250112-3-170 ทางเอกภาค3-ตอน170(หน้า331)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 12 มกราคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกผู้ใดที่ยังรักษาส่วนที่เรียกว่าส่วนประกอบของสังคมมนุษย์หรือความเป็นการอยู่ได้โดยหลักอีกหลักหนึ่งอันเป็นหลักสำคัญของมนุษย์คือหลักวินัยโลกต้องมีธรรมะซึ่งเป็นความทรงโลกต้องมีสิ่งแวดล้อมเรียกว่าความว่าวินัยถ้าไม่มี สองสิ่งนี้โลกอยู่ไม่ได้จะส่งยังไงก็ส่งไม่ได้เหมือนกับโลกลูกโลกเนี่ยหมุนรอบตัวเองได้แต่ถ้าไม่หมุนรอบดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถจะส่งอยู่ได้ต้องมี 2 ส่วนเราต้องรู้ความจริงรู้ความจำเป็นของสิ่งสองสิ่งอย่างนี้เป็น 2 ส่วนถึงจะประกอบกันอยู่ได้ถ้าไม่ประกอบกันก็หมายความว่าหายไปดิ้นรนไปหรือหลุดพ้นไปหลุดออกไปความหลุดพ้นของความเป็นจริงถ้าเป็นคนมันกลับกันหลุดพ้นคือสมานแน่น ความหลุดพ้นของคนคือความสมานแน่นกับหมู่ความหลุดพ้นของจิตคือการดับสนิทไม่มีของกิเลสมันต่างกันหลุดพ้นอันหนึ่งยิ่งข้าวคือความเป็นคนคนที่หลุดพ้นแล้วพระอรหันต์แล้วหลุดพ้นแล้วจะยิ่งอยู่กับมนุษย์เสียชาติอยู่ได้ยังเบิกบานอยู่ได้อย่างดีสมานสมานัตตาอยู่กันอย่างประสานอยู่กันอย่างช่วยเหลือเขาเกื้อกูลเห็นคนเป็นผู้ที่น่าสงสารมีเมตตามีกรุณามุทิตาอุเบกขาเพราะมีจิตอุเบกขาแท้มีลักษณะ 5 จึงอยู่กับคนได้อย่างสบายเพราะลักษณะการหลุดพ้นของคนไม่ใช่การหลีกหนีไม่ใช่การแตกแยกไม่ใช่การไม่เป็นเหมือนหมู่ลักษณะการหลุดพ้นของคนคือความเหมือนหมู่เป็นไปโดยกฎโดยระเบียบโดยวินัยโดยหลักการโดยสิ่งที่เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หมู่จะต้องอยู่ด้วยหลักวินัยยะคือนัยยะอันยิ่งจะต้องรู้ว่านัยยะอันนี้เป็นอะไรทำทำไมมีประโยชน์อะไรสามารถเปลี่ยนได้ในระยะต่างๆสามารถเปลี่ยนประกอบใหม่ได้เมื่อเหตุปัจจัย จำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะฉะนั้นกฎระเบียบกฎหมายก็เปลี่ยนได้ต้องเปลี่ยนสำหรับสังคมแต่ละสังคมจะต้องใช้
อ่านต่อ
ไม่มีก็ไม่ได้มีเป็นตั้งแต่ธรรมชาติไม่มีใครตั้งแต่ก็ต้องมีเป็นจารีตเป็นประเพณีเป็นวัฒนธรรมเป็นของมันจริงๆถ้าเราไม่เห็นความสำคัญไม่เห็นความเป็นความมีอันนี้เราก็เป็นคนไม่เข้าใจหลักอุปโภคคือ 2 ส่วนมีมด 2 ส่วนประกอบของวิมุติความหลุดพ้น 2 ส่วนส่วนคนกับส่วนจิตจะต้องมีอย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นผู้ใดเอื้ออนุเคราะห์วินัยหรือกฎระเบียบผู้นั้นก็ แสดงว่าเป็นผู้ที่มีญาณมีปัญญามีผู้เป็นผู้ที่รู้เข้าใจแล้วก็ปล่อยวางในเรื่องนี้เมื่อเราอยู่กับกลุ่มนี้หมู่นี้ใช้กดใช้ระเบียบนี้เราก็ใช้จริงๆถ้าเราใช้ไม่ได้แล้วลาออกเหมือนอย่างกับเราอยู่ในสมาคมเราก็ต้องอยู่ตามกฎตามหลักของแท้และสมาคมใช้ไม่ได้แล้วทำไปทำไปมันขัดมันแย่งกันมันไม่ไหวในสิ่งที่เราเห็นนัยยะอันลึกเราพยายามจะทำนัยยะอันลึกเอาไปให้ได้ลากจูงให้สู่สัจจะอันสูงพยายามทำมันก็ไม่รอดไม่รอดก็ต้องลาออกลาออกมาทำต่างหากนี้คนละหมู่คนละกลุ่มต้องเป็นคนละหมู่คนละกลุ่มจริงๆแล้วเราถึงจะทำได้แต่ ในหมู่เดียวกันเราต้องพยายามต้องพยายามทำตามหลักตามกฎตามเวรถ้าเราจะรังสรรค์กันอยู่สิ่งที่เห็นแต่เห็นต่างถ้าเรามีอินทรีย์มีพระมันก็จะสร้างขึ้นอยู่ในตัวแล้วก็เขาก็จะมาเอาตามเราเท่ากับว่าเราถึงนัยยะอันยิ่งที่เป็นสิ่งเป็นสัจจะเป็นสิ่งที่ถูกแท้เป็นสิ่งที่ดีงามจริงมันก็จะเกิดขึ้นอยู่ในนั้นเองแต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่สามารถที่จะมีอินทรีย์มีภาระมีอำนาจมีฤทธิ์เราก็ทำไม่ได้หรอกมันก็เป็นการขัดแย้งในการขวางคดีขวางลำไปเสร็จแล้วก็แตกแยกทะเลาะวิวาทบาดหมางแต่ถ้าเผื่อว่ามันดีจริงมันก็ค่อยๆรวมการประสานรวมเมื่ออยู่ในหมู่กลุ่มแล้วเราก็สร้างพยายาม [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เสื่อมแล้วก็เป็นคนที่ไม่สนับสนุนไม่เกิดการอยู่ดีไม่เกิดการพัฒนาไปเราจะรู้โดยหมู่และเราก็จะรู้ว่าไอ้กฎระเบียบนี้มันใช้ไม่ได้นะกฎระเบียบนี้หรือหลักการอันนี้มันไม่ดีแล้วในกลุ่มในหมู่เนี่ยจะช่วยกันเห็นแล้วจะช่วยกันยกขึ้นสู่หมู่เวลาประชุมเวลาจะปรึกษาหารืออะไรกันก็จะยกขึ้นสู่เอามาพิจารณากันใหม่มันไม่ดีก็อาจจะพัฒนาขึ้นก็อาจจะมีมาตรการในเสริมขึ้นมาว่ามันคล้ายคุณค่าและมันเซ็งแล้วว่างั้นเถอะมันเซ็งแล้วมันไม่มีประโยชน์แล้วมันไม่มีประโยชน์ได้ 2 ประการประการที่ 1 มันไม่มีประโยชน์เพราะเหตุว่า ระเบียบวินัยญาติอันนั้นเราเอามาใช้กับหมู่ชนหมู่ของเราเป็นแล้วชำนาญแล้วได้หมดแล้วทุกคนไม่ต้องไปกังวลกังวานทุกคนไม่ต้องไปนึกถึงทุกคนไม่ต้องไปคิดไปทำอะไรแล้วมันเป็นแล้วทุกอย่างมันบริบูรณ์แล้วมันสำเร็จเสร็จกิจแล้วเพราะฉะนั้นกฎนั้นก็เหมือนก็ไม่มีกฎไม่เกิดคุณค่าอะไรอีกเพราะมันเต็มคุณค่าหมดแล้วเราจะต้องเปลี่ยนใหม่หรือปล่อยไปมันไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะกระทำมันสำเร็จของมันมันมีบางคนบางหลักบางระยะเราใช้เพื่อที่จะอันนี้ให้ลงตัวและเป็นไปแล้วมันก็แล้วแล้วเราก็ไม่ต้องมีกฎนี้หรือพัฒนากฎนี้คือในเข้มงวดขึ้นอีกมีขั้นตอนที่จะทำให้ดีขึ้นยิ่งกว่านี้ไหมเราก็เปลี่ยนหรือว่า ปล่อยจะเปลี่ยนขึ้นมาพัฒนาขึ้นมาหรือปล่อยทิ้งหรือกดอันนั้นมันใช้ไม่ได้เลยเราได้พยายามกระทำดูพากเพียรดูยิ่งเห็นผลว่ายิ่งเสื่อมยิ่งเสื่อมยิ่งเสียยิ่งไม่ดีเห็นผลร้ายของมันแท้ต้องเลิกประชุมกันปรึกษาไม่ไหวนะอันนี้เรานึกว่าดีแต่มันผิดมันไม่ได้เรื่องหรอกมันไม่เข้าท่านึกว่ามันค่อยเป็นค่อยไปดีแต่ที่ไหนได้ยิ่งเห็นชัดเจนว่ายิ่งนานวันเขาเพราะเหตุนี้เพราะกฎนี้เพราะระเบียบนี้เพราะหลักนี้มันใช้ไม่ได้ต้องเปลี่ยนใหม่หรือว่าต้องโยนทิ้งกันเหมือนกันเพราะงั้นมันได้ดีหรือมันไม่ได้ดีมันสำเร็จหรือมันไม่สำเร็จมันก็จะต้องปรับปรุงปรับเปลี่ยนไปนี่เป็นแง่เชิงง่ายๆย่อย ยกสู่ฟังแล้วถ้ามันยังดีอยู่แล้วมันก็กำลังเห็นบทบาทมีผลมีอะไรต่ออะไรอย่างที่เรามีกฎมีหลักอะไรแล้วเราก็ช่วยกันสังเกตสังกามันใช้แล้วมันมีประโยชน์มีคุณค่าอยู่แล้วก็ช่วยกันดูแลข้อมูลด้วยแหละรักษาผู้ที่ประกอบไปด้วยกันเป็นคนดูแลเป็นคนใช้มันไม่มีคนอื่นใช้หรอกเรามีหลักมีกฎมีวินัยและเราก็มีสิ่งที่ทรงคือสิ่งที่อาศัยสิ่งอาศัยต้องมีอยู่สำหรับสิ่งที่มันเป็นสังขารธรรมคนนี้เป็นสังขารธรรมซึ่งการกระทำคือเป็นองค์ประกอบของดินน้ำไฟลมอากาศธาตุวิญญาณธาตุถึง 6 ธาตุด้วยกันธาตุใหญ่ ไก่ทอดหลักๆซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ยินยอมหรือว่ารับที่จริงไม่ใช่พึ่งพบไม่ใช่พึ่งพระพุทธเจ้าพบพระธาตุ 6 ธาตุเขาพบกันมานานแล้วแล้วก็พระพุทธเจ้าท่านรู้แจ้งชัดในท่าทุกท่านอย่างดีสามารถที่จะให้มันส่งหรือให้มันเป็นอยู่ได้มนุษย์เรามีธาตุ 6 ธาตุที่ครบครันมันแบ่งออกเป็นส่วนหนึ่งคือส่วนรูปก็เป็นดินน้ำไฟลมเป็นส่วนน้ำก็เป็นส่วนวิญญาณธาตุส่วนอากาศนั้นเป็นช่วงขั้นมันเป็นสิ่งสำคัญเป็นช่องว่างในสิ่งที่ว่างขั้น รูปกับนามสกุลเราต้องเรียนแล้วเราก็ต้องเห็นความจริงพวกนี้ไม่ใช่เห็นแต่ภาษาไม่ใช่รู้แต่แค่นี้เราเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เราเรียนแล้วเราก็จะต้องรู้ความจริงองค์ประกอบของดินน้ำไฟลมก็คงจะไม่ไม่สงสัยอะไรนักเพราะว่ามันรู้จริงมันหยาบมันเห็นง่ายแต่องค์ประกอบของวิญญาณธาตุมันก็มีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณนั้นเป็นหลักเป็นหลักของนามธรรมแล้วเราก็ต้องรู้อาการรู้ความเป็นของมันว่าลักษณะอย่างนี้เราถึงเรียกมันว่าเวทนานั้นในเวทนายังสอนลงไปอีกเรียกว่าสุขก็เวทนาทุกขเวทนาหรือทุกข์สมุทัยเราย่อย ไปอีกหรือนัยยะหนึ่งก็ว่าอุเบกขาเวทนาคือมันวางเฉยได้มันไม่ทุกข์มันไม่สุกแล้วมันแนบเนียนมันมีอาการที่มันมีความรู้สึกเวทนานี่คือความรู้สึกที่ไม่เป็นสุขไม่เป็นทุกข์แล้วมันอุเบกขาคือมันบริสุทธิ์อยู่กับสิ่งรู้นั้นแม้มันจะใช้งานมันจะคิดมันจะปรุงมันจะสร้างมันจะทำงานจิตนี้มีความรู้สึกรู้หรือว่ารับรู้มันก็ยังบริสุทธิ์สะอาดอยู่จะร่วมคิดร่วมนึกร่วมสร้างร่วมสรรค์ร่วมรับรู้รับเห็นอย่างไรมันก็ยังประโยชน์ทางสังคมก็ยังสะอาดอยู่ผุดผ่องอยู่ผ่องแผ้วหรือมึงก็บอกว่า ตะกรุดทองจำไม่แม่นแล้วอยู่ในพระไตรปิฎกมันมีอยู่ 2 ตัวประภัสรากับประโยชน์ทาตาก็แปลว่าผุดผ่องตัวหนึ่งตามตามสำนวนของพระไตรปิฎกเขาแปลไว้นะซึ่งเราก็ได้อธิบายมามากแล้วขยายความมามากแล้วก็คือมันไปร่วมอยู่กับคนนี่แหละแต่มันไม่เปื้อนอยู่ก็กินเลทแต่มันไม่เปื้อนกิเลสมันยังผ่องมันยังขาวรอบประโยชน์ทางเศรษฐกิจจำนวนชัดๆมันแปลว่าขาวรอบมันยังขาวรอบขาวผ่องสะอาดอยู่แปลศัพท์ชัดๆเหมือนอย่างท่านพุทธทาสแปลก็แปลว่าสะอาดอย่างไรมันอย่างไรมันก็จะสะอาดอยู่บริสุทธิ์สะอาดมุทุมันก็ยังเป็นจิตวิญญาณ วิเศษ Well White แคล่วคล่องรับรู้โดยรวดเร็วตัดสินทำงานทำกิจของมนุษย์เป็นชาญเป็นลักษณะฌานเป็นลักษณะมุทุภูเตเป็นวิญญาณภูติปูตะมันก็แปลว่าวิญญาณเป็นธาตุจิตธาตุจิตที่ครอบครองธาตุจิตที่แววไว้ถ้าจิตที่รู้แสนรู้มุทุคล่องแคล่วละเอียดอ่อนสุดคุ้มประณีตแทงทะลุรอบอยู่อย่างเร็ววัยทำงานอยู่อย่างคล่องแคล่วซึ่งเรามีเราเป็นเองของใครของมันของเรามีมุทุพูดแต่ขนาดนี้เราสู้ของพระพุทธเจ้าไม่ได้ของพระพุทธเจ้าเร็วกว่าเราลึกรอบของเราไว้กับเราละเอียดสุข มีดกว่าเราแทงได้ไกลแทงได้ลึกกว้างและเป็นความวิเศษมันเป็นความวิเศษของจิตมนุษย์จิตลักษณะนี้ได้อธิบายสู่ฟังโดยยานของตนเองที่เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งเพราะงั้นที่เขาแปลเอาไว้อย่างคนก่อนเกจิอาจารย์รุ่นเดิมแต่ไว้ว่าจิตอ่อนเสืออาตมาไม่สงสัยในคำนั้นคำว่าอ่อนไม่สงสัยแต่ว่าอ่อนนี่ผิดได้มันระบุหรือกำชับกำกับจำกัดความให้เห็นแท้มันยังเป๋ได้มันยังเบี้ยวได้มันยังเพี้ยนได้มันยังไม่คมไม่ตรงไม่มั่นใจหรือว่าไม่ถูก ถูกแก่นสาระพันธุ์แท้ทำให้เพี้ยนได้ง่ายๆด้วยจึงได้ย้ำเน้นเพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปรมัตถ์เป็นความรู้ขั้นปรมัตถ์ขั้นอุตริมนุษยธรรมแต่ถ้าไม่รู้จริงอธิบายฌานยังเป๋เลยไม่พูดยายมีถึงความหมายของเนื้อของฉันหมดทุกปูแต่เป็นเนื้อของฉันปัจจัยนี้เป็นองค์ธรรม 4 ของลักษณะชาญด้วยจานมันมีคุณภาพแล้วมันจะมีลักษณะสีจิตมันจะแว่ววัยจิตมันจะเข้าคลองสุขุมขึ้นมันจึงจะเกิดภาวะต่อไปเป็นความเก่งเป็นอภิญญาเป็นความสามารถเป็นวิชามีชาจึงจะเกิดวิชา ไม่มีฉันจะไปเกิดวิชาอีกตั้ง 8 ไม่ได้วิชาญเป็นวิชาที่ 1 เป็นวิชาต้นวิชาหลักแล้วถึงจะเกิดวิชาอีกทั้ง 8 ผู้ที่สมบูรณ์พุทธิพร้อมแล้วในฌานใต้ฐานมีฌานอาศัยแล้วจึงจะเกิดเราจะต้องมีเครื่องอาศัยดังนี้เมื่อมีเครื่องอาศัยแล้วเราก็พัฒนา Comedy ก็คือการงานหรือการกระทำที่เราเหมาะเราควรแล้วเพราะว่าเรามีสิ่งประกอบมีหมดทุกผู้ที่ประกอบและเหมาะควรแก่การปฏิบัติธรรมเหมาะควรแก่การทำการงานอยู่ในโลกไม่ว่าจะเป็นการงานทั่วไปเป็นกรรมการงานทุกอย่างการงานทุกชนิด บอกแล้วว่ากัมมันตะนี้เป็นการงานไม่เลือกรอบพร้อมหมดแล้วเพราะฉะนั้นการงานปฏิบัติธรรมก็ด้วยการงานที่จะเป็นประโยชน์ท่านก็ด้วยเป็นประโยชน์ต่อโลกต่อสังคมต่อหมู่ต่อใครทั้งสิ้นต่อตนด้วยจริงๆตนก็ทำงานทั้งโลกทำงานทางที่เป็นอาชีวะเป็นองค์ประกอบของชีวิตชีวิตไร้การงานไม่ได้ชีวิตต้องมีการงานอย่างที่พระพุทธเจ้าจึงยืนยันแล้วว่าสมรรถนะที่มีอายุก็มีอิทธิบาท 4 อิทธิบาท 4 นี่มันมีความหมายสูงกว่าคำว่าการงานเท่านั้นไม่มีการพัฒนาเจริญวิมังสาเป็นเนื้อเป็นแก่นของชีวิตมี ฉันทะในการงานวิริยะในการงานจิตตเอาใจใส่ในการงานและมีก็มีการงานที่เจริญงอกงามก้าวหน้าพัฒนาอยู่อันนั้นเป็นเรื่องแสดงจริงๆทีเดียวสมณะแท้ย่อมมีสิ่งนี้เมื่อมีอายุอยู่มาเขาก็ยังไม่ตายก็ยังจะเจริญอยู่ตัวอายุเองก็เคยแยกทั้งพยัญชนะให้ฟังแล้วว่ามันแปลว่าประโยชน์เป็นคนที่มีประโยชน์อยู่เป็นเครื่องแสดงไม่ใช่ว่าเป็นสมณะคือผู้ไร้ประโยชน์ไม่ใช่เป็นผู้มีประโยชน์อยู่อย่างมีอิทธิบาทอยู่อย่างเจริญงอกงามก้าวหน้ามีฉันทะในประโยชน์มีวิริยะในประโยชน์มีจิตตะประโยชน์มีประโยชน์เจริญก้าวหน้าอยู่อย่างแท้จริง เป็นเครื่องแสดงเห็นอยู่ที่เดียวดูได้จะยิ่งพูดนั้นอยู่ในจุดที่ถูกต้องแล้วให้ดูไม่ได้เพราะใครสัมผัสจะเห็นเลยลักษณะนี้ทรงอยู่มีอยู่ที่เขามีอยู่ที่สมรรถนะนั้นของพุทธศาสนาของพุทธสอดคล้องกันไปหมดอย่างที่ว่านี้แล้วเมื่อใดผู้ใดมีฌานมีมนุษย์ภูเตมีกัมมะนิยายยิ่งจะตั้งมั่นสถิตเสถียรถี่แต่ตั้งมั่นสถิตเสถียรมั่นคงมั่นคงแล้วก็แข็งแรงอันนี้ชอบปัจจัยไม่หวั่นไหวยืนหยัดอดีตไม่หวั่นไหวแข็งแรงยืนหยัดยืนอยู่ได้เป็นหลัก วันนี้จะไปแต่เหมือนภูเขาหินดังที่เคยเปรียบเทียบเสมอเป็นหลักแต่ไม่ใช่นิ่งๆนะเป็นแต่เพียงลักษณะหนึ่งเท่านั้นเองไม่ใช่อยู่นิ่งๆเด้ออยู่ๆบนภูเขาหินนั่นไม่เอาลักษณะของความตั้งมั่นไม่เคลื่อนคลายไม่มีใครที่สามารถจะมาล้มมาล้างได้ยืนหยัดแข็งแรงไม่กระเทือนไม่หวั่นไหวทีนี้เป็นเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นหลักยืนเป็นหลักยืนของมนุษย์แล้วผู้ใดได้ลักษณะธรรมที่เป็นธรรมวินัยเป็นสิ่งทรงของมนุษย์มนุษย์เป็นผู้ที่มีคุณธรรมอย่างนี้ก็จะรักษาคุณธรรมวันนี้ให้ยั่งยืนหรือยืนหยัดคิดแต่ว่ายั่งยืน อดีตแปลว่ายืนหยัดถ้าเข้าใจคำสองคำนี้ด้วยความหมายยั่งยืนไม่มีระยะกาลเวลายืนหยัดไม่ใช่สิ่งขยายกาลเวลายืนหยัดเป็นสิ่งขยายความแข็งแรงความไม่หวั่นไหวความตั้งใจความแน่ความแน่นความไม่แปรปรวนไม่เปลี่ยนแปลงมันขยายลักษณะ 2 อย่างสมบูรณ์มันมีความสมบูรณ์อย่างนั้นมันจึงจะเป็นลักษณะที่เป็นแก่นเป็นเนื้อเป็นสิ่งที่จะแจกจ่ายเจือจางหรือเป็นที่พึ่ง คุณค่าให้แก่ผู้อื่นได้เพราะเรามีลักษณะที่ยั่งยืนตั้งมั่นเราได้พิสูจน์กันมาแล้วหลายคนที่พิสูจน์อยู่ในครอบครัวพบปฏิบัติธรรมแล้วเราสามารถละลดสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ยังลูกสาวบางบ้านเลิกแต่งตัวไม่แต่งตัวแต่งตนไม่ได้แล้วในบ้านพ่อแม่พี่น้องเห็นเป็นของแปลกเปลี่ยนไปไม่ชอบใจเพราะเขาไม่เข้าใจแต่ลูกสาวบ้านนั้นก็ยังตั้งตนมีที่แต่มีคะแนนเฉพาะแต่และมีปัญญารู้เข้าใจอะไรต่ออะไรแต่มั่นคงไม่ทำให้แตก จักรวาลเธอรู้กาลเทศะที่พอจะทำตนเองให้พอเป็นไปได้อยู่ในบ้านหนักเข้านานๆเข้าคุณลักษณะแสดงถ้ายิ่งมีปัญญามีปฏิภาณชาญฉลาดมีความรู้ถึงแก่งถึงเนื้อแท้แล้วก็มีภาษามีปฏิภาณสามารถที่จะคอยอธิบายค่อยๆคิดค่อยๆทำความเข้าใจโดยอาศัยกาลเวลาไม่ช้าไม่นานนะลูกสาวบ้านนั้นชนะเรียกว่าเป็นความมั่นคงเป็นความยั่งยืนมีต้องใช้กาละและก็แน่แน่นอนตั้งมั่นมันก็ไม่ใช่ตังค์มันทีเดียวตังค์มันมีลักษณะเหมือนคล้ายกันมากไอ้สิ่งที่คล้ายกันแล้วนี่มันแยกออกแล้วพอดีมันเฟืองคือมีความแข็งแรงยืนหยัดมันยืนหยัดไม่ต้องเปลี่ยนหรอก เปลี่ยนไปแล้วไม่ต้องเปลี่ยนสุดท้ายชนะจะดูดเข้ามาเป็นด้วยเมื่อไม่ต้องเปลี่ยนของเราลักษณะธรรมที่เราส่งแล้วเนี่ยเราจะดึงดูดเขามาเป็นอย่างเราด้วยด้วยความเข้าใจด้วยความยอมด้วยความเห็นดีว่าเออที่จริงมันดีนะดีอย่างโน้นดีอย่างนี้จะค่อยๆสาบจึงจะสามารถเป็นตัวที่จะเปลี่ยนสังคมเปลี่ยนมนุษย์เปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในโลกนี้มาหาสิ่งนี้ยากแสนยากอย่างไรก็ตามถ้ามันดีจริงแล้วส่งไวต้องมั่นคงต้องมีคนเป็นหลักอย่างนี้เป็นแกนอย่างนี้จริงๆถึงจะทำได้ถ้าไม่งั้นไม่ได้แล้วก็จะต้องมีความฉลาดที่จะสามารถใช้ปฏิภาณใช้นิรุตติทำ สื่อออกให้เขารู้ถึงแก่นสารสารัตถะชั้นเชิงของมันให้คนอื่นเขาเข้าใจสารัตถะแก่นสารของมันเนื้อหาของมันดีอย่างไรมีฉันมีเธออย่างไรต้นกลางปลายอย่างไรคนเขาก็คอยรับได้เป็นชิ้นย่อยเป็นส่วนต้นส่วนกลางส่วนปลายมาแล้วเขาก็จะกระทบขึ้นมาเห็นแก่นสารนั้นจนกระทั่งมาถึงที่เราเองได้เราเองมีเราเองเป็นเหมือนกันได้ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วมันก็ไปบังคับกันไปข่มขู่กันไม่ได้หรอกคนต้องเห็นด้วยปัญญาแล้วคนก็จะต้องเข้าใจเชื่อถือแล้วก็รับเอาแล้วก็ถึงจะมาเป็นขนาดที่มีปัญญารับรู้รับเห็นรับเข้าใจแล้วว่าดียังต้องพยายามสั่งสมบุญสั่งสมเนื้อหานั้นเข้ามาเข้ามามันจึงจะมาเป็นได้ วัดระยะที่มันมีทั้งอัตตะเรียกว่าแก่นสารเนื้อหาธรรมะแปลว่าชั้นเชิงต่างๆหรือว่าแปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างแหละมีต้นกลางปลายนี่ก็เรียกว่าระดับของธรรมะความทรงแต่เราจะรู้แบ่งรู้ต้นกลางปลายรู้ชั้นรู้เชิงเอาชั้นนี้คนนี้ต้องเอาชั้นนี้เอาขั้นนี้เอาระดับนี้เอาส่วนขนาดนี้แล้วก็รู้ชั้นเชิงว่าสูงกลางปลายที่ถูกต้องไม่สับสนไม่ว่าหัวว่าหางเอาหัวไปเป็นหาเอาหางไปเป็นหัวไม่ใช่รู้ขั้นตอนและก็รู้สึกโลกเลยว่าสื่อโลกหมายอย่างนี้ขนาดนี้ความหมายแค่นี้มันอาจจะคล้ายกันในความหมายของโลกแต่มันมีนัยยะอันละเอียดที่มันไม่ใช่อาตมาพูดจุดนี้เนี่ยพูดได้แต่แค่นี้ ที่จริงมันละเอียดกว่านี้เรารู้อัฏฐะรู้ธรรมะรู้นิรุตติภาษาคือสื่อที่มนุษย์ใช้กันในรถติดภาษาสื่ออะไรก็ตามแต่สื่อนิรุตติภาษาพอที่จะแทนการรู้กันได้และมีปฏิภาณรอบไวแก้ไขปรับปรุงใช้อันนั้นใช้อันนี้ประกอบอันนั้นออกมาประกอบวันนี้ออกมาเป็นคนปรุงอยู่ที่เดียวมีปฏิภาณสามารถเอาอันนี้ออกมาใช้กับมนุษย์แล้วให้มนุษย์ได้เกิดเจริญก้าวหน้าหรือว่าอยู่ดีหรือเจริญได้ดีนะผู้ที่มี 4 อย่างนี้เราเรียกว่ามีจตุปฏิสัมภิทัปปัตโตนะถ้าเราจะเข้าสู่ ภาพของอรหันต์ในอย่างที่ 4 ในหน้า 331 หนังสือทางเอกถ้าเราได้อธิบายอรหันต์ 3 แบบได้ทำพิสดารอธิบายมุมนั้นมุมนี้ขยายความมาเรื่อยๆไปโรงเรียนเราเองเราไม่ได้รีบร้อนเพราะว่าเรามีเรียนจะรีบจบเอาปริญญาเอามาค้ามาขายอะไรไม่ใช่แต่เราเรียนไปเพื่อรู้เรียนไปเพื่อเอามาปฏิบัติเรียนไปเพื่อเอามาเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงมาอาศัยพระอรหันต์ 3 สภาพนั้นเราไม่หมายความว่าเราจะมาอยู่กันซึ่งเขาวิปัสสโกก็เป็นอรหันต์ที่ต้องเป็นต้องมีเป็นหลักแกนเลย ความสะอาดเป็นความรู้ยิ่งต้องรู้ต้องสุขวิปัสสโกทุกองค์จะเป็นหมายความว่าโอ้สุขวิปัสสโกคือพระอรหันต์ไม่มีความรู้เก่งเด่นแล้วก็เลยเป็นดูถูกกันของกันว่าเป็นผู้ที่แห้งแล้งเป็นอรหันต์แห้งแล้งไม่แห้งแล้งละเป็นอรหันต์แล้วจุดสำคัญแล้วก็เป็นเนื้อหาของพระอรหันต์ส่วนผู้ใดใช้สุขกับวิปัสสโกทวาแท้ๆแล้วเป็นพระอรหันต์ที่อยู่ในสายของพระพุทธเจ้าใช้วิปัสสนาใช้ความใช้ความรู้ใช้ปัญญารู้เห็นอย่างเด่นชัดไม่ต้องเสียเวลาเยิ่นเย้อมีปัจจุบันมาทำตรงตัวรู้ใช้มรรควิถี 8 ประการองค์ 8 ของมรรคปฏิบัติอย่างมีญาณทัศนะวิเศษมีวิปัสสนาญาณแล้วก็ทำ จิตใจเป็นใจตัววิมุตได้ด้วยมโนมยิทธิอย่างแท้มีองค์ฌานประกอบนี่เป็นสภาพจริงสภาพเต็มสภาพ 3 แรกเป็นวิชา 3 วิชาสามัญนี้เป็นวิชาใหม่เป็นวิชาของพระพุทธเจ้าเท่านั้นคือสภาพฌานของพระพุทธเจ้าลักษณะฌานแล้วก็ลักษณะญาณทัศนะวิเศษหรือวิปัสสนาญาณและก็มีมโนมยิทธิ 3 อย่างนี้เป็นวิชา 3 เหมือนกันแต่ถ้าไม่มีใครเรียกไม่มีใครรู้ไม่ได้โชว์แต่อาตมาเคยเรียกเคยอธิบายเพราะประกอบไปด้วย 3 อย่างนี้แล้วเราก็ปฏิบัติธรรมเข้าไปเรื่อยๆมันจะสั่งสมิทธิวิธีจะสั่งสมส่วนที่สั่งสมใจ ปฏิญาณทีนี้เราก็ทบทวนอุปการะวันระลึกพร้อมเตวิชโชแบบฤาษีเตวิชโชแบบหยุดอยู่แล้วก็นั่งนึกถึงสิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบันเราทำไม่ใช่ปรมัตถธรรมทันทีแต่ว่าสิ่งนั้นก็จำได้สิ่งนั้นก็ของจริงสิ่งนั้นก็เป็นเนื้อหาที่เราได้พบได้ผ่านจริงบุพเพนิวาสานุสติญาณจุตูปปาตญาณถึงอาสวักขยญาณเราต้องทบทวนจริงๆเพราะพระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ด้วยการทบทวนเราก็ทบทวนแม้เราไม่ทบทวนเราบรรลุโดยที่เราปัจจุบันมโนมยิทธิแล้วก็รู้แต่ก็ทบทวนเหมือนกันคือตรวจจิตเราต้องมีสภาพปัจจุบันเห็นมักเห็นผล ไวมากจิตแปลว่าเหยื่อพยาบาทนั่งฟังธรรมไปก็ระลึกทบทวนตามหรือเอาเอาผู้ที่เร็วที่สุดคือพระพาหุพระอิยะทารุจริยะฟังธรรมพระพุทธเจ้าแล้วก็ตรงตามแน่นอนต้องมีสัญญาคือการกำหนดหมายรู้สิ่งที่ตนรู้อยู่แล้วรองรับบัญญัติหรือรองรับสื่อนิรุตติปฏิภาณของพระพุทธเจ้าที่ท่านสื่อด้วย 4 ประโยคเทียบเคียงสภาวะธรรมไปด้วยแน่นอนเพราะพยายามเทียบเคียงเข้าใจทันทีเลยเร็ววัยเป็นที่เป็นจิตตปัญโญเป็นพระเอ้ยเป็นบุคลิกเป็นอยู่เป็นผู้ที่มีบัว คนน้ำรอรับแสงพอประโยค 4 ประโยคที่ขึ้นปั๊บบานรับเลยบานแจ้งเลยค่ะรูปจริยะก็ใช้เตวิชโชใช้จตุปัจจัยมันไม่รู้มันพิจารณาก็ไม่เป็นท่านมาแนะสื่อนะปัญญาให้พิจารณาและให้เทียบเคียงหรือให้จับคู่เข้ามาชนกันเท่านั้นแหละถ้ามีบารมีเต็มพร้อมแล้วแต่ท่านก็ใช้วิชาพวกนี้เหมือนกันนะความรู้ปกติเราไม่ได้ทานที่เข้าใจความรู้อิทธิพลปฏิญาณรู้รอบแน่ไม่รอดแล้วจะถอนอาสวะไม่ได้ แน่นอนเลยในเหตุมีผลอะไรต่ออะไรอยู่ในนั้นซึ่งเราเราเองเราก็เห็นว่ามันละไว้ในฐานที่เคยเห็นพระบารมีเหมือนยังบารมีแต่ละบุคคลผมมีบารมีที่มาเรียนรู้แล้วก็มาปฏิบัติเองมาจนกระทั่งเข้าใจจนกระทั่งสามารถมาเป็นหลักมาเป็นอดีตมาเป็นหลักแกนมาเป็นตัวยืนหยัดอยู่ใต้ภาวะมรสุมของศาสนาและยืนยันยืนยันเหมือนกับคุณเป็นลูกสาวบ้านหนึ่งแล้วก็ยืนหยัดอยู่ในบ้านจนพ่อแม่ครอบครัวพี่น้องเห็นตามเหมือนกันแต่คนละระดับนี่ก็พูดถึงธรรมะที่เป็นชั้นเชิงสอดร้อยยกตัวอย่างเป็นขั้นตอนให้ฟังคุณ ฟังดูดีๆนะเพราะมันมาทำงานในปัจจุบันนี้นี่ยืนยันมากถ้าผมไม่แข็งแรงไม่ยืนหยัดไม่เอาจริงไม่พยายามใช้ปฏิภาณใช้นิรุตติใช้ชั้นเชิงของธรรมะใช้แก่นสารสาระออกมายืนหยัดพิสูจน์ไม่รอดหรอกแล้วก็ไม่ขยายไม่มีวิมังสาไม่มีการพัฒนาไม่มีการเจริญงอกงามเป็นไปได้ยากที่ต้องแข็งแรงและก็ต้องกระทำได้แล้วก็ต้องพยายามที่จะเอาปัจจัยต่างๆแล้วมันไม่เป็นมันไม่ใช่ว่าเราแกล้งเป็นหรอกมันเป็นเองมันพอเหตุปัจจัยมันพอมีคนกระทำอย่างนี้มีเยอะก็ได้สักประมาณ 1 ก็ทำได้อย่างนั้นอย่างนั้นยืนหยัดไปเสร็จแล้วก็สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนแปรปรวนไปอะไรต่อไปได้คุณภาพขนาด 1 มันก็เป็นการการได้ที่ซ้อนซ้อนแล้วก็มีสภาพที่ทำได้เร็วได้มากเลยเนื้อได้จริงจังกว่าอะไรมันก็เป็นภาวะที่ซับซ้อนอยู่ในโลกเหมือนกันเพราะฉะนั้นสิ่งที่มีจริงเป็นจริงต่างๆพวกนี้เราก็จะรู้แม้แต่แต่อภิญญาตัวระลึกเปรียบเทียบหรือสิ่งที่เคยอาศัยกล่าวสิ่งที่เคยอาศัยนั่นน่ะเป็นสิ่งที่อาศัยผู้ที่พ้นอาสวะขยะก็ยังมีที่อาศัยและเราก็ อ๋อสิ่งนี้เป็นองค์ประชุมที่เรามายึดมั่นถือมั่นอะไรรอสายดินน้ำไฟลมที่เป็นรูปพระธาตุเป็นร่างกายอาศัยจิตวิญญาณที่มันมีมาแล้วมันเป็นจิตวิญญาณที่มีมาแล้วจิตวิญญาณก็เป็นแต่เพียงสิ่งที่เหลือเป็นเครื่องอาศัยอาศัยไปทำอะไรอาศัยกินอยู่หลับนอนมาพูดที่เป็นอรหันต์ของพระพุทธเจ้าแล้วก็รู้แล้วว่าผมไม่อยากอะไรชีวิตนี้อาศัยเป็นเครื่องกินอยู่หลับนอนเฉยๆเท่านั้นแล้วมันก็ผ่านไปผ่านไปสู่หลุมฝังศพวันหนึ่งมันก็ถึงรู้สึกแทนที่จะชัดเจนเข้าใจแล้วเพราะฉะนั้นถ้าเราจะใช้มันจากแดนแห่งอวิชชาแท่งนี้อุตส่าห์พัฒนามาป่านนี้จะใช้ไม่ได้เป็นประโยชน์คุณค่าเป็นผู้ที่มีกตัญญูกตเวทีต่อพระพุทธเจ้าเราได้อาศัยความรู้ได้อาศัยรูปนามขันธ์ 5 แห่งนี้ เรียนรู้ตามพระพุทธเจ้าจนบรรลุพระพุทธเจ้าสร้างวิชาไว้ให้เราได้ศึกษาจนพ้นทุกข์พ้นร้อนสบายและเราก็กตัญญูกตเวทีต่อท่านให้ชีวิตและเลือดเนื้อและวิญญาณของเราทั้งหมดนี้ทำงานงานก็คือพระพุทธเจ้ามีงานบริษัทพุทธสร้างกิจกรรมพุทธศาสนาหรือรักษาศาสนาฤทธิ์ช่วยท่านช่วยงานการของศาสนาไปสิ้นเราจึงมาสมัครงานงานศาสนาทำไปตลอดตายมันตายแน่อะไรก็ตายอะไรก็ตามอย่าให้อายุยืนเท่าไหร่ก็ตายยิ่งคนยิ่งไม่ได้ช้านานเลยยิ่งยุค ปัจจุบันนี้ไม่กี่ปีหรอกตายเพราะไหนๆมันก็จะตายแล้วก็ให้มันเป็นคุณค่าให้มันเป็นประโยชน์เพราะชีวิตสมณะจึงเป็นชีวิตที่มีอายุหรือชีวิตที่มีอายะชีวิตที่มีปลาเยอะสัปปายะประกอบไปด้วยประโยชน์ประกอบด้วยประโยชน์เป็นประโยชน์ที่ไปเกื้อกูลเขาจึงเป็นที่ตายยากประโยชน์ให้ประกอบขึ้นมาให้เป็นขึ้นมาเราก็อยู่ในหน้าที่ของการประกอบงานการงานการอะไรก็งานการของต้นตระกูลคือพระพุทธเจ้าเป็นต้นตระกูลเป็น ตระกูลของพุทธเราก็มาทำงานการอยู่บริษัทนี้แล้วเราก็มีอิริยาบถที่จะร่วมรังสรรค์กิจการงานที่เราเห็นว่าประเสริฐที่สุดแล้วประเสริฐพระพุทธเจ้ายังไม่เอาการงานภาระของเจ้าสุทโธทนะพระเจ้าสุทโธทนะมีการงานบริหารประเทศการงานแบบโลกการงานทั้งเรื่องโลกียะที่จะต้องกระทำส่วนนั้นพระพุทธเจ้าไม่เอามาเอางานนี้แล้วมาสั่งสร้างบริษัทของท่านใหม่จริงๆก็พอบริษัทที่เคยมีแล้วพระพุทธเจ้าองค์ก่อนเคยทำท่านหมอนี่เป็นความวิเศษของมนุษย์งานนี้เป็นงานใหญ่ยิ่งงานหลักพระพุทธเจ้าจึงมาตั้งบริษัทนี้สุดท้ายท่านยังเอาพระราชบิดาเข้ามาเป็นคนของบริษัท ได้นะจนมาบรรลุอรหันต์จนได้เป็นที่สุดคิดดูเถอะจนไม่มีใครเหลือพอขั้วตระกูลมาแล้วเกลี้ยงเลยตอนนี้หมดเลยคนอื่นหมดไม่มีใครอยู่ตะกูลโดยเฉพาะเมื่อถือพระเจ้าสุทโธทนะเป็นต้นตระกูลในหลักนั้นเลยมาหมดเลยพัดเลยต้องไปเชื้อเชิญคนอื่นมาก็ต้องไปเอาญาติที่โคโยตี้กามาปกครองไปเอาพร้อมอาหารนำมาปกครองกรุงกบิลพัสดุ์อย่างนี้เป็นต้นอันนี้ก็อธิบายสิ่งเหล่านี้ประกอบให้เห็นเมื่อเราแน่ใจว่าเราอยู่ในบริษัทนี้จะมีอู่อะไรแม้เราจะบรรลุแล้วหรือไม่บรรลุแล้วเราก็เหมือนลูกบ้านช่วยงานคือการไปเท่าที่เป็นไปได้ แล้วก็เรียนศึกษาไปแล้วเป็นเสกกับบุคคลยังไม่ถึงที่สุดเหมือนที่สุดแล้วยิ่งจะเข้าใจเป็นพระอรหันต์อยู่ในบ้านแล้วหรือเป็นผู้เรียนจบแล้วคิดว่าหมดสงสัยไม่มีอะไรหรอกมันก็ทำงานไปรังสรรค์กันไปมีสิ่งที่เป็นไปโดยหลักโดยกฎด้วยเรียกว่าวินัยสิ่งที่เราส่งก็คือสิ่งที่อาศัยของเราสบายแล้วหมดอะไรหมดอารยะหมดอาลัยไม่มีจิตโหยหาไม่มีจุดจิตที่จะเหลือเชื้ออะไรทุกสิ่งทุกอย่างลงตัวของมันในทุกๆปัจจุบันสบายรับรู้ก็รู้สิ่งที่เราจะให้มันต่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive