250117-3-173 ทางเอกภาค3-ตอน173(หน้า338)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์171 KB
วันที่แก้ไข24 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ขนาด 27 มกราคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกทุกขนาดให้เกิดการพัฒนาเจริญเสมอยิ่งในขณะที่กำลังมีอิริยาบถใหญ่จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นรูปอย่างที่เรียนบทใหญ่ที่รู้ได้ง่ายก็ยิ่งควรจะรู้ตามกำหนดรู้ให้ชัดด้วยเพราะเรากำลังกระทำอะไรที่ดีหรือไม่ดีเป็นกุศลหรือไม่ใช่กุศล เพราะฉะนั้นเมื่อรู้อิริยาบถใหญ่ได้เสมอมากขณะแล้วก็เตือนตนด้วยปรับปรุงตนในอิริยาบถใหญ่มีกรรมมันใหญ่ได้เรื่อยๆเราก็จะพยายามมีความระลึกรู้สอดซ้อนลงไปถึงอิริยาบทเล็กจะได้บทละเอียดให้ได้มากและก็จะทีบอยนานนานได้เรื่อยๆที่เราจะปกครองให้เป็นการปฏิบัติไม่มีสติสัมปชัญญะปัญญามีธรรมะวิจัยสมโภชนมีความเพียรที่จะกระทำให้มันได้ ต่อเนื่องเป็นสมาบัติเพื่อที่จะเกิดการตั้งตั้งมั่นทรงไว้ซึ่งสภาพกุศลเพราะเราจะต้องวิจัยหากุศลอกุศลเสมอไปเราก็จะได้อย่างลงซึ่งความดีความสงบความปราศจากกิเลสตั้งมั่นเป็นสมาธิสั่งสมเป็นจิตอันยิ่งเป็นจิตอันสูงแข็งแรงคงทนสถิตเสถียรขึ้นสุดท้ายมันก็จะซ้อนเป็นอุเบกขาอันเอกได้ถ้าเรามาเรียนต่อถึงหน้า 3 39 แต่จะขอทวนไปหาหน้า 338 คือบุคคล 4 จำพวกเสร็จแล้วก็เคยพูดกันมาแล้วอธิบายกันมามากมายแต่ก็ขออธิบายซ้ำย้ำลงไปอีกแต่นี่ก็ไม่ได้กำหนดไม่ได้อธิบายในนี้ก็ไม่ได้เขียนรายละเอียดของคำที่คัดออกมาจากพระไตรปิฎกโดยตรงแต่นี้เป็นคำเขียนเองเป็นคำสรุปงานบุคคลจำพวกหนึ่งนั้นน่ะมีได้เป็นได้แค่เกย์โตสมถะอาจารย์โตสมถะนั้นก็คือเป็นผู้ที่ได้ในสภาพ สงบจิตตนเองอยู่กับจิตตนเองเป็นศัพท์ที่หมายความถึงแม้แต่ในสมัยพระพุทธเจ้านั้นก็เป็นฤาษีที่มากซึ่งพระพุทธเจ้าท่านมีทฤษฎีใหม่ที่ท่านเรียกว่าโลกุตระท่านได้โลกุตระขึ้นมาซึ่งต่างกันกับจิตที่มันสงบเหมือนกันแต่สงบแบบฤาษีเขาท่านก็เรียกจิตสงบเจโตก็คือจิตสมถะก็คือสงบจิตสงบแบบฤาษีคือ

อ่านต่อ

ไปนั่งเพลงหลับหรือเพลงลูกแก้วลูกหินเพ่งกสิณอะไรต่ออะไรต่างๆเอาใช้วิธีอย่างนั้นน่ะทำยิ่งนิ่งอยู่ได้เพราะนั่งอยู่กับที่ยิ่งอยู่ได้เพราะว่ามีอะไรต่ออะไรเกาะ ลบไม่ได้สัมผัสไม่ได้ประจันไม่ได้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งใดๆมันเบามันว่างมันห่างออกมาโดยรูปตอนนั้นก็มีได้พวกนี้มีเจโตรสมถะได้คือสงบได้ทำให้จิตสงบได้ด้วยการพยายามกำหนดเรียนจิตแล้วก็พยายามมันมีอะไรสัมผัสน้อยอยู่แล้วก็พยายามทำจิตที่มันฟุ้งออกไปหรืออะไรออกไปรูปรวมโดยการหาอุบายล่อเป็นกสิณเป็นอะไรแล้วก็ทำให้มันสงบซึ่งเป็นอุบายเก่าเป็นกรรมวิธีเก่าตั้งแต่โบราณ การฤาษีพากันทำมาม่าทำได้อันนี้เป็นความหมายแท้ๆแล้วคนทำอย่างนี้โดยการห่างจากโลกห่างจากสังคมหากจากโลกียสัมผัสหนีออกไปแล้วก็ทำให้มันสงบลงด้วยกรรมวิธีใดวิธีหนึ่งอย่างนี้เขาทำได้เพราะมันพูดได้แต่อย่างนี้ก็ได้แต่ถ้าให้ออกมาสัมผัสกับโลกและสัมผัสกับสังคมโลกียะต่างๆไม่มีปัญญารู้เท่าทันไม่สามารถที่จะควบคุมจิตแล้วก็ดับกิเลสตัดกิเลสออกไปรถละตัวกิเลสออกจากจิตจิตยิ่งรู้ไม่ใช่ว่าตับดับ เหลือจิตนิ่งๆแน่ๆไม่ฟุ้งซ่านดับเฉยไปเฉยๆไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่เจอตัวสมถะด้วยธรรมสงบแบบนั้นน่ะทำไม่ได้เขาทำได้แต่จิตสงบแบบที่ไม่หยุดนั่นแหละเพราะงั้นพระพุทธเจ้ามาค้นพบโลกอุจจาระนี้จึงไม่ใช่ลักษณะเดียวกันกับเจโตสมถะก็คือบุคคลประเภท 2 ประเภทที่เริ่มได้รู้โลกุตระนี่เป็นของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าได้ลงกุลาโดยตรงตรงได้โลกุตระโดยเรียนรู้สัมผัสเรียนรู้เท่าทันมีสติปัฏฐานมีมรรคองค์ 8 จะคิดนึกจะพูดจาจะทำการงานจะมีอาชีพอะไรอยู่ก็ทำสมาธิได้ก็สั่งจิตให้เป็นอาทิตย์จิตให้จิตมันละลดปลดปล่อยจากมิจฉาทิฏฐิหรือทุจริตต่างๆบาปอกุศลต่างๆได้จิตใจปราศจากกิเลสทุจริตมิจฉาทิฏฐิหรือมิจฉาอื่นๆทั้งมิจฉาสังกัปปะมิจฉาวาจามิจฉากัมมันตะซึ่งมันไม่ดีมันผิดมิจฉาอาชีวะละได้หมดมิจฉาวณิชชาคือเป็นอดีตได้เพราะสมาธิของพระพุทธเจ้าหรือว่าจิตที่อยู่เหนือโลกมันก็อยู่เหนืออยู่ตรงนั้นแหละไม่ต้องหนีไม่ตรงนี้โลกเหนือโลก สามารถอยู่หยั่งรู้เท่าทันชนะแล้วก็สร้างสรรค์ได้ด้วยมีการงานมีบทบาทข้าวกล้องหว่องวัยรู้แท้ทำสะอาดรู้มิจฉาอย่างไรอาการของฉันกับป๋าเราจะทำใจอย่างไรทำถูกมิจฉาเป็นอย่างนี้ไม่เป็นเป็นอย่างสัมมาเป็นอย่างเหมาะสมควรเป็นอย่างสะอาดบริสุทธิ์วาจาเป็นอย่างไรอะไรเป็นมิตรชาววาจาเป็นบาปเป็นภัยเป็นความทุจริตเป็นความอกุศลรู้ชัดไม่ทำรู้ถูกการงานการกระทำก็ทำการงานไปอันใดไม่ดีนะเป็นมิจฉาในการงานการกระทำทั้งปวงเป็นไปเพื่อปาณาติบาตเป็นไปเพื่ออาทิตย์หน้าทาน เป็นไปเพื่อกาเมสุมิจฉาจารรู้ชัดไม่มีดับสนิทละเว้นว่างขาดแม่อายชีวะก็เลื่อนชั้นจนกระทั่งมาทำงานมีอาชีพทำงานสูงสุดได้พ้นมิจฉาอาชีวะ 5 อย่างเข้าใจแจ่มแจ้งไม่ใช่รู้แต่ว่ามิจฉาชีพก็เข้าใจอยู่นานอย่างดีก็รับปริญญาทุกวันนี้เก่งๆที่สุดสัมมาอาชีพเนี่ยเขารู้กันก็แค่อยากๆแค่คู่กันนานแล้วรับพรรณนาคือแค่มิจฉาชีพก็คือเป็นที่เด็ดขาดแคลนเขาลักขโมยปล้นจี้หรือทำผิดกฎหมายอยู่เรียกว่ามิจฉาชีพแม้แต่ว่าโกหก ปลิ้นปล้อนหลอกลวงอยู่เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่รัตนาก็จะต้องเอาหรือว่าพูดหลอกลวงจริงๆถึงจะเป็นมิจฉาชีพต้มมนุษย์อย่างนี้เขาจะนับเป็นมิจฉาชีพคอยต้มมนุษย์ตั้งล้านขึ้นหรือว่าเลี้ยงตนด้วยอาชีพการต้มเขาหลอกลวงเขาอยู่จึงเรียกว่ามิจฉาชีพเขาเข้าใจแค่นี้ไม่สายที่เท่าๆที่มิจฉาชีพพระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ตั้ง 5 คันอย่างนี้เป็นต้นเขาไม่ค่อยพูดกันในวิตกคืออะไรนี่แปลสิ่งต่างๆคืออะไรยิ่งซื้อหน้าตาอาชีพระดับมิจฉาชีพระดับที่ 5 เนี่ยยังทำงานไม่ฟรีฟรีไม่ได้ยังมีลาภแรกลาภมีลาภ ลาบอยู่เนี่ยอย่างงี้พระพุทธเจ้าก็ถือว่าเป็นมิจฉาชีพชั้นละเอียดนะซึ่งพ้นอาชีพนี้ก็ได้สูงถึงปานฉะนั้นเขาจะยิ่งไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่พระเจ้านี่รู้เรื่องที่ไหนถึงได้ทำแลกเปลี่ยนแล้วก็ไปเบี้ยวภาษาเพราะว่ามันมีมาแต่เดิมเหมือนกันผู้รู้เก่าเดี๋ยวเช่ามั้งสัมมนาคุณมั่งบูชาเอาอะไรแล้วแต่ก็จะใช้ศัพท์เพียงแท้จริงกับไอ้แหลกหมูแรกแมวยื่นหมูยื่นแมวเอาของไปก็แลกกันมาตั้งมันผิดน่ะในธรรมวินัยในวินัยมันมีด้วยแลกสิ่งของต่อคฤหัสถ์ก็ไม่ได้อาบัติปาจิตตีย์ ซื้อขายก็ไม่ได้เอาวัตถุแรกวัตถุหรือสิ่งของแลกสิ่งของอะไรเอาอะไรแลกกันหมูไปไก่มาอ้าวเธอเอาเหรียญนี้ไปแล้วก็บูชาด้วยธนบัตรกลับมาอย่างนี้ไม่ได้แลกเปลี่ยนไม่ได้ทั้งๆที่มีนัยยะละเอียดไปอย่างนั้นบอกว่าซื้อขายไม่ได้เข้ามาซื้อขายดูแล้วแม้ไม่ซื้อขายเป็นเพี้ยนเอาวัตถุมาแลกเปลี่ยนวัตถุอื่นเอาก็ไม่ได้อย่างพระธรรมยุตนี่บอกว่าใช้ธนบัตรไม่ได้ก็ทำไงไม่ให้เด็กเอาสตางค์ไปซื้อไอ้เช็กเช็คไปรษณีย์ไปเอาไปใช้นี่เห็นก็ตาคาตาเลยแต่ก่อนจะมา วัดอโศการามเขาบอกว่าจะออกไปข้างนอกเด็กไปซื้อเช็คไปรษณีย์มาให้ตัวนั้นตัวนี้กี่ร้อยกี่พันก็ตามใจก็ซื้อไปซื้อเช็คไปรษณีย์มาเป็นปึงนึกออกไปไปใช้เช็คไปรษณีย์ไม่ได้ใช้ธนบัตรใช้เช็คไปรษณีย์หรือมันก็ใช้เช็คสมัยใหม่เมื่ออะไรต่ออะไรมันก็เหมือนเหมือนกันแต่เรื่องอย่างนี้อย่างนี้ก็เข้าใจไม่ได้แล้วก็พยายามเลี่ยงมันเลี่ยงมาแต่ไหนแต่ไหนแล้วมนุษย์จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มันฟันเฟืองเพราะฉะนั้นแม้แต่มิจฉาชีพ 5 เนี่ยอาตมาไม่เคยได้ยินไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลยที่เขาสอนกันมาอยู่ในวงการธรรมะมาอยู่ในศาสนา ปิฎกอ่านเจออะไรก็ได้พรุ่งนี้ถึงได้รู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ละเอียดละออแล้วมันวิเศษจริงแล้วเราเอามาพิสูจน์ได้แม้จะถึงขนาดขั้นพิเศษอย่างนั้นอาชีพปานนั้นก็ทำได้แล้วเราจะเห็นคุณนานคุณเห็นคุณอันมาหาศาลเห็นประโยชน์เห็นความที่วิจิตรความที่เป็นไปได้หนอมนุษย์ปาฏิหาริย์หรืออภินิหารเรามีอาชีพพ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ได้อยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสไม่ว่าจะเป็นพระพระน่ะมันน่าจะเป็นได้จริงๆทำงานฟรีทำงานไปสร้างสรรค์ไปโดยไม่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนมาโดยบริสุทธิ์ใจมันพระต้องทำได้นี่รอบพิษอย่าว่าแต่พระเลยแม้แต่คฤหัสถ์ จากฆราวาสมาอยู่กันมาพยายามสร้างสรรค์กันไปอบรมตนบำเพ็ญเพียรอะไรไปก็สามารถที่จะทำให้พรั่งพร้อมไปลดละไปให้จิตให้ใจของเราอยู่เหนือโลกเป็นโลกุตระด้วยสัมมากรสร้างสมาธิได้สมาธิมักองค์ 7 นี่เราก็ทำได้เราจะเห็นทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตระที่มีความหมายดังได้สาธยายมาซ้ำซากและก็ย้ำให้ฟังอยู่เสมอข้อสำคัญเราต้องจับจิตถึงถ้าจับจิตไม่ถึงแล้วมันก็ปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติโทษทรงเสร็จหรือปฏิบัติมักองค์ 8 หรือจะเรียกโพธิปัก 37 เนี่ย ปฏิบัติไม่ได้เพราะงั้นเอกชนนมโคก็คือสติปัฏฐานในเรียกตัวหมวดแรกของโพธิปักขิยธรรมเค้าเรียกว่ามักองค์ 8 เขาเรียกหมดปลายของโพธิปักขิยธรรมหมวดที่ 7 หมวดที่ 1 สติปัฏฐานหมวดที่ 2 สัมประทานหมวดที่ 3 อิทธิบาทหมวดที่ 4 อินทรีย์ 5 หมวดที่ 5 พละ 5 หมวดที่ 6 ช่อง 7 หมวดที่ 8 วันที่ 7 พระองค์ 8 นะโมที่ 7 มกราคม 7 โมง 7 โมงหัวก็คือสติปัฏฐานหางก็คือมักองค์ 8 พระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นภาษาบาลีแต่ก็ได้ยากเหมือนกับภาษาไทยมันคล้ายๆกันบ้าง มันมีความหมายขยายออกไปนิดๆเอกมัยนะโมเท่ากับแปลว่าทางเอกทางเดียว Acer Macro ทางนี้มีทางสายนี้ทางเดียวย้ำลงไปก็คือทางไหนก็คือมักองค์ 8 เอกลักษณ์คือทางไหนก็คือสติปัฏฐานก็ใช่ทั้งคู่รวมแล้วก็บอกว่าทางเดียวก็คือปฏิบัติให้มีองค์ธรรมของโพธิปักขิยธรรมนี้อยู่ในแบบลืมตาปฏิบัติแล้วก็สังวรเรามีอินทรีย์เพราะรักแค่ไหนเราก็ทำเอามีศีล 5 ทำศีล 5 มีศีล 8 ทำศีล 8 ฝึกหัดเป็นโรคอุจจาระได้สร้างสมาธิได้ไม่ใช่แบบ สีเก่าๆที่เป็นเจโตสมรรถนะบุคคลที่ได้แบบโลกุตระไม่ได้เป็นแบบฤาษีเก่าๆที่นั่งสะกดจิตสะกดใจเอาแล้วก็ไม่ไปยุ่งไม่ไปฟุ้งซ่านควบคุมจิตได้แล้วก็อยู่อย่างนั้นบรรยากาศอยู่อย่างบรรยากาศที่ไม่มีอะไรมาจะได้ยั่วยุกระทบกระแทกอะไรมากนักเพราะเป็นไปเดี๋ยวนี้ก็ยังมีพระอย่างนั้นให้เราเห็นอยู่ฝึกว่าซ้ายนี้อยู่อย่างนี้ออกมาสู้โลกไม่ค่อยได้หรอกต้องหนีกลับไปแบบนี้ศาสนาจึงถูกพระปริยัติพระที่ปฏิบัติว่าจะปฏิบัติมักองค์ 8 แต่เบี้ยวมรรคองค์ 8 ซะแล้วความหมายมันเบี้ยวไปแล้วก็ปฏิบัติไม่ลงตัวไม่ได้ดังที่เป็นอยู่เลยได้แต่ภาษาอวดแต่ภาษาคุยโว้แต่ภาษาเข้า ไม่ถึงพอบอกว่าจิตก็เคารพพระพรหมนั่งสะกดจิตเหมือนกันยอมแพ้ผมนั่งสะกดจิตยอมแพ้พระกรรมฐานพระธุดงค์ว่างั้นพระป่าทั้งๆที่ไม่มีบัญญัติไม่มีเหตุผลไม่มีภาษาอะไรมากแต่ก็ยอมแพ้เพราะเขาไม่ได้ปฏิบัติจิตพระปริยัติเรียนกันเป็นปริญญาตรีโทเอกอะไรก็ตามแต่ไม่แต่ยอมแพ้พระเหล่านั้นนับถือพระกรรมฐานพระปริยัตินี้นับถือพระกรรมฐานพระนั่งสะกดจิตพระแบบฤาษีแต่พอตัวเองไม่เก่งอังกฤษเลยปฏิบัติไม่ได้นี่มันไม่รู้ไม่รู้ว่าองค์ 8 ไม่รู้โพธิปักขิยธรรมปฏิบัติสติปัฏฐานมีไม่ถูกไม่ถูกจนสุดท้ายก็มาหาวิธีการอะไรใดๆต่างๆนานาเรียนรู้และก็พยายามจะ บัตรอยู่ในบ้านก็ไม่พ้นไอ้การนั่งอีกแหละจะกลายเป็นนั่งจ้องสะดือจ้องท้องยุบจ้องอันนี้อะไรไปก็ตามเรื่องเนี่ยก็สร้างระบบเกิดขึ้นมาใหม่สร้างวิธีการใหม่ก็ไปอยู่ในระบบว่าหลงว่านั่งกรรมฐานอย่างนั้นอีกแหละแทนที่จะรู้เท่าทันก็เรียนนะปริยัติรู้เท่าทันภาษาตาหูจมูกลิ้นกายก็รู้นะแต่ก็ไม่เข้าใจอีกแหละเนี่ยมันร่วงหล่นมานะมันโลกุตระแท้นี่กว่าจะกลับกว่าจะอธิบายกว่าจะแนะนำกลับคืนไปนี่เขายึดกันมาหลายร้อยปีเพราะมันร่วงหล่นมาแล้วตั้งนานเราจะดึงกลับไปหาโลกุตระหรือว่าปฏิบัติให้เป็นมรรคองค์ 8 ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าทางปฏิบัติคือมักองค์ 8 ใครก็รู้ว่ามรรคคืออะไรมาก็คือองค์ทั้ง 8 ในปฏิบัติให้มันมีคุณธรรมอย่างนี้สั่งสมให้รู้สัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาก็ท่องกันจนปากเปียกปากแฉะสอบให้ได้ยังดีนะยังมีภาษาบางองค์ 8 อยู่ต่อไปจะไม่ได้ผลแล้วมักองค์ 8 ก็จะทิ้งไม่พูดเพราะบรรยายไปแล้วก็ไม่รู้เรื่องปฏิบัติก็แบบโลกๆแล้วพอสัมมาสัมมาสัมมาสัมมาแล้วก็ตามใจตัวเองตามที่พอใจสัมมาอย่าไปทรมานตนอย่าไปประพฤติอะไรให้มันอดทนข่มขืนอย่าไปสังวรระวังอย่ามีศีลไม่ต้องมีศีลพ่อมีศีลมันเป็นอดทนข่มขืนยกตัวอย่างเช่นศีล 8 อย่างนี้จะต้องไปอดอาหารต้องกินข้าว น้อยมื้อลงมาวิกาลโภชนาต้องไม่ใช้ดอกไม้ดอกไร่ดอกไม้ใช้ของหอมต้องไม่พอกไม่ทาเฮ้ยมันทรมานตนไปเนี่ยไม่เข้าใจว่าศีลเป็นเครื่องขัดเกลาเป็นเครื่องร้อยรัดที่จะควบคุมให้เรารักรถปลดปล่อยอะไรก็ได้ไม่เพราะศีลจึงไม่มีผลอะไรไปนั่งท่องเฉยๆท้องแล้วก็แล้วกันเพราะศีล 8 มันเป็นบทกำหนดที่เป็นรูปชัดมีการลงโฆษณานับจากคีตะวาทิตะวิสู ศีลก็ไม่รู้มันจะขัดเกลาอย่างไรก็ไม่รู้ใช้ยังไงปฏิบัติกับตนตลอดเวลาไงก็ไม่ด่าแต่วันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วก็มานั่งอยู่ที่ในวัดไม่ต้องออกไปกระทบสัมผัสกับอะไรและแม้แต่กระทบอยู่ในวัดก็ยังไม่ค่อยรู้อะไรอย่างนี้มันก็เลยไม่เป็นโลกุตระมันก็ต้องเข้าใจนี่ย้ำๆโลกุตระส่วนระบบแบบเจโตรสมถะนั้นก็เคยจำเคยอะไรให้ฟังทีนี้บุคคลที่ 3 ได้ทั้งโลกุตระได้ทั้งเจโตสมถะก็มีอยู่คือนอกจากจะเรียนรู้โลกตลาดได้มักได้ผลจริงอยู่เหนือโลกไม่ใช่หนีโลกแล้วก็ยังนั่งนั่งหลับตาหรือว่านั่งเพ่งนั่งจ้องนั่งสงบฟังหัด หัดทรงตัวทรงจิตในขณะนิ่งๆซึ่งมันก็เป็นระบบอีกชนิดหนึ่งถ้าคนที่ติดในการงานมีไอเดียบทต้องเกี่ยวข้องต้องสัมพันธ์อะไรมากๆขอให้มานั่งนิ่งๆนี่ชักไม่ค่อยเก่ง Lee เพราะฉะนั้นกิเลสตบภพกิเลสรีลงไปนี่เป็นได้ง่ายๆเพราะว่าชินในสัมผัสมีสัมผัสและกระทำผิดทำอะไรไปถ้าควบคุมจิตก็เป็นโลกุตระธรรมดาธรรมดาอยู่เหนือโลกโดยที่มันนั่งและดีถ้าเป็นพระอรหันต์ที่ไม่มีแก้ตัวสมถะเลยนั่นก็ไปก็หลับเลยจับลิงเลยโง่ลงไปเลยโค้ง แซ่บไปเลยได้เพราะว่าพยายามไม่คิดไม่นึกเมื่อไม่คิดไม่นึกจิตมันก็หยุดเพราะอาหารท่านก็หยุดได้หยุดง่ายๆหยุดแล้วจะหยุดแล้วเป็นไงก็ดับก็หลับมันเองก็หลับก็พักธรรมดาเคยหลับจะเอานอนร่างกายนอนเพราะให้มานั่งนี้ความดึงดูดของโลกมันก็ดึงดูดลงไปเท่านั้นเองแล้วไม่ได้ฝึกด้วยไม่ได้ใช้จิตไม่ได้ฝึกหัดจิตมันแบ่งจิตเข้ามาควบคุมทรงกายอะไรต่างๆนานาไม่ได้หัดนั่งผมจำทำใจโตสมถะก็ไม่ค่อยได้มันเป็นโลกุตระไม่ได้แก่ตัวสมถะทีนี้พระอรหันต์ท่านมาฝึกเจโตสมถะบ้างฝึกยังรู้สึก เกินไปก็ได้ที่นี่ได้ทั้งใหญ่โตสมถะด้วยได้ทั้งโลกุตระด้วย 1 เรียนรู้ในภพภายในนั่งหลับตาหรือว่าไม่หลับตาแล้วก็ใช้จิตอยู่ที่นี่ไม่ไปเกี่ยวข้องภายนอกไม่ให้จิตไปสัมผัสหรือว่ารับต่อจากภายนอกเอาแต่จิตอยู่กับจิตพิจารณาบุพเพนิวาสานุสติญาณถือว่าผู้ได้ทั้งโลกุตตระพูดได้ทั้งเจโตสมถะเหนือกว่าอยากจะโลกุตระก็ดีแต่จะเจอสมถะก็ยังมีตัวสงบ แบบหนึ่งส่วนหนึ่งในโลกุตระก็ได้สงบอย่างเหนือโลกได้ทั้งเจโตสมถะได้ทั้งโลกุตตระก็ได้ทั้ง 2 อย่างเลยรูปเข้าใจทั้ง 2 อย่างถ้าฝึกเพียรศักดิ์ซักซ้อมบ่อยๆเจโตสมถะนั่งนิ่งนั่งตื่นฉันสบายส่งไม่หลับตาก็ได้หรือจะนั่งหลับตาให้แข็งทรงแล้วก็อยู่ในภพก็ได้แล้วแต่ใครจะเอาถึงระดับไหนได้มากฝึกบ่อยๆก็ได้บ่อยๆเจโตสมถะต้องฝึกเอาลองกดตัวรับตัดจิตก็ฝึกแล้วถ้าตัดขาดแล้วขาดไปไม่ต้องเปลี่ยนวนเวียนวนอีกโรคไม่เวียนวนส่วนเจโตสมถะยังเป็นโลกิยะถ้าไม่ฝึกซ้อม ใบกระท่อมอยู่บ่อยๆสังขารธรรมวันนี้ก็เสื่อมได้พอใจตัวสมถะยังเป็นสังขารธรรมยังเป็นสังฆธรรมไม่ใช่อสังขตธรรมพอดับไม่หัดนั่งหัดฝึกอยู่เสมอๆบ่อยๆก็ไม่ค่อยได้ต้องหัดสงกรานต์สร้างจิตให้ควบคุมแบ่งออกมาทำทรงให้ดีให้นิ่งโดยใช้จิตเวลานั่งแล้วก็ใช้จิตทำควบคุมมันก็ต้องสร้างต้องทำถ้าไม่สร้างไม่ทำก็ไม่ส่งไว้เรื่องเราเรียกว่าเรือถ้าผู้ใดฝึกอยู่เป็นไปอยู่ก็ได้ทั้ง 2 ส่วนส่วนบุคคลจำพวกสีนั้นน่ะบ่มีใจ ไม่มีอะไรเลยไม่ได้อะไรมันสักสิ่งจะเป็นเพราะว่าฝึกหัดเรียนเหมือนกันแต่ว่ามันไม่เอาถ่านจับจดหรือว่าทำไม่ถูกเรื่องไม่ถูกเราไม่ได้อะไรจะเป็นเจโตสมถะสักส่วนหนึ่งเขาก็ทำไม่ได้จะเป็นโลกุตระก็ไม่ได้ไม่ได้อะไรเลยบุคคลทั้ง 4 ไม่เอาจริงไม่ฝึกหัดหรือไม่ได้เรียนมาเลยหรือฝึกหัดก็ฝึกหัดอย่างไม่รู้เรื่องไม่เข้าท่าไม่ได้เรื่องมันก็ไม่ได้อะไรนะมีบุคคลที่ 4 ก็แค่นั้นไม่มีอธิบายอะไรมากในบางคน 4 จำพวกนะก็ทวนเอาทีนี้ก็เราก็ต่อในหน้า 339 อาจเป็นอันว่าเราได้อธิบายส่วนเฟ้อ หรือว่าสภาวะของสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อแท้ๆของชาญในวงเล็บแบบพุทธเรียกว่ากิเลสของฌานหรือชานเบี้ยวๆชานออกนอกรีตนอกรอยอยู่ที่ทำให้คนหลงผิดและหลงติดเป็นการออกนอกลู่นอกเรื่องของพุทธศาสนาไปตั้งแต่ต้นต้นหยาบแล้วก็ได้ค่อยๆขยายความละเอียดขึ้นใกล้เข้ามาหาทานแท้ๆที่ตรงกับบัญญัติของพุทธศาสนาจริงๆถูกตรงกับความหมายของคำว่าฌานเองเป็นที่สุดได้แล้วยังจะแยกกระจับกระจ่างในแง่มุมของฌาน 1 ฌาน 2 ฌาน 3 ฌาน 4 ว่ามีระบบความ สัมพันธ์เกี่ยวโยงเป็นสมังคีทำชัดๆกันอย่างไรเท่านั้นเองแล้วก็มาฟังฌานที่จะแยกแยะไปตั้งแต่พยัญชนะเลยตอนนี้ซึ่งทานนั้นมาจากรากศัพท์คำว่าชาชอบก็เชิญรากศัพท์คำนี้หมายความว่าเผาไฟไม่เพ่งทำให้สูญสิ้นไปมีความหมายของคำว่าชาการเพ่งจิตอ่านรู้และเกิดการทำลายหรือเผาอกุศลจิตที่รู้นั้นๆ ไปให้แก่ตนสำเร็จนี้คือความหมายตรงๆเนื้อหาการเพ่งจิตในการรู้เลยรู้ทำไมถึงชานแล้วก็จะต้องเกี่ยวกับจิตถ้าคำว่าฌานกันนะจะต้องไปเกี่ยวกับจิตไม่ใช่ไปเกี่ยวกับกากของอ้อยเขียวๆแล้วก็คายออกมาหรือกากของหมากหรือว่าชานหมากหรือว่าไอ้สิ่งที่ต่อออกไปนอกนอกนอกนอกจิตถ้าเรือนก็เรียกว่าเรือนในถ้าต่อนอกเรือนออกมาเขาเรียกว่าชานเรือนไม่ใช่ฉันเรือนไม่ใช่ชานหมากไม่ใช่ชานอ้อยภาษาไทยนี่มา อุษาวดีเสร็จแล้วเราก็เรียกว่าส่วนต่อไม่ใช่ตัวเนื้อไม่ใช่ตัวกลั่นไม่ใช่ตัวเป้าหมายเป็นชาญเป็นกากเป็นเศษของมันแล้วเป็นส่วนงอกส่วนต่อไม่ใช่ตัวตรงไม่ใช่เนื้อในนั่นเลยมาใช้ในภาษาไทยว่าฌานในส่วนของเดี๋ยวเรามาเรียกชาดบ้านชานหมากชานอ้อยชั้นอะไรแล้วแต่มันโดนต่อมามันไม่ใช่เนื้อนะไอ้อย่างนั้นน่ะไม่ใช่นะชาญต้องเข้าใจเนื้อนะถ้าไม่ใช่แล้วเขาก็เลยแยกกันมาใช้ตัวชช้างสระอานหนูภาษาบาลีถ้าชอช้างสระอานหนูแล้วก็แปลว่ารู้นะทานนะแต่ว่ารู้ผู้รู้นะชช้างสระอานหนูน่ะฌานน่ะโตปกติ ช้างสระอาวิชาแปลว่ารู้ยิ่งชช้างสระอาเนี่ยแปลว่ารู้วิชาแปลว่ารู้ยิ่งวิชาสะกดกันเข้ามีตัวสะกดก็วิชาใส่ตัวชช้างสะกดทีนี้มาเป็นเอาไทยๆเราก็ตัดชช้างฟุ่มเฟือยทิ้งตัวแล้วก็เรียกวิชาอันเดียวกันนั่นแหละที่จริงเป็นตัวรู้ยิ่งพอเป็นภาษาไทยก็เรียกออกเสียงมาก่อนสมัยก่อนไม่มีตัวหนังสือเท่าไหร่จนมันเป็นความหมายที่แน่นอนแล้วก็เลยจำเป็นก็ต้องใช้ทานบ้านชานเรือนจะไปใช้แต่ชอกะเชออยู่มันก็ดูกระไรก็ต้องใช้ตัวชช้างแม้เป็นชช้างสระอานหนูแล้วถ้าไปเป็นภาษาบาลีมันก็แปลว่ารู้อยู่นั่นเองชานอ้อยไม่ได้แปลว่าตัวรู้ชานหมากไม่ได้แปลว่าตัวรู้ ทานบ้านชานเดือนไม่ได้แปลว่าตัวรู้แต่มันมาจากอย่างนี้แหละมันเกิดตามธรรมชาติมันเกิดตามธรรมชาติในชาตินี้ก็แปลว่ารู้ชาตะเริ่มมีธาตุรู้ก็คือชาตะชาตรีเอาต่อทีนี้ก็ขยายพยัญชนะเข้าไปให้ฟังเริ่มต้นว่ามาจากรากศัพท์ประชาชนสระอาแปลว่าเผาแปลว่าหมายถึงไฟหมายถึงการไม่หรือการเพ่งหรือการทำให้สูญสลายหายไปสูญสิ้นไปนะทีนี้เราเพ่งเอาเพลงอะไรเอามาไม่อะไรมาไฟมาไหม้มาเผาอะไรก็มาเผากินเลยเผาอกุศลจิต ผมกับเพลงอ่านอกุศลเป็นยังไงอยู่ในจิตนี่แหละเป็นรูปร่างอาการยังไงเพลงรู้แล้วก็ละลายทำให้มันสูญสลายไปให้ได้เผาไปได้ไฟมาใหม่มันให้เป็นจุลไปเลยหมดไปเลยที่จริงมันไม่มีไฟไม่มีไฟอะไรหรอกแต่เราทำความหมายญหญิงยยักษ์ไม่ใช่ญหญิงชายและยยักษ์สะกดเข้าไปฉายาหมายความว่าจงเผาจงเพ่งจนก่อไฟน่ะเป็นกิริยาจงจงทำฉายาชามะอันนี้ก็หมายความว่าเผาไหม้หมดสิ้นไปอันเพลิงไหม้แล้วหมายความว่า กิริยาที่เป็นสภาพกิริยาผ่านอดีตไปหน่อยเป็นการเพลิงไหม้แล้วเผาไหม้หรือหมดสิ้นไปแล้วมันเป็นสภาพอดีตเป็นภาพ Past Tense เป็นภาพที่ผ่านไปแล้วนะเผาไหม้และหมดสิ้นไปหรือว่าอันเพลิงไหม้แล้วมันเป็นตัวสภาพมากกว่าตัวทายายยักษ์ทายาทนั่นหมายความว่ากำลังกำหนดให้ทำจงเผาจงเพ่งก่อไฟเริ่มต้นเท่านั้นเพราะเป็นชาวบ้านน่ะเป็นแล้วชาวประกาศหมายถึงภูเขาหรือพูดจุดไฟตอนนี้เอาเป็นตัวนำตัวบุคคลตัวกำไอ้ตัว อันนั้นแหละตัวที่มีตัวตนนั้นภูเขาพูดจุดไฟเป็นนามไปเลยรื้อฌาปนกิจเราก็เอามาใช้ในภาษาไทยเรารู้กันดีฌาปนกิจวงเล็บเปิดมาจากฌาปนกิจฌาปนกิจหมายถึงการเผากิจการงานแล้วก็รู้อยู่แล้ววงเล็บปิดการเผาก็หมายถึงงานการที่มีการเผาโดยนำไปใช้ปลูกถ่ายคนไทยเราก็นำไปใช้เฉพาะเผาศพไปเสียเลยดังนี้เป็นต้นชาวพนกิจก็เลยไปใช้กับการเผาศพไปเป็นกิจการงานการเผาแล้วก็เผา เผาคนอื่นเราก็เรียกฌาปนกิจได้เผาขยะเราก็เรียนฌาปนกิจเผาอะไรก็แล้วแต่การทำการเผาขึ้นอันนี้ก็แยกศัพท์ขยายออกมาให้เห็นถึงเพื่อยืนยันว่าความเป็นจริงว่าช้าเนี่ยแปลว่าเผาแปลว่าทำไม่สลายทำให้มันหายไปไม่ให้คงสภาพนั้นอยู่เห็นศูนย์ไปเป็นสิ่งที่แหลกศูนย์ให้ได้มากที่สุดเรียกว่าชาญหรือชาเนี่ยจะแยกเป็นชายาอะไรไปอย่างที่แยกให้ฟังอันนี้ก็ต่อฌานแท้ๆจึงคือความเริ่มก่อไฟในขั้นประถมและเผาไหม้ลงจนสูญสิ้นเรียบร้อยในขั้นสุดท้ายมีขยายความ เปิดคำว่าชาญจึงหมายถึงสภาพถ้าเริ่มต้นเอาก็หมายความว่าเริ่มต้นเริ่มก่อไฟหรือว่าเริ่มเพลงรู้เริ่มก่อไฟก็คือเริ่มเพ่งรู้ตัวจะเผานั่นให้เข้าใจนะจุดเป้าหมายและจะทำการเผาเพราะฉะนั้นพอเริ่มทายาแล้วก็เริ่มช้ามีชาประกาศเริ่มทายาแล้วก็ชามะเข้าไปเผาให้จนสิ้นจนเกลี้ยงหรือทำฌาปนกิจเข้าไปเรื่อยๆจนสุดท้ายก็จะเป็นชามะคือเป็นขั้นสุดท้ายขั้นเผาได้นี่ก็เป็นความหมายเท่านั้นที่อธิบายเราเอามาใช้โดยรู้ความหมาย โลกุตระหรือว่าจิตวิญญาณนั้นไม่เหมือนกับไปหลอกๆเรานี่มันอาศัยภาษาโลกทั้งนั้นเอาไปใช้งานต่อมาปฐมฌานหรือฌาน 1 จึงคือการเริ่มมีพิจารณามีการค้นคิดหาความจริงมีการไตร่ตรองหาเหตุผลในจิตของตนว่าตลอดเวลาเราเป็นคนใช้หูตาจมูกลิ้นกายใจนี้เราใช้หูตาจมูกลิ้นกายใจนี้เรามีอารมณ์กามมาฉันทะหรือไม่โรงเรียนรู้คณะที่เราเราต้องสัมผัสทั้งทวาร 6 เรามีอารมณ์กามมาฉันทะหรือไม่ มีอารมณ์พยาบาทหรือไม่มีอารมณ์ถีนะมิทธะหยาบหยาบชัดๆหรือไม่ในนี่พูดกันต้นๆตึงๆซะก่อนเพราะเป็นปฐมฌานมีอารมณ์สีนั้นมีธาตุหยาบหยาบชัดๆหรือไม่มีอารมณ์อุทยานกุกกุจจะหยาบๆชัดๆหรือไม่นี้เป็นขั้นตอนพื้นฐานรู้รู้สภาวะตรงๆแท้ๆรู้ให้ได้ว่ามีแม่อาการกามเหมือนฉันถ้าเป็นยังไงมันไม่ใช่จะเป็นตัววัตถุซะแล้วมันเป็นอาการของจิตเป็นอารมณ์ของจิตรกรรม ทุกข์หดหู่ฟุ้งซ่านหรืออะไรก็แล้วแต่มันอับเฉาจิตหงุดหงิดมันเป็นอาการของจิตเนี่ยหรือทีนะไม่ทักเอาแล้วหลับๆรีๆหลบๆงงๆงงๆอ่ะไม่ใช่เรื่องลึกซึ้งอะไรไม่ใช่อุปกิเลสเคยแยกทีนะครับเป็นกิเลสหยาบกับอุปกิเลสให้ฟังเท่าไหร่ทิศทางของอุปกิเลสนี่แม้แต่เริ่มจิตที่มันไม่ยอมมันน่ะสิการมันไม่เต็มมันไม่ร้อยสตินี้แปลว่าร้อยสติเริ่มตกหลีดนิดนึงไปจากร้อย 99.99 เริ่มมีอุปกิเลสแล้วที่นั้นมีฐานะแต่มันก็ยังมีแรง งานพังเหมือนกันแหละแต่ว่ามันก็เริ่มแล้วถ้าเผื่อว่าผู้ที่มีจิตละเอียดยิบขายก็จะรู้ว่าอ๋อนี่เราเริ่มดีแล้วนะนี่มันไม่ร้อยหรอกมันเริ่มหรี่นะมันเป็นอุปกิเลสที่นั้นมีธาตุพยายามอธิบายอุปกิเลสก็อธิบายให้ฟังว่าเราจะต้องเข้าใจในยะละเอียดและระยะลึกซึ้งนัยยะขั้นสูงกะระยะสั้นหยาบเหมือนกับเราเรียนอย่างเขาเรียนคณิตศาสตร์นี่ก็ยกตัวอย่างบ่อยๆคณิตศาสตร์ต้นๆเขาก็เรียกว่าศูนย์ไม่มีค่าแล้วเขาก็เรียนศูนย์ไม่มีค่าคณิตศาสตร์ชั้นต้นพอคณิตศาสตร์พวกเรียนคณิตศาสตร์ชั้นสูงปริญญาโทปริญญาเอกแล้วจะมาเรียนศูนย์ไม่มีค่าไม่ได้หรอกตัวพังโรงงาน คุณกับใครครับที่บรรลัยหมดเลยคณิตศาสตร์ชั้นสูงรองดูสิเอาไปต่อหางเลขไหนอย่าบอกว่าไม่มีค่าอะไรไปต่อหางเลขเข้ามานะพอเวลาเรียนคณิตศาสตร์ชั้นสูงแล้วบอกเช็คคนนี้เนี่ยก็เขียนใช้ศูนย์นั่นแหละเขียนตอนแรกก็ไม่มีศูนย์เลยมีแต่ตัวเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตัวนั้นเรียงกันอยู่เป็นตับหย่ากันนั้นเลยศูนย์ไม่มีค่าต่อหาเข้าไปที่ 5 ตัวเช็คตัวนั้นมันไหลมาอะไรงี้ยกตัวอย่างง่ายๆนั้นแม้แต่เอาไปใช้ศูนย์คณิตศาสตร์ศูนย์ไม่มีค่าไม่ได้ในชั้นสูงต้องคำนึงต้องระมัดระวังอย่าเผลอไปทั้งรูปและนามมีความหมายแม้แต่บอกแล้วว่าเอาไปคูณกับอะไรเข้าเนี่ย ไปหมดเลยศูนย์ไปคูณอะไรก็เกลี้ยงเลยไม่เหลืออะไรอย่างนี้เป็นต้นมันมีฤทธิ์แล้วมันมีค่าแต่อย่างนี้เรียกว่าชั้นสูงขึ้นมามันก็มีค่าละเอียดลออแล้วก็มีนัยยะที่ซับซ้อนขึ้นเพราะอุปกรณ์เหล็กที่มีพระมันก็ละเอียดขึ้นตอนแรกก็เรียกว่าเอาไม่ใช่เป็นขนาดอย่างนั้นล่ะเพราะฉะนั้นชาญผสมไม่ใช่จึงไม่ใช่แค่อย่างนั้นทีเดียวไม่ใช่ถึงขนาดจิตตรีจิตรหลับอะไรไปทีเดียวหรอกก็แค่มันง่วงงุนนี่แหละปฐมฌานเพราะงั้นจะได้ทานนะไม่ใช่มานั่งง่วงนั่งหลับอยู่นี่แล้วก็ฉันได้ทานนิทานฤาษีก็จะอธิบายกันไม่ได้ นั่งโง่ๆโยกๆเก่งๆอะไรอยู่น้ำยาเพราะฉะนั้นเราทำปฐมฌานก็ให้มันทรงอยู่พอสมควรแต่จะมีนิดมีหน่อยอะไรงี้เริ่มดีเริ่มเมื่อไหร่ก็เอาละก็เรียกว่าปฐมฌานได้แล้วจะมีนั่งทรงอะไรให้ดีพอสมควรก็มีจับจิตใจรู้ทำสติสัมปชัญญะให้จริงเพียรเพ่งเพียรรู้เพียรเผากิเลสเพราะฉะนั้นการมาฉันทะเป็นต้นพยาบาทต่อมาแม้แต่พบความร่วงงุนที่นะมีพระอันหยาบก็บำบัดลงไปได้ยังทรงจิตทรงใจพอสมควรทีนะมีพระพุทธเจ้าความทุกข์ร้อนวุ่นวายรำคาญห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน