241107-3-150 ทางเอกภาค3-ตอน150(หน้า315)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 7 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้หลังก็มาเรียนเหมือนดังกล่าวเคยเดินเคยนั่งเคยนอนเคยเย็ดแขนคู่ขาเคยหลับตาลืมตาเคยกินเคยเคี้ยวเคยปฏิบัติแต่ผมว่าเราเข้าใจซะแล้วว่าชีวิตมันก็เป็น ดังนี้แล้วก็ทำอย่างนี้แหละสิ่งนี้เป็นคุณค่ามันเป็นคุณค่าแล้วก็สำรวมซุ้มบอลระวังความคิดคำพูดการกระทำซึ่งเป็นกรรม 3 กระทำอยู่ในชีวิตเป็นอาชีพว่าเป็นอาชีพเป็นสิ่งที่จะต้องกระทำไปมากบางครั้งบางแล้วแต่บางอย่างเราทำเราอาจจะเข้าห้องน้ำเข้าร่วมอุจจาระวันละครั้งจำวัดวันละครั้งทำวัดวันละ 2 ครั้งอะไรก็ตามถ้ากินข้าววันละครั้งกระพริบตาวันละ 100 ครั้ง เหยียดแขนคู่ขาวันละ 1,000 ครั้ง 10,000 ครั้งอะไรก็ตามใจมันก็เป็นอาชีวะหรือว่าเป็นส่วนเป็นกิจที่เราได้กระทำแล้วเราก็พยายามทั้งบอลสำรวมปรับปรุงไม่ได้ทำอย่างคนไร้สติจะอุจจาระก็มีสติปัสสาวะก็มีสติกระพริบตาก็มีสติเหยียดแขนก็มีสติคู่ค้าก็มีสติกระทำการงานอันนั้นอย่างนั้นอย่างนี้ก็มีสติมีธรรมะวิจัยสมโภชน์ชงมีให้เป็นปกติมีให้เป็นองค์ประกอบของชีวิตเรามีอยู่ทีเดียว ประกอบกันไปแล้วเราก็จะทำให้มันดีสังวรประกอบให้มันประเสริฐสังวรแปลว่าประกอบให้มันประเสริฐกระทำให้มันประเสริฐมีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะมีความเพียรอยู่ประกอบกับการงานการกระทำไม่ใช่สังกัจจายน์ทำเราไม่ใช่คนสั่งก็ตายแต่เราเป็นคนมีชีวิตชีวาเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นเป็นผู้สดชื่นแจ่มชื่นร่าเริงยินดีเป็นคนมีความยินดีที่ฉันทะเป็นคนมีวิริยะมีความเพียร วิจิตรกระจายไม่ใช่เป็นคนไร้จิตไร้ใจไร้ปัญญาไม่ใช่เป็นคนมีจิตมีใจเห็นว่ามีฉันทะมีวิริยะมีจิตใจอยู่พร้อมพรั่งเป็นคนมีชีวิตชีวาเบิกบานร่าเริงนี่เป็นลักษณะโดมเองไม่ได้ทางพุทธะเป็นผู้รู้ทำอะไรอยู่ก็ใครเขาเห็นว่าเราทำงานทำการท
อ่านต่อ
ำโน่นทำนี่ก็เป็นลักษณะที่เป็นผู้รู้ไม่ใช่เป็นผู้ไม่รู้ไม่ใช่เป็นคนงมงายงมงายไม่ใช่เป็นคนแสดงลักษณะอัจฉริยะหรือเป็นคนที่แสดงลักษณะ ที่ฉลาดที่รู้เข้าใจทำอะไรมีเหตุมีผลทำอะไรเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องเป็นลักษณะที่มันแสดงออกจริงสำหรับผู้ที่มีจริงเป็นคนตื่นเป็นคนแววไวแคล่วคล่องปราดเปรียวไม่ใช่เป็นคนเมืองๆซึมๆเป็นคนที่เหมือนคนละเมอคนหลับหลับอะไรไหลไม่ใช่แต่ก่อนมีปฏิภาณรับรู้รอบตัวรู้ความประชุมองค์ประชุมของสิ่งที่เราอยู่สิ่งแวดล้อมรู้เท่าทันฉับไว เป็นเป็นผู้ที่มีมุทุเป็นมุทุมีคำบรรยายกระทำการงานอะไรก็สละสลวยงดงามสมพร้อมเธอเป็นลักษณะสมบูรณ์เพราะเรามีสติเพราะเรามีธรรมะวิจัยเพราะเรามีวิริยะเพราะเราทำอะไรก็มีปิติคือทำให้ดีบอกแล้วปิติตัวนี้แปลว่าโดยรากฐานมันแปลว่าตัวลูกจงเกิดปิตินี่คือตัวเกิดตัวลูกโตลูกของเราเราจะทำการงานออกไปเนี่ยเป็นผลต่อจากที่เราทำให้เกิดเราพูดลูกเป็นพูดขัดเสียงพูดคำพูดของเราหลุดออกไปจากตัวเราเนี่ยเป็นลูก ของเราแขนขาการงานที่เรายื่นออกไปเนี่ยเป็นลูกของเราเป็นสิ่งที่เกิดเป็นกรรมรูปทางกรรมเป็นกำเนิดเราเป็นผู้ให้กำเนิดยื่นแขนเราก็ให้กำเนิดการยื่นแขนกระพริบตาเราก็เป็นคนไข้กำเนิดกระพริบตาเราจะก้าวขาเราจะเอี้ยวตัวเราจะจับอันนั้นเราจะทำวันนี้ขึ้นเราให้กำเนิดทั้งนั้นเป็นกรรมมาโยนนี้เป็นกรรมมันโยนนี้เป็นการกำเนิดทางกรรมทีนี้เราจะให้กำหนดเราต้องให้กำเนิดดีต้องรู้ว่ามันดีทำออกมาแล้วสิ่งที่ ทำให้ตอกเกิดขึ้นมาแล้วมันต้องดีเรียกว่าปิติปิติปุตตะเป็นปิตะปิดตาก็เป็นพ่อปิตินี้ก็เป็นรูปปิดตาปิดตาบิดาปิติก็เป็นลูกถ้าเป็นปุตตะเป็นบุตรเลยบุตรเป็นรูปตรงๆที่เป็นก้อนเป็นแท่งพูดเนี่ยพูดตามแต่สิ่งที่เราจะให้เกิดหรือให้กำหนดจึงต้องมีพ่อแม่และมีแนวโน้มกำกับลงไปว่าต้องให้ดีให้รู้ดีให้เห็นดีให้ยินดีใครเห็นก็ต้องดีใครได้ยินก็ต้องดี ไทยสัมผัสก็ต้องดีเราเองนั่นแหละสัมผัสก่อนเราทำก่อนเพราะเราเป็นคนผลิตเราเป็นคนทำเราเป็นคนสร้างเราเป็นพระเจ้าเราเป็นผู้กำหนดกำหนดให้ตายเกิดกำหนดให้วจีเกิดกำหนดให้ใจเกิดแต่ทำได้ดีด้วยสติทำมาวิจัยวิริยะแล้วก็เกิดปิติแล้วก็จะต้องเกิดสงบเกิดปฏิสนธิแปลว่าความเก่งแปลว่าเห็นในสิ่งที่ทำนั้นด้วยอย่างกำกับประคองสังวรกระทำอยู่ให้มันเรียบร้อยให้มันราบรื่นให้มันสงบสันติแล้วมันก็เกิดจริง มันจะเป็นปัสสัทธิเกิดจริงๆเราทำให้มันเกิดเราจะพูดก็ให้พูดให้สงบพูดให้ฟ้าร้องสงบลงผู้ให้เสียงทะเลาะหยุดทะเลาะพูดให้ฆ่าฟันกันหยุดฆ่าฟันพูดด้วยความไม่ดีไม่งามหลุดออกพูดในราคาหลุดพูดในโทรศัพท์หลุดพูดให้โมหะหลุดกายกรรมก็ตามทำออกไปเพื่อที่จะให้ราคะหลุดให้โทรศัพท์หลุดให้โมหะหลุดเราหลุดแล้วเราก็ทำให้คนอื่นหลุดทำให้คนอื่นเห็นตามทำตามเพื่อเขาก็จะหลุดมันเป็นตัว ทำแล้วมีแนวโน้มไปในทางสงบเรียบร้อยระงับโลกมีแต่นับวันจะรุนแรงแย่งชิงเห็นแก่ตัวโหดร้ายทารุณเราก็จะทำให้มันหลุดลงเงี้ยให้มันสงบลงเราทำได้ขึ้นมาเรื่อยๆแล้วก็เก่งมีสมาธิมีสมาธิแน่นอนมีจิตมีปัญญาและมีกำลังจิตจิตของเรามีกำลังสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นเสมอไม่มีความสามารถเป็นสัมมาสมาธิเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะหรือเป็นสัมมาสมาธิอันประเสริฐเป็นอดีตสัมมาสมาธิมันเกิดจริงๆมันทำได้จริงๆ เพราะเราฝึกเพียรถูกทางมีอริยมรรคมีโพชฌงค์มีสติสัมปชัญญะมีสติปัฏฐาน 4 วิศวะประธาน 4 มีอิทธิบาทกระทำประกอบอยู่พร้อมเราก็สร้างอินทรีย์สร้างภาระของเราขึ้นมามีกำลังอยู่ในนั้นเสร็จมีเรี่ยวมีแรงมีอำนาจไอ้สัตว์เป็นอินทรีย์เป็นพระเป็นจริงๆแล้วมันถูกมันก็สั่งสมเกิดจากการสั่งสมเกิดจากการกระทำของเราเองเป็นสมาธิอันแข็งกล้าเป็นสุดยอดแห่งสมาธิเป็นอุเบกขาบางทีอาจอธิบายสุดยอดคุณลักษณะของอุเบกขา 5 ช่วยอธิบายกำกับให้ฟังแล้วแล้วก็ลงตัวดีที่เป็นคนเจอพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้อย่างละเอียดละอออะไรมันเอามากำกับเอามาขยายความให้เห็นว่าจะสอดคล้องลงตัวกันอย่างที่อธิบายไปแล้วคิดว่าได้ฟังแล้วจะเข้าใจลึกซึ้งจะจำแต่ภาษาพิสูจน์ความจริงไม่ใช่เราจำได้แต่ภาษาท่องได้แต่ภาษาพิสูจน์เรามีน้อยเราก็เห็นน้อยเรามีมากเราจะเห็นชัดไปจริงๆหนอเราทำถ้าบอกว่าอย่างที่พูดจากต้นเรามาทำวัดในเราก็ไม่ทุกข์อะไรเหมือนกับเราไปเดินไปขี่เดินไปเยี่ยมเหมือนกับเรากระพริบตาเหมือนเราคอยแค้นข่าวขาเหมือนเป็นสิ่ง อยู่กับชีวิตเป็นอาชีวะรถธรรมเราไม่ได้ทำเป็นแรกลาบแรกยศอะไรเราทำเพื่อความเจริญทำเพื่อความพ้นทุกข์ทำเพื่อความดับกิเลสทำเพื่อความสร้างสรรค์แม้เราจะเป็นพระอรหันต์ก็ตามเราสมควรจะลงทำวัดร่วมกับพระอื่นร่วมกับนักบวชอื่นร่วมกันคล้ายๆเพื่อจะเป็นการรวมกันเป็นสังฆทานพร้อมกันตัดสินบัญญัติไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้บัญญัติไว้แล้วไม่ล้มล้างสิ่งที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้แล้วนี่มันจัดใหม่ไปทับถมล้มสิ่งที่ข้าพเจ้า ก็ทำกันอยู่จริงๆเราก็มีความสามัคคีเป็นความไม่เสื่อมมันจะไม่เสื่อมแล้วมันก็ไม่ทุกข์กูจะรู้แล้วมันก็ไม่ทุกข์เรากินข้าววันนึงมื้อนึงแล้วก็กินไปแล้วไม่ได้กินพวกมันยากเพราะมันสุกเพราะมันอร่อยเพราะมันมีโลกีย์รสอะไรหรือเปล่าก็กินเราอาบน้ำก็เพราะว่าเราจะต้องล้างเนื้อล้างตัวเราจะรักก็ปวดขาขาดเราจะทำงานนั้นนี่เราจะคิดจะเขียนเราจะอ่านเราจะทำงานปัดกวาดเช็ดถูแบบหามจะทำอันนั้นอันนี้ก็ทำเพื่อความเจริญโดยเฉพาะว่าเราเจริญสูงสุดเรียก อรหันต์แล้วมันไม่มีความเจริญอื่นนอกจากเราจะทำความเจริญให้ผู้อื่นเป็นใหญ่รับใช้ผู้อื่นเป็นยายเรายิ่งเจริญเรายิ่งเป็นคนโตเราก็ยิ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่นเรายิ่งเจริญเรายิ่งเป็นหลักๆเป็นที่พึ่งเรายิ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเพราะงั้นอริยะต้องเป็นที่พึ่งของปุถุชนถ้าอริยะเป็นที่พึ่งของปุถุชนไม่ได้ที่เขาท่องกันว่าเราจะขอถือพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งโสดาบันก็เป็นพระแม้จะเป็นฆราวาสที่ได้เป็นโสดาบันแล้วก็เป็นพระเป็นพระที่จะต้องเป็นที่พึ่ง ที่เขาท่องบ่นเมื่อใดคือก้อนวอนขอถือถือใครอริยสงฆ์สาวะกะสังโฆตั้งแต่โสดาสกิทานาคาอรหันต์ขอถือพระสงฆ์เป็นที่พึ่งขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งเราก็ต้องเป็นที่พึ่งเขาได้แม้อย่างน้อยก็เป็นผู้ที่ทรงไว้ซึ่งทำนั้นเขารับได้ก็รับรับไม่ได้เราจะขยายได้บ้างก็ขยายขยายไม่ออกเราก็ส่งไว้ซึ่งอันนั้นน่ะบริสุทธิ์สะอาดเป็นบริษัทเป็นประโยชน์ทานตะเป็นความขาวผ่องเป็นความคล่องแคล่วแปลว่าเป็นความสละสลวยทรงไว้มันก็เป็นสิ่ง เจริญที่ตั้งอยู่ประภัสสรหรือประภา 2 ที่มาแปลอักษรสำคัญอย่างลงอยู่พอสำเภาว่าความเจริญมันยังมีความเจริญนี่ยังอยู่ส่งไปในโลกขั้นต่ำมันมีกรรมกริยาของมนุษย์นั่นแหละทรงไว้ซึ่งความเป็นไปมันดีมันละเอียดจนกระทั่งความเป็นไปนี้เราเรียกว่ามันมีอะไรตั้งอยู่มันมีอะไรทรงอยู่มันมีอะไรปรากฏ อันนั้นมันก็ปรากฏไปเป็นภาวะเรียกว่าภาวะวิตะอบรมอยู่เป็นการเกิดอยู่เป็นสภาพที่เป็นไปดำเนินไปทรงไว้ซึ่งสิ่งที่มันแจ่มใสสิ่งที่มันเจริญสิ่งที่มันดีดำเนินไปเพราะในโลกนี้มันก็ต้องมีสิ่งที่เป็นเครื่องเชื่อมโยงต่อไปเป็นลูกโซ่บางคนเป็นตัวอย่างของคนได้คนก็สืบทอดกันไปได้ถ้าคนเริ่มเป็นตัวอย่างที่เหลวไหลเลวลงมาเป็นปุถุชนและยังเป็นปุย บาปด้วยอีกเป็นปุถุชนนรกเป็นประตูชนสัตว์นรกเป็นคนมีกิริยากายก็เป็นกิริยาแบบชาวนรกแล้วก็หลงผิดนึกว่ากิริยาอย่างนั้นเป็นกิริยากายที่เจริญที่ดีท่าทีดัดจริตไปจนเกินเลยเราไม่รู้ไอ้การดัดจริตก็จะเกินเลยทุกวันนี้มันมากจนกลายเป็นการเกินเลยรุนแรงบ้างประโลมอย่างจัดจ้านบ้างก็เลยคำพูดก็เหมือนกันพูดก็จะ อริยะโซดาคดีสถิติทางคดีอนาถาคดีอรหันต์ก็ดีก็จะเป็นผู้ที่ทรงธรรมทรงไว้ซึ่งประกอบพัดรวมทั้งหมดแล้วก็คือความบริสุทธิ์แม้จะมาเป็นบทบาทการงานผสมกับอะไรก็ยังขาวผ่องร่อนอยู่ตัวเองร่อนอยู่แต่ไม่ใช่กะล่อนนะคือมันไม่ดูดไม่ซึมไม่มีอะไรครอบงำได้มันมีอิสระเสรีของตัวเองไม่ไปถูกใครครอบงำยังขาวผ่องทำงานทำกิจกรรมว่องไวไม่มีอะไรที่จะมาดึงให้เราเชื่องช้าลงหรือว่าให้เราเสื่อมประสิทธิภาพลง Paradise คุณค่าลงไม่มีจะคล่องแคล่วปราดเปรียวเต็มแรงเต็มประสิทธิภาพบลูทูธมีอะไรอะไรครบพร้อมยังไม่มีอะไรมาฉุดมาดึงมาร่วมมาทำให้มันลดประสิทธิภาพลงเรียกว่าหมดทุกข์อ่อนละเอียดคล่องแคล่วไวปราดเปรียวมีสมรรถภาพแล้วมันก็ประสิทธิภาพหรือว่าพฤติกรรมหรือแรงงานอันนี้ก็ทำออกมาเป็นคำบัญญัติเป็นสิ่งที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่สละสลวยงดงามเจริญเต็มกรรมมันยากนะที่ขยายความต่างๆด้วยภาษาไทยที่แปลโดยเอาคำต่างๆเหล่านี้คำพระบาลีหลักของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักแล้วขยายความให้ฟังโดย แก้โดยเชิงโดยความหมายใกล้เคียงกันเป็นคำไวพจน์หรือเป็นคำ synonym ที่มันขยายกันอยู่เนี่ยที่พูดให้ฟังได้เรื่อยๆจะเห็นแค่เลื่อนชัดเด่นขึ้นสูงสุดแล้วคนที่เป็นอริยะพระอริยะพระอรหันต์สูงสุดแล้วก็มีแต่บทบาทอุเบกขาเคยแปลอุเบกขาโดยพยัญชนะโดยรากศัพท์แยกออกมาให้ฟังว่ามันสูงสุดแล้วมันมีแต่ความเกิดที่เป็นเอกลักษณ์และท่านในก็ว่ากลางหาวสบายมันลอยอยู่บนอวกาศไม่มีอะไรติดขัดปราดเปรียวคล่องตัวเบาว่าเป็นหนึ่งเอก อุเกิดปะก็คือมันตั้งอยู่ยังอยู่ไปเรื่อยๆเพราะงั้นเราจะทำการงานอะไรเราจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราอยู่กับใครใกล้อยู่ก็ได้แล้วก็เป็นเอกแล้วมันก็ไม่ได้ติดอะไรมันก็วางวางอยู่อย่างนั้นมันก็เป็นความว่าเพราะวางก็ปล่อยแล้วก็เป็นความว่างเป็นอุเบกขานี่ในระยะที่ลึกซึ้งนัยยะที่สูงสุดแล้วเราก็พยายามพากเพียรอะไรทุกวันทุกเวลาเนี่ยแล้วเข้าใจจุดจบเข้าใจจุดตัดเข้าใจจุดที่ลงตัวเป็นไปแล้วอย่างนี้แหละเราก็ดูพร้อมกันนั้นเราก็จะต้องสังเกตสังกาอยู่ตลอดเวลาทุกอย่างไม่เที่ยงองค์ประกอบทุกอย่างมันมีสิ่งมารวมผสมเสมอ มีองค์ประกอบมาผสมอยู่ด้วยเพราะเราก็จะต้องรู้จักกาโยกายความประชุมมันมีอันนั้นอันนี้มาผสมอยู่เรื่อยมีเหตุปัจจัยแม้ละเอียดบางทีเราไม่รู้สึกง่ายๆขยับๆอยู่ไม่เป็นไรแล้วก็พอรู้ว่ามันไอ้นี่มาแล้วมันเป็นเหตุปัจจัยแล้วนะอันนี้มีอันนั้นนี้มาผสมแล้วนะมันก็จะต้องกรรมต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ทำต้องผสมส่วนใหม่มีอันที่มาจะมาประกอบผสมอย่างนั้นแล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ไม่แปลกอะไรเท่าไหร่เพราะมันยาวมันมีสิ่งละเอียดเป็นส่วนประกอบเป็นองค์ประกอบจิตเราเป็น พระมุทุอยู่จริงๆอ่อนละเอียดประวัติคล่องแคล่วปราดเปรียวรู้อะไรต่อใด sensitive ภาษาไทยภาษาอังกฤษแต่มันไม่ได้ไปในทางเสียหายรู้เร็วไวฉับไวแล้วก็ปรับปรุงอยู่เสมอรู้เร็วแล้วก็ปรับปรุงปรับปรุงมันจึงไม่เที่ยงกรรมก็ต้องดูตามองค์ประกอบประชุมศูนย์เวทนาของเราก็สบายอุเบกขามีฐานอุเบกขาสบายเวทนาไม่เป็นทุกข์ไม่เป็นสุขเบ็ดขาอยู่อาศัยเวทนาที่เป็นอุเบกขาหรืออัดมา เป็นทหารอาศัยอุเบกขาเองก็ยึดเป็นเราไม่ได้แต่เป็นเครื่องนำเครื่องพาเป็นเครื่องอาศัยเป็นวิหาระทานะทำไปเรื่อยๆผู้ที่ได้ฝึกปรือเดินทางเข้าไปหาคำอธิบายที่ได้อธิบายไปเรื่อยๆพรุ่งนี้จะได้พิสูจน์ว่าชีวิตมันเกิดมามันไม่เพื่ออะไรหรอกมันเพื่อมาสร้างสรรค์ตัวเราเองและจิตใจของเราอุเบกขาจิตใจของเราสบายจิตในจิตเราจับแม่นยำไปจนถึงขัน 4 ของนามธรรมหรือขันธ์ 4 ของจิตเวทนารู้เท่าทันในเวท สัญญากำหนดหมายก็เป็นตัวกำหนดหมายจะกำหนดทำอะไรก็ทำตามที่เราอยู่เหนือมันควบคุมได้จะเป็นความระลึกเก่าระลึกใหม่อะไรก็เอามาประกอบสังขารกับปรุงกันเลยเชียวปรุงแล้วก็ยังเป็นประโยชน์ทางตักลงแล้วก็ยังขาวผ่องอยู่ไม่ได้มีกิเลสไม่ได้มีแขกจองอะไรมาร่วมปรุงเป็นตัวเราเป็นของเราเพื่อที่จะแสบในระดับไหนก็ไม่ได้เซฟนอกจากไม่เสพแล้วก็ไม่ได้คิดหวังว่าจะต้องไปเอาไปแลกลาภแรกยศแลกสรรเสริญอะไรไม่ได้เป็นโลกียสุขอะไรพ้นโลกกระทำผลโลกียธรรมจางสะอาดบริสุทธิ์สะอาดจริงๆจิตของเราอย่าง เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็เป็นวิญญาณบริสุทธิ์เพราะเจตสิก 3 บริสุทธิ์เจตสิก 3 ทำการงานตามหน้าที่ของมันและเราก็ได้ควบคุมแม้แต่เวทนาผัสสะนิเวศเวทนาเวทนานี้ไม่มีปัญหาไม่มีอุปทานไม่มีชาติไม่มีชาติที่เป็นของตนไม่มีภพไม่มีชาติเพราะฉะนั้นเมื่อตัณหาไม่มีตัณหาสุดท้ายที่เป็นสมุทัยของตัวเกิดไม่มีก็ไม่มีมีวิเคราะห์ว่าตัณหาก็เป็นตัณหาอุดมการณ์การหาเพื่อผู้อื่นมีภาวะปัญหาการพัฒนาไม่มีภาวะตัณหาไม่มี มดกามาสวะหมดภะคะวาสวะสิ้นอวิชชาสวะหมดสิ้นในอาสวะทั้งหลายทีนี้เมื่ออธิบายถึงภาวะอธิบายถึงสภาพปัญหาการพัฒนาหมดเพราะว่าตัณหาหมดมีวิภวตัณหาคือภวตัณหาวิญญาณยิ่งขั้นที่เราอยู่เหนือเรียกว่าวิสังขารเราจะปรุงก็ปรุงด้วยวิธีปรุงอย่างยิ่งปรุงยังอยู่เหนือเป็นวิสังขารเป็นวิหารวิภวตัณหาและสามารถควบคุมโดยอนุสัยโดยอาสวะแต่มันไม่ได้เป็นอนุสัยอาสวะมันเป็นสภาวะมันเป็นของเราของตนมันเป็นของเราสวาทของตนแปลว่าตนตัวตน ซึ่งเราสามารถควบคุมสามารถควบคุมสามารถกระทำกำหนดแล้วก็ทำไปเพื่อผู้อื่นจึงเรียกว่าวิภวาตัณหาไม่ใช่ตัณหาเพราะเราปรารถนาธรรมเป็นความต้องการเป็นความประสงค์ในความปรารถนาดีเป็นความต้องการดีเป็นความประสงค์ดีมุ่งหมายดีกำหนดให้มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ใช่ไร้หางเสือไม่ใช่ไร้การกำหนดไม่ใช่รายการรู้มีการรู้มีความรู้รู้ยิ่งเพื่อเขาไม่ได้เพื่อตนอะไรมันจึงเป็นของวิเศษแล้วมันก็ต้องมีด้วยเราเลี่ยงไม่ออกหรอกคุณจะเรียกยังไงก็เลี้ยงไม่ออกจะบอกว่าพระพุทธเจ้ามีปัญหาอะไรเงี้ย เรื่องไม่ออกแล้วทำงานนี่เราไม่มีปัญหาเราไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เราทำจริงๆเราไม่ได้ยึดมั่นเป็นลงรากปักเรือนเป็นอภินิเวสายะคือปรุงแบบอภินิเวสายะเป็นนิเวศน์นิวาสเป็นที่อยู่หลักเรือนเลยเราไม่ได้ลงหลักโรงเรือนที่นั่นเราไม่ได้เป็นผู้ยึดมั่นถือมั่นลงหลักโรงเรือนต้องเข้าใจสภาพธรรมที่สมบูรณ์เราทำก็สักไม่ใช่สักแต่ว่าแบบภาษาโลกเราทำก็สักแต่ว่าทำอย่างเอาใจใส่พิจารณาประคองทำอย่างดีดีให้แก่ให้มันเกิดทำอย่างดีให้มันเกิดแล้วเราก็ไม่ได้เป็นหลง เป็นของเราเป็นตัวตนที่เราจะต้องยึดต้องถือถือตัวถือมาเป็นของตัวอะไรไม่ได้ถือไม่ได้เอาสุดท้ายเราก็ทำแล้วก็ปล่อยทำแล้วก็ให้เป็นจริงดังตลอดกาลแม้มันจะมีรูปแบบจะมีพิธีการเป็นยึดถังก็ทำตามรูปแบบตามรูปการอันนั้นถ้ารูปการนั้นดีอยู่เป็นกฎเป็นระเบียบเป็นวินัยเป็นพิธีการแล้วก็ทำตามนั้นเราทำอย่างนี้แหละเป็นคนต่างทำย่อมเกิดอยู่คนตั้งในเป็นสภาพเกิน แปลว่าย่อมเกิดมันย่อมเกิดที่เราทำเพราะฉะนั้นเราทำให้สิ่งที่เกิดนี่แหละเราเกิดไปทำไปทำเพื่ออะไรเคยบอกมาทีนึงนะว่าเราทำอะไรให้เกิดมันเหมือนการบวงสรวงศาสนาพุทธังก็แปลว่าบวงสรวงก็คือทำแล้วก็ให้ทำสังเวยสังเวยพระพุทธเจ้าสังเวยศาสนาทำเพื่อให้พระพุทธเจ้าเสวยสังเวยหรือเสวยนี่แปลว่าให้ผู้นั้นรับให้เขารับสังเวยต่อพระเจ้าให้พระเจ้าจงรับสังเวยต่ออะไรก็ตามใจสังเวยพระพรหมให้พระพรหมรับประทาน สุดท้ายเราทำได้ก็ทำเพื่อให้เพื่อสังเวชไม่ใช่เพื่อเสวยแต่ไม่ใช่เพื่อเราเป็นคนเอาเป็นคนเสพเราไม่ได้เป็นคนเสพเราทำเพื่อให้สังเวยบวงสรวงสังเวยรำวงสรวงศาสนารำบวงสรวงพระพุทธเจ้าศาสนาคืออะไรศาสนาคืออันหนึ่งที่จะต้องมีฤทธิ์แรงทรงไว้มีฤทธิ์ต่อมนุษย์วันนี้เป็นศาสนาเอาคำสอนมาวัดวันนี้ใช่อันนี้ท่านบอกว่าดีจงส่งไว้มนุษย์จำเป็นอย่างนี้จงทำอย่างนี้ต้องมีกิริยาอย่างนิกายอย่างนี้ไว้จริงนี้มโนอย่างนี้นี่เป็นคำ สอนของศาสดาซ้อนไว้เอามาเทียบเคียงเอามากำกับเอามาเช็คได้อย่างนี้อย่าทำเราก็ไม่ได้ทำถูกตามศาสดาสั่งศาสดาสอนเป็นคำสอนศาสนาคือคำสอนของพระศาสดาที่เอามาเช็คเอามาสำรวจเอามาพิสูจน์เอามาเทียบเคียงแล้วถูกตรงท่านว่าให้ทรงนี้ไว้อย่าส่งอย่างนี้ท่านว่าจงทำอย่างนี้อย่าทำอย่างนี้เราก็ทำอยู่อย่างที่พระพุทธเจ้าหรือพระบรมศาสดาบอกไว้เราทรงทำทรงสิ่งที่ท่านให้ทรงสิ่งที่ไม่ให้ส่งให้หลุดให้เลิกให้ปล่อยให้ปล่อยยาแล้วก็หยุด หย่าแล้วเลิกแล้วเราส่งสิ่งที่ท่านให้ส่งสิ่งนี้ก็ดำเนินสืบเนื่องต่อไปเราทำเพื่อสังเวยศาสนาเพื่อให้ศาสนาว่าทำแล้วมันก็เป็นของดีของดีก็เป็นของศาสนาจะบอกว่าสังเวยพระพุทธเจ้าที่จริงพระพุทธเจ้าท่านปรินิพพานไปไหนๆแล้วไม่เหลืออะไรแล้วแต่เราก็มีโวหารว่าเท่านั้นเราเป็นพระพุทธบุตรเราก็สร้างสิ่งนี้เป็นสมบัติเป็นศาสนสมบัติให้แก่สกุลเพราะเราเป็นพุทธบุตรเราสืบสกุลเราเป็นธรรมทายาทแล้วก็สร้างสิ่งที่เราต่อเอาไว้กายกรรมอย่างนี้เป็นของพระพุทธองค์ทรงสรรเสริญเราก็ทำกายนี้สืบต่อไป วจีกรรมอย่างนี้พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญให้สืบต่อไว้แล้วก็ทำสิ่งนี้ไว้มโนอย่างนี้ใจจงทำในใจอย่างนี้แล้วก็ทำในใจอย่างนี้ประกอบไว้ก็เป็นของศาสนาเขาอธิบายในเชิงของศาสนาอื่นเขาเรียกว่าพระเจ้าเขาเรียกว่าก๊อตนั่นแหละอันนี้แหละกอดก็คืนนี้แหละสิ่งที่ดีทำให้แก่พระเจ้าสังเวชศาสนาสังเวยพระเจ้าให้แก่พระเจ้ามันก็ให้แก่สิ่งนี้เราไปแล้วมันก็จะทรงนิรันดร์สิ่งที่ดีที่สุดนิรันดร์ถ้าเราก็ทำคุณก็ทำคุณก็ทำคุณก็ทำคุณก็ทำแต่ละ กายกรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสอดคล้องกันพระพุทธเจ้าทรงทำอย่างนี้คุณก็ทำอย่างนี้ถูกต้องตามคำสอนคำศัพท์คำยืนยันอย่างนี้อย่าทำคุณก็ได้เลิกด้วยกันคุณมี 4 4 แรง 4 แรงก็เป็นสิ่งที่เกิดอยู่เป็นกรรมอยู่ทรงไว้อยู่สังเวชอยู่ในโลกมนุษย์อยู่ในสังคมมนุษย์มี 400 ก็ทำ 400 มี 4 พันก็ทำอย่างนี้ตรงกัน 4000 BigC หมื่นก็ทำตรงกัน 40,000 บาทมี 4 ล้านก็ทำตรงกัน 4 ล้านมี 400 ล้านกระทำตรงกัน 400 ล้านบาทมันจะมีฤทธิ์มีแรงอย่างไม่มีใครทำลายได้มีคนทักเสมอพวกเราและอันนี้เลยเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราได้ทำถูกต้องแล้วมีคนทักว่าชาวอโศกที่ทำอะไรก็เหมือนๆกัน พูดก็เหมือนๆกันอะไรๆมันก็มาลงอะไรเหมือนๆกันเอ๊ะทำไมไปถูกล้างสมองมายังไงถูกสะกดจิตมายังไงมันเหมือนกันมีความนึกคิดเหมือนๆกันทำอะไรเหมือนกันเนี่ยมันก็เป็นลงรอยเดียวกันเป็นเอกภาพเป็นเอกภาพเป็นเอกกับคุณเป็นเอกก็ทำเป็น ago ธัมโมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นธรรมะอันทรงไว้ซึ่งเป็นความเป็นหนึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นสามัคคีธรรมเป็นเอกภาพเป็นสิ่งที่รวมได้มีเล็กมีตามีต่ำมีสูงก็สอดร้อยกันสนับสนุนกันทั้งกรรมกิริยาการงานทั้งทุกอย่างลงตัวเป็นไปได้สามัคคี คนมาทักมาทวงเราเขาบอกว่าทุกอย่างเขาต้องการความหลากหลายไม่มีนักธรรมะที่กำลังตำหนิติเตียนหรือว่าเห็นแปลกกว่าเราอยู่เราต้องการธรรมะต้องการความหลากหลายก็ต้องการความหลากหลายกรรมในกรรมวิธีในอย่างนู้นอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านยืนยันด้วยซ้ำแต่ใครจะส่งมาอ่านหน่อยเถอะที่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าเป็นทางเดียวเป็นทางเดียวนะอยู่ไหนเปิดที่หน้าอะไรอยู่เป็นทางเดียวแต่คนก็จะไม่พยายามหาให้มันหลายทางให้มันหลากหลายซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของศาสนา สนามไม่ได้เป็นทางเดียวมันไม่ได้เป็นหลากหลายทางเอกมัยก็คือมีทางเอกทางหนึ่งมีหลักเกณฑ์แต่มันอาจจะต่างกันโดยจริตคนนี้ทำหนักเน้นทางนี้แต่ก็ต้องทำทางโน้นทำเป็นศิษย์เก่าวิปัสสนาธรรมมีวิปัสสนาเป็นทางเอกมีสติปัฏฐานเป็นทางเองซึ่งพวกเรานักศึกษาทางพุทธศาสนาก็เข้าใจกันดีอยู่แล้วมันมีเพราะว่าชนะ a Say What Time You ทรรศนะวิสุทธิยาเอตันหินทำไม ปฏิบัติชัดๆมารับเศษตังประมูลพระนางมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นไม่มีทางอื่นที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์แห่งทัศนะพวกเธอจงเดินตามทางนี้เถิดทางสายนี้พระยามารมักเดินหลงเสมอระวังเราจะเป็นพญามารเมื่อไหร่ทางสายนี้พยายามมารมักเดินหลงทางเสมอแล้วมันก็ได้เดินหลงทางกันจริงๆเพราะว่าไม่รู้ มารมันหลอกให้หลงตลอดเวลาแล้วมันก็พลิกไปแล้วพูดออกนอกคำสอนนอกพระวจนะของพระพุทธเจ้าไม่เคยเจอเลยว่าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามีหลายทางพูดกระจังองค์ปฏิบัติธรรมมาไม่มีหลายสายหลายทางทางปฏิบัติมีหลายทางเหมือนกำลังจะไปเชียงใหม่ไปเครื่องบินก็ได้ไปเรือก็ได้ไปรถก็ได้เดินไปก็ได้ขี่จักรยานไปก็ได้แต่พอเจ้าตรัสอย่างนี้แม้แต่คำสรุปว่าเป็นเอกนามมาโครแม้แต่บอกว่ามะนี่คือทางปฏิบัติมักก็ปฏิปทาเป็นทางปฏิบัติของเธอแม้แต่เขาสรุปรวมด้วยโพธิปักขิยธรรมก็เป็นการ สติปัฏฐานใหญ่คนที่ปกติโพธิปักขิยธรรม 37 เนี่ยทางในการตรัสรู้เป็นสติปัฏฐานใหญ่สติปัฏฐานเป็นหัวข้อใหญ่ข้อหนึ่งซึ่งเป็นสติปัฏฐาน 4 แล้วน้องน้อยก็เป็นองค์ประกอบไปจนกระทั่งถึงอริยมรรคองค์ 8 ซึ่งเป็นตัวปิดท้ายอริยมรรคองค์ 8 เป็นองค์ธรรมเป็นหัวข้อที่ 7 เป็นหัวข้อปิดท้ายปิดท้ายสรุปมหาสติปัฏฐานเป็นสมาธิทำกันอยู่ไม่ได้แยกกันเลยจะบอกว่าสัมมนาองค์ 8 เป็นทางปฏิบัติก็ได้จะบอกว่าสติปัฏฐาน 4 เป็นทางปฏิบัติตามปฏิบัติตนเองและมั่นคงก็ได้ถ้าเข้าใจแล้ว ผู้รู้ท่านได้รวบรวมไว้แล้วเป็นผู้รู้เจ้าตัวเองโพธิปักขิยธรรมพระพุทธเจ้าก็ตัดเองซึ่งจะขยายก็ขยายอันนี้แต่ไม่ออกนอกทางนี้มีทางเดียวเท่านั้นอย่างที่ยืนยันมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นไม่มีทางอื่นที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์แห่งทัศนะพวกเธอจงเดินตามทางนี้เถิดทางสายนี้พยายามมารมักเดินหลงเสมอระวังนะแม้แต่ในพวกเราเนี่ยพาจูงกันยิ่งกระจงอะไรอีกแต่ก็พยายามจะดิ้นลงเสมอกันจริงเลยแล้วก็จริงซะด้วย ไม่ง่ายในสมัยนี้มักองค์ 8 นี่ไม่ง่ายเลยเสร็จแล้วมันก็ไปลงเป็นแบบง่ายๆแบบพื้นฐานถึงออกนอกทางไปแล้วคิดเอาเป็นตรรกะเป็นสายนึงนั่งจะหลับตาสมาธิกดข่มไว้ง่ายๆดื้อๆอีกสายนึงสุดท้ายมันก็จะแยกออกไป 2 สายนิรันดร์ศาสนาก็เป็นอยู่อย่างนี้นิรันดร์สุดท้ายก็หลงไหลผิดไปหมดทำอะไรก็ทำกันแค่บวงสรวงกับบวงสรวงพระเจ้ากันแบบติดสินบนเอ้าทำวันนี้ให้พระเจ้าพระเจ้าจะได้ช่วยเราเพราะหลงซะแล้วพระเจ้าช่วยเราโดยที่เราไม่ต้องช่วยตนคำสอนของศาสนาคริสต์เค้าก็ไม่ สอนพระเจ้าจะช่วยท่านเมื่อท่านช่วยตนเองก่อนท่านช่วยตนเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วยท่านดังนี้เป็นต้นก็เป็นคำสอนที่หลักแหลมเป็นคำสอนอันอัจฉริยะถูกต้องสูงแล้วเราก็ต้องช่วยตนเองตนเป็นที่พึ่งของตนนี่ก็เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ได้ทานแย้งกันสอด 100 กันตนเป็นที่พึ่งของตนกรรมเป็นตัวจริงพระพุทธเจ้าท่านเก่งตอนที่ท่านเน้นมาถึงกรรมถ้ากรรมได้เป็นตัวเกิดและเราก็เรียนรู้ไปจนกระทั่งถึงมโนกรรมอย่าว่าจะรู้กายกรรมรู้ว่ากี่กรัมเข้าใจเป็นโสดทิพย์อย่างรู้ กายกรรมที่มีจิตลามกประกอบพิธีกรรมนี้มีจิตลามกประกอบรู้เพราะมันมาจากมโนกรรมอย่างรู้มโนกันเป็นปรมัตถ์ให้ชัดแจ้งจริงๆมีโสดที่รู้จิตของตัวประกอบกรรมโดยควบคุมกรรม 3 กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมให้สุจริตเสมอสุดท้ายนี้วอนก็ต้องตายโพดจงเกิดสติปัฏฐานเกิดเมื่อเราทำสุจริต 3 มันก็เกิดเกิดสติปัฏฐานเกิดผลค่านี้วนลงไปทุกทีดังที่มีอยู่ในตัณหาสูตรหรืออวิชชาสูตรมันก็ล้างเอาวิชาไปล้างตัณหา ถูกต้องจริงๆแล้วเจ้าจงอธิบายส่วนนั้นส่วนนี้เอาไว้ซึ่งหยิบมาเห็นว่าอันนี้มันขยายความชัดกว่านี้มาพูดกันจนพวกเรานี่ได้เรียนได้รู้กันชัดแจ้งดีแล้วนะเมื่อเราเข้าใจว่าเราอยู่วันๆคืนๆเราทรงไว้ซึ่งกรรมกิริยากิจวัตรอะไรก็แล้วแต่มันก็ทำให้เราเจริญเป็นผู้ที่เจริญยิ่งเจริญยิ่งอยู่เรื่อยไปทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านผู้ใดสมบูรณ์ประโยชน์ตนแล้วมันก็ไม่มีปัญหาอื่นมีแต่ประโยชน์ท่านนำพากันไปมีจิตใจเมตตาเกื้อกูลเป็นคนเบิกบานอารียารอช่วยเหลือเพื่อฝ่าย กรงกรรมปรุงปรียาของเราเพื่อโลกกันไปสบายแล้วจะรู้วันคืนมันไม่มีอะไรก็มีแต่เราไม่พักเราไม่เพี้ยนมีแต่การงานที่เราจะทำเราควบคุมการงานของเราเองพระพุทธเจ้าท่านก็ให้พิจารณาตัวเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive