250423-3-194 ทางเอกภาค3-ตอน194(หน้า374มิตตสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์198 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 13 เมษายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเอาวันนี้จะเป็นวันศุกร์ติดของงานสินสมบูรณ์อำเภอพรุ่งนี้จะเป็นวันลงรองวันนี้เราก็จะเตรียมกันไปพอฉันข้าวกันแล้วเสร็จกับใครมีกินมีการมีอะไรต่ออะไรก็จัดการเรียบร้อยแล้วก็ไป จะไปรวมกันที่สวนลุมไม่ทราบว่าได้นัดแนะรถจะมีรถมารับไปบ้างพูดได้ไปไม่ถูกก็รอขึ้นรถผู้ใดไปถูกจะไปกันเองก็ไปกันได้ถ้ามีจุดสำคัญที่เราจะต้องกำชับกัญชากันให้สำคัญซะก่อนก็คือเราเป็นนักธรรมะเราเป็นผู้ปฏิบัติธรรมะ ธรรมะเนี่ยโดยเฉพาะพุทธธรรมหรือธรรมะอื่นๆอีกมากธรรมะเขาก็ประสงค์จุดเดียวกันนี่แหละคือพระสงฆ์จุดความสงบเรียบร้อยจำภาษาไทยสั้นๆความสงบเรียบร้อยแม้เราจะพูดจะจาแม้เราจะทำการทำงานแม้เราจะทำอะไรต่ออะไรอยู่ต่างๆนานาได้ทั้งนั้นแต่เราต้องมีไหวพริบรู้ว่าความสงบเรียบร้อยเนี่ยมันหมายถึงอย่างไรทำอย่างไรจึงจะสงบเรียบร้อยลงไปที่สุดแห่งที่สุดที่เราจะสามารถกระทำได้เช่นว่าเรา เราจะทำยังไงถึงจะได้ประโยชน์สูงสุดแห่งการพูดซึ่งมันจะต้องอยู่ในสภาพของสงบเรียบร้อยด้วยอาตมาเองผมเองเนี่ยมีคนตู่ว่าไม่สงบเรียบร้อยเพศไม่สงบเรียบร้อยเวลาพูดเวลาเทศไม่สงบเรียบร้อยเอาคำว่าไม่สงบเรียบร้อยของเขานั้นหมายความว่ามันต่างจากพระที่เขาเคยมีมาที่เขาสอนกันว่าในจุดสงบเรียบร้อยเหมือนกันแล้วเขาก็ได้สงบเรียบร้อยมาเรื่อยๆจนเป็นแบบ เป็นรูปแบบแห่งความสงบเรียบร้อยแล้วมันก็สงบโตไปในฝ่ายเกินไปตรงไปในไฟล์เกินไปสงบเรียบร้อยเกินไปคือพูดเพศบรรยายธรรมะสงบเรียบร้อยเกินไปจนไม่เกิดประโยชน์สูงไม่เกิดประโยชน์สูงบางทีก็อาจจะเกิดประโยชน์บ้างบางทีไม่เกิดประโยชน์เลยมีแต่โทษเหตุไปเขาก็ไม่ฟังฟังก็ไม่ขึ้นหลับไปไม่ติดไม่เร้าใจไม่ทำให้ร่าเริงใจเทศไปก็ไม่เกิดศรัทธาเลื่อมใสอะไร มันก็ไม่เกิดประโยชน์สู

อ่านต่อ

งแต่ประหยัดเหมือนกันประหยัดคือไปสู่ความสงบไปสู่ความเรียบร้อยแต่มันน้อยไปมันน้อยไปเพราะไม่เข้าใจสังขารธรรมที่ตนเองกระทำว่าเราเองเราจะพูดวาจาสัมมาขนาดไหนเหมาะขนาดไหนผมเหมาะวาจาขนาดนั้นพอเหมาะเหมาะที่ว่านี่ก็ต้องมีคุณค่ามีประโยชน์นี่คุณค่ามีประโยชน์มีผลก็พูดออกไปแล้วก็มีผลคนฟังแล้วคำพูดของเรามีผลไม่ใช่ผลไปในทางร้ายพระพุทธเจ้าห้ามพูดร้ายอนุภาคโทห้ามพูดได้พูดแล้วมีผล ลางร้ายไม่เอาแต่ถ้าพูดแล้วมีผลไปในทางดีขัดเกลากิเลสด้วยผู้ฟังเนี่ยก็เกิดศรัทธาเกิดอินทรีย์เกิดพละเกิดสัตว์อินทรีย์เกิดไม่ได้ยินซีเกิดสตินทรีย์เกิดสมาทอินทรีย์เกิดปัญญาเกิดปัญญาเกิดรู้พูดไปแล้วก็เกิดปัญญาทีเดียวแบบปั่นเกิดปัญญาเกิดอธิปัญญาเลยเกิดรู้เกิดเห็นเกิดเข้าใจฟังไปก็ยิ่งฟังเป็นอัศจรรย์ฟังแล้วก็แปลกใหม่ขึ้นขยายความลึกขึ้นขัดขาวขึ้นขึ้นสุดตรังประโยชน์ขัดขาวขึ้น ได้ยินได้ฟังยิ่งรู้สึกยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นสุตตังสุนาเอ้ยสุตตังปะริโยทะเปติยิ่งเข้าใจรอบลึกขึ้นลึกขึ้นกว้างขึ้นลึกขึ้นเข้าใจมากขึ้นยิ่งฟังก็ยิ่งได้หรอกขว้างรอบลึกแต่ขาวขึ้นเพราะการพูดแล้วก็ให้เขาได้รับฟังไม่ใช่ไปในทางร้ายไม่ใช่ว่าพูดแล้วก็กลายเป็นร้ายโดยเฉพาะยิ่งเป็นการร้ายป้ายสีแล้วก็พูดแล้วทำให้เขาเร็วลงเร็วร้ายพูดแล้วทำให้เขาดีขึ้นไม่ร้ายไม่ว่าจะพูดดัง จะพูดด่าถ้าด่าแล้วเขาดีนั่นไม่ใช่ทำร้ายพูดแล้วเกี่ยวไปถึงคนนั้นคนนี้แล้วคนนั้นคนนี้ก็ได้รู้สึกตัวแต่รู้สึกผิดอยากจะเจริญขึ้นไม่รู้ผิดรู้ถูกอย่างนี้ไม่ใช่คำพูดที่ร้ายไม่ใช่อุปกรณ์เป็นคำพูดที่ดีเพราะงั้นเราไม่พูดร้ายต้องเข้าใจความหมายที่แปลเป็นไทยว่าอนุบาลโทไม่พูดร้ายแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าไม่พูดร้ายหมายถึงอย่างไรแม้แต่เขาก็ว่าร้ายติเตียนก็ไม่ได้อย่าว่าจะติดเลยบอกแล้วว่าบริพัตร ด่ายังได้เลยคำว่าบริภาษเรามาแปลกันว่าด่านที่จริงไม่ใช่ด่าบริภาษแปลว่าคำพูดให้ครบรอบปริภาษาพูดภาษาที่พูดแล้วก็รอบถ้วนลึกรอบและรอบยิ่งระลึกไปอีกหลายรอบยิ่งพูดลึกก็ยิ่งหลายรอบยิ่งพูดแรงพูดหรือพูดกว้างก็ยิ่งหลายรอบพูดหนักไปพูดแรงขึ้นไปให้มันฉีกขึ้นไปอีกให้มันทะลุทะลวงรอบขึ้นไปอีกแล้วก็บริพัตรแต่เขามาแปลเป็นไทยว่าด่าเราก็ว่าด่าก็ด่าจริงๆด่านมันคือคำ คำด่าคำหยาบนั่นภาษาบาลีเป็นผรุสวาทไม่ได้หมายความว่าบริภาษบริพาร 3 ไม่ใช่ความจริงแล้วไม่ใช่อันนั้นแต่เราเข้าใจเพี้ยนกันไปผิดกันไปคำหยาบหมายความว่าคำที่พูดไปแล้วไม่เกิดผลดีทำให้เกิดโทษตัวผู้พูดเองโดยเฉพาะที่ว่าคำด่าก็คือคำที่พูดแล้วตนเองไม่ชอบใจพูดโดยตรงก็คือโกรธแค้นอาฆาตแล้วก็จะพูดว่าเขาให้เจ็บๆแสบๆโดยความโกรธมันเป็นการบำเรอความโกรธของตนเองนั้นเรียกว่าคำด่าโดยตรงแม้จะตั้งใจ ไม่ด่าแล้วเพราะว่าโลกเขารู้เหมือนกันแต่พูดขึ้นไปคำนี้เป็นคำแรงๆว่าเขาให้บาดเสียใจว่าเขาให้เจ็บแสบว่าเขาให้หนำใจอะไรลงไปของตนเองตนเองได้หนำใจตนเองที่เราได้ว่าเขาตีเขาไม่ได้เด็กตายกายกรรมไม่ได้ก็ตีเขาด้วยภาษาคำพูดพอได้ตีเขาแล้วเราก็สมใจนั่นมันเบลอกิเลสตนเองด้วยการไม่ชอบบำเรอโทรศัพท์ทีนี้เมื่อคนอื่นเขารู้แล้วคนทั่วไปเขาเข้าใจว่าอย่างนี้เป็นคำด่านี่ไม่ดีทีนี้สังขารและธรรมปัญญาเฉโกก็แปลงแปลงคำด่านี้ให้มันไพเราะขึ้นให้มันเบาบางขึ้นแต่ยิ่งเสียแทงยิ่งเสียแรงลึกอย่างเลือดเย็นพูดไม่เชิงให้ ขึ้นให้คำพูดหรูๆคำพูดโกโก้ขึ้นเป็นเหมือนพูดดีพูดดีขึ้นใจเหมือนกับเย็นแต่เปล่าเย็นเยียบเลยเย็นเรียกว่าด่าแสบอย่างผู้ดีอย่างนี้ยิ่งกลับลึกเข้าไปอีกเป็นความเลวที่ลึกขึ้นไปอีกลึกอย่างเจตนาจงใจเพราะว่ามันก็ไอ้บำบัดความโทรศัพท์ของเราเองนั่นเองแต่ทีนี้ตั้งใจเจตนาลึกซึ้งขึ้นจะไม่ให้เขารู้จะอำพรางจะแฝงไปด้วยคำนี้มันไพเราะขึ้นเหมือนผู้ดีนะใจเย็นนะฉันจะไม่ใจร้อนและแต่ก็ไอ้ด่าอยู่นั่นเองไอ้บำเรอกิเลสของตนเองที่พยาบาทอาฆาตที่จะเหน็บเขาที่จะ หากเขาโดยไม่ให้เขารู้สึกตัวอำพรางตนเสียตัวตนไม่ได้เป็นคนด่านะไม่ได้บำเรอกิเลสของตนเองนะนั่นแหละยิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีกให้สมใจตนอยู่อย่างยิ่งมันก็เป็นสภาพทั้งราคะและโทสะคือราคะคือทำให้สมใจตนโทสะคือทำให้แก้แค้นทำให้เขาโกรธทำให้เขาโกรธทีนี้ทำให้เขาโกรธโดยตรงโดยด่าแรงๆมันก็เป็นการโกรธแรงๆเขาก็รู้ตัวแรงๆด่าตรงๆอ่ะทีนี้ก็ใหม่ซะอำพรางซ่อนแฝงด้วยเรทซะให้มันดูคำนิ่มลงมาคำเพราะขึ้นมาแต่ตัวเองแสนรู้เจตนาเลยว่านี่จะด่าเขาบำเรอกิเลสตัวเอง ไอ้สมใจโกรธสมใจแค้นสมใจไม่ชอบเห็นอาญาว่ามันเป็นราคะเสพเสพสมใจของตนเองชนิดที่ต้องการให้สมให้หนำใจอย่างนี้เป็นลักษณะของผรุสวาทผรุสวาทถ้าเป็นคำที่หยาบคายเลวร้ายหยาบคายเลวร้ายเพราะความจริงใจเราจะไม่โกรธไม่เคืองใครไม่ทำอะไรบำบัดกิเลสตนเองนั่นแหละเป็นหลักการที่ใหญ่มันจะพูดบริภาษก็คือพูดที่จะพูดให้มันรอบลึกให้มันเข้าใจให้มันมีประโยชน์ให้เห็นไอ้กวางให้ลึกได้ไปอีกหลายรอบอย่างนี้เป็นต้นคำเหล่านั้นจะเป็นคำร้ายหรือไม่ ต้องมีปัญญารู้ว่าร้ายหรือไม่ร้ายถ้าเผื่อว่าไม่เข้าใจแล้วเราก็จะกลายเป็นคนที่เขามาแปลคำว่าจะต้องพูดเพราะก็เลยกลายเป็นคีตะเป็นคำเพราะซึ่งผิดศีลแค่ตื่นๆด้วยคำที่พูดเพราะพูดถูกหูคนเอาใจคนหนักเข้าก็เลยกลายเป็นสังฆาทิเสสด้วยพูดจะเอาใจญาติโยมและเดี๋ยวนี้กล้าพูดได้ตรงๆเลยว่าพระทุกวันนี้พูดกับโยมหรือเทศกับโยมกลายเป็นการเทศน์การพูดที่เอาใจญาติโยมเอาใจอุปัฏฐากเรียกว่าทว่ากันจริงแล้วถ้าอยู่ด้วยกันเนี่ยนะสังฆาฏิเยอะแล้วคือก็ทักท้วงขึ้นแล้วพอจะทักท้วง ก็ยังไม่เชื่อก็ยังทำอยู่มันก็สังฆาทิเสสเพราะว่าไปเอาใจฆราวาสเอาใจอุปัฏฐากเอาใจคฤหัสถ์พูดเป็นเร้าประโลมปะเหลาะพูดเพราะพูดปะเหลาะเอาใจเขาซึ่งพระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญเลยไม่ๆๆให้ทำไม่เอาใจใครแต่พูดให้มันเป็นอัดเป็นธรรมเป็นประโยชน์เป็นคุณเพราะงั้นถ้าเป็นประโยชน์แม้ชอบใจผู้ฟังหรือไม่ชอบใจผู้ฟังพระพุทธเจ้าตรัสอันนี้ก็เป็นลักษณะการตรัสของพระพุทธเจ้าจึงไม่เท็จ 2 เป็นคำจริงอ่ะไม่ใช่เป็นเท็จแล้วก็เป็นประโยชน์ด้วยอะไรลืมไปได้แค่นี้หลักการที่จัด ไม่เป็นคำเท็จน่าเป็นประโยชน์แล้วก็เป็นที่พอใจผู้ฟังหรือไม่เป็นที่พอใจผู้ฟังหรือไม่เท็จ 2 เป็นประโยชน์ถ้าเท็จแต่ไม่พูดเลยพระพุทธเจ้าไม่ตัดเลย 2 ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่กลับ 2 หลักนี้ตายตัวจำศัพท์กันจะหมุนเวียนกันซ้อนๆกันไปยังไงก็แล้วแต่ไม่พูดวันนี้ก็ไปนั่งค้นคว้าเอาเองตำรามีนะเพชรไม่ปรับไม่เป็นประโยชน์ไม่ปรับเด็ดขาดอย่างนั้นพยายามจะจอดก็จะเป็นจริงเป็นประโยชน์ส่วนพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังนั้นตัดทั้งคู่ตัดไปแล้วพอใจผู้ฟังก็ตัดแล้วไม่พอใจก็รักในการ สมควรท่านจะเลือกกาละประมาณกาละที่ควรปรับมีคนเบี้ยวใช้เลขใช้เลขพูดกลบเกลื่อนพระพุทธเจ้าที่ไม่พอใจคนถ้าไม่ตัดหนึ่งเบี้ยวแล้วเบี้ยวหลักฐานและเบี้ยวทำวินัยของพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยว่าอย่างนั้นฉันรักไม่พอใจผู้ฟังท่านก็ตรัสถ้าขืนเข้าใจผลๆก็จะบอกว่าไม่พอใจผู้ฟังมันจะเกิดทะเลาะเบาะแว้งเพราะงั้นพระพุทธเจ้าต้องเป็นคนไม่สร้างทะเลาะเบาะแว้งถ้าต้องไม่ตรัสนะไอ้ที่ไม่พอใจผู้คนนั่นแหละเป็นการเข้าใจเผินตื้นแล้วไม่เข้าใจสารัตถะแห่งธรรมศาสนาเพี้ยนเพราะจุดนี้มากหลายเลยมันเป็นเหมือนสามัญสำนึกเราก็จะไม่พูดให้คนอื่นเขาไม่สบายใจเลย ตัวเองเป็นคนไม่อาจหาญไม่กล้าไม่ชาญฉลาดไม่สามารถที่จะขูดกราวด์ไปชั้นเลยกระทำสร้างสรรค์เลยกระทำไม่ได้สามารถที่จะพูดให้เป็นอัตเป็นธรรมสามารถพูดแล้วนี่ขัดเกลากิเลสเขาผ่าตัดกิเลสเขาทำไม่ได้ไม่มีความสามารถที่จะสร้างสรรค์เลยก็ทำจึงทำให้ศาสนาเสื่อมกลายเป็นคนจะต้องเอาแต่ใจเขาไอ้อย่างนั้นน่ะมันพูดง่ายและคนที่อ่อนแอก็ต้องทำอยู่ส่วนคนที่กล้าหาญชาญฉลาดก็จะต้องพยายามพูดหรือพยายามทำกิริยาก็ตามพูดก็ตามที่จะมาเกิดประโยชน์แก่กันและกันมีเสน่ห์กระทำขัดกันเกลากันจริงกันติดกันเตือนกันเป็นอย่างนั้นจึงจะเกิดผลเกิดคุณเกิดค่าอาชีพอธิบาย นัยยะของการพูดนี่มากก็เพราะว่าเราจะไปงานนี้จะมีการพูดเป็นเรื่องอย่างยิ่งเพราะฉะนั้นให้ระมัดระวังการพูดกิริยาก็สำรวมระวังสุภาพเรียบร้อยสงบเรียบร้อยสำรวมทั้งวอนให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราได้ศึกษามาสารูปใดที่เป็นสารรูปที่ดีทรงสาวรูปนั้นเพราะฉะนั้นแม้แต่การพูดการจานี่ก็กำลังขยายความกำลังบอกกำลังอธิบายอยู่ก็ให้พยายามที่พูดเดี๋ยวจะฟังผิดเพี้ยนไปนะว่ากำลังเปิดโอกาสให้พวกคุณพูดแม้ไม่พอใจผู้ฟังแล้วก็เลยอ่ะสบายเลยเพราะไม่พอใจผู้ฟังนี่ถือเอาสภาพที่ว่าสัจจะถูกต้องนี่หว่า เน็ตถูกต้องนี่หว่าเพราะงั้นพอใจหรือไม่พอใจหรือช่างหัวฤาษีพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสแต่ท่านบอกแล้วว่าท่านเลือกกาละตัดนะท่านมีปุริสสะมีสัปปุริสธรรม 7 ประการนะท่านรู้ตนท่านรู้ผู้อื่นท่านรู้อัฏฐะทะลุธรรมะชั้นเชิงเขาธรรมะท่านรู้นะกาลท่านรู้บุคคลท่านรู้หมู่กลุ่มท่านรู้นะไม่ใช่ท่านซี้ซั้วตานะพูดภาษาต่างประเทศหน่อยนึงไม่ใช่ท่านพูดคุยเรื่อยไปเลยไม่รู้จักกาลเวลาไม่รู้จักบุคคลไม่รู้จักสถานที่ไม่รู้อะไรไม่ทันไม่ได้จัดอย่างนั้นท่านไม่ได้พูดอย่างนั้นนะถ้าไม่ได้เป็นคนพูดคุยนะแต่เราเอง ระวังจะกลายเป็นคนพูดชุ่ยจะกลายเป็นคนซี้ซั้วตาพูดไม่รู้จักกาลเวลาไม่รู้จักบุคคลไม่รู้จักจักธรรมไม่รู้จักท่านจักตอนไม่รู้จักฉันจะเชิญที่ควรพูดว่าพูดก็เลอะใหญ่เพราะงั้นต้องพูดโดยมีปัญญาพูดโดยรู้พูดอย่างสัตบุรุษและก็รู้ว่านี่ผู้คนพูดไปมากแค่นี้ควรไหมเสียงดังขนาดนี้ควรไหมในการะอย่างนี้กิจกรรมกำลังเป็นอย่างนี้บุคคลเป็นอย่างนี้ควรพูดดังขนาดนี้ไหมหรือไม่ควรพูดอะไรนี่ต้องรู้จริงๆควรพูดคำนี้จะเป็นบาปหรือไม่หยาบในกาละอย่างนี้ในช่วงที่กำลังพูดอยู่นี่มีองค์ประกอบอย่างนี้นี่พูดไปอย่างนี้แล้วเนี่ยถ้าพูดอันนี้ออกไปแล้วมันจะดู หรือไม่อยากใช้ได้ไหมถ้ามันจะหยาบมันดูรูปหยาบจริงๆใช้ไม่ได้ก็อย่าพูดทำไอ้นี่มันเป็นรูปยาวแบบพูดได้ก็ค่อยพูดนี่ต้องมีปัญญาไตร่ตรองทุกสิ่งทุกอย่างปัญญาเนี่ยนำเป็นเอกเลยอะไรอะไรก็ต้องใช้ปัญญาไตร่ตรองจริงใจและให้น้อยไว้อย่าให้เกินถ้าเกินแล้วมันก็เสียถ้าน้อยไว้แล้วกลายเป็นทอมทอมอยู่เพราะฉะนั้นให้สงบน้อยไว้ดีให้สุภาพเรียบร้อยไว้ดีทีนี้เราก็มองเห็นอย่างผู้ใหญ่ท่านว่าผู้ใหญ่ท่านตรัสผู้ใหญ่ท่านพูดอย่างพระพุทธเจ้าท่านเองท่านเรายกตัวอย่างกันขนาดพระพุทธเจ้าท่านด่าพระสุทินนะนี่เราใช้คำว่าด่าก็ขออภัยนะที่ทำพูดคำนี้กับพระพุทธเจ้าท่านบริพัตรบอก บริภาษเราแปลบริภาษว่าด่าบอกแล้วว่าท่านพูดรอบพูดรอบลึกรอบกว้างอะไรออกไปอีกเพราะฉะนั้นคำว่าบริภาษพระพุทธเจ้าท่านบริจาคพระสุทินณขณะที่เคยยกตัวอย่างพูดแล้วมันนี่มันหยาบชั้นมันเห็นแจ้งแล้วก็ยกตัวอย่างบ่อยเธอเอาองค์กาชาดยัดเข้าไปในปากงูเห่าดำนั่นแหละจะเหมาะจะยังไม่ตกนรกเท่าเธอไปทำเมถุนอะไรนี่พูดไม่สำนวนไม่ตรงทีเดียวนะแต่สำนวนอย่างนี้แหละความหมายอย่างนี้อย่างนี้เป็นต้นและถ้าไม่พูดคำหนักเหรอทว่าแล้วมันเหมือนคำว่าคำแปลเป็นไทยชัดๆก็เหมือนชาวตลาดทีเดียวสัตว์ภาษาออกมาเหมือนตลาดชัดเจนพูดมันก็เป็นคำหยาบคำหนัก ดูสาวพูดภาษาไทยที่แปลมาเป็นไทยที่ไม่ถูกลูกทุ่งแล้วนะถ้าแปลเป็นไทยลูกทุ่งแล้วก็คุณจะอาตมาก็พูดไม่ไหวจะให้อาตมาแปลเป็นไทยลูกทุ่งโดยแปลว่าเอาองคชาติใส่ปากงูเห่าดำเข้าไปอาตมาก็แปลเป็นลูกทุ่งไม่ได้แปลได้แค่นี้ยังเก่งเป็นภาษาไทยที่คุณก็คิดเอาเองเข้าใจเอาเองก็แล้วกันถ้าจะว่าแปลเป็นลูกทุ่งตรงๆสดๆเลยแล้วก็มันจะหยาบเป็นแม่ค้าตลาดชาติขนาดไหนคุณก็ฟังเอาท่านก็ตรัสในเมื่อสมควรแก่การละบุคคลผู้นี้ควรกำราบไม่ใช่พูดร้ายท่านพูดแรงถือว่าพูดแรงพูดหนักเพื่อให้เขารู้สึกตัวเพื่อให้เขาแก้ไขเพื่อให้เขามันมีประโยชน์ในการพูดนั้นออก ท่านรองแล้วว่าคนนี้จะต้องรู้สึกเพราะว่าคนนี้เป็นลูกศิษย์หรือคนนี้เป็นผู้ที่พูดได้คนนี้ที่ดูแล้วมีศรัทธามีอินทรีย์มีศรัทธาพอพูดได้ไม่มีปัญญาพอพูดได้ไหมมีสัตว์อินทรีย์ปั้นดินยินดีพอที่จะทำได้ไหมในกาละอย่างนี้คราวนี้มีองค์ประกอบอย่างนี้ตัวเองก็เป็นคนผิดตัวเองก็เป็นคนที่มีชนะมีอะไรต่ออะไรด้วยเพราะว่าท่านต้องแรงต่อไปขนาดนี้จะเป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ไหมท่านตรัสท่านตรัสคำนี้จัดตรงและเรียกตรงเลยเขาก็เรียกว่าเป็นบริภาษแล้วบอกแล้วอธิบายคำว่าบริจาคกับผรุสวาทให้ฟังแล้วว่ามันมีนัยยะต่างกันแต่เข้ามาแปลเป็นไทยอย่างนั้นก็ว่าไปแต่จริงๆก็แปลเป็นไทยบริหารก็ภาวนาเพราะว่า ด่าก็ด่าแปลเป็นไทยอย่างนั้นที่จริงมันไม่ใช่ด่าแล้วอธิบายคำว่าด่าให้ฟังแล้วถ้าด่าถูกๆก็คือคำที่พูดด้วยอารมณ์ที่โกรธอารมณ์ที่โลภอารมณ์ที่ไม่ดีมุ่งหมายในไม่ดีแก่กันหรือตนเองบำเรอใจตนเองพูดบำบัดกิเลสตัวเองนั่นแหละเรียกว่าด่าทำไมบำบัดกิเลสตัวเองไม่เรียกว่าด่าแท้จริงมีกรุณามีเมตตาด้วยซ้ำเพื่อที่จะปรุงสังขารธรรมปรุงวจีสังขารออกมาเป็นวจีกรรมอันนี้เพื่อให้เกิดคุณค่าแก่ผู้รับไปเพื่อให้เกิดคุณค่าแก่ผู้รับไปทีนี้จอมโจรบัณฑิตฟังอย่างนี้แล้วก็เลี่ยงใครเลี่ยงก็เลี่ยงกรรมเป็นอันทำให้เลี่ยงตัวเองเอามาตีกินแล้วก็พูดเล่นๆเรื่องจะด่าเขาจริงๆบำเรอใจตนเองแต่ก็แกล้งด่าเขาแล้วก็แก่ตัว ถ้าพูดได้แก้ตัวกับคำพังเพยก็บอกอยู่แล้วคนจัญไรชอบแก้ตัวคนดีชอบแก้ไขคนจัญไรชอบแก่ตัวพูดคำพังเพยแล้วก็มีมันก็ไม่รู้ใครเขียนและคำพังเพยเก่าหรือใหม่ก็แล้วแต่จะดีคำพังเพยนี่ดีก็จริงๆอ่ะจะคนจัญไรแก้ตัวไม่รับรู้ไม่รับผิดเองแล้วก็ไม่แก้ไขตัวเองก็ไม่ใช่คนดีแต่ถ้าคนดีก็ต้องแก้ไขคนจัญไรก็แก้ตัวด้วยไปเพราะมันเป็นถ้าเป็นช่องให้แกจอมโจรบัณฑิตด้วยผลระมัดระวังนะจอมโจรบัณฑิตจะเอาแต่แก้ตัวแล้วก็ตัวเองทำผิดไม่รู้ตัวอ่าจิตมันพาเป็นพาพูดพากล่าวเป็นวิชาวาจาออกมาแม้ผรุสวาทก็ยังแก้ไขตัวเองแก้ตัวตัวเองอยู่ก็ไม่เอาเราไม่พูด หากเราไม่พูดให้ร้ายเราไม่พูดให้กลายเป็นแตกร้าวไม่ให้เป็นวิวาทะไม่ให้ส่อเสียดเพราะฉะนั้นระมัดระวังคำพระเจ้าเรายิ่งอยู่ในภาวะที่เราถูกเขาถูกท้วงถูกเขาว่ากล่าวถูกกระทำอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอยู่เราก็ยิ่งจะต้องระมัดระวังภาษาคำความต้องถูกถามแน่เพราะเรื่องมันยังไม่จางเธอก็ต้องถามว่าเป็นยังไงเพราะอนันต์อย่างโน้นอย่างนี้พระอนันต์ผิดไหมใส่ใหญ่เลยไม่ต้องไปว่าเขาผิดอาตมาเองอาตมายังไม่ว่าเลยอาตมายังไม่ได้ว่าอะไรเพราะอันนั้นผิดโน่นผิดนี่อาตมายังขอบคุณที่ทำให้เราเราเอาเงินมาจ้างตั้งหลายร้อยล้านก็คงจะไม่ ได้เท่านี้ถึงได้ก็ไม่เหมือนถ้าเอาไปจ้างได้ก็ไม่เหมือนนี้อย่างนี้เป็นต้นไม่ได้ไปส่อเสียดนะไม่ใช่ไปไม่ใช่ไปพูดยัดเยียดแดกดันแบบโกรธใจตัวเองพูดไปแล้วก็เลยไปพูดอย่างนี้เป็นคำด่าแบบผู้ดีว่าเอาเงินมาจ้างก็ไม่ได้อะไรแล้วก็เป็นคำอีกอย่างนึงไม่ใช่นะตัวเองรู้ดีว่าที่พูดนี่พูดนี่พวกคุณฟังว่าต้องถือเอาเป็นคำชี้ขุมทรัพย์แล้วเอาเงินไปจ้างเขาให้เขาทำอย่างนี้เนี่ย 50 ล้าน 100 ล้านก็ยังให้ทำไม่ได้ถึงทำได้ก็ไม่เหมือนนะมันเป็นโวหารที่จะพูดกับพวกคุณแนะนำพวกคุณให้คุณเข้าใจว่าใครด่าเราใครว่าเราใครชี้ตำหนิติเตียนจุดนั้นจุดนี้เราต้องพิจารณาเอาว่า คำด่าที่เราต้องยกให้มาเป็นด่าฟรีเพราะเขาด่าโดยเจตนาที่จะแกล้งใส่ความไม่ถูกในอย่างนี้แล้วเราก็ไม่สามารถไปแก้ไขไปปรับความเข้าใจกับเขาได้เขาก็พูดใส่ความอะไรไปเราก็ต้องปล่อยวางแล้วก็เฉยวางเฉยเราไม่เป็นอันปัญหาอะไรเราไม่หวั่นไม่ไหวไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเราต้องรู้ตัวของเราร้อนจะมีเรื่องมีราวดังกล่าวนี้เขาจะถามจะซักจะใส่ก็เลี่ยงเสียพูดไปด้วยดีใจเย็นต้องรู้สึกตัวมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเสมออย่าไปก่อวิวาทอย่าไปก่อส่อเสียดหรือจะไปกล่าวคำหยาบใช้ได้ใช้ได้ ไปนี้รักสงบแต่ไม่รบเด็ดขาดไปในทางสงบเรียบร้อยเอาไว้ยิ่งออกงานนี้มันยิ่งจะมีผัสสะแยะมีการแออัดยัดเยียดมีเรื่องราวมากมีกลิ่นอะไรเยอะที่จะต้องพูดก็มากกิริยากายก็จะมากเพราะฉะนั้นจิตเราก็จะต้องปรุงมากรับงานมากคิดแล้วจะมีงานมากเพราะฉะนั้นมันจะมากอยู่แล้วเพราะงั้นเราต้องระมัดระวังที่จะน้อยไว้น้อยไว้มันเป็นการฝึกซ้อมหรือออกสนามรบมันเป็นการฝึกซ้อมและออกสนามรบไปพร้อมกันที่เราจะมีการงานแต่สมาคมโตหรือการงานนี้มันมีองค์ประกอบเยอะซึ่งเราไม่ต้องจ้างเลยจะเป็นจริงเป็นเองเป็นเหตุการณ์เป็นอะไรต่ออะไรเพราะฉะนั้นเรารู้ล่วงหน้าเตรียมไว้ดี สังวรไม่ดีระวังไว้ดีถ้าไม่สังวรไม่ระวังแล้วเราพลาดเผลอง่ายเพราะงั้นโดยเฉพาะเรื่องภาษาคำพูดคำกล่าวให้ระมัดระวังสงบเรียบร้อยบอกแล้วว่าเรามีคำคำขวัญของเราประจำใจเป็นคาถาที่จะไปงานนี้เราจะต้องสงบเรียบร้อยจำไว้เลยสงบเรียบร้อยไว้ให้ทุกเวลาที่เราแม้จะพูดถ้าไม่สมควรว่าพูดน้อยกว่านี้เบากว่านี้ได้ควรทำให้เหมาะลงไปสัมมารามที่ว่าสัมมาสัมมาเนี่ยวาจาก็ไปสัมมาวาจาเนี่ยคือการกระทำก็เป็นสัมมากัมมันตะนี้เหมาะควรไม่ใช่ไม่มีแต่เราจะต้องมีปัญญารู้ว่าประโยชน์สูงประหยัดสุดไว้ประหยัดสุดลงมาให้มันดีให้มันลดลงมา กว่าที่เราคิดว่าควรเพราะส่วนมากใจเรามันก็จะตามใจเราหน่อยเผื่อไว้หน่อยเผื่อมันบำบัดใจของเราเผื่อมันกิเลสของเราหน่อยไว้เสมอนี่เป็นหลักการและหลักการในการที่จะสังวรในหลักการที่เราจะประมาณนี้เป็นเรื่องกำชับกัมพูชากันเพราะว่าอยู่ในบรรยากาศเหตุการณ์ขณะนี้เรื่องราวยังไม่จางหายไปที่เป็นเรื่องที่เขามีอะไรต่ออะไรต่อเรามาเพราะฉะนั้นมันจะเกิดมันจะมีบุคคลที่เขายังบางคนจะไม่ค่อยรู้นักก็อยากจะซักจะถามก็อย่าไปพูดอะไรต่ออะไรเกินการนักก็พูดกันพอสมเหมาะสมควรหรือชวนระงับชวนระงับอย่าให้เกิดเป็นการพูดแล้วมันก็เป็นไปในทางร้ายถ้าจะแปลอุปปาโท แปลว่าอย่าพูดให้เกิดไปในทางร้ายให้เป็นไปในเกิดผลร้ายอย่างนั้นเราแปลเต็มความอนุภาคโทไม่พูดให้ไปเป็นในทางร้ายนะไม่พูดให้ไปเกิดผลร้ายอนุภาคโทวันถ้าเกิดว่าเราจะพูดแม้ทำความนั้นจะแรงจะดังดูเหมือนด่าดังที่ยกตัวอย่างประกอบมาแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคำที่มิจฉาวณิชชามาวาจาได้แม้พระพุทธเจ้าท่านบริจาคพระสุทินณดังกล่าวแล้วก็เป็นปิยวาจาฟังให้ดีนะพระพุทธเจ้าบริภาษพระสุทินนะนั้นเป็นปิยวาจาเป็นคำตำหนิที่เขา ดื่มและท่านก็แน่นอนและพระพุทธเจ้าท่านประมาณแล้วว่าเขาจะต้องดื่มได้แล้วเพราะสุดที่หน้าก็ดื่มได้จริงๆด้วยตีเขาให้เขาดื่มได้เนี่ยมันเป็นศิลปะชั้นสูงเรียกว่าปิยวาจาเป็นวาจาที่น่ารักน่านับถือโอ้พูดได้ดีพูดได้เก่งแต่ระวังนั้นไม่ง่ายนะไม่ง่ายนะปิยวาจาที่กล่าวนี้ไม่ง่ายแต่ไปพูดป้อยอเขาแกล้งปอยอสรรเสริญยกย่องยิ่งไม่ค่อยจริงเลยใส่ไข่ 5 ฟองใส่ไข่ 10 ฟองใส่น้ำตาลใส่พริกป่นชูรสเข้าไปใหญ่เลยพูดใส่ไข่นี่เราใช้สำนวนโวหารคือพูดปรุงโดยที่ไม่จริงเราไปหาอะไรมาผสมผสานเข้าไปเรื่อยเลยชูรสก็ไปแถมๆเติมๆเข้าไปไอ้คำ ก็มากเข้ามากเข้าไอ้อย่างนั้นยิ่งหยาบใหญ่เลยนะเป็นคำหยาบคำไม่จริงมันหยาบตั้งแต่คำไม่จริงแล้วไปป้อยอเอาอกเอาใจเขายิ่งมีจิตใจว่าไอ้นี่ยกย่องๆเพื่อเราจะได้อะไรสมใจสักอย่างนึงแล้วคนเราก็ชอบจะทำอย่างนี้เพราะอันนั้นยิ่งร้ายเลยยิ่งเป็นคำพูดร้ายแกล้งสรรเสริญป้อยอเขาแล้วก็มีในโลกเพราะกรรมปญอสรรเสริญนั้นไม่ค่อยจะก่อให้เกิดความโกรธแต่ถ้าคำที่จะพูดไม่พอใจบาดใจเสียใจเขาเนี่ยตำหนิติเตียนเขาข่มเขาตระหนักเขาเนี่ยมันจะทำให้เกิดไม่ชอบใจโกรธได้คนก็เลี่ยงกันง่ายๆโดยความหมายตื้นๆคนก็เลี่ยงอันนี้แต่ไปทำอีกอันหนึ่ง จนกลายเป็นสุดโต่งเกินไปยกย่องเชิดชูสรรเสริญป้อยอกันจนเกินไปจนกลายเป็นทำร้ายอย่างร้ายและเป็นอุปปาโทอย่างมากและเขาก็ไม่รู้แล้วเขาก็เลยมาแปลว่าปิยวาจาคือพูดไพเราะและกลายเป็นคีตะคีตะนี่ก็กลายเป็นคำพูดที่ไพเราะคำพูดที่เพราะยั่วย้อมใจเมื่อมันยั่วย้อมใจไปให้ร้ายมันก็พังถ้ามันยอมจ่ายนะที่จริงมันมีความหมายเหมือนกันถ้าย้อมใจแล้วทำให้เราเองเนี่ยดีเจริญกิเลสหลุดยอมใจให้เราเป็นคนที่ใฝ่ธรรมมานะอุตสาหะวิริยะในธรรมอย่างนี้เป็นคำย้อมใจที่ดี มีอุตสาหะวิริยะในธรรมอย่างนี้เป็นคำย้อมใจที่ดีเป็นคำย้อมใจที่พาให้เจริญในมันมีนัยยะซ้อนซ้อนอยู่อย่างนี้เสมอพอจึงต้องมีปัญญานี่แหละเป็นเอกมีปัญญานี่แหละเป็นตัวไตร่ตรองเป็นตัวกรองให้รู้จุดว่าเราต้องกระทำอะไรให้เกิดดีกุศลยังกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทสร้างกุศลอยู่เสมอใจเราจริงๆด้วยมีเจตนานี้เป็นที่สุดมีเจตนาเป็นที่สุดแห่งกรรมเจตนาทั้งภิกขเวกัมมังวทามิมีเจตนาต้องรู้เจตนารมณ์ของเราเลยว่าเราไม่ได้ทำเพื่อบำบัดกิเลสตัวเองไม่ได้มุ่งให้เขาร้ายมุ่งให้เขาดีมุ่งให้เขาเจริญเพราะฉะนั้นแม้จะดุจะว่าจะ จะกล่าวจนกระทั่งบางทีดูเหมือนคำหยาบให้แก่ผู้นั้นผู้นี้ถ้าเผื่อว่าเราไม่ได้ไปเจตนาให้เขาร้ายจริงๆยกตัวอย่างง่ายๆเช่นคนรู้จักกันส่วนมากก็หวังดีต่อกันง่ายยิ่งรู้จักกันยิ่งเป็นพ่อเป็นลูกเป็นแม่เป็นลูกพ่อดุลูกเนี่ยมันมีรากฐานในจิตและส่วนมากพ่อนี่ไม่หวังร้ายกับลูกแน่เพราะจะด่ายังไงออกไปนี่ส่วนมากพ่อก็คือด่าให้ลูกดีแต่พ่อนั้นไม่มีธรรมะหน่อยก็เลยด่าบำบัดกิเลสตัวเองบ้างนะฟังให้ดีนะซ้อนด่าบำบัดกิเลสตัวเองบ้างแต่ก็มีจุดแน่นอนว่าด่าให้ดีพ่อแม่นี่น้อยหรอกที่พ่อแม่ทั้งลูกที่ด่าให้มัน น้อยส่วนมากจริงๆนะพ่อแม่ด่าลูกเพื่อให้ดีไม่ได้ด่าลูกเพื่อให้เลวแน่นอนแต่ก็บำบัดกิเลสตัวเองบ้างที่ว่ามันโกรธน่ะมันก็ให้หนำใจตนเองบ้างก็เลยด่าให้มีมีกิเลสส่วนนั้นผสมด้วยเท่านั้นเองถ้าไม่รู้สึกตัวไม่ใช่นักธรรมะที่รู้ตัวทั่วพร้อมนะเพราะวันนี้ก็ละเอียดลออนิดหน่อยนะครับเผื่อว่าใครเข้าใจก็จะรู้ชัดชัดเจนว่ามันเป็นสภาพที่มันมีบำบัดกิเลสตัวเองบำเรอกิเลสตัวเองมากเพราะเราจะต้องรู้ละเอียดถึงอารมณ์จิตของเราเราบำเรอตนด้วยกิเลสสมราคาสมโภชน์หรือไม่ถ้าไม่สมนั้นดีแล้วเพราะฉะนั้นกล่าวคำออกไป เมื่อไปกระทบหูเขามันแรงไปไหมมันมากไปไหมมันน้อยไปไหมถ้าน้อยไปก็ให้ขึ้นมาอีกมันก็จะได้คุณค่าเพราะมันเบาไปมันยังไม่ได้คุณค่าเลยเพราะคำว่าสัมมาพอเหมาะพอเจาะเนี่ยพอเหมาะได้นี่สัมมาวาจาพอเหมาะได้นี่ไม่ง่ายเลยที่จะพอเหมาะง่ายๆนะอาตมาเคยกล่าวว่าอาตมาเนี่ยพูดสัมมาวาจาคนเขาว่าไม่สุภาพเรียบร้อยพูดไม่สุภาพใช่ที่เขาหมายเพราะเขาไปตั้งค่าตัดขนาดไว้แล้วว่าเขาให้ข้าว่าทำไมเทศแบบเหนื่อยๆเฉยๆเยอะไปสำเนียงไม่สูงไม่ต่ำต้องสำเนียงต้องได้ระดับขนาดอย่างนี้ไปไม่มีอะไรเน้นไม่มีอะไรเบาต่อให้เป็นอย่างนี้เรื่อย เรื่อยๆเรียงๆไปเหมือนเพลงกล่อมเนี่ยเรื่อยๆไปแล้วพบแพทย์ไปแล้วก็สงบจริงๆคือหลับกันหมดเพราะมันเป็นเพลงกล่อมเทศไปแล้วก็เหมือนเสียงผึ้งที่คลังๆแล้วก็กล่อมก็สงบแต่มันไม่เป็นประโยชน์ที่พูดนี่ก็เหมือนคำประชดประชันที่จริงไม่ใช่คำประชดประชันเป็นคำที่พูดให้พวกคุณรู้สึกว่ามันใช่ไหมไม่ได้ส่อเสียดแต่มันมีความจริงเกิดขึ้นแล้วมันดังนั้นเราต้องแก้ไขเราต้องเป็นนักแก้ไขที่รู้บรรยากาศขององค์ประกอบในสังคมกาโยความประกอบขณะนี้ดูสินี่บรรยากาศกรรมกิริยาจารีตประเพณีอะไรก็แล้วแต่เราก็รู้แล้วเอ๊ะวิธีการนี้มันไม่เป็นติดทีวี การสร้างวิธีการและการกระทำกรรมอย่างนี้ผสมส่วนอย่างนี้แต่แม้แต่พูดแม้แต่ทำวิธีเทศน์ทำอย่างนี้ไม่เกิดประโยชน์นี่ไม่เกิดคุณค่าแก้ไขเถอะปรับปรุงผู้เป็นปราชญ์ผู้มีปัญญาก็จะแก้ไขวิธีให้เป็นอิทธิวิธีให้เป็นวิธีที่มีประโยชน์เกิดคุณค่าจะด้วยอะไรบ้างก็ทำพอสมควรนะทีนี้อาตมาบอกแล้วอาตมาเกิดมาในยุคคนหยาบได้ถูกมอมเมาด้วย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน