000000-J อภิณหปัจจเวกขณ์ ตอน10-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ002.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์92 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการนำปัจจะเวกม้วนที่ 10 โดยพ่อท่านพระ นะพุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้ชนเหล่าใดมีความรู้ในธรรมปัญหาสาระมิได้ว่าเป็นสาระและมีปกติเห็นในธรรม เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระชนเหล่านั้นมีความดำริผิดเป็นโคจรย่อมไม่บรรลุธรรมอันเป็นสาระชนเหล่าใดรู้ธรรมอันเป็นสาระโดยความเป็นสาระและรู้ธรรมอันมหาศาลมิได้โดยความเป็นธรรมอันหาสาระมิได้ทนเหล่านั้นมีความดำริชอบเป็นโคจรย่อมบรรลุธรรมอันเป็นสาระฝนย่อมรั่วรถเรือนที่บุคคลมุงไม่ดีฉันใดราคาย่อมรั่วรถ จิตที่บุคคลไม่อบรมแล้วฉันนั้นฝนย่อมไม่รั่วรถเรือนที่บุคคลมุ่งดีแล้วฉันใดราคะย่อมไม่รั่วรถจิตที่บุคคลอบรมดีแล้วฉันนั้นบุคคลผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ย่อมเศร้าโศกในโลกหน้าย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสองบุคคลพูดทำบาปนั้นย่อมเศร้าโศกบุคคลผู้ทำบาปนั้นเห็นกรรมที่เศร้าหมองของตนแล้วย่อมเดือดร้อนผู้ทำบุญ ไปแล้วย่อมบันเทิงในโลกนี้ย่อมบันเทิงในโลกหน้าย่อมบันเทิงในโลกทั้งสองผู้ทำบุญไว้แล้วนั้นย่อมบันเทิงพุทธธรรมทำบุญไว้แล้วนั้นเห็นความบริสุทธิ์แห่งกรรมของตนแล้วย่อมบันเทิงอย่างยิ่งทำ มีใจเป็นหัวหน้ามีใจประเสริฐที่สุดสำเร็จแล้วแต่ใจถ้าบุคคลมีใจอันโทษประทุษร้ายแล้วกล่าวอยู่ก็ตามทำอยู่ก็ตามทุกจำเป็นตามบุคคลนั้นเพราะทุจริต 3 อย่างนั้นเหมือนล้อหมุนไปตามรอยเท้าโคผู้ลากเกวียนไปอยู่ฉะนั้นทำทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้ามีใจประเสริฐที่สุดสำเร็จแล้วแต่ใจทำบุคคลมีใจผ่องใสกล่าวอยู่ก็ตามทำอยู่ก็ตาม สุขย่อมไปตามบุคคลนั้นเพราะสุจริต 3 อย่างเหมือนเงามีปกติไปตามฉันนั้นอดทนเหล่าใดเข้าไปผูกเวรไว้ว่าคนนู้นด่าเราคนโน้นได้ตีเราคนโน้นได้ชนะเราคนโน้นได้รักสิ่งของของเราดังนี้เวรของชนเหล่านั้นย่อมไม่ระงับส่วนชนเหล่าใดไม่เข้าไปผูกเวรไว้ว่าคนโน้นด่าเราคนโน้นเด็กตีเราคนโน้นเด็กชน

อ่านต่อ

ะเราคนโน้นได้รักสิ่งของของเราดังนี้เวร ชนเหล่านั้นย่อมระงับในการไหนๆเวรในโลกนี้ย่อมระงับเพราะเวรเลยแต่ยอมระงับเพราะความไม่จองเวรธรรมะนี้เป็นของเก่าก็ชนเราอื่นไม่รู้สึกว่าพวกเราย่อมยุบยับในท่ามกลางส่งนี้ส่วนชนเหล่าใดในท่ามกลางสงฆ์นั้นย่อมรู้สึกความหมายมั่นยอมระงับจากชนเหล่านั้น อาทิตย์พึ่งอันเกษมที่สุดของมนุษย์ก็คือการศึกษาให้เห็นให้รู้ให้ถึงจริงความถึงจริงที่สุดที่ระลึกว่าจิตอันเกษมเป็นที่พึ่งเงินสูงสุดจิตวิญญาณเป็นตัวรู้จิตวิญญาณเป็นตัวบงการจิตวิญญาณเป็นตัวเข้าใจเข้าใจในเชิง รายละเอียดในโลกแล้วเราอยู่กับโลกเขาอย่างรู้สิ่งใดเราไม่ติดไม่ยึดไม่จำเป็นต้องอาศัยเราก็จะไม่อาศัยสิ่งใดที่เราจะล้างออกไม่ใกล้เลยเคียงกันเลยเราก็จะล้างออกยังไม่ใกล้ไม่เคียงกันสิ่งใดพอที่จะต้องผ่านบ้างอาศัยบ้างเราก็จะผ่านบ้างอาศัยบ้างจนที่สุดสิ่งที่ให้มนุษย์อาศัยนั้นมันมีอยู่พระพุทธเจ้าตรัสว่ามีเพียงปัจจัย 4 เป็นสำคัญที่สุดนอกจากนั้นเราก็ใช้อาศัยบ้างไม่อาศัยบ้างเพื่อประโยชน์ผู้อื่นส่วนบางอย่างนั้นเราไม่อาศัยเลยผู้อื่นก็ให้เลิกเห็นละเราไม่ สนับสนุนเราไม่ส่งเสริมทิ้งขาดหรือว่าดูถูกดูแคลนข่มไม่ให้ผู้ใดไปหลงผิดหลงยึดให้มันสูญหายไปจากโลกจะให้ผู้ใดไปช่วยชีวิตมันไว้เลยให้มันตายไปเองตามธรรมชาติเพราะสิ่งใดเราละเว้นเราห่างไกลเราไม่ต้องผ่านบ้างไม่ผ่านบ้างเราก็จะรู้ขนาดหนึ่งสิ่งต้องอาศัยบ้างไม่อาศัยบ้างมันไม่ใช่สาระสำคัญอะไรของชีวิตมนุษย์แต่มันก็เป็นเครื่องอาศัยพอสมควรสำหรับฐานะบุคคลแต่ละระดับเราก็รู้ทางบ้างกลางบ้างสำคัญมากขึ้นมาบ้างแล้วก็จะเข้าใจในรายละเอียดเหล่า ส่วนสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตแท้ๆซึ่งต้องอาศัยแท้ไม่อาศัยไม่ได้เมื่อเวลาถึงคราวอยู่แล้วจำเป็นเช่นว่ายารักษาโรคมาเป็นโรคต้องอาศัยยาที่อยู่ที่อาศัยที่พักและต้องมีบ้างสำหรับคนในสังคมแต่สำหรับผู้ที่สูงสุดแล้วคนไว้ใจแล้วและเราก็สบายจริงแล้วเราเป็นคนไม่ต้องมีที่อยู่เลยก็ได้อาศัยตามคนไม้คนดินรูปขโมยคนไม้อะไรอย่างนี้เป็นต้นก็พิสูจน์ได้หรือแม้จะให้อาศัยที่อยู่ถ้าเขาเห็นว่าควรจะให้อาศัยก็ยังพอได้เครื่องนุ่งห่มก็ถือว่าเป็นความจำเป็นของสังคมจาก ไม่เช่นนั้นสังคมยุคนี้ไม่นุ่งห่มไม่ดีการรถกันหนาวอินทรีย์พละเราก็ไม่แข็งแรงเหมือนกับคนสมัยโบราณทนต่อมีภูมิคุ้มกันตนต่อดินฟ้าอากาศก็สู้สมัยโบราณไม่ได้เราก็ต้องใช้เสื้อผ้าหน้าแพรกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อยอะไรบ้างแต่จะหัดมักน้อยลงไปสร้างภูมิคุ้มกันเรามากขึ้นก็ดีเราจะได้มากน้อยลงไปอีกฉันโดนลงไปอีกทนแดดทนฝนทนหนาวทนร้อนอะไรได้โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งประกอบที่เรียกว่าเครื่องแต่งตัวสวนอาหารนั้นถึงอย่างไรอย่างไรเราก็จะต้องพึ่งต้องอาศัยเมื่อจะยังมีชีวิตเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้จนสาบตายแต่นั่นแหละในสิ่งที่พ่อข่มอยู่ในอาหาร มีสิ่งที่เราจะตัดรับละลดลงมามากเหลือเกินมากยิ่งกว่าอะไรอะไรเพราะในเรื่องของอาหารนี้จึงต้องศึกษาและพิจารณาต้องเรียนรู้ให้แนบเนียนให้เข้าใจแก่นสารสาระฝึกดูด้วยแม้ข้าวบูดแล้วก็กินได้โดยที่เรียกว่าไม่เป็นโรคไม่ปวดท้องเพราะเราสามารถใช้สภาพปฏิกิริยาของธาตุเคมีที่มันแตกตัวนั้นๆเท่ากับชีวิตได้ด้วยซ้ำกลายเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำแต่ถ้าเผื่อว่าจิตใจหรือว่าสิ่งที่เราไม่ได้ฝึกปรือนั้นมันก็จะกลายเป็นโทษอย่างที่เป็นต้นหรือแม้แต่มันจะสะอาดหรือสกปรกถ้าตัวเราเองสร้างภูมิคุ้มกันและแม้แต่จะกินเชื้อโรคเข้าไปบ้าง ไปสกปรกแบบโลกๆง่ายๆเลยต่อให้มีเชื้อโรคเป็นเปลเข้าไปในอาหารนั้นเราก็จะใช้เชื้อโรคนั้นเป็นประโยชน์ในร่างกายเราก็ได้ด้วยซ้ำเป็นภูมิคุ้มกันอย่างแข็งแรงอย่างนี้เป็นต้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่ได้ประสบเราไม่ได้ฝึกเราไม่ได้หักเราก็จะเชื่อยากแต่ถ้าเราได้ฝึกหัดเราก็จะเห็นจริงเพราะชีวิตเมื่อได้อบรมเข้ามาจนกระทั่งถึงปัจจัยสำคัญมีชีวิตอยู่ในโลกจึงเป็นชีวิตที่อยู่เหนือเหนือวัตถุโลกเนื้ออะไรต่ออะไรมากที่สุดเรื่องสำคัญเราเป็นคนอยู่ง่ายและเป็นคนแข็งแรงเป็นคนเหนือโลกแต่เป็นคนไม่มีทุกข์แม้จะเกิดแก่เจ็บป่วยอะไรต่างๆนานา ก็ทำอะไรให้เราทุกข์ได้ยากและสิ่งเหล่านี้ประกอบไปด้วยวัตถุนอกไปด้วยสิ่งที่เราได้มาศึกษากันเราเข้าใจกันเพิ่มขึ้นเราจึงเห็นว่าชีวิตนี้อยู่ง่ายเมื่ออยู่ง่ายแล้วเราไม่ไปหลงอุปาทานที่โลกสร้างว่าอันนั้นสุขไอ้นี่เพลิดเพลินอันนั้นอร่อยมนุษย์จำเป็นเราล้างความจำเป็นนั้นมาเราจึงมาเป็นคนที่ไม่ต้องไปแสวงหาอีกโลกก็จะมีสิ่งเหล่านี้อยู่อย่างไรอย่างไรเราก็รู้เท่าทันด้วยปัญญาด้วยความเข้าใจด้วยตัวรู้สิ่งเหล่านั้นจึงมาเป็นตัวที่จะยอมที่จะมาเป็นเจ้าเป็นนายมีฤทธิ์มีอิทธิพลต่อเราไม่ได้เรารู้ว่าชีวิตนี้ง่ายชีวิตนี้ไม่ต้องไปหลงกรุงหลงแต่งตัวสังขารหลวงปลอมแปลงมายั่วยวนชีวิตเราจึงเป็นชีวิต ไม่มีแก่นสารง่ายสบายไม่ต้องเสียพลังงานไม่ต้องเสียเวลาไม่ต้องเห็นว่าเป็นสุขเพราะสิ่งที่เขาหลอกปลอมหรือว่ามอมเมามาในโลกนั้นเราเป็นคนมีชีวิตที่มีเวลาเหลือไม่ต้องบริการตนเองไม่ต้องมาประคบประหงมตนเองมีกำลังวังชาและเราก็เป็นคนที่ไม่ดุร้ายฝึกปรืออบรมตนทำงานทำการมีความชำนาญมีความสามารถเป็นคนสร้างสรรค์แม้แต่หลายๆอย่างที่โลกเขาอาศัยบ้างไม่อาศัยบ้างเราก็ยังเกื้อกูลเขาได้ยิ่งสิ่งที่เป็นปัจจัยแล้วเราสบายที่สุดจนไม่ต้องมากระทำให้คนอื่นเขาเลี้ยงเราไว้ได้ง่ายที่สุดเพราะว่าแม้แต่ เรื่องปัจจัย 4 เราก็อาศัยได้ง่ายที่สุดแล้วเพราะเราจึงมีชีวิตอยู่อย่างสร้างสรรค์ที่โลกก็เป็นอยู่มากคือสิ่งที่อาศัยบ้างไม่อาศัยบ้างส่วนใหญ่ของโลกนั้นเองเราจึงจะมีงานอยู่กับโลกในเรื่องของสิ่งที่เขาอาศัยบ้างไม่อาศัยบ้างนั้นเองเพื่อจะใช้ปัญญามีนโยบายในการที่จะทำชั้นต่อให้คนเขาตายบันไดละเลิกสิ่งที่มันวุ่นสิ่งที่มันมากสิ่งที่มันเปลืองสิ่งที่มันไม่ต้องอาศัยได้ก่อนก่อนไล่เรียงมาตามขั้นตอนตามระดับผลงานการที่เราจะทำกับมนุษย์โลกจึงไม่ใช่งานการในระดับของปัจจัย 4 เท่านั้นแต่เป็นงานการของสังขารพอสมควรที่ ดูข่าวสารและเราจะเป็นผู้นำเป็นคนที่ไม่ติดตัวจริงในใจเราละล้านปลดปล่อยไม่ติดแต่เราก็ยังต้องเป็นเหมือนกับเรานี่ต้องทำร่วมกับเขามีอยู่ร่วมกับเขาปนอยู่กับเขานัยยะที่ละเอียดซับซ้อนอย่างนี้แหละที่คนไม่รู้ก็ถูกท้วงได้ว่าเราเองยังเป็นวุ่นวายด้วยเราเองเรายังไปคุกที่เกี่ยวข้องได้ทุกที่เกี่ยวข้องนี้เพื่อประโยชน์เขาสำหรับเราเองจริงนั้นเราเลิกไม่ต้องไปที่ได้มีสิ่งอย่างนั้นมาเสพมาสุขอะไรได้จริงๆเราเป็นผู้มักน้อยสันโดษจริงๆอันนี้ต้องฝึกฝนและเราก็จะต้องรู้ความต้องอนุโลมอยู่ในภาคสัมมาหรือภาคเป็นประโยชน์ท่านคนที่ไม่ ใจไม่ใช้การสัมผัสนี้รักรถออกจากจิตจริงแล้วจึงยากเพราะว่าเราจะต้องทุกข์ผีบ้างไม่คลุกคลีบ้างอยู่ส่วนสิ่งที่ตัดขาดไม่คลุกคลีเลยอบายมุขเป็นต้นนั้นมันก็ง่ายอยู่แล้วเพราะว่าเราไม่ต้องเกี่ยวข้องเลยแล้วเราก็เรียนรู้อย่างด้วยปัญญาก็ชัดว่ามันไม่มีความสำคัญชีวิตขาดสิ่งนั้นได้แต่ในโลกของคนอื่นที่เขายังขาดไม่ได้เราต้องอนุโลมเข้าในระดับกลางนี้แหละอันนี้ทุกคนต้องจริงใจต้องรู้ตัวเองเลยและต้องใช้แบบฝึกหัดในการต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์อย่างนี้แหละแล้วล้างจิตล้างใจให้สะอาดหรือจะทดสอบว่าไม่เลยสำหรับเราเราจะไม่เกี่ยวไม่เข้าเลยสำหรับเราเขาก็เห็นแน่เมื่อได้แล้วว่าเออแน่ๆเราไม่ห่วงหาอาวรณ์เราไม่มีเราก็ไม่สุข ไม่ทุกข์ถ้าไม่มีเราก็ไม่ทุกข์เรามีเราก็ไม่สุขจริงจังแล้วจึงปฏิสถานจึงจะกลับมามีสิ่งนี้บ้างแต่ไม่ใช่เราเสพจิตเรายังร่อนยังสะอาดยังบริสุทธิ์ยังไม่ดูดไม่ซึมเหมือนน้ำกับไอ้บอลได้จริงๆอันนี้จึงเป็นสิ่งที่เหมือนมายาเราว่าไม่แต่เราก็สัมผัสๆอยู่ตัวนี้เป็นตัวที่อาศัยความจริงเป็นสัจธรรมของแต่ละบุคคลนะถ้าเราคดโกงคนอื่นเราคดโกงคนอื่นรู้ความจริงว่าเรามีเชื้อแห่งความชอบความผิดความยึดอยู่หรือไม่เราต้องแน่ใจให้ได้ที่สุดแม้แต่ปัจจัย 4 ดังกล่าวแล้วอาหาร วันนี้เป็นต้นมันก็ยังทิ้งรูปรถเสียงสัมผัสไปทีเดียวไม่ได้มันยังมีอยู่รถมันก็มีรถของรถมันกลิ่นมันก็มีสีสัมผัสมันก็มีเราเองเราก็จะต้องรู้เท่าทันว่าเราเองเราเป็นทาสรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันอยู่จริงหรือไม่เพราะการกินอาหารทุกมื้อทุกคำฆ่าเราต้องเอาให้ละเอียดอย่างสนิทเลยว่าเราไม่ได้เป็นทาสสิ่งเหล่านี้แล้วไม่ว่ามันจะปรุงในรูปร่างไหนเราจึงจะเป็นคนแยกขายและเป็นคนอยู่เหนือสิ่งนี้โดยตัวเองรู้ตัวเองโกหกเขาบอกแล้วว่าได้ซ่อนแสงได้แต่จริงๆใจจริงจนเราสบายแล้วเราไม่ต้องเป็นสิ่งนี้ไม่ต้องเป็นทาสอันนี้ขาดหายไปเลยไม่ กินอย่างนี้เลยรูปพอดีรถพอดีกินพอดีสัมผัสพอดีอย่างนี้ไม่มีเลยเราก็ไม่เป็นไรขอให้ทุกคนต้องพยายามแยบคายอย่าซ่อนอย่าแผงให้มันช้าเสียเวลาให้มันตายดูซิเผื่อว่ารูปแบบนี้รถอย่างนี้กลิ่นอย่างนี้เราจะเลิกไม่ได้เราเลิกได้สิ่งที่ไม่เป็นรถเป็นกลิ่นอย่างนี้แต่มันมีทาสที่จะใช้ในชีวิตนั้นมันมีอยู่เราก็อาศัยธาตุเหล่านั้นจากสิ่งที่เราไม่ชอบด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่เราไปติดลองดูให้ได้นี่เป็นนัยยะที่แยบคายจะต้องอบรมจะต้องปฏิบัติจริงไม่ใช่นั่งดาวไม่ใช่นั่งคิดคะแนนเอาแต่ต้องเห็นจริงเลยว่าอาการจิตไม่เกิดหรืออาการจิตยังมีการเกิดยังมีการอะไรอาวรณ์จะมีการอาศัยและมีการดูดซึมอยู่แม้เล็กน้อยเราก็จะต้อง พายรู้เท่ารู้ทันจริงๆเราจึงจะเป็นคนละเอียดละออและสามารถที่จะปฏิบัติอื่นๆเราก็มีจิตแอบถ่ายนี่สามารถรู้ลีลาท่าทีของความเป็นความดูดหรือความผลักของมันเรียกด้วยภาษาง่ายๆหรือเป็นสภาพของราคะโทสะโดยภาษาวิชาการทางธรรมเราก็จะรู้อย่างละเอียดและออที่เป็นที่สุดขอให้พวกเราสังวรระวังนะปฏิบัติธรรมด้วยรูปพิธีด้วยคนละเม็ดอย่างที่ศาสนาทฤษฎีของพระพุทธเจ้าได้วางไว้ทั้งหมดเพราะการกินอาหารจึงได้อย่างเป็นหลักแล้วเราก็จะได้สภาพจิตมีปัญญาจิตที่จะสะอาดจิตที่จะแนบเนียนไปใช้ในการปฏิบัติ ทำในปัจจัยอื่นๆได้อีกนานนับประการทีเดียวเรื่องอาหารและโภชนาการจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดถึงปานชนิดเรายิ่งศึกษาศาสนาและก็ได้ปฏิบัติทดสอบไม่ใช่ว่าเรา สาศาสนาแต่จะเพียงภาษาปริยัติบัญญัติเท่านั้นเราได้ศึกษาและก็ได้ทดสอบให้ได้พิสูจน์ให้เกิดมักเกิดผลเกิดพฤติกรรมจริงเกิดจิตใจที่ได้ลดละจางคลายจนเกิดปัญญาจริงเราจึงได้มีปัญญาเห็นความสำคัญของศาสนาต่อสัตว์เมืองหรือต่อสังคมมนุษย์ว่าเป็นศาสนาแห่งสังคมมนุษย์จริงๆศาสนาพระสมาชิกพระพุทธเจ้านั้นและเราก็จะเห็นทฤษฎีหลักการต่างๆที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ทั้งหมดร้อยเรียงชัดเจนว่าเป็นหลักการเพื่อมนุษย์ ชนทั้งมวลไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเพราะหลักแกนสุดท้ายศาสนาพุทธก็คือการละตัวละตนเป็นที่สุดวัณโรคละโกรธละหลงลงไปได้ตามฐานานุรูปทำตนให้ได้รับประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ที่ว่านี้ถ้ามองโดยโลกก็คือประโยชน์เราจะได้ลาภยศสรรเสริญเสพโลกียสุขนั้นเรียกว่าโลกียที่เป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนาพุทธหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคมโดยตัวมันเองแต่คนมองไม่ออกผู้มีจักรขุดทิพย์ ผู้มีธรรมจักรสุกจึงจะมองออกว่าโลกธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อความเป็นอยู่สุขของตัวมันเองจึงได้หันทิศทางมาสู่โลกุตระเลิกละลาภยศสรรเสริญพระประโยชน์ที่ว่านี้ผู้ได้รับประโยชน์ตนนั้นก็คือผู้ที่ละลาภยศสรรเสริญโลกียสุขได้เมื่อพูดได้ละลาภยศสรรเสริญโลกียสุขของตนได้ลงไปตามขั้นตามฐานะแล้วผู้นั้นกลับจะมีประโยชน์ต่อสังคมสอดคล้องกันไปอีกตามขั้นตามตอนตามฐานะยิ่งเป็นผู้ที่ละได้หมดเกลี้ยงเป็นพระอรหันต์แล้วเป็นผู้ที่จะกระโดดโลดเต้นอยู่กับสังคมเลยจะเป็นผู้ที่ทำงานการ สังคมดังที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสหลักยืนยันไว้อีกว่าเอกบุรุษนั้นคือผู้ที่มีพหุชนะอีกตายยะปะฏิปันโนโหติพรหมูชนะสุขายะพระพุทธศาสนสถานอริยสัจ 4 ตาจะเอามายืนยันสู่กันฟังเสมอๆว่าศาสนาพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อมวลมนุษยชาติกอบกู้ปฏิสถานอารยธรรมและจริยธรรมให้แก่มวลมนุษยชาติพระพุทธเจ้าแปลว่าเลิศแล้วบุรุษเลิศเราหมายในที่นี้ก็คือผู้ที่เสพติดซึ่งภาระเป็นพระอรหันต์พระอรหันต์ของพุทธจึงแตกต่างกับลัทธิเดียรถีย์ฤาษีที่เขาค้นพบลัทธิของเขามาก่อน ศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่เป็นประโยชน์ต่อมวลชนด้วยหลักการและพฤติกรรมตำนานพระพุทธเจ้าก็มาทำงานอยู่กับโลกตลอดแม้แต่อรหันต์ 60 องค์แรกคำตรัสก็ยืนยันว่าเธอจงไปเป็นประโยชน์ต่อประชาชนต้องชนะให้ตายและผู้ชนะสุขทายะโลกันตร์มีปัญญาพอที่จะสอนได้มีอยู่ไปทำงานพระอรหันต์ทั้งหลายก็เข้าสู่ชุมชนทั้งสิ้นเพื่อที่จะอยู่กับชุมชนทำงานแก่ชุมชนดังนี้เป็นหลักฐานที่แน่นอนชัดเจนเพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมนี้ถ้าผู้ไม่รู้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกก็จะไม่เข้าใจแม้แต่มหาประเทศที่จะ อนุโลมที่จะต้องรู้จักความควรความไม่ควรตามกาละเทศะยุคสมัยยุคสมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยียุคสมัยก่อนไม่วุ่นวายขนาดในยุคสมัยก่อนไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมากนักก็รู้ว่าบรรยากาศของสังคมบทบาทของสังคมนั้นตรงกันขนาดไหนยุ่งกันขนาดไหนที่เราจะต้องรู้ข้อมูลเพื่อเอามาช่วยเขาเท่าที่เราสามารถจะอยู่ในขอบเขตเป็นไปได้พระไม่ใช่คนดูได้โดยเฉพาะพระอริยะไม่มีหน้าที่ไม่มีจิตอะไรของตนแล้วตนสบายมากถึงยังไงก็สบายตายก็สบายอยู่ก็สบายกินอยู่หลับนอนสบายทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นจะเหลืออยู่ก็แต่พอจะทำให้มันสุขเย็นในหมู่มวลมนุษยชาติสังคมและการที่จะมาทำงานกับมนุษย์ก็จะต้อง วันกับมนุษย์จะต้องมีความโยงใยถึงกันได้มีเทคโนโลยีมีความรู้บรรยากาศของสังคมมีงานการอะไรอะไรต่างๆนานาและคนที่ยังโบร่ำโบราณไม่มีปัญญาที่จะสืบรู้ไปได้ว่าพระอริยเจ้าท่านนั้นจะต้องปรับตัวให้เป็นไปตามหาประเทศเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อพงศ์ศักดิ์ชนะตาเป็นประโยชน์ต่อปวงมหาชนได้มากที่สุดเพื่อจะให้เกิดความเป็นไปได้ดีเป็นอริยชาติเป็นอริยชนหรือมียาจะทำที่ลึกซึ้งขึ้นไปก็ทำทั้ง 2 ส่วนผู้ใดกระโดดเข้ามาสู่สภาพของการปฏิบัติธรรมอันลึกซึ้งเราก็ช่วยเหลือเขาให้เกิดการปฏิบัติธรรมอันลึกซึ้งเพื่อจะถอดตัวถอดตนแล้วก็มาทำหน้าที่ ที่จะช่วยเหลือสังคมประเทศชาติมนุษยชาติดังที่ได้แจ้งจุดหมายปลายทางของศาสนาไว้ให้แล้วยืนยันย้ำยันมีหลักฐานอ้างอิงที่ได้กล่าวไปแล้วและผู้ที่จะทำงานเพื่อขัดเกลาเพื่อที่จะผลิตบุคคลไปสู่ประชาชนไปสู่สังคมก็ผลิตไปความเป็นไปของสังคมบทบาทของสังคมเราก็ดูแลเกื้อกูลช่วยเหลือเป็นไปด้วยจริงเหมือนกันแม้แต่พระพุทธเจ้าจะออกไปห้ามกษัตริย์ต่อกษัตริย์ห้ามทับมนุษย์ต่อมนุษย์ที่จะรบราฆ่าฟันกันดังนี้เป็นต้นซึ่งมองแล้วก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องของการเมืองที่จริงไม่ใช่การเมืองเป็นเรื่องของสัตว์เมืองที่มันไม่ชอบมาพาคนเมื่อท่านมีฤทธิ์มีแรงท่านเห็นสมควรท่านดูแล้วว่าท่านเองท่านไม่เสียหายท่านทำแล้ว ผลด่วนมีฤทธิ์มีแรงพอท่านก็จะเข้าไปทำยื่นมือเข้าไปทำแต่เมื่อท่านทำเสร็จแล้วเรื่องจะต่อไปท่านจะร่วมด้วยไม่ร่วมด้วยท่านก็จะดูกาลเทศะและองค์ประกอบอีกดังที่มีตำนานมีพงศาวดารผ่านมามีประวัติศาสตร์ให้เราได้ศึกษาสิ่งเหล่านี้เป็นความลึกซึ้งคนที่ไม่เข้าใจรอบถ้วนก็จะมองเพ่งไปในบทบาทของพระพระพุทธยอดยังไม่ได้ค่าอนุรักษ์นิยมก็จะมองไปในระบบเก่าๆซึ่งมันมาใช้กับสมัยไม่มีศิลปะร่วมสมัยไม่มีความรู้ไม่มีบทบาทอะไรกับสมัยคนสมัยใหม่เขาไม่รู้เรื่องเขารับไม่ติดเขาสืบจองไม่ได้ก็ไม่มีผลอะไรกับมนุษยชาติเท่าที่ควรเพราะฉะนั้นผู้ฉลาดหรือผู้ อริยะแท้เป็นผู้ที่รู้แท้ท่านจึงต้องพยายามที่จะทำงานให้มีศิลปะทำงานให้มีผลทำงานให้สืบเนื่องเป็นไปด้วยความควรความไม่ควรใช้พิจารณาด้วยความจริงอย่างสัจจะลึกซึ้งก็ขอให้พวกเราได้เข้าใจในแนวนี้ด้วยความหมายนี้อย่ายึดมั่นถือมั่นจนกระทั่งกลายเป็นคนอนุรักษ์นิยมเกินไปจนไม่เกิดผลเกิดค่าหรือหวือหวาล่วงล้ำเข้าไปสู่โลกธรรมมากไปจนเสียธรรมเราจะต้องรู้ทั้งสองส่วนเพราะในสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินได้ง่ายๆถ้าไม่มีญาณปัญญาสูงเรายอมรับในความคิดของผู้ที่มีความคิดที่เหนือกว่าเราก็จะต้องพยายามสังเกตซึ่งการหารายละเอียด เหตุผลให้เพียงพอยาติเรือทั้งโกลนและเข้าใจอะไรไม่ได้อย่าไปคิดระราบเกิดการแล้วเราจะต้องสอบทานพยายามทำปัญญาให้แจ้งในเหตุเหตุผลต่างๆนานาผู้ที่มีปัญญาแล้วทำอะไรต้องมีเหตุมีผลต้องมีความประมาทมีความไตร่ตรองไม่ใช่ทำอะไรตามอำเภออารมณ์ใจพระอริยเจ้าชั้นสูงจะไม่ทำอะไรตามอำเภออารมณ์ใจเกิดการกล่าวบรรยายถึงพระพุทธเจ้าแม้แต่เราผู้ที่รู้มากแล้วพอสมควรมีภูมิพอสมควรยังรู้ดีว่าการทำอะไรตามอำเภออารมณ์ใจของตนนั้นไม่ใช่เรื่องดีแต่เราจะต้องเอาข้อมูลเอาองค์ประกอบต่างๆเข้ามาพิจารณาเข้ามาตัดสินเข้ามากระทำให้มันได้ดีที่สุดเท่าที่จะมีผลดีได้ เรื่องของศาสนาที่มีประโยชน์มีคุณต่อมนุษยชาติเพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ที่มีคุณต่อมนุษย์โลกเหลือเกินคนเข้าใจผิดและเพี้ยนไปเป็นพวกฤาษีเดียรถีย์ลัทธินอกรีดมากมายเท่านั้นที่เขาสู่จากช่วงจะเป็นฝ่ายใดก็จับโจรไม่ได้เพราะว่าแม้แต่ในเชิงของอนุรักษ์นิยมศาสนาพุทธก็มีอยู่เพียงพอเชิงที่จะร่วมสมัยทันสมัยศาสนาพุทธก็มีอยู่เพียงพอขอให้อ่านคุณภาพและปริมาณเหล่านั้นเหล่านั้นให้ชัดแจ้งแม่นตรงดีๆเถิดเราจะเข้าใจว่าศาสนาพุทธนี้ประเสริฐเป็นศาสนาเพื่อมนุษยชาติทั้ง โดยแท้สถานที่เด่นและได้ทำรูปแบบให้มีการพิจารณาในทุกๆครั้งที่ฉันเนี่ยก็เพราะว่าการฉันอาหารนี่เป็นอิริยาบถใหญ่เป็นเรื่องใหญ่ในการปฏิบัติธรรมถ้าพูดได้พิจารณาในการฉัน วิธีทำแต่เรื่องนี้เป็นกรรมฐานไม่ได้ออกนอกทิศทางของการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าเลยแต่มันยังอยู่ในแง่การสำรวมอินทรีย์ 6 อยู่ในแง่โภชนาการยุคตาอยู่ในแง่ของการมีสติสัมปชัญญะที่จะทำกับกรรมกิริยากรรมเรากำลังกินเราก็รู้ต่อรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรู้ต่ออาหารพิจารณาถึงกิเลสพิจารณาถึงความจำเป็นพิจารณาถึงสิ่งที่เป็นจริงที่เราจะใช้จะสังเคราะห์เราแย่วิจัยออกได้ว่าไอ้นี่เป็นของจำเป็นไอ้นี่เป็นเรื่องเฟอร์ไอ้นี่เป็นเรื่องมายาอันนี้เป็นเรื่องกิเลสอันนี้เป็นอาสาพระของโลกอันนี้เป็นเรื่องที่มีไม่ควรจะต้องไปเกี่ยวพันหรือไม่ต้องจะให้มันมีมันเกิดเป็นอารมณ์มันเกิดเป็นสิ่งที่ยั่วยวนย ทำอะไรอยู่เราจะรู้เท่าทันเราได้ปฏิบัติธรรมอยู่มันเป็นเรื่องละเอียดลึกซ้อนในเรื่องของการกินจนกว่าเราจะปล่อยวางได้เราถึงจะรู้ว่าการกินนี่มันสำคัญมากแม้แต่พระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังจะต้องกินขาดกันไม่ได้เลยเรื่องกินน่ะแม้ที่สุดเราเองเราจะยังมีชีวิตอยู่จะบรรลุถึงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปานนั้นก็ตามอันนี้ยังเป็นปัจจัยเรื่องการกินถ้าในปัจจัย 4 แล้วใช้ปัญญาตรวจสอบดูไม่กินไม่ได้เราไม่กินตายเราไม่นุ่งผ้าเรายังไม่ตายนะเราไม่มีบ้านเรือนอยู่ไม่มีที่อาศัย เรานอนคนไม้โคนดินอะไรได้ไม่ตายไม่มียารักษาโรคเลยเราก็ยังมีอึมีเยี่ยวอะไรต่ออะไรรับประทานแก้ขัดแก้อะไรกันได้มีอะไรพอก็จะเป็นไปได้แต่เรื่องไม่กินอาหารนี่ไม่ได้เพราะฉะนั้นจะเป็นเรื่องสุดยอดเลยทีเดียวในเรื่องรับประทานในเรื่องกินที่เราจะต้องรู้เท่าทันเราจะวางขาดมันก็ยังวางอบายมุขไม่แตะไม่ต้องกันเลยในอบายมุขตลอดชีวิตพอตรัสรู้แล้วไม่วุ่นเลยไม่เกี่ยวข้องกันเลยในชีวิตเลยต้องอบายมุขยังทำได้แต่เรื่องกินนี่ทำไม่ได้เลิกกินก็จะต้องกินจะต้องมีอาหารจะต้องมีลูกมีรถมีกลิ่นมีเสียงมีสัมผัสแล้ว ก็จะต้องรู้เท่าทันมันจึงจะต้องสอนลงไปในความตัดขาดแต่ไม่ขาดหลุดพ้นแต่มันก็ยังมีไม่มีแต่ก็ยังมีแต่ว่าเราไม่มีต้องรู้ว่าเราจะเอาไม่มีอะไรก็ไม่มีกิเลสอย่างจริงใจไม่มีกิเลสอย่างละเอียดจริงๆสัมผัสอยู่แต่ต้องอยู่ทุกทีอยู่เราก็สบายเราก็ไม่เป็นตกเป็นผ้าแล้วมันจะมีสติสัมปชัญญะอย่างแท้จริงจะรู้ดีเห็นดีเข้าใจดีทุกเมื่อที่สัมผัสทุกเมื่อที่แตะที่ต้องจิตใจของเราก็จะต้องแข็งแรงเสมอรู้เท่าทันไม่ลงไม่สุดไม่ร่อนไม่ใช่ไม่ร่อนไม่หลุดไม่เลอะไม่บกพร่องนั่นเอง สัมผัสเมื่อไหร่เราจะต้องมีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันเครื่องอุปโภคบริโภคมีการรู้เท่าทันอินทรีย์ทั้ง 6 ไปเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเพราะฉะนั้นการกินจึงเป็นอิริยาบถใหญ่เป็นอิริยาบถสำคัญที่จะต้องพิจารณาที่จะต้องระลึกรู้จะต้องกระทำให้แก่ตนให้สูงสุดถึงขั้นที่เรียกว่ามีอำนาจกล้ามีอำนาจอย่างต่ำมั่นเป็นทิศเตก็ต้องตั้งมั่นขนาดนั้นชอบปัจจัยก็จะต้องแข็งกล้าอาจหาญอย่างลงตัวอย่างพอตัวทีเดียวอย่างสำคัญมากจึงจะเป็นฐานที่จะอยู่กับโลกอย่างสบายเพราะผู้ที่ยังไม่มั่นคงที่ยังไม่ละเอียดละออจึงถึงที่สุดก็ไม่ต้องตกใจ ปฏิบัติไปเถอะปฏิบัติไปเรื่อยๆหน้าพากเพียรเรียนรู้อุตสาหะวิริยะแล้วก็ต้องเพ่งเพียรด้วยนะไปทำเลาะและเหลาะแหละไม่ได้หรอกแม้แต่หลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่าภิกษุบวชใหม่เนี่ยอันตรายอันสำคัญข้อที่ 1 คือเห็นแก่ปากแก่ท้องทำให้สึกได้ไม่ใช่อื่นเลยอันตรายข้อแรกข้อ 1 ของภิกษุบวชใหม่นี่เห็นแก่ปากแก่ท้องแล้วถึงก็สึกได้แน่ๆแน่ๆเพราะเรื่องการกินนี่เป็นการปฏิบัติธรรมที่หลายคนพูดอย่างดูแคลนพูดอย่างไม่รู้เรื่องของศาสนาเออเรื่องอาหารการกินจะเป็นเรื่องสำคัญอะไรไม่ใช่เรื่องปฏิบัติธรรมไม่เกี่ยวว่าไปนั่งหลับตานู่นไปไปโดนน่ะปฏิบัติธรรมจะเป็นพระอรหันต์นู่นไปนั่งหลับตาฟัง แล้วมึงก็น่าเศร้าใจที่เขาไม่รู้เรื่องเอาซะจริงๆเขาหลงผิดไปตามฤาษีไปตามอะไรต่ออะไรที่เขาเคยเป็นเคยพากันมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดและก็ก็นึกว่านั่นแหละคือทางมันยิ่งเอาบรรทัดฐานที่บอกว่าเป็นการปฏิบัติไม่ผิดนี่เข้ามาจับสิมันจะเห็นชัดเลยว่าพระพุทธเจ้าจึงต้องจัดอย่างนี้ถึงต้องกำชับกัญชาลงไปอย่างนี้วะเนี่ยคือการปฏิบัติไม่ผิดไม่ผิดปฏิบัติอย่างไรบ้างมีการสำรวมอินทรีย์ 6 อยู่ในอะไรก็ตามทั้งอาหารด้วยทั้งเรื่องอื่นด้วยเราได้ปฏิบัติมีการสำรวมอินทรีย์ 6 มีการได้ทั้งวอนมีการประมาณในโภชนาการยุทธตาประมาณในเครื่องคิดเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคอยู่จริงแล้วก็มีการกระทำให้เกิดสติสัมปชัญญะ Hi Speed สัมปชัญญะแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆแต่กรรมวิธีใดๆก็ตามแม้แต่จะเป็นการเดินยืนนั่งนอนมีสติสัมปชัญญะอยู่ทุกเมื่อเมื่อได้กระทำอย่างนี้จึงเป็นการปฏิบัติไม่ผิดในหลัก 3 นี้จึงสำคัญมากที่จะขายความว่าถ้าปฏิบัตินอกกว่านี้นั้นปฏิบัติอยู่นอกศาสนาพระพุทธเจ้าปฏิบัติอยู่ในกรรมวิธีของศาสนาอื่นลัทธิอื่นเป็นการปฏิบัติผิดจะต่างกันนะเนี่ยมันยิ่งจะเห็นชัดเห็นเจนขึ้นมาเลยในรายละเอียดต่างๆที่เรารู้ทฤษฎีต่างๆของพระพุทธเจ้าแล้วเอามาชนกันเข้าเอามาประกบกันเข้าดูแล้วจะเห็นว่ามันสอดคล้องหรือมันคานแย้งเพราะว่าเราเอาหลักการพวกนี้เข้ามาเปรียบเทียบเขาแล้วจะเห็นว่ามัน แย่งมันก็ไม่ใช่ถ้ามันสอดคล้องเป็นหลักการของพระพุทธเจ้าถูกต้องธรรมะของพระพุทธเจ้าถ้าไม่รู้จริงไม่ถึงจริงไม่เข้าใจจริงการกระทำหรือการปฏิบัติมันจึงออกนอกลูกนอกทางแล้วจึงไม่มีผลในการปฏิบัติศาสนาจึงมีแต่ศาสนาเปล่าได้ผลก็ไปหลงผลผิดๆๆดับจิตดับใจไปกลายเป็นนั่งหลับหูหลับตาทำอะไรก็ได้อยู่ในภพเป็นเพราะว่าพบชนิดหนึ่งแล้วบอกว่าเป็นนิพพานนี่มันก็เร็วๆเพราะงั้นนิพพานแบบเป็นนั่งหลับตาอยู่ในภพมันก็เป็นนิพพานที่เขาสมมติอย่างหนึ่งในทางของพระพุทธเจ้านั้นก็จึงอีกอย่างหนึ่งเราจะเอานิพพานแบบไหนถ้าเขาบอกว่าเขาก็นิพพานอ่ะตกลงเขาเรีย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน