241226-3-166 ทางเอกภาค3-ตอน166(หน้า322)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 26 ธันวาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอะเรามาเข้าสู่บทเรียนกันอีกเมื่อวานเราได้ทบทวนขยายความพอมาถึงคำว่าสันตะวิหารซึ่งเป็นคำหนึ่งที่เราก็เคยเรียนอธิบายเคยทำความเข้าใจกันนะแล้วก็ได้มาขยายให้ฟังสรุปทบทวนให้มีขั้นมีตอน อยากล้างละเอียดซึ่งเราก็ได้อธิบายแล้วถ้าพูดได้ติดตามฟังมาเรื่อยๆจะเข้าใจมีอะไรต่ออะไรที่เป็นส่วนขยายที่เป็นส่วนเรียบเรียงทำให้เราเข้าใจขึ้นหน้าที่ได้อธิบายให้รู้คำว่าวิหารเน้นคำว่าหารักคือเครื่องอาศัยซึ่งคนเราก็รวนแล้วแต่อาศัยดังที่ได้อธิบายไปแล้วก็ขอทบทวนย้อนอีกนิดนึงมันเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความเข้าใจถ้าเราได้เข้าใจดีเพราะคนเรานี่มันอาศัยทั้งรูปและนามราชาศัพท์ทั้งดินน้ำไฟลม อาศัยทั้งจิตวิญญาณทั้งอารมณ์ก็ได้ขยายฟังแล้วว่าในส่วนของดินน้ำไฟลมในส่วนวัตถุแทงก่อนถ้าใครเป็นเน้นที่วัตถุธรรมเป็นธรรมณีเป็นวัตถุนิยมเราก็จะเป็นคนที่ไปถือความสำคัญในวัตถุเป็นของเที่ยงเป็นของที่ควรนิยมไปครองที่ควรจะสำคัญและเราก็ไปเอาสิ่งนั้นเป็นเครื่องอาศัยคนที่มีอารมณ์หรือที่มีที่ยึดหมายเป็นสุขหรือปัญญาเห็นจริงว่าอย่างนั้นเป็นของดีเขาก็ยังจะอยู่ในโลกของวัตถุนิยมเอียงอยู่ ข้างนึงถ้ายิงหมากเขาก็ยิ่งเอามากยังขนรกโลกปุถุชนปุถุชนก็จะเพ่งในเรื่องของวัตถุเช่นว่าสิ่งประกอบองค์ประกอบในการที่จะมีบทบาทข้างนอกแม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่มันหยาบตั้งแต่อบายมุขจะทำอะไรรุนแรงทั้งราคะโทสะจัดจ้านอยู่อะไรๆก็อย่าพลาดยศสรรเสริญก็ต้องหยาบก็ต้องเปลืองก็ต้องหนักตามคุณกามารมณ์ก็ต้องยากและก็เป็นเน้นในทางวัตถุธรรมมากถ้าเราได้รถปรับปล่อยลงมามีตัวอย่างไม่มีไม่เห็นเสพอบายมุขแม้จะเหลือ ทำก็จะต้องเรียนรู้อีกว่ามันเป็นตัวล่าตัวยศตัววัตถุตัวอะไรต่ออะไรพึ่งอาศัยว่าเป็นชีวิตชีวาเป็นความ
อ่านต่อ
สุขถ้าไม่มีสิ่งนั้นเสียแล้วเราก็จะรู้สึกว่าชีวิตของเราตกต่ำหรือขาดหรือว่าไม่สมบูรณ์ไม่สมบูรณ์พูนสุขจนกระทั่งถ้าเรามาเรียนรู้แล้วเราลดละลงไปอีกได้ไม่หลงไหลยศโดยเฉพาะการจะไม่หลงลาภยศก็เพราะเราตัดกามลดรูปลดกลิ่นเสียงสัมผัสเราไม่หลงใหลเสพเป็นโลกียสุขได้รูปมาเสวยสมใจในรถได้กลิ่นด้วยเสียงได้สัมผัสมาเสวยสมใจตามแต่เขาจะ ปนกันเป็นวัตถุธรรมเป็นสังขารธรรมแบบโลกๆถ้าเราเรียนรู้แล้วเราวางมามันก็จะน้อยลงน้อยลงชีวิตของเรามันก็จะเอนเอียงเข้ามาฟังทางด้านนามธรรมมากขึ้นเพราะฉะนั้นเริ่มต้นตั้งแต่หมดอบายมุขท่านก็ถือว่าเราจะพัฒนาแล้วเป็นโสดาบันเป็นคนที่เห็นจริงมีจริงเกิดที่จิตตัวเองอ่ะตัวเองเป็นผู้ที่อาศัยอาศัยจิตอารมณ์ทั้งวัตถุปล่อยวัตถุได้มันก็มาอาศัยอารมณ์เหมือนอารมณ์หวานๆจากสิ่งนั้นมันไม่ต้องไปมีอาการอารมณ์ที่จะต้องมีปฏิกิริยาสัมผัสเสพสุขได้เข้ามาสมใจอะไรหรือว่าอะไรมีพฤติกรรมกับสิ่งนั้นมันไม่มีได้มันก็สบายใจมันจะเห็นจริงรู้จริงมันจะ ใจจริงๆมันจะพอใจปลดปล่อยลงมาอีกเป็นสกิดทาคามีภูมิฐานสูงขึ้นมาลาภยศก็เข้าใจมันได้มันดีมันมีแล้วก็เอามาใช้ให้มันเป็นประโยชน์ขึ้นไม่เอาไปเผาผลาญพร่าเพื่อนโลกียสุขหรือไปทำทิ้งทำขว้างอะไรถูกคนอื่นเขามาเอาไปมันก็จะเกิดรู้เลยว่ามันไม่มีคุณค่านั้นมันน่าเสียดายยิ่งเห็นยิ่งเห็นจังเราก็ไม่ปลดปล่อยเราก็ไม่ปล่อยให้เป็นมันไม่จับจ่ายไปก็เอามาใช้ไม่ใช่ที่เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์เราจะเอามาทำในส่วนสัตว์ที่มันเป็นเป็นสิ่งที่ดีที่งามรอบพิสูจน์ได้เพราะเรามีครอบครัวเรามีทั้งฆราวาสเรามีทั้งผู้ที่สูงกว่านั้น ปรับปล่อยทิ้งได้ยิ่งกว่านั้นแม้แต่กามแม้แต่รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็ยอมลดด้วยความเห็นด้วยความเข้าใจในความจะตามๆกันบ้างก็ตามน่ะมีหมู่มีฝูงเขาเป็นไปได้เราก็บอกเราก็เข้าใจเหมือนกันนะพอเราไม่ไม่ไม่ไม่ไม่หนักไม่หนาไม่มากไม่มายก็ตามแต่ว่าเราก็เห็นว่าเออเราศรัทธานะทิศทางนี้แล้วเราก็มาทำตามเค้าทั้งๆที่อินทรีย์พละหรือว่าจิตใจของเรามันยังดึงดูดทางด้านวัตถุธรรมทางโลกทางธรรมลาภยศอะไรเยอะอยู่ก็ตามหมู่ฝูงก็ดึงดูดมันได้บ้างแล้วเราก็ได้มาลองอาศัยอาศัยมีอำนาจอย่างนี้ด้วยนะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ไตรอยู่ทางโลกเราก็เข้าใจมากขึ้นจะรู้สึกว่ามันก็เป็นของหนักหนออยากนอนลำบากมันก็จะมาศึกษาพากเพียรปฏิบัติเพิ่มขึ้นเดินทางเข้าหาอนาคามีภูมิคือไม่ยินดีในลาภในยศในวัตถุธรรมธนาคารมีภูมินี่เป็นขีดพงศธรมีภูมิเอียงเข้ามาหาอนาคตมันจะมาเป็นชาวธรรมะมาทางด้านจิตนิยมมาทางด้านวัตถุวางวัตถุมาเรื่อยๆมันมาทางจิตนิยมเห็นคุณค่าของจิตนิยมสูงวัตถุก็เป็นเครื่องอาศัยก็เข้าใจแล้วก็รับปรับปล่อย มาเรื่อยๆจะลดพระลงมาแบบเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นแน่ใจว่าถูกก็เป็นวัตถุแม้เราจะเป็นข้าวเจ้าข้าวเจ้าของเป็นคนที่จะมีลาภมีอะไรแลกเปลี่ยนมาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้จริงๆก็เข้าใจแล้วเราก็จะเอามาใช้ในทางที่เป็นคุณค่าในทางที่เป็นแก่นสารเราเข้าใจว่าอะไรเป็นแก่นสารอะไรเป็นเนื้อหาของมนุษย์ชาติของชีวิตอะไรสำคัญจะเข้าใจถูกขึ้นมาเรื่อยๆไม่ต้องไปบังคับกันหรอกอย่างที่เราพิสูจน์กันอยู่นี่ไม่ต้องเรียนร้ายไม่ต้องบังคับไม่ต้องผูกแขนอะไรไม่ต้องไปง้อไปง้อไม่ต้องไปบีบไปคั้นอะไรกันหรอกรู้เองเห็นเองพิสูจน์มาตั้งแต่อาตมาทำมาในเท้าความมาได้ยกตัวอย่างประกอบนิดหน่อยติดตามความเป็นจริงอาตมาให้เขาทำมูลนิธิ ตั้งมูลนิธิขึ้นมาก็ไม่พยายามให้เขาเรี่ยไรไม่เข้าไปที่ใดทำอะไรมาในแรกๆใหม่ๆปีต้นๆเราตั้งมูลนิธินิลปี 22 พึ่งมากี่ปี 22 23 24 3 ปียังไม่ถึง 3 ปีเต็ม 2 ปีกว่าเราตั้งขึ้นแล้วเราก็ให้ดำเนินไปไม่เรี่ยรายดังที่เรามีระบบมีแบบมีจารีตกันอ่าคนนั้นคนนี้มาใช้พวกเรานี่แหละในกลุ่มน้อยนี่แหละแล้วมีแต่เศรษฐีกระจอกทั้งนั้นไม่มีเศรษฐีใหญ่เศรษฐีโตอะไรตามประสาใครเห็นดีเห็นงามใครเห็นด้วยจะช่วยอุดหนุนจุนเจืออะไรกันมามูลนิธิจะมีรายรับรายได้อะไรอาตมาดูสถ แต่แรกๆอาตมายังไม่นึกเลยว่าทุกวันนี้นี่นาผ่านมาผ่านมาทุกวันนี้มีพวกเรานี่แหละไม่ตื่นหรอกเราไม่เคยไปประกาศกว้างขวางไปแล้วเราก็ไม่รับเงินรับทองเข้ามูลนิธิง่ายๆด้วยคนนอกนอกไม่รู้เรื่องรู้ราวนะไม่เคยมาคบหากับมูลนิธิมาพบปั๊บแล้วก็จะทำบุญด้วยเราก็ไม่มีนโยบายรับด้วยอาตมาวางมาตรการเอาไว้แล้วซึ่งมันพิสูจน์ได้ว่าเราเองเนี่ยจะต้องอาศัยความศรัทธาเห็นแจ้งเข้าใจด้วยปัญญานะถึงจะทำบุญกับมูลนิธิเราได้และส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเราแสดงว่าจิตใจพวกเรานี่เข้าใจเพิ่มขึ้นนะว่าการที่จะมาทำบุญการที่จะอุดหนุนจุนเจือการที่จะทำอะไรมันมีบทบาทการงานมันมีเสียงอะไรๆให้เรา ปฏิภาณให้เขาเกิดการไหวรู้เพราะงั้นก็หลายคนพวกเราก็ตั้งใจอุดหนุนจุนเจือแบ่งส่วนแบ่งแบ่งส่วนที่แลกเปลี่ยนในโลกออกมาทำบุญทำทานออกมาช่วยมูลนิธิก็เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นทุกวันนี้กับแต่ก่อนตั้งใหม่ๆเดือนนึงบางทีไม่ได้สักบาทไม่มีคนอุดหนุนสักบาทเดียว 2 เดือน 3 เดือนมีสักร้อยนึง 200 อะไรนี่ก็เคยสมัยใหม่อาตมาก็ดูเออมันคงเป็นไปไม่รอดปีแรกแรกไปดูก็ได้ไปดูสถิติบทบาทรายรับมีกันอยู่ข้างนอกอยู่งั้นน่ะเออก็ค่อยๆเป็นไปแล้วก็ควักเงินของมูลนิธิเองที่เป็นต้นทุน 100,000 บาทที่ลงทุนไปแล้วมาใช้ นานไปจนหมดเกลี้ยงก็เหลืออยู่ติดตอนแรกๆปีแรกๆเหลือติดบัญชีอยู่เป็นจำนวนร้อยไม่ได้มีเป็นจำนวนพันหรอกเหลือติดบัญชีอยู่จำนวน 100 คือเหลือไว้เพื่อไม่ปิดบัญชีเท่านั้นเองเสร็จแล้วก็ค่อยๆมีหมุนเวียนมีคนช่วยเหลือเฟือควายกันขึ้นมามากขึ้นมากขึ้นจนทุกวันนี้แต่ละเดือนมีรายหมุนเข้าเป็นจำนวนแสนแต่ละเดือนขณะนี้มีคนทำบุญกับมูลนิธิแล้วเราก็เอามาหมุนเวียนใช้จ่ายจับจ่ายทำงานทำการไปอย่างที่เราเห็นนี่แหละซึ่งเงินเหล่านั้นเราก็ไม่ได้เอามาซื้อกินซื้อใช้อะไรในชีวิตของพวกเรานี่ก็ใช้อาศัยศรัทธาญาติโยมนะช่วยเหลือโซฟากันคนนั้นคนนี้ใครก็แล้วแต่มันเป็นระบบจารีตประ มีของวัดมีแต่เดิมวัดไทยก็เป็นอย่างนี้วัดของพุทธอาศัยศรัทธาญาติโยมที่อุดหนุนจุนเจือกันแล้วเข้าใจแล้วเราก็เลี้ยงดูกันเป็นสังคมที่เป็นญาติติธรรมแท้แล้วเนี่ยมันเป็นระบบของศาสนาขึ้นมาจึงขอชี้ให้เห็นใครไม่สังเกตก็จงสังเกตและก็อ่านดูแต่เราพูดแต่ละคนมีกลุ่มขึ้นมามีหมู่ขึ้นมาต่างคนต่างเสียสละคนละนิดคนละหน่อยเป็นไปช่วยเหลือเกื้อกูลกันเลี้ยงดูกันวันหนึ่งคืนหนึ่งตกประมาณร่วม 100 คนทุกวันนี้อย่างน้อยๆตกประมาณร่วม 100 คนหมู่กลุ่มที่อยู่ในนี้ก็กินกินทุกวันใช้ทุกวันแหละแต่เราก็มาหักลดละประหยัดลงมาแล้วมันก็อาศัยสิ่งที่ประหยัดมีไปได้ถ้าเราไม่ประหยัดลงมาอย่างนี้ บริษัทมีคนต้องเป็นร้อยๆเนี่ยนะเศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ต้องซื้อต้องหามาแจกมาจ่ายมาใช้กันนี่นะเดือนนึงมากงบประมาณค่ากินค่าอยู่ค่าใช้เดือนนึงตั้งไม่ใช่น้อยๆทีนี้อาตมาพูดแล้วว่าเงินมูลนิธิเราไม่ได้เบิกออกมาเพื่อซื้อกินซื้ออยู่ซื้อใช้อะไรกับพวกเราที่เราอาศัยอยู่ที่นี่นะทั้งพระทั้งนักบวชทั้งผู้ปฏิบัติทั้งอารามิกทั้งอาคันตุกะที่มาช่วยอาศัยบ้างเดือนนึงไม่ใช่น้อยๆถ้าต้องใช้ต้องจ่ายแล้วบ้านเราเรือนเราบริษัทเรานี่เป็นบริษัทที่รับแขกไม่ใช่น้อยๆก็เกื้อกูลกันไว้อยู่แต่มันก็เป็นไปได้ด้วยระบบด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าเนี่ยด้วยอยู่กันได้ระบบหลักเศรษฐศาสตร์ของ ภาพเป็นอยู่อย่างนี้มันเป็นเรื่องที่น่าฉงนสนเท่ห์เหลือเกินแต่ก็เป็นไปได้โดยอาศัยสภาพเกื้อกูลกันได้พิสูจน์ความเกื้อกูลขึ้นแล้วโดยไม่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ขาดแคลนอะไรอยู่ก็เพราะเป็นเพราะไปเลยยังไม่ได้อยู่กันอย่างขาดแคลนได้อยู่กันอย่างพอเพียงพอไปทีเดียวแล้วพวกเงินรายได้ที่จะเข้ามามูลนิธิเพื่อที่จะมาอุดหนุนการทำงานของพวกเราพวกเราให้ได้มีบทบาทการงานอันใดมีการงานซ้อนซ้ำลงมาให้พวกเราได้เห็นวันนี้เป็นกิจกรรมเป็นการงานเป็นการสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ที่จะทำให้พวกเรามีอะไรต่ออะไรมากขึ้นออมมูลนิธิตั้งตั้งแต่เมื่อ 2520 อ๋อไม่ใช่ 2,000 222 220 2520 ก็หลายปีมาแล้วเป็นกิจจะลักษณะเพิ่มขึ้นเมื่อ 2521 มีรูปร่างเราตั้งเดือนสิงหาคมและได้รับอนุญาตเมื่อสิงหาคมเงินเดือนสิงหาคมจำได้ว่าอย่างนั้นนะใช่ไหมเอ่ย 2520 มาทีนี้เงินพวกเราก็เห็นว่าเรามีบทบาทกันจริงเข้าใจกันขึ้นเรามาอุดหนุนเงินเหล่านี้ไม่ใช่เราจะเอามาให้พวกเรานี่มาท่านลุงคนในนี้แม้แต่พระลงไปทีเดียวก็ถ้าลุงเงินเหล่านี้ซึ่งพวกเราพยายามที่จะไม่ จะไม่ไปจะได้จับจ่ายใช้นอกจากเมื่อคุณเห็นดีเห็นงามจะช่วยเหลือโปรไฟล์ค่ารถแม้แต่เงินจะเจียดมาเลยเป็นค่ารักษาพยาบาลไม่เจ็บป่วยมูลนิธิหลังเลยตอนแรกๆก็ไม่พระจะป่วยก็เอาจากโยมคนไหนจะช่วยก็ช่วยไปมูลนิธิเฉยๆไม่เอาภาระจะป่วยจะเจ็บก็จัดก็ตามมูลนิธิก็ไม่จับจ่ายออกมาไม่ช่วยอุดหนุนอะไรแม้จะเจ็บป่วยค่าใช้จ่ายจะเจ็บปวดของนักบวชซึ่งก็ไม่มีเงินอยู่แล้วก็รู้ๆกันอยู่แล้วขนาดนั้นทีเดียวแต่ต้นๆตอนแรกๆตอนหลังๆมาจึงไม่เห็นความจำเป็นจึงได้จัดการจัดเกลียดออกมาแจกมาจ่ายไว้จ่ายเพื่อเตรียมจะมีพวกเรานักบวช ช่างไปถึงผู้ปฏิบัติอามิกาเซ่ ปฏิบัติทุกระดับทุกระดับของพุทธศาสนิกชนในขอยืนยันเลยให้พวกคุณสังเกตุอ่านให้ดีเรามีสัมมาทิฏฐิทำความเข้าใจให้เห็นแจ้งว่าการประพฤติปฏิบัติคืออะไรใช้หลักการของเราประพฤตินั้นมีศีลหรือมีหลักเกณฑ์ในการประพฤติตั้งแต่หยาบหยาบง่ายๆเป็นหลักแท้ๆศีล 5 ศีล 8 ยังมีองค์ประกอบอธิศีลอะไรอยู่ในศีล 5 ศีล 8 เหล่านั้นตามแต่ละบุคคลปฏิบัติเป็นเขตของเราที่เราจะประพฤติด้วยการประพฤติมีสัมมาสัมพุทธะมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะโดยมีสัมมาวายามะสัมมาสติมีความพยายามมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมรู้ตัวรู้ตน เราเป็นคนถือศีล 5 หน้าถือศีล 8 นับถือศีลข้อนั้นนะอาทิตย์ศีลข้อนี้เป็นอย่างนี้นะเราจะไม่กินเนื้อสัตว์เราจะไม่แต่งตัวเราจะไม่วุ่นวายเรื่องนั้นเรื่องนี้มีอะไรเป็นอธิษฐานขึ้นมาเป็นข้อๆคันๆเราจะลดมือการกินเราจะลดมื้อการใช้เราจะลดการนอนเป็นจรณะ 15 ประกอบมาในตัวขยายความแล้วเราก็รู้ตัวทั่วพร้อมรู้สึกในตามกฎตามหลักเหล่านั้นปฏิบัติกันมาได้อาศัยเราพิสูจน์ว่าเรามีชีวิตอาศัยความเป็นไปอาศัยว่าเราจะมีอิริยาบถมีการกระทำพฤติกรรมในชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วก็มีพฤติกรรมอย่างนี้อย่างนี้เนี่ยมันดีไหมพวกคุณรู้เองมีปฏิภาณเข้าใจเอง เห็นว่าดีนี่นาคุณก็ชัดเจนมาด้วยไม่ว่าหนุ่มเมื่อสาวและอาตมาได้พิสูจน์มาไม่ว่าหนุ่มไม่ว่าสาวไม่ว่าแก่ได้ก็ทำจริงมีบทบาทจริงมีผลมีผลรองรับมีปัญญารู้ฉันตอนขึ้นมาลดละพอใจจะลดจะละแม้กิเลสเราจะมีบางคนนี่เข้าใจเข้าใจแต่แม่กิเลสมันดื้อได้คือจิตของเราเคยเสพคุณเคยติดเคยยึดเป็นภาวะปัจจัยเดิมมันมีเดิมที่สั่งสมติดมารู้ทั้งรู้เราจัดตั้งใจอยากออกฝึกพยายามมันก็ยังวนเวียนมันก็ยังไม่ค่อยเก่งค่อยแข็งค่อยแรงคุณก็รู้กันเองของใครของมันคนไหนง่ายก็รู้ว่าเราง่ายนะเราไม่ยากเพื่อนเขายากเออเรากลับง่ายนะก็เห็นชัดเจนอยู่ บ่ได้หน่ายคลายละรถออกมาจริงๆปฏิบัติไปศีลก็แนบเนียนขึ้นสูงขึ้นเห็นผลของศีลศีลเป็นที่ตั้งศีลเป็นฐานศีลเป็นที่เป็นไปขัดเกลาจิตเป็นอันที่จิตสูงขึ้นสูงขึ้นมีความจางคลายมีความไม่เที่ยงมีความจางคลายจนถึงขั้นบางอันเป็นนิโรธมีนิโรธจนกระทั่งเป็นไปด้วยดีปลดปล่อยได้มีประสิทธิภาพเราก็อ้าวยังสัมผัสอย่างนั้นอยู่เรายังเป็นอย่างนั้นอยู่แต่จิตใจของเราก็สนิทเนียนสบายเกิดการเห็นว่าเราจะสัมผัสสิ่งที่เรารักใครได้นายจ้างได้แล้วแต่เรายังเกี่ยวข้องอยู่เกี่ยวข้องเราก็รู้ว่าเราวางเมื่อไหร่ก็ได้ปล่อยเมื่อไหร่ก็ได้เห็นจริงในแต่ละบุคคลเพราะงั้นเมื่อถึงวาระถึงเหตุปัจจัย พบกันพรุ่งนี้จะวางมาเลยแล้วก็มีคนวางมาแล้วไล่เรียงมาทั้งๆที่ตัวเองปฏิบัติธรรมไม่เคยคิดเคยนึกว่าจะเข้ามาถลำตนถลำตัวมาป่านนี้เลยจนบางคนเอ๊ะแน่นอนมาขอบวชแล้วเหรอเลิกมาแล้วทั้งโลกไม่คิดจะบวชง่ายๆนักหรอกไม่ตั้งใจเลยแต่มันก็เป็นจริงตามภาวะปัจจัยบุญบุญบารมีจนมาเป็นนักบวชแล้วก็มาทำงานนี้ให้ได้เต็มวันเลยวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงขอทำงานนี้แหละไอ้เรื่องรายได้เงินเดือนแลกเปลี่ยนสบายมากมันไม่สงสัยมันแน่ใจว่าเราไม่มีรายได้สักบาทนี่เราก็อยู่อาศัยการกินแค่นี้การอยู่แค่นี้การหลับการนอนแค่นี้การรักษาตัวมีปัจจัยแค่นี้มีบริขารเท่านี้ก็เป็นเครื่องอาศัยที่สบาย รายได้ผู้ที่ยังจะต้องหมุนเวียนช่วยเหลือในมูลนิธิก็ยังอาศัยสิ่งเหล่านั้นแลกเปลี่ยนถ้าเข้าใจอย่างนี้มากขึ้นก็จะทำบุญในมูลนิธิมากขึ้นจะทำบุญในมูลนิธิมากขึ้นเห็นเลยว่าเออเราเองเราไม่ติดไม่ยึดเราไม่ต้องมันมีภาระบางคนเข้าใจแต่เอามาไม่ได้เพราะว่าต้องเกื้อหนุนในภาระก็คู่นั้นก็ทำบุญเหมือนกันไม่ให้มูลนิธิไปช่วยเหลือเกื้อกูลภาระของคุณที่จำเป็นที่สำคัญที่มันก็ชาวโลกเขาก็รู้เราก็เห็นควรมันก็ควรทำแล้วก็ทำไปให้แก่คนอื่นคนไกลกว่าไม่เกี่ยวกับมูลนิธิที่จะไปเกื้อกูลโดยตรงแต่พวกคุณก็ไปเกื้อกูลกันเองโดยตรงของพวกคุณเป็นฆราวาสเป็นใครก็ดีก็ทำกันอยู่ก็เข้าใจใน ทานในการให้เกื้อกูลคนที่ควรได้ช่วยเหลือฝ่ายดีขึ้นเรื่อยๆสังคมอย่างนี้มนุษย์อย่างนี้มันก็เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่ามีประโยชน์เกื้อกูลกันแม้ที่สุดไม่ไม่ต้องสะสมแน่ใจมั่นใจว่าชีวิตนี้ไม่ต้องสะสมเป็นมนุษย์พัฒนาระดับอัจฉริยะเนื่องจากขยันแล้วก็เป็นอัจฉริยะซึ่งเป็นมนุษย์พัฒนาในระดับ 9 ระดับ 8 มีอาการที่น่าเลื่อมใสลงมามีศีลเคร่งมีบทบาทรูปธรรมอะไรที่เป็นเป็นสมณะเป็นสภาพจนกระทั่งมันย้อนแย้งคานกันกับคนชาวโลกแม้แต่กินจะอยู่แม้แต่แต่งตนแต่งตัวแม้จะไปแต่มาแม้แต่จะเข้าไปใช้เวลาซึ่งเรียกในภาษาง่ายๆว่าใช้เวลาไปเที่ยว ใช้เวลาไปคลุกคลีไปเกี่ยวข้องตามโลกเขาเราก็ถดถอยออกมาเอาเวลามาคลุกคลีกับสิ่งที่เป็นสาระสำคัญเอาพฤติกรรมแรงงานของเรามาทำเป็นประโยชน์มากกว่าเราจะเห็นจริงขึ้นมากขึ้นค่าใช้จ่ายรายได้รายจ่ายรายอะไรอะไรก็หมุนเวียนเข้ามากลายเป็นบริษัทหรือแม้แต่มูลนิธินี่มีเงินหมุนเวียนมีเงินเข้ามาช่วยอุดหนุนจุนเจือพวกเรากันเองได้ช่วยกันทำงานมีทุนมีรอนสร้างสรรค์จนได้มีผลผลิตมีสิ่งผลิตอะไรออกไปไม่ใช่ย่อยๆผลผลิตของเราเนี่ยคนมาถามว่าพวกเรานี่คณะอโศกนี่ขณะนี้มีกลุ่มมีหมู่เนี่ยบทบาทข้างนอกนี่เขา คำนวณเข้ามาเลยว่าถ้ามีบทบาทผลงานมีผลผลิตขนาดนี้มันควรจะมีแกนไม่มีกลุ่มหมู่ขนาดนั้นขนาดนั้นข้างนอกเนี่ยเขาได้รับผลสัมพัทธ์ออกไปแล้วเขาก็คำนวณเข้ามาหาข้างในว่าที่นี่มีพระเท่าไหร่เราบอกว่าที่นี่มีพระทั้งหมดนะอโศกน่ะมีอยู่ 50 กว่าลูกเขาก็อะไรมีพระ 50 กว่าลูกแค่นั้นเองหรอแต่บทบาทการสัมผัสบทบาทของศาสนาหรือว่าศาสนธรรมที่เราได้สัมผัสออกไปมีฤทธิ์แรงไม่ใช่ไม่น่าเชื่อก็ขนาดนี้บทบาทสถาบันสงฆ์มีพระตั้ง 2 แสนรูปแสนกว่าจะ 3 แสนกันบางทีพูดกันว่า 3 แสนสถิติก็มีต้นทุนแก่นสารของผู้จะมา คานเป็นองค์กรของเป็นบุคลากรของศาสนาตั้ง 230,000 กว่ารูปแต่ผลผลิตเทียบกับ 50 กว่ารูปนี้เราเอาตัวพระเอาผู้ที่วันหนึ่ง 24 ชั่วโมงก็อยู่ในวัดเนี่ยเอามาเทียบกันดูผลงานหรือผลผลิตในการที่จะพยายามพัฒนามนุษย์ในการสอนเป็นการเผยแพร่เป็นการทำให้รู้ศาสนาขึ้นนี่ผลงานก็ 230 รูปเทียบกับ 50 กว่ารูปนี่เอ๊ะทำไมมัน 50 กว่ารูปมันมีบทบาทมันมีผลงานมันมีอะไรออกไปสะพัดต่อสังคมมนุษย์ต่างกันมากกว่านี่มันเป็นผลประโยชน์เราอยู่ข้างใน เราฟังเสียงสะท้อนเข้ามาก็พอรู้พอดีคนข้างนอกก็ยิ่งจะรู้บทบาทเลยพระศาสนาเนื้อหาความหมายต่างๆของศาสนธรรมมันเป็นยังไงอะไรต่ออะไรเราก็เผยแพร่ออกไปปลูกฝังกันย้อนแย้งกันบ้างเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างศึกษากันไปมันมีบทบาทอยู่อย่างนี้นี่เป็นผลงานที่เราได้ทำเพราะว่าอุดหนุนกันทั้งทุนร้อนทั้งแรงงานทั้งความศรัทธาเลื่อมใสเข้าใจแล้วเราก็ได้อาศัยสิ่งนี้กลุ่มหมู่ก็ได้อาศัยสิ่งนี้สะสมบำรุงกันไปเจริญงอกงามกันไปกระทํา ให้คุณอ่านทุกวันนี้เงินหมุนเข้ามูลนิธิเดือนนึงเป็นแสนได้เป็นแสนแล้วเราก็ไม่ใช่ใช้ทันนะไม่ใช่ใช้เหลือนะแสนขนาดก็หมุนก็เป็นแสนนี่ยังอุตส่าห์ไปทำเครดิตเพิ่มขึ้นขณะนี้โอ้โหพอบอกตัวเลขเครดิตแล้วขณะนี้เป็นเดือนล้านแล้วเครดิตจะเรียกว่าหนี้ก็เรียกได้ที่เราทำอยู่เดี๋ยวนี้เรียกว่าเครดิตเรื่องเงินที่ใช้จ่ายเขาเชื่อถือให้ให้เอามาหมุนทำงานทำการทำอะไรไปเนี่ยเป็นเรือนล้านได้ขนาดนี้เรียกว่าเครดิตหรือเรียกว่าถ้าผลักเข้าไปจริงๆตัดงบดุลจริงๆก็คืนนี้ถ้าไม่ตัดก็รุ่นจริงๆก็ถือว่าเป็นเครดิต เป็นสิ่งที่เชื่อกันไว้ค้างกันไว้หมุนกันอยู่เราทำงานได้ถึงปานฉะนั้นเหมือนพ่อค้าเหมือนระบบโลกที่เขาเชื่อถือกันแล้วเราก็พยายามช่วยกันไปผู้เห็นผู้รู้ก็ช่วยกันขึ้นไปในการงานหรือว่าบทบาทของบริษัทของสังคมของกลุ่มมนุษย์มันก็เกิดการรวมตัวมันก็เกิดการบทบาทเกิดการเกิดระบบเกิดระบบเกิดแบบแผนเกิดแบบแผนที่กระทำเกิดขึ้นช่วยเหลือเจือจานเกิดขึ้นและทีนี้ก็มาถึงพวกเราพวกเราอยู่เนี่ยก็ถามตัวเองให้มากว่าเราเองเรา อาศัยชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งอยู่อย่างนี้ถูกใช้งานฟรีเราก็มาทำงานฟรีอย่างนี้แล้วเราก็กินก็ได้กินได้อยู่อย่างนี้มีโลกียสุขคือเสพสมพอประมาณเสพสมเด็จรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสพิเศษสมเด็จอารมณ์ที่ว่ามันสมใจมันก็พอใจค่อยมาเป็นไปตามแต่ละสถานะคุณเองคุณน้อยไปหรือเปล่าคุณยังพอเบิกบานแจ่มใสมีชีวิตชีวาหรือเปล่าคุณน้อยใจมีปมด้อยและแม้เขาอยู่ข้างนอกโลกเขาได้เสพโลกียสุขเยอะแยะคนเราลูกก็รู้ก็นี้รถก็รู้คนนี้รูปรถเป็นเสียงสัมผัสอะไรต่างๆนานาเขาได้ลาบมาได้สิ่งแรกเปลี่ยนมาเขาก็ชุ่มชื่นหัวใจกว่านี้เราไม่มีลาภแลกเปลี่ยนมาเลย สำหรับบางคนที่อยู่ในนี้แล้วไม่มีลาภแลกเปลี่ยนมาเลยวันเดือนวันคืนก็ไม่มีแล้วลูกคุณสดชื่นมีชีวิตชีวาหรือเปล่าหรือว่าเหี่ยวเฉาแม่มันอับเฉานะเขามีรายได้อย่างน้อยเดือนนึงเป็นพันอย่างน้อยบางคนก็เป็นร้อยเราไม่มีซักกะบาทเลยนี่เราเหี่ยวเฉาไหมหดหู่ใจไหมอาศัยชีวิตที่หมุนเวียนมีระบบหมุนเวียนเกี่ยวข้องเข้ามาถึงเราเราเป็นคนอย่างนี้แหละถ้าผู้ใดพอใจผู้ใดเห็นจริงไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องได้มีรายได้หมุนเวียนเข้ามามันก็ต้องไม่ต้องมีอะไรเราจะต้องมีเงินมีทองหมุนเวียนเข้ามาให้มีทรัพย์สินมีอะไรก็ไม่ตอบเราทำงานเนี่ยอย่าว่าจะเอามาให้เลยเราได้ทำงานเพราะว่ามีทุนมาช่วย มีกลุ่มมีหมู่มีผู้พามีบริษัทพาแล้วเราก็ทำงานกันไปได้มีบทบาทการงานมีแรงงานรังสรรค์แล้วเราก็ได้เสียสละรู้ว่าเราได้ทำงานนี่งานนี้เสียสละออกไปเป็นผลเป็นสิ่งผลิตที่ไปเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติให้เขาได้ศึกษาให้เขาได้เรียนรู้ให้เขาได้แปลแปลพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนจากพฤติกรรมชั่วมาเป็นพฤติกรรมดีมันมีผลอย่างนี้จริงหรือเปล่าคุณก็ตามสังเกตอ่านดูจริงเรามีบทบาททั้งไปซ้อนไปแนะนำพาพวกเรากันไปยืนยันเราเป็นคนอย่างนี้แหละสังคมเราควรจะลดละลงมาอย่างนี้เราถ่วงดุลสังคมอยู่มากโดยการกินน้อยใช้น้อยมักน้อย หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าพาเป็นมาแต่เดิมพระพุทธเจ้าปรับปรุงสังคมพระพุทธเจ้าช่วยเหลือเฟือฝ่ายสังคมด้วยระบบลัทธิของท่านตั้งแต่คนสมัยโน้นจนเมืองอินเดียกลุ่มแคว้นต่างๆนับถือศาสนานี้นับถือระบบแห่งชีวิตชีวาอย่างนี้มันเป็นระบบไม่เหมือนทั้งโลกทั้งโลกมีการบังคับแต่ทั้งๆที่ไม่บังคับแต่เห็นด้วยปัญญาศรัทธาแล้วเราก็มาทำตามด้วยปัญญาศรัทธาและรถมาเอื้อเฟื้อไปแจกจ่ายไปไม่เหมือนระบบกดขี่ข่มเหงออกแบบคอมมิวนิสต์หรือแบบระบบทางบริหารผู้คนทางบริหารใช้กฎบังคับใช้กฎระเบียบอะไรๆไปตามที่เขาต้องการแล้วก็ถ้าไม่ทำตามมีบทลงโทษมีบทบังคับ แรงอะไรเงี้ยเราไม่ระบบศาสนามันเป็นระบบที่เป็นผู้ดีเป็นการไว้ให้เกียรติให้อิสระเสรีภาพกันมากตามความพอใจเห็นดีว่านี่เป็นคุณงามความดีนี่เป็นรูปร่างที่ดีเป็นระเบียบที่ดีเป็นสัดส่วนที่ดีที่จริงมาทำตามเองมันเป็นเรื่องเหนือกว่าระบบบริหารเพราะฉะนั้นเรื่องการเมืองกับศาสนานี้อย่ามาพูดซะให้ยากเลยว่าระบบการเมืองนั้นจะเป็นผู้ดียิ่งกว่าอาตมาเข้าใจว่าระบบของศาสนาอิสระเสรียอมเสียเรายอมเองนะเรารู้ว่าการเสียสละเป็นคุณงามความดีการที่ได้ช่วยเหลือโซฟาการจะได้สร้างสรรค์ให้แก่เขาเป็นความดีเรายอมตนเรายอมทำเองเราเห็นด้วยปัญญา จะเอาชีวิตมนุษย์ก็เท่านี้แหละชีวิตที่ได้สร้างสรรค์เราเองแค่นี้ก็เบิกบานสดชื่นพอแล้วสมบูรณ์พูนสุขไม่มีรายได้สักบาทสมบูรณ์พูนสุขไม่มีใครมาตั้งยศตั้งศักดิ์อะไรให้ก็สมบูรณ์พูนสุขไม่ต้องเสพกามรูปรถเป็นเสียงสัมผัสก็ปรุงกันจีจ๋ายังไงยังไงเราก็แสนเข้าใจเราไม่ต้องไปเสพเอร็ดอร่อยเป็นอัสสาทะเป็นอารมณ์รสนิยมโลกโลกอย่างนั้นเราไม่สงสัยเราเข้าใจเราแค่นี้ก็พอแล้วแค่นี้เราก็อาศัยได้มีชีวิตชีวาเบิกบานร่าเริงเป็นชีวิตที่อยู่สมบูรณ์นะไม่ต้องมาแลกสิ่งอย่างนั้นเราสบายแล้วแม้ที่สุดเรามาหลงผิดจะต้องหยุดอยู่เฉยมันขี้เกียจเข้าตัวมาไม่ใช้ LINE เป็นประโยชน์ไม่ขยันหมั่นเพียรไม่รู้จักบทบาทควรจะสร้างสรรค์ควรจะช่วยเหลือเฟือควายกันแม้อย่างนั้นเราก็ไม่บังคับกันเกินการแต่ก็บอกเตือนให้สังเกตบัดนี้เราทำอะไรอยู่กายกรรมวจีกรรมดีกว่านี้ยังมีอีกอะไรหมูฝูงมีบทบาทการงานอยากจะได้แรงงานจากเราอยู่มีอยู่ถ้ายิ่งเราใช้แรงงานก็พยายามมีแนวมีเชิงแนะนำพวกคุณว่าถ้ายิ่งเป็นพลังมดมีความสามัคคีสังฆัสสะความพร้อมเพรียงของชนผู้เป็นหมู่แล้วเบานะพาเชิงแนะมีเชิงมีส่วนที่ชี้เชิงให้ถ้าใครมีปฏิภาณก็จะเข้าใจมาช่วยกันแบกเสาอย่างนี้เป็นต้นเสาใหญ่ๆเนี่ยไม่ได้ช่วยกันหลายๆคนแตะกันคนละนิดคนละหน่อยนะเนี่ยพาทำ เบามากไม่หนักอะไรเดี๋ยวก็แล้วเดี๋ยวก็เสร็จทำงานส่วนนั้นส่วนนี้พลังหมดพลังหมู่สามัคคีธรรมมีอำนาจมีเรี่ยวแรงมีน้ำหนักเสร็จเร็วเบาง่ายพิสูจน์ความเบาง่ายเพราะพลังสามัคคีพลังแต่ละคนช่วยเหลือ Free Fire กันเสียสละอุ้มชูทุกอย่างหนักเป็นเบาหมดจะแทนที่จะสำเร็จช้าเป็นสำเร็จเร็วหมดเราได้พิสูจน์ได้ชี้แนะเชิงจี้ให้เห็นผลดีเรามีพลังมดไปจัดงานสวนลุมแม้แต่พวกเราพลังมดแค่นี้เราเอาชนะได้ทุกคนช่วยคนละไม้คนละมือใครจะเป็นแกนใครจะเป็นหลักทุกอย่างพรั่งพร้อมงานหนักงานเบาตั้งแต่ความสะอาดไปจนกระทั่งช่วยเหลือแบกหาม ค้นอะไรทุนร้อนที่จะต้องมาจับจ่ายจ้างกันอะไรต่ออะไรลดน้อยถอยจัดงานมีคนเข้ามาร่วมงานต้องเป็นหมื่นเป็นแสนสำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือรวดเร็วปุ๊บปั๊บปุ๊บปั๊บซึ่งเป็นกลุ่มสังคมเป็นกลุ่มบริษัทที่รับผิดชอบเราไม่ต้องขอทุนรอนจากเขาเลยในสมัยนั้นน่ะอาตมาเองอาตมาภาคภูมิใจอยู่ตัวเองไม่พูดไม่เปิดเผยไม่บอกคือยังจัดงานตอนนั้นคุณจำลองยังเป็นเลขาสำนักนายกจึงเลขานายกอยู่ซึ่งได้มาเปิดเผยแง้มเชิงให้แก่พวกคณะจัดงานวิสาขบูชาเนี่ยบอกว่าถ้าเผื่อว่าขาดเหลืออะไรสำนักนายกก็พอมีจับจ่ายให้เบิกมาได้ แล้วก็พิสูจน์การจัดงานกันทุกคนทำงานแล้วเสร็จผลปรากฏว่าเราไม่มีใบเบิกไปเบิกจากสำนักนายกอะไรขึ้นมาตามที่ทางโน้นก็ยินดีที่จะขาดเหลือจริงๆก็อุดหนุนได้เราก็ทำกันได้อย่างมูลนิธิของเราเราไม่ไปเบิกเอาอะไรมาส่วนคนอื่นเขาจะเบิกอะไรบ้างก็ไม่รู้นะอาตมาไม่รู้ซึ่งเป็นงานที่เป็นผลสำเร็จออกมาต่างคนต่างก็เสียสละใครได้เสียสละข้อเสียสิใครเสียไปมากหน่อยก็เสียไปใครจะจ่ายส่วนตัวไปมากหน่อยก็จ่ายไปถ้าคุณไม่ตายคุณยังเป็นไปได้อยู่ก็การจ่ายการเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive