องสมาธิไม่ใช่สมาธิหรอกท่านบอกว่าก็ขึ้นสวดมนต์เนี่ยเห็นคนเขาบ่นบ่นเปรยๆว่าขึ้นสวดมนต์น้อยก็ไปสวดมนต์บ้างก็สวดมนต์นี่มันก็ดีมันได้สมาธิมีสมาธิอาตมาก็ฟังเท่านั้นเองไม่ได้ไปย้อนแย้งอะไรแล้วเราก็ขึ้นสวดมนต์ก็คือไม่ได้ดื้อด้านอะไรก็ขึ้นไปอะไรมีการมีการมีจิตแต่เราก็ไม่ขึ้นหรือมีธุระอะไรก็ไม่ขึ้นแล้วก็ไปขึ้นสวดก็ธรรมดาก็เหมือนกับพระที่นั่นน่ะขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้างถ้ามันด่าก็ไม่ได้ขึ้นทุกวันทีเดียวหรือผู้ที่ขึ้นทุกวันก็มีผู้ขยันสวดมนต์เพราะๆที่นั่นสวดมนต์ทุกวันสวดมนต์ จินตหราสวดมนต์ก็ไม่ใช่ว่าดื้อด้านอะไรก็ไปก็สุภาพเรียบร้อยไม่ได้ไปวุ่นวายจริงจานอะไรเขาแล้วก็ว่าไปเขาจะว่าใส่ความว่างจริงกันบ้างถูกบ้างผิดบ้างก็ฟังเพราะในเรื่องวิชาวิเคราะห์วิจัยอะไรนี่ก็ในข้อ 2 นี้มันหมายถึงว่าเราระวังไม่งั้นไปมองหมดแม้แต่พระอันดับนี้ก็เป็นพระที่ไม่บริสุทธิ์เป็นองค์ที่จะร่วมในการทำสังฆกรรมเพราะว่ามีพระที่ไม่บริสุทธิ์ทำสังฆกรรมและก็ไม่เข้าเรื่องของเราไม่เป็นทีเป็นท่าอะไรเราก็ไม่ได้เป็นเพลงไม่เคยคิดแต่เขาคิดก็เรื่องของเขาเขาจึงมาก็เอาเขาฟังก็ไม่ได้ไปคิดอะไรออกไปนอกลู่นอกโลกเรื่องอะไรจนกระทั่งสุดท้ายไม่มีอะไรต่อกันก็ไม่ได้ก็เจ๊งกันพอดีนี่ก็ไม่ได้คิด ข้อ 3 ก็ผมมีความเข้าใจว่าชาวอโศกทุกๆคนให้ความเคารพบูชากราบไหว้ท่านประดุจนึงพระโพธิสัตว์จุติมันมีมากไปดอกหรือเสมือนหนึ่งเขาเหล่านั้นติดยศเฉพาะตัวบุคคลจริงอยู่นั่นก็จัดเข้าประเภทปูชนียบุคคลผู้หนึ่งแต่เมื่อกระผมได้มาสัมผัสกับชาวอโศกจริงๆแล้วก็จะเห็นว่าเขาเหล่านั้นยึดในตัวท่านประหนึ่งเทพเจ้าทีเดียวและก็หลงเอามากๆด้วยนะอันนี้ดีนะแจ้งเตือนอันนี้ดีนะเรื่องของเรื่องมันก็มีอยู่เป็นธรรมะอยู่คือ การยึดถือการเคารพนับถือเอาเป็นที่พึ่งอาตมาจะเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิจะจะเป็นสรณะที่พึ่งในด้านเป็นพระสงฆ์ที่เป็นที่พึ่งเป็นครูบาอาจารย์ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสสอนว่าให้เขานั่งใกล้ให้เข้าใกล้ให้เขานั่งใกล้ลุกต้อนรับเข้านั่งใกล้เมียหูฟังพยายามใส่ใจฟังศึกษาปฏิบัติตามเราก็จะมีมิตรดีเพื่อนดีสหายดีเราก็จะมีผู้ที่ช่วยผู้ที่เป็นที่พึ่งได้อันนั้นก็เป็นหลักธรรมธรรมดาที่เราเป็นอย่างนั้นทีนี้สอนเกินไปกว่านั้นเราเองเราได้ลงเหมือนเพราะว่ากะลิที่ได้หลงพระพุทธเจ้า ล้งติดเป็นตัวเป็นตนเป็นเนื้อเป็นหนังหลงยินดีหลงไปกาอะไรก็ดีไปซะหมดขี้ก็หอมตดก็หอมอย่างที่ว่าอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าเราเป็นอย่างนั้นหลงแน่ๆหลงแน่ๆร้อนเราก็จะต้องดูทำกายกรรมกายกรรมวจีกรรมแล้วอย่างนี้ท่านพูดมาอย่างนี้เราก็มีวิเคราะห์ว่าพูดอย่างนี้รู้สึกว่าเรารู้สึกว่าเรายังไม่เคยเห็นด้วยไม่เห็นดีพูดอย่างนี้การกระทำกายกรรมอย่างนี้เราไม่เห็นดีไม่เห็นด้วยเรามีสิทธิ์วิเคราะห์เรามีสิทธิ์ที่ใจแต่ระวังถ้าเราถ้าเราเองเราวิจัยรู้ในตัวเราถ้าเรามีส่วน เราเคารพเราก็ต้องรู้จักอย่าให้มันวิปลาสอย่าให้มันประหลาดสัตว์อย่าให้มันกลายเป็นว่าวิเคราะห์วิจัยและที่คุณเทียบค่าแล้วเบลอกลายเป็นลบหลู่คุณท่านทั้งๆที่คุณท่านมี 10 หน่วยเราก็ลบอยู่คนท่านเหลือ 5 หน่วยแล้วเรามีคุณอยู่ประมาณ 3 หน่วยเราก็เลยนึกว่าเราเองมีคุณ 7 หน่วยท่านก็เหลือ 5 เราก็เหลือ 7 เราสูงกว่าท่านแล้วโว้ยอะไรอย่างนี้แหละวิปลาสคือมันเทียบส่วนผิดวิปลาสปราสาทยกต้นเท่าเทียบยกคนเสมอยกตนลบหลู่อะไรมาซะก่อนมันมีคุณมันมีมากค่ะคือการลบหลู่คุณท่านลงก่อนแล้วเราก็ยกตนเข้าเทียบแล้วเราก็ ขึ้นเหนืออะไรพรุ่งนี้มันเป็นความคิดมันเป็นจิตที่มันวิปลาสไปมันมีทิฐิความเห็นความยึดเกิดได้เป็นได้แล้วก็ไม่เที่ยงมันต้องพูดได้เที่ยงอยู่ก็เออนี่คุณท่านมีประมาณ 10 แล้วก็วัดได้หรือว่าเราก็ประมาณได้คุณถ้ามีเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำท่านมีความดีงามเพิ่มขึ้นอีกขึ้นเป็น 20 ขึ้นเป็น 30 แต่เราเนี่ยยังเพิ่มคุณธรรมของเรายังไล่ไม่ทันยิ่งเห็นท่านวิ่งนำหน้ามันก็จะชัดจะจริงโอ้ท่านนึงเพิ่มภูมิวันนึงคืนนึงท่านก็มีอะไรต่ออะไรยิ่งไปยิ่งเร็วๆไอ้เราก็ยิ่งตามตามก็ไม่ค่อยทันก็จะรู้หรือว่าเรานี่แหมท่านไม่ไปเลยท่านทรงแล้วท่านไม่ก้าวหน้าแล้วท่านถอยหลังด้วยเสื่อมด้วยเราขึ้นหน้าเอาถ้าเผื่อว่าบุคคลนั้นเป็น มีจริงเราก็จะรู้เราก็พยายามอย่าให้มันปลาสักอย่าให้มันวิปลาสอย่าให้มันผิดเพี้ยนแต่ถ้าจริงเราก็รู้ตามจริงว่าเราไม่ทันหรือเราเสมอหรือเราก็มีอัตราการก้าวอัตราการเจริญของเราพอประมาณซึ่งก็ไล่เลี่ยดำเนินรอยไปเหมือนๆกับท่านอยู่แต่เราก็ยังไม่ทันไม่ทันก็รู้หรือทันแล้วก็รู้อะไรอย่างนี้ต้องให้ชัดเจนเอาที่คุณธรรมสิ่งที่จะบกพร่องอยู่มันมีหมดแม้แต่พระสารีบุตรเป็นรองพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีสิ่งที่บกพร่องที่จะปรับปรุงแก้ไขตนเองร่างกายกรรมก็ดีว่ากี่กรรมก็ดีส่วนเราจะมีภูมิรู้ในจิตอันลึกซึ้งนั่นอีกบริสุทธิ์ของท่านหรือว่าจิตที่ยังไม่บริสุทธิ์ไอ้นั่นเป็นเรื่อง สูงต้องพยายามเรียนรู้อย่างจริงพิจารณาให้รู้แท้ถ้ายังไม่แท้อย่าเพิ่งไปเพ่งโทษสวัสดีท่านท่านสวนบริสุทธิ์ของท่านที่เราเห็นอยู่นับถือได้ก็นับถือไปอย่าวิปลาสหรือยาสั่งแล้วก็อย่าไปติดยึดไอ้สิ่งที่ว่าเป็นแบบโลกโลกียะตัวตนบุคคลเราเขาต่อก็จองงอแงต่อยจริงอย่าเป็นอันขาดเพราะมันเราถ้าเราเข้าใจธรรมะเข้าใจตัวบุคคลตัวตนแล้วเราก็เกี่ยวข้องกันสัมพันธ์กันไปอาตมาว่าอาตมาได้ปฏิบัติตัวดีอยู่เพราะว่าอาตมาไม่มีกระจอกงอแงที่อาตมาใช้ศัพท์นี้ก็หมายความว่ามีคนที่มาติดตัวมาเพลงกระจอกงอง เข้าคลุกคลีแล้วอาตมาไม่ปล่อยให้เข้ามาคลุกคลีให้เข้ามากระจองอแงแม้แต่รูปก็เห็นเลยแต่ส่วนจิตนั้นคุณก็ต้องพิจารณาจิตของตัวเองแม้คุณไม่ได้เข้าใกล้เขาชีกระจองอแงอยากเข้าอยู่ใกล้อยู่ชิดเสมอแต่ว่าใจของคุณเป็นใครก็อาตมาพยายามทำอยู่แล้วอาตมาจัดงานทำงานทำอะไรต่ออะไรสัดส่วนนู่นนี่มีเวลามีอะไรก็ไม่ได้วางรูปวางแบบอะไรให้เข้ามาคลุกคลีกระจองอแงแต่ก็เป็นได้เป็นครั้งเป็นคราวเป็นสำคัญกันอยู่อย่างสนิทอาตมาถือแล้วอาตมาเห็นว่ารูปแบบที่เป็นไปอยู่เนี่ยเกิดความสัมพันธ์อันนี้อยู่ก็ใกล้เคียงใกล้ชิดแต่ก็ไม่ได้คลุกคลีอ่าเฝ้าแผนการจองงอแงเกาะติดอะไรดูกันจนน่าเกลียดน่าชังอาตมา ไม่มีแล้วที่ทำอยู่เดี๋ยวนี้ก็มีแต่คิดเป็นกิจการเป็นการวาระเป็นวาระวาระเป็นกาลดูรูปดูลักษณะทำพอเป็นไปได้อยู่ไอ้พวกนี้มันเป็นสภาพที่เราจะต้องศึกษาแล้วก็จะต้องระมัดระวังเล่าเรียนสังเกตและก็ทำให้มันดูเข้ารูปเข้าร่องเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดมีความหลงก็จะต้องพิจารณาว่าอย่าหลงอย่าหลงผิดแต่ถ้าจะเพราะว่าศรัทธานับถือมีได้ศรัทธานับถือในอะไรเป็นที่พึ่งศรัทธานับถือในธรรมในสิ่งที่เราจะต้องเหมือนเราบูชาเทิดทูนพระพุทธเจ้าอาจจะมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่มีตัวตนอยู่จริงแล้วก็มี นับถือเชิดชูบูชาอย่างนั้นเราก็เอาคุณธรรมของท่านเป็นตัวอย่างไม่ใช่ระลึกถึงแต่หน้าหน้าตาอย่างนี้เห็นหน้าก็ชื่นใจเฉยๆเป็นแบบโล่งๆไม่ใช่บอกแล้วว่าระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็ตามมาระลึกถึงคุณธรรมระลึกถึงจริยธรรมระลึกถึงภูมิรู้เพราะปัญญาที่คุณทฤษฎีเหตุผลหลักการเอามาประพฤติหรือคุณธรรมที่ท่านประพฤติได้เป็นผลเป็นสภาพที่เราจะรู้ตามแล้วก็เอาธรรมตามอะไรต่างๆพวกนั้นเราต้องการอันนั้นเราอย่าไประลึกถึงไอ้หน้าตาดินน้ำไฟลมตัวตนอะไรพวกนี้แต่ระลึกถึงมามันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแต่มันก็อาจจะเก็บเกี่ยวกันบ้างระลึกถึงแล้วก็ต้อง โทรหาปรมัตถ์เพลงข้อหาจุดสำคัญและเราก็พยายามปฏิบัติฝึกตามอันนั้นแล้วก็ไม่ผิดเพี้ยนแต่ถ้าหิวโหยถึงหน้าถึงตาถึงสัมผัสถึงอะไรต่ออะไรไปลูกก็ดีรถก็ดีกินก็ดีเสียงก็ดีสัมผัสก็ดีไปอย่างนั้นนั่นพังแล้วเงินออกเป็นกลางแล้วแต่เสียงท่านพูดเพราะดีจังหน้าตาอยากจะเห็นหน้าเป็นรูปติดรูปติดเสียงติดกลิ่นคงไม่ติดกันนะอาตมาไม่มีน้ำหอมทาติดรถรถมันก็ไม่ใช่อาหารลิ้นไม่ใช่ของเล่นก็คงไม่มีสัมผัสก็คงไม่ได้สัมผัสนะเพราะอาตมาไม่ได้มันมีสัมผัสเพราะเราอยู่ในกฎหมายวินัยอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราบรรลุแล้วมานั่งตักก็ได้กอดกันให้ดูก็ได้อะไรเราไม่บ้าๆบอๆอย่างนั้นตรงนั้นก็คงไม่มีมันก็เหลือรูปหรือเสียงอะไรพวกนี้เป็นต้นเราพิจารณาวิเคราะห์ออกให้ดีเราเอาที่ปรมัตถ์เป้าหมายเสียงเราไปติดน้ำเสียงติดคำพูดลีลาหรือเปล่าหรือว่าเราเอาคำพูดที่มันสื่อความหมายที่บอกลักษณะทำคุณธรรมเป็นความรู้และเราก็เอามาเราก็เห็นอันนั้นมาเป็นสิ่งที่มันเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าและเราก็ศรัทธาในธรรมอันออกมาจากเสียงเป็นสื่อรู้มันก็มีอะไรลูกก็แค่รูปแค่นั้นกิริยาท่าทีรูปอะไรต่ออะไรต่างๆนานาถ้าในธรรมของ ก็มีกายจะทำจะได้เห็นว่ากายจะทำอย่างนี้ดีกายจะทำอย่างนี้ของท่านไม่ดีเราก็ไม่เอาใครจะทำอย่างนี้เราก็เลิกกับแฟนเราไม่เห็นด้วยอย่างนี้ใครจะทำอย่างนี้แต่ถ้าท่านมีจิตเป็นอุปนิสัยวาสนาก็เป็นเรื่องของท่านก็บกพร่องท่านก็บอกอยู่รับอยู่ว่าอย่างนี้ไม่ดีและเราก็ทำใจของท่านถ้าแก้ไม่ได้ก็ท่านอย่างภาษาญี่ปุ่นท่านบอกว่ากายจะทำของท่านไม่ดีจะลูกพี่ลูกตนไม่สงบไม่เรียบร้อยท่านก็พยายามฝึกตนพยายามปรับปรุงวาสนาบารมีของท่านก็เรื่องของท่านและส่วนดีของท่านเป็นเยอะเป็นแยะเราก็เอาส่วนดีเหล่านั้นมาอาศัยมาพึ่งพาได้อยู่แล้วส่วนบกพร่องเล็กๆน้อยๆส่วนนั้นส่วนนี้อะไรเราก็เข้าใจแต่มันก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าเขาก็ชอบความชาเรื่องหลง เรื่องรู้จะยึดถือยึดผึ้งกับยึดติดยึดติดที่ไม่เป็นธรรมด้วยเป็นเรื่องของโลกอะไรนี่ก็ต้องระมัดระวังที่พูดไปนี้ก็วิเคราะห์ไม่มากนักรู้รายละเอียดและพึงทำปัญญาให้แจ้งให้มากกว่านี้ก็ 4 ครับผมได้ยินท่านกล่าวด้วยวาจากับหูตนเองว่าพระที่พุทธสถานสันติอโศกนี้ท่านจะประกาศหรือชี้ตัวบอกให้รู้ว่าองค์ใดเลิศหรือเก่งทางไหนสักวันหนึ่งจนได้นี่เป็นการกล่าวดุจองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านกล่าวกับสาวกดอกหรือไม่เหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่พูดอย่างที่อาตมาพูดท่านชี้เลยเวลาในสาวกองค์นี้มี katata อย่างนี้อย่างนี้เลิศทางนี้ทางนี้ทันทีเลยไม่ต้องมาพูดอย่างอาตมาถ้าท่านระบุเลยท่านกำหนดเลยได้เลยไม่ต้องมา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน