000000-A อภิณหปัจจเวกขณ์ ตอน1-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ002.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์91 KB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เทปธรรมะที่ท่านจะได้รับฟังต่อไปนี้เป็นการนำอภินิหารปัจจะเวกม้วนที่ 1 โดยท่านพระโพธิรักษ์ณพุทธสถานสันติอโศก เชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้แม้ว่าเราจะได้เรียนรู้มาแล้วว่าเราจะสำรวมสังวรระวังในเรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสภาษาความรู้เรารู้แต่สภาวะความเป็นจริงหยาบๆตื้นๆเราก็สามารถที่จะรู้ได้เป็นขั้น ในระดับต้นๆเมื่อรับปฏิบัติได้ต้นแล้วมันยังมีความแยบคายให้มีความละเอียดลึกซึ้งที่จะต้องใช้ปัญญาญาณที่แยบคายจริงๆตามเข้าไปอีกเรียนรู้ก็ไปให้มากเราจะรู้อะไรก็ได้ที่ลึกซึ้งซับซ้อนหลากหลายขึ้นไปอีกเราจะไม่ท้อแท้ที่เมื่อกระทำฐานสูงขึ้นแล้วมันจะยากแล้วมันจะนานมันจะยากและนานอาจจะไม่ถึงกับยากอย่างหยาบแต่มันยากอย่างละเอียดมันเนียนไงก็สังเกตให้ดีมันจะยากอย่างละเอียดเนียนในซึ่งจะกินเวลานานกว่าเราก็ต้องทำไม่ท้อแท้และพยายามขึ้นไปตามฐานตามฐานะขึ้น เรื่อยๆๆเราจะเห็นความแยบคายจะเห็นความมีชั้นเชิงมีชั้นตอนในความบริสุทธิ์สะอาดความซื่อตรงเราจะรู้ว่าตัวกิเลสเนี่ยมันเล่นๆต่างๆนานามีความซับซ้อนหลากหลายเราจึงจะเป็นผู้ที่ฉลาดมากขึ้นรู้จักของจริงมากขึ้นรู้จักสภาพที่มันเข้าข้างตัวเองเล่ห์เหลี่ยมของตัวเองนั่นแหละที่จริงกิเลสก็คือตัวเองเล่ห์เหลี่ยมของตัวเองหลอกล่อปลิ้นปล้อนทำให้ตัวเองเนี่ยไม่เด็ดขาดไม่แข็งแรงและก็ชักช้าอะไรต่างๆนานาเราจะรู้ของเราเองแล้วเราจะมีปัญญาเองว่าเราจะทำพิธีการอย่างไรจัดการอย่างไรกับอะไรต่างๆนานาและที่สุดเราจะรู้จุดจบรู้ว่าเช่นนี้ จบแล้วอย่างนี้เราพอแล้วสมบูรณ์แล้วอาการของจิตขนาดนี้เราถือว่าเป็นอุเบกขาเป็นสภาพที่พอเหมาะพอดีในสภาพรู้ความจริงตามความเป็นจริงรถมันเป็นอย่างไรอารมณ์เป็นอย่างไรเราจะรู้เราจะรู้ว่าสภาพของการไม่ฝืนแต่ว่าเราก็รู้ว่ามันเป็นของจริงของปัจจัยปัจจัยอย่างนี้สิ่งอย่างนี้มันจะเป็นอย

อ่านต่อ

่างนี้แหละมันไม่เหมือนกันมันหยาบมันฝืดกว่าเช่นเรารับประทานของฝืดของผมมันก็รับประทานฝืนรับประทานของก็รู้ชัดๆมันจะเป็นเหมือนแต่รับประทานของ หวานของที่มันไม่ฝืดมันลื่นมันง่ายซึ่งมันเป็นสภาวะธรรมชาติมันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่ามันต่างกันด้วยธรรมชาติสนใจของเรานั้นวางเฉยเหมือนกันแต่ความฝืดความฝืนมันมีอยู่บ้างซึ่งมันต่างกันเราก็จะพยายามรู้ละเอียดละออลงไปจนสุดท้ายเลยแล้วเราก็จะรู้ว่ามันจบมันพอแล้วมันได้ดีหรือแม้ว่าที่สุดมันจะมีสะอาดในวันนั้นลึกซึ้งกว่านั้นจะไปอีกความฝืนอะไรต่ออะไรต่างๆนานาก็ยังมีชั้นซ้อนลึกซึ้งขึ้นไปอีกในเชิงลึกซึ้งเกินไปก็จะมีอีก เสาร์นี้พูดด้วยปากก็ไม่ได้แต่เราจะรู้ความจริงตามความเป็นจริงซับซ้อนพวกนี้จริงๆฝึกหัดเรียนรู้อ่านแล้วก็ฝึกตนทำให้เห็นจริงเราจะเกิดความมั่นคงแข็งแรงและก็อยู่เหนืออะไรต่ออะไรต่างๆที่เป็นโลกียะในรูปวาดรูปรถเป็นเสียงสัมผัสอาหารนี่เป็นเรื่องที่เราฝึกหัดได้อย่างแยบคายและจะรู้อะไรต่ออะไรสูงเป็นตัวอย่างในการที่จะไปเทียบเคียงในการปฏิบัติกับปัจจัยอื่นเรื่องอื่นเยอะเพราะว่าอาหารอย่างไรอย่างไรเราก็ต้องรับประทานเราจะตัดขาดจากมันไม่สำคัญเลยไม่ได้เราจะต้องสัมผัสสัมผัสกับอาหารไปปราบตายจนกระทั่งตายก่อนตายเราก็ยังจะต้องใช้อาหารอยู่เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่ตัดกิเลส จริงไม่ใช่ตัดตัวอาหารมันเรื่องของการปฏิบัติกับอาหารจึงมีเป็นกรรมฐานเป็นปัจจัยในการได้ปฏิบัตินานเท่านานจนตลอดชีวิตของนักปฏิบัติธรรมหรือจนกว่าจะบรรลุอย่างสมบูรณ์สูงสุดขอให้พวกเราได้พากเพียรศึกษาอย่าเอาแต่รู้เรารู้นะเรารู้แต่ว่าเราเป็นเราทำได้เราสามารถที่จะลึกซึ้งแยบคายดังกล่าวแล้วได้จริงหรือไม่เราจึงจะรู้ตัวเราเองว่าเราสูงขึ้นสูงขึ้นแม้ที่สุดเมื่อเอาโลภะโทสะโมหะอย่างละเอียดเช่นว่าเรายังต้องการหรือว่าเราเองเรายังผลักไสไม่ชอบใจหรือว่าเราชอบใจเป็นอารมณ์อันนี้ขาลง ในความเป็นจริงเราก็จะรู้อย่างละเอียดแยบคายจนอยู่เหนือติดท้าลมอันนี้ทารมได้อย่างแท้จริงนอกนั้นมีแต่ความเป็นจริงตามความเป็นจริงของวัตถุกับตัวเราที่จะสังเคราะห์ร่วมกันไปจนกระทั่งชีวิตจะหาไม่เท่านั้นแต่ ซึ้งแยบคายที่ซับซ้อนซ่อนในตั้งแต่เราปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่ต้นต้นหยาบๆก็ตามซึ่งเราได้พิจารณาแล้วก็พยายามลดละมาตั้งแต่ขั้นนอกเลยอบายมุขนอกๆของอบายมุขที่เรายังมีอารมณ์ยังมีรูปเป็นรูปเป็นจิตเราก็จะต้องตรวจตราดูเราอยู่ในชีวิตธรรมชาตินี่เราไม่ได้ผ่านอบายมุขมากนักแต่มันก็ผ่านในจังหวัดที่เราไม่ได้ตั้งอกตั้งใจตามธรรมชาติที่เราเป็นอยู่สะพานน้อยก็ตามแล้วยังไม่ได้ระมัดระวังตัวนี่แหละมันจะค่อยๆกระทบกระแทกแล้วก็ออกมาให้เรารู้อาการอารมณ์ถ้าไม่แย่พายและไม่ ทุกข์ไม่แววไวไม่เร็วเราจะไม่รู้เลยว่าเราเหลือเชื้อของครูบาคะอรูปราคะหรือรูปปัจจุบันหรือไม่อันนี้เป็นต้นหรือในขั้นของรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรูปรถเป็นเสียงสัมผัสในวัตถุหยาบที่เราหลงในความสวยในความเพราะในความอร่อยในสัมผัสกลิ่นสัมผัสกายข้างนอกใดๆก็ตามแต่วัตถุหยาบของหยาบของต่ำซึ่งเราได้พรากได้จากมาแล้วดูเหมือนว่าเราได้แล้วแต่มันยังมีอาการที่เหลือให้ตกหล่นค้างอยู่มันไม่ค่อยได้ไปคลุกคลีสัมผัสแล้วก็พอทนได้เราได้อารมณ์อื่นเป็นฐานอาศัย เราก็จะอยู่กับอารมณ์อื่นเป็นฐานอาศัยแล้วเราก็พอไปได้เบิกบานร่าเริงแต่ในส่วนละเอียดที่เราจะเก็บให้ละเอียดแยบคายนั้นถ้าเกิดว่าไม่สำเหนียกสังวรไม่ศึกษาไม่เข้าใจแล้วจะปล่อยปละละเลยแล้วมันก็ค้างเชื้ออยู่อย่างนั้นตายไปแล้วมันก็ไม่หมดไม่สิ้นบางทีมันเหลืออยู่จนกระทั่งไม่ได้เข้ารอบถึงขนาดขั้นเป็นธนาคารมีภูมิด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเชื้อเหล่านั้นก็จะกลับมีฤทธิ์มีแรงได้รับปุ๋ยได้รับสิ่งที่มันเสริมหนุนโตแล้วก็มาระเบิดเย็นกลับไปได้อีกยังไม่ใช่ฐานที่น่าไว้ใจเพราะในความแย่คายดังกล่าวนี้ขอให้พวกเราได้พยายามสอนโดยการมีสติ โพชฌงค์มีธรรมวิจัยมีวิริยะที่เป็นหลักตายโดยการก้าวเดินก้าว 7 ก้าวนี่แหละโพชฌงค์ 7 คือการเกิดพุทธะ 79 ถ้าใครไม่เข้าใจอย่างชัดเจนเลยว่าการก้าว 7 ก้าวของพระพุทธเจ้านี้เราจะเจริญทางธรรมอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ได้เพราะฉะนั้นพระยาพระยาระมัดระวังจริงสอดส่องสว่างจึงละเอียดเนียนในเราก็จะต้องเพิ่มถ้าไม่เช่นนั้นเราเดินทางสูงไม่ได้อันไหนฐานที่เราทำปกติในฐานะแต่ละสถานะอยู่เป็นขั้นเป็นตอนก็ทำด้วยแล้วเราก็จะได้เก็บทั้งแนวและละเอียดสิ่งละเอียดเพิ่มสูงขึ้นและได้เข้าใจในฐานที่เราทำไปตามฐานสูงขึ้นในภายหยาบภาย สูงขึ้นไปตามละเอียดเนียนในก็ได้ละเอียดติดตามที่กำชับบัญชาเรื่องเนียนในพวกนี้คือความแย่คายคือโยนิโสเป็นความโยนิโสแยกขายถ่องแท้ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่มีปัญญาที่จะรู้ว่าเราติดแป้นเราทรงอยู่เราไม่เจริญก้าวหน้าเพิ่มเติมเพราะไม่เข้าใจในความหมายต่างๆดังที่กล่าวนี้แล้วเราก็อาศัยฐานที่เราใช้ไปได้จะใช้ไปจนตายก็ได้อย่างมีใครต่างๆก็ทำมาเยอะแยะหรือแม้แต่เลวก็สีคิ้วไปเขาก็ทำได้เขาก็อาศัยฐานนั้นเปิดการกล่าวบรรยายถึงฐานของเราหรือฐานของธรรมฐานของโลกก็ยังอาศัยเลยอาศัยความพอใจ สมสุขสมรสลูกโลกเขาก็อาศัยไปจนตายกันนับไม่ถ้วนเพราะฉะนั้นเราได้ฐานอาศัยที่สูงกว่านั้นดีกว่านั้นถ้าเรามั่นใจแล้วมันไม่มีปัญหาเราอาศัยไปจนตายร้อยปี 200 ปี 300 ปีก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเราหลุดพ้นหรือว่าเราสามารถฆ่ากิเลสเลยฉีดเขตที่ไว้ใจได้เรียกว่าธนาคารมีปูเพราะฉะนั้นผู้ที่เพิ่มภูมิอยู่เดี๋ยวนี้โสดาเราได้สกิทาเราก็ต้องเรียนให้ชัดเจนว่าเราได้ละโลกโกรธหลงเพิ่มเติมขึ้นอีกหรือไม่ราคะโทสะโมหะในเหตุปัจจัยในวัตถุกามหรือวัตถุดิบต่างๆที่เราจะพัน อยู่นี่แหละไม่ต้องตั้งใจไม่ต้องเจตนาเมื่อเวลาเรามั่นใจแล้วมันก็มันไม่ต้องเจตนาหรอกมันสัมผัสเราแล้วเรามีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมมีธรรมะวิจัยอันแยบคายวิดีโอนี้โสอย่างดีจริงๆเราก็จะได้รู้ถึงว่าอ้อเจ็บเสพติดเรามีอาการของจิตเรามีเงินเหลืออย่างนั้นอย่างนี้แล้วเราก็จะได้ไม่ประมาทไม่โทษใครมีประมาณน้อยแล้วจะได้เก็บกวาดให้เกลี้ยงเราแล้วมันก็จะลึกซึ้งสะอาดเลยขีดๆเข้าสู่ธนาคารมีภูมิเข้าสู่อรหันต์ของแต่ละเหตุแต่ละปัจจัยได้อย่างสนิทเนียนพยายามทำความเข้าใจที่ได้สาธยายแห่งนี้ที่ได้บอกเป็นเราจะได้เป็นผู้ที่เพิ่มภูมิคุ้มได้เดินทางขึ้นสู่สภาพ ของพระอริยเจ้าชั้นสูงสูงยิ่งขึ้นเป็นลำดับลำดับแม้ในการกินมื้อนี้แม้ในการกระทำงานอื่นสัมผัสสัมผัสในสิ่งอื่นก็ขอให้ระลึกสังวรสำรวมและกระทำให้เกิดประโยชน์แก่ตนแก่ตนสู่จุดที่สูงขึ้นแนบเนียนทั้งข้างนอกข้างในอย่างถาวรสูงสุดเทอญ ภาพพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่าสัตว์ทั้งปวงตั้งอยู่ได้เพราะอาหารอันนี้เป็นธรรมะที่ 1 เป็นธรรมะท่านสำคัญท่านเอกขั้นแรกทีเดียวที่เราจะต้องพึ่งรู้พึ่งสังวรอันนี้เป็นข้อสังเกตที่ตั้งขึ้นให้สนใจหรือว่าให้พิจารณากันเพราะอธิบายเคยแนะนำเสมอ ว่าเรื่องอาหารนี้มันมีละเอียดแม้กระทั่งถึงกระจายไปเป็นอาหาร 4 อาหาร 1 ก็ตามเป็นอาหารกินจริงๆเอาเข้าปากอาหารที่จะเข้ารับประทานเข้าไปในท้องนี่แหละมันก็เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องเป็นผู้ที่รู้อย่างแยบคายถ่องแท้เพราะว่าอาหารมันเกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่เป็นคนธรรมดาไปจนกระทั่งถึงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันก็จะต้องเกี่ยวข้องกับอาหารไปตลอดแล้วมันเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายชีวิตจะพาสุขสำราญมันจะแข็งแรงมีคุณค่ามีประโยชน์ก็เพราะเรารู้เท่าทันอาหารและเราจะมีกิเลสตัณหามันก็ประกอบอยู่ในอาหารอีกหลาย ผู้ที่ปฏิบัติธรรมด้วยอาหารมาจะรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆมันแทบตายมันลึกซึ้งมันซับซ้อนมากหลากหลายมันก็พูดได้ศึกษาปฏิบัติธรรมะด้วยการพิจารณาทำจากเรื่องอาหารไปอย่างแยบท้ายด้วยไปเราจะรู้เลยว่าเราเกิดปัญญาญาณเกิดการลดกิเลสรู้แง่รู้เชิงรู้เรียนรู้มุมของมันในการที่มีความลึกซึ้งละเอียดที่มีกิเลสอย่างกลางละเอียดเล่นๆอยู่ในจิตใจของเราแล้วมาพูดได้เบาบางพอสมควรมันก็ไม่มีปัญหามากนักหรอกเรื่องอาหารแต่ว่าในส่วนละเอียดลึกซึ้งแล้วมันมีมันมีเลขแร่มันมีเลขคนของมัน ที่เราจะจับไม่รู้จับไม่เท่าทันชนะเห็นจริงเห็นจังจนกระทั่งสามารถตัดสินเข้าใจได้ว่าอย่างนี้คือความลงตัวคือความสมบูรณ์ของเราที่จะอยู่กับอาหารเป็นความพอเหมาะพอดีเป็นอาการของจิตมีกิเลสเหลือส่วนรูปรถเป็นเสียงสัมผัสในอาหารมันก็เหมือนกันเกลียดทั้งตาต่างหูทางจมูกทางลิ้นทางกายละเอียดละออข้าวจริงๆนั้นตายเห็นมันก็จะไม่ชื่นชมอะไรนักหนาหรอกได้ยินเสียงทหารไม่ค่อยมีเสียงตาได้กลิ่นตาเห็นรูปจมูก กายสัมผัสแตะต้องอย่างไรก็ตามมันก็จะไม่ค่อยเท่าไหร่แต่พอแตะรถถึงรถเนี่ยจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่มันมีนัยยะที่ลึกซึ้งละเอียดที่เราจะรู้ว่าอาหารกับรถที่แตกต่างลิ้นและทำให้เราเกิดมีอาการของกิเลสมากบ้างน้อยบ้างเยอะเพราะในฐานนอกเราไม่ต้องยุ่งเกี่ยวเท่าไหร่ด้วยตาได้กลิ่นอ่ารูปหรือกลิ่นทั้งจำนวนแม้จะสัมผัสจะผ่านจะอะไรก็เฉยเมยก็พอได้จะไม่รบเร้าจะไม่รบกวนอะไรมากมายแต่พอเราสัมผัสกัน ประธานจับหลักหรือจะดูจริงๆเป็นกิเลสในเชิงลบเชิงบวกเชิงชอบหรือเชิงชังเนี่ยมันจะมีจริงๆที่ให้เราศึกษามันเป็นส่วนที่แยกรายละเอียดละออเพราะฉะนั้นผู้ใดถ้าเกิดว่าปลดปลงได้ว่าไม่ผลักในอาหารที่เราไม่เคยชอบนอกจากไม่ชอบแล้วจะชังมาด้วยก็ไม่ได้ผลอะไรมากมายขนาดใดเราจะรู้เพราะว่าในภาพของอาหารมันมีทั้งสิ่งที่มันเป็นจริงว่ายังเพชรชนิดเป็นต้นคุณเคยชอบหรือคุณเคยชังก็ตามมันก็เผ็ดของมันอยู่อย่างนั้นแม้จะเคยชอบแต่เวลามารับประทานแล้วมันก็ผิดแม้จะเคยชังคุณก็จะต้องพยายามรับ พอสมควรเคยชอบแล้วคุณก็มารับไม่ได้พอสมควรคุณจะรู้ว่าเราจะมีอาการดูดการผลักอยู่เท่าใดแต่ถึงจะมีอาการดูดอาการผลัดหรือไม่มีก็ตามพริกมันก็เผ็ดมันเป็นเชิงชวนผลักอยู่นั่นเองอย่างนี้เป็นต้นเพราะปฏิเสธไม่ได้แม้คุณเองคุณจะมีความชอบอยู่นิดๆเท่าไรถ้ามันเผ็ดมากเกินกว่าเหตุกว่าควรขึ้นไปแล้วคุณต้องผลักคุณสู้ไม่ได้หรอกถ้าเผื่อว่าเราไม่ได้ไปมีจิตใจหยาบๆว่าชอบเพชรชอบอะไรในรสเผ็ดแล้วล่ะก็คุณก็จะรู้ว่าปฏิกิริยาของมันมันแสบมันร้อนมันทุกข์แล้วอย่าไปห้ามปฏิกิริยาที่มันแสบมันร้อนมันทุกข์นั้นน่ะห้ามไม่ให้มันเกิดห้ามไม่ได้ มันต้องมีอย่างนี้เป็นต้นรสอื่นก็เช่นเดียวกันจะเป็นรถผมเป็นรถปาดเป็นรถเฟืองเป็นรสหวานเป็นรสเปรี้ยวเป็นรสอะไรถ้ามันจัดจ้านแล้วมันก็มีนัยยะคล้ายกันถ้าเราเองเรารู้แล้วเปรี้ยวจัดๆก็มันก็มันก็ทำให้เราเองเรามีปฏิกิริยาที่ไม่เคยจะดีเหมือนกันน่ะหวานจัดๆก็เหมือนกันผมจะจัดก็เหมือนกันมีปฏิกิริยาผลักหรือมีปฏิกิริยาที่มันมันไม่ค่อยลื่นมันก็ฝืดเพราะฉะนั้นเราจะสังเกตในขณะที่เราจะพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้วเนี่ยเราจะสังเกตได้ยากเพราะสิ่งเหล่านี้ธาตุของมันเป็นธาตุที่แรงที่กล้าจัดจ้านแต่เราจะรู้สึกว่าจิตของเรามันยังรู้สึกแปลกๆ ที่จริงจิตไม่ผลักก็ได้แต่ว่าปฏิกิริยาที่ทำให้ฝืดทำให้ต้องฝืนต้องลำบากอยู่บ้างอันนี้ไม่ใช่สภาพของจิตผลักไปอ่านยากไม่ใช่ผิดหลักจิตแล้วรับนะแต่ว่ามันฝืดมันยากเพราะมันเผ็ดจัดเพราะมันร้อนมากเพราะมันร้อนก็ดีมันเย็นจัดพอดีมันขมก็ดีมันเปรี้ยวมากก็ดีมันหวานมากหรืออะไรก็แล้วแต่มันเป็นรถที่มันเกินที่เราจะพอเหมาะพอดีเพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็ต้องอ่านจิตให้ชัดๆให้เห็นว่ามันเป็นการฝืดแต่ไม่ใช่เป็นสภาพจิตของเราผลักเมื่อจิตเราไม่มีหลักจิตของเราก็พอเป็นไปแต่ว่าปฏิกิริยาของธาตุมันเกิดเป็นเช่นนั้นจริงเพราะมัน ยากหน่อยมันฝึกหน่อยขอให้รู้ของจริงว่ามันก็ไปได้แล้วล่ะมันพอแล้วอย่าไปหลงผิดถ้าหลงผิดแล้วก็ไม่รู้ตัวจบกังวลเราไอ้นี่ไม่ได้เพราะงั้นกินพริกก็จะต้องให้ใจมันเฉยไม่มีฝืดไม่มีอะไรเลยเผ็ดจัดๆเข้ามาก็ยิ่งไม่เข้าใจใหญ่เลยตายพอดีก็เลยจะต้องไปทดสอบทดลองกินพริกเผ็ดๆแล้วก็จะให้มันเฉยมันจะตายมันก็ตายเปล่าไปแล้วมันไม่รู้จักขนาดนี้เป็นต้นสิ่งอื่นก็เช่นเดียวกันมีนัยยะที่คล้ายๆเช่นมีอยู่มากในเรื่องของอาหารมันต้องเผื่อว่าเราเองเรารู้ความพอเหมาะพอดีแล้วเราก็จะเข้าใจในการเกี่ยวข้องเป็นอยู่แล้วก็จะไม่เกิดการทุกข์เรารู้ที่จบเรารู้สภาพพอเหมาะลงตัวพอดีได้ เธอเป็นคนสบายเพราะแม้จะเป็นพระอรหันต์ก็ต้องกินแล้วเราก็เลือกไม่ได้บางทีเขาก็เอาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาให้เราซึ่งเราจะไปไปเลือกเป็นเลือกกินอะไรเกินการก็ไม่ได้เผ็ดบางทีก็ให้เป็ดมามากก็ได้ต้องให้เปรี้ยวมากก็ได้ก็ให้หวานมากๆบางทีก็ได้เนี่ยมันมีพอจะเป็นไปสงเคราะห์ไปได้แล้วก็ต้องกินต้องอาศัยความเหมาะพอดีจึงจะเป็นผู้ที่ไม่ทุกข์เพราะสิ่งเหล่านั้นมันย่อมเป็นย่อมมีอยู่ไม่ไม่ได้ดังเราประสงค์ไม่ได้ดังกล่าวที่ต้องการให้พอดีนั่นแน่นอนมันก็มีมากไปมันน้อยไปอะไรอยู่ตามทางของโลกตามที่มันเป็นภาวะการที่เราจะต้องอยู่กับโลกอันนี้ก็เป็นแง่เชิงหนึ่งที่ให้เราเห็นว่าการพิจารณาเรื่องอาหารนั้นมี สภาพลึกซึ้งมีเหลี่ยมมีมุมอะไรที่เราจะต้องศึกษาดังที่กล่าวนี้อยู่อีกมากการศึกษาไปทุกทีเราก็จะต้องแนะนำกันไปแนะนำเชิงอื่นไม่เกี่ยวกับอาหารเลยก็ได้แนะนำเชิงอาหารอีกซ้ำซากไปก็ต้องยอมจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเหินมันเป็นเรื่องที่เรารู้แล้วเราไม่ได้อะไรประโยชน์อะไรเพิ่มเติมอย่าคิดเช่นนั้นเราจะต้องพยายามศึกษาจริงๆแล้วก็ปฏิบัติให้มีสติปัฏฐานให้มีการรู้เท่าทันพิจารณาวิจัยแล้วก็พยายามหาวิธีลดละปล่อยไปจริงๆแล้วเราก็จะแข็งแรงแยบคายแยกลึกซึ้งละเอียดทั้งการกระทำให้จิตมันตรงวางได้ทั้งสภาพรู้ที่เป็นญาณทัศนะ แอบถ่ายตอนนั้นการปฏิบัติธรรมโดยอาหารจึงเป็นเอกกระทำหรือเป็นธรรมะขั้นที่ 1 เรื่องที่ 1 เรื่องเอกเรื่องสำคัญเรื่องเลิศที่เราจะใช้เป็นเรื่องปฏิบัติธรรมของเราของเราไปได้อย่างจริงจังเลยถ้าเผื่อว่าผู้ใดไม่เชื่อก็ลองๆปฏิบัติด้วยเถิดให้เราจะรู้ว่าคนเข้ามาเลยปลายว่าที่นี่ปฏิบัติธรรมอะไรกันเอาเรื่องกินตรรกะปรามพูดในเรื่องกินเราไม่ได้วุ่นหรอกเราทำให้เบาบางเราทำให้จางคลายเราทำให้มันง่ายเป็นคนเลี้ยงง่ายเป็นคนที่รู้คุณค่าด้วยบอกแล้วว่าจะมีชีวิตทั้งพลังกายทั้งความ อยู่สุภาษิตไม่มีโรคไม่มีภัยไม่มีความรู้อยู่ในนั้นเสร็จเหมือนที่เราออกหนังสือเรื่องอาหารนี่มาถึง 3 เล่มศึกษากันดูมันมีมุมมีเหลี่ยมอะไรใดๆเกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแม้ที่สุดอาหารเกี่ยวไปถึงนามธรรมเป็นอาหาร 4 ก็ได้อธิบายให้แยกขายลึกซึ้งไปอีกด้วยคอยศึกษาเพิ่มเติมแล้วเราจะได้ประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมด้วยอาหาร ระบบทฤษฎีการปฏิบัติธรรมที่เป็นทฤษฎีอื่นๆของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อเราได้ปฏิบัติกันอย่างจริงได้เรียนรู้อย่างถูกต้องแล้วเราจะเห็นได้ว่าการปฏิบัติของพระพุทธเจ้านั้นเป็นการปฏิบัติได้คล่องตัวเป็นไปตามลักษณะมนุษย์ธรรมดาที่ปฏิบัติไปพลางได้ตัดกิเลสเป็นพลังการงานประจำวันก็เป็นไปพลางตามระดับขีดขั้นของแต่ละบุคคลที่สามารถจะกำหนดบทปฏิบัติศีลอาทิศีล ตามขนาดแต่ละสถานะแต่ละสถานะแล้วเราก็ทำไปเรื่อยๆจนมีผลสูงขึ้นสูงขึ้นการปฏิบัติระบบสติปัฏฐานกับมรรคองค์ 8 ประกอบกันร่วมกันนี้ในเมื่อเราปฏิบัติตอนแรกๆเราก็จะจ้องหรือว่าเราก็จะกำหนดยึดหรือว่าเคร่งอยู่กับความหมายเพ่งอยู่กับในกรรมฐานในศีลที่เราได้สมาทานให้แก่ตนเองจะคอยระมัดระวังทุกอิริยาบถยืนเดินนั่งนอนกระทบสัมผัสและทวารทั้ง 6 กรรมทั้ง 3 แล้วก็จะพยายามระมัดระวังไม่ให้มันไปละเมิดเกี่ยวพัน ไปก็ทำให้ฐานะของศีลคือฐานะของกรรมฐานที่เราได้สมาทานให้แก่ตนเองมันด่างพลอยลงไปเรายังไม่คล่องแคล่วมันก็จะยังไม่เกิดมุทุแต่ยังไม่เกิดหมดทุกพูดเพราะมันกล้องแก้วขึ้นมาบ้างชำนาญรู้แม่นจำได้แม่นสำเนียงในตนเองได้สนิทใจว่าเนี่ยหลักการอย่างนี้ขนาดนี้เราสมาทานไว้ขนาดนี้แล้วเราก็กระทำมันก็จะคล่องตัวขึ้นเรื่อยๆรู้ไวรู้ภาวะที่เกี่ยวข้องได้เร็วขึ้นและเราก็มีอำนาจทางจิตที่สามารถควบคุมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมตามที่ความหมายของศีลของกรรมฐานให้ละให้เว้น ขายอะไรเราก็จะกระทำได้ดีขึ้นไวขึ้นเร็วขึ้นได้ผลแข็งแรงเป็นประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเรื่อยๆและจะคล่องแคล่วเป็นคนธรรมดาไม่ใช่เป็นคนแข็งทื่อๆไม่ใช่เป็นคนซึมๆซื่อๆแต่เป็นคนเบิกบานร่าเริงขอยืนยันคำนี้เพื่อให้เตือนสติแก่พวกเราเบิกบานร่าเริงไม่ใช่คนแป้นแล้นไม่ใช่คนล่าซ่าไม่ใช่คนมากไปด้วยความสนุกสนานแต่เป็นคนยิ้มเย็นเป็นคนที่เบิกบานไม่เคร่งเครียดศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ใช่ศาสนาเคร่งเครียดเพราะความหมายของโลกเท่านั้นเราก็รู้กันอยู่ทั่วตัวว่าการเคร่งเครียดไม่ใช่สิ่งน่า ไม่ใช่ฉันทะไม่ใช่ปิติไม่ใช่ความเหมาะสมอะไรของสภาพของมนุษย์เพราะฉะนั้นสภาพดีเชิงบวกของมนุษย์ศาสนาพุทธรู้ดีและก็ยืนอยู่ตรงกันกับที่มนุษย์รู้เชิงบวกของมนุษย์ศาสนาพุทธรู้และก็ยืนอยู่ในเชิงบวกตามนั้นพอเป็นพอไปแต่ทรวงมีการทวนกระแสมีการลดอันมากเกินการของประชาชนหรือของโลกียะของพุทธจึงเป็นลัทธิที่สอดคล้องอยู่ในตัวแต่ก็ขัดแย้งอยู่ในตัวทวนกระแสอยู่ในตัวด้วยหลักการใหญ่และหลักการไม่ใช่หลักการแต่ว่าองค์ประกอบย่อยนั้น ผู้ที่ปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธจะมีอยู่เป็นเหมือนกับอนุโลมให้ในองค์ประกอบย่อยของโลกอยู่เสมอแต่หลักใหญ่องค์ประกอบใหญ่นั้นก็เป็นของผู้โดยสารผู้ปฏิบัติได้คล่องแคล่วแล้วก็จะเป็นผู้ที่ไม่ต้องคอยระมัดระวังเคร่งอะไรอยู่เหมือนกับจะต้องระมัดระวังจะต้องเกรงใจจะเป็นคนที่เก็บรอยต่อสู้กับเหล่าคล่องแคล่ววายเป็นปกติธรรมดาธรรมชาติแต่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยอยู่ในสถานะแจ่มใสผ่องใสเบิกบานร่าเริงนี่เป็นความหมายซึ่งเราจะต้องพยายาม ตรวจตราตัวเองถ้าเราปฏิบัติยังไม่ได้ถึงขีดนี้ก็เพราะว่าเรายังไม่เข้าคล่องไม่เข้าขีดของฉันพูดแต่ถ้าเขาคิดของหมดทุกตัวไปบ้างแล้วเกิน 50 หรือสอบได้มีชายในตัวว่างั้นเถอะเราจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติไม่ต้องถึงเคร่งจดจ้องจดจ่อแต่เราจะทำได้อย่างคล่องตัวขึ้นมาแล้วเราก็จะเบิกบานร่าเริงไม่เคร่งเครียดแต่ไม่ใช่ว่าไม่เคร่งครัดเคร่งครัดถิ่นเดียวปฏิบัติธรรมของพุทธเคร่งครัดแต่ไม่เกิดการเครียดไม่เกินการเก็งเราจะต้องพยายามให้หมดการเกร็งให้ได้เสมอใหม่ๆจริงๆแน่นอนเป็นสำหรับผู้ที่มาฝึกหัดใหม่ๆมันยังไม่เข้าคล่องมันยังไม่เข้าขั้นชาญดังกล่าวแล้วจะ ฟังเพลงต้องคอยระวังใจพอได้สภาพที่มันลงตัวมันจะเกิดมุทุพูดที่คล่องแคล่วแล้วก็จะคล่องตัวขึ้นไปปกติไปเรื่อยๆและผลก็จะยิ่งดีขึ้นนำเมื่อเราปฏิบัติเป็นแล้วทีนี้แม้เราจะเพิ่มศีลเพิ่มอธิษฐานอะไรต่ออะไรขึ้นอีกต่อไปในอนาคตมันก็จะไม่อยู่ในสภาพเหมือนใหม่ๆแรกๆของผู้ที่หัดปฏิบัติธรรมแบบพุทธมันจะเนียนในแล้วมันจะเกิดการคล่องแคล่วในตัวยิ่งสูงขึ้นเพื่อวันที่ศีลขึ้นสูงขึ้นคนอื่นจะไม่รู้เลยว่าเราเพิ่มปฏิเสธสูงขึ้นเพราะเราไม่ต้องเกร็งเพราะเราไม่ต้องคอยระมัดระวังอะไรมากมันจะเก่งมันจะเข้าคล่องมันจะชำนาญแม้เพื่อวันที่ศีลขึ้นก็สอดคล้องไปในตัวไม่ต้องลำบากลำบน และจะเป็นคนที่ร่าเริงเบิกบานท่องเที่ยวเข้าไปหารักใหญ่ของพุทธที่ว่าเป็นผู้ที่รู้ตื่นเบิกบานอย่างชัดเจนนี่เป็นความหมายหนึ่งที่ให้เราได้ศึกษาสังวรตนเพราะฉะนั้นลักษณะของนักปฏิบัติธรรมพุทธรักษาฤาษีในมุมแง่นี้ก็แตกต่างกันมากถ้าเผื่อว่าถูกต้องลงตัวเป็นสัมมาแล้วมันจะสอดคล้องเข้าหาหลักแกนใหญ่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานร่าเริงศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาแห่งความเบิกบานร่าเริงจริงๆแต่ไม่ใช่ราชาดังที่ใดวงเล็บหรือใดบอกเงื่อนไขสำคัญ มันพูดได้ยังมีสภาพที่ยังไม่ลงตัวสภาพที่ยังไม่สอดคล้องขอให้ตรวจตราสมเด็จตัวเองดีๆไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นมือถือแข็งทื่อหลบเลี่ยงและเดียวดายสภาพของศาสนาพุทธนั้นสงบอบอุ่นมีแต่ความสัมพันธ์เป็นภราดรภาพยิ้มแย้มแจ่มใสสัมพันธ์กันเป็นมนุษยสัมพันธ์อันน่าชื่นชมที่สุดสอดคล้องกันอยู่นี่เป็นทิศทางหรือว่าเป็นสภาพจริงที่เราจะต้องพยายามสร้างสรรค์และให้เป็นให้เด่นชัดแล้วเราก็ค่อยกลับไปแล้วเราก็จะลงตัวกันได้ด้วยดีก็ขอเตือนทุกๆคนให้ตรวจตราและก็ตามไม่ตรงตามที่ว่ามี พระผู้ได้ศึกษาธรรมะที่ถูกต้องไม่เข้าใจในความหมายคำว่าอาหารการกินทำข้าวที่กินเข้าไปแล้วก็เราพิจารณารู้จักบทเรียนผู้จัดการฝึกฝนอบรมตน ว่าจะเกิดปัญญารู้ในความกว้างขวางของคำว่าอาหารเข้าไปจนถึงคำว่าบริโภคเรามีการบริโภคทั้งสิ่งที่เอามาให้แก่ตนในเรื่องของอาหารคือคำข้าวเข้าปากกินแล้วก็รู้ตอบผัสสะรู้ต่อการพิจารณามีกรรมกิริยามีสิ่งเกี่ยวข้องกับวัตถุนอกไปจนกระทั่งถึงวิญญาณข้างในรู้จักวิธีการปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะปฏิบัติประพฤติตนในรถละกิเลสตัณหาต่างๆและเข้าใจเรียนรู้บทบาทอย่างนั้นปัญญามีจะรู้วิธีการที่กว้างขึ้นในการที่จะปฏิบัติ สิ่งที่จะบริโภคอื่นไม่ว่าแต่อาหารคือคำข้าวจะเป็นการบริโภคเครื่องนุ่งห่มเป็นการบริโภคบ้านเรือนอาศัยเป็นการบริโภควัตถุสมบัติอื่นๆซึ่งเป็นการบริโภคมาให้แก่ตนเราก็จะรู้จักจะเข้าใจและปัญญาจะรู้จักตัดทอนจะรู้จักลดละวางปล่อยจะรู้จักเลือกเฟ้นเข้าหาแก่นสารสาระที่มันพอเหมาะพอดีจะเห็นความเฟ้อความเกินของชีวิตของเราที่เราเองเราเป็นนักบริโภคเกินไปตามค่านิยมของโลกที่มันหลอกเราไปเมื่อเรามารู้สัจธรรมมารู้ความจริงแล้วเรา เลขตัดและลดลงแล้วจึงจะเห็นความกว้างความเบาความง่าย Hello ที่แสนจะสะอาดขึ้นไม่รกไม่เลอะไม่เปรอะไม่ฟุ้งเฟ้อไม่มากมายอะไรแล้วเรายิ่งจะมองเห็นโลกที่มันฟุ้งเฟ้อมันมากมายแต่ก่อนเราไม่เคยได้ศึกษาเราไม่เคยได้มีปัญญาเราก็เจริญไหลไปตามกระแสของโลกีย์ตามค่านิยมของคนโลกจนกระทั่งเราได้เห็นชัดขึ้นยิ่งตัดยิ่งเกรียนยิ่งเห็นความสำคัญตามขั้นตามฐานะที่เราสามารถละสามารถลดสามารถปลดปล่อยลงมาได้เรื่อยๆเรื่อยๆจนที่สุดเราจะรู้ถึงความสำคัญที่แท้จริงซึ่งเป็นปัจจัยหลัก นอกนั้นก็เป็นองค์ประกอบย่อยบริขารเล็กน้อยแล้วเราจะรู้ขั้นตอนของสิ่งที่เกินเฟ้อไปหมดแม้แต่ปัจจัยหลักแม้แต่สิ่งที่จำเป็นที่จะรองรับชีวิตเราก็จะมีปัญญาลึกซึ้งละเอียดเข้าไปอีกที่จะเป็นเพียงอาศัยและรู้จักระบบรู้จักวิธีการที่มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่ามีประโยชน์มีส่วนผลิตมีแรงงานที่เหนือเกินกว่าสิ่งที่เราจะเอามาเป็นปัจจัยเราจะอาศัยปัจจัยและเราจะมีแรงงานมีค่าของแรงงานเหตุผลผลิตมีพฤติกรรมของชีวิตที่จะก่อคุณค่าเกินสิ่งที่เราอาศัย ปัจจัยหลักที่เราเองเราใช้ยังชีวิตไปเราจะเห็นความดีซ้อนขึ้นไปอีกว่าถ้าเราเป็นผู้ที่อุ้มชูโร่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมวลมนุษยชาติเป็นคุณค่าให้แก่เขานั่นคือค่าของเรานั่นคือค่าของมนุษย์นั่นคือความประเสริฐของมนุษย์เราจะเห็นสัจจะพวกนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเราจะมั่นใจยิ่งขึ้นเราจะพอใจที่จะรู้ที่จะจริงกับสิ่งเหล่านี้จนกระทั่งกล้าหาญชาญชัยปลดปล่อยตัวตนออกมาสู่ในโลกเป็นแสนจะมีคุณค่ามีประโยชน์และไม่เผาผลาญเป็นผู้ที่จะเรียกว่ารับใช้ประชา ตามสำนวนสมัยใหม่ก็ถูกที่สุดจะเป็นผู้ที่สร้างคุณค่าอย่างมีคุณค่าที่เขาจะเคารพนับถือนอกฝ้ายโดยไม่สงสัยในเรื่องเขาจะมาตู่ท้วงมาเป็นเรื่องของศักดินาอย่างชัดเจนที่สุดเราจะไม่สะสมจะกล้าหาญชาญชัยมั่นใจในเรื่องคุณงามความดีมั่นใจในมนุษย์ชาติที่จะเป็นหมู่กลุ่มศึกษาอบรมจิตวิญญาณเป็นคนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลมีกตัญญูกตเวทีรู้จักคุณค่ามนุษย์ร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน